หน้าต่างโลก

All posts tagged หน้าต่างโลก

ใครเป็นพ่อกันแน่?

Published มกราคม 14, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560938

โดย ยูเรนัส 12 ม.ค. 2559 05:01

 

หลังจากหันไปเอาดีเป็นนักแสดงในรายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ “บริสตอล เพลิน” บุตรสาวของนางซาราห์ เพลิน นักการเมืองอดีตตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2008 แต่แพ้ พอแม่เป็นที่รู้จักมากขึ้น ลูกสาวอย่างบริสตอลจึงพลอยได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิงตามที่ปรารถนา

ซึ่งจะว่าไป บริสตอลถือเป็นหญิงสาวหน้าตาดีวัย 25 ปี แถมยังเป็นโสดแม้จะมีลูกติดมาหนึ่งคนเป็นชายชื่อ ด.ช.ทริปป์ แต่การเป็นแม่ลูกติดไม่ทำให้หนุ่มๆหมดความสนใจเธอได้หรอก เพราะเธอยังดูดีออกปานนั้น

ล่าสุด บริสตอลเพิ่งคลอดบุตรสาวคนที่ 2 ชื่อ เซเลอร์ เกรซ เมื่อปลายปีที่ผ่านมานี้เอง แต่เธอกลับไม่ยอมแจ้งว่าใครเป็นบิดาของเด็กคนนี้อย่างเป็นทางการ จึงทำให้นายดาโกตา เมเยอร์ วัย 27 ปี อดีตทหารผ่านศึกในสงครามอัฟกานิสถาน ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ทหารธรรมดาซะด้วยนะ แต่เขาได้รับเหรียญกล้าหาญซึ่งเป็นเหรียญตราแห่งเกียรติยศจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในวีรกรรมที่ช่วยเหลือเพื่อนทหารด้วยกันที่ถูกซุ่มโจมตีจากศัตรูหัวรุนแรงในหุบเขาที่จังหวัดคุนา อัฟกานิสถานเมื่อปี 2009 หนำซ้ำยังเคยเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับบริสตอลมาก่อน เขาจึงแสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้าว่า เขาเป็นพ่อโดยสายเลือดของเซเลอร์ เกรซ อย่างแน่นอน

เพราะช่วงที่นายดาโกตาออกเดตและหมั้นหมายกับบริสตอลนั้น เชื่อว่าไม่มีชายอื่นเข้ามาแทรกกลางระหว่างความรักของบุคคลทั้งสอง หนำซ้ำเขายังขอบริสตอลแต่งงานด้วยซ้ำ แล้วเธอก็ตอบตกลงด้วยนะ

แต่เกิดปัญหาติดขัดทางเทคนิคบางประการ จึงทำให้มีการยกเลิกงานวิวาห์ที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วอย่างกะทันหัน แล้วพอหนึ่งเดือนถัดมา มิถุนายน ทางฝ่ายหญิงก็ประกาศว่าเธอตั้งครรภ์! และมีกำหนดคลอดใกล้เทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา

จากลำดับระยะเวลาดังกล่าว ถึงฝ่ายหญิงไม่ยอมเปิดเผยว่าพ่อของลูกสาวคนใหม่เป็นใคร? แต่นายดาโกตาก็สามารถสันนิษฐานเองได้ว่า เขานั่นแหละคือพ่อของเด็กหญิงคนนี้แหละ

ดังนั้นนายดาโกตาจึงให้ทนายยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลพิจารณาให้สิทธิ์แก่เขาในการเลี้ยงดูบุตรสาวร่วมกับอดีตคู่หมั้นซะเลย ทนายของนายดาโกตากล่าวว่า เขาอยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกสาว และเขาก็ตื่นเต้นมากด้วยที่ได้เป็นพ่อคน ที่จริงแม่เด็กน่าจะดีใจมากกว่าคอยกีดกันไม่ให้พ่อลูกได้เจอหน้ากัน.

ยูเรนัส

โฆษณา

เหยียดผิวกับสีผิว

Published มกราคม 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560660

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 11 ม.ค. 2559 05:01

 

ถือเป็นกรณีน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง จากการที่สำนักข่าวต่างประเทศไม่ว่าจะเอเอฟพี, บีบีซี, นิวยอร์ก ไทม์ส, เดอะ การ์เดี้ยน และอีกมากมายสารพัด ต่างพากันรายงานกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายในสังคมออนไลน์ไทย ถึงโฆษณายาบำรุงผิวชิ้นหนึ่ง ที่มีดาราสาวไทยเป็นพรีเซ็นเตอร์

ในเนื้อหาของคลิปโฆษณาดังกล่าว ที่ถูกนำมาโพสต์ในช่องแชนแนลเว็บไซต์ยูทูบและเครือข่ายสังคมเฟซบุ๊กนั้น พรีเซ็นเตอร์หลักได้กล่าวว่า หากไม่ดูแลร่างกายและสีผิวของตัวเอง ชื่อเสียงที่สร้างมาก็จะหดหายไป ถูกแทนที่ด้วยนางแบบหน้าใหม่ที่ขาวกว่า จากนั้นดาราที่ว่านี้ก็ได้กลายเป็นผู้หญิงผิวดำปิ๊ดปี๋ และจ้องมองนางแบบผิวขาวจั๊วะที่มายืนข้างๆด้วยความอิจฉา ขณะที่สโลแกนของสินค้าที่ว่านี้คือแค่ขาวก็ชนะ

และแน่นอนผลที่ตามมาก็คือ ย่อมมีคนไม่ชอบใจแน่นอน ซึ่งบรรดาสำนักข่าวต่างประเทศก็นำคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้มารายงาน เช่นคนที่บ่นว่าคนที่ผิวคล้ำก็สวยได้ไม่จำเป็นต้องขาวไปเสียหมด หรือที่ทักท้วงทำนองว่าอย่างนี้ก็หมายความว่าคนไม่ขาวคือขี้แพ้เหรอ ดำแล้วไง เหยียดสีผิวกันชัดๆ

ซึ่งประโยคหลังนี่เองที่กลายมาเป็นประเด็น และเป็นเหตุผลว่าทำไมสื่อเมืองนอกถึงพากันเล่นข่าวชิ้นนี้ เพราะถ้าหากได้ติดตามข่าวสารมาตลอด ก็จะรับรู้ว่าชาวตะวันตกเขาให้ความ สำคัญมากกับคำว่าเหยียดผิว หรือ “Racist” และเป็นสิ่งที่ต่อสู้เรียกร้องสิทธิกันมาตลอด โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และในข่าวดังกล่าวเขาก็ได้แปลข้อความวิพากษ์วิจารณ์ของชาวไซเบอร์ไทย โดยใช้คำว่า Racist ที่ว่านี้

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนไทยต้องขอบอกเลยว่า กรณีนี้เป็นความเข้าใจผิด จากความไม่แตกฉานในภาษาและระบบความคิดของคนไทย เพราะเอาเข้าจริงแล้วเวลาคนไทยเถียงกันเรื่องสีผิว ก็จะคือเรื่อง “สีของผิว” หรือ Skin tone จริงๆ อาทิ “คนนี้ผิวขาวสวยจังเลย หรือเคยฟังผู้หญิงบ่นทำนองว่าไม่อยากดำ อยากขาวกว่านี้อีก โหทำไมพี่ขาวกว่าหนูอีก”

หาใช่การถกเถียงแบบฝรั่งแต่อย่างใด ที่จะเป็นการพูดถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนของ “เผ่าพันธุ์” (Race) อย่างชาวตะวันตกผิวขาว ผมทอง ตาสีฟ้า กับคนดำแอฟริกา แอฟริกัน-อเมริกัน หรือการเรียกเหยียดชาวเอเชีย ว่าพวกตาตี่ผิวเหลือง พูดอะไรกันชิ้งฉ่องชิ้งฉ่อง ทำนองนี้ไปเลย

หากคนไทยจะพูดเหยียดผิวจริงๆแบบฝรั่ง ก็จะเป็นในลักษณะเดียวกัน คือการพูดถึงคนผิวดำ ที่คนรุ่นเก่าๆยังใช้คำว่าพวก “นิโกร” หรือแต่ก่อนที่จะเรียกเด็กลูกครึ่ง พ่อเป็นแอฟริกัน–อเมริกัน แม่เป็นไทยว่าพวก “ข้าวนอกนา” อย่างนี้เป็นต้น ไม่ใช่การเถียงเรื่องความ ขาวความดำ.

ตุ๊ ปากเกร็ด

ต้านนายกฯ ปากไว

Published มกราคม 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559775

โดย ตติกานต์ เดชชพงศ 9 ม.ค. 2559 05:01

 

ข่าวร้ายรับต้นปีที่จะส่งผลให้สถานะ “ผู้อพยพ” ในยุโรปคลอนแคลนได้ง่ายๆ เกิดจากสถิติคดีลวนลามและลักทรัพย์ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในเมืองโคโลญของเยอรมนีมีจำนวนเกือบ 100 คดี โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้การตรงกันว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มผู้ชายที่มีลักษณะคล้าย “ชาวอาหรับ” และ “ชาวแอฟริกาเหนือ” ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับผู้อพยพที่ล่องเรือหนีภัยสงครามและปัญหาเศรษฐกิจมายังประเทศแถบยุโรปเป็นจำนวนมหาศาลช่วงปีที่ผ่านมา

แม้ตำรวจจะยังไม่อาจสรุปสำนวนได้สักคดี แต่พรรคฝ่ายค้านในเยอรมนีที่ต่อต้านผู้อพยพก็ออกมาตีปี๊บขยายผลทันทีว่าคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผู้อพยพที่รัฐบาลนางแองเกลา แมร์เคิล รับมาดูแล ทำให้ตำรวจเมืองโคโลญออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปตัวผู้กระทำผิดขนาดนั้น เพราะการสอบสวนคดีค่อนข้างยาก เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก และไม่มีกล้องวงจรปิดในพื้นที่สาธารณะ

ด้านนางเฮนเรียตต์ รีเกอร์ นายกเทศมนตรีหญิงของเมืองโคโลญ ซึ่งออกคู่มือปฏิบัติตัวแก่สตรีชาวเยอรมันหลังเกิดเหตุ แนะนำให้สตรีอยู่ห่างจากระยะเอื้อมมือถึงเมื่อต้องเข้าใกล้กลุ่มผู้ชายหรือบุคคลน่าสงสัย ทำให้นางรีเกอร์ถูกโจมตีอย่างหนักว่าปัดความรับผิดชอบ และพยายามทำให้ผู้ถูกละเมิดเป็นฝ่ายผิดเพราะไปอยู่ในที่เกิดเหตุเอง

อันที่จริงนางรีเกอร์เป็นหนึ่งใน “ผู้ถูกกระทำ” เช่นกัน เพราะหลังชนะเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมื่อเดือน ต.ค.2558 นางรีเกอร์ถูกผู้ต่อต้านนโยบายรับผู้อพยพบุกใช้มีดแทงคอบาดเจ็บขณะอยู่กลางตลาดต่อหน้าคนหมู่มากมาแล้ว ทำให้มีผู้ติงว่านางรีเกอร์น่าจะเข้าใจดีว่าเหตุร้ายเกิดขึ้นได้ฉับพลัน และหากป้องกันไม่ได้ก็ต้องหาตัวผู้ทำผิดมารับโทษ เพื่อให้ผู้ถูกละเมิดได้รับความเป็นธรรม ทั้งยังเกิดความกระจ่างและช่วยกำจัดอคติแบบ “เหมารวม” ระหว่างผู้ทำผิดจริงกับผู้อพยพที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่คนอื่นๆ.
ตติกานต์ เดชชพงศ

 

งานคนแก่ของ “มูรากามิ”

Published มกราคม 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559243

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 8 ม.ค. 2559 05:01

 

ภาพ : AP

หลังจากที่ห่างหายการแสดงงานในประเทศ ตัวเองถึง 14 ปี ตั้งแต่ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ทิ้งไว้ เกี่ยวกับหายนะพลังงานนิวเคลียร์และคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อ พ.ศ.2554

มร.ทากาชิ มูรากามิ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็ลองเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ กลับมาคราวนี้ ศิลปินแนวป๊อป อาร์ต สายเปรี้ยวหลุดขอบ จนได้ชื่อว่า “แอนดี้ วอร์โฮล แห่งญี่ปุ่น” ซึ่งพอหมดงานภัยพิบัติโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะนั่นเสร็จ ก็พยายามควานหาแรงดลใจที่แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความฉิบหายอย่างมาก เพื่อที่จะนำมาถ่ายทอดหวังเยียวยารักษาแผลใจ

งานศิลปะการจัดวางนี้ชื่อว่า “500 พระอรหันต์” The 500 Arhats ที่ตีความให้คนแก่อยู่ในร่างพระอริยสาวกพระพุทธเจ้าที่แตกต่างกัน ณ พิพิธภัณฑ์ โมรี อาร์ต ในกรุงโตเกียว สะท้อนถึงสังคมสูงวัยที่กำลังขยายเติบโตอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

“นี่คือตัวตนของญี่ปุ่นเอง ยุคสมัยต่อไป ผมเองก็จะเป็นปู่ ผลงานด้านศิลปะที่ออกมาจึงมักสะท้อนให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ที่ผิดๆ เพี้ยนๆ อย่างเหลือหลายของสังคมชาวญี่ปุ่น”

สภาพพิกลพิการทั้งในเรื่องของสังขาร ให้เห็นบุคลิกภาพและจิตวิญญาณแสนบิดเบี้ยวของคนชราช่วงหลังผ่านพ้นภัยพิบัติในประเทศ ปรากฏเป็นจิตรกรรมฝาผนังความยาวตลอดระยะทางเดินทั้งสิ้น 100 ม. เห็นทั้งไฟที่โหมไหม้ดั่งบ้าคลั่ง เบื้องบนเป็นท้องฟ้าแห่งจักรวาลที่ระยิบระยับเป็นหย่อมๆ ท่าโจมตีของมังกรที่คดงอ ถัดไปก็เป็นโขลงช้างและเสือขาว รวมๆกับภาพคนแก่ละลานตาในลักษณะรูปร่าง-ขนาดที่ไม่เหมือนกัน พุงพลุ้ยบ้าง หัวล้านหัวเถิกบ้าง และรอยยับย่นบนหน้าผากบ้างอยู่เต็มไปหมด

แต่ไม่ว่ายังไง มูรากามิ ก็มักจะแนะนำคนที่เข้าไปดูงานของเขาว่า เก็บแรงไว้กับเรื่องความเชื่อทางศาสนาซัก 30% ที่เหลือก็ปลดปล่อย หลงระเริงท่องเที่ยวชมอย่างสุขสบาย

เพราะสิ่งเดียวที่มูรากามิต้องการสะท้อนแนวความคิดมาตลอด ก็คือ “ความหมายของความไร้แก่นสารในความหมาย” The Meaning of the Nonsense of the Meaning หรือการไม่ต้องพยายาม หรือคิดตีความหาความหมายในผลงานของเขา อันเป็นวิทยานิพนธ์หัวข้อเรื่องที่เขาทำสมัยเรียน ป.เอก นะเอง.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

 

ลุยงานยาก!

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558729

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 7 ม.ค. 2559 05:01

 

หลังกลับจากหยุดพักผ่อนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับครอบครัวที่รัฐฮาวาย ได้ชาร์จแบตเตอรี่เติมพลังอย่างเต็มที่ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ บอก “เครื่องร้อน” พร้อมทำงานในปีสุดท้ายของวาระดำรงตำแหน่งและจัดการภารกิจ (สำคัญ) ที่ยังค้างคาบนโต๊ะ

งานภารกิจ (สำคัญ) ที่ว่าก็คือความพยายาม “ควบคุมอาวุธปืน”

โอบามาแถลงผ่านรายการวิทยุรายสัปดาห์ช่วงวันปีใหม่ว่า มีเหยื่อเสียชีวิตจากเหตุรุนแรงจากอาวุธปืนนับหมื่นคนในสหรัฐฯ นับแต่ร่างกฎหมายมุ่งให้ขยายขอบเขตตรวจสอบประวัติภูมิหลังผู้ซื้อปืน ถูกสกัดหยุดชะงักเมื่อ 3 ปีก่อน และมีแผนจะใช้อำนาจฝ่ายบริหารในฐานะประธานาธิบดีเร่งกระบวนการให้ได้กฎหมายควบคุมอาวุธปืน เพราะสภาคองเกรสไม่ได้ใส่ใจแก้ปัญหา

ผู้นำสหรัฐฯยังยอมรับด้วยว่า การที่ไม่สามารถโน้มน้าวสภาคองเกรสสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายอาวุธปืนแบบพื้นๆ (ที่ดูไม่น่าจะเข้มงวดอะไรเกินไป) คือความน่าผิดหวังมากที่สุดของการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

และหลังพูดคุยกับ รมว.ยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงอื่นๆเสร็จสรรพเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ได้มาตรการตามที่ตั้งใจไว้และจะประกาศในวันอังคารนี้ (ซึ่งคุณๆ ท่านๆน่าจะพอรู้บ้างแล้ว เพราะเขียนต้นฉบับล่วงหน้า) และน่าจะพูดเน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้งในการแถลงผลงานและนโยบายประจำปีในสัปดาห์หน้า พร้อมยืนยันอยู่ในขอบข่ายอำนาจทำได้และไม่ได้ละเมิดบทบัญญัติแก้ไขรัฐ– ธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ให้สิทธิ์ชาวอเมริกันถือครอบครองอาวุธปืนได้

แน่นอนว่ากระแสต่อต้านก็มีตามมาทันที ขั้วการเมืองฝ่ายรีพับลิกันก็ดาหน้าออกมา ค้านถ้วนหน้า และบอกจะยกเลิกมาตรการเหล่านี้ ในวันแรกเลย ถ้าชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีช่วงปลายปีนี้ เพราะข้อเสนอควบคุมอาวุธปืนถูกนำเข้าสู่การพิจารณาอภิปรายในวุฒิสภาและถูกปฏิเสธตีตกไปแล้ว จะหยิบยกขึ้นมาดำเนินการต่ออีกคงไม่ได้

คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าความพยายามเฮือกสุดท้าย (ในวาระดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ) ของนายโอบามาจะเดินหน้าต่อไป ได้มากน้อยแค่ไหน.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

 

อากาศยากคาดเดา

Published มกราคม 6, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558165

โดย แม่ลูกจันทร์ 6 ม.ค. 2559 05:01

 

ช่วงปีที่แล้วลากยาวถึงปีนี้ 2559 เกือบทุกภูมิภาคของโลกต่างได้รับผลกระทบปรากฏการณ์ธรรมชาติแปรปรวน “เอล นินโญ” มากบ้างน้อยบ้างตามสภาพภูมิศาสตร์…

ปรากฏการณ์ “เอล นินโญ” หรือความหมายเข้าใจง่ายน่าจะหมายถึง วัฏจักรร้อนเย็นของอุณหภูมิ อากาศและกระแสน้ำ จะเกิดขึ้นทุกๆ 2 ถึง 7 ปี…

จากที่คาดหมายกันว่าปรากฏการณ์ “เอล นินโญ” รอบล่าสุดนี้จะแผ่วลงตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว แต่สถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก ดูเหมือน “เอล นินโญ” ยังไม่อยากจากไปง่ายๆ

สอดคล้องกับข้อมูลองค์การนาซาของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 29 ธ.ค. ระบุตลอดช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้ หมายถึงช่วงปีใหม่ ม.ค.ถึงราว มี.ค.ของปีวอก สหรัฐอเมริกาจะยังได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอล นินโญอย่างต่อเนื่อง….

ห้วงเวลาปีที่แล้ว 2558 สหรัฐอเมริกาและอังกฤษกับอีกหลายประเทศทั่วโลก ต่างเผชิญสภาพอากาศไม่ปกติในช่วงฤดูหนาว หลายพื้นที่น้ำท่วม เกิดทอร์นาโดและสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว หลายพื้นที่อากาศหนาวและยังมีฝนตกน้ำท่วม หลายพื้นที่รวมถึงมหานครนิวยอร์กสภาพอากาศไม่หนาวเหมือนเคย ไม่มีหิมะในช่วงฤดูหนาว

ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงพัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกแบบเต็มๆ พื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนียจากแห้งแล้งจัด เกิดไฟไหม้ป่า กลายมาเป็นฝนตกหนักและมีคำเตือนภัยระวังน้ำท่วมเกิดดินโคลนถล่ม เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าและกระแสลมแรง

อ่างเก็บน้ำจากแห้งขอดได้รับการเตือนให้เตรียมความพร้อมเรื่องความมั่นคงแข็งแรง เพราะผลกระทบจากน้ำไหลบ่าอาจรุนแรงมากเหมือนพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปีและแม่น้ำโอไฮโอในรัฐมิสซูรี อิลลินอยส์และเคนตักกีเผชิญภัยน้ำท่วมกลางฤดูหนาว

ปรากฏการณ์ “เอล นินโญ” ครานี้ยังก่อผลกระทบเกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ในกลุ่มชาติละตินอเมริกา ตั้งแต่ปารากวัย อาร์เจนตินา อุรุกวัยและบราซิล

ซีกโลกเหนือกลับไม่หนาวเย็นเพราะลมอุ่นจากกระแสน้ำในมหาสมุทรพัดดันขึ้นเหนือจนก่อเกิดฝนตกและอากาศอุ่น ถึงขนาดสถานที่เล่นสกีบางแห่งของฝรั่งเศสต้องนำเข้าหิมะจากที่อื่นมากถึงกว่า 100 ตัน ส่งทางเฮลิคอปเตอร์มาเติมเต็มลานสกี การแข่งขันสกีหิมะรายการระดับโลกได้รับผลกระทบต้องเลื่อนการแข่งขันหรือเปลี่ยนสนามแข่งขัน

ชาติเขตร้อนแถบเอเชียสภาพอากาศดูเหมือนหนาวร้อนปกติ แต่แล้งร้อนปีนี้มีลุ้นสถานการณ์จะเลวร้ายมากน้อยแค่ไหน…..

อานุภาพ เงินกระแชง

 

เมื่อชีวิตพลิกผัน

Published มกราคม 6, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557809

โดย ยูเรนัส 5 ม.ค. 2559 05:01

 

น่ายินดีกับโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ดารานักแสดงชาวอเมริกัน ซึ่งมีผลงานภาพยนตร์เรื่องโด่งดังและเป็นหนังทำเงินอย่างมหาศาล “ไอรอน แมน” (ใช้ชื่อไทยว่า มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) และ “ดิ อเวนเจอร์ส” เนื่องจากในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หนุ่มใหญ่อย่างดาวนีย์ จูเนียร์ วัย 50 ปี ได้รับการอภัยโทษจากนายเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่คดีใหม่ที่เขาก่อขึ้น

แต่เป็นคดีที่ติดตัวดาวนีย์ จูเนียร์มาตั้งแต่ปี 1996 เมื่อ 19 ปีก่อน กระนั้นการอภัยโทษคราวนี้ ทางการไม่ได้เลือกปฏิบัติให้กับดาราคนดังเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะในวันเดียวกัน ได้มีการอภัยโทษให้กับสามัญชนคนอื่นๆที่มีคดีติดตัวจำนวน 91 รายด้วยกัน

ดังนั้นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียจึงอยากให้โอกาสบุคคลเหล่านี้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมคนในวงการบันเทิง เช่น ดารา, นักร้องหรือแม้แต่วงการนายแบบและนางแบบจึงมักมีการใช้ยาเสพติดให้ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ตามข้อสันนิษฐานเบื้องต้น การที่บุคคลเหล่านี้มีชื่อเสียงและมีรายได้ดี จึงสามารถหาซื้อยาเสพติดมาใช้ได้โดยง่าย

แต่นั่นเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน เพราะไม่ใช่ดารา, นักร้องหรือนางแบบ, นายแบบทุกคนซะหน่อยที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด หนำซ้ำดารานักร้องบางคนยังลุกขึ้นมาเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมด้วยการไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด

พูดถึงอดีตของดาวนีย์ จูเนียร์นั้น บอกตามตรงว่าชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตอนแรกที่เข้าวงการแสดงช่วงเป็นเด็กกระทั่งวัยรุ่นก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมอยู่หรอก เพราะติดตามพ่อซึ่งเป็นผู้กำกับฯและนักเขียนบทไปที่กองถ่ายบ่อยๆจึงซึมซับวิชาการแสดงจากประสบการณ์ในวัยเยาว์ เขามีผลงานการแสดงเรื่อยมาจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากผลงานเรื่อง ชาร์ลี แชปลิน ราวปี 1992

หลังจากนั้นก็ไปมีผลงานทางทีวีด้วย ชีวิตเกือบจะดีแล้วเชียว แต่ช่วงระหว่างปี 1996-2001 เขากลับถูกจับและมียาฯในครอบครองหลายอย่าง เช่น โคเคน, เฮโรอีนและกัญชา จนต้องเข้ารับการบำบัดด้านยาเสพติดหลายครั้ง ประกอบกับมีข่าวว่า เขามีปัญหาระหองระแหงกับภรรยาคนแรก ตอนนั้นใครๆก็ส่ายหน้าเมื่อพูดถึง ดาวนีย์ จูเนียร์ ซึ่งมีฝีมือด้านการแสดงแต่กลับติดยา! แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริงเมื่อเขาตั้งใจกลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง และกลายเป็นดาราในหนังทำเงินที่หลายคนจำได้ในบทไอรอน แมน ด้านชีวิตส่วนตัวก็ผาสุขกับภรรยาและลูก 2.

ยูเรนัส

 

ปณิธานวันปีใหม่

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557479

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 4 ม.ค. 2559 05:01

 

สวัสดีปีใหม่ ลาก่อนปีแพะ เริ่มต้นปีลิงครับ…แน่นอนว่าในห้วงเวลาแห่งความสุขนี้ หลายท่านคงจะมีความตั้งอกตั้งใจจะทำปีนี้ให้เป็นปีที่ดีกว่า 365 วันที่ผ่านมา

เหมือนเวลาดูหนังฝรั่ง ก็จะเห็นพระเอกนางเอกตั้ง “ปณิธาน” หรือที่เรียกว่านิวเยียร์-เรโซลูชั่นส์ ว่าปีนี้ฉันจะทำอย่างนี้ให้ได้ กำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง เช่นลดน้ำหนัก ออมเงิน ซื้อรถ หรืออื่นๆอีกมากมาย

แต่ปัญหา (ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ) พอเวลาผ่านไปแรงบันดาลใจเหล่านั้นก็จะหดหายลงไปด้วยปัจจัยต่างๆในชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามา คำถามคือแล้วจะทำเช่นไรล่ะให้สปิริตของเราคงเส้นคงวาไปตลอด

กรณีนี้บทความสุขภาพของเว็บไซต์เฮลธ์ดอทคอม ได้ให้ข้อเสนอแนะที่อ้างอิงจากนักวิชาการด้านสุขภาพและจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยต่างๆของสหรัฐฯอันน่าสนใจ โดยระบุว่าประการหลักแรก หลังจากจดรายละเอียดปณิธานของเราเป็นข้อๆแล้ว ให้เลือกว่าข้อไหนที่เราสนใจที่สุด และคิดว่าสามารถทำให้สำเร็จได้ และจากนั้นก็อย่าปล่อยให้ความล้มเหลวมาฉุดตัวเรา จงตั้งใจทำต่อไป

ประการต่อมาให้คิดด้วยว่าข้อที่เราอยากจะทำนั้น เราจะภูมิใจมากน้อยแค่ไหนหากทำสำเร็จภายในปีนี้ ถ้าคำตอบคือก็งั้นๆ จงทิ้งมันไปเสีย และตั้งปณิธานข้อใหม่อื่นๆอีก ที่สำคัญให้คิดแบบภาพรวมใหญ่ ไม่จำเป็นต้องไปกำหนดถึงขนาดปีนี้ฉันจะลดน้ำหนัก 10-15 กิโลกรัม จะเก็บเงินให้ได้ 3 แสนบาท เอาแค่ว่าฉันจะมีสุขภาพที่ดี หรือมีความมั่นคงทางการเงินเช่นนี้ก็พอ

ประการที่สาม ลดความเข้มงวดกับตัวเองเป็นครั้งคราว อย่างเดือนนี้จะออมเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ก็อาจจะลดเหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ หรือตารางชีวิตในช่วงนี้มันแน่นเกินไปก็ลดลงบ้าง ตราบใดที่การตัดสินใจนั้นไม่ไปทำลายเป้าหมายปณิธานหลักของเรา

ประการที่สี่ จงแน่วแน่กับการทำงาน ได้หรือคิดโปรเจกต์อะไรมาจงตั้งมั่นทำให้สำเร็จให้เร็วที่สุด อย่าเพิ่งไปวอกแวกกับสิ่งรอบข้างอย่างดูอีเมล เช็กโพสต์เครือข่ายสังคม เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพทางความคิดของเราลดลงไปในขณะนั้น และจากการวิจัยพบว่าจะต้องใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 16 นาที สติถึงจะกลับมา

และประการหลักที่ห้า หาเวลาตอบแทนตัวเองบ้าง คิดอะไรไว้ก็จงทำ แม้จะเป็นการเดินเล่นในสวนสาธารณะแค่ 10 นาทีก็ตาม อย่าไปยกเลิกมันเด็ดขาด

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือสิ่งขุ่นข้องหมองใจต่างๆที่เริ่มหมักหมม จงระบายมันออกไป ไม่ว่าจะกับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องสมาชิกครอบครัว มิฉะนั้นมันจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายอย่างแน่นอน.

ตุ๊ ปากเกร็ด

 

ขุมทรัพย์โบราณ

Published ธันวาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554886

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 28 ธ.ค. 2558 05:01

 

คอลัมน์ “หน้าต่างโลก” ส่งท้ายปี 2558 ฉบับนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง เงินไหลกอง ทองไหลมา มีความสุขฉลองเทศกาลปีใหม่กันถ้วนหน้าครับ

พูดถึงเรื่องเงินทองแล้ว โลกเรานี้ก็ยังมีทรัพย์สมบัติซุกซ่อนอยู่เต็มไปหมดจริงๆ อย่างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จีนก็เพิ่งยิ้มแก้มปริไป หลังนักโบราณคดีที่ทำการสำรวจสุสาน “ราชวงศ์ ฮั่น” อายุ 2,000 ปี ในเมืองหนานฉาง มณฑลเจียงซี ทางภาคตะวันออกของประเทศ ค้นพบกรุขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล ทั้งเครื่องสัมฤทธิ์ ทอง และหยก

โดยเฉพาะทอง มีทั้งในรูปแบบเหรียญ และแผ่นทอง ถึง 378 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ในห้องสุสานขนาดโอฬาร กินพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร เหรียญแต่ละเหรียญมีน้ำหนัก 250 กรัม ส่วนแผ่นทองมีขนาดความยาว 22 เซนติเมตร กว้าง 10 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ยังเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น นักประวัติศาสตร์จีนระบุว่าห้องที่พบสมบัติยังไม่ใช่ห้องสุสานหลักเสียด้วยซ้ำ และในประวัติศาสตร์จดบันทึกของราชวงศ์ฮั่นยังเผยด้วยว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ราชวงศ์ได้ฝังทองในสุสานถึง 100,000 กิโลกรัม และยังมีอีก 50,000 กิโลกรัม ที่ได้มอบปูนบำเหน็จแก่นายพลกองทัพ ซึ่งไม่ทราบว่านายพลผู้นั้นนำไปใช้จ่าย หรือเก็บซุกซ่อนไว้ที่ไหน

ลองคำนวณเล่นๆ ว่าถ้าค้นพบทั้งหมดจะเป็นมูลค่าเท่าไร ปัจจุบันราคาทองต่อกิโลกรัม ตกอยู่ที่ประมาณ 34,654 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.21 ล้านบาท ถ้า 1 แสนกิโลกรัม ก็จะมีราคา 3,465 ล้านดอลลาร์ หรือสูงถึง 121,275 ล้านบาทเลยทีเดียว

เช่นเดียวกับข่าวเมื่อต้นเดือน ธ.ค.นี้ นักสำรวจก็เพิ่งค้นพบหนึ่งในตำนานขุมทรัพย์ที่สูญหายไปเป็นเวลากว่า 300 ปี ซากเรือ “ซาน- โฮเซ” เรือรบชั้นแกลเลียนกองทัพเรือสเปน ยุคล่าอาณานิคมสมัยพระเจ้าฟิลิปที่ 5 ที่เล่าขานต่อๆมาว่าขนทรัพย์สมบัติ ทั้งทอง เงิน และของมีค่าเพชรนิลจินดา มุ่งหน้าออกจากฝั่งในอเมริกาใต้ เตรียมกลับประเทศ แต่ถูกกองทัพเรืออังกฤษดักยิงจม บริเวณหมูเกาะเดล โรซาริโอ นอกชายฝั่งโคลอมเบีย ปี พ.ศ.2251

แม้จะยังไม่ได้ส่งทีมดำนํ้าลงไปที่ตัวเรือ แต่เชื่อกันว่าในซากปรักหักพังนั้น จะมีสมบัติคิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 350,000 ล้านบาท ซึ่งงานนี้คนที่ยิ้มแก้มปริ เช่นกัน คงจะเป็นรัฐบาลโคลอมเบีย เนื่องจากในช่วงปี พ.ศ.2523 เคยมีบริษัทสำรวจของสหรัฐฯ อ้างว่าค้นพบ ก่อนที่จะล้มเลิกการดำเนินการต่อ เพราะศาลสหรัฐฯฟันธงว่าสมบัติทั้งหมดต้องเป็นของรัฐบาลโคลอมเบีย

เอาเข้าจริงบ้านเราก็น่าจะสำรวจเยอะๆ อย่าลืมว่าแต่ก่อนเรามีวิธีฝากเงินด้วยการใส่ไหฝังดิน เผลอขุดสวนหลังบ้านอาจจะเจอแจ็กพอตก็ได้ใครจะไปรู้!?

ตุ๊ ปากเกร็ด

 

สายการบิน “ฮาลาล”

Published ธันวาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554074

โดย ตติกานต์ เดชชพงศ 26 ธ.ค. 2558 05:01

 

นับตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรมที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ทำให้มีการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ อย่างเข้มงวดทั่วโลก โดยเฉพาะระบบขนส่งคมนาคมที่คนจำนวนมากใช้บริการในแต่ละวัน

เครื่องบินพาณิชย์เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ถูกขู่วางระเบิดไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้การรักษาความปลอดภัยของสายการบินทั่วโลกทวีความเข้มงวดกวดขันขึ้น และกลุ่มชาวมุสลิมจำนวนมากตกเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องถูกตรวจค้น “อย่างละเอียด” จนบางครั้งมีผู้ร้องเรียน ว่าถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

กระแสดังกล่าวสอดคล้องกับการสร้างธุรกิจตอบสนองกลุ่มชาวมุสลิมขึ้นมาเป็นตัวเลือกใหม่ โดยเมื่อ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวสายการบิน Rayani Airline บนเกาะลังกาวี รัฐเกดะห์ของมาเลเซีย ซึ่งประกาศตัวเป็นสายการบิน “ฮาลาล” ไม่มีสิ่งใด “ต้องห้าม” หรือขัดต่อกฎบัญญัติของศาสนาอิสลาม ทำให้ชาวมุสลิมมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้น

รายานีแอร์ไลน์โฆษณาว่าจะเสิร์ฟแต่อาหารฮาลาลให้แก่ผู้โดยสาร จึงไม่มีเมนูใดทำจากเนื้อหมู และไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆให้บริการ ส่วนแอร์โฮสเตสที่เป็นชาวมุสลิมจะสวมผ้าฮิญาบคลุมศีรษะเรียบร้อย ขณะที่ผู้โดยสารสามารถทำละหมาดบนเครื่องบินได้ ซึ่งอาจถือเป็นจุดขายสำคัญที่แตกต่างจาก
สายการบินอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม รายานีแอร์ไลน์เป็นสายการบิน “ในประเทศ” ซึ่งขณะนี้ยังให้บริการเฉพาะในมาเลเซีย ทั้งยังมีเครื่องบินโบอิ้ง 787-400 ให้บริการอยู่เพียง 2 ลำ จึงบรรทุกผู้โดยสารได้แค่ครั้งละประมาณ 180 ราย ขณะที่นักบินและลูกเรือมีจำนวนคร่าวๆ 50 คน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่ก็มีแนวโน้มว่ารายานี แอร์ไลน์อาจเติบโตได้ไม่แพ้สายการบินของประเทศอื่นๆ ที่เป็นรัฐอิสลาม เช่น อิหร่านแอร์, รอยัลบรูไน หรือซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์

ส่วนผู้โดยสารต่างศาสนาก็เป็นที่ต้อนรับของสายการบินนี้เช่นเดียวกับชาวมุสลิม แถมยังอุ่นใจได้ด้วยว่าบนเที่ยวบินคงไม่มี “คนเมา” ก่อเหตุอาละวาด และมีความเสี่ยง “ต่ำ” ที่จะตก เป็นเป้าโจมตีของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส)

ตติกานต์ เดชชพงศ

 

%d bloggers like this: