หนี้ยุโรป

All posts tagged หนี้ยุโรป

ธปท.ระบุปัจจัยต่างประเทศ ทำเงินบาทแข็งค่า

Published กรกฎาคม 21, 2011 by SoClaimon

20 กรกฎาคม 2554, 18:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/187844.

Pic_187844

แบงก์ชาติชี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องมีมาตรการรับมือความผันผวนในระบบการเงินโลกใน ระบุบาทแข็งเกิดจากปัจจัยความอ่อนแอของเศรษฐกิจ และปัญหาหนี้สินของสหรัฐ และยุโรป รวมทั้งราคาทองคำที่ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง  …

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ โดยวันนี้ (20 ก.ค.) เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 29.89-29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาจากปัจจัยต่างประเทศ เพราะในช่วงนี้มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่อเนื่อง ทำให้มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าในเอเชียและไทยต่อเนื่อง รวมทั้งราคาทองคำที่แพงขึ้นต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยทำให้มีการขายทองคำออกมามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นด้วย ส่วนปัจจัยในประเทศ ที่คณะกรรรมการการเลือกตั้งรับรอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น ส.ส.นั้น คงเป็นเรื่องรองที่ไม่ใช้ปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญมากนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน และค่าเงินบาทของไทยไม่ได้แข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นๆ ในช่วงนี้ เพราะเมื่อพิจารณาจากดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง (NEER) พบว่า ยังคงอยู่ในระดับเดิมไม่ได้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อข้อถามที่ว่า ในขณะนี้มีปํญหาเรื่องหนี้สาธารณะทั้งในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป และมีความเป็นไปได้ว่า หากสหรัฐฯไม่สามารถตกลงปัญหาเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะ สหรัฐฯ อาจจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง หรือส่งผลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศ นางอัจนา กล่าวว่า เท่าที่ประเมินในขณะนี้ ปัญหาการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐน่าจะมีทางออกที่ดี ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านของสหรัฐฯ เพราะทุกคนรู้ดีว่า ไม่ควรก่อวิกฤตหนี้ขึ้นมา เพราะจะมีผลเสียอาจจะมากกว่าผลดี ขณะที่ในยุโรปนั้น เชื่อว่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเยอรมัน และฝรั่งเศสจะช่วยพยุงเศรษฐกิจสหภาพยุโรปเอาไว้ได้

“ในส่วนนี้ ธปท.ยังไม่ต้องเตรียมมาตรการรองรับอะไรเพิ่มเติมในการรับมือความผันผวนของค่าเงิน จากการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่มาจากปัจจัยลบต่างๆ ในต่างประเทศ หรือมีความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ เป็นประเทศที่พิมพ์เงินได้โดยไม่จำกัดจำนวน ขณะที่เรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะก็น่าจะตกลงกันได้ และที่สำคัญเจ้าหนี้ทั่วโลกที่มีหนี้สินกันในสกุลดอลลาร์ ก็คงไม่ต้องการให้เกิดวิกฤตเพิ่มมากขึ้นจากเรื่องนี้” นางอัจนา กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 กรกฎาคม 2554, 18:35 น.

ส่งออกดีเกินคาด ธปท.จ่อปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่

Published กรกฎาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 17:19 น.

ส่งออกดีเกินคาด ธปท.จ่อปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่.

Pic_187286

ธปท.เตรียมประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้-ปีหน้าใหม่ 22 ก.ค.นี้ ระบุภาคส่งออกปีนี้ขยายตัวดีกว่าที่คาด ขณะที่เศรษฐกิจครึ่งหลังยังขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่ห่วงราคาน้ำมัน และราคาสินค้าพุ่งทะยาน ขณะที่เศรษฐกิจต่างประเทศแย่กว่าที่คิดเล็กน้อย …

วันที่ 18 ก.ค. นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)สายนโยบายการเงิน กล่าวว่า ในการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2554 และปี 2555 ใหม่ ของธปท.ในการรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อฉบับใหม่ ในวันที่ 22 ก.ค.ที่จะถึงนี้นั้น ธปท.จะมีการประเมินภาพใหม่ทั้งเศรษฐกิจในต่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ต้องติดตามปัจจัยในประเทศที่กระทบเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปด้วย โดยเท่าที่พิจารณาในขณะนี้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปียังขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากที่ครึ่งปีแรกที่ขยายตัวได้ดีกว่าที่ ธปท.คาดไว้

ผช.ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น การส่งออกที่ขยายตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีแรก ยังทำให้คาดว่าการส่งออกทั้งปีนี้จะขยายตัวได้สูงกว่าประมาณการเดิมที่ ธปท.ประมาณการไว้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการขยายตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศจี 3 คือ สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า นอกจากนั้น ยังต้องพิจารณาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และราคาสินค้าในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ ธปท. กังวลมากที่สุด

ด้าน นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พบว่า ทั้งปัญหาหนี้สินของสหรัฐ และกลุ่มประเทศยุโรป ยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรงและอยู่ในประมาณการของ ธปท. เพราะในขณะนี้ยังเชื่อว่าปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ที่กำลังเจรจากับสภาคองเกรสเพื่อขอขยายเพดานหนี้นั้น ในที่สุดจะต้องมีทางออกที่ดีได้ เพราะสหรัฐฯก็เข้าใจสถานะดีว่า ปัญหาอาจจะจะกระทบต่อเนื่องไปทั่วโลกได้

“ขณะที่ปัญหาหนี้สาธารณะของสหภาพยุโรป แม้ว่าจะลุกลามมากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่เศรษฐกิจหลัก เช่น กรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และอิตาลี แต่ในส่วนของเยอรมันยังขยายตัวได้ดี ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นค่อยๆ ฟื้นตัวหลังสึนามิ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์หนี้ในยุโรปที่ปะทุขึ้นเป็นระยะๆ จุดโน้นจุดนี้ กระทบให้เกิดความผันผวนของภาคการเงินและค่าเงินบาทของประเทศเราเป็นระยะๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างชาติ” ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 กรกฎาคม 2554, 17:19 น.

เชื่อตั้งรัฐบาลใหม่เร็ว-โฉมหน้าทีมเศรษฐกิจแกร่งดันหุ้นไทยขึ้น

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 22:48 น.

เชื่อตั้งรัฐบาลใหม่เร็ว-โฉมหน้าทีมเศรษฐกิจแกร่งดันหุ้นไทยขึ้น.

Pic_185849

ผู้จัดการตลาดหุ้นบอกหากจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็ว และโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง นโยบายเศรษฐกิจมีความชัดเจน เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย แต่ขณะนี้หุ้นไทยปรับตัวลง ตามความกังวลต่อวิกฤติหนี้ยุโรปที่กำลังลามเข้าอิตาลีกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงถ้วนหน้า

วันที่ 12 ก.ค. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้จะปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงเพราะกังวลกับปัญหาหนี้ยุโรปที่กำลังลุกลามไปอิตาลีที่มีผลกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งจากปัญหาความกังวลวิกฤติหนี้ยุโรปนี้ได้ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนในหุ้น ทั่วโลกไหลออกไปลงทุนในตลาดพันธบัตรจำนวนมาก ทำให้มูลค่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลกเบาบางและปรับตัวลงไปในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่ถือว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลง น้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ เนื่องจากมีปัจจัยบวกด้านการเมือง

อย่างไรก็ตามมองว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็ว และโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งได้รับการยอมรับ และนโยบายเศรษฐกิจมีความชัดเจน น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย และทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาปรับตัวขึ้นได้

นอกจากนี้เม็ดเงินที่ไหลออกไปลงทุนในตลาดพันธบัตรจำนวนมาก จนทำให้ราคาพันธบัตรแพงเกินไปและทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเริ่มไม่จูงใจแล้ว เชื่อว่านักลงทุนจะหันกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเดิมมองว่าจะใช้เวลาไม่นานแต่พอมีความกังวลปัญหาหนี้ยุโรป เงินที่จะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นจึงอาจจะยังชะลออยู่

นายจรัมพรยังเปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทจดทะเบียนมีการระดมทุนในตลาดรองแล้วจำนวน 55,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของตลาดหลักทรัพย์ฯที่ตั้งไว้ปีนี้จะอยู่ที่ 40,000ล้านบาท ขณะที่การเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ (มาร์ เกตแคป)ของหุ้นใหม่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ปีนี้ที่ 100,000ล้านบาท คาดว่าน่าจะทำได้ใกล้เคียงเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันทำได้ที่ 47,000 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการซื้อขายถือว่าเป็นไปตามเป้า มีมูลค่าเฉลี่ยต่อวันประมาณ 30,000 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 22:48 น.

นักลงทุนกังวลปัญหากรีซ ทำบาทอ่อนค่า

Published มิถุนายน 16, 2011 by SoClaimon

15 มิถุนายน 2554, 15:59 น.
นักลงทุนกังวลปัญหากรีซ ทำบาทอ่อนค่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179239

ธปท.เผย เงินบาทอ่อนค่าลงจากเดือนก่อนหน้า 0.53% ส่วนหนึ่งเกิดความไม่มั่นใจของนักลงทุน จากปัญหากรีซถูกลดอันดับความน่าเชื่อ ระบุ เศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ-การแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปและการเมืองภายในประเทศ ยังมีผลต่อเงินบาทให้ผันผวนต่อไปอีกระยะหนึ่ง…

15 มิ.ย. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เงินบาทอ่อนค่าลงในขณะนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ ปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศกรีซ ซึ่งล่าสุดถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์(S&P) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือลดลงมา 3 ขั้นมาอยู่ที่ระดับ “CCC” จากเดิม “B” ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศ โดยหลังจากที่ตลาดการเงินรับทราบข่าวนี้ก็มีผลให้ตลาดการเงินค่อนข้างมากและ ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะค่าเงินในหลายประเทศ รวมทั้งค่าเงินบาท

“ขณะนี้ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาทยังไม่ได้มีปัจจัยใหม่หรือยังคงเป็น ปัจจัยเดิมๆ ซึ่งได้แก่ เศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังมีความเปราะบางในการฟื้นตัว การแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ และสุดท้ายปัญหาการเมืองในประเทศ โดยมองว่าปัจจัยเหล่านี้จะมีผลต่อค่าเงินบาทไปอีกระยะหนึ่ง และทั้ง 3 ปัจจัยเหล่านี้จะมีน้ำหนักต่อค่าเงินบาทมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงจังหวะเวลาที่เกิดปัญหานั้นขึ้นมา และขณะนี้ความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สินของกรีซก็มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเทียบกับ ช่วงที่ผ่านมา”ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน  กล่าว

ทั้งนี้ ประเทศกรีซกลายเป็นปัญหาของกลุ่มประเทศยุโรปไปแล้ว โดยขณะนี้ปัญหากรีซยังไม่จบ แม้จะมีการปรับลดเครดิตจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมาหลายครั้งแล้ว และกรีซเองก็ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร จึงมองว่าประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ กรีซต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้อันดับความน่าเชื่อถือลดลงไปอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้น และลดการถือครองตราสารหนี้ของไทยต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ในประเทศ และนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีเงินทุนต่างประเทศส่วนหนึ่งไหลออกไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า โดยเปิดตลาดเมื่อวานนี้ 15 มิ.ย.ค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอ่อนค่าลง 0.53% เทียบกับเดือนก่อนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มิถุนายน 2554, 15:59 น.
%d bloggers like this: