ส่งออก

All posts tagged ส่งออก

พาณิชย์ลุยโรดโชว์ ตั้งเป้าส่งออกข้าวปี56 เกิน8.5ล้านตัน

Published พฤศจิกายน 6, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/303879

5 พฤศจิกายน 2555, 17:00 น.
Pic_303879

“พาณิชย์” ตั้งเป้าส่งออกปี 56 ได้มากกว่า 8.5 ล้านตัน มูลค่า 5.7 พันล้านเหรียญฯ สูงขึ้นทั้งปริมาณและราคา พร้อมจัดโรดโชว์เน้นขายข้าวเป็นรายชนิดและรายตลาด พร้อมลุยจับมืออาเซียน 5 ประเทศ ร่วมมือค้าข้าวจ่อชง ครม.ไฟเขียว

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกข้าวในปี 56 ไว้ที่ปริมาณ 8.5 ล้านตัน มูลค่า 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายปี 55 ที่คาดว่าจะส่งออกได้ 7.3-7.5 ล้านตัน มูลค่า 4,948 ล้านเหรียญฯ โดยปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 16.44% และ 15.20% สำหรับแผนผลักดันการส่งออกข้าวไทย กรมฯ มีแผนแสวงหาตลาดใหม่ๆ เช่น ประเทศในแอฟริกา อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง เป็นต้น ส่วนตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ เอเชีย แอฟริกา ยุโรป และจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ก็มีแผนในการจัดคณะผู้แทนการค้าไปเยือน ขณะที่การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายประเทศได้แสดงความสนใจที่จะนำเข้าข้าวไทย โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศในภูมิภาคแอฟริกา

นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมและขยายตลาดข้าวที่มีลักษณะพิเศษ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวที่ได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสินเหล็ก เป็นต้น โดยจะประชาสัมพันธ์ข้าวไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้นผ่านสื่อต่างประเทศ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และแมกกาซีน เช่น สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น, ซีเอ็นบีซี, ซีซีทีวีของจีน เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มเผยแพร่ในช่วงเดือน ม.ค.56

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนขยายความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวมากขึ้น โดยจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านตลาดข้าวอาเซียน 5 ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว พม่า เวียดนาม และไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาข้าวโลกให้มีเสถียรภาพ เพิ่มรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนความมั่นคงทางด้านอาหารของอาเซียนและของโลกซึ่งอยู่ระหว่างเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 พฤศจิกายน 2555, 17:00 น.

‘พาณิชย์’ รับไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าว

Published พฤศจิกายน 4, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/303459

3 พฤศจิกายน 2555, 18:19 น.
Pic_303459

พาณิชย์ รับ ยอดส่งออกข้าวในปี 55 จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8.5 ล้านตัน เนื่องจากไทยส่งออกได้น้อยกว่า อินเดีย เวียดนาม ที่ขายในราคาต่ำกว่า แต่ยังมั่นใจ ไทยจะครองแชมป์ด้านมูลค่าส่งออกสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะโฆษกข้าว กล่าวว่า ยอมรับในปีนี้ไทยส่งออกข้าวได้ไม่ถึงเป้าหมาย 8.5 ล้านตัน คาดว่าจะได้เพียง 7.5 ล้านตันเท่านั้น เนื่องจากประเทศอินเดียมีข้าวในสต๊อกจำนวนมาก และส่งออกในราคาที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง แต่หากเทียบในเชิงมูลค่าการส่งออกแล้ว ไทยยังเป็นอันดับหนึ่ง โดยขณะนี้ไทยส่งออกข้าวได้รวม 5.5 ล้านตัน เป็นมูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 18 และเชื่อว่าในปีนี้มูลค่าการส่งออกข้าวของไทยจะไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรัฐบาลเองยังคงมีแผนระบายข้าวอย่างต่อเนื่อง และจะส่งมอบให้กับประเทศคู่ค้า 6 ประเทศ ที่ทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐได้ตามที่กำหนดในสิ้นปีหน้า ซึ่งประเทศไอเวอรี่ โคสต์ คาดว่าจะส่งมอบได้หมดในสิ้นปีนี้ เนื่องจากปริมาณส่งมอบน้อย และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาค้าขายแบบจีทูจีกับอีก 2-3 ประเทศ

ทั้งนี้แม้ว่าอินเดีย และเวียดนามจะส่งออกข้าวในราคาต่ำ ไทยแม้จะส่งออกได้น้อยกว่า แต่ไม่ลดราคาลงไปสู้กับ 2 ประเทศดังกล่าว แต่จะเน้นขายให้กับตลาดที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง และหลังจากนี้จะผลักดันจัดตั้งสมาพันธ์โรงสีข้าว และข้าวอาเซียน เพื่อร่วมมือกับวงการข้าวทุกภาคส่วน ในการพัฒนาคุณภาพ  และสร้างมาตรฐานข้าวของอาเซียน ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งคาดว่าการร่วมมือนี้จะสามารถยกระดับราคาข้าวในตลาดโลกได้ และจะไม่เกิดการตัดราคาสู้กันอย่างที่ผ่านมา และจะใช้คุณภาพข้าวไทยเป็นเกณฑ์ในการวัดเกรดคุณภาพข้าวด้วย

ด้าน นายมานัส กิจประเสริฐ ว่าที่นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า จะเดินหน้าการจัดตั้งสมาพันธ์โรงสีข้าวอาเซียน ต่อจากนายกคนเก่าที่หมดวาระการทำงานลง โดยมั่นใจว่า โรงสีข้าวไทยมีความแข็งแกร่ง และเป็นที่หนึ่ง ของอาเซียน เนื่องจากมีเทคโนโลยีในการสีข้าวที่ทันสมัยกว่าประเทศอื่นๆ และมีแนวคิดว่าอาจจะจัดตั้งเขตนิคมสำหรับโรงสีในบริเวณชายแดนเพื่อรับข้าว จากประเทศในอาเซียนมาสี และส่งออก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 3 พฤศจิกายน 2555, 18:19 น.

พาณิชย์รับส่งออกข้าวต่ำกว่าเป้าล้านตัน ฝันปีหน้ายอดทะลุเป้าแน่นอน

Published ตุลาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/301062

25 ตุลาคม 2555, 00:29 น.
Pic_301062

พาณิชย์ ยอมรับปีนี้ไทยส่งออกข้าวได้แค่ 7.5 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายเดิม 8.5 ล้านตัน ยันแม้ปริมาณต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ราคาสูงกว่ามาก ส่วนปีหน้า คาดส่งออกได้มากกว่า 8.5 ล้านตัน เหตุมีข้าวจีทูจีที่จะต้องส่งมอบ 5 ล้านตัน…

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยว่า ในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค.55 ไทยส่งออกได้แล้ว 5.2 ล้านตัน แต่มูลค่าสูงถึงกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เวียดนาม และอินเดีย แม้จะมีปริมาณส่งออกสูงกว่าไทยในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ราคาต่ำกว่าข้าวไทยมาก โดยเวียดนาม ส่งออกได้ 5.9 ล้านตัน มูลค่าเพียง 2,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอินเดีย ส่งออกได้ 5.6 ล้านตัน มูลค่า 2,990 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉลี่ยราคาข้าวไทยสูงกว่าของเวียดนามถึง 30% และสูงกว่าของอินเดีย 14.6%

“แต่ยอมรับว่า ปีนี้ทั้งปีไทยจะส่งออกข้าวได้ประมาณ 7.5 ล้านตัน จากเป้าหมายเดิมที่ 8.5 ล้านตัน โดยในปริมาณ 7.5 ล้านตันเป็นข้าวที่ส่งออกแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 1.7-1.8 ล้านตัน” นายฑิฆัมพร  กล่าว

ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 8.5 ล้านตัน เพราะมีสัญญาจีทูจีที่จะต้องส่งมอบอีกกว่า 5 ล้านตันภายสิ้นในปีหน้า แต่หากส่งมอบไม่ทัน ก็อาจขยายระยะส่งมอบไปในปีต่อไปได้ นอกจากนี้ คาดว่าผลผลิตข้าวของเวียดนามจะลดลง จากปัญหาภัยแล้ง และอินเดีย มีแนวโน้มลดการส่งออกข้าวลง เพราะมีปัญหาเรื่องการส่งมอบไม่ทันตามกำหนด ขณะที่ผลผลิตข้าวไทยยังเป็นปกติ และยังไม่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง ดังนั้น ด้านการตลาดข้าวไทยไม่มีปัญหา และคาดว่าจะระบายสต๊อกรัฐบาลได้แน่นอน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 25 ตุลาคม 2555, 00:29 น.

‘กิตติรัตน์’ยอมรับส่งออกข้าวช้ายันได้ราคาดี

Published ตุลาคม 11, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/297578

11 ตุลาคม 2555, 00:51 น.
Pic_297578

“กิตติรัตน์” เมินนักวิชาการค้านจำนำข้าว ยอมรับส่งออกข้าวในปีนี้ล่าช้าไปบ้าง แต่ราคาส่งออกข้าวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รายได้เกษตรกรสูงขึ้น เล็งหาวิธีทำงานร่วมกับชาวนาเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า ตนอยากจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้ และแม้ว่าจะมีความเห็นของนักวิชาการในการคัดค้านโครงการจำนำข้าวเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลยังยืนยันว่าโครงการจำนำข้าวเป็นโครงการที่ดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น จากการบริหารอุปทาน แม้ว่าการส่งออกข้าวในปีนี้จะดูว่าล่าช้าไปบ้าง แต่จะเห็นว่าราคาส่งออกข้าวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรสูงขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นหลักการในการทำงานของทุกรัฐบาล โดยการบริหารจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเป็นเรื่องที่จำเป็น และมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการได้

“คนทั่วไปอาจจะต้องบริโภคข้าวที่แพงขึ้นบ้างจากราคาข้าวที่เพิ่มขึ้น แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ เพราะราคาข้าวที่สูงขึ้นก็คือ รายได้ของชาวนาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปกติคนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีรายได้มากมายอะไร”

ทั้งนี้ รัฐบาลจะทำงานร่วมกับชาวนาให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มเติมผลผลิตข้าวและเพิ่มคุณภาพข้าว รวมทั้งหาทางเพิ่มผลผลิตต่อไรมากขึ้น และจะมีการขยายพื้นที่ชลประทานเพื่อให้ชาวนาในพื้นที่ต่างๆ ปลูกข้าวได้หลายครั้งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่นาดอนบางพื้นที่จะหาทางลดพื้นที่นาลง โดยสนับสนสุนให้ไปปลูกพืชอาหารและพืชพลังงาน เช่น อ้อย แทน เนื่องจากมีราคาสูงกว่าการปลูกข้าวในพื้นที่ดังกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 ตุลาคม 2555, 00:51 น.

‘บุญทรง’ พอใจผลงาน1ปี ยันไทยไม่เสียแชมป์ส่งออกข้าว

Published กันยายน 13, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/290592

12 กันยายน 2555, 17:07 น.
Pic_290592

“บุญทรง” โอ่ผลงานรอบ 1 ปี ขายข้าวสต๊อกรัฐไม่ขาดทุน เดินหน้าจำนำต่อเนื่อง เหตุยกระดับรายได้-คุณภาพชีวิตเกษตรกรได้จริง ส่วนส่งออก ไม่ปรับเป้า แต่จะดันให้โตมากที่สุด

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการแถลงผลงานกระทรวงพาณิชย์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาว่า การระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลที่หลายฝ่ายโจมตีว่าไม่โปร่งใส และทำให้รัฐบาลขาดทุนจำนวนมากนั้น ขอยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ขาดทุนมากอย่างที่ถูกกล่าวหา และมั่นใจว่า ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหน้า กระทรวงพาณิชย์จะสามารถขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 54/55 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 55 คิดเป็นเงินที่จะนำมาคืนรัฐบาลได้ไม่ต่ำกว่า 260,000 ล้านบาท จากงบประมาณที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทั้ง 2 ฤดูกาล ประมาณ 280,000 ล้านบาท

รมว.พาณิชย์ กล่าวยืนยันว่า ในปีนี้ไทยจะยังคงรักษาแชมป์ผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกไว้ได้แน่นอน ด้วยปริมาณที่ไม่ต่ำกว่า 8.5 ล้านตัน ขณะที่อินเดียในปีนี้ตั้งเป้าส่งออกไว้ที่ 8 ล้านตัน เวียดนาม 7 ล้านตัน อีกทั้งในด้านมูลค่าไทยยังคงเป็นแชมป์มูลค่าการส่งออกข้าวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยขายได้มากกว่าตันละ 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่คู่แข่งอื่น ทั้งอินเดีย เวียดนาม ขายได้เฉลี่ยตันละกว่า 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น สำหรับสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ รัฐบาลได้ทำสัญญาไปแล้ว 6 สัญญา รวม 7.328 ล้านตัน ล่าสุดมีข้าวเหลือในสต๊อกอีก 4.175 ล้านตัน ซึ่งหากภาวะภัยแล้งรุนแรงขึ้นจนทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายไปทั่วโลก ก็จะเก็บสำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางอาหาร และอาจขายให้กับประเทศที่ขาดแคลนเท่านั้น

ส่วนด้านการยกระดับราคาสินค้าเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรนั้น นายบุญทรง กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการจนประสบความสำเร็จ โดยในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก สามารถดึงราคาข้าวในตลาดขึ้นได้จริง โดยข้าวเปลือกเจ้า ราคาเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ตันละ 11,000 บาท จากโครงการรับประกันรายได้ที่เฉลี่ยตันละ 7,600-8,700 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ยปีนี้ที่ตันละ 14,750-16,000 บาท จากราคาในโครงการประกันรายได้ที่เฉลี่ยตันละ 12,500-13,500 บาท ซึ่งรายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีหนี้สินลดลง มีเงินเหลือใช้ในครัวเรือน และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

นายบุญทรง กล่าวถึงการดูแลราคาสินค้า ค่าครองชีพ และอัตราเงินเฟ้อว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลราคาสินค้าในปีนี้ให้ถูกลงกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังทำให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาถูก และในราคาที่เป็นธรรมได้มากขึ้น เพราะมีโครงการร้านถูกใจ ที่ล่าสุดเปิดขายทั่วประเทศแล้วกว่า 10,000 แห่ง จนทำให้อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ขยายตัวไม่สูงมาก และน่าจะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 3.3-3.8%

ขณะที่ด้านการส่งออกสินค้าไทยนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างจริงจังในการผลักดันมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยให้ได้ตามเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 2 ด้านคือ ความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 54 และวิกฤติหนี้ในยุโรป แต่มูลค่าการส่งออกล่าสุดในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) 55 เมื่อคิดเป็นเงินบาท ยังมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 2.2% หรือมีมูลค่า 4.07 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ยังยืนยันเป้าหมาย 15% เพราะเป็นเป้าหมายของการทำงาน ส่วนจะทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดของใคร แต่กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับภาคเอกชนทำงานอย่างหนัก เพื่อผลักดันการส่งออกให้ขยายตัวมากที่สุด

“พอใจกับผลงานที่ทำมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา และมั่นใจว่า ประชาชน และเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์อย่างแท้จริง กระทรวงพาณิชย์จะมุ่งมั่นดำเนินการต่อไป และทำให้ดีขึ้นไปอีก ส่วนในปีหน้า การทำงานของกระทรวงพาณิชย์ยังคงเน้นเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ยกระดับราคาสินค้าเกษตร ดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในการบริโภคสินค้า รวมถึงเน้นความโปร่งใสในการทำงาน สามารถตรวจสอบและชี้แจงได้” นายบุญทรง กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 กันยายน 2555, 17:07 น.

ส่งออกข้าวไทยพลาดเป้า เสร็จอินเดีย-เวียดนามราบคาบ

Published กันยายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/289203

6 กันยายน 2555, 22:28 น.
Pic_289203

ผู้ส่งออกข้าวเผยส่งออกข้าวไทย 8 เดือน ได้แค่ 4.36 ล้านตัน แพ้เวียดนามและอินเดียราบคาบ คาดทั้งปีไทยส่งออกไม่ได้ตามเป้า 9 ล้านตัน…

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นางสาวกอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-21 ส.ค. 55) ว่า ปริมาณการส่งออกของไทยยังอยู่อันดับสามรองจากเวียดนาม และอินเดีย โดยไทยสามารถส่งออกได้ 4.36 ล้านตัน เทียบกับเวียดนามที่ส่งออกระยะเวลาเดียวกันถึง 4.63 ล้านตัน มากเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอินเดียอันดับสองส่งออกได้ 4.57 ล้านตัน สัญญาณดังกล่าวทำให้คาดว่าการส่งข้าวไทยทั้งปีไม่น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าไทยจะส่งออกได้ 8.5-9 ล้านตัน โดยเอกชนยังคงประเมินว่าจะส่งออกทั้งปีได้ 6.5-7 ล้านตันเท่านั้น

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการค้าข้าวในตลาดโลกไม่กระเตื้องมากนัก เพราะสต๊อกข้าวทั่วโลกยังมีจำนวนมาก โดยเฉพาะอินเดีย แม้จะประสบภัยธรรมชาติ แต่ยังสามารถส่งออกข้าวไปตลาดต่างประเทศได้อยู่ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาหลายประเทศมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นเพื่อสต๊อกไว้จำนวนมาก ทำให้คำสั่งซื้อครึ่งปีหลังจึงไม่ค่อยมีมากนัก รวมทั้งการส่งออกข้าวของไทยแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้จะส่งออกได้มากถึง 3-5 ล้านตัน ก็ยังไม่เห็นผลชัดเจนว่าจะส่งมอบออกไปเมื่อไร.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กันยายน 2555, 22:28 น.

อนาคตส่งออกข้าวยังร่อแร่ ย้ำจำนำข้าวบิดเบือนตลาด

Published กันยายน 4, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/20852

วันอังคาร ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : , เกษตรส่งออกข้าวเศรษฐกิจจำนำข้าวตลาด
ดร.จารึก สิงหปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร (KU – OAE Foresight Center : KOFC) เปิดเผยว่า สถานการณ์ข้าวในปีนี้การส่งออกมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขการส่งออกอยู่ประมาณ 6.5 ล้านตัน ในขณะที่ตลาดส่งออกหลักจะอยู่ที่ประเทศไนจีเรีย อินโดนีเซีย และอิรักตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการชะลอตัวการสั่งข้าวจากไทยลดลงจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เมื่อพิจารณาทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาพบว่า ข้าวไทยมีราคาปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์คือราคาเฉลี่ย 671 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งมีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการส่งออก อาทิ ปริมาณสต็อกข้าวของอินเดียที่มีปริมาณอยู่เป็นจำนวนมากเพียงพอต่อการส่งออกทั้งปี ความต้องการข้าวในตลาดโลกลดลง เวียดนามลดราคาข้าวเพื่อแข่งขันกับอินเดียที่ค่าเงินอ่อนค่าทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกยิ่งตกต่ำ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่เป็นบวกต่อสถานการณ์ข้าวไทย คือ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ขณะที่ความต้องการข้าวจีนที่เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผลการประมาณการด้วยแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ โดยใช้ฐานข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระหว่างปี 2540 – 2553 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ปริมาณการผลิตข้าวภายในประเทศ กับตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ พบว่า การเพิ่มขึ้นของราคาขายข้าวภายในประเทศ การเพิ่มขึ้นของราคาส่งออกข้าว การเพิ่มขึ้นของปริมาณส่งออกข้าว หรือการเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานที่ทำนา แสดงให้เห็นผลที่ไม่แตกต่างกันมากนัก กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้มีการขยายตัวของผลผลิตข้าว แต่จากการจำลองสถานการณ์ทั้งหมดอาจกล่าวได้ว่า การเข้าแทรกแซงตลาดโดยการเพิ่มระดับราคาขายข้าวให้สูงขึ้น เป็นเพียงกรณีเดียวที่จะทำให้เกิดการบิดเบือนของกลไกราคา

เกษตรยุคใหม่:มะม่วงส่งออก

Published กันยายน 2, 2012 by SoClaimon

เกษตรยุคใหม่:มะม่วงส่งออก

เกษตรยุคใหม่:มะม่วงส่งออก

เกษตรยุคใหม่ : มะม่วงส่งออก : โดย … รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปร่วมการเสวนาเรื่องทิศทางการผลิตและการตลาดมะม่วงไทยเพื่อการส่งออก ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพ ตามโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของ คุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ จัดขึ้นร่วมกับสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย ที่ อ.สากเหล็กจ.พิจิตร โดยมีชาวสวนมะม่วงเข้าร่วมมากกว่า 500 คน

งานนี้ได้มีการเชิญผู้ส่งออกมะม่วงที่สำคัญ เช่น คุณพิมใจ มัสซูโมโต้ ผู้รับสัมปทานโรงอบไอน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ดำเนินการอบไอน้ำมะม่วงก่อนส่งออกไปยังตลาดหลักคือญี่ปุ่น และเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่รายหนึ่งที่ส่งมะม่วงและทำตลาดมะม่วงไทยในญี่ปุ่นและเกาหลี มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดและการส่งออกมะม่วงไปยังตลาดดังกล่าว และได้เชิญคุณไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต ซึ่งมีกิจการส่งออกผลไม้ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน

ทั้งสองท่านได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจและบอกทิศทางความต้องการของตลาดมะม่วงในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี โดยสรุปแล้ว ความเห็นที่เหมือนกันทุกคนก็คือ มะม่วงเป็นผลไม้ที่มีโอกาสทางการตลาดสูงมาก ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องตลาด เพราะความต้องการของตลาดยังมีอยู่มากที่สำคัญคือของต้องมีคุณภาพ เพราะว่ามะม่วงไทยมีราคาค่อนข้างสูงกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ดังนั้นเราคงไม่ได้ไปแข่งกันที่ราคา แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นหลัก ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีควบคุมการออกดอกได้ค่อนข้างสมบูรณ์

ดังนั้น การกระจายผลผลิตออกไปทั้งปีจึงทำได้ ซึ่งเป็นผลดีในแง่ของการตลาด เพราะว่าจะมีสินค้าส่งออกได้ทั้งปีและสามารถทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับต่างประเทศได้ ที่สำคัญคือเกษตรกรไทยมีการรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น และสามารถร่วมกันวางแผนการผลิตเพื่อให้มีผลมะม่วงออกจำหน่ายได้ทั้งปี โดยความร่วมมือของสมาคมและกลุ่มต่างๆ เรียกได้ว่า กลุ่มผู้ผลิตมะม่วงมีความเข้มแข็งมาก เป็นต้นแบบของกลุ่มอื่นๆ ได้ จึงทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำเหมือนพืชอื่นๆ

พูดถึงเรื่องคุณภาพของมะม่วงแล้ว เรื่องนี้ผู้ปลูกต้องให้ความสำคัญมากๆ เพราะว่าหากเราเสียตลาดไปเนื่องจากมีการส่งของคุณภาพต่ำออกไปแล้ว ย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อเนื่องยาวนาน และอาจมากถึงขนาดหมดอนาคตเลยก็ได้ อย่างเช่นหากมีการนำมะม่วงไม่แก่จัดออกไปขาย ซึ่งแน่นอนว่ามะม่วงไม่แก่จัดย่อมมีรสชาติไม่ดี และเมื่อผู้ซื้อได้ซื้อไปแล้ว ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็หมายความว่า การซื้อครั้งต่อไปคงไม่มีอีกแล้ว หากเป็นอย่างนี้ตลาดมะม่วงในต่างประเทศของเราก็คงค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ และโอกาสในการกู้ชื่อเสียงกลับคืนมานั้นทำได้ยากมาก

ความจริงแล้วญี่ปุ่นเป็นตลาดใหญ่มากตลาดหนึ่ง และต้องการของดีมีคุณภาพ ในขณะเดียวกันก็ให้ราคาสูง ตอนนี้คนญี่ปุ่นเริ่มเรียนรู้ในการเลือกซื้อมะม่วงที่แก่จัด ซึ่งมีรสชาติดีกว่า และเริ่มยอมรับว่าผิวมะม่วงที่แก่จัดนั้น บางครั้งอาจไม่เรียบเนียนเหมือนมะม่วงที่ยังอ่อนกว่า เพราะฉะนั้นต่อไปในอนาคตการส่งออกมะม่วงแก่จัดที่หลายคนกลัวว่าผิวจะเริ่มไม่สวยนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อไป

สำหรับตลาดจีนนั้น ก็เป็นตลาดใหญ่อีกตลาดหนึ่ง แต่ความที่จีนสามารถผลิตมะม่วงได้เช่นกันในตอนใต้ของประเทศ แต่ก็ยังไม่พอต่อความต้องการ จึงต้องมีการนำเข้าบางส่วน มะม่วงไทยก็สามารถเข้าไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดบน ซึ่งได้ราคาสูง เพียงแต่ว่ายังมีอุปสรรคเรื่องการขนส่ง ซึ่งมีรายละเอียดมากพอควร ไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อไปครับ

——————–

(เกษตรยุคใหม่ : มะม่วงส่งออก : โดย … รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ)

ดึงลาวฮั้วราคาข้าวตลาดโลก ผู้ส่งออกจับตารัฐระบายลอตแรก 7.5 แสนตัน

Published สิงหาคม 30, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/287297

30 สิงหาคม 2555, 06:00 น.

Pic_287297

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 44 ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ได้มีการหารือกับ รมว.พาณิชย์ของสปป.ลาว โดยไทยได้เชิญให้ สปป.ลาว ร่วมมือกับไทยในการทำตลาดการค้าข้าวในตลาดโลกร่วมกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไทยได้มีการหารือกับเวียดนาม กัมพูชา พม่า และทุกประเทศได้ตอบรับกับไทยแล้ว โดยคาดว่าจะประกาศความร่วมมือของประเทศผู้ปลูกข้าวในอาเซียนได้ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือน พ.ย.2555

“สปป.ลาวได้เห็นดีกับข้อเสนอของไทย เพราะช่วยยกระดับราคาข้าวให้กับเกษตรกรของประเทศ แต่ในเบื้องต้น ได้ขอให้ไทยให้ความช่วยเหลือการพัฒนาการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และโรงสี ซึ่งไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือ”

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้วงการค้าข้าวกำลังติดตามการพิจารณาอนุมัติระบายข้าวรัฐบาลจำนวน 7.5 แสนตัน ว่า จะเป็นการยกลอตให้กับผู้เสนอซื้อรายเดียว หรือเป็นการอนุมัติแบบกระจายให้หลายราย แต่ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะอนุมัติแบบกระจายให้หลายราย รายใหญ่อาจได้ครึ่งเดียว ส่วนราคาเสนอซื้อ น่าจะเสนอราคาซื้อที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดเพราะความต้องการข้าวเพื่อการส่งออกยังมีอยู่

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกบางรายได้เสนอขายข้าวไว้ราคาตันละ 560 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 16.30 บาท/กก. จึงเชื่อว่า ราคาข้าว 5% น่าจะเสนอซื้อ 16 บาทเศษ/กก. ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดที่ขณะนี้อยู่ที่ 17 บาท/กก. ส่วนราคาข้าวหอมมะลิและข้าวหอมมะลิจังหวัดน่าจะเสนอซื้อในราคาใกล้เคียงตลาดเช่นกัน โดยราคาข้าวหอมมะลิภาคอีสานราคาตลาดอยู่ที่ 32-33 บาท/กก. ส่วนราคาข้าวหอมปทุมหรือหอมจังหวัดราคา 31 บาท/กก.

ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์ระบายข้าว ในส่วนของการรับมอบข้าว ที่ระบุว่าต้องรับมอบตามสภาพ โดยอยากให้รัฐตรวจสอบคุณภาพและน้ำหนักข้าวที่ประมูลได้ว่าตรงกับที่ได้แจ้งไว้ในการระบายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาผู้ส่งออกที่ชนะการประมูลจะได้ข้าวที่ด้อยคุณภาพและมีน้ำหนักข้าวไม่ครบตามจำนวน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 สิงหาคม 2555, 06:00 น.

ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวจนได้

Published สิงหาคม 23, 2012 by SoClaimon

ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวจนได้

ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวจนได้

ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวจนได้ : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย … ดลมนัส กาเจ

          ระยะหลังๆ มีการพูดมากเหลือเกินว่า “ไทยเสียแชมป์การส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก” ซึ่งแรกๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่ออีกครึ่ง ที่ไม่เชื่อเพราะเราไปปลูกฝังมายาวนานว่า เราคือผู้ส่งออกข้าวมากที่สุด เพราะบ้านเราเป็น “อู่ข้าว อู่น้ำ และ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”

เมื่อราวปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คงจำกันได้ว่า คุณยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าการส่งออกข้าวของไทยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย.55) ไทยส่งออกข้าวได้เกือบ 2.7 ล้านตัน มูลค่าราว 5.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลก ส่วนอันดับ 2 คือสหรัฐอเมริกา ส่งออกข้าวได้เกือบ 2 ล้านตัน และเวียดนามหล่นมาเป็นอันดับ 3 ส่งออกข้าว 1.6 ล้านตัน

ที่เชื่อครึ่งหนึ่งนั้น ผมเคยพูดเสมอว่า เราอย่าดีใจกับการที่เราครองแชมป์ส่งข้าวออกไปยังตลาดโลก ที่เราส่งออกได้มากเพราะเรามีพื้นที่ปลูกข้าวมากที่สุด ไม่ใช่เพราะไทยเรามีศักยภาพในการปลูกข้าวที่ให้ผลผลิตสูง หากแต่เราผลิตข้าวอยู่อันดับท้ายๆ ครับ

ยิ่งตอนนี้อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังกาลาเทศ และเวียดนาม กำลังดำเนินโครงการ “ไบโอเฟอร์ติไฟด์” (Biofertified) เป็นโครงการพัฒนาพันธุ์ข้าวจีเอ็มโอใหม่ โดยนำข้อดีของข้าวแต่ละประเทศมาวิจัยและพัฒนากันครับ คือทั้งต้านทานโรค แมลงศรัตรูพืช ให้ผลผลิตสูง รสชาติตามที่ตลาดต้องการ แถมยังเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ครบถ้วนทั้งคาโบไฮเดรต วิตามินเอ วิตามินอี ธาตุเหล็ก และแมงกานีสอีกด้วย แต่เรากลับค้านเทคโนโลยีไบโอเทคว่า ด้วยการตัดแต่งทางพันธุวิศวกรรม หรือพืชจีเอ็มโอ

ตรงนี้แหละครับ ที่ผมคิดเสมอว่า “วันหนึ่งไทยต้องเสียแชมป์” ในการส่งออกข้าวไปยังตลาดโลกแน่นอน

แล้วก็เป็นเรื่องจริง หลังจากที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ปัจจุบันพบปัญหาการส่งออกข้าวของไทยในปีนี้ลดลง เพราะภาวะการแข่งขันในการผลิตในโลกที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ในปีนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าไทยจะสูญเสียความเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกไป

สอดคล้องกับบทความของ ดร.เอนก ศิลปพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายงานวิจัยและพัฒนา กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เขียนลงในซีพี นิวส์ (CP-NEWS) ที่เปรียบเทียบขีดความสามารถในการผลิตข้าว พบว่าผลผลิตเฉลี่ยข้าวไทยอยู่ที่ไร่ละ 461 กก.ขณะที่จีนอยู่ที่ไร่ละ 1,054 กก. เวียดนามอยู่ที่ไร่ละ 875 กก.  และอินโดเนีเซียไร่ละ 774  กก.

ในปีนี้ 2012 ไม่เฉพาะเวียดนามที่ตัวเลขการส่งออกข้าวพุ่งสูงถึง 7 ล้านตันต่อปี แม้แต่อินเดียก็ก้าวขึ้นมาเบียดเวียดนาม ทำสถิติส่งออกข้าว 7 ล้านตันต่อปีเช่นกัน ขณะที่ไทยการส่งออกลดลงเหลือ 6.5 ล้านตันต่อปี โดยลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง 39%

ค่อนข้างชัดเจนแล้วครับว่า “การที่ไทยครองแชมป์ส่งออกข้าวมาอันดับหนึ่งของโลก” มายาวนานนั้น กำลังจะกลายเป็นอันอดีต

ก็เป็นอีหรอบเดียวกับที่เราเสียแชมป์ข้าวหอมมะลิไทยดีที่สุดในโลกให้กับข้าวพม่านั่นแหละครับ!

——————–

(ไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวจนได้ : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย … ดลมนัส  กาเจ)

%d bloggers like this: