สุพจน์ ทรัพย์ล้อม

All posts tagged สุพจน์ ทรัพย์ล้อม

รมว.คมนาคม ปัดความรับผิดชอบกรณีเด็กช่างถล่มรถเมล์

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:11 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195002.

Pic_195002

 

ปลัดคมนาคม สั่ง สายตรวจขสมก.เข้มงวดความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงที่มีนักเรียนตีกัน ด้าน รมว.คมนาคม ปัดความรับผิดชอบ โยนเป็นหน้าที่ตำรวจ…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงเหตุความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นบนรถประจำทางสาย 45 สำโรง-คลองเตย จากกรณีที่เด็กช่างกลเข้าปิดล้อมและระดมขว้างก้อนหินและท่อนไม้ใส่คู่อริที่อยู่บนรถทำให้รถเกิดความเสียหายแก่ตัวรถและผู้โดยสารบางส่วนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 54ที่ผ่านมาว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นเพียงผู้ให้บริการขนส่งเท่านั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องของความเสียหาย ส่วนเรื่องการดูแลความปลอดภัยบนรถนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่ต้องเข้ามาดูแลให้มากขึ้น

ด้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้บริการของ ขสมก. ตนได้สั่งการให้สายตรวจ ขสมก.เฝ้าระวังและสังเกตการณ์มากขึ้น โดยการจัดส่งสายตรวจออกตรวจสอบ เฝ้าระวังและประจำในพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น บริเวณโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:11 น.
โฆษณา

จัดระบบรถไฟฟ้า 20ตลอดสาย ชงรัฐ3เดือนรู้ผล

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195000.

Pic_195000

 

ปลัดคมนาคม เตรียมชงรัฐบาลเดินหน้าเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้า เก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย คาดเห็นผลใน 3 เดือน ประเดิมบีทีเอส-เอ็มอาร์ทีก่อน…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยจะมีการกำหนดราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เพื่อจูงใจผู้ใช้บริการนั้น เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมจะสรุปกรอบการดำเนินการประเด็นดังกล่าวก่อนที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการเจรจากับเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะมีความชัดเจนใน 2-3 เดือนข้างหน้า

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น กระทรวงคมนาคมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 แนวทางโดยแนวทางที่ 1 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและมีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะมาชดเชยราย ได้ที่เอกชนต้องสูญเสียไป ซึ่งเรือ่งการชดเชยนี้ กระทรวงการคลัง ก็จะเป็นผู้กำหนดที่มาของงบประมาณก่อนที่จะมีการเสนอให้สภาพัฒน์ให้ความเห็น ชอบ ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ ก็จะสามารถดำเนินการในรูปแบบแรกคือการนำระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ของ บีเอ็มซีแอล มาเชื่อมต่อการคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายกับระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ส่วนแนวทางที่ 2 นอกจากการนำรถไฟฟ้าใต้ดินกับแอร์พอร์ตลิ้งค์มารวมกันแล้ว ก็จะเจรจากับผู้บริหารบีทีเอส เพื่อนำบีทีเอสเข้ามารวมเป็นโครงข่ายในการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จากการติดตามตัวเลขผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล เพิ่มขึ้นจาก 590,000 คน เป็น 900,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 และมีรายได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 30-40 หรือประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากความสะดวกในการใช้บริการรถไฟฟ้า และราคาค่าโดยสารใกล้เคียงกับค่าโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30,000-40,000 คน ทั้งซิตี้ไลน์และแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส และหากเข้ามาร่วมในระบบคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละ 60,000 คน

ส่วนประเด็นเรื่องการชดเชยรายได้ให้แก่เอกชนนั้น โดยหลักเกณฑ์ จะเป็นการชดเชยในส่วนของรายได้ที่ลดลงของเอกชน จากรายได้ปกติ เช่น เมื่อเอกชนทั้งหมดเข้าร่วมโครงการ และมีรายได้ลดลงจากวันละ 20 ล้านบาท ลงเหลือ 18 ล้านบาท เมื่อมีการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ภาครัฐก็จะเข้ามาชดเชยเงิน 2 ล้านบาทที่ลดลง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม คิดว่า เงินที่ต้องมาชดเชย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากการจูงใจผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้ระบบราง สามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้ เงินที่ชดเชยก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วนการเชื่อมต่อระบบด้วยระบบตั๋วร่วมนั้นขณะนี้ ทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล อยู่ระหว่างการพัฒนาตั๋วร่วมด้วยกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่จะเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทั้งหมดเป็นโครง ข่ายเดียวกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

คมนาคม ขอรวมงบ7.6พันล้านซ่อมถนนพังจากอุทกภัย

Published สิงหาคม 15, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194139.

Pic_194139

กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอรัฐบาล ขอบรรจุงบประมาณ 7.6พันล้านบาท ซ่อมถนน-สะพาน จากพิษพายุนกเตนและเหตุอุทกภัยปีก่อน ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม…

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากผลกระทบปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมกว่า 23 จังหวัด เสียหายกว่า 950 ล้านบาท เบื้องต้นถนนที่ได้รับความเสียหาย ได้ซ่อมแซมให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้ ส่วนถนนที่ได้รับความเสียหายมากจนถนนขาดประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านได้มี ถนนหลวงใน 2 จังหวัดทางภาคเหนือ คือ จ.สุโขทัย 2 สายทาง คือ 1. ถนนหลวงหมายเลข 1195 สวรรคโลก – สุโขทัย ให้ใช้ทางเลี่ยงถนนหลวงหมายเลข 101 กำแพงเพชร-น่าน แทน 2. ถนนหลวงหมายเลข 1293 สุโขทัย-บางระกํา ให้ใช้ถนนหลวงหมายเลข 1311 คีรีมาศ – หนองบัว แทน และถนนหลวงจ.แม่ฮ่องสอน หมายเลข 1194 แม่สามแลบ – ซบเมย ไม่สามารถสัญจรผ่านได้เช่นกัน

ด้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าความเสียหายโดยรวม ทั้งถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ในปี 2554 นั้น หากต้องปรับสภาพถนนให้อยู่ในสภาพเดิม 1000%ต้องใช้งบประมาณรวมในการดำเนินการวมกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้งบประมาณปกติเข้ามาดำเนินการ แต่ในเบื้องต้นได้มีการปรับงบประมาณ แผนบำรุงทางปกติในปีนี้ที่เหลือจากดำเนินการจำนวนกว่า 20 ล้านบาท มาซ่อมแซมให้ประชาชนสัญจรผ่านได้ก่อน โดยได้ปรับงบประมาณจากกรมทางหลวง จำนวน 16 ล้านบาท และจากกรมทางหลวงชนบทอีก 4 ล้านบาท

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า จากปัญหาอุทกภัยในปีก่อน ทำให้กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท มีปัญหาในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการซ่อมแซมถนน และ สะพานให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เนื่องจากยังไม่มีงบประมาณมาดำเนินการกว่า 6,000 ล้านบาท และในปี 2554นี้มีความเสียหายและต้องใช้งบประมาณอีกกว่า 1,600 ล้านบาท รวม2 ปีเป็น 7,600 ล้านบาทนั้น กระทรวงคมนาคมจะมีการเสนอของบประมาณในปี 2555แทนเพื่อนำมาปรับปรุง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

ส่งโบอิ้ง737 เช็คอู่ลุฟฮันซ่า รอส่งกลับไทย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193233.

Pic_193233

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม เผยโบอิ้ง 737 ขณะนี้เข้าตรวจสภาพอยู่ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงของสายการบิน ลุฟฮันซ่า คาดใช้เวลาอีกระยะจะนำกลับมาได้…

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมห้องทำงานที่กระทรวงคมนาคม โดยพล.อ.อ.สุกำพล ได้เรียกนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมเข้าหารือเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ต้องดำเนินการทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกระทรวงคมนาคมอย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่จะเข้ามา รับตำแหน่ง ได้มีการศึกษาข้อมูลของกระทรวงมาแล้วบางส่วน และในวันนี้ได้พูดคุยกับ ปลัดกระทรวงคมนาคม ก็เชื่อว่าการทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่น โดยจะมีการแบ่งหน้าที่กับรมช.ทั้ง 2 คนภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งส่วนตัวคาดว่าจะเข้าไปดูงานด้านการขนส่งทางอากาศ เพราะเคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้มาก่อน

สำหรับโครงการที่จะเดินหน้าและสานต่อ คงต้องมาดูรายละเอียดเป็นรายโครงการแต่ยืนยันว่า โครงการที่ดีก็จะสานต่อ และเชื่อว่าหลังจากนี้ข่าวในทางลบของกระทรวงคมนาคมจะลดน้อยลง แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงในเรื่องหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุน เช่น การรถไฟฯ ก็ต้องเข้าไปดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ขณะที่การดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ เช่น การดูแลอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะทำแน่ แต่ต้องดูปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินโครงการ ส่วนงานที่อดีตรมว.คมนาคม ฝากไว้ให้สานต่อโครงการถนนไร้ฝุ่นนั้น

พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ต้องไปดูว่าถนนในประเทศไทยยังมีฝุ่นอยู่อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องทำ แต่ถ้ามีก็พร้อมที่จะสานต่อ คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง โดย รมว.คมนาคม มีกำหนดการเข้าปฏิบัติงานที่กระทรวงคมนาคมอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เวลา 9.00 น. โดยบอกว่าไม่มีการถือฤกษ์อะไร

ด้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลยุทธศาสตร์กระทรวง ทั้งผลงานที่ผ่านมา รวมถึงโครงการที่กำลังดำเนินการและโครงการในอนาคต รายงานต่อ พล.อ.อ.สุกำพล เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำนโยบายของกระทรวงคมนาคม หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งโครงการสำคัญที่จะรายงานเป็นวาระเร่งด่วน จะประกอบด้วย การเดินหน้าพัฒนาระบบราง การพัฒนารถไฟความเร็วสูง การพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ การเดินหน้าโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และการเพิ่มการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น

สำหรับ ประเด็นเครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ถูกอายัดจากกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยกับ บริษัท วอเตอร์บาวด์ จำกัด และศาลเยอรมนี ๆได้ถอนอายัดเครื่องลำดังกล่าวแล้วเมื่อวานนี้ (10 ส.ค.) ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวจะถูกนำเข้าตรวจสอบสภาพที่ศูนย์ซ่อมบำรุงของสายการบิน ลุฟฮันซ่า ก่อนซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งถึงจะนำกลับประเทศได้

ขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

ฟิต!รมว.คมนาคมคนใหม่ ประเดิมงานแรกดันรถไฟฟ้า10สาย

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 14:40 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192974.

Pic_192974

พล.อ.อ.สุกำพล” เปิดใจ มีความรับตำแหน่งรมว.คมนาคม ระบุ งานแรกจะประเดินด้วยการ ดันโครงการรถไฟฟ้า10 สายทาง และผลักดันนโยบายเก็บค่าโดยสาร20บาทตลอดสาย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่างป็นทางการ ว่า ตนมีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารงานที่กระทรวงคมนาคม ตามที่พรรคเพื่อไทยมอบหมาย และไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่ง ซึ่งรูปแบบการทำงานจะมุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม ก่อนที่จะมีการมอบนโยบายการทำงานต่อข้าราชการอย่างเป็นทางการ โดยตนจะเชิญข้าราชการระดับสูงของกระทรงคมนาคมมาหารือ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็น ทำความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนนโยบายในการทำงานร่วมกันก่อน เพื่อให้รู้เขารู้เราและทำงานได้อย่างราบรื่น

ส่วนนโยบายที่ จะผลักดันเร่งด่วนซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คือ การเร่งดำเนินการในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจำนวน 10 สาย ให้ทั่ว กทม.และปริมณฑล รวมถึงผลักดันแนวนโยบายการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในราคา 20 บาท ตลอดสายภายในกทม. ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้จะเป็นนโยบายที่สามารถ ทำได้จริงแน่นอนเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องดังกล่าวของพรรคได้ คิดรูปแบบ และประเมินแล้วว่ามีความเป็นไปได้ รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการโดยรวม

พล.อ.อ. สุกำพล กล่าวต่อว่า การเร่งปราบปรามการการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของ กระทรวงคมนาคม ซึ่งสังคมมีข้อครหามาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกนโยบายที่ตนจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขและปราบปรามอย่างจริงจัง และขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่มีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นแน่นอน ซึ่งตนมั่นใจว่าหางหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก  ส่วนการเดิน ทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงคมนาคม เบื้องต้นจะต้องหารือเพื่อประสานงานกับนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ก่อน โดยคาดว่าจะเดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวง ช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 15ส.ค.54 นี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 14:40 น.

คาดสิ้นปีได้เห็นบริษัทลูกรฟท.ดูแลแอร์พอร์ตเรลลิงก์

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127714.

Pic_127714

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม

ปลัดคมนาคม เผยสิ้นปีนี้ตั้งบริษัทลูก รฟท.ดูแลแอร์พอร์ตเรลลิงก์ได้แน่ แต่ต้องรอ ครม.อนุมัติทุนจดทะเบียนก่อน 2 พันล้านบาท…

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด เพื่อบริหารโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารในเมือง (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) ว่า  ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 500 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน คาดว่าภายในสิ้นปี 2553 นี้จะสามารถจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทดังกล่าวได้

“เราได้ส่งเรื่องไปยังเลขาธิการ ครม.นานแล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกนำเข้าไปบรรจุในวาระ ครม. ทำให้การดำเนินงานในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์นั้น ยังคงต้องใช้งบประมาณจาก ร.ฟ.ท. เราคงต้องรอการอนุมัติจาก ครม.ก่อนต้องใช้เวลานานหน่อยไม่เหมือนกับบางบริษัท ที่บอกว่าจำเป็นต้องใช้งบฉุกเฉินมาลงทุน แต่จริงแล้วรถไฟฉุกเฉินกว่า เพราะมีการเดินรถแล้วแต่ยังไม่มีบริษัทบริหาร แต่ก็ยังรอได้ เรื่องนี้น่าถามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่ารถไฟใช้งบฉุกเฉินได้หรือไม่” นายสุพจน์ กล่าว

สำหรับการให้บริการโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ขณะนี้พบว่ามีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณวันละ 40,000 คน คิดเป็นรายได้ประมาณ 600,000 บาทต่อวัน โดยสถานีพญาไทซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส และสถานีสุวรรณภูมิ พบว่ามีผู้โดยสารมากที่สุดประมาณ 7,000-11,000 คนต่อวัน จำนวนผู้โดยสารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนั้นส่งผลให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มีรายได้ที่เลี้ยงตัวเองได้ คาดว่าภายในปี 2553 จะสามารถหาเอกชนเข้ามาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีได้ โดยคาดว่าจะเป็นเอกชนรายเดียวเข้ามาบริการเพื่อการบริหารจัดการและการกำกับดูแล

นายสุพจน์ กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะทำเรื่องเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อขออนุมัติปรับลดตำแหน่งรองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ลงจากปัจจุบันที่มีอยู่ 10 ตำแหน่งให้เหลือเพียง 3 ตำแหน่ง คือฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน, ฝ่ายบริหาร และฝ่ายยุทธศาสตร์เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และอีก 3 ตำแหน่งไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหน่วยธุรกิจ คือ 1. หน่วยเดินรถ 2. หน่วยซ่อมบำรุงและหน่วยบริหาร และ 3. หน่วยการแยกบัญชีการบริหาร.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 17:00 น.

น้ำท่วมทำถนนเสียหายกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

Published สิงหาคม 8, 2011 by SoClaimon

15 พฤศจิกายน 2553, 19:23 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127216.

Pic_127216

คมนาคม ประเมิน ความเสียหายถนนจากภัยน้ำท่วมไม่รวมภาคใต้ รวมแล้ว 1.2 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นซ่อมแซมเพื่อให้สัญจรผ่านเข้าออกได้ แต่ต้องรองบเพื่อซ่อมแบบสมบูรณ์อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหัวหน้า หน่วยงานในสังกัดคมนาคม เพื่อสรุปความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ กรมทางหลวง(ทล.)และกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ไปประชุมร่วม กับ คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระดับจังหวัดในทุกจังหวัดที่ประสบภัยเพื่อประเมินความเสียหายร่วมกันก่อนที่จะเสนอของบประมาณในภาพรวม มายังกระทรวงคมนาคม ก่อเสนอขอ ครม.อีกครั้ง โดยการมีส่วนร่วมกันนั้นจะเน้นให้การทำงานที่โปร่งใส และ ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม  เบื้องต้นความเสียหายที่ประเมินในภาคอีสานพบว่า ถนนของกรมทางหลวงเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ถนนสายรองของกรมทางหลวงชนบทเสียหาย กว่า1,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังได้สังการให้แต่ละหน่วยงานไม่ว่า กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบทไปสรุปความเสีย หายในภาพรวมของทุกภูมิภาค ก่อนที่จะเสนอกลับมายังกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์หน้าก่อนเสนอรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติงบประมาณความช่วยเหลือในภาพรวมอีกครั้ง

ด้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการประเมินความเสียหายพบว่าถนนทางหลวง ของกรมทางหลวงเสียหายกว่า 9,000 ล้านบาท และ ถนนทางหลวงชนบท พบว่า เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งความเสียหายดังกล่าวยังไม่ได้รวมความเสีย หายในภาคใต้ เบื้องต้นการซ่อมแซมเพื่อให้การสัญจรผ่านเข้า-ออกได้นั้น ได้ดำเนินการไปแล้ว เหลือแต่รอขออนุมัติงบประมาณซ่อมแซมแบบสมบูรณ์ ซึ่งได้ให้ แต่ละสำนักทางหลวงในแต่ละเขต ไปปรับลดงบประมาณที่มี อยู่เพื่อนำมาใช้บำรุงรักษาก่อน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 พฤศจิกายน 2553, 19:23 น.

แอร์พอร์ตลิงค์ ไม่หยุดบริการ คมนาคมลุยต่อ

Published สิงหาคม 3, 2011 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191312.

Pic_191312

สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม ยืนยันแอร์พอร์ตลิงค์ ไม่หยุดให้บริการ เตรียมทำโปรโมชั่น พร้อมปรับปรุงจุดอำนวยความสะดวกให้เข้าถึงแหล่งชุมชนมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม  ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า โครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ประสบปัญหาขาดทุนนั้นต้องยอมรับว่า เมื่อเทียบกับโครงการต่างๆ เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส หากจะให้ได้ผลกำไรก็ต้องใช้ระยะเวลา เพราะไม่มีบริษัทไหนที่ลงทุนแล้วได้กำไรในปีแรก แต่ยอมรับว่าการให้บริหารแอร์พอร์ตลิ้งค์ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของการเชื่อม โยงเส้นทางที่ยังไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งเป็นการวางแผนการบริหารงานผิดตั้งแต่แรก ดังนั้น รฟท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องปรับปรุงแก้ไขปัญหาเพื่อให้ผู้โดยสารมา ใช้บริการมากขึ้น ทั้งนี้มองว่าหากจะแก้ไขปัญหา ต้องมีการสร้างสะพานลอยและระบบขนส่งให้เข้าถึงแหล่งชุมชน, เพิ่มลานจอดรถในสถานี และอาจมีการปรับลดราคาช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ้งอาจจะมีโปรดโมชั่นออกมาในชั่วโมงเร่งด่วนในกปรับลดค่าโดยสาร20-30% เพื่อดึงดูดให้ประชาชนมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นโดยปัจจุบันระบบซิตี้ไลน์มี ผู้ใช้บริการเกือบ 40,000 คนต่อวัน เอ็กซ์เพรสไลน์ 2,000 คนต่อวัน

”ก่อน หน้านี้ที่มีการปรับลดราคาค่าโดยสารก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้มาใช้บริการแต่ อย่างใด และมั่นใจว่าจะเห็นกำไรในอีก 5 ปีข้างหน้า หลังจากนี้ก็จะดำเนินการสร้างบันไดเลื่อนใน3สถานี คือ พญาไท ราชปรารภ และรามคำแหง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ใช้กระเป๋าลาก ส่วนสถานีหัวหมากท่าช้าง ลาดกระบัง จะดำเนินการอีก 3ปีข้างหน้า สำหรับการเช็คอินที่สถานีมักสันจะให้เอกชนไปประชาสัมพันธ์กับบริษัททัวร์ เพิ่มดึงดูดผู้โดยสารมากขึ้น” ปลัดกระทรวงคมนนาคม กล่าว

ส่วนแนวทางการบริหาร แอร์พอร์ต ลิงค์ ก็ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะเลือกแนวทางไหน ในการบริหารจัดการ ระหว่าง 2 แนวทาง คือ 1. จ้างเอกชนเข้ามาบริหาร ซึ้งค่าจ้างก็จะสูงมาก 1 ถึง 2 เท่าตัว ส่วนที่ 2.การสัมปทาน ในส่วนนี้เมื่อรัฐบาลเข้าไปดูแลจะทำได้อยาก แต่ทั้ง 2 แนวทางก็ต้องมีการศึกษาแนวทางที่ละเอียดก่อน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

รฟท.ดาหน้าปฏิเสธหยุดแอร์พอร์ตลิงค์

Published สิงหาคม 3, 2011 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2554, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191083.

Pic_191083

รฟท.ดาหน้าปฏิเสธหยุดแอร์พอร์ตลิงค์ ประธานคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยันยังคงเดินหน้าให้บริการอยู่แน่นอน ลุ้นรัฐบาลชุดใหม่โดดเข้ามาสางปัญหา

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับ-ส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์) ยังคงเดินหน้าให้บริการอยู่แน่นอน โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนของ รฟท.แทนระหว่างการรอเงินกู้ โดยขณะนี้มีคนใช้บริการรถไฟฟ้าประเภทธรรมดา (ซิตี้ไลน์) วันละ 36,000-38,000 คนต่อวัน ซึ่งบางช่วงมีผู้ใช้บริการถึง 40,000 คน ส่วนรถไฟฟ้าด่วนพิเศษ (เอกซ์เพรสไลน์) มีผู้ใช้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คนต่อวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดให้บริการ แต่อยู่ระหว่างดำเนินการทำจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟใต้ดินที่สถานีเพชรบุรี

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ปัญหาการดำเนินงานแอร์พอร์ตลิงค์ในขณะนี้ เกิดจากขาดบุคลากรตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง หรือซีอีโอ และต้องการเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งยังล่าช้าทำให้บริษัทรถไฟฟ้าฯ ต้องหันมากู้เงินจาก รฟท.แทน โดยขั้นตอนการกู้ค่อนข้างช้า ส่วนปัญหาอะไหล่อยู่ระหว่างจัดซื้อ ซึ่งเป็นการจัดซื้อแบบอีอ๊อกชั่น จึงมีขั้นตอนจัดซื้อใช้เวลา 3-5 เดือน ในอนาคตบริษัทลูกต้องวางระบบการจัดซื้อจัดหาอะไหล่ให้เพียงพอและทันความต้องการ ส่วนการขาดทุนยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง มีภาระค่าใช้จ่ายเดือนละ 70 ล้านบาท และมีรายได้ 35 ล้านบาท ต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา

“ปัญหาเงินงบประมาณและการจัดหาอะไหล่ล่าช้าไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ แต่ยังอยู่ในระยะคุ้มครองหรือระยะประกันของบริษัทซีเมนส์ ซึ่งมีอายุ 2 ปี”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 สิงหาคม 2554, 05:45 น.

เตรียมเก็บค่าทางด่วนสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียนปลายปี

Published สิงหาคม 2, 2011 by SoClaimon

1 สิงหาคม 2554, 12:20 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190698.

Pic_190698

เตรียมเก็บค่าทางด่วนสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียนปลายปี หลังเปิดใช้ฟรีเป็นเวลากว่า 2 ปี ขาดทุนกว่าปีละ 800 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้สรุปแนวทางการจัดเก็บค่าผ่านทางหลวงพิเศษหมายเลข 37 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ตอนบางพลี-บางขุนเทียน ช่วงสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน) ระยะทาง 13.27 กม. ซึ่งปัจจุบันเปิดให้ใช้ฟรีเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว โดยกรมทางหลวงจะเก็บค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ในอัตรา 15 บาท รถยนต์ 4-6 ล้อ อัตรา 25 บาท และรถยนต์เกิน 6 ล้อ อัตรา 35 บาท ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะเป็นผู้จัดเก็บค่าผ่านทาง คาดว่า เริ่มเก็บได้ช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำสรุปแนวทางการดำเนินงาน จัดเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอเรื่องให้ครม.พิจารณาได้ภายในเดือนก.ย.นี้ หลังจากนั้นจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าผ่านทาง ก่อนที่จะมีการจัดเก็บจริง สำหรับรายได้ที่กรมทางหลวงจัดเก็บได้จะนำเข้ากองทุนค่าผ่านทาง ซึ่งกรมทางหลวงจะได้นำเงินจากกองทุนไปใช้ในการซ่อมบำรุงทางหลวงพิเศษเส้นทาง ต่างๆ รวมทั้งใช้ในการขยายแนวเส้นทางหลวงพิเศษต่อไปในอนาคตด้วย

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาครม.ให้กระทรวงคมนาคมศึกษาแนวทางการจัดเก็บค่าผ่าน ทางดังกล่าว เพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมกับทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ ระยะทาง 22.49 กิโลเมตร ซึ่งในการดูแลของกทพ. โดยจะโอนเส้นทางในส่วนของกรมทางหลวงและให้กทพ.จัดเก็บค่าผ่านทาง แต่เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับการดำเนินงานดังกล่าว จึงต้องปรับแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมต้องการเร่งรัดให้สรุปแนวทางการดำเนินงานโดยเร็ว เพราะทำให้กรมทางหลวงขาดรายได้คิดเป็นมูลค่ากว่าปีละ 800 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณผู้ใช้ทางอยู่ที่ประมาณวันละ 1.4 แสนคัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 สิงหาคม 2554, 12:20 น.
%d bloggers like this: