สุธรรม อยู่ในธรรม

All posts tagged สุธรรม อยู่ในธรรม

กสทช.ทำไปได้ชิ่งเผือกร้อน กสท

Published มิถุนายน 14, 2011 by SoClaimon

14 มิถุนายน 2554, 05:30 น.

ผ่านทางกสทช.ทำไปได้ชิ่งเผือกร้อน กสท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_178821

‘สุธรรม’ ทำหนังสือ ขอให้กสทช. ทบทวนมติบอร์ด เสนอเข้าที่ประชุม 15 มิ.ย. ให้พิจารณาตรวจสอบ สัญญา กสท -ทรู ระบุ เห็นว่าอยู่ในอำนาจ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุธรรม อยู่ในธรรม รักษาการกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทำหนังสือถึงนายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ รักษาการประธาน กสทช. เพื่อขอให้ทบทวนมติบอร์ด กสทช.ครั้งที่ 16/2554 และขอให้นำเข้าสู่วาระการประชุมบอร์ดในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ โดยนายสุธรรมระบุว่า มีความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับการกำหนดกรอบการพิจารณาสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัททรูคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน)โดยเห็นว่า กสทช.มีอำนาจในการพิจารณาตรวจสอบและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกสทช.รวมถึงกสทช.ควรจะวิเคราะห์และกำหนดมาตรการเยียวยาด้วยหากพบว่าสัญญานั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าต่อผู้บริโภคหรือขัดต่อระเบียบที่ กสทช.กำหนดไว้

สำหรับมติบอร์ด กสทช.ล่าสุดเห็นว่าสัญญาระหว่าง กสท กับกลุ่มทรูนั้นเป็นสัญญาภายใต้กฎหมายแพ่ง จึงไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบหรือกำกับดูแลของ กสทช. การจะตรวจสอบความถูกต้องของสัญญาเป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กสทช.ไม่มีสิทธิไปยกเลิกสัญญาแต่อย่างใด โดย กสทช.จะทำหน้าที่กำกับดูแลเฉพาะในกรณีเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกสทช. ส่วนการกำกับดูแลให้เป็นไปตามประกาศเรื่องมาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 และเรื่องการประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทการขายส่งบริการและการขายต่อบริการ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 มิถุนายน 2554, 05:30 น.

จับตาย่างก้าวแรก​ 3 จี รัฐต้องคุมกฎแข่งขันที่เป็นธรรม

Published มิถุนายน 6, 2011 by SoClaimon

23 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
จับตาย่างก้าวแรก​ 3 จี รัฐต้องคุมกฎแข่งขันที่เป็นธรรม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173290

เปิด​แชมเปญ​ฉลอง​กัน​ไป​เรียบร้อย สำหรับศุภ​ชัย เจียร​วน​นท์ กรรมการ​ผู้จัดการ​ใหญ่​และ​ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร บริษัท ​ท​รู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ​ทีม​งาน หลัง​รอ​ลุ้น​คำ​ตัดสิน จาก​ศาล​ปกครอง​มา​นาน​เกือบ​เดือน ภาย​ใต้​คดี​ที่​บริษัท​โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค ยื่น​ฟ้องบริษัท ​กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ​คณะ​กรรมการ (บอร์ด) ว่าดำเนิน การเซ็น​สัญญา​โครงการ 3 จี เอ​ช​เอส​พี​เอ (HSPA) กับ​กลุ่ม​บริษัท​ท​รู โดย​ไม่​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย

แม้​ท​รู​จะ​ไม่ได้​ถูก​ฟ้อง​หรือ​เกี่ยวข้อง​โดย​ตรง​กับ​คดี​ความ​ดัง​ กล่าว แต่ศุภ​ชัยจะ​ได้​รับ​ผล​กระทบ​เต็มๆ หาก​ศาล​มี​คำสั่ง​คุ้มครอง​ฉุกเฉินให้ การ​ดำเนิน​การ​ต่างๆ ภาย​ใต้​สัญญา 3 จี​เอ​ช​เอส​พี​เอ​ที่​เขา​ทำ​กับ ​กสท ต้องยุติ​ลงชั่วคราว เพราะ​เขา​เป็น​ฝ่าย​ที่​ควัก​กระเป๋า​จ่าย​ค่า​ซื้อ​กิจการ​ฮัทช์ ผู้​ให้​ บริการ​มือ​ถือ​ซี​ดี​เอ็ม​เอ​ไป​แล้ว 6,300 ล้าน​บาท เพื่อ​ให้​ได้​มี​การ​ปรับเปลี่ยน ​สัญญา​เป็น​รูป​แบบ​ใหม่ พร้อม​กับ​ขยาย​อายุ​การ​ให้​บริการ​เพิ่ม​จากเดิม ​เหลือ 2 ปี​ เป็น 14 ปี แถม​สิทธิ​ใน​การ​ให้​บริการ​พร้อม​คลื่น​ความถี่

ที่​สำคัญ​หาก​ต้อง​ยุติ​การ​ให้​บริการ​ไว้​ก่อน เขา​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ เงินกู้ รวม​เงินต้น​และ​ดอกเบี้ย​อีก 300 ล้าน​บาท เป็น 6,600 ล้านบาท ซึ่งเป็น​เงินกู้​ระยะ​สั้น​ที่​ต้อง​ใช้​คืน​เจ้าหนี้​ภายใน​สิ้น​เดือน ก.ค.​นี้

แล้ว​ยัง​แผน​เพิ่ม​ทุน​ตาม​ข้อ​เรียก​ร้อง​ของ​เจ้าหนี้ รอง​รับ​การ​กู้​เงิน​เพิ่มเติม​ก้อน​ใหญ่​อีก​มูลค่า​กว่า 49,000 ล้าน​บาท เพื่อ​รอง​รับ​การ​ลงทุน 3 จี ที่​มี​กำหนด​เวลา​ชัดเจน​แล้ว ไม่​นับ​รวม​ยอด​หนี้​ปัจจุบัน​ที่​ปรากฏ​ใน​งบ​การเงิน​ล่า​สุด​ที่ 110,000 ล้าน​บาท

การ​เปิด​แชมเปญ​ฉลอง ยัง​อาจ​นับ​ได้​ว่า​น้อย​เกินไป​กับ​ความ​โล่งใจ ​ที่​เขา​ได้​รับ เมื่อ​เทียบ​กับ​ความ​กังวล​และ​ภาระ​หนัก​อึ้ง​ที่​ต้อง​แบกรับไว้​ใน​ตลอด 3 สัปดาห์​แห่ง​การ​รอ​คอย​นี้

ถึง​กระนั้น ศุภ​ชัยก็​ย่อม​ต้อง​รู้อยู่​แก่​ใจ​ว่า เมื่อ​มอง​ไป​ข้าง​หน้า ยัง​คง​มี​ความ​เสี่ยง​เรียงราย​อยู่​มากมาย​ระหว่าง​ทาง

แม้​คำสั่ง​ศาล​จะ​ไม่​พิจารณา​เรื่อง​ที่​ดี​แทค​ร้องขอ​ให้​มี​การ​ คุ้มครอง​ฉุกเฉิน เพื่อ​ให้​ระงับ​การ​ดำเนิน​การ​ภาย​ใต้​สัญญาดังกล่าว​ไว้​ก่อน แต่​ศาล​ก็ได้​รับ​ฟ้อง​กรณี​ที่​บอร์ด ​กสท มี​มติ​ให้​ กสท ทำ​ สัญญา​กับ​ท​รู เพราะ​เป็น​คำสั่ง​ทาง​ปกครอง ที่​อาจ​มี​ผล​ทำให้ดีแทค ผู้​ฟ้อง​คดี ซึ่ง​เป็น​ผู้​ประกอบ​การ​โทรคมนาคม​เช่น​เดียวกัน ได้​รับ​ ความ​เดือดร้อน​เสียหาย​ได้ หาก​ที่สุด​พบ​ว่า​สัญญา​ไม่​ชอบ​ด้วยกฎหมาย

ใน​ระยะ​ยาวจึง​ยัง​ไม่​มี​ความ​ชัดเจน​ว่า​คดี​ความ​ดัง​กล่าว​จะ​สิ้นสุด​ อย่างไร และ​หาก​พบ​ว่า​ไม่​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย จะ​กระทบต่อ ​สัญญา​และ​ผู้​ใช้​บริการ​หรือ​ไม่
นับ​ตั้งแต่ศาล​ปกครอง​มี​คำสั่ง​ให้​ระงับ​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​ บน​คลื่น​ความถี่ 2.1 กิก​กะ​เ​ฮิ​รตซ์ (GHz) ออก​ไป​ก่อน ตามคำร้องขอขอ​ง ก​สท ที่​เห็น​ว่า​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กทช.) ไม่​มี​อำนาจ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี ใน​เดือน ก.ย.2553

การ​เปิด​ให้​บริการ 3 จี​บน​คลื่น​ความถี่​เดิม จึง​กลับ​มา​เป็น​ทาง​เลือก​สำหรับ​ผู้​ให้​บริการ​มือ​ถือ​ใน​ประเทศไทย​ อีก​ครั้ง โดยเฉพาะ​เมื่อ​มี​ความชัดเจน​ ว่า ลูกค้า​ชาว​ไทย​พร้อม​แล้ว​ต่อ​เทคโนโลยี​ใหม่ๆ พิสูจน์​ได้​จากยอด​ขา​ย สมาร์ท​โฟน รวม​ทั้ง​ราย​ได้​จาก​บริการ​อินเตอร์เน็ต​บน​มือ​ถือ ที่​เติบโต​ก้าว กระโดด​ด้วย​ตัวเลข 2 หลัก
2 เดือน​จาก​นั้น ข่าวคราว​เรื่อง​การ​เข้า​ซื้อ​กิจการ​มือ​ถือ​ซี​ดี​เอ็ม​เอจาก​ บริษัท​ฮัทชิ​สัน ของ​กลุ่ม​บริษัท​ท​รู ก็​เริ่ม​เล็ด​ลอด​ออก​มา และ​เป็น​จริง​ใน​ที่สุด เมื่อ​ท​รู​แจ้ง​ต่อ​ตลาดหลักทรัพย์​แห่ง​ประเทศไทย ว่า​เข้า​ซื้อ​กิจการ​ฮัทช์ ณ สิ้นสุด ​วัน​ทำ​การ​ปี 2553 ด้วย​มูลค่า 6,300 ล้าน​บาท

ไม่​ถึง 1 เดือน​ถัด​มา เมื่อ​วัน​ที่ 27 ม.ค.2554 ท​รู​ก็​เซ็น​สัญญา​กับ ​กสท รวม 6 ฉบับ ยกเลิก​สัญญา​ซี​ดี​เอ็ม​เอ​เดิม และ​ทำ​สัญญา​รูป​แบบใหม่ ที่​เรียก​ว่า​สัญญา​ค้า​ปลีก-ค้า​ส่ง (Wholesale-Reseller) โดย​ท​รู​จะ​รับ​ขายส่ง​บริการ 3 จี​ พร้อม​คลื่น​จาก​ กสท ขณะ​ที่​ท​รู​จะ​ลงทุน​ติดตั้ง​เทคโนโลยี 3 จี​ บน​เสา​สัญญาณ​ที่​ทั้ง 2 ฝ่าย​ เป็น​เจ้าของ​คละ​กัน และ​ให้​ กสท เช่า

ความ​ซับซ้อน​ของ​สัญญา​รูป​แบบ​ใหม่​ที่​ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​ทำ​มา​ก่อน ทำให้​ความ​ร่วมมือ​ระหว่าง​ท​รู​กับ ​กสท ใน​ครั้ง​นี้​ถูก​ตรวจสอบ​จากหน่วย​งาน ​หลากหลาย ทั้ง​จาก​สำนักงาน​ตรวจ​เงิน​แผ่นดิน คณะ​กรรมการ​ป้องกัน​การ​ทุจริต​แห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กสทช.)

โดยเฉพาะ​การ​ถูก​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​ว่า​ขัด​ต่อ ​พ.ร.บ.​ว่า​ด้วย​การ​ให้​เอกชน​เข้า​ร่วม​การ​งาน​หรือ​ดำเนิน​การ​ใน​ กิจการ​ของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.​ร่วม​ทุน) และ​ พ.ร.บ.​องค์กร​จัดสรร​คลื่น​ความถี่​และ​กำกับ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​วิทยุ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.​กสทช.) หรือ​ไม่

ขณะ​ที่​การ​ตรวจสอบ​กำลัง​ดำเนิน​ต่อ​เนื่อง ทั้ง​ กสท และ​ท​รู ก็​ยัง​คง​เดิน​หน้า​รุก​ธุรกิจ 3 จี​ ต่อ​ไป โดย​ท​รู​ประกาศ​แบรนด์ 3 จี​ ที่​จะ​ให้​บริการ ​ภาย​ใต้​สัญญา​ กสท-ท​รู ใหม่ ใช้​ชื่อว่า​ท​รู​มูฟ เอ​ช  (Truemove H) ควบคู่​ไป​กับ​การ​ทยอย​สั่ง​ซื้อ​อุปกรณ์​เพื่อ​ติดตั้ง​โครง​ข่าย 3 จี ซึ่ง​ตาม​ที่​กำหนด​ต้อง​เปิด​ให้​บริการ​ใน​ไตรมาส 3 โดย​ต้อง​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน 3 จี​ ให้​แล้ว​เสร็จ​ปี​แรก​รวม 2,500 สถานี

แต่​ระหว่าง​ที่​ทั้ง​ท​รู​และ​ กสท กำลัง​ขะมักเขม้น​ใน​การ​ปฏิบัติ​ภารกิจ ​เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​สัญญา​ดัง​กล่าว จอน เอ็ด​ดี้ อับดุล​ลา​ห์ ประธานเจ้า หน้าที่​บริหาร​ของ​ดี​แทค ใน​ฐานะ​ผู้​ประกอบ​การ​ใต้​สัมปทาน​ขอ​ง ก​สท อีก​ราย ก็ได้​ตัดสินใจ​ยื่น​ฟ้อง​ต่อ​ศาล​ปกครอง เมื่อ​วัน​ที่ 28 เม.ย.

จน​ที่สุด​เมื่อ​วัน​ที่ 19 พ.ค.​ที่​ผ่าน​มา ศาล​ปกครอง​จึง​ก็ได้​มี​คำสั่ง​ตัดสิน ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ข้าง​ต้น

แม้​ว่า​คำ​ตัดสิน​ของ​ศาล​ปกครอง จะ​ทำให้ กสท และ​ท​รู สามารถ​เดิน​หน้า​ขยาย​การ​ลงทุน​เพื่อ​ให้​บริการ 3 จี บน​คลื่น​ความถี่​เดิม ที่​เรียก​ว่า 3 จี เอ​ช​เอส​พี​เอ ต่อ​ไป​ได้

แต่​รัฐบาล​โดย​กระทรวง​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​และ​การ​สื่อสาร (ไอ​ซี​ที) รวม​ทั้ง ​กสทช.​ใน​ฐานะ​ผู้​กำกับ​ดูแล​กิจการ​โทรคมนาคม​ของ​ประเทศ จะ​ต้อง​ดูแล​ให้​กิจการ​ของ​บรรดา​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ของ​ ประเทศ ซึ่ง​มี​ผู้​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ใช้​บริการ​อยู่​เป็น​จำนวน​มาก​ถึง​เกือบ 80 ล้าน​เลข ​หมาย สามารถ​ดำเนิน​การ​ไป​ได้​อย่าง​คล่องตัว ภาย​ใต้​การ​แข่ง​ขัน​ที่​เป็น​ธรรม บน​พื้นฐาน​และ​กฎ​เก​ณท์​เดียวกัน โดย​ยึดถือ​ผล​ประโยชน์​ของ​ประเทศ และ​ประชาชน​เป็น​สำคัญ

เป็น​ความ​จริง​ที่​ผู้​ให้​บริการ​มือ​ถือ​ภาย​ใต้​เครือ​ข่าย​ของท​รู และ​ กสท จำนวน​กว่า 18 ล้าน​เลข​หมาย​จะ​ได้​รับ​ประโยชน์ และ​โอกาส​จาก​การ​ได้​เข้าถึง​ข้อมูล​ข่าวสาร​ที่​รวดเร็ว​กว่า​ใน​ระบบ 3 จี เอ​ช​เอส​พี​เอ ก่อน​ใคร

แต่​นั่น​ใช่​ความ​ยุติธรรม​หรือ​ไม่ หาก​ลูกค้า​ผู้​ใช้​บริการ​ใน​เครือ​ข่าย​ของ​ดี​แทค จำนวน 22.3 ล้าน​เลข​หมาย และ​ของ​บริษัทแ​อด​วานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอ​ไอ​เอส ซึ่ง​มี​อยู่ 32 ล้าน​เลข​หมาย จะ​ไม่ได้​รับ​โอกาส​เช่น​เดียวกัน​นี้​ด้วย…บรรดา​ผู้​ให้​บริการ​และ​ ผู้​ใช้​บริการ​เหล่า​นี้​ผิด​ตรง​ไหน​ที่​จะ​ไม่ได้​รับ​การบริการ​ภาย​ใต้ ​มาตรฐาน​เดียวกัน แม้​จะ​อยู่​ใน​ประเทศไทย​ด้วย​กัน

แม้​ที่​ผ่าน​มา คณะ​รัฐมนตรีของรัฐบาล​นายกฯ​อภิสิทธิ์ เวช​ชาชีวะ จะ​เห็น​ชอบ​ให้บริษัทที​โอ​ที จำกัด(มหาชน) ใน​ฐานะ​รัฐวิสาหกิจ​อีก​แห่ง ของกระทรวง​ไอ​ซี​ที สามารถ​ลงทุน​ขยาย​โครง​ข่าย​การ​ให้​บริการ​มือ​ถือ​ใน​ระบบ 3 จี มูลค่า​กว่า 15,000 ล้าน​บาท เพื่อ​ที่​บรรดา​เอกชน​ผู้​ให้บริการ ​เดิม​ทั้งดี​แทคและเอ​ไอ​เอส จะ​สามารถ​เช่า​ใช้​โครง​ข่าย 3 จี​ของที​โอ​ที ใน​รูป​แบบ​ของ​เอ็ม​วี​เอ็น​โอ​ได้ ก็ตาม

แต่​ใน​ข้อเท็จจริง รูป​แบบ​ของ​การ​เปิด​ให้​ผู้​ให้​บริการ​ที่​ไม่​มี​โครงข่าย ​เป็น​ของ​ตน​เอง เช่า​ใช้​โครง​ข่าย 3 จี​ของ​ที​โอ​ที รวม​ทั้ง​ขอ​ง ก​สท ได้นั้น ไม่​มี​สิ่ง​บ่ง​ชี้ หรือ​ยืนยัน​ได้​ว่าโครง​ข่าย​จะ​มี​ประสิทธิภาพ และ​คุณภาพ​มาตรฐาน​ทัดเทียม​กับ​บริการ​ที่​เอกชน​ให้​แก่​ลูกค้า​ของ​พวก​ เขา

ที่​สำคัญ ขณะ​ที่​ประชาชน​คน​ไทย​กำลัง​รอ​คอย​การ​กำเนิดของ ​คณะ​กรรมการ ก​สทช. ซึ่ง​จะ​นำ​ไป​สู่​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี รากฐาน​แห่ง​การ​นำ​มา​ซึ่ง​โอกาส​ใน​การ​เข้าถึง​ข้อมูล​ข่าวสาร​ที่แท้​ จริง แต่​จนถึง​ขณะ​นี้ คณะ​กรรมการ​ที่​ได้​รับ​การ​คัด​สรร ก็​ยัง​มี​ปัญหา​เรื่อง​การ​ขาด​คุณ​สมบัติที่​ทำให้​วุฒิสภา​ไม่​สามารถ​ ให้​ความ​เห็น​ชอบ​ได้

3 จี​จะ​ถือ​กำเนิด​ได้​จริง​ภาย​ใต้​การ​แข่ง​ขัน​ที่​เป็น​ธรรม และ​ประชาชน​จะ​ได้​ประโยชน์​อย่าง​จริงจัง​หรือ​ไม่ จึง​ขึ้น​อยู่​กับ​รัฐบาล โดยเฉพาะ​นายกรัฐมนตรี จะ​ให้​ความ​สำคัญ​กับ​เรื่อง​นี้​แท้จริง​เพียง​ใด​เท่านั้น.


ทุก​ค่าย​พร้อม​ผงาดแล้ว

ทันที​ที่​ศาล​ปกครองชี้ขาด​ไม่คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ตาม​ที่​ดี​แทค​ฟ้อง กสท ล้ม ​สัญญา​โครงการ 3 จี​ของ​กลุ่ม​ท​รู นั่นเท่า กับ​ว่า​นับ​แต่​นี้​กลุ่ม​ท​รู​จะเดินหน้าให้ บริการ 3 จี อย่างเต็มที่ ​กลาย​เป็น​เสือ​ติดปีกไปในที่สุด​

อย่างไรก็ดี มี​หรือ​ที่​คู่แข่ง​อีก 2 ค่าย​คือ​เอ​ไอ​เอส​และ​คู่กรณี​อย่าง​ดี​แทค​จะ​ปล่อย​ให้​ท​รู​ได้​ทำ​มา​ หากินแต่​ค่ายเดียว ดังนั้นทั้ง 2 ค่ายที่เหลือจึง​ได้​พยายาม​ใน​ทุก​วิถี​ทาง​ที่​จะ​เดินหน้า​ธุรกิจ​เช่น​ กัน

ต่อ​ไป​นี้​คือ ความ​มุ่ง​มั่น​ใน​การ​ให้​บริการ 3 จี​ ของ​ค่าย​มือ​ถือ​ทั้ง 3 ราย รวม​ ทั้งที​โอ​ที​ และ กสท ในฐานะ​รัฐวิสาหกิจ

ภาย​ใต้​การ​กำกับ​ดูแล​เข้ม​ชนิด​ไม่​กะพริบ​ตา​ของ กทช.

วิเชียร เมฆ​ตระการ
ซี​อี​โอเอ​ไอ​เอส

ใน​อีก 1-2 เดือน​ข้าง​หน้า เอ​ไอ​เอส​จะ​สามารถ​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน​เพื่อ​ให้​บริการ 3 จี​ได้​เสร็จ​สิ้น 1,884 สถานี เน้น​ครอบคลุม​กรุงเทพฯ และ​อีก 9 จังหวัด หลังจาก​นั้น​คง​จะ​สามารถ​ทยอย​ให้​บริการ​เชิง​พาณิชย์​ได้​ราว​ไตรมาสที่ 3

การ​ให้​บริการ 3 จี​ของ​เรา ณ ขณะ​นี้ ทำ​บน​คลื่น​ความถี่ 900 MHz เดิม​ของ​เอ​ไอ​เอส หลัง​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​บน​คลื่น 2.1 GHz ถูก​ศาล​สั่ง​ระงับ​ไป แม้​คลื่น​ที่​ให้​บริการ​จะ​มี​จำกัด เนื่องจาก​ฐาน​ลูกค้า​ปัจจุบัน​ที่​แน่นหนา​กว่า 32 ล้าน​เลข​หมาย แต่​ถ้า​เป็น​เรื่อง​คุณภาพ เรา​ไม่​เคย​ประนีประนอม​อยู่​แล้ว นั่น​เป็น​เหตุผล​ที่​เรา​ต้อง​หัน​ไป​หา​พันธมิตร ทั้ง​ให้​บริการ WiFi กับ​กลุ่ม​จัส​มิ​น หรือ​ใช้​เครือ​ข่าย​ร่วม (โรม​มิ่ง) กับ​บริษัท​ลูก​อย่าง​ดี​พี​ซี บน​คลื่น 1800 MHz รวม​ทั้ง​จับ​มือ​กับ​พันธมิตร​อย่าง​ที​โอ​ที ซึ่ง​เขา​กำลัง​ติดตั้ง 3 จี​อยู่​เช่น​กัน โดย​ใน​ส่วน​ของ​ที​โอ​ที​นั้น เรา​มอง​โอกาส​ใน​การ​โรม​มิ่ง รวม​ทั้ง​เข้าไป​เป็น​เอ็ม​วี​เอ็น​โอ (ผู้​ให้​บริการ​ที่​ไม่​มี​โครง​ข่าย) ของ​ที​โอ​ที​ด้วย

ใน​เมื่อ​ ขณะ​นี้ ดูเหมือน​ว่า กสท และ​ท​รู จะ​สามารถ​เดิน​หน้า​สัญญา​ให้​บริการ 3 จี​ระหว่าง​กัน​ได้ และ​ภาย​ใต้​กฎหมาย กสท ต้อง​ยอม​ให้ผู้​ ให้​บริการ​ราย​อื่น​ใช้​โครง​ข่าย​ด้วย​เช่น​กัน เอ​ไอเอส​ ก็​จะ​เข้าไป​ขอ​ใช้​ด้วย เพื่อ​บริการ​ที่​ดี​แก่​ลูกค้า ขณะ​เดียวกัน เรา​ใน​ฐานะ​คู่แข่ง ก็​ย่อม​ต้อง​อยาก​เดิน​ตามอย่าง​ท​รู อยาก​ได้​เงื่อนไข​เหมือน​อย่าง​ที่​ท​รู​ทำได้ อย่าง​การ​ยืด​อายุ​สัญญา​ออก​ไป แต่​จะ​ทำให้​ดี​กว่า ถูกต้อง​กว่า เพราะ​เห็น​แล้ว​ว่า​สัญญา​ของ กสท และ​ท​รู ยัง​มี​ความ​เสี่ยง​อยู่

ขณะ ​นี้​การ​แข่ง​ขัน​กำลัง​เริ่ม​ต้น  ใน​ฐานะ​ผู้​นำ ก็​คง​ต้อง​บอก​ว่า​อย่า​มอง​แค่​ช็อต​เดียว อย่า​ ชี้ขาด​แค่​เหตุการณ์​เดียว ตอน​นี้​เรา​มอง​ไป​ถึง​การ​เข้าไป​โรม​มิ่ง​กับ​เครือ​ข่าย​ดี​แทค​ด้วย​ ซ้ำ ถ้า​เบอร์ 1 กับ​เบอร์ 2 โรม​มิ่ง​กัน ก็​คง​จะ​สร้าง​ความ​แข็งแกร่ง​ได้​มาก เรา​ก็​ขอ​เปิด​ข้อ​เสนอ​นี้​ไว้​กับ​ดี​แทค​เลย​แล้วกัน.

จอน เอ็ด​ดี้ อับดุล​ลา​ห์
ซี​อี​โอ​ดี​แทค

จนถึง​ขณะ​นี้ ดี​แทค​ได้​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน 3 จี​ไป​แล้ว​ประมาณ 400 สถานี มี​เป้าหมาย​ที่​จะ​ติดตั้ง​ให้​ครบ 1,220 สถานี​ บน​คลื่น​ความถี่​เดิม 850 MHz ครอบคลุม​กรุงเทพ​ฯ และ 20 หัวเมือง​ใหญ่  เพื่อ​จะ​ให้​ทัน​เปิด​บริการ​ใน​ช่วง​ไตรมาส​ที่ 3 ปี​นี้​ให้​ได้ แม้​ขณะ​นี้ ดี​แทค​ยัง​ประสบ​ปัญหา​ไม่​สามารถ​ขอ​อนุมัติ​การ​ให้​บริการ 3 จี​เชิง​พาณิชย์​จาก​คณะ​กรรมการ กสท ได้ แต่​ยัง​คง​มี​เวลา​อีก​ร่วม 2 เดือน ที่​จะ​สะสาง​ปัญหา​ให้​สำเร็จ​ลุล่วง

เรา​กำลัง​พยายาม​ ปกป้อง​การ​ลงทุน​ของ​เรา เพื่อ​ให้​ตาม​คู่แข่ง​ได้​ทัน ทั้ง​ลูกค้า​และ​คู่​ค้า​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ถาม​อีก​ว่า​ดี​แทค​จะ​เดิน​หน้า 3 จี​เมื่อ​ไร แต่​แน่นอน ผม​จะ​ไม่​นำ​บริษัท​เข้าไป​สู่​จุด​ที่​เสี่ยง เรา​ต้องการ​ทำ​ทุก​อย่าง​ให้​ถูกต้อง

วัน​จันทร์​นี้ (23 พ.ค.) ผม​มี​นัด​กับ​ซี​อี​โอ กสท เพื่อ​ที่​จะ​ติดตาม​ใน​เรื่อง​นี้ เขา​ส่ง​ข้อความ​มา​บอก​ว่า​รอ​คอย​ที่​จะ​ได้​พูด​คุย​กับ​เรา ก็​เชื่อ​ว่า​ทิศทาง​จะ​เป็น​ไป​ด้วย​ดี เรา​กับ กสท คุย​ธุรกิจ​กัน​อย่าง​มืออาชีพ แม้​ว่า​จะ​มี​คดี​ความ​ฟ้องร้อง​กัน ผม​ว่า​เรา​ต้อง​แยกแยะ เรื่อง​การ​ฟ้องร้อง​และ​การ​ขอ​ทำ 3 จี​ เชิง​พาณิชย์​เป็น​คน​ละ​เรื่อง​กัน

ผม​เห็น​ด้วย​อย่าง​ยิ่ง​ที่​ คุณ​ศุภ​ชัย เจียร​วน​นท์ (ซี​อี​โอ​ของ​ท​รู) บอก​ว่า ดีใจ​ที่​ใน​ที่สุด​คน​ไทย​ก็ได้​มี​โอกาส​ใช้ 3 จี​เสียที หลังจาก​ที่​ศาล​ปกครอง​ไม่​พิจารณา​คำร้อง​ที่​เรา​ขอ​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ไป แต่​คน​ไทย​ใน​ที่​นี้​ควร​จะ​รวม​ลูกค้า​ของ​ดี​แทค​กว่า 22.3 ล้าน​ราย หรือ 1 ใน 3 ของ​ผู้​ใช้​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ทั่ว​ประเทศ​ด้วย พวก​เขา​ก็​ควร​จะ​มี​โอกาส​ใช้ 3 จี​เหมือน​กัน​และ​เท่าเทียม​กัน จึง​ไม่​น่า​มี​เหตุผล​ใด​ที่​จะ​หยุด​ยั้ง​ดี​แทค​อีก​ต่อ​ไป

อย่างไร ก็ตาม สำหรับ​ดี​แทค​แล้ว การ​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​บน​คลื่น​ความถี่ 2.1 GHz ซึ่ง​เป็น​จุด​เริ่ม​ต้น​ของ​การ​ออก​ใบ​อนุญาต เป็น​ทาง​ที่​เหมาะสม​ใน​การ​แก้​ปัญหา​การ​หยุด​ชะงัก​ที่​อุตสาหกรรม​ โทรคมนาคม​กำลัง​ประสบ​อยู่ ทำให้​ผู้​ประกอบ​การ​ทุก​ราย​สามารถ​แข่ง​ขัน​ภาย​ใต้​กฎเกณฑ์​และ​ข้อ​ กำหนด​เดียวกัน รัฐบาล​จึง​ควร​เร่ง​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​โดย​เร็ว เรื่อง​นี้​ถือ​เป็น​จุดยืน​ของ​ดี​แทค​มา​โดย​ตลอด ดี​แทค​ไม่​เคย​ฉุด​รั้ง​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี อย่าง​ที่​มี​ใคร​บาง​คน​พยายาม​กล่าวหา เรา​เตรียม​เงิน​สำหรับ​การ​ประมูล​ครั้ง​ที่​แล้ว ที่​ราคา​เริ่ม​ต้น 12,800 ล้าน​บาท ​และ​บอร์ด​ยัง​อนุมัติ​เงิน​ลงทุน​ติดตั้ง​โครง​ข่าย​เพิ่มเติม​อีก 30,000 ล้าน​บาท นี่​น่า​จะ​เป็น​ข้อ​พิสูจน์​ว่า​เรา​พร้อม​จริง.

ศุภ​ชัย เจียร​วน​นท์
ซี​อี​โอ​ท​รู


ภาย​ใต้​สัญญา 3 จี​ระหว่าง ​กสท และ​ท​รู เรา​ต้อง​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน 3 จี​ให้​ได้ 2,000 สถานี​ภายใน​ปี​นี้ เมื่อ​รวม​กับ​สถานี​ฐาน 3 จี​ของ​ท​รู​มูฟ บน​คลื่น 850 MHz อีก​กว่า 700 สถานี ใน​ปี​นี้​เรา​จะ​มี​เครือ​ข่าย 3 จี​ครอบคลุม​กว่า 2,700 สถานี ขณะ​นี้​ต้อง​เรียก​ว่า​เดิน​หน้า​เต็ม​กำลัง เพราะ​ตาม​กำหนด​ต้อง​เปิด​ให้​บริการ​ภายใน​ไตรมาส​ที่ 3 ของ​ปี​นี้

เรา ​มี​เวลา 3 ปี ตาม​ที่​สัญญา​กำหนด ต้อง​ลงทุน ​เครือ​ข่าย 3 จี​ให้​ครอบคลุม 4,500 สถานี​ฐาน ซึ่ง​วงเงิน​ลงทุน​จะ​อยู่​ที่ 9,000 ล้าน​บาท

วัน​ที่​ศาล​มี​คำ​ตัดสิน ผม​รู้สึก​ดีใจ​มาก​ที่​คน​ไทย​จะ​ได้​มี 3 จี​ใช้​เสียที ก็​ต้อง​เรียก​ว่า​โล่ง​อก แต่​โล่ง​อก​ได้​แค่ 1 วัน เพราะ​ขณะ​เดียวกัน ก็​คง​ถึง​เวลา​ที่​เรา​ต้อง​เดิน​หน้า​เข้า​สู่​การ​แข่ง​ขัน​อีก​ครั้ง เรา​แค่​ผ่าน​ด่าน​แรก​มา เชื่อ​ว่า​ยัง​มี​อีก​หลาย​ด่าน​รอ​อยู่​ข้าง​หน้า

ต้อง​ยอม​รับ​ว่า ​ก่อน​หน้า​นี้ ธุรกิจ​ไม่ได้​อยู่​ใน​โหมด​การ​แข่ง​ขัน​มา​พัก​หนึ่ง​แล้ว ผม​ดีใจ​ที่​เรา​จะ​ได้​กลับ​มา​สู่​โหมด​แข่ง​ขัน​สัก​ที ก็​หวัง​ว่า​จะ​ไม่​มี​ใคร​มา​ฉุด​รั้ง​อีก

ด้วย​ศักยภาพ​ของ​เอ​ไอ​ เอส​และ​ดี​แทค ถ้า​ตั้งใจ​ทำ 3 จี​ตั้งแต่​บัดนี้ พวก​เขา​จะ​ไม่​เสียเปรียบ​เลย ทั้ง​ด้วย​ปริมาณ​คลื่น เงิน​ทุน อายุ​สัญญา​ที่​เหลือ และ​ส่วน​ต่าง​กำไร (Margin) ที่​สูง​เกือบ 50% ของ​ราย​ได้

ใน​ส่วน​ของ​ดี​แทค​นั้น เชื่อ​ว่าที่​สุด​จะ​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​บริการ​เชิง​พาณิชย์​ได้ เพราะ​การ​ที่​ท​รู​สามารถ​เดิน​หน้า​สัญญา 3 จี​ได้​นั้น จะ​ช่วย​ผลัก​ดันดี​แทค​ให้​ขยับ​ได้​เช่น​กัน ทุก​ฝ่าย​ควร​มี​สิทธิ​ให้​บริการ

ผม​ไม่​ยอม​รับ​ว่า​เรา​ได้​ เปรียบ​จาก​สัญญา​นี้ ไม่​ว่า​จะ​ใน​ระยะ​สั้น ระยะ​กลาง หรือ​ระยะ​ยาว เรา​เพียง​มี​โอกาส​แข่ง​ขัน เสียเปรียบ​น้อย​ลง ขยับ​ขึ้น​มา​ทัดเทียม​ได้​บ้าง แต่​ไม่​ใช่​ได้​เปรียบ​แน่นอน   ถ้า​จะ​ได้​เปรียบ   ยอม​รับ​อย่าง​เดียว​ ว่า​อาจ​ได้​เปรียบ​เรื่อง​ที่​เรา​เป็น Convergence Play มี​ธุรกิจ​ใน​กลุ่ม​ครอบคลุม มี Content ใน​มือ​หลากหลาย เรา​ทำ Content มา​โดย​ตลอด

สัญญา 3 จี​ระหว่าง กสท และ​ท​รู ไม่​ใช่​สัญญา​ใน​ลักษณะ​เบ็ดเสร็จ มัน​เป็น​สัญญา​ค้า​ส่ง-ค้า​ปลีก​ที่​มี​ข้อ​จำกัด​ของ​มัน ไม่​เหมือน​สัญญา​สัมปทาน​ที่​เป็น​อยู่ ที่​สำคัญ กสท และ​ท​รู​ต้อง​แบ่ง​ราย​ได้กัน

ส่วน​หาก​ใน​อนาคต​ข้าง​หน้า การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี คลื่น​ความถี่ 2.1 GHz เดิน​หน้า​ต่อ​ไป​ได้ ทาง​ท​รู​ก็​จะ​เข้า​ร่วม​ประมูล​อย่าง​แน่นอน เพราะ​การ​แข่ง​ขัน​ใน​ยุค​นี้ แพ้​ชนะ​แข่ง​กัน​ที่​ปริมาณ​คลื่น

จาก ​นี้ ทุก​คน​น่า​จะ​เดิน​หน้า​ทำ​ธุรกิจ​เหมือนกับ​ที่​เคย​เป็น​มา ทั้ง​เอ​ไอ​เอส​และ​ดี​แทค​ก็​คง​คิด​เหมือน​กัน เมื่อ​ท​รู​สามารถ​ขยับ​ขึ้น​มา​มี​โอกาส​แข่ง​ขัน ก็​คง​สู้​กัน​สุด​ตัว การ​แข่ง​ขัน​จะ​นำ​ไป​สู่​ประโยชน์​ต่อ​ผู้​บริโภค และ​ประเทศชาติ.


ธุรกิจ​สื่อสาร​แข่ง​เดือด

อานนท์ ทับ​เที่ยง
ซี​อี​โอ ที​โอ​ที

ที​โอ​ทีได้​จุด​ประกาย​ให้​บริการ 3 จี มา​ตั้งแต่​ปลาย​ปี 2552 ถือ​เป็น​ผู้​ให้​บริการ 3 จี เป็น​ราย​แรก​ของ​ประเทศ บน​คลื่น​ความถี่ 1900-2000 เม​กะ​เ​ฮิรตซ์ (MHz) มี​ผู้​ใช้​บริการ 200,000-300,000 ราย และ​หลังจาก​ศาล​ปกครอง​มี​คำสั่งให้​ กสท เดิน​หน้า​บริการ 3 จี บน​คลื่น​ความถี่​เดิม​ย่าน 850 MHz ได้ ก็​ถือ​เป็น​การ​ส่ง​สัญญาณ​ที่​ดี และ​ทำให้​ขีด​ความ​สามารถ​ทางการ​แข่ง​ขัน​ของ​ประเทศไทย​ดี​ขึ้น

ขณะ​ที่​ค่าย​มือ​ถือ​ราย​อื่นๆ ก็​ต้องหา​ช่อง​ทาง​ที่​จะ​เปิด​ให้​บริการ 3 จี เช่น​เดียวกัน อัน​จะ​เป็น​ผล​ทำให้​การ​แข่ง​ขัน​การ​ให้​บริการ 3 จี คึกคัก​มาก​ยิ่ง​ขึ้น เพราะ​ทุก​ค่าย​มือ​ถือต่าง​ต้องหา​ช่อง​ทาง​รักษา​ฐาน​ลูกค้า​ของ​ตัว​เอง​ ไว้

“ผม​เชื่อ​ว่า​เมื่อ​กระบวนการ​สรรหา​คณะ​กรรมการ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กสทช.) เสร็จ​สิ้น จะ​มี​การ​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี ใบ​อนุญาต​ใช้​คลื่น​ความถี่​ย่าน 2.1 กิ​กะ​เฮิรตซ์ (GHz) และ​นำ​ไป​สู่​การ​ให้​บริการ 3 จี​อย่าง​เต็ม​รูป​แบบ อย่าง​ช้า​ภายใน​ปี 2555 จะ​ทำให้​การ​แข่ง​ขัน​การ​ให้​บริการ 3 จี ดุเดือด​รุนแรง​ขึ้น แต่​ผู้​บริโภค​จะ​ได้​ประโยชน์​เต็มที่”

ใน​ส่วน​การ​ให้​บริการ 3 จี​ที​โอ​ที​นั้น ที​โอ​ทีได้​เตรียม​เม็ด​เงิน​ไว้​ลงทุน​กว่า 15,999 ล้าน​บาท เพื่อ​ติดตั้ง​อุปกรณ์​โครง​ข่าย​สถานี​ฐาน 5,320 แห่ง และ​จะ​ทยอย​เปิด​ให้​บริการ​ตั้งแต่​เดือน มิ.ย.​นี้​เป็นต้น​ไป ซึ่ง​จะ​ไป​ช่วย​เสริม​การ​ให้​บริการ 3 จี​ของ​ที​โอ​ที ที่​มี​อยู่​เดิม 550 สถานี​ฐาน

ภายใน​ปี 2555 ที​โอ​ทีจะ​มี​บริการ 3 จี ครอบคลุม​พื้นที่​เกือบ​ทั่ว​ประเทศ ซึ่ง​จะ​ทำให้​การบริการ 3 จี​ที​โอ​ที มี​ประสิทธิภาพ​มาก​ยิ่ง​ขึ้นกว่า​เดิม โดย​ตั้งเป้าหมาย​ว่า​ปี​นี้​จะ​มี​ลูกค้า 1 ล้าน​ราย มี​ราย​ได้ 1,700 ล้าน​บาท และ​ปี​ถัดๆไปก็​จะ​มี​ราย​ได้​จาก 3 จี เพิ่ม​ขึ้น​เท่าตัว ซึ่ง​คาด​หวัง​ว่า​จะ​มา​ทดแทน​ราย​ได้​จาก​สัมปทาน​ที่​ต้อง​นำ​ส่ง​รัฐ​ ทั้งหมด​ใน​ปี 2557 และ​ทำให้​ฐานะ​การเงิน​ที​โอ​ทีแข็งแกร่ง​ขึ้น โดย​ไม่​พึ่ง​ราย​ได้​สัมปทาน​อีก​ต่อ​ไป

สำหรับ​แผนการ​ตลาด​ที่​จะ​รอง​รับ​การ​ให้​บริการ 3 จี​นั้น ที​โอ​ทีได้​จ้าง​บริษัท​ที่​ปรึกษา​ศึกษา​รูป​แบบ​การ​ทำ​ตลาด ทั้ง​การ​ให้​ผู้​ให้​บริการ​โทร– ศัพท์​มือ​ถือ​ที่​ไม่​มี​โครง​ข่าย (Mobile Virtual Network Operator : MVNO) และ​การ​ให้​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ปัจจุบัน​เช่า​ใช้​โครง​ข่าย ซึ่ง​คาด​ว่า​ภายใน​เดือน ​มิ.ย.​นี้​จะ​ได้​ข้อ​สรุป​ที่​ชัดเจน ขณะ​เดียวกัน ที​โอ​ที ก็​จะ​เปิด​โฉม​ใหม่ “ที​โอ​ที 3 จี” อย่าง​เต็ม​รูป​แบบ​ด้วย​เช่น​กัน.

สุ​ธรรม อยู่​ใน​ธรรม
กรรมการ กทช.

จาก​นี้​ไป​โครงสร้าง​การ​แข่ง​ขัน​ใน​ธุรกิจ​โทรคมนาคม​จะ​บิดเบือน​ไป​และ ​เลว​ร้าย​กว่า​เดิม เพราะ​ผู้​ประกอบ​การ​โทรศัพท์​มือ​ถือมี​สินค้า​และ​บริการ​ที่​ไม่​เหมือน ​กัน ไม่​เท่าเทียม​กัน ต่าง​จาก​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา​ที่​มี​สินค้า​และ​บริการ​เหมือน​กัน ทำให้​เกิด​การ​แข่ง​ขัน ผู้​บริโภค​ได้​รับ​ประโยชน์​สูง​สุด

แต่​การ​ที่​ กสท ทำ​สัญญา​การ​ทำ​ธุรกิจ​โทรศัพท์​มือ​ถือ 3 จี รูป​แบบ​ใหม่ กับ​กลุ่ม​ท​รู​นั้น ลักษณะ​เหมือนกับ​การ​นำ​สัมปทาน 3 จี ออก​มา​ขาย​ให้​ค่าย​มือ​ถือ​ราย​หนึ่ง ส่ง​ผล​ให้​มี​สินค้า​และ​บริการ​ที่​ไม่​เท่าเทียม​กัน

ฉะนั้น​ เมื่อ​ราย​หนึ่ง​ทำได้ ราย​ที่​เหลือ​คือ ​ดี​แทค​และ​เอ​ไอ​เอส ก็​ต้อง​ทำ​ทุก​วิถี​ทาง​ที่​จะ​ให้​ได้​เปิด​บริการ 3 จี​เช่น​เดียวกัน ซึ่ง​อาจ​ทำ​สัญญา​ลักษณะ​เดียวกัน​ก็​เป็นได้ ยิ่ง​จะ​ส่ง​ผล​ให้การ​แข่ง​ขัน​บิดเบือน อีก​ทั้ง​จะ​ไม่​มี​ผู้​ประกอบ​การ​ราย​ใหม่​เกิด​ขึ้น ทำให้​ประเทศชาติ​เสีย​โอกาส​และ​ประชาชน​ก็​จะ​ไม่ได้​รับ​ประโยชน์​สูง​ สุด

“ผม​เชื่อ​ว่า​จาก​นี้​ไป​จะ​เกิด​ความ​วุ่นวายไป​จนกว่า​จะ​มี​การ​เปิด​ ประมูล​ใบ​อนุญาต​และ​คลื่น​ความถี่ 3 จี และ​มี​ผู้​ประกอบ​การ​ราย​ใหม่ๆเข้า​มา​แข่ง​ขัน​ใน​ธุรกิจ​โทรคมนาคม”

ทั้งนี้​ สัญญา ​กสท-ท​รู ยัง​ไม่​เป็น​ข้อ​ยุติ เพราะ​ยัง​อยู่​ในกระบวนการ​พิจารณา​ของ​ศาล​ปกครอง ขณะ​ที่​ กสทช.ก็​กำลัง​ตรวจสอบ​รายละเอียด​ของ​การทำ​สัญญา​ทั้งหมด​ว่า​ปฏิบัติ​ตาม ​ประกาศ ​กทช.​และ พ.ร.บ.​องค์กร​จัดสรร​คลื่น​ความถี่​และ​กำกับ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.​กสทช.) หรือ​ไม่

“กทช.​ทำ​หน้าที่​ผู้​คุม​กฎ ต้อง​ตัดสิน​บน​พื้นฐาน​ข้อเท็จจริง​และ​หลักฐาน ต้อง​ฟัง​ความ​ให้​ครบถ้วน​จาก​ทุก​ฝ่าย​ก่อน​ตัดสิน ซึ่ง​ต้อง​ใช้​เวลา​ระยะ​หนึ่ง แตก​ต่าง​จาก​การ​เป็น​ผู้​ให้​ความ​เห็น​หรือ​วิพากษ์วิจารณ์ ที่​จะ​ตัดสิน​ฟัน​ธง​ว่า​ผิด​หรือ​ถูก​ด้วย​ความ​รวดเร็ว​ได้ ไม่​ว่า​ผล​การ​ตรวจสอบ​ของ​ กทช.​จะ​เป็น​อย่างไร สุดท้าย​ก็​ต้อง​ไป​ยื่น​ฟ้อง​ศาล​ปกครอง​และ​ศาลแพ่ง เพราะ​คำ​พิพากษา​ของ​ศาล​นั้นถือ​เป็น​ที่​สิ้นสุดที่​ทุก​คน​ต้อง​ปฏิบัติ ​ตาม”.

พ.อ.​นที ศุ​กล​รัตน์
กรรมการ กทช.

ธุรกิจ​โทรคมนาคม​ของ​ไทย ตก​อยู่​ใน​ภาวะ​สุญ​ญา​กา​ศ เพราะ​เป็น​ช่วง​รอย​ต่อ​ระหว่าง​กฎหมาย​เก่า​และ​ใหม่ พ.ร.บ.​องค์กร​จัดสรร​คลื่น​ความถี่​และ​กำกับ​กิจการ​​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ ​กิจการ​โทรคมนาคม (พ.ร.บ.​กสทช.) โดย​กฎหมาย​เก่า กทช.​ทำ​หน้าที่​ได้​อย่าง​เต็มที่ แต่​กฎหมาย​ใหม่ ซึ่ง​เอา​คลื่นวิทยุ โทรทัศน์ และ​โทรคมนาคม มา​รวม​ไว้​ด้วย​กัน ทำให้​ กทช.​ไม่​มี​อำนาจ ต้อง​รอ ก​สทช.​ที่​อยู่​ระหว่าง​การ​สรรหา มา​ทำ​หน้าที่ ฉะนั้น กทช.ทำ​หน้าที่​รักษา​การ ก​สทช. จึง​ไม่​มี​อำนาจ เปรียบ​เสมือน “ยักษ์​ไม่​มี​กระบอง”

ทั้งนี้​  ตาม​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญและ​กฎหมาย​ทุก​ฉบับ  กำหนด​ให้​ระบบ​โทรคมนาคม​เกิด​การ​แข่ง​ขัน​เสรี​อย่าง​เป็น​ธรรม ขจัด​อุปสรรค​ความ​ได้​เปรียบ​เสียเปรียบ​ของ​ระบบ​สัมปทาน​ที่​มี​อยู่ ด้วย​การ​กำหนด​กฎ​ระเบียบ​ให้​อยู่​บน​พื้นฐาน​เดียวกัน เมื่อ​มี​การ​แข่ง​ขัน​เสรี​อย่าง​เป็น​ธรรม ผล​ประโยชน์​สูง​สุด​ต้อง​เป็น​ของ​ประชาชน ขณะ​ที่​ผู้​ประกอบ​การ​ก็​มี​กำไร​ที่​เหมาะสม ไม่​ใช่​ค้า​กำไร​เกิน​ควร

แต่​ระบบ​โทรคมนาคม​ของ​ไทยยัง​คง​เป็น​ระบบ​สัมปทานที่​ไม่​เท่าเทียม​กัน ทั้ง​อายุ​สัญญา​สัมปทาน การ​จ่าย​ส่วน​แบ่ง​ราย​ได้ ทำให้​ต้นทุน​การ​แข่ง​ขัน​ไม่​เท่า​กัน ทุก​ค่าย​มือ​ถือก็​ต้อง​แสวง​หา​ช่อง​ทาง​ที่​จะ​ตอบ​สนอง​ความต้องการ​ของ ​ลูกค้า โดยเฉพาะ​บริการ 3 จี กำลัง​เป็น​ที่​ต้องการ​ของ​ลูกค้า​ที่​ใช้​อินเตอร์เน็ต​บน​มือ​ถือ (Mobile Internet)

ฉะนั้น​ การ​ทำ​สัญญา 3 จี ระหว่าง​ กสท-ท​รู เป็น​อีก​ช่อง​ทาง​หนึ่ง ที่​ต้องการ​ตอบ​สนอง​ความต้องการ​ของ​ลูกค้า ซึ่ง​จะ​ผลัก​ดัน​ให้​ทั้ง​ดี​แทค เอ​ไอ​เอส​ หา​วิธีการ​ที่​จะ​เปิด​ให้​บริการ 3 จี​ ให้​ได้​เช่น​เดียวกัน

ส่วน​วิธี​นั้น​จะ​ถูก​กฎหมาย​หรือ​ไม่ ใน​ระหว่าง​นี้​ก็​ต้อง​ดำเนิน​การ​ไป​ก่อน จนกว่า​ศาล​ปกครอง​จะ​มี​คำสั่ง​ตัดสิน แต่​ถ้า​ยัง​มี​ความ​คลุม​เค​รือ ​ด้าน​กฎหมาย การ​แข่ง​ขัน​เสรี​อย่าง​เป็น​ธรรม ก็​​คงจะ​ยัง​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​ธุรกิจ​โทรคมนาคม​ของ​ไทย​เป็น​แน่!!

จิ​รา​ยุทธ รุ่ง​ศรี​ทอง
ซี​อี​โอ กสท

ขอ​ยืนยัน​อีก​ครั้ง​ว่า สัญญา​บริการ 3 จี กสท-ท​รู เป็น​ไป​ตาม​ขั้น​ตอน​และ​ถูกต้อง ไม่ได้​เอื้อ​ประโยชน์​ให้​ราย​ใด​ราย​หนึ่ง เพราะ​เป็น​การ​ทำ​สัญญา​ ขายส่ง​โครง​ข่าย 3 จี ซึ่ง​ราคา​ขายส่ง​ก็​จะ​เป็น​อัตรา​เดียวกัน  ถ้า​เอกชน​ราย​ใด​สนใจ​ก็​ สามารถ​ทำ​สัญญา​เช่น​เดียว​กับ​ท​รู​ได้

กสท มี​ทาง​เลือก​ไม่​มากที่​จะ​ลด​ภาวะ​การ​ขาดทุน​จาก​ธุรกิจ​มือ​ถือ​ซี​ดี​ เอ็ม​เอ และ​เพื่อ​ความ​อยู่​รอด​ขอ​ง ก​สท ​ทั้ง​ใน​ปัจจุบัน​และ​อนาคต เพราะ​ใน​อีก 3 ปี​ข้าง​หน้า​ราย​ได้ที่​เคย​ได้​รับ​จาก​สัมปทาน ก็​ต้อง​นำ​ส่ง​เป็น​ราย​ได้​แผ่นดิน​ทั้งหมด ฉะนั้น  ​จึง​จำเป็น​ต้องหา​ช่อง​ทาง​เพิ่ม​ราย​ได้​ให้​องค์กร​ยืน​อยู่​ ได้​ด้วย​ตัว​เอง โดย​ไม่​พึ่ง​พา​ราย​ได้​จาก​สัมปทาน​อีก

ซึ่ง​นับ​ตั้งแต่​ลง​นาม​ใน​สัญญา​เมื่อ 27 ม.ค.​ที่​ผ่าน​มา กสท ก็ได้​เดิน​หน้า​เตรียม​ให้​บริการ 3 จี​มา​โดย​ตลอด พร้อม​วาง​เป้าหมาย​ว่า​ภายใน​ไตรมาส 3 ของ​ปี​นี้ จะ​ต้อง​เปิด​ให้​บริการ 3 จี​ ได้​อย่าง​แน่นอน โดย​จะ​เริ่ม​เปิด​บริการ​ใน​พื้นที่​กรุงเทพฯและ​ปริมณฑล และ​จังหวัด​ใหญ่อีก 10 จังหวัด และ​สิ้น​ปี 2555 ก็​จะ​ขยาย​บริการ​ได้​ครอบคลุม​พื้นที่​ทั่ว​ประเทศ โดย​ปี 2554 ตั้ง​เป้า​ว่า​จะ​มี​ผู้​ใช้​บริการ 3 จี 1 ล้าน​ราย มี​ราย​ได้ 3,000 ล้าน​บาท และ​คาด​หวัง​ว่า​แต่ละ​ปี​จะ​มี​อัตรา​เติบโต​เท่าตัว จนถึง​ปี 2556 จะ​มี​ผู้​ใช้​บริการ 3-4 ล้าน​ราย และ​มี​ราย​ได้ 8,000 ล้าน​บาท

ขณะ​เดียวกัน ​ กสท  ​ได้​ปรับ​แผนการ​โอน​ย้าย​ลูกค้า​ที่​ใช้​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ระบบ​ซี​ดี​ เอ็ม​เอ 800,000 เลข​หมาย ให้​มา​ใช้​บริการ 3 จี ระบบ​เอ​ช​เอส​พี​เอ ภายใน 1 ปี

ส่วน​เม็ด​เงิน​ลงทุน​นั้น กสท ​ได้​เตรียม​งบประมาณ​ไว้​แล้ว ซึ่ง​วาง​แผน​ไว้​ว่า​ตลอด​ระยะ​เวลา 15 ปี จะ​ใช้​เงิน​ลงทุน 12,000 ล้าน​บาท ใน​ระบบ​สื่อ​สัญญาณ เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การบริการ 3 จี ให้​รวดเร็ว​ยิ่ง​ขึ้น

การ​เดิน​หน้า​ให้​บริการ 3 จี ขอ​ง ก​สท ​นั้น เชื่อ​ว่า​นับ​จาก​นี้​ไป ค่าย​มือ​ถือ​ทั้งดี​แทคและ​เอ​ไอ​เอสก็​จะ​ต้อง​ทำ​ทุก​วิถี​ทาง​ที่​จะ​ เปิด​ให้​บริการ 3 จี​ให้​ได้​เช่น​เดียวกัน เพื่อ​รักษา​ฐาน​ลูกค้า​ไว้ ซึ่ง​อาจ​เช่า​โครง​ข่าย 3 จี จาก​ที​โอ​ที หรือ กสท ลักษณะ​เดียว​กับ​ท​รู ขณะ​ที่​ดี​แทคก็​จะ​มี​คำ​ตอบ​ที่​ชัดเจน​ใน​อีก  1-2 สัปดาห์​ข้าง​หน้าว่า​จะ​สามารถ​เดิน​หน้า​ให้​บริการ 3 จี บน​คลื่นความ​ถี่​เดิม​ย่าน 800 MHz ด้วย​เทคโนโลยี​ใน​เชิง​พาณิชย์​ได้​ หรือ​ไม่

เมื่อ​เป็น​เช่น​นี้ ไม่​เกิน​ปลาย​ปี 2554 ประชาชน​คน​ไทย​จะ​ได้​เห็น ภาพ​การ​แข่ง​ขัน​ใน​ธุรกิจ​โทรคมนาคม ที่​จะเริ่ม​กลับ​มา​ดุเดือด​อีก​ครั้ง หลังจาก​เงียบเหงา​มา​ระยะ​หนึ่ง เพราะ​ไม่​มี​บริการ​ใหม่ๆ.

ทีมเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 23 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

กสทช.รอประชุมบอร์ดครั้งหน้า อนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3จี กสท

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

20 เมษายน 2554, 19:55 น.
กสทช.รอประชุมบอร์ดครั้งหน้า อนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3จี กสท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165481

คาดว่าในการประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งหน้า รักษาการบอร์ดจะอนุมัติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี อย่างแน่นอน หลังยื้อยุดกันในเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กสทช.ว่ามีอำนาจอนุมัติหรือไม่มาตั้งแต่ปี 53…

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือรักษาการ กสทช. ได้หยิบยกประเด็นการอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อนำมาให้บริการ 3 จี มาหารืออีกครั้ง โดยรักษาการ กสทช.ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า กสท สามารถนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี ได้ตามสิทธิ์ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมรายหนึ่ง แต่เนื่องจากนายสุธรรม อยู่ในธรรม รักษาการ กสทช. ยังมีข้อท้วงติงว่า กสท เป็นผู้ฟ้องร้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) นั้น ถือว่า กสท มีท่าทีขัดแย้งกันเอง

ต่อมาที่ประชุมรักษาการ กสทช. จึงได้มอบหมายให้นายสุธรรม ไปตรวจสอบประเด็นตามข้อกฎหมายที่ท้วงติง ให้เกิดความชัดเจน และให้นำเสนอกลับมาเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดรักษาการกสทช.ในคราวหน้า เพื่ออนุมัติให้นำเข้าอุปกรณ์ 3 จี เพราะการอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3 จี นอกจากจะทำให้ประชาชนคนไทยได้ใช้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ที่รอคอยกันมานานแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการให้บริการโทรศัพท์มือถือของประเทศ และเป็นการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมของประเทศด้วย
สำหรับการขออนุมัติการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี ของ กสท เป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมาตั้งปี 2553 หลังจากที่กสทได้ยื่นฟ้องร้องกทช.ต่อศาลปกครองกลาง ก่อน กทช.เปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 จี เพียงวันเดียว โดยศาลมีคำสั่งให้ระงับการประมูล 3 จีเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2553 ซึ่งกสทได้ยื่นเรื่องขออนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3 จี มาตั้งแต่ปลายปี 2553 แต่รักษาการ กสทช. มีข้อถกเถียงกันเรื่องอำนาจของรักษาการกสทช.ทำให้ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ กสท ได้ทำหนังสือยืนยันว่า การอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3 จี เป็นคนละเรื่องกับการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ กสทช.มีอำนาจอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าในการประชุมครั้งหน้า รักษาการบอร์ดกสทช.จะอนุมัติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี อย่างแน่นอน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 เมษายน 2554, 19:55 น.

พ.ร.บ. กสทช.ใหม่ ฉบับไพร่ฟ้าหน้าใส

Published มกราคม 4, 2011 by SoClaimon

3 มกราคม 2554, 05:00 น.

ผ่านทางพ.ร.บ. กสทช.ใหม่ ฉบับไพร่ฟ้าหน้าใส – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_138428

 

หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย และมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2553 ที่ผ่านมา

พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ก็เปรียบได้กับระเบิดเวลาที่กำลังรอวันปะทุ

เพราะไม่เพียงแต่กฎหมาย ฉบับดังกล่าว จะถูกทำคลอดออกมาเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของสาธารณะที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า มีสิทธิใช้ และครอบครองได้เท่านั้น

หากแต่มันยังเป็นกฎหมายที่ไม่ผ่อนปรน และมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการต่างๆภายใต้ข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

ใน ขณะที่ทรัพยากรซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง คลื่นความถี่โทรทัศน์ หรือคลื่นความถี่ที่ใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่มือถือ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และแม้แต่สัญญาณดาวเทียม ล้วนแต่มีจำนวนจำกัด และมีผู้เข้าครอบครองที่ยึดถือเอาคลื่นที่มีอยู่น้อยนิดนั้นเป็นของตนจนหมด ที่สำคัญ ทุกคลื่น ทุกความถี่ และทุกช่องสัญญาณ มีเรื่องเกี่ยวข้องพัวพันกับผู้คนจำนวนมาก

มีเดิมพันในวิถีชีวิตความ เป็นอยู่ รสนิยม ความชอบ-ไม่ชอบ และความจำเป็นในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนคนไทยทั้ง 64 ล้านคน ผนวกอยู่กับความมั่นคงของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นสำคัญด้วย

เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจว่า ทำไมกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่

ทีม เศรษฐกิจ  ขอนำเสนอบทสรุปเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจในตัวบทกฎหมายฉบับนี้ซึ่งมีสาระ สำคัญว่าด้วยการกำหนดแผนแม่บทเพื่อการจัดสรรคลื่นให้แก่กิจการ  3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย  1. กิจการวิทยุกระจายเสียง 2. กิจการวิทยุโทรทัศน์ หรือโทรทัศน์ และ 3 กิจการโทรคมนาคม ซึ่งครอบคลุมถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และช่องสัญญาณดาวเทียมต่างๆ

ภาย ใต้การจัดทำแผนแม่บทเพื่อการจัดสรรคลื่นความถี่แก่กิจการต่างๆข้างต้น สมาชิกวุฒิสภาจะต้องผลักดันให้เกิดกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ  กสทช.ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 180 วัน หากไม่แล้วเสร็จ กฎหมายก็เปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีใช้สิทธิเลือกคณะกรรมการ กสทช.เองได้ และจะต้องเปิดเผยรายชื่อ พร้อมโฉมหน้าของคณะกรรมการทั้ง 11 คน  ต่อสาธารณชนไม่เกิน 6 เดือน

จากนั้น ภายในระยะเวลา 1 ปี อรหันต์ทั้ง 11 คน มีหน้าที่จะต้องร่างแผนแม่บทของกิจการต่างๆทั้ง 3 กิจการในการกำกับดูแลของตน พร้อมแผนการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะที่ว่านี้ให้เสร็จสิ้น

เมื่อแผน แม่บทต่างๆเหล่านี้เสร็จสิ้นลง องค์กร หรือหน่วยงานที่ครอบครองคลื่นความถี่ทั้งหมด ต้องส่งคืนคลื่นความถี่เหล่านั้นกลับสู่มือของ กสทช. เพื่อนำออกจัดสรรใหม่ และหลายส่วนต้องถูกนำมาเปิดประมูลให้แก่ผู้ต้องการรายใหม่ๆ

ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีโทรทัศน์ของรัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งของกองทัพ ต่างก็จะต้องคืนคลื่นที่เคยครอบครองไว้นานหลายทศวรรษ กลับคืนสู่ กสทช.

อย่างไร ก็ตาม ผู้ประกอบการเหล่านั้น ย่อมได้สิทธิคุ้มครองในฐานะผู้ถือครองคลื่นเดิม และประกอบกิจการ ทำมาค้าขายบนคลื่นเดิมที่มีลูกค้า ผู้ชม ผู้ฟังติดตามต่อเนื่อง

แต่สิทธินั้นจะได้มาแบบ “นอนกิน” หรือ “เต็มเม็ดเต็มหน่วย” เหมือนเดิมหรือไม่ คำตอบขณะนี้คือ “ไม่” ชัดเจน

ท่ามกลาง ความเงียบงันอย่างไม่น่าเชื่อ สงครามระหว่างผู้ครอบครองผลประโยชน์ เดิมในกิจการต่างๆ กับกฎหมายที่เพิ่งผ่านกระบวนการเพื่อผลในการบังคับใช้ จึงค่อยๆปะทุขึ้น และเราเชื่อเช่นนั้นว่า ถ้าอรหันต์ทั้ง 11 คน ไม่ใช่เทพผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้การจัดสรรคลื่นความถี่เกิดความสงบเรียบร้อย ได้

คนเหล่านี้ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด รอบรู้ จัดเจน และสามารถจัดสรรผลประโยชน์แก่ทุกฝ่ายได้อย่างเป็นธรรม และลงตัว สมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มุ่งให้คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของประเทศ และสาธารณชนอย่างแท้จริง

แต่ถ้าหากการณ์กลับกลายเป็นข้อพิพาทและความ ขัดแย้ง เพราะเกิดการเสียเปรียบได้เปรียบกัน หรือมีข้อยกเว้นแก่กลุ่มบุคคลบางฝ่าย และบางองค์กร เราๆท่านๆ โดยเฉพาะรัฐบาล ก็อาจจะได้เห็นความยุ่งยากหลายด้านที่จะตามมา

**********

ระเบิด เวลาลูกแรก ส่งต่อมาจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งก่อกำเนิดมาได้ครบ 7 ปีเต็ม และต้องปิดฉากตัวเองลง หลัง พ.ร.บ.กสทช.มีผลบังคับใช้

งานสุดท้ายที่ยังคั่งค้างอยู่ในใจประชาชน คนไทยที่ต้องการใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี จากการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี  บนคลื่นความถี่ 2100 MHz ที่ถูกศาลสั่งให้ระงับไว้ชั่วคราว ถูกโอนถ่ายมาเป็นแรงกดดันแรกๆ ของ กสทช.ชุดใหม่ทันที

เพียงแต่ครั้ง นี้ ดูเหมือนว่างานหินของคณะกรรมการชุดก่อน ได้กลายเป็นงานขี้ผงเป็นที่เรียบร้อย หากเทียบกับภารกิจหน้าที่ รวมทั้งอุปสรรคที่กำลังรอคอยคณะกรรมการ กสทช.ชุดใหม่อยู่เบื้องหน้า

หลัง จัดทำแผนแม่บทและแผนจัดสรรคลื่นความถี่เสร็จสิ้นลงภายในระยะเวลา 1 ปี กสทช.ก็ต้องเผชิญหน้ากับภารกิจสำคัญ นั่นคือการจัดสรรคลื่นความถี่ทั้งหมด ทั้งคลื่นโทรทัศน์ วิทยุ โทรคมนาคม ใหม่ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะคลื่นความถี่วิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ เนื่องจากประเทศอื่นไม่มีการประมูลคลื่น 2 ชนิดนี้ มีเพียงการประมูลคลื่นโทรคมนาคมเท่านั้น

ในส่วนของกิจการโทรทัศน์ กฎหมายให้การคุ้มครองสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเอาไว้ โดยกำหนดให้ กสทช. ออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และใบอนุญาตประกอบกิจการแก่องค์การกระจาย เสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะ ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ พ.ร.บ.กสทช.มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนสถานี โทรทัศน์ที่เหลือทั้งหมด ภายใต้กฎหมายใหม่ ต้องจัดทำแผนส่งคืนคลื่นเพื่อนำออกจัดสรรใหม่ โดยเฉพาะคลื่นที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งหากเป็นไปตามกำหนด ขั้นตอนดังกล่าวต้องเสร็จสิ้นลงอย่างช้าไม่เกินไตรมาส 3 ของปี 2555

ภาย ใต้เงื่อนไขของใบอนุญาต ภายใต้มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 ซึ่งเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.กสทช. กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. ใบอนุญาตกิจการบริการสาธารณะ ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ก.กิจการสาธารณะเพื่อส่งเสริมความรู้ การศึกษา คุณภาพชีวิต ข.กิจการสาธารณะเพื่อความมั่นคง และ ค.กิจการสาธารณะเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและ รัฐสภากับประชาชน

2. ใบอนุญาตกิจการบริการชุมชน ซึ่งต้องเป็นประโยชน์ตามความต้องการของชุมชนหรือท้องถิ่นที่รับบริการ และ 3. ใบอนุญาตกิจการทางธุรกิจ ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็นอย่างน้อย 3 ประเภท ประกอบด้วย ก.ใบอนุญาตประกอบกิจการระดับชาติ ข.ระดับภูมิภาค และ ค.ระดับท้องถิ่น

คลื่นที่ถูกเรียกคืนและรับการจัดสรรใหม่นั้น หากเป็นใบอนุญาตประเภทที่ 1 และ  2  ไม่จำเป็นต้องประมูลแข่งขันเพื่อรับการจัดสรร เพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นเจตนาของการเผยแพร่สัญญาณภาพและเสียงให้ชัดเจน ว่าเป็นบริการสาธารณะและชุมชน

ส่วนกิจการที่แสวงหากำไรในเชิงธุรกิจนั้น ต้องขอใบอนุญาตประเภทที่ 3 ซึ่งจะต้องประมูลแข่งขันเพื่อรับการจัดสรรคลื่น

โดย ในกรณีของสถานีโทรทัศน์ที่แพร่ภาพอยู่ ณ ปัจจุบันนั้น น่าจะเป็นที่ชัดเจนว่า สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 11 น่าจะพุ่งตรงไปสู่ใบอนุญาตประเภทที่ 1 แต่จะเป็น 1 (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) นั้น จำเป็นจะต้องพิจารณาจากรายละเอียดแผนแม่บทและแผนจัดสรรคลื่น ที่คณะกรรมการ กสทช.จะต้องร่างขึ้นมาเพิ่มเติม

ขณะที่สถานีเพื่อการ พาณิชย์อย่างโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 9 รวมทั้งบริษัททรูวิชั่นส์ จำกัด น่าจะเข้าประมูลรับการจัดสรรคลื่น ภายใต้ใบอนุญาตประเภทที่ 3 แต่เนื่องจากใบอนุญาตถูกแบ่งออกเป็นการให้บริการระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น การแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการในตลาด เพื่อแก่งแย่ง ช่วงชิงใบอนุญาตระดับชาติ จึงน่าจะรุนแรงไม่แพ้การประมูลชิงใบอนุญาต 3 จี หากแผนแม่บทถูกร่างให้เน้นหารายได้จากการประมูล

สำหรับในกรณีของ สถานีวิทยุนั้น ถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขและหลักการเดียวกัน เพียงแต่สำหรับคลื่นวิทยุ กฎหมาย กสทช.ระบุตามมาตรา 85 ให้จัดสรรคลื่นจำนวน 20% ของคลื่นทั้งหมด แก่ภาคประชาชนด้วย แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่า ภาคประชาชนมีนิยามเป็นเช่นไร แตกต่างอย่างไรกับวิทยุชุมชน ซึ่งลงทะเบียนรอรับการจัดสรรคลื่นโดยถูกต้องตามกฎหมายใหม่อยู่ทั้งสิ้น 8,500 สถานี ขณะนี้

ขณะที่กิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีความยุ่งเหยิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น ก็จำเป็นต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขการคืนคลื่นความถี่ดังกล่าวเช่นกัน โดยกฎหมายใหม่ยังให้คำนิยาม “กิจการโทรคมนาคม” เพิ่มเติมไปถึงบริการดาวเทียมสื่อสาร ซึ่งย่อมต้องครอบคลุมถึงการที่ผู้ให้บริการดาวเทียม ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเช่าใช้ช่องสัญญาณเพื่อแพร่ภาพออกอากาศด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงการจัดระเบียบทีวีดาวเทียม ที่กำลังแพร่หลายใหม่ทั้งหมด

ใน ส่วนสาระเกี่ยวกับตัวคลื่นโทรคมนาคมยังมีประเด็นน่าสนใจตรงที่ว่า พ.ร.บ. กสทช.ฉบับใหม่ ยังมีข้อกำหนดตามมาตรา 46 ที่ว่าด้วยการให้คลื่นความถี่โทรคมนาคมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้รับอนุญาตจะ โอนให้แก่กันมิได้ และห้ามมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือยินยอมให้บุคคลอื่นมีอำนาจประกอบกิจการแทน

ซึ่งทำให้การเช่าใช้ โครงข่ายของผู้ให้บริการรายย่อย ที่ไม่มีเงินลงทุนเครือข่ายเอง ในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายไปในที่สุด

**********

 

สรุปหลักการ พ.ร.บ.กสทช.
– กำหนดให้ “กิจการโทรคมนาคม” รวมบริการดาวเทียมสื่อสาร
– เพิ่มบทนิยามคำว่า “ชุมชน”
– กระบวนการคัดเลือกเป็นหน้าที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและให้วุฒิสภามีมติ คัดเลือกภายใน 60 วัน หลังจากที่ได้รับรายชื่อจากคณะกรรมการสรรหา หากไม่แล้วเสร็จตามกำหนดให้เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีเสนอรายชื่อเข้าที่ประชุม ครม.รวมเบ็ดเสร็จ การจัดตั้งคณะกรรมการต้องเสร็จสิ้นภายใน 180 วันจากนี้
– กรรมการ กสทช.มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
– การออกใบอนุญาตคลื่นวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เพื่อประกอบธุรกิจ ให้ใช้วิธีการประมูล เก็บค่าธรรมเนียมไม่เกินร้อยละสองของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายของผู้ขอรับใบ อนุญาต โดยผู้รับใบอนุญาตห้ามโอนคลื่นความถี่และใบอนุญาตแก่กัน
– รายได้จากการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมหลังหักค่าใช้จ่ายให้ส่งเป็นรายได้ แผ่นดิน ส่วนรายได้ จากการประมูลคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์จัดส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาฯ
– ภายใน 3 ปี ให้รัฐวิสาหกิจนำส่งค่าสัมปทานโทรคมนาคมให้ กสทช.

 

ขณะ ที่ประเด็นแตกต่างชัดเจนระหว่างกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม ยังได้แก่รายได้ จากการประมูลคลื่นวิทยุและโทรทัศน์นั้น จะต้องถูกนำส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ขณะที่เงินที่ ได้จากการประมูลคลื่นกิจการโทรคมนาคม เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.กสทช. กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมดังกล่าว มีหน้าที่สนับสนุนให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึง ส่งเสริมการวิจัย พัฒนา คุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนให้ การสนับสนุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ด้วยการจัดสรรเงินให้สื่อไม่ว่าจะเป็นใคร ที่ไหน หากจัดตัวเองให้อยู่ในกลุ่มสื่อสร้างสรรค์ ก็สามารถเข้าข่ายรับการสนับสนุนจากกองทุนได้ ที่สำคัญภายใต้มาตรา 12 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 ซึ่งเป็นกฎหมายลูก ยังเปิดกว้างสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตบริการชุมชน ต้องไม่เป็นนิติบุคคล โดยอาจเป็นสมาคม มูลนิธิ หรือกลุ่มคนในท้องถิ่น รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ ชุมชนของตนได้ด้วย

จากนี้ไปกิจกรรมภาคประชาชน ส่งเสริมชุมชน เอ็นจีโอกลุ่มสื่อสร้างสรรค์ ก็น่าจะเฟื่องฟูไม่น้อยจากงบประมาณภาครัฐได้จัดสรรให้ผ่านกฎหมายใหม่ฉบับนี้

ส่วน หากที่สุดแล้ว เกรงว่าจะมีกรณีหวงคลื่น กอดคลื่นไม่ยอมปล่อย พ.ร.บ.ฉบับใหม่ก็ได้หาทางอุดรูรั่วเอาไว้แล้ว โดยกำหนดไว้ในมาตรา 79 ว่าด้วยมาตรการลงโทษพนักงาน  กสทช.  หรือผู้ใช้อำนาจ  กสทช.  ที่รู้หรือได้รับแจ้งว่ามีการใช้คลื่นอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย  โดยหากละเว้นการกระทำใดๆ  จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว

 

 

 

ภารกิจพัลวัน : จัดสรรคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์-โทรคมนาคม


รศ.ดร.สุธรรม อยู่ในธรรมรศ.ดร.สุธรรม อยู่ในธรรม

‘นับจากนี้ไป จะเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนทั้งเก่าและใหม่ ในกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ที่จะเข้ามีบทบาทมากขึ้น…’


รศ.ดร.สุธรรม อยู่ในธรรม
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการ คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สิ่งที่จะได้เห็นหลังจากที่ พ.ร.บ.กสทช.มีผลบังคับ และมีกรรมการ กสทช.มาปฏิบัติหน้าที่จริง คือการเปลี่ยนแปลงของวงการวิทยุและโทรทัศน์ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551

เพราะตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีกฎ กติกา และการกำกับดูแลกิจการวิทยุและโทรทัศน์ที่ชัดเจนแต่อย่างใด

และ ในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ไป จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายอย่างมาก เพราะนอกจากจะไม่มีความชัดเจนเรื่องกฎกติกาแล้ว  การเข้ามาทำหน้าที่ของคณะกรรมการ  กสทช.
เพื่อกำหนดกฎระเบียบ ประกาศข้อบังคับต่างๆ จะยุ่งเหยิง เพราะหลายขั้นตอน

โดย ในระหว่างการจัดทำกฎ กติกา จะมีการโต้แย้งเถียงกันอย่างรุนแรง เหมือนกับการทำกฎกติกา ในส่วนของกิจการโทรคมนาคมที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลาในการประชาพิจารณ์หลายต่อหลายครั้ง

“ผมมีความกังวลในส่วน ของการกำกับดูแลกิจการวิทยุและโทรทัศน์ เพราะที่ผ่านมา ไม่มีการกำกับดูแล ไม่มีกฎกติกา ประกอบกับเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปอย่าง มาก จากระบบอะนาล็อค เป็นระบบดิจิตอล เกรงว่าจะเกิดวุ่นวายมากในการกำกับดูแล”

เมื่อถึง เวลาการจัดระเบียบคุณภาพ ต้องยอมรับว่าอาจเกิดการทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เชื่อว่าท้ายสุดจะตกลงกันได้ เหมือนกับธุรกิจโทรคมนาคมทุกวันนี้ “ผมไม่มีความกังวล เพราะกว่า 7 ปีที่ทำหน้าที่ กทช. ได้สร้างความชัดเจนไว้มากแล้ว ส่วนความชัดเจนในธุรกิจวิทยุ โทรทัศน์ คงเป็นหน้าที่  กสทช.”

นับจากนี้ไป จะเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนทั้งเก่าและใหม่ ในกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ที่จะเข้ามีบทบาทมากขึ้น ทั้งมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎ กติกา ระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพราะทุกกลุ่มจำเป็นต้องขวนขวายให้ตัวเองมีเวทีในการประกอบธุรกิจ หรือต่างคนต่างออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตน

“ปีหน้าและปีถัดๆไป เราจะต้องได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น behind the scenes โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ไม่ทราบมาก่อน  เพราะเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์มาตลอด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีผลประโยชน์จะออกมาแสดงตัวตนมากขึ้น”

และเมื่อ พ.ร.บ.กสทช.มีผลบังคับใช้ เชื่อว่าจะมีสื่อใหม่ๆเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบและหลาก หลายประเภทมาก ในขณะที่รายได้ของสื่อสิ่งพิมพ์ที่มาจากโฆษณาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยลดลง

สื่อ ออนไลน์จะเข้ามาขอส่วนแบ่งรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ที่เคยได้เป็นกอบเป็น กำช่วงก่อนหน้านี้ แล้วยังจะถูกสื่อวิทยุ เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม มาแบ่งรายได้จากโฆษณาไปด้วย

จะเห็นได้จากที่ผ่านมา สื่อสิ่งพิมพ์บางรายได้ปรับตัวเองด้วยการกระโดดเข้าสู่สื่อออนไลน์ และทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี เพราะมองเห็นว่าเป็นช่องทางในการขยายธุรกิจมากขึ้น และอยู่รอดได้ด้วย ซึ่งความเปลี่ยนในวงการสื่อนั้น เป็นการตระเตรียมรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ภายหลังมี กสทช.

อย่างไร ก็ตาม   จากการศึกษา   พ.ร.บ.กสทช.เบื้องต้น   พบว่ายังมีหลายประเด็นที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน   เพื่อป้องกันมิให้เกิดการฟ้องร้องกันภายหลัง   เช่น   เรื่องการประมูลคลื่นความถี่ เพราะเกรงว่าคนที่เงินทุนสูงจะได้ แต่คนเงินทุนน้อยไม่มีโอกาส การห้ามโอนสิทธิ์คลื่นไปให้คนอื่นใช้ร่วม

และ ที่สำคัญสุดคือ การเรียกคืนคลื่นความถี่และการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เพราะ กสทช.จะทำให้อย่างไร แต่สร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งคลื่นที่ใช้ในกิจการวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม และเพื่อประโยชน์สาธารณะ จะแบ่งสรรปันส่วนอย่างไรไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวน ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ให้เกิดสัญญาณกวนกันระหว่างแต่ละช่วงคลื่นด้วย

ซึ่งเชื่อได้ว่าเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่จะเกิดความวุ่นวายมาก

แม้ ท่ามกลางความวุ่นวายของการจัดสรรคลื่นความถี่ แต่ยังมีมุมคิดดีๆเกิดขึ้นด้วย ซึ่งเป็นอานิสงส์จาก พ.ร.บ.กสทช. ทำให้ธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ขยายตัว เปิดโอกาสให้เด็กไทยที่มีหัวคิดดีดี มีเวทีได้แสดงฝีมือ โชว์ผลงาน และก้าวสู่การเป็นเจ้าของรายการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก
ฉะนั้น การจัดสรรคลื่นความถี่ให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรม ถือเป็นความท้าทาย กสทช.อย่างมาก และเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด.

 

พลโทสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์พลโทสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์

‘กสทช.จะต้องมีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล หรือเรียกได้ว่าต้องเป็น “อัจฉริยะ” คือก้าวกระโดดข้ามไปสู่อนาคตให้ได้’
พลโทสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เสนาธิการทหารบกฝ่ายกิจการพลเรือน และเลขาธิการคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กองทัพ บก  กล่าวว่า  การกำเนิด  พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ. กสทช.) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2553 นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวิทยุกองทัพบก เพราะได้เตรียมการและปรับตัวเอง รวมถึงการปรับปรุงสถานีวิทยุกระจายเสียงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมาย

ใน ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การปฏิรูปสื่อได้มีการหยิบขึ้นมาหารือถึงการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 และรัฐธรรมนูญปี 2550 ต่างก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า คลื่นความถี่ทุกชนิดเป็นสมบัติของชาติ

เมื่อ นำมาใช้จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งในระดับชาติและระดับท้อง ถิ่น ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งต้องให้เกิดการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรมด้วย

และแม้การมี กสทช.จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เมื่อมีแล้ว ก็ต้องกำหนดกฎ กติกา ให้ชัดเจน เมื่อถึงเวลานั้น วิทยุกองทัพบกจะยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ทุกประเภท และทุกสถานีวิทยุ ตราบเท่าที่กองทัพบกมีสิทธิ์ดำเนินการ

ปัจจุบัน กองทัพบกมีสถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือข่าว 172 สถานี แบ่งเป็นระบบเอเอ็ม 78 สถานี และระบบเอฟเอ็ม 49 สถานี มีสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และช่อง 7 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบกได้ทำหน้าที่ผลิตรายการที่ส่งเสริมภาระหน้าที่ของทหาร ดูแลเรื่องความมั่นคง และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่หวังทำกำไร แต่ทำเพื่อความมั่นคงของชาติ

โดยในส่วนของความมั่นคงนั้น ถือว่าสื่อมีความสำคัญมาก วิทยุกองทัพบกจึงได้สร้างเครือข่ายวิทยุชุมชนกว่า 700 สถานี ที่เข้ามาช่วยกันร่วมสร้างประโยชน์ให้ชุมชน สังคม เน้นการบอกต่อ บอกคนใกล้ตัวให้รักชาติ เช่น เครือข่าย 100 คน บอกต่อ 300 คน ถือว่าได้ประโยชน์มาก

กรรมการ กสทช.จะต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล หรือเรียกได้ว่าต้องเป็น “อัจฉริยะ” คือก้าวกระโดดข้ามไปสู่อนาคตให้ได้ เพราะโลกยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าหากจะมาเป็น  กสทช.  เพียงเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้น  โดยเฉพาะการจัดการเรื่องคลื่นความถี่ คงต้องใช้เวลาในการจัดการปัญหาไม่ต่ำกว่า 10 ปี

“ส่วนตัวผมคิดว่า เรื่องคลื่นความถี่ไม่ใช่ปัญหา  ไม่ใช่สาระสำคัญมากนัก  เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น วิทยุออนไลน์ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คลื่น เพราะผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่สามารถเห็นหน้าตาดีเจได้ ผมเชื่อว่าเอกชนที่ทำธุรกิจบันเทิง ค่ายเทปเพลงต่างๆ ได้ปรับตัวเข้าสู่บริการทางออนไลน์แล้ว”

พลโทสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมของกิจการวิทยุได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่าน ถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ที่ไม่มีการกำกับดูแล ไม่มีกฎกติกา เพราะไม่สามารถจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ได้

จึงก่อให้เกิดวิทยุชุมชน มากกว่า 8,500 แห่งทั่วประเทศ หรือบางจังหวัดมีมากกว่า 40 สถานี เนื่องจากปัจจุบันการลงทุนทำธุรกิจวิทยุชุมชนทั้งผลิตรายการและติดตั้ง อุปกรณ์ต่างๆ ใช้เงินลงทุนต่ำมาก เพียงแค่ 100,000 บาท ต่างจากอดีตที่ใช้เงินทุนมากถึง 10 ล้านบาท

นั่นเป็นเพราะว่าในวงการ วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เวลาที่ล่วงผ่านไปนั้น เป็นช่องว่างอย่างมากระหว่างกฎหมายกับเทคโนโลยี อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เช่น วิทยุชุมชน ที่ปลุกระดมทางการเมือง เป็นต้น

“ถ้าวันนี้ ประเทศไทยมีบริการโครงข่าย 3 จี เราคงจะไม่ต้องถกเถียงกันเรื่องคลื่นความถี่ ไม่มีปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนระหว่างกัน ไม่ต้องอาศัยเสาสัญญาณ เพราะทุกคนจะหันมาใช้บริการออนไลน์ผ่าน 3 จี มากยิ่งขึ้น”

แม้จะมี ช่องทางทำรายการวิทยุที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ผู้ผลิตรายการจะต้องคำนึงถึงคือผู้บริโภค เพราะถ้ารายการไม่ดี ผู้บริโภคก็เปลี่ยนช่องได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความนิยมของผู้บริโภค หรือเรตติ้ง ซึ่งบางครั้งก็ทำลายศีลธรรม คุณธรรม

ยกตัวอย่าง รายการวิทยุที่เกี่ยวกับความรู้ ความมั่นคง จริยธรรม เรตติ้งต่ำ ขณะที่รายการละครน้ำเน่า เรตติ้งสูง ในอดีต บทพระเอกปล้ำนางเอกไม่มี เพราะมีแต่บทผู้ร้าย แล้วพระเอกมาช่วย แต่ปัจจุบันพระเอกปล้ำนางเอกก่อน แล้วคืนดีกันทีหลัง ซึ่งทำให้เด็กซึมซับที่จะเป็นพระเอก เพราะไม่มีความผิด จึงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตรายการต้องตระหนักว่าจะทำอย่างไรให้เรตติ้งกับ คุณธรรม ศีลธรรม อยู่คู่กันและไปด้วยกันได้

และเมื่อกฎหมายมีผล บังคับใช้แล้ว จะทำอย่างไรให้สิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ไม่มีกฎหมาย โดยเฉพาะวิทยุชุมชนที่อยู่กันมานาน  โดยไม่มีกฎระเบียบ  รวมถึงเคเบิลทีวีต่างๆด้วย  ให้อยู่ร่วมกันได้

จึงถือเรื่องดังกล่าวเป็นวิกฤตการณ์ที่รอการแก้ไข เปรียบเสมือนระเบิดเวลารอวันปลดล็อก หรือกอบกู้.


นายสมพันธ์ จารุมิลินทนายสมพันธ์ จารุมิลินท

‘ในโอกาสทอง ย่อมมีความเสี่ยง ผมอยากแนะนำ…ให้ทำในสิ่งที่ตนถนัด ก่อนลงมือผลิตรายการ’
นายสมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกในประเทศไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.กสทช.จะเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับวงการวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม

และ เชื่อได้ว่าภายในปี 2554 คงได้รับรู้ว่าใครจะมาเป็นกรรมการ กสทช. ทั้ง 11 คน ที่จะเข้ามาปฏิบัติภารกิจจัดสรรคลื่นความถี่ การบริหารคลื่นความถี่ การกำหนดกฎระเบียบ และกำกับดูแล ให้เป็นไปอย่างมีระเบียบชัดเจน

ถ้าหากการจัดตั้ง  กสทช.เกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็วนั้น  จะมีผลต่อวงการวิทยุและโทรทัศน์

จะ มีการตื่นตัวในการคิดสร้างสรรค์รายการต่างๆ  เพื่อป้อนให้สถานีโทรทัศน์ทั้งผ่านดาวเทียม  เคเบิลทีวี   รวมถึงรายการวิทยุต่างๆ   จึงเป็นโอกาสของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์   ได้มีโอกาสสร้างผลงานและรายได้

เพราะประเทศไทย นับได้ว่ามีคนเก่งที่มีความคิดสร้างสรรค์จำนวนมาก และจะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เป้าหมาย Thailand Creative Economy และมีช่องทางในการนำเสนอผลงาน ซึ่งผลงานนั้นๆสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ หรือกลายเป็นนักธุรกิจได้

ที่ ผ่านมามีข้อจำกัดในการนำเสนอ เนื่องจากมีเพียงสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 เท่านั้น ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีผู้ผลิตรายการอยู่แล้ว ทำให้ผู้ผลิตรายการใหม่ๆเข้าไปแทรกได้ลำบาก

“การจะมีผู้ผลิตรายการ หน้าใหม่ๆเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก คนไทยเก่งในการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะหลายคนก็คว้ารางวัลผลงานสร้างสรรค์จากต่างประเทศ แต่ในประเทศไม่มีโอกาส เพราะมีข้อจำกัด ถือจากนี้ไปโอกาสได้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีความคิดสร้างสรรค์”

นาย สมพันธ์ กล่าวว่า ในปี 2554 นอกจากเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ผลิตรายการหน้าใหม่ๆ แล้ว ยังจะมีผู้ประกอบการที่หันมาลงทุนประกอบธุรกิจทีวีดาวเทียว เคเบิลทีวี เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

เท่าที่ทราบ ในขณะนี้มีเอกชนหลายรายกำลังศึกษาลู่ทางการลงทุนทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี ซึ่งจะเห็นได้จากการที่สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ หรือช่อง 9 ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เริ่มขยายรายการไปยังทีวีดาวเทียมแล้ว

“ใน โอกาสทอง ย่อมมีความเสี่ยง ผมอยากแนะนำว่า ใครที่อยากผลิตรายการ ควรหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอ และสิ่งที่ตัวเองถนัด เพราะต้องทำให้คนดูตรึงใจตั้งแต่ต้นจนจบรายการ ผมเชื่อว่าจะมีผู้คนแห่ทำรายการ เป็นเจ้าของรายการ แต่ถ้าไม่หาจุดแข็งให้ตัวเอง สุดท้ายก็ล้มและเลิกผลิตรายการไป”

เมื่อ ถึงเวลานั้น อำนาจจะอยู่ในมือของคนดู เพราะหากรายการใดไม่ดี ผู้บริโภคก็จะเปลี่ยนช่อง   ดังนั้น   การสร้างสรรค์ผลงาน   ก็ต้องคิดและทำให้ตรึงตราใจผู้ชมให้มากที่สุด

เขากล่าวว่า เมื่อมีสถานีโทรทัศน์หลายช่อง หลายรายการ เชื่อว่างบโฆษณาประชาสัมพันธ์ขององค์กรต่างๆ ก็ต้องแบ่งสรรให้รายการต่างๆตามสัดส่วนไป เช่น เคยทุ่มเม็ดเงินไปให้สถานีโทรทัศน์หลัก ก็เปลี่ยนเป็นกระจายให้ทุกสถานี รวมไปถึงสถานีวิทยุ ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีด้วย

ปัจจุบันมูลค่า ตลาดรวมของการโฆษณาอยู่ที่ 57,000 ล้านบาท และเชื่อว่าปี 2554 มูลค่าการตลาดจะอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท ซึ่งจากมูลค่าตลาดที่ใหญ่มากนั้น ทำให้หลายคนมองเห็นโอกาสที่จะเข้าสู่ธุรกิจรายการทีวี หรือเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาเป็นของตนเอง แค่ 1% ก็ยังดี

สำหรับ ตลาดจานดาวเทียม  ถือว่าขยายตัวอย่างรวดเร็ว  จากข้อมูลเบื้องต้น  พบว่าปัจจุบันมีการติดตั้งจานดาวเทียมกว่า 10 ล้านครัวเรือน กว่า 50% ของครัวเรือนในประเทศไทยที่มีอยู่ 20 ล้านครัวเรือนทำให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี ยังมีโอกาสที่ขยายตลาดจานดาวเทียมได้อีกมาก

สำหรับในส่วนของทรู วิชั่นส์ จะยังคงเดินหน้าตามสัญญาสัมปทานที่ได้ตกลงกันไว้กับอสมท ต่อไป ขณะเดียวกัน ก็จะยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์จาก กสทช. เพื่อทำธุรกิจที่สอดคล้องกัน เพราะเป็นสิทธิ์ที่ทรู วิชั่นส์ ควรจะได้เช่นเดียวกับผู้ประกอบการทีวีรายอื่นๆ แต่ขณะเดียวกัน ทรูก็ต้องปรับตัวให้มากขึ้น

เขากล่าวต่อว่า เมื่อ กสทช.ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของวงการวิทยุโทรทัศน์ และสร้างให้เกิดนักธุรกิจรายเล็กรายใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไปถึงรัฐบาล คือการดูแลผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เน้นการให้ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่ามองแค่ผลประโยชน์แค่วันนี้ ให้มองระยะยาว

เพราะถือเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่า เป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ที่ไม่ควรมีใครมาเอาเปรียบซึ่งกันและกัน.


ทีมข่าวเศรษฐกิจ

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 มกราคม 2554, 05:00 น.

 

%d bloggers like this: