สุกำพล สุวรรณทัต

All posts tagged สุกำพล สุวรรณทัต

รมว.คมนาคม ปัดความรับผิดชอบกรณีเด็กช่างถล่มรถเมล์

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:11 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195002.

Pic_195002

 

ปลัดคมนาคม สั่ง สายตรวจขสมก.เข้มงวดความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงที่มีนักเรียนตีกัน ด้าน รมว.คมนาคม ปัดความรับผิดชอบ โยนเป็นหน้าที่ตำรวจ…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงเหตุความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นบนรถประจำทางสาย 45 สำโรง-คลองเตย จากกรณีที่เด็กช่างกลเข้าปิดล้อมและระดมขว้างก้อนหินและท่อนไม้ใส่คู่อริที่อยู่บนรถทำให้รถเกิดความเสียหายแก่ตัวรถและผู้โดยสารบางส่วนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 54ที่ผ่านมาว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นเพียงผู้ให้บริการขนส่งเท่านั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องของความเสียหาย ส่วนเรื่องการดูแลความปลอดภัยบนรถนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่ต้องเข้ามาดูแลให้มากขึ้น

ด้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้บริการของ ขสมก. ตนได้สั่งการให้สายตรวจ ขสมก.เฝ้าระวังและสังเกตการณ์มากขึ้น โดยการจัดส่งสายตรวจออกตรวจสอบ เฝ้าระวังและประจำในพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น บริเวณโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:11 น.

จัดระบบรถไฟฟ้า 20ตลอดสาย ชงรัฐ3เดือนรู้ผล

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195000.

Pic_195000

 

ปลัดคมนาคม เตรียมชงรัฐบาลเดินหน้าเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้า เก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย คาดเห็นผลใน 3 เดือน ประเดิมบีทีเอส-เอ็มอาร์ทีก่อน…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยจะมีการกำหนดราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เพื่อจูงใจผู้ใช้บริการนั้น เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมจะสรุปกรอบการดำเนินการประเด็นดังกล่าวก่อนที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการเจรจากับเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะมีความชัดเจนใน 2-3 เดือนข้างหน้า

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น กระทรวงคมนาคมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 แนวทางโดยแนวทางที่ 1 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและมีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะมาชดเชยราย ได้ที่เอกชนต้องสูญเสียไป ซึ่งเรือ่งการชดเชยนี้ กระทรวงการคลัง ก็จะเป็นผู้กำหนดที่มาของงบประมาณก่อนที่จะมีการเสนอให้สภาพัฒน์ให้ความเห็น ชอบ ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ ก็จะสามารถดำเนินการในรูปแบบแรกคือการนำระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ของ บีเอ็มซีแอล มาเชื่อมต่อการคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายกับระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ส่วนแนวทางที่ 2 นอกจากการนำรถไฟฟ้าใต้ดินกับแอร์พอร์ตลิ้งค์มารวมกันแล้ว ก็จะเจรจากับผู้บริหารบีทีเอส เพื่อนำบีทีเอสเข้ามารวมเป็นโครงข่ายในการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จากการติดตามตัวเลขผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล เพิ่มขึ้นจาก 590,000 คน เป็น 900,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 และมีรายได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 30-40 หรือประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากความสะดวกในการใช้บริการรถไฟฟ้า และราคาค่าโดยสารใกล้เคียงกับค่าโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30,000-40,000 คน ทั้งซิตี้ไลน์และแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส และหากเข้ามาร่วมในระบบคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละ 60,000 คน

ส่วนประเด็นเรื่องการชดเชยรายได้ให้แก่เอกชนนั้น โดยหลักเกณฑ์ จะเป็นการชดเชยในส่วนของรายได้ที่ลดลงของเอกชน จากรายได้ปกติ เช่น เมื่อเอกชนทั้งหมดเข้าร่วมโครงการ และมีรายได้ลดลงจากวันละ 20 ล้านบาท ลงเหลือ 18 ล้านบาท เมื่อมีการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ภาครัฐก็จะเข้ามาชดเชยเงิน 2 ล้านบาทที่ลดลง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม คิดว่า เงินที่ต้องมาชดเชย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากการจูงใจผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้ระบบราง สามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้ เงินที่ชดเชยก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วนการเชื่อมต่อระบบด้วยระบบตั๋วร่วมนั้นขณะนี้ ทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล อยู่ระหว่างการพัฒนาตั๋วร่วมด้วยกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่จะเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทั้งหมดเป็นโครง ข่ายเดียวกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

พล.ต.ท.ชัจจ์ ลั่น พร้อมลุยล้างมาเฟียสุวรรณภูมิ

Published สิงหาคม 15, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 13:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194135.

Pic_194135

รมว.คมนาคม เตรียมแบ่งงานรมช.หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วอนสังคมมองการทำงานมากกว่าการเป็นเพื่อน “ทักษิณ” ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ ลั่น หากได้รับมอบหมายดูสุวรรณภูมิ พร้อมลุยล้างปัญหาผู้มีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่ากากระทรวงคมนาคม  เปิดเผยว่า การแบ่งงานให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 2คน คือ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก และ นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นั้น จะสามารถดำเนินการได้ ภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ส่วนการที่ตนเองเป็นนักเรียน เตรียมทหารรุ่น 10 รุ่นเดียวกับ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ขอให้ทุกฝ่ายดูที่การทำงานดีกว่า จะมามองว่าเป็นรุ่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรี

ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การทำงานที่กระทรวงคมนาคมในส่วนของการประกวดราคาของโครงการต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้น หากโครงการไหนดีก็พร้อมเดินหน้าต่อ หากโครงการไหนมีปัญหาก็จะเข้าไปแก้ไข รวมทั้งปัญหาผู้มีอิทธิพลในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หากได้รับมอบมายก็พร้อมที่จะเข้าไปทำการแก้ไขปัญหา สำหรับภารกิจด้านต่าง ๆ ก็จะรอความชัดเจนหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแบ่งงานอีกครั้ง

พล.ต.ท.โทชัจจ์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องในบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท เวิล์ดแก๊ส (ประเทศไทย) ยืนยันว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

ขณะที่นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การแบ่งงานคาดว่าจะมีความชัดเจนวันที่ 17 สิงหาคมนี้ โดยส่วนตัวมีความถนัดด้านทางบก เนื่องจากเป็น ส.ส.มานานและมีความใกล้ชิดผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ ส่วนโครงการในรัฐบาลสังกัดกระทรวงคมนาคม เห็นว่ามีโครงการดี ๆ ที่สามารถเดินหน้าต่อ เช่น ถนนไร้ฝุ่น ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งทำโครงการใหม่ ๆ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไปจังหวัดหนองคาย เชียงใหม่ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส และเส้นทางไปภาคตะวันออกส่วนกรณีที่มีผลสำรวจโพลระบุว่า ตนเป็นรัฐมนตรีที่มีคนรู้จักน้อยที่สุดนั้น ตนเองจะเร่งทำผลงาน ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นผลงานที่ชัดเจนหลังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 13:30 น.

“สุกำพล”แง้มอาจทบทวนรถเมล์ฟรีรถไฟฟรี

Published สิงหาคม 15, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 12:10 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194114.

Pic_194114

รมว.คมนาคม ถือฤกษ์ 9 โมงเข้ากระทรวง เผยงานเร่งด่วนซ่อมถนนที่เสียหายจากอุทกภัย แก้ปัญหาแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ที่มีคนใช้บริการน้อย และอาจพิจารณาโครงการรถไฟ-รถเมล์ฟรีแต่ขอพิจารณาข้อมูลก่อน พร้อมเดินหน้าเดินหน้ารถไฟฟ้า10สายค่า โดยสาร20บาทตลอดสาย…

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 ส.ค. พลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิลก และ นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าสักการะพระพุทธคมนาคมบพิตร พร้อมศาลพระพรหม และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงคมนาคม เพื่อเข้าปฏิบัติงานวันแรก ก่อนเข้ารับมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีจากหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด อย่างพร้อมเพรียง

หลังจากนั้น พลอากาศเอกสุกำพล ได้ใหัสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนขณะนี้ที่ต้องดำเนินการ คือ การแก้ไขปัญหาเส้นทางถนนที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย และทำให้ประชาชนผู้สัญจรเดินทางได้รับความเดือดร้อน กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการทันที และขณะนี้มีงบประมาณรองรับไว้อยู่แล้ว เบื้องต้นการดำเนินการจะเร่งให้ถนนที่ถูกน้ำท่วมขังกลับมาสัญจรได้โดยเร็ว ก่อนที่จะมีการซ่อมบำรุงถาวร นอกจากนี้ ภารกิจเร่งด่วนอื่น ๆ เช่น การแก้ไขปัญหาโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้จำนวนน้อยก็ต้องพิจารณาเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

รมว.คมนาคม กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการรถเมล์และรถไฟฟรี เพื่อประชาชน ที่ทำมาต่อเนื่องหลายรัฐบาลนั้น จะขอพิจารณารายละเอียดข้อมูลของโครงการ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่ามีผู้ใช้บริการไม่มากนัก

ส่วนโครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง เก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น พลอากาศเอกสุกำพล กล่าวว่า จากที่มีหลายคนได้ปรามาสว่า จะไม่สามารถดำเนินการได้นั้น ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นนโยบายที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเป็นนโยบายที่จะเร่งดำเนินการให้เป็นจริงโดยเร็วที่สุด ส่วนโครงการดำเนินการจัดหาในโครงการ รถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 4 ,000 คันของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)นั้นยืนยันว่า โครงการดังกล่าวมีความจำเป็น และจะต้องดำเนินการต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งจะต้องมีรถเมล์ใหม่เข้ามาให้บริการ เพราะขณะนี้รถเมล์ ขสมก.เก่า.ดังนั้นโครงการนี้จะต้องมีการศึกษาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แน่นอน..

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 12:10 น.

ส่งโบอิ้ง737 เช็คอู่ลุฟฮันซ่า รอส่งกลับไทย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193233.

Pic_193233

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม เผยโบอิ้ง 737 ขณะนี้เข้าตรวจสภาพอยู่ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงของสายการบิน ลุฟฮันซ่า คาดใช้เวลาอีกระยะจะนำกลับมาได้…

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมห้องทำงานที่กระทรวงคมนาคม โดยพล.อ.อ.สุกำพล ได้เรียกนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมเข้าหารือเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ต้องดำเนินการทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกระทรวงคมนาคมอย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่จะเข้ามา รับตำแหน่ง ได้มีการศึกษาข้อมูลของกระทรวงมาแล้วบางส่วน และในวันนี้ได้พูดคุยกับ ปลัดกระทรวงคมนาคม ก็เชื่อว่าการทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่น โดยจะมีการแบ่งหน้าที่กับรมช.ทั้ง 2 คนภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งส่วนตัวคาดว่าจะเข้าไปดูงานด้านการขนส่งทางอากาศ เพราะเคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้มาก่อน

สำหรับโครงการที่จะเดินหน้าและสานต่อ คงต้องมาดูรายละเอียดเป็นรายโครงการแต่ยืนยันว่า โครงการที่ดีก็จะสานต่อ และเชื่อว่าหลังจากนี้ข่าวในทางลบของกระทรวงคมนาคมจะลดน้อยลง แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงในเรื่องหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุน เช่น การรถไฟฯ ก็ต้องเข้าไปดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ขณะที่การดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ เช่น การดูแลอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะทำแน่ แต่ต้องดูปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินโครงการ ส่วนงานที่อดีตรมว.คมนาคม ฝากไว้ให้สานต่อโครงการถนนไร้ฝุ่นนั้น

พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ต้องไปดูว่าถนนในประเทศไทยยังมีฝุ่นอยู่อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องทำ แต่ถ้ามีก็พร้อมที่จะสานต่อ คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง โดย รมว.คมนาคม มีกำหนดการเข้าปฏิบัติงานที่กระทรวงคมนาคมอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เวลา 9.00 น. โดยบอกว่าไม่มีการถือฤกษ์อะไร

ด้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลยุทธศาสตร์กระทรวง ทั้งผลงานที่ผ่านมา รวมถึงโครงการที่กำลังดำเนินการและโครงการในอนาคต รายงานต่อ พล.อ.อ.สุกำพล เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำนโยบายของกระทรวงคมนาคม หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งโครงการสำคัญที่จะรายงานเป็นวาระเร่งด่วน จะประกอบด้วย การเดินหน้าพัฒนาระบบราง การพัฒนารถไฟความเร็วสูง การพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ การเดินหน้าโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และการเพิ่มการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น

สำหรับ ประเด็นเครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ถูกอายัดจากกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยกับ บริษัท วอเตอร์บาวด์ จำกัด และศาลเยอรมนี ๆได้ถอนอายัดเครื่องลำดังกล่าวแล้วเมื่อวานนี้ (10 ส.ค.) ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวจะถูกนำเข้าตรวจสอบสภาพที่ศูนย์ซ่อมบำรุงของสายการบิน ลุฟฮันซ่า ก่อนซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งถึงจะนำกลับประเทศได้

ขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

ไล่เช็กบิลทุจริตย้อนหลัง “คมนาคม” พร้อมผลักดันนโยบายเพื่อไทย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193121.

Pic_193121

“สุกำพล” ฟิต พร้อมผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 10 สาย ค่าโดยสาร 20 บาท ยันนโยบายใช้สนามบินเดี่ยว ยันรัฐบาลชุดนี้ไม่ทุจริต ด้าน “ชัจจ์” โอ่จุดเด่นเชี่ยวชาญด้านตรวจสอบ ไล่เช็กบิลย้อนหลังทุจริตคมนาคม

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ว่า ตนมีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารงานที่กระทรวงคมนาคม ตามที่พรรคเพื่อไทยมอบหมาย และไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่ง ซึ่งรูปแบบการทำงานจะมุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม ก่อนที่จะมีการมอบนโยบายการทำงานต่อข้าราชการ โดยตนจะเชิญข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมาหารือ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็น ทำความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนนโยบายในการทำงาน เพื่อให้รู้เขารู้เราและทำงานได้อย่างราบรื่น คาดจะเดินทางมาทำงานวันที่ 15 ส.ค.54 นี้

ส่วนนโยบายที่จะผลักดันเร่งด่วนซึ่งเป็นนโยบายประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คือการเร่งดำเนินการในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจำนวน 10 สาย ให้ทั่ว กทม.และปริมณฑล รวมถึงผลักดันแนวนโยบายการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในราคา 20 บาท ตลอดสายภายใน กทม. ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรค เพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้จะเป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริงแน่นอน เนื่องจาก ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องดังกล่าวของพรรคได้คิดรูปแบบ และประเมินแล้วว่ามีความเป็นไปได้ รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการโดยรวม

“การเร่งปราบปรามการทุจริตคอรัปชันในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของกระทรวงคมนาคม ซึ่งสังคมมีข้อครหามาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกนโยบายที่ตนจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขและปราบปรามอย่างจริงจัง และขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่มีเรื่องการทุจริตคอรัปชันแน่นอน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก”

พล.อ.อ.สุกำพลยังได้กล่าวถึงนโยบายท่าอากาศยานเดี่ยว เป็นนโยบายที่ดีที่สุด และประเทศต่างๆทั่วโลก ส่วนใหญ่ใช้นโยบายท่าอากาศยานเดี่ยว โดยเห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร รวมทั้งมีแผนที่จะขยายอีกหลายระยะ ดังนั้น สุวรรณภูมิจึงสามารถให้บริการเป็นท่าอากาศยานเดี่ยวได้ โดยไม่ต้องใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองควบคู่ ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ

ส่วนการแบ่งงานรับผิดชอบของรัฐมนตรีทั้ง 3 คนนั้น ขณะนี้มีอยู่ในใจแล้วว่าจะแบ่งงานอย่างไร แต่ต้องหารือร่วมกันก่อน เพราะการทำงานต้องเป็นทีม เบื้องต้น ตนอาจจะดูแลงานด้านการขนส่งทางอากาศ

ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้คงต้องรอให้ พล.อ.อ.สุกำพล มีการแบ่งงานก่อน จึงจะบอกได้ว่าตนมีนโยบายในการทำงานอย่างไร แต่จุดเด่นหรือสเปกพิเศษของตนคืองานด้านการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของตำรวจที่ตนคุ้นเคยอยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการต่างๆที่มีภาพลักษณ์ไม่ค่อยดี เบื้องต้นตนอาจจะต้องขอเข้าไปตรวจข้อเท็จจริงในการดำเนินโครงการต่างๆ หากพิจารณาแล้วเข้าองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ 1. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหรือบุคคลภายนอก 2.มีระยะเวลาเหลือพอที่จะเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และ 3.สื่อมวลชนแสดงความเคลือบแคลงสงสัย

“การเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณ จะต้องเข้าไปไล่ดูโครงการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่ามีความไม่โปร่งใสตามข้อร้องเรียนจริงหรือไม่ และมีอายุความของคดีเหลืออยู่เพียงพอที่จะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิดก็ต้องเข้า ไปดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมและสื่อมวลชนมีคำตอบในเรื่องเหล่านี้”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

‘ชัชจ์’ปัดกวาดคมนาคม เล็งเช็คบิลย้อนหลังโครงการทุจริต

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 16:31 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193010.

Pic_193010

ไม่เสียแรงเป็นตำรวจเก่า “พล.ต.ท.ชัชจ์” รมช.คมนาคม เตรียมไล่เช็คบิลย้อนหลังโครงการทุจริต ชี้ หากเข้าข่าย 3 องค์ประกอบ ทั้ง ปชช.ร้องเรียน-ยังไม่หมดอายุความของกม. และ สื่อมวลชนสงสัย จะเข้าตรวจสอบทันที ระบุ ถนันดตรวจสอบตามนิสัยตำรวจ…

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก รมช.คมนาม เปิดเผยว่า ขณะนี้คงต้องรอให้พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคมมีการแบ่งงานก่อน จึงจะบอกได้ว่าตนมีนโยบายในการทำงานอย่างไร แต่จุดเด่นของตนคืองานด้านการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของตำรวจที่ตนคุ้นเคยอยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างต่างๆของกระทรวงคมนาคม ที่มีภาพลักษณ์ไม่ค่อยดี เบื้องต้นตนอาจจะต้องขอเข้าไปตรวจข้อเท็จจริงในการดำเนินโครงการต่างๆ หากพิจารณาแล้วเข้าองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ 1.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหรือบุคคลภายนอก 2.มีระยะเวลาเหลือพอที่จะเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและ3.สื่อมวลชน แสดงความเคลือบแคลงสงสัย

“ หากพิจารณาแล้วโครงการไหนเข้าข่าย 3 ข้อข้างต้น ผมก็จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ เพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจาการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล โดยจะต้องเข้าไปไล่ดูโครงการ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่ามีความไม่โปร่งใสตามข้อร้องเรียนจริงหรือไม่ และมีอายุความของคดีเหลืออยู่เพียงพอที่จะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิดก็ต้องเข้าไปดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมและสื่อมวลชนมีคำตอบในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งยังเป็นการล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กระทรวงคมนาคมด้วย “พล.ต.ท.ชัชจ์  กล่าว

พล.ต.ท.ชัชจ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ต้องการที่จะเข้ามาประกาศนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นภายในกระทรวงคมนาคม เพราะอาจเกิดความเข้าใจผิด หรือความรู้สึกที่ไม่ดีต่อ ข้าราชการส่วนใหญ่ที่ตั้งใจและทำงานด้วยความสุจริต จนอาจนำไปสู่ปัญหาการทำงานร่วมกัน แต่จะประกาศนโยบายการทำงานสุจริตและเที่ยงตรงมากกว่า โดยจะเน้นการทำงานที่เป็นทีมร่วมกับรัฐมนตรีอีก 2 ท่าน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 16:31 น.
%d bloggers like this: