สินค้าเกษตร

All posts tagged สินค้าเกษตร

‘พาณิชย์’รุกแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร

Published กรกฎาคม 2, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/272655

2 กรกฎาคม 2555, 04:00 น.

Pic_272655

พาณิชย์ ยันปี 56 เปิดเกมรุกบุกเดินหน้าแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรต่อ หวังยกระดับรายได้เกษตรกรโดยเฉพาะ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด ผลไม้

1 ก.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลราคาสินค้าเกษตรในปี 56 ว่า ยังคงมุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะสินค้าสำคัญ ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด ผลไม้ และการรับจำนำก็ยังเป็นวิธีการที่ต้องนำมาใช้เป็นเครื่องมือ โดยเชื่อว่าการพยุงราคาสินค้าเกษตร โดยรับจำนำในราคานำตลาด จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรไม่ตกต่ำและทำให้ผู้ค้าในประเทศและประเทศคู่แข่งต้องปรับฐานราคาในปีหน้า

“อย่างรับจำนำข้าวเปลือกทั้งนาปี 54/55 และนาปรัง 55 ประกาศรับทั้งหมด ก็พบว่าเกษตรกรนำข้าวมาจำนำต่ำกว่าเป้าหมายรวมกันได้ 16 ล้านตัน จากเป้าหมาย 30 ล้านตัน เฉลี่ยตันละ 16,000 บาท ใช้งบประมาณ 256,000 ล้านบาท แต่สามารถทำให้ราคาข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น 40-50% เทียบกับปีก่อน และยังมีข้าวในสต๊อกที่รอจังหวะการขายที่เหมาะสม ดังนั้น ราคารับจำนำในรอบต่อไปในเดือน ส.ค.นี้ ราคาก็ยังต้องคงข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 20,000 บาท” นายยรรยงกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 กรกฎาคม 2555, 04:00 น.

พณ.สำรองข้าว-สินค้าเกษตรลุยตลาดโลกเพิ่มรายได้ ปท.

Published มิถุนายน 10, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/267148

10 มิถุนายน 2555, 13:32 น.

Pic_267148

“บุญทรง” เดินหน้าแผนสำรองข้าว-สินค้าเกษตรป้อนตลาดโลก  นำร่องเจรจายูเออี-รัสเซีย เล็งถกเอเปค-อาเซียน-ประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอ หวังขายข้าวได้ปริมาณที่แน่นอนนำเงินเข้าประเทศ เพิ่มรายได้เกษตรกร…

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2555 นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ไทยมีแผนที่จะสำรองข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อความมั่นคง (Food Security) ให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก  โดยได้เริ่มต้นเจรจาไปแล้วกับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่จะสำรองข้าวให้กับกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ ซึ่งยูเออีให้ความสนใจมาก และเสนอที่จะสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงให้ไทยด้วย รวมถึงยังได้หารือกับรัสเซียแล้ว และแสดงความสนใจเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายที่จะเจรจาเพื่อสำรองข้าวให้กับสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) บางประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศคู่เจรจาความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับไทยที่ต้องการบริโภคข้าว เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถขายข้าวได้ปริมาณที่แน่นอนในแต่ละปี มีรายได้เข้าประเทศแน่นอน และเกษตรกรขายข้าวได้ในราคาดี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 มิถุนายน 2555, 13:32 น.

หนุนห้องแล็บเอกชน การันตีสินค้าเกษตร

Published พฤษภาคม 24, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/115556

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม 2555 เวลา 00:00 น.

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้ถ่ายโอนงานบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้านพืชและผลิตภัณฑ์ ให้กับห้องปฏิบัติการฯของเอกชน 12 แห่งที่กรมวิชาการเกษตรให้การยอมรับ ได้แก่ ห้องปฏิบัติการสถาบันอาหาร บริษัท รับตรวจสินค้าโพ้นทะเล จำกัด  บริษัท เอแอลเอส แลบอราทอรี่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย บริษัท โอสถสภา จำกัด บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด 6 สาขา คือ สาขาฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา และกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของผู้ประกอบการที่จะส่งออกได้  อาทิ วิเคราะห์ทดสอบจุลินทรีย์ในอาหาร สารเจือปน  สารปนเปื้อน สารพิษ คุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีภาชนะบรรจุ และกายภาพ เป็นต้น โดยผู้ประกอบการต้องนำผลตรวจวิเคราะห์มายื่นขอใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก  (Health Certificate) กับกรมวิชาการเกษตร หากผ่านการตรวจสอบก็จะออกใบรับรองให้

ทางด้าน นางสาวกุลวิไล สุทธิลักษณวนิช นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อการส่งออกต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ทั้งยังต้องได้รับการยอมรับความสามารถในแต่ละรายการทดสอบ วิธีการทดสอบ รวมถึงประเภทผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช โดยจะต้องดำเนินงานให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ห้องปฏิบัติการทดสอบที่ผ่านการตรวจประเมินจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช ซึ่งขณะนี้ห้องปฏิบัติการทดสอบฯมีความตื่นตัวในการที่จะพัฒนาเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพิ่มมากขึ้น พร้อมขยายขอบข่ายการตรวจสอบเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วย.

จัดเอกลักษณ์สินค้าเกษตร รับรองมาตรฐาน-กันปลอมแปลง

Published พฤษภาคม 11, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/259138

10 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_259138

นายสัตวแพทย์ ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. พร้อมด้วยกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร่วมกันเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การรับรองระบบงานของหน่วยรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ หน่วยตรวจสอบและรับรอง การให้การรับรองระบบงานของหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ตามหลักสากล ในกลุ่มสินค้าที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ

โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น เช่น ข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวหอมนิลพัทลุงฯลฯ ซึ่งสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แล้วจะเป็นผลดีต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค เพราะผู้ผลิตรายอื่นจะไม่สามารถปลอมแปลงชื่อที่มีการรับรองมาตรฐานได้ และผู้ซื้อมีความมั่นใจว่าสินค้าที่ซื้อมาจากแหล่งผลิตที่ถูกต้องจริงและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ เพื่อจัดทำคู่มือการตรวจรับรอง กำหนดหลักเกณฑ์ของการตรวจรับรอง โดยคาดว่าพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบได้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน ผอ.มกอช.กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 10 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

ดัชนีราคาสินค้าเกษตรวูบจับตาเดือนหน้ายังลดต่อเนื่อง

Published พฤษภาคม 5, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/5360

วันอังคาร ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ราคาสินค้าเกษตรดัชนีสินค้าเกษตร
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 155.42 ลดลงจากเดือนมีนาคมปีที่แล้วร้อยละ 8.39 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดัชนีราคาลดลงร้อยละ 1.37
ทั้งนี้ ดัชนีราคาสินค้าเกษตร เดือนมีนาคม จำแนกตามกลุ่มสินค้าเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเดือนที่ผ่านมาของก่อนหน้านี้ โดยสินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ ยางพารา และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 1.57 กลุ่มไม้ผล ดัชนีราคาลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 13.01 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาสูงขึ้น ร้อยละ 1.35 กลุ่มพืชผัก ดัชนีราคาสูงขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 29.03 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 6.04  กลุ่มพืชน้ำมัน ดัชนีราคาสูงขึ้นจากเดือนเดียวกันของปี ที่ผ่านมา ร้อยละ 4.40 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 1.31 กลุ่มพืชไม้ดอก ดัชนีราคาสูงขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 90.74 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาสูงขึ้น ร้อยละ 101.30 กลุ่มปศุสัตว์ ดัชนีราคาลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 13.96 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 8.93 กลุ่มประมง ดัชนีราคาลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 1.27 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดัชนีราคาลดลงร้อยละ 2.52นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนภาพรวมด้านการผลิตสินค้าเกษตรเดือนมีนาคมอยู่ที่ 110.30 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมของปีที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตลดลงเล็กน้อยในอัตราร้อยละ 0.28 สินค้าสำคัญที่ผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า สินค้าสำคัญที่ผลผลิตสูงขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ไก่เนื้อและไข่ไก่ และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตสูงขึ้นร้อยละ 2.53 สินค้าสำคัญที่ผลผลิตสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า สับปะรดโรงงาน ไก่เนื้อ และไข่ไก่ สินค้าสำคัญที่ผลผลิตลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมันในเดือนเมษายน 2555 คาดว่าดัชนีผลผลิตจะใกล้เคียงกับเดือนมีนาคม

สินค้าเกษตรทะลักชายแดน-บั่นทอนรายได้

Published มีนาคม 21, 2012 by SoClaimon

สินค้าเกษตรทะลักชายแดน-บั่นทอนรายได้

สารพัดสินค้าเกษตรทะลักชายแดน – ภัยซ้ำซากบั่นทอนรายได้เกษตรกร : โดย … ดลมนัส กาเจ

          หลังจากประเทศไทยได้ลงนามว่าด้วยเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า (ASEAN Free Trade Area :  AFTA) กับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน มาตั้งแต่ปี 2535 เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก โดยต้องการสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอาเซียนในตลาดโลก ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามายังภูมิภาค และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีการค้าโลก และได้มีการลดภาษีศุลกากรเหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 นั้น แม้ประเทศจะสามารถส่งสินค้าเกษตรไปยังกลุ่มที่ตกลงร่วมกัน แต่อีกมุมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย นั่นคือมีสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกทะลักเข้า และส่งผลกระทบต่อด้านราคาของสินค้าเกษตรไทยไม่ใช่น้อยเช่นกัน

          ที่เลวร้ายไปกว่าคือ ยังมีสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือที่เรียกว่ากลุ่ม ซีแอลเอ็มวี (CLMV) ที่กำหนดจะลดภาษีในวันที่ 1 มกราคม 2558 ซึ่งจะมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจ หรือเออีซี(AEC) ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ยิ่งสงผลให้ราคาสินค้าเกษตรของเกษตรกรไทยผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะตามแนวชายแดนประเทศพม่า และกัมพูชามีมากที่สุด

ล่าสุด นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  บอกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือมายังกระทรวงมหาดไทยให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดน ตรวจสอบ สกัดกั้นและดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ลักลอบสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อบ้าน เพราะขณะนี้มีการลักลอบนำเข้าหอมหัวใหญ่ กระเทียม และสินค้าเกษตรอื่นๆ จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สนธิกำลังสมาชิก กองอาสารักษาดินแดน ทหาร และตำรวจ ตั้งด่านตรวจตามแนวพรมแดน จุดผ่อนปรน และด่านชายแดนต่างๆ ที่พิจารณาเห็นว่า เป็นเส้นทางขนส่งที่อาจมีการลักลอบนำสินค้า ทั้งหัวหอมใหญ่ กระเทียม รวมนำหัวมันสำปะหลังสด แล้วนำมาสวมสิทธิ์เข้ารับจำนำตามโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังของรัฐบาลที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้

“ผู้ว่าราชการจังหวัด 30 จังหวัดที่มีพื้นที่จังหวัดติดกับแนวชายแดน ประสานด่านศุลกากรทุกด่านในพื้นที่ให้เข้มงวดกวดขันการนำเข้าสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเน้นตรวจสอบการสำแดงราคาการนำเข้าของผู้ประกอบการตรวจสอบเอกสารอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และหมุนเวียนใช้ในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ รวมถึงให้นายอำเภอทุกอำเภอที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ประสานฝ่ายทหารหรือตำรวจในการลาดตระเวนตามแนวรอยต่อของพรมแดนทางบก หรือลาดตระเวนตามแนวแม่น้ำโขง เพื่อตรวจสอบการนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

สำหรับสินค้าที่มีการลักลอบมาจากชายแดนไทยกัมพูชาที่เห็นชัดเจนคือมันสำปะหลัง ที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองว่า จะมาสวมรอยโครงการรับจำนำมันสำปะหลังในราคากิโลกรัมละ 2.70 บาท ของรัฐบาลหรือไม่ เช่นเดียวกับข้าวเปลือกที่อาจจะสวมโคตารับจำนำข้าวของไทยหรือไม่ รวมถึงมะนาวที่มาจากประเทศเวียดนามในช่วงที่มะนาวในประเทศไทยราคาสูง ถึงขนาดเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในพื้นที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และจ.กาญจนบุรี มีการเคลื่อนไหวและหาแนวทางในการสกัดกั้นไม่ให้พ่อค้าแม่ค้านำมะนาวที่นำเข้าจากประเทศเวียดนามมาขายผสมกับมะนาวแป้นของไทย

นายนิวัติ ปากวิเศษ เกษตรกรที่ปลูกมะนาวในพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ระบุว่า ช่วงมะนาวมีราคาแพง ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม มีพ่อค้าแม่ค้านำมะนาวจากเวียดนาม ผสมรวมกับมะนาวแป้นของไทย และขายในราคาเท่ากับมะนาวแป้นของไทยด้วย ทั้งที่คุณภาพของมะนาวเหล่านี้สู้ของไทยไม่ได้ ทั้งขนาดของผลมะนาว และน้ำ และความเปรี้ยวของไทยจะดีกว่า

“เดิมที่จะนำมะนาวจาก จีน ลาว กัมพูชา และพม่า แต่ในปัจจุบันกลับมีมะนาวจากเวียดนามผสม ทำให้มะนาวล้นตลาด เกษตรกรที่ปลูกมะนาวในประเทศไทยไดัรับความเดือดร้อนอย่างทั่วหน้า ผมอยากเรียกร้องให้มีการจดสิทธิบัตรมะนาวไทย เพื่อป้องกันไม่ให้นำพันธุ์มะนาวของไทยไปปลูกในต่างประเทศ และมาขายในไทย ถ้าพบว่ามีการลักลอบนำเข้ามะนาวจากประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต ภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีทันที เพื่อลดความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ปลูกมะนาวด้วย” นายนิวัติกล่าว

ขณะที่ตามแนวชายแดนไทยพม่านั้น ที่ลักลอบนำสินค้าเกษตรจะเป็นไปตามฤดูกาล อย่างนี้จะเป็นหัวหอม กระเทียม แต่มีการลักลอบนำเข้าต่อเนื่องจะเป็นสัตว์เลี้ยงทั้งโค กระบือ รวมถึงแพะด้วย ล่าสุดพบว่าที่ จ.ระนอง มีการลักลอบแพะจากตอนใต้ของพม่าเข้ามาในพื้นที่ จ.ระนอง ทั้งนี้เป็นการยืนยันจาก นายเกษตร สุวรรณเพชร ปศุสัตว์จังหวัดระนอง ว่า ขณะนี้พบว่ามีการลักลอบนำเข้าแพะจากประเทศพม่าผ่านเข้ามาทางชายแดนด้าน จ.ระนอง เป็นจำนวนมาก เนื่องจากแพะในพื้นที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคใต้ ที่มีตลาดใหญ่ที่ จ.ภูเก็ต และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมีการราคาซื้อขายแพะสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท สำหรับแพะทั้งตัวที่ยังไม่ชำแหละ

นายเกษตรบอกวิธีลักลอบนำแพะเข้ามายังประเทศไทย ขบวนการใหญ่เชื่อมโยงกันหลายกลุ่ม ส่วนหนึ่งมีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะใน จ.ระนอง เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นตัวเชื่อมในการนำแพะเข้ามาพักก่อนจะส่งจำหน่ายไปยังเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะลักลอบนำเข้าในกลางคืนแล้วไปพักตามเกาะต่างๆ อาทิ เกาะสินไห ที่กลุ่มชองไทยมุสลิมเลี้ยงอยู่แล้ว จากนั้นเครือข่ายจะเริ่มเคลื่อนย้ายแพะออกจากพื้นที่ปะปนกับแพะที่เลี้ยงในพื้นที่ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ และทราบว่าขบวนการเหล่านี้ทำมานานแล้ว

“การลักลอบนำสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน น่าเป็นห่วงมากครับ เพราะอาจจะมีการนำเชื้อโรค หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงเข้ามาระบาดในพื้นที่ อย่างแพะจะมีโรคระบาดที่น่าเป็นห่วงคือโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เป็นโรคระบาดที่ติดต่อกันได้ง่าย อีกโรคหนึ่งคือโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ หากสัตว์ได้รับเชื้อจะตายอย่างรวดเร็ว รวมถึงโรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคที่เกิดจากเชื่อไวรัสเอฟเอ็มดี (FMD) อีกด้วย” ปศุสัตว์จังหวัดระนองกล่าว

ปัญหาการลักลอบนำสินค้าเกษตรทะลักชายแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน นับเป็นมหันตภัยอย่างหนึ่งของเกษตร ที่เป็นตัวบั่นทอนต่อสินค้าเกษตรของไทยมายาวนาน และยังคงจะเป็นเช่นนี้อีกต่อไป ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องรอให้นายสั่งการหรือเบื้องบนต้องไขลานจึงจะลงมือปราบปราม ทั้งความจริงต้องมีสำนึกในหน้าที่เสมอว่า ภารกิจนี้คือหน้าที่จะต้องปราบปรามอย่างจริงจังทุกวี่วันด้วย

———-

(หมายเหตุ : เกษตร : สารพัดสินค้าเกษตรทะลักชายแดน – ภัยซ้ำซากบั่นทอนรายได้เกษตรกร : โดย … ดลมนัส  กาเจ)

———-

สินค้าเกษตร “รัฐบาลปู” โงหัวไม่ขึ้น

Published มีนาคม 14, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/245249

14 มีนาคม 2555, 06:00 น.

Pic_245249

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือน ก.พ.2555 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าดัชนีราคาสินค้าเกษตรลดลง 16.06% โดยราคาสินค้าที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา สับปะรดโรงงาน หอมหัวใหญ่ ปาล์มน้ำมัน สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาดัชนีราคาสูงขึ้น 0.51%

ทั้งนี้ พบว่ามันสำปะหลังที่มีราคาลดลงเนื่องจากผู้ประกอบการรับซื้อมันสำปะหลังสดในราคาที่ต่ำ เพราะกังวลเรื่องการแข่งขันการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังกับภาครัฐ ประกอบกับประเทศจีนชะลอการนำเข้ามันเส้นจากไทย ส่วนยางพาราที่มีราคาลดลง เนื่องจากประเทศจีนผู้รับซื้อยางรายใหญ่ชะลอการซื้อยางพาราและการใช้ยางในสต๊อกเพราะยอดจำหน่ายและผลิตรถยนต์ประจำเดือน ม.ค.2555 ลดลง

ขณะที่สับปะรดโรงงาน มีราคาลดลง เนื่องจากโรงงานแปรรูปปรับลดกำลังการผลิตลงจากการที่ตลาดหลักในยุโรปมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ส่วนหอมหัวใหญ่มีราคาลดลง เนื่องจากญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักมีคำสั่งซื้อเข้ามาน้อย สำหรับราคาปาล์มน้ำมัน ที่มีราคาลดลง มาจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำมันปาล์มบริโภค ซึ่งมีผลให้ราคาผลปาล์มดิบของเดือน ก.พ.ปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์สูง ในขณะปีนี้ราคาอยู่ในภาวะปกติ

ส่วนราคาปศุสัตว์ ในเดือนนี้ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยสุกรมีราคาลดลง เนื่องจากมีปริมาณสุกรเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ ไก่เนื้อ ที่มีราคาลดลง เนื่องจากปริมาณไก่เนื้อที่ผลิตได้มีผลผลิตจำนวนมากจากการที่ไก่เนื้อมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และไข่ไก่ที่มีราคาลดลง เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ส่วนแนวโน้มเดือน มี.ค.คาดว่าดัชนีราคาจะใกล้เคียงกับเดือน ก.พ.จากสินค้าสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ราคาไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะที่ภาพรวม ด้านการผลิตสินค้าเกษตร เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในอัตรา 0.47% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. ดัชนีผลผลิตลดลง 10.19% ส่วนแนวโน้มในเดือน มี.ค. คาดว่าดัชนีผลผลิตจะเพิ่มขึ้นจากสินค้าสำคัญ เช่น ข้าวนาปรังและปาล์มน้ำมัน เริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 มีนาคม 2555, 06:00 น.

กฎ​เหล็ก…สินค้า​เกษตรฯลุง​แซม

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

21 เมษายน 2554, 05:01 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/165357.

สหรัฐอเมริกา…พบ​ว่า ​ประชากร​ของ​เขาปี​หนึ่งๆ เจ็บป่วย​จากการ ​บริโภค​อาหาร​ที่​มีการ​ปน​เปื้อน ​มาก​กว่า 120,000 ราย และ ​เสีย​ชีวิต ​ถึง 3,000 ราย ใน​แต่ละ​ปี…

จึง…เป็น​ประเด็น​ให้​มี​การ​ออก​ กฎหมาย​ความ​ปลอดภัย​ด้าน​อาหาร Food Sefety Modemization Act ฉบับ​ใหม่ โดย​ประกาศ​ใช้ไปแล้ว… เมื่อ​วัน​ที่ 4 มกราคม ที่​ผ่าน​มา

น.​สพ.ศักดิ​ชัย ศรี​บุญ​ซื่อ ผอ.​สำนักงาน​มาตรฐาน​สินค้า​เกษตร​และ​อาหาร​แห่งชาติ (ม​กอ​ช.) บอก​ถึง​กฎหมาย​ฉบับ​นี้​ว่า…ได้​ให้​อำนาจ​หน่วยงาน​ ความ​ปลอดภัยฯ ใน​การ​เรียก​คืน​สินค้า ​เมื่อ​พบ​ปัญหา ซึ่ง ​จาก​เดิม​นั้น​เพียง​ขอ​ความ​ร่วมมือ​ผู้​ประกอบ​การ ​ที่​ข้อง​เกี่ยว​เรียก​เก็บ​สินค้า​คืน

จึง ​อยาก​จะ​บอก​กับ​ผู้​ประกอบ​การ ​ส่ง​ออก​ของ​ไทย รวม​ทั้ง​ผู้​ผลิต ผู้​แปรรูป ผู้​บรรจุ​หีบห่อ ผู้​จัด​เก็บ​หรือ​ถือ​ครอง​สินค้า ที่​เคย​จดทะเบียนตาม ​กฎหมาย​ก่อการ​ร้าย​ทาง​ชีวภาพ จะ​ต้อง​จดทะเบียน​ใหม่

หาก​ราย​ใด​ไม่​อยู่​ใน​ทะเบียน​บัญชี​ราย​ชื่อ…จะ​ไม่ได้​รับ​อนุญาต​ให้​นำ​เข้า ​สินค้า ไป​ขาย​ยัง​สหรัฐฯ และ​ถ้า​พบ​ว่า ​ผู้​ประกอบ​การ​ราย​ใด​ไม่ปฏิบัติ​ ตาม ​​กฎ​ระเบียบ​ต่างๆ ตลอด​จนสินค้า​มี​ปัญหา​อย่าง​ต่อ​เนื่อง…ก็​จะ ยกเลิก​ การ​ต่อ​ทะเบียน…!!!

นอกจาก​นั้น…ตั้งแต่​เดือน​มกราคม 2556 สหรัฐฯยัง​จะ​กำหนด​ให้มี​ ระบบ​การตาม​สอบ​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ​ โดยเฉพาะ​สินค้า​ที่​มี​ความ​เสี่ยง

อาทิ…แผน​ความ​ปลอดภัย​ของ​โรง​งาน ผล​การ​วิเคราะห์​ของ​ห้อง​ปฏิบัติ การ ขั้น​ตอน​การขนส่ง วัตถุดิบ​และ​สินค้า รวม​ถึง​พิสูจน์​ว่า​ได้​ปฏิบัติ​ตาม​มาตรฐาน​การ​ผลิต HACCP และ​มาตรฐาน​การ​ควบคุม​ความ​เสี่ยง​ใน​โรง​งาน ซึ่ง​ ผู้​ประกอบ​การ​จะ​ต้อง​เก็บ​บันทึก​ข้อมูล​เหล่า​นี้​ไว้​ไม่​ต่ำ​กว่า 2 ปี​ หากเจ้าหน้าที่​ของ​เขา​จะ​เรียก​ดู​และ​ตรวจสอบ​เอกสาร…ใน​ยาม​ใด​ก็​จัดหา​ให้​ได้

จะ​เห็น​ได้​ว่า…ขณะ​นี้​ สหรัฐฯได้​ออก​ระเบียบ​ย่อยๆใหม่​ที่​เข้มงวด​มาก​ขึ้น โดยเฉพาะกับ​กลุ่ม​สินค้า​ผัก​และ​ผล​ไม้ ซึ่ง​ถือว่า​มี​ความ​เสี่ยงต่อ​ สุข​อนามัย​ของ​มนุษย์​สูง อีก​ทั้งปรับ​เพิ่ม​ความถี่​ใน​การ​ตรวจสอบ​โรง​งาน​หรือ​สถาน​ประกอบ​การ​ผลิต​อาหาร

สำหรับ…ส่วน​ของ​สถาน​ประกอบ​การ​ใน​ต่าง​ประเทศ ได้​กำหนดให้​มี​การ​ตรวจสอบ​ใน​ปี​แรกไม่​น้อย​กว่า 600 แห่ง และ​ตรวจสอบ​เพิ่ม​ขึ้น​เป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี รวม​แล้ว​กว่า 9,600 แห่ง และ​เขา​มี​สิทธิที่​จะ​ปฏิเสธ​การ​นำ​เข้า​สินค้า​อาหาร​จาก​โรง​งาน​ที่​ไม่​ยอม​ให้​เข้า​ตรวจสอบ

ผอ.​ม​กอ​ช. ย้ำ​ท้าย​ว่า…สหรัฐฯถือว่า​เป็น​ตลาด​ส่ง​ออก​สินค้า​เกษตร ​และ​ อาหารที่​สำคัญ​แห่ง​หนึ่ง ซึ่ง​มี​มูลค่า​ไม่​น้อย​กว่า 1.2 แสน​ล้าน​บาท​ต่อ​ปี การ​เปลี่ยนแปลง​ใน​ความ​เข้มงวด ส่ง​ผล​กระทบ​ต่อ​สินค้า​ไทย​ไม่​น้อย

ซึ่ง ม​กอ​ช.​จัก​ต้อง​เร่ง​ชี้แจง​ให้​กับ​ผู้​ประกอบ​การ​ไทย​รับ​รู้​ถึง​ความ​เคลื่อนไหว ของ​ประเทศ​คู่​ค้า แม้​ว่า​ใน​บาง​เงื่อนไข​จะ​ยัง​ไม่​นำ​มา​ปฏิบัติ​ก็ตาม เพื่อ​จะ​ได้​นำ​มา​วิเคราะห์​ต่อ​ผลกระทบ และ ​หา​แนวทาง​ใน​การ​ขจัด​อุปสรรค… เส้นทาง ​การ​ส่ง​สินค้า​เกษตร ​และ ​อาหาร​ของ​ไทย​ไปขาย​ให้​ลุง​แซม…!!

ดอก​สะ​แบ​ง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอก​สะ​แบ​ง
  • 21 เมษายน 2554, 05:01 น.

อีก​ก้าว…สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

18 เมษายน 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/164557.

ความ​ผันผวน​ของ​ราคา​สินค้า​เกษตร…เป็น ​ปัญหา​เรื้อรัง​มา​จาก​อดีต​ อัน​ไกล​โพ้น ซึ่ง​​ภาค​รัฐ​ก็​พยายาม​เข้า​มา​ดูแล​ แก้ไข…แต่​บาง​ครั้ง​ก็​ เจอ​ทาง​ตัน

กับ…การ​ลด​ความ​เสี่ยง ​ต่อ​สินค้า​เกษตร เมื่อ​ปี 2542 ประเทศไทยได้​มี​พระ​ราชบัญญัติ​ตลาด​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า​แห่งประเทศไทย ทำ​หน้าที่​เป็น​ ศูนย์กลาง​ใน​การ​ซื้อขาย​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า

โดย…เริ่ม​จาก​การ ​ซื้อขาย​ยาง​แผ่น​รมควัน​ ชั้น 3 ครั้ง​แรก​เมื่อ​วัน​ที่ 28 พฤษภาคม 2547 จาก​นั้น​ใน​วัน​ที่ 26 สิงหาคม 2547 ก็​เริ่ม​มี​การ​ซื้อขาย​ข้าว​ขาว 5 % ปี​ถัด​มา​วัน​ที่ 18 สิงหาคม 2549 มี​การ​ซื้อขาย​มัน​สำปะหลัง

ตลาด​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า​แห่ง​ประเทศไทย (AFET)…จึง​ เป็น​ทาง​เลือก​สําหรับ​กลุ่ม​เกษตรกร​ และ​ ผู้​ประกอบ​ธุรกิจ​ซื้อขาย​สินค้า​เกษตร เพื่อ​สร้าง​ความ​มั่นใจ สามารถ​รู้​ราคาสินค้า​ล่วงหน้า​ได้ รู้​อนาคต ซึ่ง ​เอื้อ​ต่อ​การ​วาง​แผนการ​ผลิต​พืช​ผล​ทางการ​เกษตร
นอกจาก​นี้…ยัง​ช่วย​บรรเทา​ผล​กระทบ​ของ​ปัจจัย​แวดล้อม​ต่างๆ ดั่ง​เช่น ฝน​แล้ง น้ำ​ท่วม และ ​โรคระบาด ฯลฯ ซึ่ง​อาจ​ส่ง​ผล​ต่อ​ความ​ไม่​มี​เสถียรภาพ​ของ​ปริมาณ และ​คุณภาพของ​ผลิตผลการ​เกษตร

นาย​ประสาท เก​ศว​พิทักษ์ ประธาน​กรรมการ​ตลาด​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า​แห่ง​ประเทศไทย (AFET) กล่าว​ว่า….ปัจจุบัน​ตลาด​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า​มี​อยู่​กว่า 70 แห่ง ​ใน​เกือบ 20 ประเทศ​ทั่ว​โลก โดยเฉพาะ​ประเทศ​พัฒนา​แล้ว อาทิ แคนาดา ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และ ​สิงคโปร์

AFET…เปรียบ​เสมือน ​คนกลาง​คอย​อำนวย​ความ​สะดวก​ระหว่าง​ผู้​ซื้อ​กับ​ผู้​ขาย โดย​จะ​ทำ​หน้าที่​คัดเลือก​สินค้า กำหนด​ระเบียบ​ และ ​เงื่อนไข ดูแล​การ​ซื้อขาย​ให้​เป็น​ไป​ด้วย​ความเรียบร้อย โปร่งใส รวม​ถึง​การ​จัด​ให้​มี​การ​ส่ง​มอบ​และ ​รับ​มอบ​สินค้า​อย่าง​เป็น​ระบบที่​ถูกต้อง​ตาม​ข้อตกลง หรือ ​สัญญา

…ส่วน​การ​พิจารณา​คัดเลือก​สินค้าเข้า​มา​ซื้อขาย​ใน​ตลาด​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้า​นั้น จะ​ต้องมี​หลักเกณฑ์​ประกอบ​เพื่อ​การ​พิจารณา​หลาย​ประการ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​สินค้า​เกษตร​ที่​มี​ความ​สำคัญ​ทางเศรษฐกิจ​ของ​ประเทศไทย​โดย​รวม

หรือ…เป็น​สินค้า​เกษตร​ที่​มี​ราคา​ผันผวน​สูง และ​มี​ปริมาณ​มาก ซึ่ง​สามารถ​ระบุ​คุณภาพ มาตรฐาน​ได้​อย่าง​ชัดเจน ที่​สำคัญ​ต้อง​เป็น​สินค้า​เกษตร​ที่​มี​การ​ผลิต การ​ค้า​อย่าง​กว้างขวาง และ​ มี​ผู้​เกี่ยวข้อง​จำนวน​มาก

และ…เพื่อ​ให้ AFET เป็น​เครื่องมือ​ที่​มี​ประสิทธิภาพ​ใน​การ​ป้องกัน​ความ​เสี่ยง​ด้าน​ราคา ผู้​ที่​จะ​เข้า​มา​ใช้​ระบบ​จึง​ควร​มี​ความ​รู้ความ​เข้าใจ​ใน​สภาวะ​ตลาด​ และ ​ศึกษา​กฎเกณฑ์​การ​ซื้อ–ขาย​ใน​ตลาด​ซื้อ–ขาย​สินค้า​เกษตร​ล่วงหน้าให้​ละเอียด​รอบคอบ

อย่างไร​ก็​แล้วแต่…ขณะ​นี้ AFET ได้​มี​การ​เตรียม​ความ​พร้อม​แต่ละ​ขั้น​ตอน ให้​เกิดความ​โปร่งใส และ​เป็น​ธรรม เพื่อ​ให้​ผู้​ลงทุน​มั่นใจ​ต่อ​ประโยชน์​อัน​พึง​ได้​อย่าง​เต็มที่.
“ดอก​สะ​แบ​ง”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 18 เมษายน 2554, 05:00 น.

ไทยอ้อนยุ่นเปิดเสรีสินค้าเกษตรก่อนเปิดเสรีรถยนต์

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

14 พฤศจิกายน 2553, 21:46 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126994.

Pic_126994

ญี่ปุ่นจี้ไทยเปิดเสรีรถยนต์ มากกว่า 3000 ซีซี ภายใต้ข้อตกลงเจเทปา แต่ไทยอ้อนยุ่นเปิดเสรีสินค้าเกษตรเพิ่มเติมก่อน…

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการหารือทวิภาคี (2 ฝ่าย) กับนายโมโตฮิสะ อิเค ดะ รมช.เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ของญี่ปุ่นระหว่างการประชุมรัฐมนตรี กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่ญี่ปุ่นว่า ได้หารือถึงการดำเนินการตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) โดยได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเสรีสินค้ายานยนต์สำเร็จรูป ขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3000 ซีซี และการให้ความร่วมมือด้านสถาบันเพื่อพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย รวมทั้งความร่วมมือในโครงการต่างๆ 7 สาขาภายใต้เจเทปา

“ในเรื่องการเปิดเสรีรถยนต์มากกว่า 3000 ซีซี เป็นนโยบายสำคัญของ 2 ประเทศ ซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องภายในทั้ง 2 ฝ่าย จึงเห็นร่วมกันว่าจะหารือในเรื่องอื่นๆ ก่อน เช่น การเปิดเสรีเพิ่มเติมในสินค้าเกษตรของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ไทยได้เชิญญี่ปุ่นร่วมลงทุนในโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย เพื่อสร้างเส้นทางเชื่อมเวียดนาม-ไทย-พม่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าและบริการระหว่างเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ และนำมาซึ่งการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างๆ ในเอเชีย”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 พฤศจิกายน 2553, 21:46 น.
%d bloggers like this: