สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

All posts tagged สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บขส.คุมเข้ม! รถตู้ห้ามขนคนเกินกำหนด หากพบถูกฉีกสัญญา

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 16:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192765.

Pic_192765

บิ๊กบขส.ขู่ รถตู้บรรทุกคนเกินกฎหมายกำหนด มีสิทธิ์โดนปรับ พักรถ หรือยกเลิกสัญญา วอนผู้โดยสารอย่าให้ความร่วมมือรถตู้บรรทุกคนเกิน

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงกรณีพบรถตู้โดยสารสาธารณะบรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งให้ผู้โดยสารยืนบนตู้ว่า ได้ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบรถตู้โดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะการจำกัดอัตราบรรทุกผู้โดยสาร จำนวน 15 คนต่อคัน และจำกัดเรื่องความเร็วรถไม่เกิน 100 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งหากตรวจพบรถตู้ทำผิดกฎหมาย จะมีโทษสั่งปรับ พักรถ หรือยกเลิกสัญญา

“ ที่ผ่านมาบขส. ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะที่เข้ามาลงทะเบียนร่วม เดินรถกับ บขส. ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ห้ามทำผิดกฎระเบียบ โดยเฉพาะการบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนด และได้ขอความร่วมมือผู้โดยสารอย่ายินยอมขึ้นรถตู้โดยสารที่ให้มีการนั่งหรือ ยืนบนรถตู้เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด และหากผู้โดยสารหรือผู้ใดพบเห็น ให้แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะ 1584 หรือ กองคุ้มครองผู้โดยสารและอุบัติเหตุ โทร 0-2936-2834 ทันที ”กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 สิงหาคม 2554, 16:45 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่.

Pic_187572

“บรรยงค์” เอาจริง ขัดคำสั่ง “อลงกรณ์” ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษดีแทค แค่ส่งไม้ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อ ยันไม่มีอำนาจล้วงลูก และยังเป็นคดีอาญาร้ายแรง จะกล่าวโทษต้องมีข้อมูลชัดก่อน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมไม่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคว่าเป็นต่างด้าว ตามที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการ และให้แจ้งผลภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค. แต่ได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงสถานะของดีแทค ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีตนเป็นประธาน ไปให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และขอให้แจ้งผลการสืบสวนมายังกรมฯ หากปรากฏว่า ดีแทค นิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายกระทำความผิดจริง และหากพนักงานสอบสวนประสงค์จะให้มีการร้องทุกข์ กรมฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการ

สำหรับเหตุผลที่กรมฯ ยืนยันส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อไป เพราะเห็นว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจนว่า พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ และใช้ดุลพินิจสอบข้อเท็จจริงได้อิสระ และไม่ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการวินิจฉัยให้แตกต่างจากที่คณะทำงานฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายสรุปออกมา

นอกจากนี้ การที่นายสัญญา สถิรบุตร ที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ ได้เข้ามาตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ ตามคำสั่งของนายอลงกรณ์นั้น ตามกฎหมายถือว่า นายสัญญาไม่ได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีอำนาจใดๆ มาตรวจสอบ ดังนั้น รายงานผลการตรวจสอบของนายสัญญาก็ไม่อาจรับฟังได้ หรือแม้จะรับฟังได้ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะการดำเนินคดีกล่าวโทษนิติบุคคล หรือบุคคล ที่มีโทษทางอาญาร้ายแรง ควรจะมีหลักฐานชัดเจน

“การตัดสินใจดังกล่าว เป็นความจำเป็นที่จะต้องรักษาองค์กรให้มีความสง่างาม ต้องเลือกรักษาความถูกต้อง ความเป็นธรรม รักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มากกว่าการคิดถึงแต่ตำแหน่งอธิบดี และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อเอาใจนักการเมือง และพร้อมที่จะรับผิดชอบกับการกระทำในครั้งนี้ โดยได้รายงานผลการดำเนินการให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทราบแล้ว และคิดว่านายยรรยงคงรายงานให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และนายอลงกรณ์รับทราบแล้วเช่นเดียวกัน” นายบรรยงค์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมเชื่อมโยงข้อมูลผ่านเน็ต

Published มีนาคม 3, 2011 by SoClaimon

2 มีนาคม 2554, 20:53 น.

ผ่านทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมเชื่อมโยงข้อมูลผ่านเน็ต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_152938

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยตั้งแต่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป เชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตกับ 55 หน่วยงานรัฐ ทั้งดีเอสไอ ศาล กรมภาษี หวังให้นำไปใช้ดูแลผลประโยชน์ประชาชน หากถูกร้องเรียนบริษัทต่างๆ คิดไม่ซื่อ…

 

2 มี.ค. นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมกำลังจะเปิดให้บริการข้อมูลธุรกิจที่กรมมีอยู่ เช่น ข้อมูลทะเบียนธุรกิจ หนังสือรับรองนิติบุคคล งบการเงิน กรรมการบริษัท และบัญชีผู้ถือหุ้น ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตให้กับหน่วยงานภาครัฐประมาณ 55 หน่วยงาน เช่น ศาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมบังคับคดี กรมราชทัณฑ์ กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมแรงงาน กรมการปกครอง กรมขนส่งทางบก กรมการบินพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นต้น เพื่อให้นำไปใช้ภายใต้การปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน คาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.54 เป็นต้นไป

“ถ้าหน่วยงานใดต้องการข้อมูลของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะรู้ได้เลยว่า บริษัทที่ต้องการค้นหาประกอบธุรกิจอะไร มีงบการเงินอย่างไร กรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้นเป็นใครบ้าง หรือหากเป็นเรื่องการร้องเรียน ก็สามารถตรวจสอบได้เลยว่าบริษัทนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ทำอะไร ใครเป็นเจ้าของ ซึ่งจะช่วยในการดูแลประชาชนได้อีกทางหนึ่ง” นางกุลณี  กล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กรมฯได้เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลทางระบบไอทีกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานใน สังกัดของรัฐไปแล้ว 15 แห่ง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กรมสรรพสามิต สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นต้น

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 มีนาคม 2554, 20:53 น.

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดบัญชีรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

Published ตุลาคม 23, 2010 by SoClaimon

วันที่ 22/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้นที่อาคาร 1 ชั้น 1 หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 1599 รับบริจาคทรัพย์และสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบกับความเดือดร้อน จากภัยน้ำท่วมไปแล้วนั้น ทางศูนย์ฯ ได้เปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  ชื่อบัญชี “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลตำรวจ เลขที่บัญชี 980-298-0560

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินสดผ่านบัญชีดังกล่าว หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ อาคาร 1 ชั้น 1สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  หมายเลขโทรศัพท์ 1599  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายกฯยันไม่ก้าวก่ายธปท.แก้ค่าบาท

Published ตุลาคม 19, 2010 by SoClaimon

15 ตุลาคม 2553, 20:35 น.

ผ่านทางนายกฯยันไม่ก้าวก่ายธปท.แก้ค่าบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_119138

นายกฯ ยันไม่แทรกแซง แบงก์ชาติ แก้ปัญหาค่าบาทแข็ง หวั่นซ้ำรอยปี40 ไม่ฝืนใช้ยาแรงงัดค่าเงิน ปลุกนานาชาติกดดันสหรัฐฯ ทบทวนมาตรการลดดอกเบี้ย…

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 15 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่หลายฝ่ายเสนอให้ใช้ยาแรงแก้ปัญหาค่า บาทแข็งว่า ประการแรก เรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รัฐบาลไม่สามารถและไม่ควรที่จะไปสั่งธปท.ในเรื่องของการขึ้นคงหรือลดอัตรา ดอกเบี้ย ประการที่สอง รัฐบาลได้พูดชัดเจนและธปท.เห็นด้วยและที่ผ่านมาได้ยึดถือว่าขณะนี้ เครื่องมือในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องเงินเฟ้ออย่าง เดียว แต่คำนึงถึงเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องรวมไปถึงผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนต่อเศรษฐกิจจริงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคณะกรรมการนโยบายการเงินต้องคำนึงถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว ประการที่สามที่ผ่านมาอยู่ในภาวะที่มีการศึกษากันอยู่หลายรอบว่าผลของอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายจะมีมากน้อยแค่ไหนต่ออัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นตรงนี้ ธปท.จะเป็นผู้ให้คำตอบได้ ว่าถ้าคิดว่าลดแล้วจะมีผลแค่ไหน

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แต่ว่าข้อสำคัญที่สุดที่คิดว่าไม่น่าจะมีใครปฏิเสธได้ก็คือว่าโดยสภาพพื้น ฐานของเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศในเอเชีย ภูมิภาคนี้และของไทย อย่างไรก็ยากที่จะอ่อนตัวลงในขณะนี้ อันนี้คือความเป็นจริงที่ฝืนยาก และวันนี้เราได้เห็นชัดว่าบางประเทศใช้ยาแรง คือพร้อมที่จะทุ่มเอาเงินสำรองหรือเอาเงินไปซื้อเงินตราต่างประเทศแก้ปัญหา ตรงนี้ หมดเงินไปมากกว่าที่เราจะมีใช้ด้วยซ้ำ แต่ค่าเงินยังแข็งขึ้น เพราะฉะนั้นคือสิ่งที่อยากให้ระมัดระวัง บทเรียนที่สำคัญที่สุดเรื่องวิกฤติปี 2540 สมัยของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี คือว่าในที่สุดแล้ว เราฝืนตลาดไม่ได้ ถ้าพยายามไปฝืนแล้วจะเจ็บหนัก สุดท้ายสิ่งที่ต้องการก็ไม่ได้ และต้องสูญเสียอะไรไปอีกมาก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำคัญที่สุดเราจะเร่งเรื่องที่จะช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบซึ่งมี มาตรการออกมาแล้ว และจะเร่งสร้างความต้องการเงินตราต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสากรรม จะออกมาตรการมาในเรื่องการสนับสนุน ให้เกิดการนำเข้าเครื่องจักร การเปลี่ยนเทคโนโลยีในจังหวะ ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะสมในขณะนี้ ซึ่งมีความคืบหน้าในการหารือไปพอสมควร และในส่วนของรัฐวิหสากิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะต้องมีเงินที่จะต้อง ใช้เงินตราลงทุนความต้องการอีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท คงจะมีผลอยู่บ้าง ส่วนจะมีมาตรการอะไรอีกหรือไม่นั้น ถ้าจำเป็นและคิดว่าสามารถช่วยสถานการณ์ได้ก็จะทำ อย่างเช่นได้ทำเรื่องภาษีแล้วส่วนหนึ่ง ถ้ามีความจำเป็นจะมีมาตรการอื่นออกไปอีก

เมื่อถามว่า ค่าเงินบาทจะแข็งแตะ 25 บาทต่อดอลลาร์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปคาดคะเนหรือเก็งได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ว่าพื้นฐานจริงๆตนขอฟันธงว่าปัญหาอยู่ที่ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ที่เงินสกุลใดสกุลหนึ่งแถวนี้ ตนได้พบกับ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด ก็เห็นตรงกัน ดังนั้น สิ่งที่ประเทศในภูมิภาคนี้ต้องร่วมกันทำคือใช้เวทีของอาเซียน จี 20 และเอเปค ในการที่จะให้ทางสหรัฐอเมริการับทราบเหมือนกันว่า นโยบายของเขา ซึ่งกดอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อหวังฟื้นเศรษฐกิจกำลังมีผลต่อประเทศอื่นอย่างไร การประชุมอาเซียนช่วงสิ้นเดือนนี้ คงจะมีท่าทีที่ค่อนข้างจะชัดเจนเหมือนกัน เพราะว่าในระดับของผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศในภูมิภาคนี้ก็มีการพูดคุย กัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 15 ตุลาคม 2553, 20:35 น.

tags:
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตช. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ค่าบาท ค่าบาทแข็ง ธปท. ธนาคารแห่งประเทศไทย

%d bloggers like this: