สำนักข่าวไทย

All posts tagged สำนักข่าวไทย

กสทช. ตะลุยคลื่นความถี่มหาสนุก

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50f0e6e1150ba01d5c0000c5#.UPFQ1OSZY9o
กสทช. จัดงานวันเด็กแห่งชาติ จัดนิทรรศการเกี่ยวกับคลื่นความถี่-การกระจายเสียง ส่งเสริมให้เยาวชนสนใจเทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัย เตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี

กสทช. ตะลุยคลื่นความถี่มหาสนุก

 

By สำนักข่าวไทย TNA News | 12 ม.ค. 2556 11:30 | 127 views | View Comment

กสทช. 12 ม.ค.-สำนักงาน กสทช. ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับคลื่นความถี่และการกระจายเสียง ส่งเสริมให้เยาวชนสนใจด้านเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย เตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

เด็กๆ และเยาวชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดขึ้น ในหัวข้อ “กสทช. ตะลุยคลื่นความถี่มหาสนุก วันแสนสุขของหนูๆ” โดยมีพลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. เป็นประธานพิธีเปิด

สำหรับเด็กๆ ที่มาร่วมงานจะได้รับหนังสือเดินทาง พร้อมใบตอบคำถามความรู้เกี่ยวกับคลื่นความถี่ และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งจะต้องเดินสำรวจตามฐานความรู้ และนิทรรศการที่จัดขึ้นภายในงาน พร้อมหาคำตอบรวบรวมคะแนนชิงรางวัลสูงสุด ได้แก่ เครื่องเล่น IPAd mini และเครื่องเล่นเกม ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจเยาวชนที่มาร่วมงาน เพราะได้ทั้งความรู้และของขวัญต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ

ทั้งนี้ ภายในงานยังนำเครื่องรับส่งย่านความถี่ประชาชนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยใช้ทรงงานมาจัดแสดงให้เด็กๆได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย

นอกจากนี้ยังได้นำเครื่องเล่นมหาสนุกบ้านลมและวอเตอร์บอลมาให้เด็กๆได้สนุกสนานตลอดทั้งวัน โดยสามารถเดินทางมาได้ที่สำนักงาน กสทช. พหลโยธินซอย 8.-สำนักข่าวไทย

คพ.ดีเดย์ปล่อยรถตรวจน้ำเสียในสถานประกอบการ 21 ม.ค.นี้

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50efe80a150ba0a022000225#.UPFQTeSZY9o
กรมควบคุมมลพิษ เตรียมให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำเสีย หลังพบมีสถานประกอบการเพียง 1% ส่งรายงานระบบบำบัดน้ำเสีย ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

คพ.ดีเดย์ปล่อยรถตรวจน้ำเสียในสถานประกอบการ 21 ม.ค.นี้

By สำนักข่าวไทย TNA News | 11 ม.ค. 2556 17:23 | 230 views | View Comment

กรมควบคุมมลพิษ 11 ม.ค. – กรมควบคุมมลพิษ เตรียมให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำเสีย หลังพบมีสถานประกอบการเพียง 1% ส่งรายงานระบบบำบัดน้ำเสีย ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หลังจาก คพ.ได้กำหนดให้ 10 แหล่งกำเนิดมลพิษน้ำเสีย ปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามความมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ซึ่งกำหนดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทั้ง 10 ประเภท จะต้องรายงานผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียกับ คพ. ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2555 และ 2 ธันวาคม 2555 แต่จากปริมาณการจัดส่งรายงานพบว่า มีผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษเพียง 1,400 แห่ง จากแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีทั้งสิ้นราว 140,000 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 1 เท่านั้น ที่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

นายวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้ คพ.จะเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ และจัดการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายขาดการรับรู้การปฏิบัติตนตามที่กฎกระทรวงกำหนด และบางรายรับรู้แต่ก็ยังเพิกเฉย โดยในวันที่ 21 มกราคมนี้ คพ.เตรียมปล่อยคาราวานตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีระบบบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศตามกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อควบคุมมลพิษ ผลักดันให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรายงานสถิติ ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง มาตรา 80 ต่อไป

สำหรับ 10 แหล่งกำเนิดมลพิษ ตามมาตรา 80 กำหนดให้ต้องเก็บสถิติและข้อมูลการจัดทำบันทึกรายละเอียด และรายงานสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย ประกอบด้วย โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน อาคารชุด บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ห้างสรรพสินค้า หมู่บ้านจัดสรร ภัตตาคาร. – สำนักข่าวไทย

ธนาคารต้นไม้ บ้านกอเตย จ.สุราษฎร์ธานี

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50efe4c4150ba0175c000079#.UPFPqOSZY9o

ธนาคารต้นไม้ บ้านกอเตย จ.สุราษฎร์ธานี

By สำนักข่าวไทย TNA News | 11 ม.ค. 2556 17:09 | 191 views | View Comment

11 ม.ค. – ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จัดตั้งธนาคารต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูผืนป่าที่ถูกทำลาย และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยปัจจัยสำคัญคือความสามัคคีและการจัดการที่เป็นระบบ. – สำนักข่าวไทย

รมว.เกษตรฯ แถลงงานวันโคกระบือ

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50efcb1a150ba01c5c00006a#.UPFO6uSZY9o
กรมปศุสัตว์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน่วยงานต่างๆ เตรียมจัดงานโคเนื้อและกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556

รมว.เกษตรฯ แถลงงานวันโคกระบือ

By สำนักข่าวไทย TNA News | 11 ม.ค. 2556 15:19 | 143 views | View Comment

ก.เกษตรฯ 11 ม.ค. – กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน่วยงานต่างๆ เตรียมจัดงานโคเนื้อและกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556 “โค-กระบือไทยก้าวไกลสู่อาเซียน” ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2556

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรโคเนื้ออยู่จำนวน 6.33 ล้านตัว กระบือ 1.24 ตัว สามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย จำนวน 84,604 ตัว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 40,761 ตัว คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,187.5 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูการเลี้ยงโค และกระบือ ให้สอดคล้องตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตโคเนื้อและกระบือของประเทศไทย ตลอดจนเป็นการแสดงห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคเอกชน เป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจการพัฒนาการผลิตโคและกระบือ อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งในการจัดงานดังกล่าวจะจัดให้มีการประกวดกระบือและโคเนื้อพันธุ์ต่างๆ จัดแข่งขันการไถนา การประกวดวาดภาพวิถีชีวิตของเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับโค กระบือ การประชุมสัมมนาวิชาการ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิชาการ ทั้งภาคราชการและเอกชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ร่วมกับมหาวิทยาลัย ขอนแก่น และองค์กรต่างๆ ได้กำหนดจัดงานโคเนื้อและกระบือแห่งชาติ ประจำปี 2556 โค – กระบือไทยก้าวสู่อาเซียน” ขึ้นระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2556 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น.- สำนักข่าวไทย

ชี้ชะตาคดีคลิตี้ล่าง

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50eeb2cc150ba0181e00025b#.UPFN0OSZY9o

ชี้ชะตาคดีคลิตี้ล่าง

By สำนักข่าวไทย TNA News | 10 ม.ค. 2556 19:23 | 142 views | View Comment

10 ม.ค. – วันนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้กรมควบคุมมลพิษจ่ายค่าเสียหายให้กับชาวบ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี รายละกว่า 170,000 บาท ทั้ง 22 คน ที่ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ กรณีแก้ไขปัญหาน้ำเสียซึ่งมีสารตะกั่วเจือปนในลำห้วยคลิตี้ล่าง ตั้งแต่ปี 2547 .-  สำนักข่าวไทย

ก.เกษตรเปิดทีวีเกษตร

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50ee61f7150ba0ab190001eb#.UPFNPuSZY9o
กระทรวงเกษตรฯเปิดตัวช่องทีวีเกษตร เพื่อเป็นทางในการเผยแพร่ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร เตือนภัย และเป็นสื่อกลางระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการเกษตร

ก.เกษตรเปิดทีวีเกษตร

By สำนักข่าวไทย TNA News | 10 ม.ค. 2556 13:38 | 334 views | View Comment

ก.เกษตรฯ 10 ม.ค. – กระทรวงเกษตรฯเปิดตัวช่องทีวีเกษตร เพื่อเป็นทางในการเผยแพร่ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร เตือนภัย และเป็นสื่อกลางระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการเกษตร ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรรองรับ AEC

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เปิดตัวโครงการศึกษาและทดลองออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการเกษตร ช่องทีวีเกษตรหรือ MOAC TV เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารด้านการเกษตรเชิงนโยบาย การแก้ไขปัญหาด้าการเกษตร การเตือนภัย ข้อมูลข่าวสารต่างๆ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเกษตร โดยมีรูปแบบราบการแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ รายการโครงการพระราชดำริ รายการข่าว รายการวิเคราะห์ข่าวสถานการณ์ และรายการสารคดีสาระด้านการเกษตร โดยจะออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านจานรับสัญญาณ อาทิ ระบบซีแบนด์ หรือจานดำความถี่  4160 เมกะเฮิรตซ์ หรือกล่องรับสัญญาณพีเอสไอช่อง 218 จานรับสัญญาณสามารถช่อง 28 และกล่องซันบ็อกซ์ช่อง 188.-สำนักข่าวไทย

ก่อนชี้ชะตาคดีคลิตี้ล่าง

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50ed68eb150ba0181e000103#.UPFL-OSZY9o

ก่อนชี้ชะตาคดีคลิตี้ล่าง

By สำนักข่าวไทย TNA News | 9 ม.ค. 2556 19:56 | 547 views | View Comment

9 ม.ค. – ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาคคดีที่ชาวบ้านคลิตี้ล่างที่ได้ยื่นฟ้องกรมควบคุมมลพิษ กรณีการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียซึ่งมีสารตะกั่วเจือปนในลำห้วยคลิตี้ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีและราษฎรได้รับความเสียหาย . – สำนักข่าวไทย

พบสารปรอทในปลาและคนรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปราจีนบุรี

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50ed6596150ba0694300022c#.UPFLX-SZY9o
พบปลาและชาวบ้านใน ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีสารปรอทปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานหลายเท่า เชื่อมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงงานเยื่อกระดาษ

พบสารปรอทในปลาและคนรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปราจีนบุรี

By สำนักข่าวไทย TNA News | 9 ม.ค. 2556 19:41 | 849 views | View Comment

กรุงเทพฯ 9 ม.ค. – พบปลาและชาวบ้านใน ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีสารปรอทปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานหลายเท่า เชื่อมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงงานเยื่อกระดาษ ตัวการแพร่สารปรอทลงคลองสาธารณะ เรียกร้องกรมควบคุมมลพิษและ สธ.ตรวจสุขภาพชาวบ้านทั้งหมด

มูลนิธิบูรณะนิเวศ ร่วมกับเครือข่ายระหว่างประเทศว่าด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม (IPEN) ของสหรัฐอเมริกา แถลงผลตรวจสอบพบสารปรอทปนเปื้อนในปลาและคนที่อาศัยอยู่รอบโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงงานเยื่อกระดาษ ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยพบการปนเปื้อนของสารปรอทอยู่ในระดับสูงเกินมาตรฐานหลายเท่า

น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิฯ ได้เลือกพื้นที่ชุมชนหมู่ที่ 2 และ 3 ของ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่นำร่องศึกษาสารปรอท เนื่องจากเป็นชุมชนที่อยู่ห่างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 400 เมกะวัตต์ และโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ ในสวนอุตสาหกรรม 304 เพียงแค่ 0.5-2 กิโลเมตร เท่านั้น จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารปรอทที่ถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน

ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า ผลการศึกษาจากการเก็บตัวอย่างปลาช่อน จำนวน 20 ตัวอย่าง จากลำคลองชลองแวง รวม 2 รอบ ในช่วงเดือนพฤษภาคม และพฤศจิกายน 2555 พบว่า ตัวอย่างปลาทั้งหมดมีสารปรอทปนเปื้อนสูงตั้งแต่ 0.067-0.22 พีพีเอ็ม เกินมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไม่เกิน 0.02 พีพีเอ็ม

ส่วนผลการตรวจเส้นผมของอาสาสมัครชาวบ้าน อายุระหว่าง 17-72 ปี ทั้ง 20 ราย พบปริมาณสารปรอทสูงเกินค่ามาตรฐานการอ้างอิงของ US EPA ที่กำหนดไว้ว่าต้องไม่เกิน 1 พีพีเอ็ม แต่ปรากฏว่า ตัวอย่างสารปรอทในเส้นผมที่พบสูงสุดตั้งแต่ 1.628-12.758 พีพีเอ็ม หรือ 12.5 เท่าจากมาตรฐาน ทั้งนี้ ที่พบสารปรอทสะสมในผมของชาวบ้านสูงมาก เพราะชาวบ้านต้องบริโภคปลาจากคลองชลองแวง ซึ่งพบว่ายิ่งมีการบริโภคปลามากก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการสะสมสารปรอทมากขึ้นตามอายุและจำนวนมื้อที่กินปลาเข้าไป

น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวว่า ส่วนสาเหตุของการปนเปื้อนสารปรอทในปลา สันนิษฐานว่ามาจากเถ้าลอยของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้ถ่านหินในกระบวนการผลิต และฝุ่นจากกองเก็บถ่านหินแบบเปิดที่ฟุ้งกระจายไปได้ไกล นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีน้ำเสียจากบ่อพักน้ำเสียของโรงงานผลิตเยื่อกระดาษที่ไหลลงคลองชลองแวงในช่วงน้ำหลาก จึงอยากให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) หน่วยงานด้านอุตสาหกรรมและสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสอบและศึกษาปัญหาสารปรอทจากโรงงานถ่านหินในพื้นที่ชุมชนรอบสวนอุตสาหกรรม 304 เพิ่มเติม เบื้องต้นแนะนำให้สตรีมีครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรบริโภคปลาเกิน 1 ขีด/สัปดาห์ เพราะจะมีผลต่อพัฒนาทางการสมองของเด็กในท้อง. – สำนักข่าวไทย

ก.เกษตรฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลทางการเกษตร

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50ed0a01150ba068430001dc#.UPFKkuSZY9o

ก.เกษตรฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลทางการเกษตร

By สำนักข่าวไทย TNA News | 9 ม.ค. 2556 13:11 | 196 views | View Comment

ก.เกษตรฯ 9 ม.ค.- กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลทางการเกษตรให้แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและแก้ปัญหาแรงงานภาคเกษตร

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า เตรียมจัดตั้งและพัฒนาศูนย์เครื่องจักรกลทางการเกษตร ซึ่งจะรวบรวมเครื่องทุ่นแรงทางการเกษตรชนิดต่าง ๆ ไว้ เพื่อบริหารจัดการในการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร และแก้ไขปัญหาแรงงานภาคการเกษตรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและดำเนินการคาดว่าน่าจะจัดตั้งได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และทันฤดูกาลทำนาปีในปีนี้ ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มความสำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลทางการเกษตรใหม่ ๆ และพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิม เพื่อกระจายและให้บริการเกษตรกรได้ทั่วถึงมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้กำชับให้กรมการข้าว ควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เข้มงวดขึ้นโดยเฉพาะแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ของภาคเอกชน ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ถึง 4 แสนตันต่อปี  โดยให้สำรวจและรับรองมาตรฐานทุกฤดูกาลผลิต โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาลผลิตปีนี้นำร่องในพื้นที่ 120,000 ไร่ และจะขยายครอบคลุมพื้นที่ 500,000-600,000 ไร่ทั่วประเทศในปีหน้า.-สำนักข่าวไทย

บอร์ด สวล.ไฟเขียวยุบ 3 ชุด คชก.พิจารณาโครงการรัฐ

Published มกราคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50ec07ae150ba0161e000046#.UPFJ-uSZY9o
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบในหลักการตามที่ สผ.เสนอยุบคณะกรรมการผู้ชำนาญการ 3 ชุด จากที่มีทั้งหมด 19 ชุด

บอร์ด สวล.ไฟเขียวยุบ 3 ชุด คชก.พิจารณาโครงการรัฐ

By สำนักข่าวไทย TNA News | 8 ม.ค. 2556 18:49 | 284 views | View Comment

ทส. 8 ม.ค.-คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบในหลักการตามที่ สผ.เสนอยุบคณะกรรมการผู้ชำนาญการ 3 ชุด จากที่มีทั้งหมด 19 ชุด ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาผ่านโครงการของรัฐ เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการที่มีอยู่สามารถขยายขอบข่ายงานให้พิจารณาโครงการของรัฐได้อยู่แล้ว

นายสันติ บุญประคับ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา สผ.ได้เสนอขอให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมพิจารณายุบคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาโครงการของรัฐจำนวน 3 ชุด จากทั้งหมดที่มี คชก.19 ชุด ดังนี้ 1.คชก.พิจารณาอีไอเอ ด้านการพัฒนาโครงการส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และโครงการร่วมกับเอกชน ส่วนชุดที่ 2 คชก.พิจารณารายงานอีไอเอด้านคมนาคมพัฒนาโครงการส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และโครงการร่วมกับเอกชน และชุดที่ 3 คชก.ด้านการพิจารณาอีไอเอ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ

การเสนอยุบคณะกรรมการทั้ง 3 ชุดเนื่องจากเห็นว่า ควรจะใช้ คชก.ชุดต่างๆ ที่มีอยู่แล้วเป็นผู้พิจารณา ไม่จำเป็นต้องแยกระหว่างโครงการของรัฐ หรือเอกชน และที่ผ่านมาเราพบว่ากรณีโครงการของรัฐไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เช่น เขื่อนหรือการพัฒนาแหล่งน้ำ ทำให้บางโครงการใช้เวลานาน 3-5 ปีก็ได้ ขณะที่โครงการของเอกชนต้องให้ส่งภายใน 105 วัน เป็นต้น ซึ่งทำให้ถูกมองว่าเป็นการใช้ 2 มาตรฐานกับโครงการของเอกชน

นายสันติ กล่าวว่า หลังจากยุบ คชก. 3 ชุดที่พิจารณาโครงการรัฐไปแล้ว ในอนาคตหากจะมีโครงการพัฒนาของรัฐขึ้นก็จะส่งเข้าพิจารณาใน คชก. ชุดต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว เช่น ด้านอุตสาหกรรม ด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งใช้การพิจารณาโดย คชก.ชุดเดียวกับของเอกชน เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายสิ่งแวดล้อมมาตรา 48

อย่างไรก็ตาม การที่ยุบ คชก.รัฐทั้ง 3 ชุดนี้ จะไม่มีผลต่อผลักดันโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐในตอนนี้ เช่น โครงการสร้างเขื่อน รถไฟฟ้า อย่างแน่นอน เพราะว่า คชก.ชุดต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด ล้วนแต่มีผู้ชำนาญการในแต่ละสาขา และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยิ่งจะทำให้การพิจารณาอีไอเอของโครงการต่างๆ มีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ บอร์ดสิ่งแวดล้อมเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ขอให้ สผ.จัดทำรายละเอียดทั้งหมดส่งให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมในอีก 15 วันข้างหน้า.-สำนักข่าวไทย

%d bloggers like this: