สวน

All posts tagged สวน

เลี้ยงหมูป่าในสวนปาล์มเสริมรายได้

Published กรกฎาคม 7, 2012 by SoClaimon

เลี้ยงหมูป่าในสวนปาล์มเสริมรายได้

เลี้ยงหมูป่าในสวนปาล์มน้ำมัน งานเสริมรายได้ ‘ทวีศักดิ์ พาชีรัตน์’ : โดย … บุญเลื่อน พรหมประทานกุล

          ในช่วงที่ราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันมีการแปรผัน และมีความไม่แน่นอน ทำให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มวัย 57 ปี อย่าง “ทวีศักดิ์ พาชีรัตน์” หรือ ลุงหมู ต้องคิดหาอาชีพเสริมรายได้ เพื่อหารายได้เข้าครอบครัว ในที่สุดเขาสวนปาล์มในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ที่ ต.ทรายแดง อ.เมือง จ.ระนอง เริ่มเลี้ยงหมู่ป่าจากเพียง 1 คู่ ปรากฏว่าสร้างรายได้เป็นอย่างดี

ทววีศักดิ์ เล่าที่มาก่อนที่จะนำหมูป่ามาเพาะขยายพันธุ์จนประสบความสำเร็จกลายเป็นอาชีพเสริมรายได้ ที่สำคัญลุงหมูบอกว่า ในปัจจุบันเกิดมาจากที่ราคาปาล์มมีความไม่แน่นอนเมื่อหลายปีก่อน เขาจึงพยายามหาอาชีพเสริมมาหลายอาชีพ ลองผิดลองถูกทั้งเปิดขายอาหาร ทำได้ไม่นานต้องปิดร้านหันไปขับรถรับส่งนักเรียนก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่กระนั้นเขาก็ไม่ย่อท้อ กระทั่งวันหนึ่งเขาเดินทางไปหาเพื่อนที่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อนที่ จ.ชุมพร เมื่อไปถึงบ้านเพื่อนได้เห็นหมูป่าขนาดกลาง 1 คู่ เป็นตัวเมียและตัวผู้อย่างละหนึ่งตัว สอบถามทราบว่าเพื่อนคนนี้จับมาจากป่าแล้วนำมาเลี้ยง

“ผมเห็นแล้วน่าสนใจอยากเลี้ยงหมูป่าบ้าง จึงขอซื้อจากเพื่อน จากนั้นนำมาเลี้ยงในสวนปาล์มน้ำมันที่บ้าน ครั้งแรกที่ได้มาผมทำโรงเรือนและอาณาเขตให้หมูป่าอยู่อาศัย ลองผิดลองถูกอยู่เป็นเดือน เพราะไม่เคยมีความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงหมู่ป่ามาก่อน แต่ในที่สุดก็เริ่มจับแนวทางได้ว่าหมูป่าไม่ชอบโรงเรือนที่เป็นปูนซีเมนต์ ชอบพื้นดิน และที่สำคัญต้องมีปลัก หรือที่ชื้นแฉะไว้ให้หมูป่าเล่นด้วย” ทวีศักดิ์ กล่าว

พอดีในสวนปาล์มน้ำมันของทวีศักดิ์ บริเวณท้ายสวนอยู่ใกล้กับหนองน้ำ จึงกำหนดเป็นบริเวณในการเลี้ยงใหม่ แต่เนื่องจากความซุกซนและความเป็นสัตว์ป่าสูงของหมูป่าที่ไม่เคยชินกับมนุษย์จำเป็นจะต้องนำลวดสลิงมาขึงเพื่อปล่อยกระแสไฟขนาด 110 โวลต์ ซึ่งเป็นไฟฟ้าที่ใช้เลี้ยงสัตว์ไว้คอยปรามไม่ให้หมูป่าที่เลี้ยงหนีออกจากบริเวณโรงเรือน เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่โชคดีที่หมูป่าคู่ดังกล่าวผสมพันธุ์และออกลูกกว่า 10 ตัว จึงทำให้สามารถเพาะขยายพันธุ์หมูป่าได้มากขึ้นจนปัจจุบันมีจำนวนหมูป่าภายในโรงเรือนขนาดครึ่งไร่ที่เลี้ยงกว่า 100 ตัว

“ตอนนี้ราคาหมูป่าขายชั่งทั้งตัว มาซื้อถึงที่ผมขายในราคา กก.ละ 70 บาท ตรงนี้พอที่จะมีกำไรขึ้นมาจุนเจือในครอบครัวได้ดีพอสมควร เพราะการเลี้ยงหมูป่าไม่ได้ลงทุนอะไรมาก โดยเฉพาะอาหารหมูป่าจะกินทุกอย่าง ใบไม้ทุกชนิด รวมถึงเศษอาหาร ดังนั้นจึงเลี้ยงง่ายและทนต่อโรค ส่วนมูลของหมูป่าหลายคนบอกว่าให้ใส่กระสอบจำหน่าย แต่ขณะนี้ผมยังไม่ขาย แต่นำมาใส่โคนต้นปาล์มน้ำมัน ปรากฏว่าลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มาก ทั้งยังพบว่าต้นปาล์มมีใบเขียวมัน ให้ผลดกด้วย” ทวีศักดิ์ กล่าวอย่างมั่นใจ

          การเลี้ยงหมูในสวนปาล์มนับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ นอกจากจะขายหมูป่าได้ราคาแล้ว ยังได้ปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมันอีกด้วย

———-

(หมายเหตุ : เลี้ยงหมูป่าในสวนปาล์มน้ำมัน งานเสริมรายได้ ‘ทวีศักดิ์ พาชีรัตน์’ : โดย … บุญเลื่อน พรหมประทานกุล)

———-

พด.แนะวิธีฟื้นฟูสวนผลไม้ หลังประสบภาวะน้ำท่วมขัง

Published มิถุนายน 18, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/10627

วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : พด.สวนผลไม้น้ำท่วมขัง,
 

นายจรูญ ยกถาวร รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศกำลังย่างเข้าสู่ฤดูฝน โดยที่ผ่านมาเกษตรกรมักจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในสวนผลไม้

ทั้งนี้ วิธีลดความเสียหายของไม้ผลจากน้ำท่วมขัง สิ่งแรกคือห้ามเข้าไปเหยียบย่ำรอบบริเวณต้นไม้ผล เพราะจะทำให้รากขาดและเกิดรากเน่าได้ง่าย และถ้าไม้ผลจะล้มให้หาไม้ค้ำยันไว้ หลังจากนั้นให้ทำการระบายน้ำออกจากโคนต้นให้หมดเป็นการด่วน โดยทำร่องน้ำระหว่างแถวไม้ผลลึก 30-50 ซม. แล้วเอาไม้แหวกดินให้เป็นร่องเล็กๆ ที่บริเวณโคนต้นให้น้ำไหลลงสู่ร่องระบายน้ำ จากนั้นใช้พลั่วดึงเศษซากพืชและซากสัตว์ต่างๆ ที่ดินเลนทับถมออกให้หมด หรือในกรณีที่มีไม้ไผ่ ให้ใช้ไม้ไผ่เจาะรูปักใต้โคนต้นเพื่อระบายความร้อนและก๊าซพิษออกจากโคนต้น เมื่อดินเริ่มแห้งให้ทำการตัดแต่งกิ่งโดยเอาใบแก่และกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มที่ใบไม่ได้รับแสงออก และทำการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร15-15-15 ใส่ลงไปในร่องที่ขุดดินขึ้นรอบๆ ทรงพุ่ม ความกว้างของร่องประมาณ
15 เซนติเมตร ลึกประมาณ 15 เซนติเมตร หรือใส่ที่โคนต้นในกรณีที่ต้นไม้ยังมีขนาดเล็ก จากนั้นให้น้ำรอบๆ โคนต้นในกรณีที่ดินแห้ง

ในกรณีไม้ผลปลูกในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปรับยกขอบแปลงเป็นคันดินให้สูงขึ้นกว่าระดับน้ำที่เคยท่วม ไม่ต่ำกว่า 30 เซนติเมตร โดยขุดคูน้ำรอบๆ แปลง และนำดินที่ขุดปั้นเป็นคันดิน พร้อมปลูกหญ้าแฝกที่ขอบคูเพื่อป้องกันการพังทลายของดินและกรองตะกอนดินไม่ให้ไหลลงร่องน้ำ หรือนำดินที่ได้จากการขุดมาถมเป็น “คูยกร่องสวน” เพื่อใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูก และควรขุดบ่อหรือสระน้ำไว้ในพื้นที่ เพื่อใช้ระบายน้ำช่วงฝนตกชุกหรือใช้เก็บสำรองน้ำไว้ใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดน้ำในช่วงหน้าแล้ง

เปิดสวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษากรมวิชาการเกษตร

Published เมษายน 6, 2012 by SoClaimon

kasikorn83 – Windows Live.

ดาวน์โหลดเอกสารต้นฉะบับ.

เกษตรกรบุกยึดสวนปาล์ม รอเจรจาผวจ.สุราษฎร์

Published กุมภาพันธ์ 11, 2010 by SoClaimon

เกษตรกรบุกยึดสวนปาล์ม รอเจรจาผวจ.สุราษฎร์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

โดย 5 ก.พ. 2553 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/edu/63245

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

กรณีการเช่าที่ดินราชพัสดุแปลงบ่อถ่านศิลา ต.ตะปาน อ.พุนพิน โดยพาสมาชิกเกษตรยึดสวนปาล์มน้ำมันกว่า 4 พันไร่รอคำตอบ…

นายชาคฤช ศรีภิรมย์มิตร ประธานสหกรณ์การเกษตรตะปานเมืองใหม่ จำกัด พร้อม นำสมาชิกสหกรณ์ฯ เข้ายึดครอบครองพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันเนื้อที่กว่า 4,000 ไร่ ที่บริษัทเอกชนหมดสัญญาเช่ากับภาครัฐ เพื่ออยู่รอคำตอบ หลังจากที่ นายดำริห์ บุญจริง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเวลา 7 วัน รู้ผลที่ชัดเจนเรื่องการให้เช่าที่ดินราชพัสดุแปลงบ่อถ่านศิลา ต.ตะปาน อ.พุนพิน ในการบุกเข้ายึดครองที่ดินครั้งนี้ ทางแกนนำให้เหตุผลว่า เป็นการักษาผลประโยชน์ให้ภาครัฐ พร้อมยืนยันทางสมาชิกฯ จะไม่เข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากที่ดินดังกล่าว จะรอจนกว่าได้คำตอบที่ชัดเจน พร้อมยืนยัน จะผ่อนผันให้ผู้ประกอบการจัดเก็บผลส้มโชกุนได้ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่.

 

บ่อปลาจากร่องสวนยาง สร้างเม็ดเงิน “อนันต์ ชูปาน”

Published กุมภาพันธ์ 11, 2010 by SoClaimon

บ่อปลาจากร่องสวนยาง สร้างเม็ดเงิน “อนันต์ ชูปาน”

ผ่านทางบ่อปลาจากร่องสวนยาง สร้างเม็ดเงิน “อนันต์ ชูปาน” คมชัดลึก : เกษตร : เกษตรคนเก่ง.

สวนมะพร้าว อายุเกือบ 200 ปี ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ที่ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี

Published กุมภาพันธ์ 10, 2010 by SoClaimon

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 466

รายงานพิเศษ-มหัศจรรย์มะพร้าวไทย

เพชรรัตน์ สิทธิรักษ์ ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร มก.

สวนมะพร้าว อายุเกือบ 200 ปี ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ที่ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี

มะพร้าว มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ใด หรืออยู่บนส่วนไหนของโลกยังไม่มีข้อสรุปและชี้ชัด แต่ก็มีบันทึกไว้มากมายว่าอยู่ส่วนโน้นส่วนนี้ 

เริ่มจากทวีปอเมริกา ที่โคลัมเบีย มีพืชตระกูลเดียวกับมะพร้าวขึ้นอยู่มากมาย นักพฤกษศาสตร์ มีความเห็นว่า มะพร้าวน่าจะวิวัฒนาการมาจากพืชพรรณเหล่านั้น

ที่อเมริกากลาง มีปลูกมะพร้าวมาช้านาน โดยเฉพาะปานามา

อเมริกาใต้ ก็มีบันทึกว่า มีปลูกมะพร้าวมานาน จากนั้นกระจายไปสู่ภูมิภาคอื่น หมู่เกาะแปซิฟิก เป็นถิ่นมะพร้าวเช่นกัน

ที่หมู่เกาะ ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีการปลูกมะพร้าวมากมาย เนื่องจากปลูกมานาน ความหลากหลายทางด้านสายพันธุ์จึงมีมาก ชาวเกาะบางแห่ง นับถือมะพร้าวเป็นเทพเจ้า

ในอินเดีย มีบันทึกการใช้ประโยชน์มะพร้าว ตั้งแต่สมัยพุทธกาล เอเชียก็มีบทบันทึก ที่ศรีลังกา มีหลักฐานว่า ปลูกมะพร้าวก่อนคริสตกาล 300 ปี

เอเชียอาคเนย์ เจ้าของท้องถิ่น ก็มีความเชื่อว่า มะพร้าวมีถิ่นกำเนิดในถิ่นนี้เช่นกัน

สำหรับถิ่นกำเนิดของมะพร้าว คงต้องมีการถกเถียงกันต่อไป ซึ่งจุดใหญ่ๆ ที่อ้างว่าเป็นถิ่นกำเนิด ยังคงอยู่ที่อเมริกาใต้ อเมริกากลาง รวมทั้งหมู่เกาะแปซิฟิก หลักฐานที่นำมาประกอบนั้นมีเรื่องของชื่อที่ใช้เรียกมะพร้าว อย่างเช่นท้องถิ่นใดที่เรียกชื่อมะพร้าว แล้วคนที่อื่นเรียกตามมากๆ ก็ทึกทักว่า ที่นั่นแหละถิ่นกำเนิด

แหล่งใดที่มีปลูกมะพร้าวกันมาก ปลูกสืบทอดกันมานาน มีพันธุกรรมหลากหลาย ก็อาจจะบอกว่าบ้านข้าปลูกมะพร้าวมาก่อนใคร

หลักฐานอย่างอื่นก็มีเรื่องความเชื่อ อย่างการนับถือมะพร้าวเป็นเทพเจ้า การนำมาเป็นอาหาร ยารักษาโรค ก็เป็นข้อกล่าวอ้างได้ หลังๆ มีการทดสอบเรื่องการกระจายพันธุ์ อย่างเช่น ปล่อยให้มะพร้าวลอยไปตามน้ำ อาศัยลมพัดพา

มะพร้าว เป็นไม้ที่ขึ้นในเขตร้อน ไทยเราก็มีอากาศที่เหมาะสม ที่จะเป็นแหล่งกำเนิดมะพร้าวได้ ดังนั้น แนวคิดส่วนตัว จึงคิดว่า หากไทยมีการจดบันทึก มีประวัติศาสตร์ มีภาษาก้าวหน้าอย่างชาติอื่น อาจจะบอกคนอื่นว่า บ้านข้าก็ปลูกมะพร้าวมานานเช่นกัน เพราะไม้ตระกูลมะพร้าว หรือญาติของมะพร้าว ในบ้านเราก็มีอยู่มากมาย

เอาเถอะ! ถึงมะพร้าวในเรื่องของถิ่นกำเนิดยังสรุปไม่ได้ แต่ในบ้านเรานั้นยังงัยก็ตาม มะพร้าว ถือว่าเป็นพืชเก่าแก่ที่มีมานานโขตั้งแต่สมัยคุณทวดมาแล้ว

อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี สถานที่ตั้งสวนมะพร้าวอายุเกือบ 200 ปี ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ เป็นผู้ศึกษามะพร้าวน้ำหอม พันธุ์ รบ.1, รบ. 2 และ รบ.3 ในสวนมีพืชหลายชนิด มีมะพร้าวเป็นพืชประธาน (พืชหลัก) นอกจากนั้น ก็มีกล้วย ลิ้นจี่ มะม่วง ส้มโอ

“ส่วนมะพร้าวที่ปลูกสมัยคุณทวดก็มีอยู่หลายต้น ต้นที่อายุมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 170 ปี และส่วนใหญ่อายุจะราวๆ 150-100 ปี ปลูกเอาไว้ ไม่ยอมขายไม้หรือตัดทิ้ง เพราะเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ควรอนุรักษ์ และรักษาให้ลูกให้หลานได้ดู ได้เห็น ได้รู้จัก และจะดำรงมะพร้าวพันธุ์โบราณไว้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ กล่าว

สูงมาก ต้องพิสูจน์???

ด้วยความอยากรู้ จึงต้องรบกวน คุณสมพงษ์ เวชโช ผู้ชำนิชำนาญในการปีนต้นมะพร้าวมากว่า 20 ปี เพื่อวัดความสูงของต้น และลักษณะของลูกมะพร้าว เพื่อไขข้อข้องใจ ต้นแรกอายุกว่า 170 ปี มีความสูงของต้นประมาณ 20 เมตร ความกว้างของต้น 133 เซนติเมตร ระยะสูงจากพื้นถึงราก 80 เซนติเมตร ลักษณะของลูกมะพร้าวมีสีเหลือง ผลกลมเล็ก ต้นที่สองอายุราวๆ 150 ปี มีความสูงของต้นประมาณ 15 เมตร ความกว้างของต้น 153 เซนติเมตร ลักษณะลูกมีสีไฟ ผลกลมเล็ก ส่วนต้นที่เป็นสาว (อายุเพียง 10 ปี) เป็นต้นที่ปลูกแทนที่ต้นที่ตายไป มีความสูงประมาณ 5 เมตร ความกว้างรอบโคน 160 เซนติเมตร ผลมีสีเขียว ผลกลมใหญ่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ บอกว่า มะพร้าวนะยิ่งแก่ยิ่งสูง รอบโคนต้นก็จะเล็กลง แต่ลูกจะยิ่งดกรอบคอ

เดินสำรวจสวนมะพร้าวโดยรอบ และก็อดสงสารคุณสมพงษ์ไม่ได้ที่ต้องปีนต้นมะพร้าวที่แสนจะสูงตั้งหลายต้น จึงต้องให้น้ำดื่มกันหน่อย เดินสำรวจสักพักก็ได้เวลาที่ต้องเดินกลับแล้ว เพราะได้บรรลุเป้าหมายของวันนี้แล้ว คือผลของลูกมะพร้าวโบราณที่หอบติดมือมาหลายลูก พร้อมกับอาการเหนื่อยล้ากันเต็มที จึงต้องรบกวนผู้ชำนาญในการผ่าโดยใช้ขวาน เพราะกะลาของผลมีลักษณะที่ค่อนข้างหนา และเปลือกเหนียว เมื่อผ่ามาแล้วพบว่าลักษณะของเนื้อมะพร้าวโดยรวมจะมีความหอม หวาน มัน เนื้อหนา และแข็ง เหมาะที่จะนำไปทำอาหารไทยๆ อย่างบ้านเรา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่เขาจะสืบทอดอาชีพของต้นตระกูลหรือบรรพบุรุษเอาไว้จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เช่น ตระกูลขึ้นมะพร้าว ตระกูลทำน้ำตาลมะพร้าว ตระกูลโกยดิน ตระกูลเก็บลูกมะพร้าว เพราะเขาคิดว่าถ้าไม่มีพวกเขาเหล่านี้อาชีพที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษก็จะสูญหายไป

คุณสมคิด เชียงทอง น้องสาวของผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ เจ้าของสวนมะพร้าวเก่าแก่ที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่นอีกคน บนเนื้อที่ 22 ไร่ ผู้ที่ยังคงยึดอาชีพชาวสวนมะพร้าวเป็นหลัก เพราะเป็นอาชีพที่ลงทุนน้อย มีรายได้พอสมควร (รายได้หมื่นกว่าบาท ต่อเดือน) สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีความสุข อยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง นอกจากนี้ ยังได้อนุรักษ์สวนมะพร้าวที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น มาจนถึงปัจจุบัน

นี่คือ สิ่งดีๆ ที่เยาวชนของไทยเราน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง อย่ามองว่าอาชีพเหล่านี้ดูต่ำค่า และอย่าลืมว่าบรรพบุรุษของเราเลี้ยงลูก หลาน เหลน โหลน ด้วยอาชีพเหล่านี้ ซึ่งล้วนเป็นอาชีพที่สุจริต

ขอขอบคุณ ข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดของมะพร้าวจากหนังสือดีๆ ที่น่าอ่าน ของมติชนบุ๊ค และหากผู้อ่านท่านใดสนใจอยากรู้ อยากถามเกี่ยวกับสวนมะพร้าวที่มีอายุเกือบ 200 ปี ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ (02) 378-2620 และ (081) 836-6228

มะพร้าว

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cocos nucifera Linn.

ชื่อวงศ์ PALMAE

ชื่อสามัญ Coconut

ชื่อท้องถิ่น

จันทบุรี เรียก ดุง

กาญจนบุรี เรียก โพล

แม่ฮ่องสอน เรียก คอส่า

ทั่วไป เรียก หมากอุ๋น หมากอูน

จีน เรียก เอี่ยจี้

ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้น สูงชะลูด 7-10 เมตร เปลือกลำต้นแข็ง ใบ ออกเป็นใบรวม มีใบย่อยเป็นแผ่นแคบยาว เรียงสลับกัน เป็นรูปขนนกปลายใบแหลม ดอก ออกเป็นช่อตามบริเวณกาบที่หุ้ม ดอกย่อยขนาดเล็ก ดอกหนึ่งมีกลีบดอก ประมาณ 6 กลีบ ผล เป็นรูปกลมหรือรี เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 8-9.5 นิ้ว เปลือกนอกเรียบเกลี้ยง ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่มีสีน้ำตาล เปลือกชั้นกลางเป็นเส้นใยนุ่ม ชั้นในแข็งเป็นกะลา เนื้อผลมีสีขาวนุ่ม และมีน้ำใส รสจืดหรือหวาน

การปลูก มะพร้าว ปลูกได้ดีในดินปนทราย ขยายพันธุ์โดยใช้ผลแก่เพาะเป็นต้นอ่อน สูงประมาณ 0.5-1 เมตร จึงนำไปปลูกในหลุมที่รองก้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก บำรุงด้วยปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง

สรรพคุณทางยา

กะลา นำมาเผาให้เป็นถ่านดำ แล้วนำมาบดเป็นผงละเอียด ผสมน้ำดื่ม วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 0.5-1 ช้อนชา แก้ปวดกระดูกและเส้นเอ็น

ดอก รสฝาดหวานหอม เป็นยาแก้เจ็บคอ แก้ท้องเสีย แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ กล่อมเสมหะ บำรุงโลหิต และแก้ปากเปื่อย

ราก รสฝาดหวานหอม เป็นยาแก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ หรืออมบ้วนปาก แก้เจ็บคอ

น้ำมันมะพร้าว รสหวานเค็ม รับประทานเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ใช้ทาบำรุงผม หรือทาเป็นยาแก้กลากเกลื้อน ทาผิวหนังแตกแห้ง แก้โรคผิวหนังต่างๆ ทาแผลน้ำร้อนลวก โดยการเอาน้ำมันมะพร้าวมา 1 ส่วน ใส่ในภาชนะคนพร้อมๆ กับเติมน้ำปูนใส 1 ส่วน โดยเติมทีละส่วนพร้อมกับคนไปด้วย จนเข้ากันดี ใช้ทาบริเวณแผลบ่อยๆ

น้ำมะพร้าว ดื่มเป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้พิษ แก้กระหายน้ำ แก้นิ่ว แก้อาเจียนเป็นโลหิตและบวมน้ำ นอกจากนี้ ยังทำเป็นน้ำส้มสายชู ใช้ประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย

คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อมะพร้าวสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด หรือนำมาคั้นเอาน้ำกะทิประกอบอาหารคาว-หวาน ได้หลากหลายชนิด เนื้อมะพร้าวประกอบไปด้วย น้ำมันถึง 60-65% ในน้ำมันมีกรดไขมันหลายชนิด เนื้อมะพร้าวหั่นฝอยใส่น้ำเคี่ยวหรือตากแห้ง แล้วเคี่ยวจะได้น้ำมันมะพร้าว ส่วนน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางอาหารสูง รสหวาน หอม ชุ่มคอ ชื่นใจ ในน้ำมะพร้าว ยังมีน้ำตาล โปรตีน โซเดียม แคลเซียม โพแทสเซียม แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็นโรคหัวใจ หรือโรคไตก็ไม่ควรดื่มน้ำมะพร้าว

คติความเชื่อ ตามตำราการปลูกต้นไม้ตามทิศในตำราพรหมชาติฉบับหลวง มะพร้าว เป็นไม้มงคลและกำหนดปลูกไว้ทางทิศตะวันออก (บูรพา) ด้วยความเชื่อว่า เมื่อปลูกไว้บริเวณบ้าน จะทำให้ไม่มีการเจ็บไข้ และอยู่เย็นเป็นสุข

ข้อมูลจาก : http://www.panmai.com/

สวนวาสนา ของครอบครัว “สามเตี้ย” เลือกเพาะชำ พืชสวนครัว-สมุนไพรไทย ไม่เหมือนใคร ที่ นครนายก

Published กุมภาพันธ์ 10, 2010 by SoClaimon

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 466

เดินห่างจากความจน

สมยศ ศรีสุโร

สวนวาสนา ของครอบครัว “สามเตี้ย” เลือกเพาะชำ พืชสวนครัว-สมุนไพรไทย ไม่เหมือนใคร ที่ นครนายก

คนเรา…อาจมีหลักการคิด รูปแบบการดำเนินการเพื่อให้งานนั้นๆ ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้อย่างดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุดตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เหมือนๆ กัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกันคือ รายละเอียดในขั้นตอนของการดำเนินการที่แต่ละคนจะเลือกเช่นไร การจัดการมีแผนการอย่างไร ใครสามารถมองไปถึงอนาคตได้มั่นใจกว่ากัน ดูแล้วเหมือนง่าย แต่ขอให้เชื่อเถอะครับว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด กว่าจะเดินผ่านถนนเส้นนี้ไปได้ เพราะทุกบนเส้นทางที่เดินผ่าน เต็มไปด้วยความยากลำบากทั้งสิ้น ไม่ได้โรยด้วยความหวานชื่นหรอกครับ? คนๆ นั้น ต้องมีพร้อมทั้งความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ความอดทน ไม่ท้อถอย สู้ทุกอุปสรรคที่ขวางอยู่บนเส้นทาง หากทำได้ คนๆ นั้น ย่อมจะเป็นผู้ที่พบกับความสำเร็จมากกว่าคนอื่น มีข้อหนึ่งที่พึงระลึกเสมอ นั่นคือ การเอาความขยันมาขจัดทุกอย่างที่เจอในระหว่างเดินอยู่บนถนนเส้นนี้ เพราะความขยันเป็นทรัพย์สมบัติที่ดีที่สุด หาไม่ได้อีกแล้วเมื่อเดินไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ คนๆ นั้น ก็สามารถ เดินห่าง…จากความจน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

เช่นเดียวกับที่คลองสิบห้า ถนนสายรังสิต-นครนายก เลี้ยวเข้าไปตลอดเส้นทางของสองฟากถนน จะเต็มไปด้วยสวนจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ ทุกชนิด ทั้งเล็กใหญ่ตลอดไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องมือในการตกแต่งสวนและงานเกษตรทั้งหมดจะหาได้ที่นี่อย่างสมบูรณ์ ผ่านเส้นทางออกไปเส้นทางบางปลากด ขวามือจะเห็นป้ายตัวโตๆ เขียนว่า สวนวาสนา ตั้งอยู่เลขที่ 41/2 หมู่ที่ 11 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ของสามีภรรยาสกุล “สามเตี้ย” คือ คุณวิชาญ และ คุณปวีณาอายุ 46 ปี และ 41 ปี ตามลำดับ ใช้เนื้อที่ประมาณ 140 ตารางวา ปลูกบ้านพักอาศัย พร้อมอีกส่วนหนึ่งไว้สำหรับเป็นบริเวณเพาะชำพืชสวนครัวและสมุนไพรไทย ทั้งคู่เลือกประกอบอาชีพที่ไม่เหมือนคนอื่นในละแวกนั้นที่มีแต่ไม้ดอก ไม้ประดับ เต็มไปหมด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยปฏิบัติเช่นนั้นเหมือนกัน แต่คนเราทุกคนย่อมมีโอกาสที่จะคิดกันคนละด้าน และฝันกันคนละเรื่องได้เสมอเมื่อโอกาสนั้นมาถึง อยู่ที่ว่าคนๆ นั้น มองจากปัจจุบันไปถึงอนาคตได้อย่างแยบยลแค่ไหน

คุณวิชาญ เล่าว่า เป็นคนที่องครักษ์นี่เอง เข้าไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ จบแล้วก็ทำงานที่ไปรษณีย์ สาขาคลองจั่น อยู่หลายปี พอแต่งงานแล้วได้ระยะหนึ่งก็ขอย้ายกลับมาประจำที่ไปรษณีย์ สาขานครนายก ในปี พ.ศ. 2538 พร้อมทั้งนำครอบครัวกลับมาด้วย และเริ่มให้คุณปวีณาประกอบอาชีพดั้งเดิมที่ครอบครัวเคยทำมาก่อน คือการจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเฉกเช่นชาวคลองสิบห้า ที่เต็มไปตลอดเส้นทาง เป็นของธรรมดาทั่วไปเมื่อจำหน่ายของเหมือนๆ กัน แต่คนซื้อก็กลุ่มเดียวกัน ย่อมทำให้ได้รายได้น้อยและราคาไม่ค่อยดี ก็แค่พออยู่ได้ เพราะลูกค้าเยอะมากที่จะเข้ามาซื้อพันธุ์ไม้ที่คลองสิบห้า มีลูกค้าทั่วประเทศก็ว่าได้ เพราะที่นี่คือแหล่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับตลาดสินค้าตัวนี้

ต่อมา ปี พ.ศ. 2547 คุณวิชาญ มองว่าควรหาสินค้าตัวอื่นมาเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าได้มีโอกาสเลือกบ้าง คุณวิชาญ เลือกพวกพืชสวนครัวและสมุนไพรไทย เนื่องจากมองว่าแถวคลองสิบห้า ยังมีอยู่ไม่กี่รายที่จำหน่ายกันอยู่อย่างที่กล่าวไว้ คนเราลองมีความตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น แล้วคิดอะไรที่ดีๆ ให้ชีวิตตัวเองได้เสมอ และแล้วเมื่อลูกค้าเริ่มให้ความสนใจ เนื่องจากพันธุ์ไม้ที่ซื้อจากสวนวาสนามีความสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ผิดหวัง มีการตอบรับอย่างดีจากลูกค้ามากขึ้นตามลำดับ สุดท้าย คุณวิชาญ จึงเลือกที่จะเพาะชำพืชสวนครัวและสมุนไพรอย่างจริงจังและเพิ่มมากขึ้น จนปัจจุบันสวนวาสนามีเฉพาะพืชสวนครัวและสมุนไพรไว้จำหน่ายเท่านั้น

“ระยะแรกลำบากพอสมควร เพราะต้องตะลอนหาพันธุ์ไม้พืชสวนครัวและสมุนไพรที่แปลกๆ ทุกชนิด ที่พบแล้วนำมาเพาะชำต้องการให้ลูกค้ามีโอกาสเลือกให้มากที่สุด ขณะนี้ก็มีประมาณกว่า 200 ชนิด คิดว่าสวนผมน่าจะเป็นสวนเดียวที่มีพืชสวนครัวและพืชสมุนไพรมากที่สุดก็ว่าได้ หรือหากว่าพืชสมุนไพรตัวไหนที่ลูกค้าต้องการไม่มี ก็พยายามหามาให้จนได้ ไม่ต้องการให้ลูกค้าต้องผิดหวัง ที่ดงบังยังมาซื้อผมเลยครับ” คุณวิชาญ บอกผม มีคุณปวีณานั่งฟังอยู่ใกล้ๆ “ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนที่นิยมพืชสวนครัวและสมุนไพรมากขึ้น แล้วก็บอกต่อๆ กันไป มีลูกค้าโทร.มามากขึ้น ส่วนมากหน่วยงานราชการจะเข้ามาหาซื้อกันเยอะ เพราะกระแสในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงกำลังมาแรง บางหน่วยงานถือเป็นนโยบายต้องนำมาปฏิบัติให้เห็นจริง มีลูกค้ามาไกลทั่วประเทศเลยทีเดียว บางครั้งก็นำรถมารับเอง หรือบางครั้งผมก็ไปส่ง แล้วแต่ตกลงกัน ผมไปส่งไกลถึงภูเก็ตก็เคยครับ” คุณวิชาญ ลงท้าย

พืช สวนวาสนา สมุนไพรไทยอะไรบ้างที่น่าสนใจ อาทิ กรุงเขมา การบูร เกล็ดปลา กระทุ้งหมาบ้า โกฐจุฬา กุ่ม กำลังวัวเฉลิง กันเกรา ไข่เน่า เขยตาย เขนงนายพราน ขลู่ คงคาเดือด เจ็ดกำลังช้างสาร เถาวัลย์เปรียง ธรณีศาล หญ้าหนวดแมว อ้อยดำ เหงือกปลาหมอ พระเจ้าห้าพระองค์ อบเชยญวน แสลงใจ อัคคีทวาร เป็นต้น พืชสวนครัว ก็มีกะเพรา ขิงแดง กระเจี๊ยบแดง-เขียว พลู แมงลัก มะกรูด มะนาว โหระพา เตย พริกขี้หนู พริกไทย ยี่หร่า แมงลัก สลิด สะระแหน่ เป็นต้น และอีกมากมายเยอะแยะไปหมดอีกหลายๆ ชนิด หากต้องการอะไร ก็ติดต่อไปก่อน ที่ โทร. (081) 903-4633 รับรองไม่มีคำว่าผิดหวัง หากจะไปเยี่ยมสวนก็หาง่ายมาก เข้าไปทางคลองสิบห้า ตรงไปตลอดทางที่ไปบางปลากดก็จะพบ เพราะแถวนั้นจะจำหน่ายพันธุ์ไม้ตลอดเส้นทาง แถมทางสวนวาสนาจะมีรายการถ่ายเอกสารรายชื่อของพืชสวนครัวและสมุนไพรไทยให้ท่านเลือก รวมทั้งสิ้นเรียงลำดับตั้งแต่อักษร ก ไก่ ยาวไปจน ถึง ฮ นกฮูก รวมทั้งสิ้นถึง 262 ชนิด จุใจทีเดียว

คุณวิชาญและคุณปวีณาลงมือเพาะชำพันธุ์ไม้ทุกชนิดด้วยตนเองพร้อมลูกจ้างอีก 1 คน เพราะทั้งคู่ถือว่าความขยันที่แท้จริงจะต้องไม่มีเงื่อนไข ทำทุกอย่างชนิดมุ่งมั่น เหงื่อทุกหยดคืออนาคตของครอบครัว สื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่เอาเปรียบคนที่ซื้อพันธุ์ไม้ไปต้องสมบรูณ์พร้อมออกจากถุงลงปลูกทุกต้น ไม่เช่นนั้นจะไม่ให้ลูกค้าไป ทั้งคู่ใช้ชีวิตที่น่าอิจฉาคือ มีความคิดที่เป็นของตนเอง มองตนเองมากกว่ามองคนอื่น ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ เพราะคิดเสมอว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไร วิกฤตอย่างไร การดำเนินของชีวิตก็ยังคงดำเนินย่างก้าวกันต่อไป การกระทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต พร้อมเส้นทางการเดินของอาชีพที่ดี ก็ได้สิ่งตอบแทนที่ดีๆ อย่างแน่นอน สำหรับครอบครัว “สามเตี้ย” คุณคือสมาชิก เดินห่าง…จากความจน ที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างมาก

ความสุขหลังเกษียณ ของ ผอ.อนันต์ วัฒนธัญญกรรม ทำสวนไม้ผล ผสมพืชผัก พืชไร่ ที่อุทัยธานี มันเทศ…กำลังไปได้สวย

Published กุมภาพันธ์ 10, 2010 by SoClaimon

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 465

เทคโนโลยีการเกษตร

พานิชย์ ยศปัญญา panit@matichon.co.th

ความสุขหลังเกษียณ ของ ผอ.อนันต์ วัฒนธัญญกรรม ทำสวนไม้ผล ผสมพืชผัก พืชไร่ ที่อุทัยธานี มันเทศ…กำลังไปได้สวย

ถึงแม้เรียนจบและทำงานเกี่ยวข้องกับการเกษตร แต่หลายคนไม่ได้ทำการเกษตร ทั้งนี้เพราะเวลาไม่เอื้ออำนวย อีกเหตุผลหนึ่งคือรู้เรื่องเกษตรมาก จะทำอะไรก็กลัวว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ 

จนกระทั่งเกษียณนั่นแหละ จึงมีโอกาสทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ส่วนใหญ่ คนวัยเลย 60 ปี ทำงานเกษตรเพื่อคลายเหงา เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่ไม่ว่างเปล่าจนเกินไป ซึ่งก็มีตัวอย่างความสำเร็จ ให้เห็นอยู่ไม่น้อย ทั้งนี้ เพราะเขาเหล่านั้นมีพื้นฐานมาก่อน โดยนำสิ่งที่มีอยู่มาดัดแปลงเสริมแต่ง งานก็ไปได้ดี

งานเกษตรของ ผอ.อนันต์ วัฒนธัญกรรม ที่อุทัยธานี ถือว่าเป็นงานหลังเกษียณที่น่าสนใจมาก

ผอ.อนันต์ เป็นคนบ้านโนนเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เรียนจบจากเกษตรแม่โจ้ รุ่นที่ 19 จากนั้นเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระดับปริญญาโท ที่ประเทศออสเตรเลีย ตำแหน่งรับราชการครั้งสุดท้าย เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผลงานที่โดดเด่นของ ผอ.อนันต์ คือการเอาจริงเอาจังกับโครงการผักอนามัย จนทุกวันนี้เติบโตแตกแขนงเป็นผักปลอดสารพิษ ผักอินทรีย์ และอื่นๆ เมื่อปี 2539 ผอ.อนันต์ ได้รางวัล “บุคคลตัวอย่างแห่งปี” สาขานักบริหาร-พัฒนาการเกษตร เมื่อปี 2541 ผอ.อนันต์ เกษียณจากราชการ

อุทัยธานี อากาศดีมาก

ช่วงที่ ผอ.อนันต์ รับราชการอยู่กรมวิชาการเกษตร มีเรื่องราวของท่านมาเผยแพร่ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านอยู่เป็นประจำ จากนั้นก็ห่างหายไป เมื่อถามไปยัง “หมอเกษตร ทองกวาว” คอลัมนิสต์ ชื่อดังของเทคโนโลยีชาวบ้าน ทราบว่า ผอ.อนันต์ ไปซุ่มทำงานเกษตรอยู่ที่บ้านเกิด อุทัยธานี อีกไม่นานคงเผยแพร่ได้

รอเวลาอยู่ราว 2-3 ปี “หมอเกษตร ทองกวาว” แจ้งข่าวว่า “พร้อมแล้ว ไปอุทัยธานีกันได้”

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอุทัยธานี ไปเช้า-เย็นกลับ ระยะทาง 200 กิโลเมตร วงสนทนาในรถ ตามประสาที่ห่างหายไม่ได้พบท่าน ผอ. นาน การคุยจึงมีรสชาติ ตั้งแต่กรุงเทพฯ จนถึงอุทัยธานี

ที่อุทัยธานีช่วงปลายฝนอากาศดีมาก รถวิ่งถึงตัวเมืองอุทัยธานี จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนเส้นเล็กๆ เกือบ 10 กิโลเมตร ก็ถึงแปลงเกษตรของ ผอ.อนันต์

“เมื่อก่อนไปในเมืองต้องเดินไป มีศาลาพักกลางทาง หาบของไปขาย” ผอ.อนันต์ บอก พลางชี้ไปที่ศาลาหลังเก่า

เมื่อถึงแปลงเกษตร “บ้านสวนรุ่งธัญญา” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 53 หมู่ที่ 5 ตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี ผอ.อนันต์ เล่าว่า ตนเองเกษียณมา 12 ปีแล้ว หลังเกษียณ ช่วยงานกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์อยู่ 3 ปี

ผอ.อนันต์ เริ่มวางแผนทำสวนตั้งแต่เกษียณจากราชการแล้ว

โชคดี ได้ทำเกษตรที่บ้านเกิด

ผอ.อนันต์ บอกว่า ตนเองไปมาระหว่างกรุงเทพฯ และอุทัยธานี เพื่อเยี่ยมเยือนบ้านเกิด เมื่อเกษียณจึงมีความรู้สึกว่า ยังมีความคุ้นเคยอยู่ และโชคดีมากที่ได้กลับไปทำการเกษตรในถิ่นเก่าของตนเอง

“ผมชอบ อยากมีสวน ในช่วงที่รับราชการไม่มีเวลา เพราะทุ่มเทให้กับงาน ก็พยายามอยากมีสวน เลยไปมีสวนตามเพื่อน พื้นที่เล็กๆ น้อยๆ ที่เมืองกาญจน์และที่เชียงราย มาอุทัยฯ บ่อย ได้เห็นพื้นที่ มีความผูกพัน จึงขอซื้อที่จากญาติ แปลงแรก 10 ไร่ เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ตรงนี้ใช้ชื่อว่า…บ้านสวนรุ่งธัญญา…รุ่ง มาจากนามสกุลภรรยาผม คือรุ่งเรือง ส่วนธัญญา มาจากนามสกุลผม ห่างจากนี่ไป 800 เมตร มีที่ดินแปลงหนึ่งราว 9 ไร่ ขอซื้อจากญาติ เดิมเป็นที่ดินของตา จึงตั้งชื่อว่า…สวนต้นตระกูล…ผมชอบที่ลักษณะนี้ มีทั้งที่ดอน แล้วก็ที่ทำนาได้”

ผอ.อนันต์ กล่าว และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

“ทั้งสองแปลงปรับปรุง 2 ปี ผมตั้งใจทำสวนไม้ยืนต้น ผสมพืชไร่ตามสมควร ดินไม่ดี เป็นกรด น้ำในดินมีแคลเซียมสูง น้ำที่ปลูกพืชได้จากน้ำฝนและน้ำชลประทานนิดหน่อย เราเลือกพืชตามความเหมาะสม พันธุ์พืชที่ได้มาซื้อบ้าง ขอเขามาบ้าง ได้พันธุ์แท้บ้างไม่แท้บ้าง คนตั้งคำถามว่า ทำไม ไม่ทำสวนตั้งแต่ก่อนเกษียณ เมื่อเกษียณแล้วจะได้นอนดูผลงาน ผมบอกผมไม่มีเวลา เมื่อเริ่มทำสวน ก็ดูพืชพื้นเมืองที่มีอยู่ มีอะไรได้ผลก็ทำต่อ แล้วแซมพืชชนิดใหม่เข้าไป เมื่อทำสวนไประยะหนึ่งจึงสรุปได้ว่าควรทำอะไร”

ผอ.อนันต์ เขียนแนะนำไว้ เกี่ยวกับแนวทางการทำสวน

ดังนี้

ความคิดการจัดทำพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ เป็นสวนผลไม้ขึ้น โดยการจัดหาพื้นที่ที่เป็นมรดกเก่าของตระกูล “พันธุอ้น” และ “บุญพันธ์” โดยการปรับปรุง ฟื้นฟู และพัฒนาให้เป็นสวนผลไม้ผสม โดยมีขั้นตอนต่างๆ ได้แก่

หนึ่ง…การแผ้วถางต้นไม้ใหญ่ ปรับระดับจัดทำขอบเขต ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ปี 2542

สอง…จัดทำแหล่งน้ำด้วยการขุดสระกักเก็บน้ำในระยะแรก การจัดทำร่องรับน้ำจากเขื่อนวังร่มเกล้าและน้ำตามฤดูกาล จัดทำระบบให้น้ำกับต้นไม้ผล เริ่มตั้งแต่ใช้ระบบประหยัด คือรดน้ำด้วยสายยางแล้วพัฒนาไปสู่ระบบมินิสปิรงเกลอร์และน้ำหยดรวมทั้งการขุดบ่อน้ำตื้นเสริมในบางจุด ทั้งนี้ ได้ดำเนินการเป็นระยะตามแต่โอกาสของค่าใช้จ่าย

สาม…การกำหนดชนิดของไม้ผล โดยใช้หลักการความต้องการของตลาดท้องถิ่น และความเหมาะสมระหว่างพืชกับสภาพดิน-น้ำและภูมิอากาศ

สี่…ดำเนินการปรับปรุงบำรุงดิน ในสภาพดินทรายที่ขาดอินทรียวัตถุ การเก็บรักษาความชื้นบริเวณโคนต้นไม้ผลในฤดูแล้งและการจัดการวัชพืช

ห้า…การบำรุงรักษาพืช ด้วยหลักการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ประเภทต่างๆ ผสมผสานกับปุ๋ยเคมีทางดินและการฉีดพ่นทางใบ การให้ธาตุอาหารเสริมกับพืชแต่ละชนิดตามหลักวิชาการ รวมทั้งการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เนื่องจากมีพืชต่างชนิดย่อมมีศัตรูที่หลากหลายตลอดปี มีการใช้หลักการผสมผสานวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้พืชผลที่มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารตกค้าง เป็นผลิตผลอนามัย ปลอดภัยจากสารพิษ ระมัดระวังผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและผู้ปฏิบัติงานในสนามเป็นสำคัญ

หก…การเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้ระยะพอดี มีความสูญเสียน้อย ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงกับผู้บริโภค

เจ็ด…การเก็บข้อมูลด้านการเจริญเติบโต ปัญหาอุปสรรค และการตลาด โดยยึดตลาดท้องถิ่น ดำเนินไปตลอดเวลา

มีผลผลิต เจ้าของภูมิใจ

พืชพรรณที่ ผอ.อนันต์ ปลูกนั้น มีความหลากหลาย อาทิ มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวจากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร มะม่วง ฝรั่งแป้นสีทอง ส้มโอ กระท้อน ชมพู่ มะเฟืองหวาน ขนุน แก้วมังกร มะขามเปรี้ยว ลำไย

“บางอย่างตลาดไม่รับ ดูแลยาก เช่น พุทรา องุ่นเคยปลูก ส้มโชกุนไปไม่รอด ผมทำเป็นงานอดิเรก ลงทุนไม่เต็ม 100 ค่อยๆ ลง ถอยบ้างเลิกบ้าง เวลา 12 ปี ตอนนี้ผมรู้เรื่องต้นไม้ พืชที่ทำเงินได้มีมะม่วง มีราว 10 สายพันธุ์ ช่วงที่เรามีมากเขาก็มีมาก จึงจำหน่ายทั้งผลสุกและแปรรูป เราพยายามผสมผสานธรรมชาติกับเคมี เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ นอกจากมะม่วงแล้ว มีแก้วมังกรสีแดง ทุกวันนี้คนยอมรับมาก อย่างอื่นก็มีมะนาว กำลังผลิตมะนาวในวงบ่อ ได้พันธุ์มาจากหลายๆ ที่ จากศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตรก็มี” ผอ.อธิบาย

บ้านสวนรุ่งธัญญา อยู่ติดถนน ผอ.อนันต์ ได้สร้างร้านค้าขึ้น ชื่อร้าน “สดจากไร่” เป็นเรื่องแปลก ที่ร้านไม่มีคนเฝ้า แต่เจ้าของชั่งแก้วมังกรใส่ถุงไว้ รวมทั้งมันเทศ พร้อมกับมีที่ใส่เงิน ใครผ่านไปผ่านมา ก็หยิบของที่ต้องการไป พร้อมกับวางเงินไว้ตามราคาระบุ อย่างมันเทศ 1 ถุง ราคา 20 บาท ผู้ซื้อก็วางเงินไว้ 20 บาท แก้วมังกรก็ชั่งไว้

หากใครต้องการสิ่งของเพิ่ม ก็กดกริ่ง พนักงานของ ผอ. ก็จะออกมาจากแปลงปลูกพืช เพื่อพูดคุยกับผู้ซื้อ

ที่ผ่านมา ผอ.บอกว่า ยังไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อขาย

อย่างหยิบไป 2 ถุง แล้วจ่ายเงินถุงเดียว หรือหยิบไปเฉยๆ ก็ยังไม่มี

มันเทศ ศึกษาอย่างมุ่งมั่นและไปได้สวย

ผอ.อนันต์ บอกว่า ที่ตำบลโนนเหล็ก มีปลูกมันเทศมานาน ทั้งนี้ เพราะสภาพแวดล้อมเหมาะสม ดินเป็นทราย เกษตรกรปลูกมันพื้นเมืองหัวสีขาวและสีแดง เรียกว่า “มันพวง” ผลผลิตที่ได้นิยมนำมาต้ม นึ่ง รวมทั้งแกงบวด

ผอ.บอกว่า เห็นเขาปลูกมันเทศมานาน จึงลองศึกษาดู โดยเสาะหาพันธุ์เพิ่มเติม จนปัจจุบันมีพันธุ์ปลูกอยู่ราว 10 สายพันธุ์ โดยได้จากศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร จากญี่ปุ่น จากประจวบคีรีขันธ์ (พันธุ์ญี่ปุ่นเดิม) และจากออสเตรเลีย

“เป้าหมายตรงนี้ อยากให้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ หากได้พันธุ์ดี ยินดีเผยแพร่ ขณะนี้เริ่มมองเห็นพันธุ์ที่ทำเป็นการค้าได้ อย่างพันธุ์ญี่ปุ่น พันธุ์จากออสเตรเลีย ผมมองมันเทศไม่เฉพาะการกินแบบเดิมเท่านั้น แต่มองมันเทศที่มีประโยชน์หลากหลาย เช่น ทำไอศครีม คงเป็นมันเทศสีม่วง อย่างอื่นก็ทำได้ดี เช่น ทำมันบด ทำเฟรนช์ฟราย ทำซุป แต่ต้องเลือกสายพันธุ์ อย่างกรณีการเชื่อม ต้องให้มีหลากสี เพื่อดึงดูดความสนใจ เป็นแฟนซี ทดลองทำน้ำแข็งไสได้รับความนิยม”

ผอ.บอก และเล่าต่ออีกว่า

“มันเทศ มีผลผลิตจำหน่ายแล้ว การปลูกมันเทศไม่ยุ่งยาก แต่การดูรักษาต้องมีเพิ่มเติมเพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ มันเทศเป็นพืชอายุสั้น ปีหนึ่งอาจปลูกได้ 3 ครั้ง บางช่วงเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว นำลงปลูกยังที่นาก็ได้ พยายามให้มีผลผลิตทั้งปี ตลอดปีอาจจะมีเว้นเพียงเดือนเดียว ผลผลิตยังออกไม่มาก แต่ก็มีขายตลอด แรกทีเดียวนำไปแนะนำที่ตลาด หลังๆ เขามารับถึงที่ ถึงเป็นพันธุ์ดี เป็นพันธุ์ต่างประเทศ ก็ยังขายกิโลกรัมละ 20 บาท ยังไม่ปรับราคา ให้ชาวบ้านเขาคุ้นเคยก่อน”

มันเทศ ปลูกและดูแลอย่างไร

ผอ.บอกว่า มันเทศส่วนใหญ่ ขยายพันธุ์ด้วยเถา ยกเว้นครั้งแรกที่นำหัวมาจากต่างประเทศ แปลงปลูกควรยกร่องสูงราวฟุตครึ่ง กว้างราวฟุตครึ่ง นำยอดที่มีความยาว 20 เซนติเมตร ปักเป็นแถว ห่างกันราว 20 เซนติเมตร หากเป็นพันธุ์เบา ราว 80 วัน ก็สามารถถอนมันเทศได้แล้ว แต่หากเป็นพันธุ์หนัก อาจจะใช้เวลามากกว่านี้

ช่วงที่เริ่มปลูก หรือในระยะเตรียมดิน รองพื้นด้วยขี้ไก่ เมื่อมันเริ่มลงหัว ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ให้บ้าง เพื่อเพิ่มความหวาน

ศัตรูของมันเทศ มีด้วง มีเสี้ยนดิน ทางป้องกันคือย้ายที่ปลูก ช่วงฝนปลูกในที่ดอน เมื่อถึงฤดูแล้งย้ายลงแปลงนา ทางหนึ่งที่ช่วยได้มาก เมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยว รีบเก็บเพราะหัวมันเทศมีความหวาน มีอาหารที่ศัตรูพืชชอบ

ถามท่าน ผอ. มันเทศเด่นๆ มีตัวไหนบ้าง

“พันธุ์ญี่ปุ่นสีเหลืองไพล และพันธุ์จากออสเตรเลียสีเหลืองส้มเหมือนแครอต” ผอ.ให้คำตอบ

การบริโภคมันเทศนั้น ในต่างประเทศนิยมกันมาก “หมอเกษตร ทองกวาว” บอกว่า ที่ญี่ปุ่นมีอยู่เมืองหนึ่ง ปลูกมันเทศแล้วมาแปรรูปเป็นอาหารหลากหลาย

ที่อื่นก็มีแอฟริกา จีน ไต้หวัน

มันเทศมีคุณค่าทางอาหารสูง อย่างมันสีม่วง มีสารแอนโทไซยานิน มันสีส้มมีเบต้าแคโรทีน สารทั้งสองอย่างมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรามาก

ถือว่าประสบผลสำเร็จ

ถือว่ากิจกรรมเกษตรของ ผอ.อนันต์ ประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง โดยดูจากสภาพทั่วไป ซึ่งชนิดของต้นไม้มีหลากหลาย

สิ่งที่มีอยู่ คงเป็นเพราะเจ้าของมีความมุ่งมั่น รวมทั้งการมีพื้นฐานทางการเกษตรเดิม ในวัย 72 ปี ผอ. มีสุขภาพแข็งแรง ใน 1 เดือน ท่านใช้เวลาดูแลสวนอยู่ที่อุทัยธานี 2 สัปดาห์ การไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-อุทัยธานี นอกจากนั่งรถประจำทางแล้ว บางครั้งขับรถเอง ใช้ความเร็ว 110 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

“เดิมตาผมอยู่ในเมือง เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ย้ายจากเมืองมานี่ มาทำพืชไร่ ค้าข้าว จนกลายเป็นคหบดีของตำบลนี้ ผมฟังเขาพูดกัน หลักการดำเนินชีวิตของคนจีน คนที่สูงอายุหากได้สัมผัสกับต้นไม้ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง การเจริญเติบโต จะทำให้สุขภาพดี ผมเห็นต้นไม้ตายต้นหนึ่ง ผมไม่ค่อยสบายใจ เหตุที่ผมสุขภาพอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเพราะพันธุกรรม บรรพบุรุษแข็งแรง ไม่ค่อยมีโรครบกวน”

ผอ.บอก และให้แง่คิดว่า

“ผมทำตรงนี้มีความผูกพัน ทั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับบ้านเดิม หลายคนมาเห็นพอใจ แฟนผมมาเห็นเขาเข้าใจ ผมอิสระในการทำงาน ผมไม่ต้องไปตากอากาศที่อื่น ไม่ต้องไปสมุย ไม่ต้องไปเชียงราย รีสอร์ทผมอยู่ที่นี่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร ที่อื่นอาจจะไม่มีความปลอดภัย ไปอยู่ไกลบ้าน เขาอาจจะมองว่ารวยมาทุบหัวเอาก็ได้ ผมมาอยู่ใกล้บ้านเลยสบาย แต่ต้องเอื้อเฟื้อสังคมตามสมควร ผมดีใจมีร้านขายของเล็กๆ การดูแลตัวเอง ต้องดูเรื่องอาหาร ไม่เครียด การลงทุนก็ตามสมควร”

เป็นเรื่องราวงานเกษตรที่น่าสนใจ

พืชพรรณของ ผอ. มีความหลากหลาย มันเทศก็น่าศึกษา ผู้สนใจถามไถ่กันได้ตามที่อยู่ หรือ โทร. (02) 514-3158 และ (081) 831-1408

มีอะไรในมันเทศ

“มันเทศ” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เรดสวีทโพเตโต [Red sweet potato (USA)]

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ไอโปเมีย บาทาทัส (Ipomoea batatus Lamk.)

จัดอยู่ในวงศ์คอนวัลวูลาซีอี้ (Convolvulaceae)

“มันเทศ” มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ (สูงมาก) วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซิน โพเลต วิตามินซี สารเริ่มต้นของสารแคโรทีน และเบต้าแคโรทีน

“มันเทศ” เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดีที่ให้พลังงานโดยไม่ก่อพิษต่อร่างกายแบบอาหารที่แปรรูปจากแป้งและน้ำตาลแบบอื่นๆ หัวมันเทศชนิดหัวสีเหลืองแสดงว่าเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นเยี่ยม กินแล้วจะได้วิตามินเอ มันเทศจึงมีส่วนช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแกร่ง ลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ทั้งน้อยและใหญ่ รวมทั้งมะเร็ง “มันเทศ” เป็นพืชอาหารของมนุษย์และสัตว์ โดยใช้ทั้งหัว เถา ใบ และยอดอ่อน มาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น แกงเลียง แกงคั่ว มันเชื่อม มันเทศรังนก ทำไส้ขนมต่างๆ ในด้านอุตสาหกรรม มีการสกัดแป้งมันเทศเป็นส่วนผสมของอาหารเด็ก และกาว เป็นต้น นอกจากนี้ มันเทศยังใช้เป็นอาหารสัตว์ได้หลายชนิด เช่น สุกร วัว ควาย กระต่าย เป็ด ไก่ และปลา เป็นต้น

มันเทศ เป็นไม้ล้มลุกมีหัวใต้ดินอาจมีสีแดงม่วง ส้มนวล และขาว ลักษณะของหัวมันเทศเป็นรูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดินหรือตั้งตรงสูง 1-5 เมตร ค่อนข้างเป็นเหลี่ยมหรือทรงกระบอก มียางสีขาว ลักษณะของใบ มีรูปไข่ กว้างหรือรูปกลม ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจหรือตัด ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบ ก้านช่อดอกแข็ง ผลแห้งรูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงขนาดเล็ก

สรรพคุณของมันเทศและวิธีใช้ มันเทศเป็นแหล่งพลังงาน และให้วิตามินบี 2 และโพเลตสูง รองลงมาจากผักใบเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของ “มันเทศ” คือ หัว ต้น และใบ ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้

หัวมันเทศ ปรุงอาหาร ชงน้ำดื่มแก้กระหาย บำรุงม้าม ไต แก้เมาคลื่น น้ำคั้นจากหัวมันเทศใช้ทาแก้แผลไฟไหม้

ใบมันเทศ ตำพอกฝี ต้มดื่มน้ำ แก้ไขข้ออักเสบ

ทั้งต้นและหัว มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา (ข้อมูลจากหนังสือผักพื้นบ้านภาคกลาง สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข)

ข้อมูลจาก

งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม

ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ

คณะทรัพยากรธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

เกษตรสัญจรเมืองกรุงเก่า ชมไม้งาม ย่ำตลาดน้ำ หวานฉ่ำในสวนแตง

Published กุมภาพันธ์ 9, 2010 by SoClaimon

เกษตรสัญจรเมืองกรุงเก่า ชมไม้งาม ย่ำตลาดน้ำ หวานฉ่ำในสวนแตง

ผ่านทางมติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

%d bloggers like this: