สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

All posts tagged สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

เกมสะดุดรวนไปหมด

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 05:03 น.

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/187399.

Pic_187399

สมศักดิ์

ต้องออกแรงลุ้นกันทั้ง “ทางใน” และ “ทางนอก”

ทางหนึ่ง พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ “หลวงพ่อพันเทวา” เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เกจิอาจารย์ชื่อดังที่คนในตระกูลชินวัตรให้ความเคารพนับถือมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ก็กำธูป 44 ดอกเท่าอายุ ทำพิธี “เพ่งดวงอาทิตย์” เพื่อเสริมดวง เพิ่มบารมีให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับหนึ่ง พรรคเพื่อไทย

นัยว่าใช้แสงอาทิตย์ช่วยไม่ให้มีเงาทะมึนมาบดบังเส้นทางที่จะก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

พร้อมๆกับที่วัดดอนจั่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เชียงใหม่ ก็ร่วมกันทำพิธีสืบชะตาแก้กรรมสะเดาะเคราะห์และปัดรังควานให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แขวนชื่อไม่รับรองผลเลือกตั้ง

อาศัยศาสตร์ลี้ลับช่วย “ขับพลังทางใน”

ขณะที่ทีมงานโทรโข่งพรรคเพื่อไทย ไล่ตั้งแต่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค ตั้งโต๊ะแถลงเรียกร้องให้ กกต.รีบประกาศรับรองสมาชิกภาพ ส.ส.ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นแนวร่วมเสื้อแดง นปช.ของพรรคเพื่อไทย

ได้ทีอ้างตามโพลล่าสุด ที่สะท้อนความต้องการของประชาชนในสังคมส่วนใหญ่หนุนให้ “ยิ่งลักษณ์” ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

รีบฟอร์มทีมรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องของชาวบ้าน

เดินเกมอิงกระแส “ทางนอก” กระตุ้นพลังหนุน “ยิ่งลักษณ์”

ทั้งหมดทั้งปวง มันสะท้อนอารมณ์หวั่นไหว อาการของกองหนุนพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในภาวะ “อึดอัด” พลันที่ กกต.แขวนชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้กระบวนการเลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎร ต่อเนื่องไปถึงคิวโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ล็อกปฏิทินกันไว้ต้องผิดแผน

โปรแกรมป่วน รวนไปหมด

แต่นั่นไม่เท่ากับ “กระตุกต่อมผวา” ระแวงเกม “เจาะยาง” ของแก๊งโรยตะปูเรือใบ

เพราะตามคิวแทนที่จะ “ลื่นไหล” จากความพยายามเดินเกมเร็ว อาศัยตัวเลขของพรรคแกนนำได้เสียงเกินครึ่งของสภา กวักมือเรียกพรรคร่วมรัฐบาล มาตั้งโต๊ะแถลงข่าวจับขั้วกันแค่ข้ามวัน

ตามทางข่าวกระแสบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีการจัดโผ ครม. รายวัน ปล่อยโพยกันรายชั่วโมง

เดินเกมข้ามช็อตกันไปถึงขั้น ว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยแกนนำก๊วนอีสาน กลุ่มเหนือ บินตรงไปขอเก้าอี้กับนายใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่มวยเก๋าระดับนายบรรหาร ศิลปอาชา “หลงจู๊ใหญ่” พรรคชาติไทยพัฒนา ก็บินไปกินข้าวต้มไกลถึงประเทศบรูไน แบไต๋ตรงๆว่าไปพบกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

จัดเก้าอี้ ล็อกโควตากันไว้แล้ว

แต่ทุกอย่างมีอันต้องหยุดชะงัก โผ ครม.รายวันหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อ “ยิ่งลักษณ์” ยังโดนแขวน ฝุ่นตลบอบอวลจากการวิ่งชิงโควตาแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี จางลงชั่วขณะ

และตามจังหวะก็ได้ทีเลยเหมือนกัน กับเหลี่ยมเขี้ยวของ “เสี่ยตือ” นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา รีบออกมาประกาศสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย ชะลอการหารือเกี่ยวกับโควตารัฐมนตรีออกไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีผู้สมัคร ส.ส.ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่ได้รับรองจาก กกต.รวม 83 คน

“การที่พรรคเพื่อไทยชะลอการพูดคุยต่างๆ เอาไว้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะวันนี้ตัวเลขยังไม่นิ่งเลย บางพรรคตัวเลข ส.ส.อยู่ที่ 7 เสียง แต่วันนี้ กกต.แขวนไว้ถึง 5 เสียง เหลือเป็น ส.ส.แล้วเพียง 2 เสียง ถ้าพรรคเพื่อไทยมอบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการให้ แล้วพรรคเพื่อไทยจะกลับไปมองหน้า ส.ส.พรรคตัวเองได้อย่างไร ถ้าพรรคเพื่อไทยตัดสินใจอะไรไปในตอนนี้จะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเองเปล่าๆ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยควรพิจารณาดูจำนวน ส.ส.ให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจเรื่องโควตารัฐมนตรี”

ฟังเผินๆก็ว่ากันตามหลักการ พูดจาฟังดูดี

แต่พิจารณากันอีกที ตามตัวเลขที่นายสมศักดิ์ยกตัวอย่างว่าบางพรรคมี 7 เสียง แต่โดนแขวน 5 เสียงนั้น ก็บังเอิญตรงพอดีกับคิวของพรรคพลังชล ที่แสดงความจำนงต้องการโควตา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนา

นี่แหละลีลา “เตะสกัด” แบบเนียนๆเลย.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 19 กรกฎาคม 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 26 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หวังอาศัยแค่ ‘ตัวช่วย’

Published มกราคม 24, 2011 by SoClaimon

22 มกราคม 2554, 05:03 น.

ผ่านทางหวังอาศัยแค่ \’ตัวช่วย\’ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_143161

 

คนจริงทำเลยไม่ต้องขู่ นอกจากพวก “ของปลอม” ที่ชอบขู่แต่ไม่กล้าจริง

ในวงคนใจนักเลงจับทางกันได้ ตามอารมณ์ก็อย่างที่ “เสี่ยตือ” นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กุนซือหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สวนหมัดย้อนศรคนประชาธิปัตย์ที่ออกมาตีปี๊บขู่ยุบสภา วันละสามเวลาหลังอาหาร

“คนพูดมีอำนาจมากน้อยแค่ไหนและเป็นนายกฯหรือไม่   เมื่อไม่มีอำนาจ   พูดไปก็ ไม่มีประโยชน์อะไร แค่ลมปาก พูดเอามัน ไร้สาระ เพราะคนที่มีอำนาจยุบสภาคนเดียวก็คือนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าอยากยุบสภา ก็รวมกลุ่มแล้วไปบอกให้นายกฯยุบสภาไปเลย ถ้ามาบอกกับพรรคร่วมรัฐบาลกับฝ่ายค้านไม่มีประโยชน์”

หมูไม่กลัวปังตอซะแล้ว   ฉะนั้น   มันคงไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่กับมุกขู่ซ้ำซาก

แม้ล่าสุดก็ยังมีคิว “ปล่อยของ” ออกมาจากที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ นัยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กางตารางในการยุบสภาเอาไว้ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดการประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในเดือนพฤษภาคม

เพื่อให้มีการเลือกตั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม จากนั้นใช้เวลาในการฟอร์มรัฐบาลอีก 1 เดือน และเริ่มบริหารงานโดยสมบูรณ์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม หรืออย่างช้าที่สุดต้นเดือนกันยายน

ล็อกโปรแกรมกันล่วงหน้า ถึงขั้นกำหนดเดือนกลับมาฟอร์มรัฐบาลบริหารต่อกันเลย

และเพื่อความสมจริงสมจังไปอีกขั้น รอบนี้ก็เป็นคนระดับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเร้าเกมเป็นทำนองการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องรีบทำ

เพราะอาจมีการยุบสภาในเดือนพฤษภาคมนี้ก็ได้

ในฉากที่ปรมาจารย์ยี่ห้อ “ชวน หลีกภัย” ยังต้องออกจากหลังโรงมาโชว์หลักการเสียงเข้มๆ ถ้าย้อนกลับไปต้องยอมรับว่า ช่วงนั้นความคิดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมีความแตกต่างกัน แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ไปตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าอย่างไร เมื่อครั้งชวนเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องทำตามคำพูด

เคยบอกกับลูกพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การเป็นนักการเมืองต้องทำตามคำพูด เมื่อครั้งไปตั้งรัฐบาลและไปยอมเรื่องดังกล่าวไว้ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ก็ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว

แปลไทยเป็นไทย นายชวนแค่ต้องการบอกว่า ประชาธิปัตย์ยอม “ขาดทุนกำไร” ให้กลับไปเลือกตั้งแบบเขตเล็กแล้ว ทำตามสัญญาลูกผู้ชายแล้ว
ตามเงื่อนไขที่ไม่ระบุว่าห้าม “ซิกแซ็ก”

มันก็เป็นอะไรที่ไม่ผิดกติกา ประชาธิปัตย์ต้องชดเชยโควตาพวกผู้แทนฯ โหนเขตใหญ่ที่จะหายไป ด้วยการไปเพิ่มความได้เปรียบในส่วนของ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แทน

ทั้งหมดทั้งปวง โดยคิวปล่อยของยุบสภาออกมาจากคนประชาธิปัตย์ ตามจังหวะวัดใจพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าไม่เอาด้วยกับสูตร 375 บวก 125 ก็จะล้มกระดาน กลับไปใช้สูตร 400 บวก 80 ตามรัฐธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ” ตามเดิม

ตามเหลี่ยมที่นายกฯอภิสิทธิ์ พูดกับที่ประชุมคณะกรรมการบริหารด้วยความมั่นอกมั่นใจ จะเป็นผู้พูดคุยทำความเข้าใจกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกับนายสุเทพ

เบื้องต้นไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะมีเงื่อนไขที่ตกลงกันได้

แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่เห็นต่างในเรื่องลดจำนวน ส.ส.เขต ก็เป็นไปได้ว่า เสียงโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าสูตรใด ก็จะไม่ได้เสียงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ ดังนั้น ร่างแก้ไขก็ต้องตกไป

สัญญาณที่ส่งออกมาจากฝ่ายประชาธิปัตย์ เอะอะก็ขู่ “หักดิบ”

ทั้งๆที่จริงแล้ว ถึงนาทีนี้ไม่มีใครกลัวการลงสนามเลือกตั้ง เพราะตามเวลาไม่ช้าก็เร็ว

และตามจังหวะรุกกึ่งถอย ยี่ห้อ “เนวิน ชิดชอบ” ก็ส่งซิกในที่ประชุมพรรค ไม่ให้วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ปล่อยให้เล่นเกมโชว์เขี้ยวไปให้เต็มที่ เพราะที่สุดเลยพรรคภูมิใจไทยก็ต้องการแค่กลับไปเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว

ขณะที่นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็แสดงความพร้อมลงสนามทุกสถานการณ์ ไม่ว่าสูตรเลือกตั้งจะออกมาแบบไหน มั่นใจชื่อพรรคติดตลาดจะได้เก้าอี้ ส.ส.เพิ่มอยู่แล้ว

ที่สุดเลย นักเลือกตั้งอาชีพก็พร้อมลุย ไม่เลือกกติกา

แต่ในมุมของนักเลง “มันอยู่ที่การให้ใจ” มาถึงตรงนี้ชัดแล้วว่าประชาธิปัตย์เน้นแต่การหักลำเพื่อน จ้องขี่คอกันหยดสุดท้าย มันก็เป็นอะไรที่ “อภิสิทธิ์” คงได้แค่ลุ้น “ตัวช่วย” ล็อกคอพรรคร่วมรัฐบาล ใช้อำนาจพิเศษบีบให้ฝืนใจอุ้มกระเตงหลังเลือกตั้งรอบหน้า

กาลต่อไป ประชาธิปัตย์ยากจะหาเพื่อนคบ.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 22 มกราคม 2554, 05:03 น.

 

พลิกปูม 36 รัฐมนตรีครม.สมชาย 1

Published ตุลาคม 5, 2010 by SoClaimon

วันที่ 25/9/2008

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
(พปช.)นายกรัฐมนตรี

เกิดเมื่อ 31 สิงหาคม 2490 จบนิติศาสตรบัณฑิต ธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย (นบท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เข้ารับราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมตั้งแต่ปี 2517 ไต่เต้ามาจนถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นิสัยส่วนตัว สุภาพ เรียบร้อย ค่อนข้างเก็บตัว แต่เมื่อภรรยานางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ นายสมชาย จำใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยมีพี่เขยเป็นแบ๊คอัพ ก่อนจะได้เป็นรองนายกฯควบรมว.ศึกษาธิการ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทยในที่สุด


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (คนนอก)
รองนายกรัฐมนตรี

เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 ที่ จังหวัดนนทบุรี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2496 และ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2507 เคยเป็นอดีตผบ.ทบ. รักษาการผบ.สส. ก่อนจะลาออกจากราชการหันมาก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ เคยเป็นทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม รมว.มหาดไทย รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม


ดร.โอฬาร ไชยประวัติ (คนนอก)
รองนายกรัฐมนตรี

จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จาก U Penn จบเอกจาก MIT เจ้าของฉายาโหรเศรษฐกิจอันโด่งดังในอดีต ขนาดที่ว่าทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะต้องมีชื่อ ดร โอ ติดโผด้วยทุกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีใดๆ เพิ่งจะได้มีโอกาสเข้ามานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในรัฐบาลชุด นี้ รวมทั้งยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วย


พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ (ชท.)
รองนายกรัฐมนตรี

เกิดเมื่อ 7 กันยายน 2478 เป็นชาวพิจิตร เคยรับราชการเป็นทหารบก ก่อนถูกให้ออกจากราชการ เมื่อร่วมก่อการกบฏ 26 มีนาคม 2520 ถูกจำคุกที่ เรือนจำลาดยาว จากข้อหากบฏ เมื่อได้เข้าทำงานการเมืองเคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่นานก็ติดบ่วงกรรม เมื่อถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง

ปี 2548 ออกมาก่อตั้งพรรคมหาชน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ การเลือกตั้งปี 2550 จึงต้องหอบลูก-หลานมาอยู่ชายคาพรรคชาติไทย ได้รับตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีทั้งสมัยรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย


นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล (พปช.)
รองนายกรัฐมนตรี

อดีต รมว.สาธารณสุข สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อายุ 72 จบการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เติบโตมาในสายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะขยายอาณาจักรรับงานระดับ เมกะโปรเจ็คต์ ของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยงานใหญ่ที่สร้างชื่อ อาทิ งานก่อสร้างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ

เคยเป็น รมช.คลัง สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี 2539


นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พปช.)
รองนายกฯควบ รมว.ต่างประเทศ

อดีต รมว.ยุติธรรม สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดเมื่อ 3 กรกฎาคม 2484 ปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าสู่วงการเมือง ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ชลบุรี ครั้งแรกปี 2529 ก่อนย้ายไปลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เมื่อปี 2531

ผ่านงานบริหารมาโชกโชน ทั้ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ รมช.คมนาคม และ รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม


นายสุพล ฟองงาม (พปช.)
รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี

อดีต รมช.มหาดไทย สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดเมื่อ 5 กรกฎาคม 2505 จบระดับปริญญาโท พัฒนาสังคม ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

เป็น ส.ส. อุบลราชธานี ตั้งแต่ปี 2539-2543 ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อยู่ในสังกัดกลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ เคยออกโรงอัดพ.ต.ท.ทักษิณ กลางที่ประชุมพรรคไทยรักไทยสมัย ด้วยสำนวนที่ว่า ส.ส.ไม่ใช่ลูกจ้างบริษัทชินวัตร

ปัจจุบันอ้างว่า แยกตัวออกมาจากกลุ่มของนายเนวินแล้ว แต่ยังมีเก้าอี้รมต.สำนักนายกฯรองรับอยู่


นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ (พปช.)
รัฐมนตรีประจำนักงานนายกรัฐมนตรี

เกิดวันที่ 30 มกราคม 2496จบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต(เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 กาฬสินธุ์ พรรคไทยรักไทย 2544 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อไทยรักไทย 2548 เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นายกรัฐมนตรี มีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน

มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย จนสามารถเบียดนายชูศักดิ์ ศิรินิล กระเด็นจนตกเก้าอี้ไปได้


นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช (พปช.)
รมว.คลัง

เกิดวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2495 จบการศึกษาเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ The London School of Economics and Political Science สหราชอาณาจักร ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย มีส่วนร่วมในการวางแผนนโยบายประชานิยม เคยเป็นรมช.คลัง ก่อนจะเขยิบขึ้นเป็นรมว.คลังในที่สุด นอกจากนี้ นายสุชาติยังเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเตรียมเอาไว้รองรับสมาชิกหากพรรคพลังประชาชนถูกยุบอีกด้วย


นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ (รช.)
รมช.คลัง

เกิดเมื่อ 25 ธันวาคม 2498 ที่ จ.พิจิตร จบปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ทำธุรกิจโรงแรมและเครื่องครัวอะลูมิเนียม ถูก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ชักชวนเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัคร ส.ส.พิจิตร และได้รับเลือกครั้งแรก ปี 2538 จากนั้นเพียง 2 ปี เขาขึ้นเป็น รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี 2540

เคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะออกมาก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รับเป็นเลขาธิการพรรค


ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี (พผ.)
รมช.คลัง

เป็นศรีภริยาของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต รมช.พาณิชย์ เกิดเมื่อ 23 มิถุนายน 2499 เข้ารับราชหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ม.เกริก และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นผู้อำนวยการสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะลาออกมารับตำแหน่งทางการเมือง โควต้าของสามี จากพรรคเพื่อแผ่นดิน


นายมั่น พัธโนทัย (พผ.)
รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เกิด 21 มกราคม 2484 จบปริญญาโท-เอก สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกาเป็น เด็กสร้าง ของเจ้าพ่อปากน้ำ วัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าวัฒนา จะย้ายไปนั่งกระทรวงใด ก็จะตามไปเป็นเลขานุการทุกครั้ง ก่อนจะเติบใหญ่ได้เป็นรมว.ไอซีที เมื่อวัฒนา นายทุนของพรรคเพื่อแผ่นดินติดคดีคลองด่านไม่สามารถจะรับตำแหน่งเองได้


นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล (รช.)
รมว.พลังงาน

เกิดวันที่ 8 มี.ค. 2492 การศึกษาจบ วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา 5 สมัย เป็นคู่เขยของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เมื่อพล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลภ อดีตรมว.พลังางาน วางมือทางการเมืองจึงถูกสุวัจน์ เลือกมารับตำแหน่งแทนในที่สุด


นายไชยา สะสมทรัพย์ (พปช.)
รมว.พาณิชย์

อดีต รมว.สาธารณสุข หลังจากนั้นจึงถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดเมื่อ 18 กันยายน 2495 จบการศึกษาโรงเรียนเทคโนโลยีนครปฐม ปี 2523-2533 เป็นสมาชิกสภาจังหวัดนครปฐม ปี 2538 เป็น ส.ส.นครปฐมหลายสมัย ถือเป็นครอบครัวการเมือง ที่ยึดครองนครปฐมมายาวนาน สมัยเมื่อเข้าไปเป็นรมว.สาธารณสุขถูกกลุ่มแพทย์ต่อต้านอย่างหนักจนถึงขั้น ล่ารายชื่อถอดถอน


พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์(มณ)
รมช.พาณิชย์

เกิดเมื่อ 26 กรกฎาคม 2506 จบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร รับราชการตำรวจ และลาออกปี 2543 เป็น อดีต ส.ส.นครสวรรค์ 2 สมัย ปี 2544 และ 2548 ในนามพรรคไทยรักไทย ส่วนในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ลงสมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 2 สังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย ลำดับที่ 1 แม้สอบตก แต่ดีกรีมือทำงานชั้นเยี่ยมย่อมไม่พลาดการปูนบำเหน็จครั้งนี้ ถือเป็นเด็กในคาถาของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ทั้งพูดและทำแทนนายหมดทุกอย่าง จึงถือว่าเป็นนักการเมืองคนสนิทคนหนึ่งของเจ้าพ่อวังน้ำยม


นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ (พปช.)
รมช.พาณิชย์

เกิดวันที่ 15 มีนาคม 2487 จบปริญญาโท-รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ อดีตเลขานุการกรรมาธิการสวัสดิการสังคม อดีตที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (ดร.โภคิน พลกุล) อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร.โภคิน พลกุล)


พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ (คนนอก)
รมว.มหาดไทย

เกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2490 เป็นชาวอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 22 รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนมาตลอด เป็นเวลากว่า 27 ปี ก่อนจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในรัฐบาล นายสมัคร และรัฐบาลสมชาย ก็ยังมีเก้าอี้ แต่เหลือเพียงตำแหน่งรมว.มหาดไทยเท่านั้น


นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข (พปช.)
รมช.มหาดไทย

วันเดือนปีเกิด 2 พฤศจิกายน 2500 วุฒิการศึกษา วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาโยธา MAPUA INSTITUTE OF TECH.ประเทศฟิลิปปินส์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการศึกษาเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขานุการ รมว.กระทรวงสาธารณสุข, เลขานุการ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


นายประสงค์ โฆษิตานนท์ (พผ.)
รมช.มหาดไทย

เกิด 15 ธันวาคม 2486 จบปริญญาตรี สาขาการเงินและการธนาคาร(สถาบัน Far Eastern : ฟิลิปปินส์) ปริญญาโท สาขาการตลาด (สถาบัน Dallas : สหรัฐ) เป็นเจ้าของบ.อาณาจักรสุโขทัยหินอ่อนและแกรนิตผู้กว้างขวางในหมู่นักการ เมือง สนิทกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์มาก แต่มาเป็นรมต.ในโควต้านายทุนพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนตำแหน่งการเมืองในอดีตเคยเป็นส.ว.เพชรบูรณ์ ปี 2535-2539


นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ (พปช.)
รมว.ยุติธรรม

เกิด 27 มิถุนายน 2497 จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร สาขาโยธา ม.ขอนแก่น วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาแหล่งน้ำ จุฬาฯ มีฉายา”ขุนค้อน”จากการทำหน้าที่ขึงขังสมัยเป็นรองประธานสภาผู้แทนฯเมื่อปี 2539 เดิมเป็นแกนนำกลุ่มอีสานพัฒนาพรรคพลังประชาชน แต่ต้องถอนมาตั้งกลุ่มขุนค้อน เพราะถูกเพื่อนในกลุ่มหาว่า”หักหลัง” เพราะดันเสนอชื่อตัวเองจนได้รับเลือกเป็นรมว.วัฒนธรรมในช่วงท้ายรัฐบาลสมัคร ก่อนมาใหญ่ขึ้นอีกในยุคสมชายนี้


นางอุไรวรรณ เทียนทอง (ปชร.)
รมว.แรงงาน

ภริยาหัวหน้าพรรคประชาราช-เสนาะ เทียนทอง มากินโค้วตาแทนสามี ที่กระทรวงนี้ตั้งแต่รัฐบาลสมัคร1 เรื่อยมาจนถึงตอนนี้ โดยยุครัฐบาลทักษิณก็เคยเป็นมาแล้วทั้งรมว.แรงงานและรมว.วัฒนธรรม ป้าอุ เกิด 9 กรกฎาคม 2485 จบปริญญาตรีพาณิชยศาสตร์และบัญชี ธรรมศาสตร์ เคยรับราชการที่มหาดไทยจนเกษียณที่ซี 9 ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาท้องถิ่น กรมการปกครอง ก่อนตามรอยสามีเข้าสู่วงการเมือง


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล (พปช.)
รมว.วัฒนธรรม

เกิด 2 พฤศจิกายน 2502 จบปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า เป็นส.ส.แพร่หลายสมัย ขั้วตำแหน่งรัฐมนตรีโควต้าภาคเหนือก็หลายหน แต่ก็แห้วตลอด เพิ่งได้เก้าอี้สมใจคราวนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ได้ดีเพราะเป็นคนใกล้ชิดเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยานายกฯสมชาย ที่ผู้คนสงสัยเป็นช้างเท้าหน้าหรือเท้าหลังกันแน่


นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล (ชท.)
รมว.เกษตรและสหกรณ์

เกิด27เมษายน2494 จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์รามคำแหง ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต ธรรมศาสตร์ เป็น ส.ส.อ่างทอง ตั้งแต่ปี 2529 จนปัจจุบัน เคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ ปี 2542 และรองประธานสภาผู้แทนฯปี 2544 เป็นอดีตคนเดือนตุลา ที่โตทางการเมืองกับพรรคชาติไทยมายาวนานด้วยบุคคลิกว่านอนสอนง่ายในสายตาหลง จู้หัวหน้าพรรค จึงมีตำแหน่งแทบทุกครั้งที่เป็นรัฐบาล


นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร (ชท.)
รมช.เกษตรและสหกรณ์

เกิด 22 พฤศจิกายน 2504 ยังคงเก้าอี้เดิมไว้ได้ต่อจากช่วงรัฐบาลสมัคร ที่เคยส้มหล่น ได้รับเก้าอี้มาแทนโควต้าของนายกมล จิระพันธ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี ที่ติดปัญหาคุณสมบัติเพราะครอบครัวมีสัมปทานกับรัฐ แต่ก็ถือเป็นลูกรักอีกคนของหัวหน้าพรรค-บรรหาร ที่เข้าไปทำงานในกระทรวงเกษตรฯชนิดเป็นตัวแทนรับใบสั่งหลงจู้ มาจัดการให้ทุกรูปแบบ


นายธีระชัย แสนแก้ว (พปช.)
รมช.เกษตรและสหกรณ์

เกิดปี 2510 จบปริญญาโท สาขาสังคมสงเคราะห์ ธรรมศาสตร์ เป็นส.ส.อุดรธานีหลายสมัย ถนัดบทบู๊จนได้ฉายา”อีโต้อีสาน” มีบทบาทสำคัญในกลุ่มเพื่อนเนวินที่คอยปกป้องทักษิณมาตลอดโดยเฉพาะช่วงหลัง รัฐประหาร 19 ก.ย.49 ที่เป็นแกนนำกลุ่มคนรักทักษิณไม่เอาเผด็จการ แม้เที่ยวนี้กลุ่มเพื่อนเนวินจะโดนเด็ดเขี้ยวลดโควต้า แต่ฐานะของธีระชัยก็ยังมั่นคงในตำแหน่งเดิม


นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ (ชท.)
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

เกิด 23 ตุลาคม 2508 จบนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาฯ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ เป็นมือวิชาการของพรรคชาติไทยมาตลอด และถือเป็น”ยังบลัด”ที่พรรคภูมิใจนำเสนอ ด้วยภาพพจน์ที่ไม่เคยเสียหาย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนรู้ใจของหัวหน้าบรรหารเช่นกัน จึงเหนียวแน่นอยู่ในเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยวฯได้ตั้งแต่สมัคร 1 จนถึงปัจจุบัน


นายสันติ พร้อมพัฒน์ (พปช.)
รมว.คมนาคม

เกิด 20 กันยายน 2495 จบปริญญาโทศิลปศาสตร์ รามคำแหง แต่ปริญญาตรีที่รามฯยังมีปัญหาเพราะถูกแฉกลางสภาว่า ทุจริตการสอบจนถูกลบชื่อไปแล้ว เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เจ้าของบริษัท นวพัฒนาธานี เคยเป็นนายทุนพรรคความหวังใหม่ เมื่อยุบมารวมกับไทยรักไทย ก็ใกล้ชิดทักษิณ จนได้รับการผลักดันเป็นรมว.คมนาคมในฐานะตัวแทนเฮียเพ้ง ตอนตั้งรัฐบาลสมัคร แต่เที่ยวนี้หวิดเสียเก้าอี้เพราะใกล้ชิดกลุ่มเพื่อนเนวินเกินไป ดีแต่รีบไปเคลียร์กับนายใหญ่ทัน ถึงรักษาเก้าใหญ่ตัวนี้ไว้ได้


นายโสภณ ซารัมย์ (พปช.)
รมช.คมนาคม

เกิด 31 มีนาคม 2502 จบปริญญาตรี ครุศาสตร วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ สังกัดกลุ่มเพื่อนเนวินขนานแท้ เพราะเป็นส.ส.บุรีรัมย์ในสังกัดยี้ห้อยมาตั้งแต่ปี 2544 บทบาทไม่ถึงกับโดดเด่น แต่เที่ยวนี้กลับส้มหล่นได้เข้ามาแทนที่”ทรงศักดิ์ ทองศรี”ลูกพี่ลูกน้องของเนวิน ที่ต้องตกกระป๋องไปอย่างไม่คาดฝัน จนเป็นที่ฮือฮามากว่า นี่เป็น 1 ในเกมเชือด เพื่อสยบอหังการ์พ่อมดเขมร


นายวราวุธ ศิลปอาชา (ชท.)
รมช.คมนาคม

ลูกคนสุดท้องของหัวหน้าพรรคชาติไทย จบปริญญาโท MBA FINANCE จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ วิสคอนซิล สหรัฐอเมริกา เป็นส.ส.สุพรรณบุรีตามรอยพ่อ เกิด 11 กรกฎาคม 2516 เพิ่งอายุเต็ม 35 ปีตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นรัฐมนตรีได้ จึงได้รับการผลักดันจากเตี๋ยบรรหาร ให้ขึ้นแท่นรมต.แทนอนุรักษ์ จุรีมาศ ที่มีปัญหาติดร่างแหจำเลยคดีทุจริตหวยบนดินด้วย


นายศรีเมือง เจริญศิริ (พปช.)
รมว.ศึกษาธิการ

เกิด 9 กรกฎาคม 2485 จบการศึกษา ปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นสว.มหาสารคามปี 2543-2549 ที่มีบทบาทในการสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่ จนเป็นหัวหอกในการชนกับกลุ่มสว.ฝ่ายจรงกันข้าม จากนั้นจึงเข้ามาสังกัดพรรคพลังประชาชน และถือเป็นรัฐมนตรีสายตรงคนหนึ่งของตระกูลชินวัตร


นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง (พปช.)
รมว.วิทยาศาสตร์

น้องชายนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่เข้ามารับตำแหน่งแทนพี่ชายซึ่งติดห้องขังบ้านเลขที่ 111 อยู่ โดยคงเก้าอี้เดิมอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่สมัคร 1 จนถึงตอนนี้ เกิด 13 สิงหาคม 2502 การศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง (พปช.)
รมว.สาธารณสุข

เกิด 10 มิถุนายน 2491 การศึกษาสูงสุดตอนนี้คือ ปริญญาเอกนิติศาสตร์ รามคำแหง เป็น อดีตรมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลสมัคร ที่ถูกปรับออกในช่วงท้ายอย่างเจ็บปวด ด้วยข้อหาที่เป็นรมต.สายล่อฟ้าคนหนึ่ง เป็นนักการเมืองฝืปากกล้าที่มีบทบาทโลดโผนยาวเหยียด ตั้งแต่รับราชการเป็นตำรวจจนมาเล่นการเมือง ได้เป็นรัฐมนตรีก็หลายรัฐบาล ตกอับถูกคณะปฏิวัติยึดอำนาจช่วงรัฐบาลชาติชาติ ชุณหะวัณ ไล่ล่าจนต้องลี้ภัยออกนอกประเทศก็เคย เล่นบทฝ่ายค้านไล่รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ทำมาแล้ว ทั้งเคยเป็นหัวหน้าพรรคมวลชน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันให้อดีตนายกฯทักษิณ ถึงทุกวันนี้ จนได้ดีกลับมาเป็นรมต.อีกหน


นายวิชาญ มีนชัยนันท์ (พปช.)
รมช.สาธารณสุข

เกิด 24 กรกฎาคม 2503 จบปริญญาตรีคณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ปริญญาโทรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เล่นการเมืองท้องถิ่นเป็นสก.เขตมีนบุรีอยู่หลายสมัย จนบารมีแก่กล้า จึงโดดลงสนามใหญ่เป็นส.ส.กทม.ตั้งแต่ปี 2544 อยู่ในสังกัดกลุ่มเจ๊หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธ์


นายอุดมเดช รัตนเสถียร (พปช.)
รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2502 จบการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรีหลายสมัย เคยเป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กระทรวงคมนาคม

ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กระทรวงมหาดไทย และเลขานุการ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นคนสนิทคนสำคัญของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงได้รับการทั้งผลักทั้งดันอย่างเต็มที่จนได้เป็นรัฐมนตรีในที่สุด


พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก (พผ.)
รมว.อุตสาหกรรม

เกิด 18 พฤษภาคม 2485 อดีตอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้าย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนแรก จากนั้นก็ลาออกก่อนเกษียณมาเล่นการเมืองเคยสังกัดพรรคชาติพัฒนา เมื่อพรรคยุบไปรวมกับพรรคไทยรักไทย จึงหยุดพักการเมืองไป ก่อนกลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดินในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และเที่ยวนี้ส้มหล่นได้เป็นรมต.แทนหัวหน้าพรรค-สุวิทย์ คุณกิตติ ที่เจอคำสั่งห้ามจากลอนดอน ไม่ยอมให้ขึ้นเป็นรมต.


นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน (มฌ.)
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เป็นอีกคนที่รับตำแหน่งแทนสามี คือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่โดนดอง 5 ปี อยู่ในบ้านเลขที่ 111 เกิด 21 กันยายน พ.ศ.2501 จบปริญญาตรี ม.ศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก และปริญญาโท ม.เกษตรศาสตร์ เดิมรับราชการครูตั้งแต่ปี 2524 แต่พลิกผันชีวิตมาเป็นนักการเมืองเพื่อสืบทอดแทนสามี จนรั้งเก้าอี้หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนั่งเก้าอี้รมต.ตีวนี้เหนียวแน่นมาตั้งแต่สมัคร 1

ดันคนรุ่นใหม่สู่ภาคเกษตร กษ.จัดชุมนุมเกษตรกรรุ่นใหม่รองรับแรงงานเปลี่ยนอาชีพ

Published กันยายน 30, 2010 by SoClaimon

วันที่ 13/9/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและภาคแรงงานไทยเป็น อย่างมาก โดยปีที่ผ่านมามีโรงงานปิดกิจการอย่างน้อย 1,000 และแรงงานถูกเลิกจ้างจำนวน 163,726 คน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม มีผู้ถูกเลิกจ้างจำนวนมากต้องการเปลี่ยนอาชีพมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่มีปัญหาขาดทักษะความรู้ และไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงร่วมกับกระศึกษาธิการ กระทรวงแรงงานฯ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เพื่อการเกษตร (ธกส.) จัดงาน “ชุมนุมเกษตรกรรุ่นใหม่ สร้างเกษตรไทยยั่งยืน” ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ 2,000 คน ระหว่างวันที่ 15-17 กันยายน ที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพเกษตร

นายเฉลิมพร พิรุณสาร เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2551-2555) โดยรณรงค์สร้างแรงจูงใจให้บุคคลที่สนใจประกอบอาชีพเกษตรกรรม เข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง และวิทยาลัยการอาชีพ ภายใต้หลักสูตรเฉพาะที่ให้การศึกษาภาคทฤษฏีและปฏิบัติในการฝึกทักษะ ตลอดจนคัดเลือกยุวเกษตรกรที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับเข้าศึกษาต่อในระดับ วิทยาลัย

นอกจากนี้ ส.ป.ก. ยังลงนามความร่วมมือโครางการพัฒนาเกษตรกรมืออาชีพยุคใหม่กับ สอศ. ธกส. และ สกว. ในการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรขาดความรู้ในการประกอบ อาชีพ ผ่านกระบวนการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ มีจำนวนทั้งสิ้น 3 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรุ่นใหม่ 2.หลักสูตรพัฒนาเกษตรยั่งยืน 3.หลักสูตรเกษตรกรมืออาชีพยุคใหม่

พลิกเล่นเร็วกันเบี้ยว

Published มิถุนายน 30, 2010 by SoClaimon

13 มิถุนายน 2552, 05:05 น.

ผ่านทางพลิกเล่นเร็วกันเบี้ยว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_12523

สมศักดิ์ เทพสุทิน,สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล,พินิจ จารุสมบัติ

ตั๊บแก ตั๊บแก เสียงตุ๊กแกร้องทักขณะทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ก็ว่าน่าใจแป้วแล้ว

แต่ที่ น่าเอะใจกว่า อยู่ๆนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซุ่มพาทีมงานใกล้ชิดย่องขึ้นไปสักการะศาลพระพรหมบนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า มืดๆค่ำๆ หลังประชุมเครียดกับหน่วยงานความมั่นคงเรื่องไฟใต้ที่กลับมาลุกโชน

แก้เคล็ด เอาฤกษ์อะไรกันหรือเปล่า

เอา เป็นว่า ที่อ้างไปตรวจจุดที่ฟ้าผ่าลงมา แต่ในสถานการณ์ที่แกนนำรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญศึกรอบทิศทาง ทั้งคิวป่วนการเมือง ภาวะเศรษฐกิจดิ่งเหว ไฟใต้ที่กลับมาโหมแรง

ครบเครื่องเรื่องพาลพัง

มองซ้ายมอง ขวา ฝากความหวังไว้ที่ใครไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในอารมณ์แบบไทยๆ “อภิสิทธิ์” ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน

ปลุกใจในยามคับขัน

แต่ ทั้งหมดทั้งปวง โดยเงื่อนไขสำคัญรัฐนาวาประชาธิปัตย์จะอับปางวันไหน มันอยู่ที่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร

โดยเฉพาะในอารมณ์ลุ่มๆดอนๆระหว่างค่าย ภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ กำลังเหยียบตาปลากันอย่างแรงในศึกรถเมล์เอ็นจีวี

ยิ่งมาถึง นาทีนี้ ประเมินจากการเปิดยุทธศาสตร์ขึ้นป้ายโฆษณาบิ๊กโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวีพะ ยี่ห้อภูมิใจไทย เปิดตลาดหาเสียงในกรุงเทพฯ

ใส่เกียร์ห้า ดับไฟหน้า

“เนวิน ชิดชอบ” เหยียบคันเร่งเกินไมล์บนหน้าปัด

นั่นหมายความว่า ถ้าโดนพรรคประชาธิปัตย์ขวางลำรถเมล์เอ็นจีวี พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่คว่ำ แต่อาจถึงขั้นพังตั้งแต่เริ่ม

เพราะนั่นหมายถึงการโดนประทับตรา “โกง” ทั้งๆที่โครงการยังไม่ได้คลอด

เงินที่โดนกล่าวหาว่างาบ หัวคิวก็ไม่ได้ แถมยังตกเป็นผู้ร้ายของสังคม ในอารมณ์ที่ยี่ห้อภูมิใจไทยต้องแจ้งเกิดในสนาม กทม. และวัดกำลังกับ “นายใหญ่” ที่ภาคอีสาน

งานนี้ คำตอบสุดท้ายของ “เนวิน” รถเมล์เอ็นจีวีต้องผ่าน ครม.สถานเดียว

ใน สถานการณ์วัดใจฝ่ายประชาธิปัตย์ไม่แพ้กัน ถ้าปล่อยให้รถเมล์เอ็นจีวีฝ่าด่านไปได้ นอกจากถูกแย่งคะแนนนิยมใน กทม. ไหน “อภิสิทธิ์” จะต้องมัวหมองกับภาพโดนขี่

ทั้งๆที่กำลังลอยชายกับภาพ “คุณชายสะอาด”

สรุปสถานการณ์ “ขึงพืด” รัฐบาล “อภิสิทธิ์” ส่อเค้าอายุไม่ยืด

เซียนเลือกตั้งขยับ กันแล้ว

ล่าสุดเท่าที่เช็กได้ มีการเคลื่อนตัวอย่างมีนัยสำคัญในบรรดาแกนนำ พรรคร่วมรัฐบาลระดับ “ขาใหญ่” ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดขั้วรัฐบาล ทั้งนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ผู้มีบารมีนอกสภาของพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน บอร์ดจากพรรคภูมิใจไทย และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สายตรงของ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้มีบารมีนอกพรรคชาติไทยพัฒนา

ต่อสายนัดตั้งวงถกสถานการณ์

แท็กทีม ระดมกึ๋น กอดคอร่วมกันกำหนด “เส้นทาง” ของทีม พรรคร่วมรัฐบาล

โดย ข้อสรุปเบื้องต้น จากลูกเขี้ยวของพรรคประชาธิปัตย์ที่เล่นเกมโหด กับพรรคภูมิใจไทยลากออกมาขึงพืดให้โดนรุมสกรัมโครงการรถเมล์เอ็นจีวี

ชัดเจนว่า ยี่ห้อประชาธิปัตย์ไม่เคยลบเหลี่ยมใส่เพื่อน

นั่นก็เป็นสัญญาณเตือน ไปถึงเกมแก้รัฐธรรมนูญที่ส่อเค้าว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจจะเบี้ยวนาทีสุดท้าย   แค่หลอกสมานฉันท์ยื้อเวลา

ดึง เกมแต่งตัว ชิงจังหวะได้เปรียบทางการเมือง ก่อนล้มโต๊ะลงสนามเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน วันนี้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง นั่งเป็นประธาน ได้สรุปมาตราที่ต้องแก้ไขแล้ว ทั้งการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ระบบปาร์ตี้ลิสต์ และประเด็นการยุบพรรคที่ให้เล่นงานหนักเฉพาะคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

โดยเกมแก้ลำ ดักทางพรรคประชาธิปัตย์เบี้ยว แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์เล่นเร็ว เดินหน้าชงแก้รัฐธรรมนูญ ปมไหน เสร็จ รีบดันเข้าพิจารณาในสภา

แก้กันทีละปม ไม่ต้องรอเสร็จทั้งฉบับ

ชิง ตัดหน้าวัดใจ ก่อนประชาธิปัตย์ล่มเรือ.

“ทีมข่าวการเมือง” รายงาน

%d bloggers like this: