สบายๆสไตล์ไมตรี

All posts tagged สบายๆสไตล์ไมตรี

เรื่องของคนอยากตาย – สบายๆ สไตล์ “ไมตรี”

Published มกราคม 5, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 21 กันยายน 2557 เวลา 00:00 น.

เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีหญิงสูงวัยคนหนึ่ง กระโดดลงไปในบ่อจระเข้ เพื่อฆ่าตัวตาย แล้วก็ได้ตายสมใจ

ก่อนหน้านี้มีข่าวการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นบ่อยมาก

บางคนจะใช้วิธีผูกคอตาย

บางคนกระโดดน้ำตาย

บางคนยิงตัวตาย

บางคนกินยาพิษตาย

บางคนกระโดดตึกตาย

สรุปแล้ว ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ได้ตายเป็นใช้ได้

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าตามสถิติในเมืองไทยมีคนฆ่าตัวตายถึงปีละแปดหมื่นกว่าคน

เท่ากับว่าจะต้องมีคนฆ่าตัวตายทุกวัน วันละหลายคน เพียงแต่เป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง

ทำไมถึงต้องฆ่าตัวตาย

นักจิตวิทยาที่ไม่มีปริญญาอย่างผมขอวิเคราะห์ว่า สาเหตุใหญ่น่าจะเกิดจากมีอาการเบื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันนั่นเอง

เบื่อทั้งตัวเอง เบื่อทั้งโลก

สาเหตุที่ทำให้เบื่อชีวิตมาจากหลายอย่างเช่น

ผิดหวังเรื่องการงาน เพราะไม่ได้ตำแหน่งตามที่ต้องการ

หนุ่มสาวบางคนแค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ หรือถูกพ่อแม่ดุก็คิดสั้นฆ่าตัวตาย

บางคนไม่สมหวังกับความรัก หรือที่เรียกว่าอกหักนั่นแหละ

บางคนก็เบื่อที่จะรอ เช่น รอเงินรับจำนำข้าว รอไม่ไหวขอลาจากไปอยู่โลกอื่นดีกว่า

บางคนก็เบื่อตัวเองที่อยู่ไปวัน ๆ ไม่รู้ว่าอยู่ไปทำไม เพราะไม่มีอะไรดีขึ้น

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีคนฆ่าตัวตายกันปีละจำนวนมากก็คือ คนที่เจ็บป่วยเป็นโรคร้าย ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงด้วย

คนประเภทนี้จะไม่รอให้โรคร้ายมาทำให้ตาย ขอทำตัวเองดีกว่า

บางคนมีทุกอย่างพร้อม มีทั้งเงิน ชื่อเสียง สุขภาพ สามารถอยู่จนแก่เฒ่าได้สบาย คนประเภทนี้ก็มีไม่น้อยที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

สันนิษฐานว่าคนที่ฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุที่ว่านี้ น่าจะเกิดจากความรู้สึกอิ่มต่อชีวิต จนเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาไปหมด ไม่รู้สึกเศร้า ไม่รู้สึกสุขกับโลกอีกต่อไป ชีวิตจืดชืดเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องน่าคิดอย่างหนึ่ง คนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่เจริญอย่างญี่ปุ่นที่มีคุณภาพชีวิตดี แต่คนของเขากลับฆ่าตัวตายมาก กว่าคนไทยซึ่งมีชีวิตด้อยกว่า

คนอยู่ในเมืองจะฆ่าตัวตายมากกว่าชาวบ้านที่อยู่ในชนบท คนมีกินจะฆ่าตัวตายมากกว่าคนอด ๆ อยาก ๆ

หลายคนอาจจะประณามคนที่ฆ่าตัวตาย แต่ผมกลับเห็นใจ เพราะไหน ๆ เขาก็ได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว

เห็นใจที่ต้องฆ่าตัวเองตาย เพราะทุกคนมีเหตุผลเฉพาะตัว เมื่อไม่เกิดกับเราเองย่อมไม่รู้หรอกว่ามีความจำเป็นต้องฆ่าตัวตายมากแค่ไหน

ส่วนคนที่ยังไม่ตาย ผมอยากแนะนำว่าก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตายจะต้องคิดให้รอบคอบว่า เมื่อตายไปแล้วจะทำให้คนที่รักเราเดือดร้อนมากแค่ไหน

หากทำให้คนที่รักเราต้องผิดหวังหรือเดือดร้อน ก็ไม่ควรฆ่าตัวเองเด็ดขาด เพราะเท่ากับว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดที่หนีเอาตัวรอด โดยปล่อยให้คนอื่นต้องเดือดร้อน

ส่วนผู้ใดคิดฆ่าตัวตายแล้วไม่ทำให้คนอื่นหรือลูกเมียเดือดร้อนก็เชิญฆ่าตัวตายได้ตามอัธยาศัย

สำหรับคนที่มีปัญหาชีวิตต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่า เกิดมาเป็นคนนั้น ความผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา หรือธรรมชาตินั่นเอง

จึงไม่ควรหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย

รอสักพัก ปัญหาก็แก้ปัญหาของมันได้เองโดยอัตโนมัติ

ผู้พบกับความสำเร็จในชีวิตของไทยหลายคน เคยทำธุรกิจขาดทุน อีกทั้งยังโดนฉ้อโกง จนคิดอยากฆ่าตัวตาย ถ้าวันนั้นเขาฆ่าตัวตายได้สำเร็จ ป่านนี้ก็คงไม่ได้เป็นเศรษฐี

มีความจริงอยู่อย่างหนึ่งว่า ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ หรือความสุข จะอยู่กับเราไม่นาน แล้วจะลาจากไปเอง

ทุกคนที่มีทุกข์สามารถรอโอกาสได้ สู้ชีวิตใหม่ได้ แล้ววันหนึ่งก็จะเป็นวันของเราจึงไม่ต้องรีบตาย เพราะถึงเวลาเราทุกคนก็จะตายได้เอง ไม่ต้องห่วง.

ไมตรี ลิมปิชาติ
http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

โฆษณา

เกาะหมากเกาะน่ารักกลางทะเลตราด – สบายๆ สไตล์ “ไมตรี “

Published มกราคม 5, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 14 กันยายน 2557 เวลา 00:00 น.

สัญลักษณ์ของเกาะหมากถ้ามองจากไกล ๆ จะเห็นต้นมะพร้าวหลายต้นโอนเอียงลงสู่ชายหาดที่มีทรายสีขาวนวลเนียน
ผมเคยไปเที่ยวที่เกาะหมากมาแล้วหลายครั้ง
บางครั้งก็ไปเพียงแวะกินข้าวกลางวันเพื่อจะเอาบรรยากาศของทะเลที่ยังใสบริสุทธิ์ บางครั้งก็ไปพูดคุยกับชาวบ้าน และชมหาดทรายอื่น ๆ รวมทั้งอ่าวเล็กอ่าวน้อยที่อยู่โดยรอบเกาะ
จึงได้รู้ว่าเกาะหมากซึ่งตั้งอยู่ในหมู่เกาะช้าง ของจังหวัดตราดนั้นเป็นอีกเกาะหนึ่งที่น่าไปเยือนและนอนพักค้างคืน เพื่อฟังเสียงคลื่นลมและกินอาหารทะเลสด ๆ จากทะเล
เกาะหมากมีเนื้อที่กว้างใหญ่กว่าทุกเกาะถ้าไม่นับเกาะช้างก็เป็นรองเพียงเกาะกูดเท่านั้น
เกาะกะทัดรัดที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไปเหมาะสำหรับไปพักผ่อน ซึ่งปัจจุบันทำได้ง่าย เพราะมีรีสอร์ทและบังกะโลให้เช่าพักหลายแห่งมาก
ผู้ใดได้มาพักที่เกาะหมากแค่ได้นอนดูทะเลก็คุ้มแล้วสำหรับการเดินทาง
อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ ทำให้ทุกคนที่ได้มาเที่ยวทะเลตราดพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งก็คือลมทะเลไม่ทำให้ตัวเหนียวเหมือนทะเลทั่วไป
ผมจึงรู้สึกยินดีที่ได้รับทราบมาว่า ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจและภาคีเครือข่ายจะผนึกกำลังสร้างเกาะหมากให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปให้มากขึ้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศมาเที่ยวเกาะหมากให้มากที่สุด
ทั้งนี้จะเน้นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก รักธรรมชาติ
วิธีดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อพท. จะจัดให้มีกิจกรรมที่คนไทยเริ่มนิยมกันมากก็คือการขี่จักรยาน
เป็นการขี่จักรยานในเส้นทางธรรมชาติซึ่งมีทั้งสวนมะพร้าว ป่าชายเลน ชายหาด และชมวิถีชีวิตของชาวเกาะ
โดยทาง อพท. จะกำหนดเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ขี่จักรยานสามารถชมเกาะได้ทั่วถึง
อีกทั้งยังมีโครงการแนะนำอบรมชาวเกาะในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลอดควันพิษและขยะ รวมทั้งการทำอาหารจำหน่าย และการรับนักท่องเที่ยวให้มาพักที่บ้านหรือที่เรียกว่าโฮมสเตย์ด้วย
ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน
ส่วนสิ่งที่จะเสริมให้เกาะร่มรื่นชื่นใจกับนักท่องเที่ยวยิ่งขึ้นก็จะมีการปลูกต้นไม้ให้ได้อีกหมื่นต้นเป็นอย่างน้อย
ต้นไม้ที่จะปลูกอาจจะใช้ ต้นหมาก ก็ได้เพื่อให้เข้ากับเกาะที่มีชื่อว่า หมาก
และที่ อพท. จะดำเนินการให้มีบนเกาะหมากที่เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะต้องชอบแน่ ๆ อีกอย่างหนึ่งคือ
การให้มีเรือใบแล่นข้ามไปยังเกาะต่าง ๆ ที่มีอยู่กว่าสิบเกาะเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้นกับการเล่นเรือใบและความแปลกตาของเกาะอื่น ๆ ซึ่งมีความสวยงามเหมือนกันแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน
ในระยะแรก ๆ เพื่อความปลอดภัยจะแนะนำให้ใช้เรือใบแล่นไปยังเกาะใกล้ ๆ กับเกาะหมากก่อน
ถ้าเป็นเกาะใกล้ ๆ ผมขอแนะนำให้ไปที่เกาะขามให้ได้ เพราะเป็นเกาะที่สวยงามแตกต่างกับเกาะอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง
เกาะขามมีดีตรงที่ไปถึงเกาะแล้วไม่ต้องเดินไปไหนไกล ๆ ให้เมื่อย แค่หาดทรายของเกาะก็จะไม่อยากไปไหนต่อเพราะเป็นชายหาดที่มีหินก้อนใหญ่น้อยขนาดต่าง ๆ สีดำสนิทประดับอยู่บนหาดทรายสีขาวได้อย่างลงตัว
เหตุที่มีหินสีดำก็เพราะเป็นหินจากภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว
สุดท้าย อพท. จะจัดให้มีการประกวดภาพถ่ายประทับใจจากเกาะหมาก ด้วยรางวัลกว่าหกหมื่นบาทเลยทีเดียว
สรุปแล้วเกาะหมากกำลังถูก อพท. จับแต่งเนื้อแต่งตัวใหม่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอีกเกาะหนึ่งของเมืองไทย.
ไมตรี ลิมปิชาติ
http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

อาลัย ถวัลย์ ดัชนี – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published กันยายน 11, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 7 กันยายน 2557 เวลา 00:00 น.

ผมคงไม่ต้องบอกท่านผู้อ่านและไม่ได้อ่านว่า ถวัลย์ ดัชนี เป็นใคร สำคัญอย่างไร

วิญญาณของถวัลย์ได้จากโลกนี้ไปเรียบ ร้อยแล้ว มีแต่ร่างกายของถวัลย์เท่านั้นที่ยังนอนอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาสเพื่อทำพิธีงานศพจนถึงวันที่ 10 เดือนนี้

ก่อนที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้จะต้องมานอนอยู่เฉย ๆ ที่วัด ท่านได้สร้างผลงานศิลปะไว้มากเหลือเกิน

ผลงานแต่ละชิ้นมีค่ายิ่งจนคิดเป็นตัวเงินไม่ถนัด เพราะเป็นจำนวนมากเกินไป

นอกจากถวัลย์ได้เงินจากการเป็นศิลปินวาดรูปจนกลายเป็นเศรษฐีแล้ว

สิ่งที่ถวัลย์ได้รับก็คือรางวัลเกียรติยศมากมายทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ

พอถวัลย์ตั้งหลักได้ จึงได้ทำประโยชน์กับส่วนรวมหลายอย่าง เช่น ตั้งกองทุนช่วยเหลือนักเรียน นำศิลปินใหม่ท่องอเมริกา และอื่น ๆ

โดยส่วนตัวผมรู้จักถวัลย์มานานแล้ว เพียงแต่ท่านไม่ได้รู้จักผมเท่านั้น

ผมไม่ได้รู้จักถวัลย์อย่างเดียว ยังสนใจงานศิลปะของถวัลย์ด้วย

เมื่อสนใจงานจึงทำให้สนใจคน จนอดไม่ไหวที่จะเขียนประวัติของถวัลย์

ผมได้เดินทางไปสัมภาษณ์ถวัลย์ถึงบ้านดำนางแลที่เชียงรายหลายครั้ง

ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเขียนและเรียบเรียงประวัติของถวัลย์เสร็จ โดยตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า

มนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี

นับเป็นหนังสือที่ค่อนข้างขายดี จนต้องพิมพ์ซ้ำในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะมีผู้อ่านสนใจประวัติอันน่าทึ่งของถวัลย์มากกว่าเหตุผลอื่น

จากการเขียนและเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ จึงทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวของถวัลย์ตั้งแต่เยาว์จนกระทั่งถึงบั้นปลายชีวิต

ถวัลย์ไม่ได้เป็นเพียงศิลปินอย่างเดียว แต่เป็นปราชญ์ด้วย รอบรู้ไปแทบทุกเรื่อง และมีความจำเป็นเลิศ สามารถท่องบทกวีของสุนทรภู่และท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ได้เป็นบท ๆ

ถวัลย์เป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ได้ทุน

จากจังหวัด แต่สิ่งที่ถวัลย์ตั้งเป้า

คือต้องการเป็นนักวาดรูปทั้ง ๆ ที่

ถ้าจะเรียนเป็นหมอ หรือวิศวะก็เรียนได้

ถวัลย์ได้ปริญญาเอกด้านปรัชญา ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อมีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น แล้วยังสามารถพูดได้ถึง 7 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย

ถวัลย์เป็นคนมีอารมณ์ขัน และเล่านิทานผู้ใหญ่ได้อย่างสนุกสนาน

แม้เรื่องความตายของตัวเอง ถวัลย์ก็พูดได้อย่างรื่นรมย์ราวกับความตายเป็นเรื่องสนุก

ถวัลย์พูดกับผมว่า ถ้าต้องตายเมื่อไร จะให้สัปเหร่อหรือใครก็ได้ช่วยเอามีดหั่นศพให้ขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโยนให้อีแร้งกิน เพื่อว่าศพจะมีคุณประโยชน์ อย่างน้อย ๆ ได้เป็นอาหารแก่สัตว์

ถวัลย์คงจะพูดเล่นสนุก ๆ กับความตายมากกว่า เพราะถ้าพูดจริง ลูกหลานคงไม่กล้าทำอย่างนั้นแน่ อีกทั้งยังหาอีแร้งยากด้วย

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผมนั้น คนอย่างถวัลย์ถ้าตายเมื่อไร ไม่ควรทำอะไรกับศพ

เผาก็ไม่ต้องเผา

ฝังก็ไม่ต้องฝัง

โยนให้อีแร้งกินก็ไม่ต้องทำ

ควรทำอย่างเดียวเท่านั้น คือส่งศพไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อให้หมอชั้นเลิศของ

ไทยช่วยกันชำแหละศพโดยเฉพาะส่วนที่เป็น

ศีรษะ เพื่อศึกษาทุกอณูของสมองดูว่า ทำไม

ถวัลย์จึงเป็นคนฉลาดเหนือมนุษย์ทั่วไป ฉลาดทั้งด้านศิลปศาสตร์ ภาษาศาสตร์และสถาปัตย

ศาสตร์

วันนี้ถวัลย์จากทุกคนที่รักนับถือไปเสียแล้ว เหลือแต่ผลงานเท่านั้นที่คงอยู่ เหมือนกับที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรี พูดไว้นั่นแหละว่า ชีวิตสั้นศิลปะยืนยาว

ขอให้ชีวิตหลังความตายของถวัลย์จงพบแต่สิ่งที่ชอบที่ชอบไปให้นานเท่านานเทอญ.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer.

ควรย้ายทำเนียบรัฐบาลได้แล้ว – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published กันยายน 11, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 31 สิงหาคม 2557 เวลา 00:00 น.

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมมีโอกาสได้เข้าไปที่ทำเนียบรัฐบาลจึงได้เห็นช่างและคนงานกำลังตะลุยซ่อมและปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลทั้งที่เป็นตัวอาคารและถนนภายในเป็นการใหญ่ พร้อมกับตกแต่งต้นไม้ให้แลดูสวยงามด้วย

และแน่นอนผู้รับผิดชอบจะต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลื้อยคลานมาจับเหี้ยออกไปให้หมด ไปจากแผ่นดินทำเนียบฯ เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลกับผู้ที่จะเข้ามาทำงานรับผิดชอบประเทศชาติที่ต้องเร่งซ่อมและปรับปรุงทำเนียบก็เพราะต้องการให้ทันกับวันและเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเข้ามานั่งทำงานนั่นเอง

ผมเห็นด้วยครับกับการซ่อมและปรับปรุงทำเนียบครั้งนี้ เพราะมีสภาพโทรมเต็มที

แต่ถ้าเป็นได้ผมก็อยากให้นายกรัฐมนตรีถือโอกาสวางแผนหาที่หาทางไปสร้างทำเนียบรัฐบาลแห่งใหม่ก็น่าจะดี  เพราะทำเนียบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเคยมีปัญหามาตลอด เช่น

มีกลุ่มเสื้อเหลืองเข้าไปยึดทำเนียบเพื่อทำนาบ้าง ล้อมทำเนียบบ้างจนคนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเผ่นไปหาที่ทำงานที่อื่น

นายกรัฐมนตรีบางท่านอุตส่าห์ได้เป็นนายกทั้งทีแต่ไม่มีโอกาสได้เข้าทำเนียบแม้แต่วันเดียว

บางครั้งก็มีกลุ่มเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบจนคณะรัฐมนตรีต้องย้ายไปประชุมที่อื่นเช่นกัน

เท่านี้ยังไม่พอยังเอาเลือดของคนสด ๆ ไปราดใส่ที่ประตูทำเนียบอีก จนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทุกรูจมูกของคนที่อยู่ใกล้ ๆ

ที่พากันมารบกวนทำเนียบมากที่สุด มีเป็นประจำก็เห็นจะเป็นการมาร้องเรียนและเรียกร้องของ กลุ่มชาวบ้านจากทั่วประเทศ เช่น กลุ่มคนจน กลุ่มชาวนา กลุ่มเกษตรกร ฯลฯ

ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่ว่าเกิดขึ้น ทำเนียบรัฐบาลที่มีอาคารสวยงามต้องถูกล้อมด้วยชาวบ้านที่มากางเต็นท์นอนบ้าง ปูเสื่อนั่งบ้าง  และที่ค้างอยู่กันนาน ๆ ก็จะมีการทำครัว ทำส้วมชั่วคราว ส่งกลิ่นเหม็นอบอวล

คนไทยผ่านมาเห็นก็อาจเฉย ๆ เพราะเคยชินกับสิ่งที่ได้เห็น

ทว่า คนต่างชาติซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวพอได้มาเห็นอย่างนี้ทำให้เสียหาย เสียภาพลักษณ์ของชาติ นับเป็นภาพที่ไม่น่าดู เพราะการประท้วงก่อม็อบของไทยไม่เป็นระเบียบแบบแผนเหมือนของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั่วไป

ระยะที่ คสช.สามารถคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จอย่างนี้ ความวุ่นวายไม่เกิดขึ้นเพราะฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าที่จะก่อม็อบล้อมทำเนียบเหมือนเคย

ทว่า หลังจาก คสช.วางมือเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลถาวรเข้ามาบริหารประเทศ

ถึงตอนนั้นรับรองว่าต้องมีฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลและชาวบ้านที่ต้องการเรียกร้องโน่นเรียกร้องนี่จะต้องรวมตัวมาร้องและล้อมทำเนียบรัฐบาลเหมือนเดิมอีกอย่างแน่นอน เพราะเมืองไทยมีสภาพเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว

ฉะนั้นถึงไหน ๆ ก็ไหน ๆ  คสช. จึงควรทำเพื่อชาติอีกสักอย่างด้วยการก่อสร้างทำเนียบแห่งใหม่โดยให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาแถว ๆ ชานกรุงก็น่าจะดี ให้ย้ายไปตั้งอยู่กลางทุ่งนาไปเสียเลย

การใช้งบประมาณก่อสร้างทำเนียบรัฐบาลแห่งใหม่ไม่น่าจะมากเพราะที่ดินอาจใช้วิธีขอบริจาคก็สามารถทำได้ เพราะคนที่มีที่ดินมากๆ คงยินดีแบ่งให้รัฐบาลสร้างทำเนียบ เพราะที่ดินส่วนที่เหลือจะมีราคาเพิ่มขึ้นทันที

ทำเนียบแห่งใหม่ นอกจากต้องออกแบบให้สวยงามแบบสถาปัตย์ไทยแล้ว สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งก็คือให้มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ความสะดวกกับนายกรัฐ มนตรีและคณะหนีขึ้น ฮ. ได้เมื่อมีเหตุจำเป็น

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือต้องทำรั้วหรือกำแพงล้อมทำเนียบไว้ให้มั่นคง มีขั้นตอนเข้าออกให้เหมือนกับกำแพงคุกยิ่งดี

ภายนอกกำแพงทำเนียบด้านใดด้านหนึ่งควรทำเป็นลานกว้างให้มีเนื้อที่เท่าๆ กับสนามหลวงได้จะเหมาะมาก

ที่ต้องทำลานกว้างก็เพื่อไว้ต้อนรับผู้มาประท้วงจะได้มีที่นั่ง ที่ยืน ที่กางเต็นท์ ที่ก่อสร้างและส้วมชั่วคราวเพื่อให้ความสะดวกสำหรับผู้มาประท้วง

ผมมั่นใจว่า ถ้าย้ายทำเนียบไปอยู่ชานกรุงอย่างที่ผมว่าได้ บ้านเมืองโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ก็จะเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาธิป ไตยแบบไทย ๆ ก็จะดูดีขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อผมเหอะ.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

ตลาดโรงเกลือ – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published กันยายน 11, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 24 สิงหาคม 2557 เวลา 00:00 น.

มีชื่อว่าตลาดโรงเกลือก็จริงแต่ไม่มีเกลือขาย มีแต่สินค้าทุกชนิดขาย

มีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบก็ว่าได้ ถ้ามีท่าเรือให้เรือรบทอดสมอ

ตลาดโรงเกลือขึ้นชื่อมานานแล้วว่าเป็นตลาดขายสินค้ามือสอง

ทว่าในปัจจุบันเปลี่ยนไป เพราะสินค้ามือหนึ่งก็มีขาย

ส่วนราคาเป็นที่รู้กันว่า ราคาถูก บางอย่างถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น หมวกใบละ 15 บาท แว่นตา 3 อันร้อย และกางเกงยีนที่ยังมีสภาพดีตัวละร้อยกว่าบาทเท่านั้น

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดสระแก้ว จึงถือโอกาสไปที่ชายแดนติดกับกัมพูชาเพื่อดูบรรยากาศ และถ้าเป็นไปได้จะไปหาซื้อนาฬิกายี่ห้อดี ๆ ที่ปลอมได้เหมือนของแท้มาใส่เล่นสักเรือน

ถึงแม้ใส่นาฬิกาปลอมก็คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นของปลอม ในเมื่อมาดดีเสียอย่าง

ผมนั่งรถส่วนตัวไปจากกรุงเทพฯพอเข้าเขตจังหวัดสระแก้ว บังเอิญรถที่ใช้มีเหตุขัดข้องทางเทคนิคเกี่ยวกับระบบเบรก จึงต้องแวะเข้าไปยังสถานบริการลูกค้าของบริษัทขายรถยนต์แห่งหนึ่งให้ซ่อมรถให้

บังเอิญ (อีกที) ขณะรอให้ช่างซ่อมรถ ผมได้พบกับ คุณสุกัญญา สันทัด ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคกำลังพาเจ้าหน้าที่เกือบสิบคนตรวจสอบสัญญาใบจองรถใหม่และตรวจศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ด้วย

เนื่องจากผมเคยรู้จักกับคุณสุกัญญามาก่อนจึงได้รู้ว่า

เมืองไทยมีการซื้อขายรถยนต์ทั้งเก่าและใหม่กันเป็นจำนวนมาก

ปัญหาที่ตามมาก็คือผู้ซื้อถูกผู้ขายทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบ แม้แต่การซ่อมรถก็มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ เช่น ไม่เขียนรายละเอียดการซ่อมให้ชัดเจนบ้าง ใช้อะไหล่ปลอมบ้าง ฯลฯ

คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบริษัทขายรถ โรงซ่อมรถ ตลอดจนเต็นท์ขายรถมือสอง เพื่อให้แต่ละแห่งปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศของ สคบ. เป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนผู้ซื้อรถใช้

หลังจากซ่อมรถเสร็จผมก็ได้เดินทางไปที่ตลาดโรงเกลือโดยไม่รอช้า เพราะจะต้องไปแวะกินอาหารเวียดนามเอาแรงเสียก่อน

ที่ประตูเข้าออกตรงชายแดน ได้พบเห็นรถบรรทุกสินค้ามีขนาดทั้งยาวและใหญ่แล่นเข้าออกตลอดเวลา

นอกจากนั้นก็จะมีประเภทขนส่งด้วยรถเข็น โดยมีผ้าใบคลุมมิดชิด ก็ไม่ทราบว่าใต้ผ้าใบมีอะไรบ้าง

ผมเคยพบตลาดโรงเกลือครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน ตลาดโรงเกลือสมัยนั้นยังมีขนาดเล็กเหมือนตลาดชายแดนทั่วไป

ทว่าในปัจจุบันตลาดโรงเกลือขยายออกไปกว้างใหญ่มาก ใช้เนื้อที่มากกว่าตลาดนัดจตุจักรหลายเท่า

สินค้าที่นำมาขายก็มีมากชนิดขึ้น จำนวนก็มากขึ้น และไม่ได้มีแต่สินค้ามือสองเท่านั้น มือหนึ่งก็มีดังกล่าวแล้ว

สินค้าใหม่เอี่ยมถอดด้ามเกือบทั้งหมดผลิตจากประเทศจีน

สินค้าของจีนที่ขายถูกได้ก็เพราะจีนผลิตแต่ละอย่างได้จำนวนมาก ค่าแรงก็ถูกอีกต่างหาก

ตลาดโรงเกลือจึงมีทั้งของแท้ ของปลอม ของใหม่เอี่ยม และของที่ใช้แล้วหรือที่เรียกว่าสินค้ามือสอง

อย่างไรก็ตามในความคิดของผมนั้น สินค้าทุกอย่างเรียกเป็นสินค้ามือสองได้ เช่น เสื้อผ้ามือสอง แต่สำหรับรองเท้าควรเรียกว่ารองเท้าตีนสอง น่าจะเหมาะสมกว่า

เท่าที่สังเกต มีร้านค้าปิดไปหลายร้าน เมื่อสอบถามจากคนขายผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ จึงได้รู้ว่า เหตุที่ปิดร้านก็เพราะเมื่อวานนี้มีตำรวจและทหารมาตรวจจับสินค้าหนีภาษี และสินค้าที่ถูกลอกเลียนแบบ

จึงทำให้ร้านที่ขายสินค้าผิดกฎหมายต้องปิดตัวเองไปก่อน

ผู้ที่ตั้งใจมาซื้อสินค้าที่ตลาดโรงเกลือที่เป็นของใหม่และของแท้จึงต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน

ทำให้ผมอดคิดถึงปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะร้านค้าที่ขายของผิดกฎหมายก็ต้องถูกจับเป็นเรื่องธรรมดา

ทว่าถ้าถูกจับบ่อย ๆ ผลที่สุดร้านที่ว่าซึ่งมีมากเสียด้วยก็ต้องเลิกขาย ก็จะส่งผลให้มีคนไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดโรงเกลือน้อยลง พ่อค้าแม่ขายทั้งตลาดก็จะเดือดร้อน เพราะคนที่ไปยังตลาดแห่งนี้ จุดประสงค์ส่วนใหญ่ต้องการไปซื้อของราคาถูกเพื่อนำมาขายต่อบ้าง ใช้เองบ้าง

ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

วิธีหาอาหารทะเลกิน – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published กันยายน 11, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 17 สิงหาคม 2557 เวลา 00:00 น.

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีนักท่องเที่ยวพาครอบ ครัวไปกินอาหารทะเลที่ชายหาดหัวหิน

ตอนเรียกแม่ค้ามาเก็บเงินพอรู้ราคาแทบช็อกคาชายหาด เพราะราคาแพงเกินเหตุ

อุตส่าห์เลือกร้านอาหารเล็ก ๆ ที่เป็นเพิงอยู่ริมชายหาดแล้วก็ยังต้องจ่ายเงินแพงอย่างไม่น่าเชื่อ

กินกันแค่สิบสามคน แถมยังเป็นเด็กสี่คน แต่ต้องจ่ายค่าอาหารถึงเจ็ดพันกว่าบาท จึงต้องไปแจ้งความตำรวจท่องเที่ยวจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศและอาจจะไปทั่วโลกก็ได้

การกินอาหารทะเลที่ชายทะเลแล้วถูกโก่งราคาสูงลิบลิ่วเกิดขึ้นได้เสมอ เพียงแต่เป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง ผมเองก็เคยเจอ

ปกติอาหารทะเลก็มีราคาแพงอยู่แล้ว แต่พอมาถูกพ่อค้าแม่ขายคิดตังค์กันด้วยวิธีเพิ่มราคาขายก็ยิ่งทำให้แพงขึ้นอีก

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นมักจะคิดว่า อาหารทะเลที่มีขายอยู่ใกล้ทะเลนั้นราคาจะถูก

สำหรับเรื่องนี้ขอให้คิดใหม่ แต่ไม่ต้องทำใหม่ว่า ไม่จริงเลย

นานมาแล้วผมเคยไปกินอาหารทะเลที่ชายทะเลแห่งหนึ่งแถวตะวันออก เมื่อเทียบกับได้มากินที่ในตัวเมืองของกรุงเทพฯ แล้ว ปรากฏว่าร้านในกรุงเทพฯ ถูกกว่าเกือบครึ่ง

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเจ้าของร้านที่อยู่ติดกับทะเลนอกจากขายอาหารทะเลให้เราได้กินแล้วอาจคิดค่าดูทะเลและฟังเสียงคลื่นด้วยก็ได้

ในฐานะที่ผมเป็นคนชอบกินอาหารทะเล จึงขอแนะนำผู้อ่านและไม่ได้อ่านว่า หากต้องการกินอาหารทะเลไม่ให้มีปัญหาตอนจ่ายเงินให้ทำดังนี้

ให้เข้าร้านอาหารทะเลที่มีเมนูบอกราคาไว้อย่างชัดเจน

อาหารชนิดใดแพงสู้ไม่ไหวก็ไม่ควรสั่งกิน เลือกเอาที่มีราคายุติธรรมกับกระเป๋าของตัวเอง

อาหารทะเลบางอย่างจะขายเป็นกิโล เช่น กุ้ง ปลา ปู

ให้ดูให้ดี เพราะบางร้านจะเขียนว่าขีดละ ไม่ได้เป็นกิโลละ

หนึ่งขีดกับหนึ่งกิโลต่างกันเป็นสิบเท่า

ร้านเล็ก ๆ ที่ทำเป็นเพิงอยู่ชายหาดนั้นมักจะไม่มีเมนูให้เราได้ดูราคา

ถ้าเป็นเช่นนี้ ให้ถามให้รู้ราคาเสียก่อนสั่งอาหาร ไม่ต้องอายครับเพราะยังดีกว่ามีปัญหากันภายหลัง

หากผู้ใดไม่ได้ไปเที่ยวทะเล พักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่อยากกินอาหารทะเล ดีที่สุดให้ไปที่ศูนย์การค้า

ที่ศูนย์การค้ามีอาหารทะเลสด ๆ ให้เลือกทุกชนิด

อาหารสดทุกอย่างมีราคาบอกไว้ชัดเจน อีกทั้งยังมีบริการปรุงให้เสร็จด้วย จะให้นึ่ง ให้ทอด ทำได้ทั้งนั้น ผู้ซื้อไม่ต้องทำอะไรเลย มีหน้าที่หิ้วกลับบ้านไปกินเป็นเสร็จพิธี

อาหารทะเลจากศูนย์การค้าจะสดและสะอาดเชื่อถือได้เพราะผู้ขายเป็นบริษัทใหญ่ที่ต้องรักษาชื่อเสียงไว้เพื่อธุรกิจอันยั่งยืน

ผมตรวจสอบราคาอาหารทะเลโดยทั่วไปแล้ว  ซื้ออาหารทะเลจากศูนย์การค้าไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับอาหารที่ริมหาด อาจมีข้อเสียบ้างก็ตรงที่รสชาติไม่อร่อยเท่ากับกินในร้าน

เรื่องนี้สรุปได้ว่าจะซื้ออาหารทะเลที่ใดมากินก็ตาม ต้องเชื่อไว้เลยว่า

อาหารทะเลในปัจจุบันนี้ราคาแพงขึ้นกว่าเมื่อสองสามปีก่อนค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างเช่น

ปูม้าเคยซื้อได้กิโลกรัมละสองร้อยกว่าบาท  ปัจจุบันเกือบห้าร้อยบาท

กุ้งก็แพงขึ้น หอยกับปลาก็ไม่เคยถูกลง มีแต่ราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะ กุ้ง หอย ปู ปลา ออกลูกออกหลานไม่ทันที่จะให้คนได้จับมากิน

อย่างกับ กุ้งมังกร ตัวใหญ่ ๆ นั้น ปัจจุบันตัวละสามพันกว่าบาทเข้าไปแล้ว อีกทั้งยังต้องไปจับมาจากทะเลอื่นอีกต่างหาก เพราะทะเลไทยไม่มีให้จับ

ถึงผมชอบกินอาหารทะเลก็จริง แต่จะเลือกกินชนิดที่มีราคาถูกไว้ก่อน เช่น ปูม้า และปูทะเล ราคาแพงเกินไปผมก็จะเปลี่ยนเป็นกินปูเค็มแทน

ส่วนกุ้งมังกรผมจะไม่ยอมกินเด็ดขาด นอกจากมีคนพาไปเลี้ยง.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

ปัญหาเรื่องลิง – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published กันยายน 11, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 10 สิงหาคม 2557 เวลา 00:00 น.

ตั้งแต่ทหารเข้ามายึดอำนาจทำให้ปัญหาเรื่องคนลดน้อยลง แต่กลับมีปัญหาเรื่องลิงเกิดขึ้นมาแทน

ที่มีข่าวดังไปทั่วประเทศเป็นลิงที่อาศัยประจำอยู่ที่จังหวัดลพบุรี

ลิงลพบุรีมีปัญหามาตลอด เช่น ชอบปีนป่ายขึ้นหลังคาตึก แล้วปีนต่อขึ้นไปทำให้เสาอากาศทีวีเสียหาย

ลิงเข้าไปขโมยอาหารที่ร้านค้า

ลิงชอบแย่งขนมเด็กกิน

ลิงชอบกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังคารถเก๋ง

และที่มีปัญหามากที่สุดก็คือ ลิงพากันผสมพันธุ์กันอย่างอิสระ จนออกลูกออกหลานเต็มไปหมด

ประชากรลิงมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งมีมากเท่าไรยิ่งสร้างปัญหาให้เทศบาล เพราะจะต้องเลี้ยงดูปูเสื่อให้ลิงอย่างดี

เทศบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อกล้วย ซื้อหัวมัน ซื้อผลไม้ที่ลิงชอบให้ลิงปีละไม่น้อย

งบประมาณเลี้ยงลิงมีทั้งเงินหลวงและเงินบริจาค เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมากนี้เอง บางครั้งของบางปี เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เลี้ยงลิงยังเคยถูกกล่าวหาว่า อมเงินลิง

เทศบาลไม่ได้มีหน้าที่เลี้ยงลิงอย่างเดียว

ทุก ๆ ปีในระยะหลัง ๆ มานี้ยังมีเอกชนมาตั้งโต๊ะจีนเลี้ยงลิงด้วย

การเลี้ยงโต๊ะจีนให้ลิงสะดวกมากเพราะไม่ต้องมีเก้าอี้ให้ลิงนั่ง ลิงจะใช้วิธีกระโดดขึ้นไปกินบนโต๊ะเอง และไม่จำเป็นต้องมีหูฉลาม เพราะลิงไม่ชอบกินเหมือนคน

การจัดเลี้ยงโต๊ะจีนให้ลิงถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง เพราะเป็นของแปลกทำให้นักท่องเที่ยวอยากไปดูลิงมากขึ้น

นอกจากเทศบาลช่วยเลี้ยงอาหารให้ลิงแล้ว ยังทำน้ำพุให้ลิงได้เล่นน้ำในหน้าร้อนอีกต่างหาก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เครื่องทำน้ำพุขัดข้องไม่มีน้ำพุ่งขึ้นมา ยังถูกคนที่รักลิงร้องเรียนผ่านสื่อเลยว่าลิงไม่ได้เล่นน้ำพุคลายร้อน

ก็เช่นเดียวกับเมื่อเร็ว ๆ นี้ เทศบาลจำเป็นต้องลดจำนวนลิงให้น้อยลงโดยใช้วิธีจับลิงแยกไปเลี้ยงที่อื่นเสียบ้าง

คนที่ร้องเรียนบอกว่าไม่ควรไปแยกลิงไป

อยู่ที่อื่นเพราะอาจจะทำให้ครอบครัวลิงต้องแตกแยกไปด้วย ถ้าจะจับลิงควรจับไปให้หมดทุกตัว

แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ ขืนจับลิงไปทั้งหมดก็ไม่น่าจะทำได้ เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าลพบุรีเป็นเมืองลิง อยู่ ๆ ลิงหายไปเป็นเรื่องแน่

ทว่าจะไม่จับลิงแยกไปอยู่ที่อื่นเสียบ้างก็คงไม่ได้ เพราะลิงลพบุรีมีมากเกินไปอย่างที่ว่า จนควบคุมความประพฤติลิงไม่ไหว อีกทั้งยังต้องเสียค่าเลี้ยงดูเยอะอีกด้วย

ผมไม่ได้ติดตามเรื่องลิงลพบุรีอย่างใกล้ชิด จึงไม่รู้ว่าผลที่สุดลงเอยกันอย่างไร ลิงลพบุรียังอยู่ครบหรือไม่

ว่าไปแล้ว ลิงที่มีจำนวนมาก ๆ มีปัญหาทุกแห่ง ไม่ใช่มีเฉพาะที่ลพบุรีเท่านั้น

ที่สนามกอล์ฟในค่ายทหารของราชบุรีนั้น เคยมีบ่อยที่ลิงวิ่งลงมาที่สนามกอล์ฟแล้วเก็บลูกกอล์ฟปีนขึ้นไปบนต้นไม้

พนักงานของสนามกอล์ฟจึงต้องคอยใช้ปืนลมยิงไล่ลิง

ที่เขากระจกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งของไทยที่มีลิงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว

แม่ค้าที่นั่งขายของอยู่บริเวณนั้นจะต้องนั่งถือไม้เรียวไว้ไล่ลิง แล้วคอยบอกเจ้าของรถเก๋งคันงามว่าให้ปิดรถไว้ดี ๆ ไม่ใช่กลัวลิงจะขโมยรถ แต่ลิงจะเข้าไปรื้อของในรถ

ยิ่งนับวัน ปัญหาเรื่องลิงจะต้องมีเพิ่มขึ้น  อีกทุกแห่ง ทั้งนี้ก็เพราะลิงไม่เคยคิดทำหมัน ไม่    เคยวางแผนครอบครัว ขยายพันธุ์มากขึ้นและมากขึ้น

ถึงแม้ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องลิง

แต่ผมก็อยากจะช่วยทางการเสนอวิธีการแก้ปัญหาเรื่องลิง

วิธีแก้ปัญหาเท่าที่ผมคิดได้ก็คือ ที่ไหนมีลิงอยู่แล้วก็ให้เลี้ยงลิงไว้ต่อไป

พอเห็นว่าลิงที่ใดเริ่มมีมากขึ้นก็ให้จับลิงส่วนเกินส่งไปอยู่ที่ป่าใดป่าหนึ่งทั่วประเทศ ที่ไหนเป็นป่า ปล่อยลิงได้ทั้งนั้น ลิงน่าจะปรับตัวหากินของมันเองได้ หรือถ้าไม่แน่ใจก็ให้สอบถามกรมป่าไม้ดูได้ เพื่อให้กรมป่าไม้เป็นผู้แนะนำป่าที่เหมาะสมสำหรับให้ลิงเข้าไปอยู่ เช่นป่าที่มีต้นไม้ออกลูกออกผลเป็นอาหารกับลิงได้

การทำอย่างที่ผมว่า จะทำให้ได้ประโยชน์ถึงสองอย่าง

อย่างแรกทำให้ได้ระบายลิงส่วนเกินออกไปอยู่ป่า

อย่างต่อมา ถ้ามีลิงได้เข้าไปอยู่ในป่า มาก ๆ พวกมันก็จะได้ช่วยกันปลูกต้นไม้ โดยกินผลไม้ป่าแล้วถ่ายเมล็ดออกมาให้ได้งอกเป็นต้นไม้ ป่าเมืองไทยก็จะมีมากขึ้น.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

เศรษฐีพระธาตุ – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published สิงหาคม 9, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 3 สิงหาคม 2557 เวลา 00:00 น.

คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต หรือในนาม ปากกา นิตยา นาฏยสุนทร นักประพันธ์ชั้นครูของเมืองไทย เป็นผู้หนึ่งที่เริ่มต้นมีพระบรมสารีริกธาตุเพียงสององค์เท่านั้น

ในเวลาต่อมาพระอรหันตธาตุและพระธาตุ    ของพระอริยสงฆ์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เสด็จมาปรากฏเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ท่านผู้นี้เป็นเศรษฐีพระธาตุ

เดิมทีคุณหญิงสุรีพันธุ์ไม่เคยเชื่อเรื่องทางนี้มา ก่อน แล้ววันหนึ่งท่านได้รับพระบรมสารีริกธาตุจาก พลตำรวจโทนายแพทย์สมศักดิ์ สืบสงวน จำนวน 4 องค์ เพื่อให้นำไว้บูชา คุณหญิงสุรีพันธุ์มองพระธาตุครั้งแรกเห็นว่าเป็นเม็ดอะไรก็ไม่ทราบ เล็กนิดเดียว คล้ายหินกรวดอีกทั้งยังมีผิวมันเลื่อมคล้ายมุก

ท่านจึงมองสิ่งที่ได้รับมอบแล้วเฉย ๆ ไม่ยอมจับ ไม่ยอมไหว้ ใจก็นึกว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปตั้งสองพันห้าร้อยปียังจะมีอะไรเหลืออยู่อีกหรือ หลอกเราก็ไม่รู้ นึกว่าแค่นั้น แต่ก็แปลกรู้สึกเหมือนมีแสงไฟปล๊าบเข้ามาที่ทรวงอก นี่มันอะไรกัน เป็นความบังเอิญหรือเปล่า

ถึงกระนั้นก็ยังไม่เชื่อ พยายามมองพิจารณาใหม่ ยังไม่ยอมยกมือไหว้ แถมยังคิดท้าทายอีกว่า ถ้าเป็นพระธาตุจริง ทำอะไรให้เห็นอีกสักหน่อยซิ ก็อีก ทีนี้รู้ตัวเหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้า วาบเข้าไปที่ทรวงอก ก็เลยต้องยกมือไหว้ พร้อมกับนึกในใจว่า “ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ”

เมื่อกลับมาถึงบ้านนำ    พระธาตุให้ คุณวิลาศ มณีวัต ผู้เป็นสามีและลูก ๆ ดู พบว่า     พระธาตุเสด็จมาเพิ่มอีกสององค์มีลักษณะเล็กกลมเหมือนมุก เปล่งรัศมีเป็นประกาย สวยงามเหลือเกิน

จากนั้นคุณหญิงสุรีพันธุ์ได้เก็บพระธาตุไว้บูชา ปรากฏว่ามีเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น เป็นพัน เป็นหมื่น จนเป็นแสนองค์

คุณหญิงสุรีพันธุ์ไม่ได้เก็บพระธาตุไว้เองทั้งหมดแต่แบ่งแจกผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ร่วมทำบุญทอดกฐินที่วัดต่าง ๆ ร่วมกับท่าน

พระอาจารย์วัน อุตตโม ก็เคยมอบพระธาตุให้คุณหญิงสุรีพันธุ์มาจำนวนหนึ่ง สุดท้ายก็มีมาเพิ่มขึ้นอีก รวมทั้งของเก่าของใหม่เป็นล้านองค์เข้าไปแล้ว

คุณหญิงสุรีพันธุ์เคยสอบถามพระอาจารย์วัน อุตตโมว่า พระธาตุมีมากขึ้นเพราะอะไร ท่านตอบว่า พระบรมสารีริกธาตุมีอิทธิปาฏิหาริย์ ลอยไปลอยมาได้ บางทีจะให้เราได้เห็นตอนกลางคืน มีแสงเป็นดวงกลม ซึ่งหลายคนก็เคยพบ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เคยประสบด้วยพระองค์เอง

คุณหญิงสุรีพันธุ์ไม่ได้มีแต่พระบรมสารีริกธาตุแต่มีพระอรหันตธาตุเป็นจำนวนมากดังกล่าวข้างต้น เพราะนับตั้งแต่ท่านเลื่อมใสศรัทธาเรื่องนี้ ท่านได้ทุ่มเทในการทำบุญทำกุศลตลอดมา

คุณหญิงสุรีพันธุ์ได้เข้าวัดกราบไหว้พระอาจารย์ที่ประชาชนให้ความศรัทธาเชื่อถือ อาทิ หลวงปู่ เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่ ชอบ ฐานสโม หลวงปู่ หลุย จันทสาโร หลวงปู่ เกต ขันติโก หลวงปู่ สอ พันธุโล และ พระอาจารย์ จวน กุลเชฎโฐ

คุณหญิงสุรีพันธุ์ได้นำประสบการณ์จริงที่ได้พระธาตุมาบูชาเขียนเป็นหนังสือมาแล้วหลายเล่ม เล่มล่าสุด มีชื่อว่า

พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ

เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับพระธาตุอย่างครบครันพร้อมมีภาพประกอบอีกร้อยกว่ารูป

ดูจากภาพ จะได้รู้ว่ารูปพรรณสัณฐานของพระธาตุแต่ละองค์นั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร เช่น กลม ยาวรี เป็นเหลี่ยม อีกทั้งยังมีสีที่แตกต่างกันด้วย

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ภายในเล่มมีภาพพระบรมธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า พระธาตุพระโมคคัลลาน์ พระธาตุพระอานนท์ พระธาตุพระสารีบุตร พระธาตุพระสิวลี และพระธาตุพระอรหันต์นิรนาม

โดยทั่วไปคุณหญิงสุรีพันธุ์จะเขียนหนังสือทางธรรมเพื่อแจก ทว่าสำหรับหนังสือเล่มล่าสุดนี้คุณสัมพันธ์ ก้องสมุทร ในนามสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้นำไปจัดพิมพ์เพื่อจัดหารายได้เป็นสวัสดิการให้นักเขียน

ผู้สนใจหาซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หากหาซื้อไม่ได้ติดต่อซื้อโดยตรงได้ที่ โทร. 08-9441-3978.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

งานแสดงสินค้าออร์แกนิค – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published สิงหาคม 9, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 20 กรกฎาคม 2557 เวลา 00:00 น.

นักโภชนาการทุกคนยืนยันว่ากินผักแล้วจะไม่อ้วน

แต่ก็ยังมีคนค้านว่า ไม่จริงหรอก เพราะควายกินหญ้า ทุกมื้อ ยังอ้วนได้เลย

หญ้าก็คือผักชนิดหนึ่ง

ผมยอมรับว่าเป็นจริง ก็เหมือนกับช้างนั้นแหละ ช้างกินแต่ผลไม้กับหญ้าไม่เคยกินข้าวขาหมู ก็ยังอ้วนได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้ คนทั้งโลก โดยเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ อย่างสหรัฐอเมริกา ได้มองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว โดยได้มองไปไกลถึงอาหารออร์แกนิค

ตอนได้ยินคำนี้ใหม่ ๆ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ออร์แกนิค คืออะไร

เพิ่งมารู้ตอนหลังว่า เป็นอาหารที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์

ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี จึงต้องได้รับการอธิบายต่อจากผู้รู้ว่า หมายถึงอาหารที่ผลิตขึ้นมาอย่างธรรมชาติ เช่น ถ้าเป็นผักก็จะมีการปลูกอย่างถูกวิธีไม่มีสารปนเปื้อน แม้ปุ๋ยก็จะห้ามใช้ปุ๋ยเคมีเด็ดขาด

อย่าว่าแต่ผักเลย แม้ไข่ไก่ก็ต้องควบคุมคุณภาพ ด้วยการปล่อยแม่ไก่ให้มีชีวิตอิสระสบาย ๆ เพื่อจะได้เป็นแม่ไก่ที่มีอารมณ์ดี

ฉะนั้น พอแม่ไก่ออกไข่ก็จะได้ไข่ที่มีคุณภาพกว่าไข่ไก่ทั่วไปที่แม่ไก่ถูกขังอยู่ในกรงตับ ไข่ไก่ชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า ไข่ไก่อารมณ์ดี

นอกจากไก่แล้วยังมีเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมู เป็นวัว หากเลี้ยงด้วยวิธีออร์แกนิคก็จะได้เนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ

แล้วยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น การทำเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

คนที่รักสุขภาพและอยากมีอายุยืนยาวอย่างมีความสุขในสมัยนี้จึงพากันหันมาดูแลสุขภาพด้วยการกินอาหารและใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคกันมากขึ้น

จากเคยกินเนื้อสัตว์ที่มีขายอยู่ทั่วไปก็หันไปกินเนื้อออร์แกนิค

จากที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางทั่วไปก็หันไปใช้เครื่องสำอางออร์แกนิค

สำหรับเรื่องนี้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

ความต้องการบริโภคสินค้าและอาหาร ออร์แกนิคในทุกรูปแบบทั่วโลกขยายตัวขึ้นทุกปี

ตามสถิติล่าสุดมีการขายสินค้าออร์แกนิคของตลาดทั่วโลกมีถึงหกหมื่นกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ขอผู้อ่านและไม่ได้อ่านคิดกันเอาเอง

คนอเมริกันเห่อกินอาหารและใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคมากกว่าเพื่อน

สำหรับเมืองไทยก็มีแนวโน้มหันมาบริโภคอาหารและใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคมากขึ้น เช่นกัน

แต่เหตุที่อาหารออร์แกนิคยังขยายตัวไม่ได้มากเท่าที่ควร เป็นเพราะหาซื้อยากมากกว่าเหตุผลอื่น

ด้วยเหตุดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดงานแสดงสินค้าออร์แกนิคขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นการแนะนำให้คนทั่วไปได้รู้จักอาหารออร์แกนิคด้วย

ภายในงานได้มีการออกร้านประมาณสองร้อยร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าออร์แกนิค เช่น ข้าว เครื่องดื่ม ผัก อาหารแปรรูป สมุนไพร เครื่องสำอาง ฯลฯ

สิ่งที่จะทำให้ผู้ไปร่วมงานพอใจแน่ ๆ ก็คือ นิทรรศการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณ สุข สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ และสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย

นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการปรุงอาหารออร์แกนิคจากสุดยอดเชฟและดาราชื่อดัง

อีกทั้งจัดให้มีการสัมภาษณ์ผู้มีชื่อเสียงหลายคนจากประสบการณ์จริงเรื่อง สวยง่าย ๆ ด้วยออร์แกนิค

สัมภาษณ์คุณแม่ อัญชลี เทวอักษร เรื่องสู้ภูมิแพ้ให้ลูกด้วยวิธีออร์แกนิค

แล้วยังมีการสอนโยคะง่าย ๆ ในที่ทำงานกับ วลัยพัชร อักษรดี ครูโยคะชื่อดัง

ผู้ที่ไปร่วมงานยังจะได้ตรวจเลือดเพื่อหาสารตกค้างฟรีด้วย มีข้อแม้อย่างเดียวว่า พอไปถึงจะต้องรีบต่อคิวแจ้งจุดประสงค์ทันที เพราะรับได้เพียงวันละร้อยคนเท่านั้น

อีกอย่างหนึ่งที่ผู้ไปร่วมงานจะได้รับคือปุ๋ยเพื่อนำกลับมาใส่ต้นไม้ และแน่นอนมีร้านอาหาร ออร์แกนิคไว้บริการด้วย

สำหรับอาหารต้องจ่ายเงินนะครับ ไม่มีแจก

เกือบลืมบอกไปว่างานแสดงสินค้าออร์แกนิคครั้งนี้เป็นงานแสดงสินค้าธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เท่าที่เคยมีมา มีงานระหว่างวันที่ 24–27 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครับผม.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

พระของประชาชน – สบายๆสไตล์ไมตรี

Published สิงหาคม 9, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 13 กรกฎาคม 2557 เวลา 00:00 น.

“ท่านคือพระของประชาชน เป็นประทีปในท่ามกลางความมืด”

ที่ว่านี้หมายถึงสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หรือที่พุทธศาสนิกชนกล่าวพระนามท่านสั้น ๆ ว่า พระญาณสังวร

พระญาณสังวรได้สิ้นพระชนม์ไปหลายเดือนแล้ว แต่ด้วยความเป็นพระของประชาชนจึงทำให้คนไทยทั่วประเทศยังระลึกถึงด้วยความเคารพศรัทธาอย่างไม่มีวันลืมเลือน โดยเฉพาะคติธรรมคำสอนล้วนมีค่ายิ่ง เช่น

“การเพ่งดูผู้อื่น ทำให้ตนเองไม่เป็น สุข แต่การเพ่งดูใจตนเองทำให้เป็นสุขได้”

“เมื่อทุกข์เกิดขึ้นที่จิตใจ ก็ต้องดับจากจิตใจ”

“คำว่าชีวิต มิได้มีความหมายเพียงแค่ความเป็นอยู่แห่งร่างกาย แต่หมายถึงความสุข ความทุกข์ ความเจริญ ความเสื่อมของบุคคลในทางต่าง ๆ ด้วย”

“คนรักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด สัตว์ก็รักสุขเกลียดทุกข์ฉันนั้น จึงไม่ควรสร้างสุขให้ตนเอง ด้วยการก่อความทุกข์ให้แก่คนอื่น”

“โดยมากอุปสรรคต่าง ๆ เป็นเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อย ไม่มีสาระ แต่มักจะรับเข้ายึดถือเป็นอารมณ์กวนใจให้เดือดร้อนไปเอง”

“การที่จะดูว่าอะไรดีหรือไม่ดี ต้องดูให้ยืดยาวออกไปถึงปลายทาง มิใช่เพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ”

“เอาสมาธิมาตั้งในงานที่ทำ ก็จะทำงานได้ดี”

“การเชื่อเรื่องกรรม ถ้าเชื่อให้ถูกทางก็จะแก้ความเชื่อเรื่องโชคลาภต่าง ๆ ได้เป็นอันมาก”

“กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง กรรมดีให้ผลดีจริง กรรมชั่วให้ผลชั่วจริง ผู้ใดทำกรรมใดไว้ จึงเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”

“บาปบุญมีผลแห่งผู้ทำจริง เชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่พึงประมาท เพราะเมื่อเกิดผลแล้วจะต้องเสียใจเป็นที่สุด ใครก็ช่วยไม่ได้ ทำดีไว้ก่อนดีกว่า”

“ความคิดเป็นเหตุแห่งความทุกข์ และความคิดก็เป็นเหตุแห่งความสุขได้จึงพึงรอบคอบในการใช้ความคิด”

“ความคิดผิดคือมือมีพลังที่จะดึงความทุกข์ร้อนร้อยแปดประการเข้ารุมล้อมจิตใจทำให้เป็นทุกข์”

“ความคิดที่ประกอบด้วยสติและปัญญาคือเหตุผลเท่านั้นที่จะชำระล้างกิเลสเครื่องเศร้าหมองมิให้แปดเปื้อนใจได้”

“ปัญญาเท่านั้นที่ทำให้คนเหนือคน ทั้งด้านความดี ความสำเร็จ ความสุข”

“ความรู้ถูก รู้ผิด รู้ดี รู้ชั่วนั้นสำคัญมาก จะคิด จะพูด จะทำอะไร ให้คำนึงถึงความถูกความผิด ความดี ความชั่วได้อย่างยิ่ง”

“เหตุร้ายแรงอันเกิดจากกิเลสของมนุษย์นั้นควรนำมาเป็นครูอบรมจิตใจได้อย่างดีที่สุด”

“อำนาจของกิเลสนั้น เป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่เหนืออำนาจอื่นใดทั้งปวง มีอำนาจเดียวที่อาจชนะอำนาจของกิเลสได้ นั่นคืออำนาจแห่งธรรมะ”

“ใจสำคัญที่สุด ใจต้องคิดไปก่อนเป็นมโนกรรม กรรมทางใจ อะไร ๆ จึงเป็นผลตามมา จะดีจะชั่วก็แล้วแต่ใจ”

“สิ่งที่ควรระวังที่สุดคือใจตนเอง ไม่ใช่ใจคนอื่น ไม่ใช่เรื่องคนอื่น”

“อันใจนั้นฝึกได้ ไม่ใช่ฝึกไม่ได้ ฝึกอย่างใดก็จะเป็นอย่างนั้น ฝึกให้ดีก็จะดี ฝึกให้ร้ายก็จะร้าย”

“ความมีน้ำใจ เป็นจุดเริ่มต้นของความดีทุกอย่าง”

“อะไรที่ไม่ดี ขอจงพยายามอย่าทำ อะไรที่ดีขอจงพยายามทำ พยายามให้เต็มสติปัญญาความสามารถ”

คติธรรมคำสอนข้างต้นปรากฏอยู่ในหนังสือ รอยทางเจริญธรรม ที่ อาจารย์สมปอง ดวงไสว ได้คัดสรร จากหนังสือ    พระนิพนธ์ของสมเด็จพระญาณสังวร และได้นำมาจัดพิมพ์ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ กาญจนบุรี เนื่องในวโรกาส 101 ปี ชาตกาลสมเด็จพระญาณสังวร

ในเล่มไม่ได้มีแต่คติธรรมคำสอนเท่านั้น แต่มีเรื่องอื่น ๆ อีกมาก รวมทั้งบทกวีของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิวกานท์ ปทุมสูติ สุธีร์ พุ่มกุมาร และ ยุทธ โตอดิแพทย์

อีกทั้งยังเป็นหนังสือที่มีรูปเล่มที่สวยงามด้วย เพราะมีภาพประกอบของ ธีรภาพ โลหิตกุล และ ครูสงคราม โพธิ์วิไล

หนังสือรอยทางเจริญธรรม มีจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หากหาซื้อที่ไหนไม่ได้สั่งซื้อโดยตรงได้ที่ บริษัทชนนิยม โทร. 08-6378-2516.

ไมตรี ลิมปิชาติ

http://www.facebook.com/maitree.limpichart.writer

%d bloggers like this: