สถานการณ์ร้อน

All posts tagged สถานการณ์ร้อน

ขรก.เกียร์ว่างหายนะของ‘เรือแป๊ะ’

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/324219

สถานการณ์ร้อน

ขรก.เกียร์ว่างหายนะของ‘เรือแป๊ะ’

“บิ๊กตู่” รู้ดีแก่ใจว่า ก้าวย่างนับจากนี้ จะเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่รู้ชะตากรรม รวมถึงปมปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

วันพฤหัสที่ 28 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

นับถึงนาทีนี้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการนำพา “เรือแป๊ะ” ล่องไปให้ถึงฝั่งฝันตามแผนโรดแม็พ คสช.

บิ๊กตู่” รู้ดีแก่ใจว่า ก้าวย่างนับจากนี้ จะเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่รู้ชะตากรรม รวมถึงปมปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

ทว่าสัญญาณอันตรายที่ต้องจับตานาทีนี้ กลับอยู่ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ผ่านมา เมื่อท่านผู้นำเปรยในที่ประชุมว่า นโยบายหลายอย่างที่สั่งการลงไปไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม และได้สั่งการให้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกกระทรวง เข้าไป “ขันนอต” การทำงานของข้าราชการ

หากพบ “ข้าราชการเกียร์ว่าง” ไม่ทำงาน ต้องมีมาตรการลงโทษคือ ให้ย้ายออก และพิจารณาปรับลดบำเหน็จต่อไป!!

ล้อกับคิวของ พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ที่ยอมรับว่า “บิ๊กตู่” มีความเป็นห่วงการทำงานของข้าราชการระดับล่างเพราะหากระดับบนขยับแต่ระดับล่างนิ่งเฉยจะส่งผลให้งานต่าง ๆ ล่าช้า หากพบข้าราชการไม่ทำงาน ต้องมีการโยกย้าย และอาจมีการงดบำเหน็จ

จับอาการได้ถึงปัญหาข้าราชการบางส่วนเริ่มปรับตัวเข้าสู่ “โหมดเกียร์ว่าง” บางส่วนตอบสนองงานล่าช้า ไม่ทันใจท่านผู้นำ ซึ่งอาจมีเหตุผลจาก “รสนิยม” ทางการเมือง ที่แตกต่างกัน

ที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” พยายามจัดแถวข้าราชการระดับสูง มีการใช้ทั้งพระเดช และพระคุณ งัดมาตรการ เลื่อน-ลด-ปลด-ย้าย ครั้งมโหฬาร

ตัวอย่างล่าสุด ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง เกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อหวังให้สนองงาน แทน ปลัด ทส. คนเดิม ที่มีปัญหากับ รมต.เจ้ากระทรวง

นอกจากนี้ยังมีรายการ “ซื้อใจ” ข้าราชการ 1.98 ล้านคน ด้วยการคลอด พ.ร.บ. 4 ฉบับคือ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.ระเบียบเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558, พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2558

มีเนื้อหา ปรับเพิ่มเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้น้อยทุกประเภท ตั้งแต่ระดับ 1-7 ในอัตรา 4% ของเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในปัจจุบัน และปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการทุกประเภททุกระดับ เพิ่มขึ้นอีกไม่เกิน 10% โดยต้องใช้เงินงบประมาณประจำปี 2558 เพิ่มประมาณ 22,000 ล้านบาท !!

บิ๊กตู่” รู้ดีว่า การจะนำพา “เรือแป๊ะ” เพื่อไปให้ถึงฝั่งฝันตามแผนโรดแม็พจำต้องใช้ทั้ง “พระเดช” และ “พระคุณ”

เมื่อมีการอัดเม็ดเงินเป็นขวัญกำลังใจ ผลักดันให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่หากผลลัพธ์ที่ออกมา พบว่าไม่เป็นที่น่าพอใจ ข้าราชการทำงานไม่เข้าเป้า

ฉากต่อไปที่จะได้เห็นคือการ “ลงแส้” ข้าราชการน้อยใหญ่ เพื่อให้เร่งปั๊มผลงาน

นาทีนี้ “บิ๊กตู่” รู้ดีว่า โรดแม็พ คสช. ไม่อาจสำเร็จได้เลย หาก ข้าราชการ ไม่ออกแรงเร่งฝีพาย ขับเคลื่อน “เรือแป๊ะ” และถือเป็นหายนะสำคัญที่ชี้เป็น ชี้ตาย คสช< 

เดินหน้าปฏิรูป:การบ้านของกมธ.ยกร่างฯ

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/323962

สถานการณ์ร้อน

เดินหน้าปฏิรูป:การบ้านของกมธ.ยกร่างฯ

วันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่ “แม่น้ำห้าสาย” จะส่งความเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญไปยัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2558 เวลา 9:41 น.

วันที่25พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่ “แม่น้ำห้าสาย” จะส่งความเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญไปยัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก่อนที่จะให้เวลาในการปรับแก้เนื้อ หารัฐธรรมนูญอีก90วันจากนั้นจึงจะส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โหวตรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่ ..ทั้งฉบับ

ซึ่งจากการขยายเงื่อนเวลานี้ จากเดิมที่จะต้องโหวตในวันที่6ส.ค. ก็ต้องเลื่อนไปอีก1เดือน สำหรับกระแสที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็เป็นกระแสที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญหลายมาตราจนมีข่าวว่า สปช.บางส่วนอาจโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระแสนี้มีมายาวนานต่อเนื่องระยะหนึ่ง ตั้งแต่มีการยกร่างเสร็จ

การมีกระแสเช่นนี้ไม่ใช่ผลดีต่อการทำประชามติเพราะหากภายในของแม่น้ำห้าสายยังถกเถียงกันอย่างไม่เรียบร้อย การทำประชามติก็อาจมี“มือที่สาม”หรือ“คลื่นใต้น้ำ” อื่น ๆ เคลื่อนไหวเพื่อให้ประชาชนคว่ำร่างรัฐธรรมนูญได้ง่ายก็ในเมื่อองคาพยพเดียวกันยังเห็นต่างกัน ประชาชนก็คงจะเห็นว่า“ของ” ที่ออกมามันไม่ได้ดีนัก

ในช่วง90วันหลังรับฟังความเห็นหน่วยงานต่าง ๆ จึงเป็นการบ้าน” ชิ้นใหญ่กว่าเดิม ของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเขียนออกมาอย่างไรให้แต่ละส่วนในแม่น้ำ5สายให้การยอมรับโดยเฉพาะในส่วนของ สปช. ซึ่งเป็นผู้ต้องโหวตรัฐธรรมนูญ เป็นองคาพยพภาคที่มีกระแสต้านมากที่สุด

สำหรับข้อเสนอต่าง ๆ ใน กมธ.ปฏิรูปแต่ละชุดก็ตกผลึก แล้วว่า จะขอแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญ8เรื่อง ซึ่ง กมธ.ที่มีข้อเสนอชัดเจนแล้ว คือ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ชุดที่มี นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานโดยข้อเสนอที่สำคัญคือ เรื่องนายกฯ คนนอก ที่ กมธ. เห็นควรแล้วให้ตัดออกโดยหากเกิดวิกฤติ ให้ปลัดกระทรวงโหวตรักษาการนายกฯ เอง

ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่รับได้ เพราะหากเปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอก เป็นการ“สุ่มเสี่ยง”ที่จะถูกมองว่า“ผู้มีอำนาจในขณะนี้”กำลังหาช่องทางเข้าสู่อำนาจทางลัด ดังนั้นตัดไปเสียจะดีกว่า ส่วนเรื่องระบบเลือกตั้ง ส.ส. ก็คล้ายของรัฐธรรมนูญ50คือให้มีการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ ส.ส.2-3คน และมี ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 100คน

ในส่วนของ ครม. ก็ประชุมจนได้ข้อเสนอให้ตัดการเลือกตั้งระบบโอเพ่นลิสต์ทิ้ง คาดว่า อาจเป็นความยุ่งยากในการเลือกตั้ง และให้ กกต.คงอำนาจในการจัดเลือกตั้งตามเดิม นอกจากนี้ยังมีข้อเสนออื่น ๆ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรที่จะตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ที่จะให้เป็นองค์กรตรวจสอบถ่วงดุล ก็ให้ไปใส่ไว้ในกฎหมายลูก

ซึ่งข้อเสนอที่น่าสนใจพิจารณาที่สุด เห็นจะเป็นข้อเสนอของพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ได้แสดงความเป็นห่วงไว้ว่า ต้องมีการเขียน“บทบัญญัติ” ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่สานงานต่อจากรัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะงานด้านการปฏิรูปและด้านปรองดองถ้าไม่เขียนกำกับไว้เห็นจะไม่ทำ

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้มีท่าทีด้วยว่า ต้องดูถึงสาเหตุที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ประเทศไทยแก้ปัญหาโดยใช้วิธีนี้มาตลอดแต่หากทุกคนทำตามหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรมจริยธรรมก็คงไม่เกิด ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุนี้อีกก็ต้องหามาตรการใส่ในรัฐธรรมนูญให้ได้ ว่าทำอย่างไรถึงจะไม่ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีก

ข้อเสนอนี้คาดว่าคงต้องดูในหมวดคุณธรรมจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นสำคัญและจะเป็นข้อเสนอที่เป็น “การบ้าน” ชิ้นใหญ่มากของ กมธ.ยกร่างที่น่าจับตามอง.

ฟ้องแพ่งจำนำข้าวปิดจ๊อบประชานิยม

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/323714

สถานการณ์ร้อน

ฟ้องแพ่งจำนำข้าวปิดจ๊อบประชานิยม

เป็นความหาญกล้าของ “อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กมธ.ยกร่างฯ เดินสายโชว์พาว เผยแพร่ความรู้และรับฟังความเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่จ.ขอนแก่น

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

กล้าประกาศกลางวงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แสดงความมั่นใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกคว่ำกลางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แน่นอน เพราะ สปช. ย่อมาจากเสียงประชาชน

เป็นความหาญกล้าของ“อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลังจากที่ก่อนหน้านี้ กมธ.ยกร่างฯ เดินสายโชว์พาว เผยแพร่ความรู้และรับฟังความเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่จ.ขอนแก่น

โดยกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา

แต่ยังคาใจถึงปมร้อนประเด็นการเมือง ไม่เห็นด้วยกับปมนายกฯมาจากคนนอก และ ปมคณะกรรมการกลั่นกรองผู้เหมาะสมลงสมัคร ส.. ก่อนให้ประชาชนแต่ละจังหวัดได้กาบัตร

คำประกาศของ “อ.บวรศักดิ์” ไม่ว่าจะได้รับสัญญาณอะไรมา หรือหยั่งรู้ผ่านการนั่งสมาธิก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ “อ.บวรศักดิ์” พูดในเวทีที่ จ.ขอนแก่น ตอนหนึ่งว่า

รัฐบาลต้องออกพันธบัตร 2 ล้านล้านบาท มีกำหนด 20 ปี เพราะต้องมาใช้หนี้จำนำข้าว ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้มีศาลวินัยการคลังและงบประมาณ เพื่อไต่สวนกรณีมีการใช้โครงการประชานิยมที่สร้างความเสียหายแก่รัฐด้วย

เป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะสกัดนักการเมืองใช้นโยบายประชานิยมเข้าล่อเพื่อขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน โดยไม่สนใจถึงผลเสียกับประเทศที่ตามมา

ซึ่งที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน 3 อดีตนักการเมือง พร้อมสั่งเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี คือ“อดีตนายกฯปู”..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการจำนำข้าวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กรณีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์กรณีข้าวจีทูจี พร้อมถอดถอนนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกรณีข้าวจีทูจี เช่นเดียวกัน

แต่ศึกยังไม่จบ ยังมีคดีแพ่งที่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาเงินคืนแผ่นดินอีก

ล่าสุด“ราเมศ รัตนะเชวง”ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าออกสื่อ กระตุกรัฐบาลเร่งเครื่องส่งฟ้องเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว โดยหวั่นว่าคดีจะหมดอายุความเสียก่อน

งานนี้“กูรูกฎหมาย”อย่าง.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแจกแจงว่า น่าจะฟ้องได้ภายในปีนี้ โดยการเรียกค่าเสียหายต้องเฉลี่ยความรับผิดชอบทางแพ่งไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่จะเหมารวมไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คนเดียว

“คดีแพ่งมีขั้นตอนตามกฎหมาย อยู่ ๆ จะไปฟ้องสุ่มสี่สุ่มห้าเลยไม่ได้ เพราะถ้าพลาดจะกระทบกับคดีได้ จึงต้องมีความรัดกุม โดยตามขั้นตอนเมื่อได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาความรับผิดทางแพ่งไว้แล้ว 2 ชุด คือคณะกรรมการพิจารณาเรื่องจำนวนความเสียหาย และคณะกรรมการพิจารณาหาตัวบุคคลที่ต้องรับผิด เมื่อได้ข้อสรุปชัดเจน ก็ต้องฟ้องภายในอายุความ ซึ่งคาดว่าจะฟ้องภายในปีนี้”

เป็นการส่งสัญญาณไปถึงบรรดาพลพรรคการเมืองให้ขยาดและรับผิดชอบต่อการวางนโยบาย พร้อมวางกติกาปิดจ๊อบประชานิยมรุมทำร้ายประเทศ.

จับสัญญาณ‘สปช.’จ่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/323479

สถานการณ์ร้อน

จับสัญญาณ‘สปช.’จ่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

การขับเคลื่อนภายใต้ “คณะรัฐบาลท็อปบู๊ต” ไม่ได้ราบรื่น และเป็นไปตามที่ “บิ๊กตู่” ได้คาดการณ์ไว้แล้วตั้งแต่แรก ว่าจะต้องเจอขวากหนาม ทุกจังหวะก้าวย่างมีแต่อุปสรรค ต้องเจอกับสิ่งแหลมคม

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

ก้าวย่างเข้าปีที่ 2 ของ“รัฐบาลท็อปบู๊ต” กับอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับคำว่า“ระวังจะเสียของ”ยังดังกึกก้องอยู่ในหัวของ“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกอย่างจึงต้องเดินหน้าตามโรดแม็พ

ดังคำสัญญาขอเวลาอีกไม่นานความงดงามจะคืนกลับมา”

การขับเคลื่อนภายใต้“คณะรัฐบาลท็อปบู๊ต”ไม่ได้ราบรื่น และเป็นไปตามที่“บิ๊กตู่”ได้คาดการณ์ไว้แล้วตั้งแต่แรก ว่าจะต้องเจอขวากหนาม ทุกจังหวะก้าวย่างมีแต่อุปสรรค ต้องเจอกับสิ่งแหลมคม ที่วางอยู่เต็มไปหมดทุกพื้นที่ คอยจ้องเสียบทุกจังหวะที่ก้าวพลาด

ถึงแม้ “บิ๊กตู่” จะพยายามเดินอย่างระมัดระวังก็ยังมีเล็ดลอดโผล่ขึ้นมาทิ่มแทงให้สะดุ้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

และเวลานี้“เรือแป๊ะ”ก็เหมือนกับได้เดินทางมาอยู่กลางแม่น้ำที่อ้างว้างยังไม่รู้จะหันหัวเรือไปทิศทางไหน ขณะคนใน“เรือแป๊ะ”ก็เกิดอาการขบเขี้ยวกันขึ้นมา เพราะยังรับไม่ได้กับร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกที่ 36 อรหันต์”จัดการเสกสรรปั้นแต่งจนได้มา315มาตรา เพราะยังเห็นว่ายังไม่เหมาะมีเนื้อหาหลายมาตราที่ต้องปรับแก้

พร้อมออกมาประกาศคว่ำร่างแน่นอน หากไม่ปรับแก้ตามเสียงส่วนใหญ่ที่คณะกรรมาธิการ สปช. ได้เสนอไป

ล่าสุดขนาดโฆษกวิป สปช.อย่าง “นายวันชัย สอนศิริ”ยังออกมาย้ำอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “สปช.”ส่วนใหญ่กล้าโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญด้วยน้ำมือตัวเองแน่ หาก36 อรหันต์ยังดึงดัน แข็งขืน ดื้อดึงไม่ปรับแก้ตามที่เสนอไปแม่น้ำสายนี้ก็มีศักดิ์ศรี จะไม่ยอมให้ใครมาควบคุมสั่งการได้

แต่วันนี้ยังไม่อยากไปกล่าวหา36 อรหันต์”ว่า ไม่ฟัง เพราะเขาบอกจะยอมแก้ไขตามเสียงส่วนใหญ่ ก็ต้องรอดูต่อไป

แต่“นายวันชัย”ยังมาแย้มประเด็นวิเคราะห์อ่านเกมล่วงหน้า ฉายภาพ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาหากให้มีการ ทำประชามติจริงจะเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นกับความมั่นคงแน่ เพราะจะต้องเปิดเวทีให้ทุกฝ่าย

ถึงวันนั้น คนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการฉีกหน้าตบหน้ารัฐบาล จะถือโอกาสใช้เวทีเหล่านี้ปลุกปั่นให้เกิดแตกแยกได้ในเวลาเพียง 1หรือ 2เดือน

ดังนั้นถ้านักการเมือง กลุ่มการเมือง ไม่ยอมรับต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว เขาจะเอาฐานมวลชนออกมา คว่ำรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้แน่

ถ้า ประชามติ ไม่ผ่านก็เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา เสียหน้า ทั้ง“ครม. คสช. กมธ.ยกร่างฯ รวม สปช.”ด้วย แต่ถ้า สปช. ลงมือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแล้ว บ้านเมืองก็จะได้ไม่วุ่นวาย ไร้แรงกระเพื่อมจากการ ทำประชามติ

“บางคนมั่นใจ ว่าประชามติ จะผ่าน แต่จู่ ๆ จะไปกวนน้ำให้ขุ่นทำไม ผมอยากให้ สปช. เสียสละมาช่วยกันเราไม่น่าจะปล่อยให้ระยะเวลานี้เกิดความปั่นป่วน แม้ว่าผมจะต้องพ้นไปโดยไม่มีตำแหน่งแล้วแต่ถ้าบ้านเมืองไปต่อได้ ผมยอมแลก”

การส่งสัญญาณเช่นนี้ของ“นายวันชัย”เชื่อว่าหลายคนอดคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากฟันธงไปตามคำพูดว่า สปช.เดินเกมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่ ๆ

ขณะที่ ’แป๊ะ“ เองก็ยังคิดไม่ตก ได้แต่บ่นกระปอดกระแปดถึงความรู้สึกให้ได้ยิน ว่าการทำงานมา 1 ปี ทำไมถึงนาน และรู้สึกกังวลว่า
การแก้ปัญหาในจุดโครงสร้าง กับการวางรากฐานที่ชัดเจน จะไปยังไงต่อ ที่ ’บิ๊กตู่“ มองว่าเป็นเรื่องของอนาคต ที่ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีกินดี หลุดพ้นความขัดแย้ง

ดังนั้นก็ต้องรอดูว่า “แป๊ะ”จะเลือกทางเดินไหนให้ประเทศเดินหน้า แต่เวลานี้ได้แต่จุดพลุให้เห็นหลังถูกบีบจนหน้าเขียวให้ ทำประชามติด้วยการปลดล็อกแก้กฎหมายเปิดช่องให้ทำประชามติได้ ซึ่งก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการจัดการปัญหา.

เข้าคูหาช้า-เร็ว นักเลือกตั้งร่วมกำหนด

Published สิงหาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/322901

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2558 เวลา 9:32 น.

สถานการณ์ร้อน
เข้าคูหาช้า-เร็ว นักเลือกตั้งร่วมกำหนด
แม้วันนี้พรรคการเมืองยังติดคำสั่ง คสช. แช่แข็งห้ามเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่ง อาจารย์วิษณุ แย้มออกมาว่า “ถ้าไปถึงจุดที่จะทำประชามติ เชื่อว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาเพื่อให้เกิดบรรยากาศของการทำประชามติอย่างแท้จริง”

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2558 เวลา 9:32 น.

หลังเสียงเรียกร้องการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังระงมมานานในที่สุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ฟันธงเป็นเอกฉันท์ แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไขกุญแจประตู เปิดช่องทางการทำประชามติได้

เลยต้องพ่วงออพชั่นเพิ่มเวลาปรับแก้ ร่างรัฐธรรมนูญ หลังรับฟังความเห็น ให้กมธ.ยกร่างฯ อีกไม่เกิน30วันแต่ยังไม่วายแทงกั๊ก ขอตัดสินใจทำหรือไม่ทำประชามติอีกที

ตรงนี้นายวิษณุ เครืองาม มือกฎหมาย ครม.ให้เหตุผลน่าสนใจว่าต้องรอดูหน้าตาร่างสุดท้ายของรัฐธรรมนูญที่จะออกมาก่อน ถึงวันนั้นประชาชนและฝ่ายการเมืองอาจเห็นด้วย กับกติกาใหม่ ไม่อยากทำประชามติก็เป็นได้

กมธ.ยกร่างฯ ยังมีเวลาโยนหินถามทาง ให้สังคมแสดงความคิดเห็นซักพัก หลังจากนิ่งเงียบมานาน ก่อนยอมปรับเนื้อหาในปมร้อนไม่กี่วันมานี้ เกมนี้ต้องดูยาว เพราะเมื่อเพิ่มเวลาปรับแก้ร่างรธน. กว่า สปช. จะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมวันที่6ส.ค. ก็คงต้องเลื่อนออกไปไม่เกิน30วัน ถ้าไม่รับ ก็นับหนึ่ง หา สปช.และ กมธ.ยกร่างฯ กันใหม่ ถ้ารับ เวลานั้นเราถึงจะได้คำตอบที่ชัดเจน ว่าจะทำประชามติหรือไม่

หากมีการตัดสินใจทำประชามติ นักเลือกตั้งคงต้องรอเวลาคืนสนามกันอีกนาน จากการคำนวณของผู้รู้ กว่าจะทำประชามติได้ก็ต้นปี59จากนั้นอีก7เดือน ถึงจะมีการเลือกตั้ง

ห้วงเวลาก่อนทำประชามติ น่าสนใจ นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องสร้างความรับรู้แล้ว

ยังต้องจับตากลุ่มการเมืองพากันแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับคนดี หากกมธ.ยกร่างฯ แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไม่โดนใจพลพรรคการเมือง คงได้เห็นอาการปลุกเร้ากลุ่มผู้สนับสนุน ซึ่งจะกระทบต่อทิศทางการทำประชามติแน่นอน

แม้วันนี้พรรคการเมืองยังติดคำสั่ง คสช. แช่แข็งห้ามเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่ง อาจารย์วิษณุ แย้มออกมาว่า“ถ้าไปถึงจุดที่จะทำประชามติ เชื่อว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาเพื่อให้เกิดบรรยากาศของการทำประชามติอย่างแท้จริง”

หากวันทำประชามติมาถึง คงต้องถามใจนักเลือกตั้งว่าจะพอใจลงเล่นในกติกาใหม่ที่ กมธ.ยกร่างฯปรับแก้หรือไม่ ถ้าไม่พอใจจะมีแรงเคลื่อนอย่างไร ซึ่งพลพรรคการเมืองเองต้องยอมรับผลที่ออกมาด้วย โดยเฉพาะผลกระทบต่อกรอบเวลาการเลือกตั้งที่ต้องยืดออกไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าผลประชามติเป็นลบ สิ่งที่เราจะได้เห็นคงมีสามสี่แนวทางตามที่มือกฎหมายรัฐบาลว่าไว้ คือ เริ่มนับหนึ่งใหม่ ตั้งกรรมการขึ้นมาร่างโดยไม่ต้องมี สปช. ใช้ช่องทาง สนช. หรือหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมาพิจารณาปรับปรุง

หากย้อนไปดูท่าทีของฝ่ายการเมือง ต่างออกอาการคึกคักรับเลือกตั้ง ทั้งนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ขาใหญ่เพื่อไทยจัดงานแซยิดใหญ่ ปลุกลูกพรรค และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โชว์พาว พร้อมลงเลือกตั้ง ทำให้เกิดคำถามว่า การเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจะเกิดปัญหาหรือไม่

เห็นภาพแบบนี้แล้ว คงต้องยอมรับว่า แม้โรดแม็พจะอยู่ในมือ คสช. แต่กรอบวันเลือกตั้งส่วนหนึ่งมีผลจากความเห็นของนักเลือกตั้งอาชีพด้วยเช่นกัน.

‘บิ๊กตู่’หงายไพ่ลากยาวโรดแม็พคสช.

Published สิงหาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/322663

วันพฤหัสที่ 21 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

สถานการณ์ร้อน
‘บิ๊กตู่’หงายไพ่ลากยาวโรดแม็พคสช.
บวกลบคูณหาร วิษณุ คาดว่าจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในช่วง ม.ค. 2559

วันพฤหัสที่ 21 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

หงายไพ่ใบเด็ดโชว์กลางวงอีกหนึ่งใบ เมื่อที่ประชุม “คณะรัฐมนตรี” (ครม.) และ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) มีมติเอกฉันท์ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ตามมาตรา 46 เปิดช่องให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

จับได้ถึงสัญญาณลากยาว โรดแม็พ คสช. ซึ่งนั่นหมายความว่า จะไม่มีการเลือกตั้ง ในช่วง ต้นปี 2559 ตามที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ แต่อย่างใด

งานนี้ “บิ๊กตู่” ย้ำ หากมีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องเลื่อนโรดแม็พออกไป และขออย่าคาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด

อย่าไปคาด เพราะถ้าคาดมากก็พันคอตัวเองหมด อย่าเอาผมไปพันคอคนนั้นคนนี้ วันนี้ความขัดแย้งต้องลดลง จะไม่สร้างปัญหาใหม่ เพราะประเทศกำลังเดินหน้าไปด้วยดี” บิ๊กตู่ ย้ำ

ล้อกับคิวของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายชั้นอ๋อง ผู้ทำคลอด รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 มากับมือ วิษณุ แจกแจง “ไทม์ไลน์” อย่างละเอียดว่าจะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้เสร็จ ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม. และส่งไม้ต่อให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาภายในเดือน มิ.ย. 2558

สำหรับขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 46 ของ รัฐ ธรรมนูญฉบับชั่วคราว ระบุว่า สนช. ต้องพิจารณาให้ความ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ภายใน 15 วัน

ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ สนช. จะแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมิได้ เว้นแต่ ครม. และ คสช. จะเห็นชอบด้วย

ทั้งนี้ มติให้ความเห็นชอบต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก สนช. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

เมื่อ สนช. ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภาย
ใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ สนช. มีมติ เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

วิษณุ ย้ำว่า ขั้นตอนหลังจากนั้น จะเป็นหน้าที่ ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์เอกสารร่างรัฐธรรมนูญแจกจ่ายประชาชน ที่มีสิทธิเลือกตั้ง 47 ล้านฉบับ เพื่อทำความเข้าใจก่อนลงประชามติ

บวกลบคูณหาร วิษณุ คาดว่าจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในช่วง ม.. 2559

ในกรณี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านประชามติ และผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเข้าสู่กระบวนการทำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ คือ 1. พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง 2. พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง และ 3. พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ รวมเวลาประมาณ 7 เดือน

นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งอาจต้องลากยาวออกไป ช่วงปลายปี 2559 หรือต้นปี 2560

นาทีนี้ บอกได้คำเดียวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไม่รู้อนาคตว่าจะ “พลิกคว่ำพลิกหงาย”

แต่ไม่ว่าไพ่ใบต่อไปจะหงายออกหน้าไหน บิ๊กตู่ครม.–คสช. จะได้ต่ออายุในการทำหน้าที่นำพา “รัฐนาวา” ล่องไปให้ถึงฝั่งฝันตามแผนโรดแม็พ คสช. ต่อไป

จะทำอย่างไรหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน

Published สิงหาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/322440

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

สถานการณ์ร้อน
จะทำอย่างไรหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน
ท่าทีของนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร โดยบอกว่า ต้องไปถามประชาชนด้วย

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

เงื่อนเวลาได้เร่งเร้าให้ คณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องมีการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติรัฐ ธรรมนูญ โดยก่อนหน้านี้ หนึ่งในแม่น้ำห้าสาย ได้แก่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีข้อเสนอเป็นทางการไปแล้วว่า จะต้องมีการทำประชามติ

ท่าทีของนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร โดยบอกว่าต้องไปถามประชาชนด้วยว่า พร้อมจะเสียเงิน 3 พันล้านบาทเพื่อให้มีการทำประชามติหรือไม่ และถ้าประชามติไม่ผ่านจะเอาอย่างไรซึ่งดู ๆ แล้ว ไม่รู้จะ “รับลูก” จากที่กลุ่มนักการเมืองเสนอเรื่องที่ประชามติไม่ผ่าน
หรือไม่

ข้อเสนอของกลุ่มนักการเมือง อาทิ ของพรรคเพื่อไทยคือการหยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่ง ขึ้นมา “ประกบ” กับประชามติ ว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างใหม่นี้ไม่ผ่านการลงคะแนนให้ความเห็นชอบ (ซึ่งต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของผู้มาลงคะแนน หรืออย่างน้อยต้อง 11.75 ล้านเสียง)ก็ให้เอารัฐธรรมนูญฉบับเก่ากลับมาใช้

ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอเช่นเดียวกับการทำประชามติรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 แต่ในขณะนั้นเสียงของประชาชนลงคะแนนผ่านแบบ “คาบเส้น” คือมีผู้มีสิทธิ มาออกเสียงเกินร้อยละ 50 ไปไม่เท่าไหร่และเสียงที่ผ่านประชามติก็เรียกได้ว่า “หืดขึ้นคอ” ภาคเหนือและอีสานหลายจังหวัด กลายเป็น “พื้นที่สีแดง” ที่ไม่รับรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเสียงเรียกร้องมากแนวทางเรื่องทำประชามติก็คงจะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาและเลือกใช้โดยวิธีการใช้ที่เหมาะสมที่สุด คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 46 เสียก่อน เพื่อเขียน “เงื่อนเวลา” ในการทำงานของ คสช.ใหม่ ที่อาจต้องขยายออกไปตามเวลาประชามติ

ซึ่งทางพรรคการเมืองก็คงไม่ขัดข้อง ตามที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทยเคยให้สัมภาษณ์ว่า ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ หากเงื่อนเวลาต้องขยายออกไปอีกแต่ขอให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนขณะที่พรรคการเมืองอื่นก็ไม่ได้มีท่าทีออกมาคัดค้าน หากมีการทำประชามติแล้วเวลาของ คสช.ต้อง “ยืด” ไปอีกระยะหนึ่ง

แต่การยืดเวลาออกไปหากนานเกินความจำเป็น หรือง่าย ๆ คือยืดไปจนกระทั่งไม่สามารถมีเลือกตั้งได้ในปี พ..2559 ก็จะเป็นแรงสะท้อนกลับออกมากดดัน คสช.ซึ่งหากนับห้วงเวลาแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลา 1 เดือน ประชามติใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนเงื่อนเวลาที่ขยายออกไปของ คสช.ก็ไม่น่าจะถึงครึ่งปี

ดังนั้นเงื่อนไขที่ต้องสนใจต่อไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขให้เกิดการ“ยืดอายุ”คสช. คือหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไรซึ่งอย่าได้ดูถูกไปว่า รัฐธรรมนูญจะผ่านได้ง่าย เพราะหลายเงื่อนไขที่ออกมาเพื่อ “ตีกัน”นักการเมือง เช่น มาตรา 111 (15) ก็ทำให้ภาคการเมือง (ซึ่งมีฐานมวลชนในมือ) รณรงค์ “ไม่เอา” รัฐธรรมนูญเอาง่าย ๆ

ถ้าใช้วิธีที่ว่าไม่ผ่าน ก็ต้องยกร่างไปเรื่อย ๆ เห็นจะเป็นวิธีที่ไม่ได้รับการตอบรับอย่างดีนักทางที่น่าจะเหมาะสม คือในช่วงนี้ต้องมีการ “ฟังเสียง”รอบด้านและ กมธ.ยกร่างฯ ต้องแก้ไขจนมีเสียงค้านน้อยที่สุด ก่อนส่งให้ สปช.เห็นชอบ หรือก่อนส่งไปให้มีการทำประชามติ การทำแล้วรอบเดียวผ่าน ก็ทำให้การเมือง “นิ่ง” ได้พอสมควร

การเมืองนิ่ง ไร้แรงเสียดทาน เป็นสิ่งที่คนไทยต้องการอย่างมากและ กมธ.มีส่วนทำให้เกิดได้ 

ยกเครื่องปท. ยกเครื่องนักการเมือง

Published สิงหาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/322180

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

สถานการณ์ร้อน
ยกเครื่องปท. ยกเครื่องนักการเมือง
ปมความยาวของร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหามากถึง 315 มาตรา ความยาว 43,000 คำ โดย กมธ.ยกร่างฯ พร้อมปรับแก้ ลดเนื้อหาและถ้อยคำลง 10 เปอร์เซ็นต์

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

หลังเจอเกือบทุกภาคร่วมกันตบเท้าถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับคนดีล่าสุด คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยอมเล่นบทเสือถอยส่งสัญญาณพร้อมปรับแก้ปมร้อน

ทั้งปมความยาวของร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหามากถึง 315 มาตรา ความยาว 43,000 คำ โดย กมธ.ยกร่างฯ พร้อมปรับแก้ ลดเนื้อหาและถ้อยคำลง 10 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญน่าจะเหลือไม่ถึง 300 มาตรา

รวมถึง มาตรา 181 และ 182 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเสนอกฎหมายพิเศษ ถ้าไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ถือว่าผ่านความเห็นชอบ ก็มีวี่แววว่าจะโดนตัดออก

ที่สำคัญจ่อ ละเลิกปมร้อนมาตรา 298 ป้องนักการเมืองหัวใส สอดไส้กฎหมายนิรโทษ แถมยังยื่นข้อเสนอ ขอให้นักการเมืองร่วมลงสัตยาบัน 2 ข้อ รัฐบาลห้ามโกง-ฝ่ายค้านห้ามปลุกม็อบ

ถือเป็นการเปิดช่องปูทางให้ประเทศไทยได้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ตอบโจทย์ยกเครื่องประเทศ แต่คงต้องลุ้นระทึกว่าจะเดินหน้าได้สำเร็จแค่ไหน

เพราะโจทย์ใหญ่ของประเทศ คือความแตกแยกทางความคิด ที่นักการเมืองแบ่งเป็นสองขั้วชัดเจน

ล่าสุด“อ.ปื๊ด”บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวปาฐกถาเรื่อง “อนาคตการปรองดองและสมานฉันท์สังคมไทย” ตอนหนึ่งว่า วิกฤติที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าสังคมเกิดความไม่ไว้วางใจในการนิรโทษกรรม หากจัดให้มีการเลือกตั้งและเข้าสู่ระบบการเมือง ความขัดแย้งจะยังคงอยู่

ดังนั้น กมธ.ยกร่างฯ จึงให้มีคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ (คปช.) ทำหน้าที่สร้างความปรองดองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการนำแกนนำแต่ละฝ่ายมาตกลงกัน หรือที่เรียกว่า เกี๊ยะเซียะ นอกจากนี้ คปช. ยังมีหน้าที่เสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ แก่บุคคลที่สำนึกผิดด้วย…

กมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้แก้ไขเฉพาะความขัดแย้งเฉพาะหน้า ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนมั่งมี–คนไม่มี ยังอยู่ สุดท้ายคือ จะสามารถแก้ไขได้สำเร็จหรือไม่ ผมตอบไม่ได้ แต่สัญญาณที่เห็นคือ ทุกคนยังปราศจากความไว้วางใจ พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ยังมีจุดยืนเดิม พูดภาษาเดิมเหมือน 8 ปีที่ผ่านมา ไม่สร้างความหวังเท่าไร”

ตอกย้ำด้วยคำพูดของ“หน.มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่า นักการเมืองตกเป็นจำเลยของสังคม พร้อมย้ำจุดยืนเดิม ระบอบทักษิณต้นตอขัดแย้ง

หน.มาร์ค”บอกว่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการเมืองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ระบอบทักษิณ เข้ามาทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลง ความขัดแย้งของประเทศจะไม่จบ ตราบใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการเอาชนะกฎหมายไทย

“จึงต้องถามประชาชนว่าจะเลือกอย่างไร 1. ใจแข็งอย่ายอม พ.ต.ท.ทักษิณ รอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ตายไปเอง หรือ 2. ยอม พ.ต.ท.ทักษิณ ชนะระบบยุติธรรม สำหรับผมเลือกข้อที่ 1 เพราะเชื่อว่าข้อ 2 เป็นไปไม่ได้”

เป็นแรงตอกย้ำว่า ปมปัญหาความแตกแยกยังคงฝังรากลึก ยกเครื่องประเทศจะสำเร็จได้ นักการเมืองต้องยกเครื่องตัวเองด้วย

จับตา‘2ผู้เฒ่า’เดินเกมเขย่า‘ท็อปบู๊ต’

Published สิงหาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/321934

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

สถานการณ์ร้อน
จับตา‘2ผู้เฒ่า’เดินเกมเขย่า‘ท็อปบู๊ต’
เข้าจังหวะประกาศคืนสู่ “สังเวียนการเมือง” อีกครั้งด้วยวัย 83 ปี ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากหมู่มวลสมาชิก

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

ปรากฏการณ์ทางการเมืองเริ่มเด่นชัด ความเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มขยับท้าทายอำนาจ“ท็อปบู๊ต”ไม่สนอำนาจพิเศษ ที่“บิ๊กตู่”มีอยู่ในมือห้ามนักการเมืองเคลื่อนไหวจับกลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง

เวลานี้ทำให้สปอตไลท์ ต้องจับจ้องไปที่“บิ๊กจิ๋ว”พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ“พ่อใหญ่จิ๋ว”อดีตนายทหารใหญ่ ที่เคยได้เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี จัดงานเบิร์ธเดย์ไปเมื่อวันที่ 15พ.ค. เข้าจังหวะประกาศคืนสู่“สังเวียนการเมือง”อีกครั้งด้วยวัย83ปี ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากหมู่มวลสมาชิก

อย่าง“เสนาะ เทียนทอง” ผู้เฒ่าที่เคยได้รับฉายาหลากหลายฉายาทั้ง’เจ้าพ่อวังน้ำเย็น“และ’ผู้จัดการรัฐบาล“หากลงสนามเลือกตั้งคราใดมักสามารถนำพาพรรค การเมืองไปปักธงการเมืองได้เสมอ เกมการเมืองไม่มีแพ้

มีบทบาทสนับสนุน หัวหน้าพรรคการเมืองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีถึง3คน ทั้ง“บรรหาร ศิลปอาชาพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”

โดย“ผู้เฒ่าแห่งวังน้ำเย็น” คนนี้ได้อวยพร“บิ๊กจิ๋ว” ขอให้บุญกุศลที่“บิ๊กจิ๋ว”สั่งสมมาขอจงขจัดทุกข์โรคภัยเสนียดจัญไรออกไปจากชีวิต ให้คงเหลือแต่สิ่งดีงาม คงไม่ต้องพูดจาประชดประชันรุ่นน้อง เพราะใครทำดีก็จะเห็นเอง

วันนี้เราสองคนมีบารมีที่สั่งสมกันมาไปไหนมีแต่คนรักและเคารพนับถือ

ดังนั้นในบั้นปลายชีวิตขอให้อยู่เป็นหลักชัยแก่ลูกหลาน หากมีโอกาสขอให้เข้ามาบริหารบ้านเมืองอีกครั้งยืนยันจะยืนเคียงข้าง“พี่ชาย”คนนี้ตลอดไป

ขณะที่“บิ๊กจิ๋ว”ก็ไม่กระมิดกระเมี้ยนโดดรับคำเชิญอย่างเป็นทางการ พร้อมขอบคุณทุกคนที่มาอวยพร เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการสร้างชาติ สร้างแผ่นดินให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนอดีต ทุกคนมีความปรารถนาดีต่อแผ่นดิน โปรดอย่าทิ้งแผ่นดินนี้ อย่าทิ้งภารกิจหน้าที่ที่ทำกันมา

แผ่นดินนี้ยังต้องการภารกิจสุดท้ายแห่งชีวิต เราต้องรวมพลังกลับมาสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้เกิดในบ้านเมืองให้ได้ คิดว่าผู้ที่ทำหน้าที่กำลังพยายามแก้ปัญหากันอย่างเต็มที่แต่ภาระต่อแผ่นดิน ต่อประเทศชาติ ต่อราชบัลลังก์ ยังต้องอยู่กับพวกเราไปตลอดชีวิต

เมื่อตอนนี้มันกลับไปสู่ปัญหาเหล่านั้นอีกครั้ง ถือเป็นหน้าที่ซึ่งสำคัญกว่าการเลี้ยงหลาน ขอทุกคนร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย เรามีความปรารถนาดีมาตลอด ถ้าทำช้าไปเราจะเสียใจอย่างที่สุด

และย้ำว่า พร้อมเป็น “นายกฯ” แต่หากไม่ได้เป็นก็พร้อมทำงาน เพราะอยู่ที่ไหนก็ทำงานให้บ้านเมืองได้ ปล่อยให้กลไกจักรกลต่าง ๆ เดินไปดีกว่า เราช่วยเหลือ เราอยู่เป็นกลาง เราทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์อันที่3เรื่องการสร้างกองกำลังเพื่อกั้นกลางระหว่างความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และใช้เวลาระหว่างนี้ชี้แจงแนะนำในเรื่องความคิดตามอุดมการณ์ และแนวทางให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายอย่างดีที่สุด แค่นั้นพอแล้ว

งานนี้“ท็อปบู๊ต”จะประมาทไม่ได้ ต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี เพราะการปรากฏตัวของ“2 ผู้เฒ่า”ที่ออกมาประกาศร่วมมือกันในคราวนี้มีนัยสำคัญที่ต้องระวัง

หวั่นเป็นท่อนซุงไหลตามกระแสน้ำซัดพา “เรือแป๊ะ” แตกกระจาย !!!.

ถึงเวลาต้องถ่ายเลือดคนการเมือง

Published สิงหาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/321349

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

สถานการณ์ร้อน
ถึงเวลาต้องถ่ายเลือดคนการเมือง
แม้ทั้งสองกลุ่มจะมีภาพของพรรค การเมืองใหญ่อยู่เบื้องหลังก็ตาม แต่ต้องยอม รับในพลังของผู้นำมวลชน ที่สามารถขับเคลื่อนมวลชนของเขาได้ ถ้าคิดจะลงสมัคร ส.ส. ในนามกลุ่มการเมืองคงไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะได้ที่นั่งในสภา

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

เนื้อหา ในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เขียนขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่การเมืองไทยไม่คุ้นชิน หนึ่งในนั้น คือมาตรา112ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมือง สามารถส่งผู้สมัคร ส.ส. ลงแข่งขัน เป็นตัวเลือกให้กับประชาชนได้ ไม่ต้องไปพึ่งพิงพรรคการเมืองเหมือนที่ผ่านมา

และวันนี้บ้านเรา ก็มีกลุ่มการเมืองที่มีพลัง สามารถเรียกมวลชนมาชุมนุมเคลื่อนไหวได้อย่างมหาศาลอยู่ ทั้ง นปช. และ กปปส.

แม้ทั้งสองกลุ่มจะมีภาพของพรรค การเมืองใหญ่อยู่เบื้องหลังก็ตามแต่ต้องยอม รับในพลังของผู้นำมวลชน ที่สามารถขับเคลื่อนมวลชนของเขาได้ ถ้าคิดจะลงสมัคร ส.ส. ในนามกลุ่มการเมืองคงไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะได้ที่นั่งในสภา

นี่เองจึงเป็นที่มาของความกังวลของฝ่ายการเมืองว่า หากเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งได้แล้ว จะมีอำนาจต่อรองในรัฐสภา ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ

แม้กลุ่ม กปปส. และ นปช. ออกมาพูดในทำนองเดียวกันว่า ไม่สนใจส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ในฐานะกลุ่มการเมือง

แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงสองกลุ่มนี้เท่านั้น ที่มีมวลชนในการเคลื่อนไหว ที่ผ่านมาเราก็ได้เห็น การรวมตัวกันของกลุ่มคน ที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดสรรที่ทำกิน การแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตร การปฏิรูปพลังงาน และกลุ่มแรงงานต่าง ๆ

แม้จะไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่ถ้าพวกเขาอยากเข้าสภา ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ก็มีโอกาสที่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้เช่นกัน

ที่สุดแล้วถ้ารัฐธรรมนูญเปิดกว้างเช่นนี้คงต้องเป็นพรรคการเมือง ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกติกาใหม่

เริ่มตั้งแต่ การคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส. ถ้ายังจะเอาแต่พวกเดิม ๆ ที่ทำงานไม่เข้าตา ไม่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน มาลงสนามเลือกตั้ง ครั้งนี้อาจไม่ง่ายเหมือนก่อน

เพราะที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าตำแหน่ง ส.ส. เหมือนเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะด้วยสังขาร หรืออุบัติเหตุทางการเมือง บรรดา ส.ส.เก่า ต่างก็มีการวางทายาทไว้รับสมบัติของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกเมีย ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งคนขับรถ

ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หรือ มีการยึดอำนาจสักกี่ครั้ง เราก็ยังเห็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ วัฒนธรรมทาง การเมืองยังเป็นเหมือนเดิม นักการเมืองทั้งหลายก็ยังเป็นพวกเดิม ๆ

ครั้งนี้เมื่อ คสช. เข้ามาและประกาศชัดว่าต้องการปฏิรูป ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่จากเดิมอาจมีนักการเมืองน้ำใหม่ เข้าไปนั่งในสภาอันทรงเกียรติ ทำอะไรที่แตกต่าง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

สุดท้ายคนที่จะให้คำตอบในเรื่องนี้ คงต้องเป็นพรรคการเมือง ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง จนกระทั่งขนาดเล็ก ที่ตั้งตัวเป็นสถาบันทางการเมือง ว่าจะยอมถ่ายเลือดเพื่อเปิดกว้างทางเลือกให้กับประชาชน หรือจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน อยู่กับวังวนเดิม ๆ ที่พวกเขาคิดว่าดี.

%d bloggers like this: