สถานการณ์ร้อน

All posts tagged สถานการณ์ร้อน

สอดไส้ลากยาวภารกิจ‘เรือแป๊ะ’

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/327449

สถานการณ์ร้อน

สอดไส้ลากยาวภารกิจ‘เรือแป๊ะ’

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายชั้นอ๋อง ผู้ทำคลอดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 อธิบายประเด็นการทำประชามติ สรุปความได้ว่าให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

วันพฤหัสที่ 11 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

ทิ้งไพ่ใบเด็ดตามมาติด ๆ เมื่อที่ประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ..2557 ใน 7 ประเด็นสำคัญ

โดยหนึ่งในนั้นมีเรื่อง การกำหนด กฎ กติกา การทำ “ประชามติ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีการ “สอดไส้” ให้พ่วงคำถามอื่นๆเข้าไปในการทำประชามติด้วย

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายชั้นอ๋อง ผู้ทำคลอดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ..2557 อธิบายประเด็นการทำประชามติ สรุปความได้ว่าให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ กติกา เงื่อนไขการทำประชามติ

ส่วนกรณีที่อาจมีการขัดขวางการทำประชามติให้มีการนำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มาบังคับใช้

และต้องจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญแจกจ่ายประชาชน ร้อยละ 80 หรือ 19 ล้านครัวเรือน

ทั้งนี้ วิษณุ คาดว่า จะมีการออกเสียงประชามติได้ในช่วงปลายเดือน ม.. หรือต้นเดือนก.. 2559

สำหรับลักษณะการตั้งคำถามประชามติ คือ ต้องถามว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ประเด็นสำคัญคือ ที่ประชุมร่วมระหว่าง ครม.–คสช. ได้เปิดช่องให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีสิทธิสอบถามเรื่องอื่น ๆ ในการทำประชามติครั้งนี้ได้ โดยให้โควตาองค์กรละ 1 คำถาม และคำถามดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม.

นับถึงบรรทัดนี้ จับสัญญาณได้ถึงการเดินหมาก “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ที่ก่อนหน้านี้ สมาชิก สปช. และ สนช. จำนวนหนึ่ง เสนอต่อวีซ่าให้ “บิ๊กตู่” นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ต่อไปอีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปประเทศ

เช่นเดียวกับ “สวนดุสิตโพล” ที่เผยผลสำรวจ พบกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 76.94 ระบุ ควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศไปก่อน และ ร้อยละ 36.20 เห็นควรใช้เวลา 2 ปี ในการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้พร้อมสู่การเลือกตั้ง

ล้อกับคิว หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ที่เดินทางไปรัฐสภา นำรายชื่อประชาชนจำนวน 5 หมื่นรายชื่อ ยื่นให้ สปช. และ สนช. เพื่อแสดงเจตจำนง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่บริหารประเทศต่ออีกอย่างน้อย 2 ปี เพื่อปฏิรูปประเทศ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น

รายชื่อที่นำมายื่นนั้น ใช้เวลาในการรวบรวมเพียง 2 วันก็ครบตามเกณฑ์ข้อเรียกร้องแล้ว แต่ถ้ายังไม่พอ จะรวบรวมรายชื่อมายื่นเพิ่มเติมอีกจนกว่าจะตอบรับตามข้อเรียกร้องของประชาชน” หลวงปู่พุทธะอิสระ ย้ำ

ทั้งหมดสอดรับกับท่าทีของ “บิ๊กตู่” ที่ย้ำว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ!!

ดูตามหน้าไพ่ นาทีนี้ บอกได้คำเดียวว่า การแก้ไขกติกา เพื่อสอดไส้ประชามติ หลายฝ่ายตั้งธงชงประเด็น ต่อวีซ่าให้ “บิ๊กตู่” นั่งบนหลังเสือต่ออีก 2 ปี เพื่อนำทัพปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง

ส่อลากยาวภารกิจ “เรือแป๊ะ”!!

ท้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องกำหนดชะตากรรมร่วมกัน 

โฆษณา

ต่ออายุรัฐบาล:ทางสำคัญที่ต้องเลือก

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/327205

สถานการณ์ร้อน

ต่ออายุรัฐบาล:ทางสำคัญที่ต้องเลือก

โดยยืนยันว่า ผู้ที่จะรวบรวมรายชื่อ จะต้องไม่ใช่ สปช. หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะเกรงข้อครหาว่า ทำเพื่อต่ออายุตัวเอง ซึ่งการอ้างเหตุผลความจำเป็นของเรื่องนี้

วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

กระแสข่าวการ“ต่ออายุรัฐบาล” ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปพักหนึ่ง โดยเป็นข้อเสนอของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นัยว่าจะให้มีการล่ารายชื่อประชาชนรวม 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอให้มีการทำประชามติให้มีการต่ออายุรัฐบาลไปอีก 2 ปี เพื่อทำปฏิรูปหรือไม่

โดยยืนยันว่า ผู้ที่จะรวบรวมรายชื่อ จะต้องไม่ใช่ สปช. หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะเกรงข้อครหาว่าทำเพื่อต่ออายุตัวเองซึ่งการอ้างเหตุผลความจำเป็นของเรื่องนี้ ก็คือมองว่า เพื่อเป็นการป้องกันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่เดินหน้าปฏิรูป แต่จะทำเฉพาะนโยบายของตัวเอง

ซึ่งการทำประชามติเรื่องนี้ อาจร่วมกับการทำประชามติที่เกิดจากการแก้ไข ม.46 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ให้ทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลยก็ได้ แต่ต้องออกแบบคำถามให้แยกจากกันอย่างเด็ดขาด นายไพบูลย์ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประชามติเรื่อง “ต่ออายุให้ตัวบุคคล”แต่เพื่อเป็นการบริหารราชการแผ่นดินให้มั่นคงก่อนมีการเลือกตั้ง

นายไพบูลย์ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเจตนารมณ์ของประชาชนมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งควรต้องดำเนินการ มิฉะนั้นประเทศจะเดินกลับไปสู่ปัญหาอีก ข้อเสนอของนายไพบูลย์นั้น รัฐบาลยังไม่มีท่าทีตอบรับที่ชัดเจนนัก อาทินายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะพูดขณะที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่สนใจ

อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีการเสนอ “แนวทางใหม่” เกี่ยวกับการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมาอีกตัวเลือกหนึ่ง เสนอโดย กมธ.ปฏิรูปการเมือง และ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. ที่ได้ชงแนวทางให้มีการเพิ่มมาตรา 304/1 ลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อเป็น“หลักประกัน” ในการปฏิรูป

โดยให้ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดกฎหมายที่ต้องออกเพื่อการปฏิรูปเป็น 3 บัญชีจากนั้นให้ สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ จัดทำกฎหมายดังกล่าวในเวลา 6 เดือน–1 ปีเมื่อเสร็จแล้วจึงให้ ครม.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. โดยความเห็นชอบของ คสช. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

จะเห็นได้ว่า แม้ว่าไม่ใช่เป็นการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนลงความเห็นว่า จะมีการปฏิรูปประเทศก่อนหรือไม่ แต่ก็เป็นการ “ยืดอายุ” ให้รัฐบาลโดยมีการกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล และมีหลักการเดียวกับของนายไพบูลย์ คือเกิดขึ้นบนพื้นฐานความ “หวาดระแวง”ว่ารัฐบาลหน้าที่มาจากการเลือกตั้งจะไม่ทำการปฏิรูปต่อ

ซึ่งพอจะเห็นภาพได้ว่า ข้อเสนอของ 2 กมธ. จะเป็นข้อเสนอที่ “ปฏิบัติได้” ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการทำประชามติ เพราะเนื้อหาการต่ออายุรัฐบาลนี้ถูกกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล การต่ออายุขึ้นอยู่กับการทำประชามติ ประกอบกับระยะเวลาไม่ยาวนานมาก จึงอาจลด “แรงเสียดทาน”ที่จะมีต่อรัฐบาลลงได้ระดับหนึ่ง

แต่วาระการต่ออายุนี้ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องคิดให้หนัก เพราะ ได้เคยพูดถึงการอยู่ตามโรดแม็พแล้ว ซึ่งการ “ผิดสัญญา”ก็เคยเป็นชนวนการเคลื่อนไหวมาแล้วในสมัยพฤษภาทมิฬและถ้าจะปรับเปลี่ยนโรดแม็พ ก็เกรงว่าจะเกิดเหตุปลุกระดมคลื่นใต้น้ำจากภาคส่วนต่าง ๆ ขึ้นต่อต้าน และทำให้สถานการณ์ไม่สงบ

แม้ว่าจะมีหน่วยงานอื่นผลักดัน แต่แรงเสียดทานจะตกอยู่ที่รัฐบาลกับ คสช. เต็ม ๆ การมีท่าทีชัดเจนจึงสำคัญมาก.

ขจัดแรงเสียดทาน ปูทางอยู่ยาว

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/326928

สถานการณ์ร้อน

ขจัดแรงเสียดทาน ปูทางอยู่ยาว

“บิ๊กโด่ง” สั่งกองทัพจับมือกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วางเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง โดยมั่นใจว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย แม้จะเป็นพื้นที่ฐานเสียงของ 2 อดีตนายกฯก็ตาม

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

วางฤกษ์ตะเกิงทัวร์ หอบคณะรัฐมนตรีบุกประชุมครม.สัญจร ที่จ.พิษณุโลก-เชียง ใหม่ 29-30 มิ.ย.นี้ เป็นนัดแห่งการตะลุยเมืองหลวงเสื้อแดง ถิ่นเกิดคนแดนไกล

งานนี้“บิ๊กตู่”พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)วางแพลนเช็กกระแส หลังบุกไล่บี้คนแดนไกลด้วยการถอนพาสปอร์ต จ่อถอดยศ ริบคืนเครื่องราชย์ฯ

โดยมีน้องเลิฟอย่าง“บิ๊กโด่ง”พล.. อุดมเดชสีตบุตร รมช.กลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)บุกตะลุยฟันขวากหนามปูทางรับ“พี่ตู่”ออนทัวร์แบบสบายอารมณ์

บิ๊กโด่ง”สั่งกองทัพจับมือกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วางเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง โดยมั่นใจว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย แม้จะเป็นพื้นที่ฐานเสียงของ 2 อดีตนายกฯก็ตาม เพราะเชื่อว่าประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของนายกฯ และเข้าใจการทำงานของรัฐบาล

แต่ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นแรงเสียดทานรัฐบาลท็อปบู๊ต ก็บ่อยั่น อย่าง“ทักษิณ”...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโชว์พาสปอร์ตมอนเตเนโกร ตะลอนทัวร์กินขาหมู ดูบอล ที่เยอรมนี เข้าเหลี่ยม“ทักษิณ มอนเตฯ”โชว์สเต็ปเลี้ยงกระแส

เรียกได้ว่า เป็นแรงเสียดทานรัฐบาลท็อปบู๊ตตัวจริงเสียงจริง ที่พร้อมซดกันแบบหมัดต่อหมัด

ท่ามกลางเสียงเพลง“อยู่ต่อเลยได้ไหม”ของแฟนคลับท็อป บู๊ตที่เรียกร้องให้ทำประชามติปฏิรูปประเทศ ยืดอายุ“นายกฯตู่”ยาวไปอีก 2 ปี

ต้นเสียงอย่าง“ไพบูลย์ นิติตะวัน” สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บอกว่า ภายในเดือนมิ.ย.นี้ จะต้องมีความคืบหน้าการล่าชื่อประชาชน 5 หมื่นคน เพื่อชงให้รัฐบาลทำประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนการเลือกตั้ง เพราะครม.จะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเดือนเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องรวบรวมรายชื่อประชาชนและส่งให้รัฐบาลโดยเร็ว

แต่ก็เจอพลพรรคเพื่อไทย อย่าง“จาตุรนต์ ฉายแสง”แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาซัดท็อปบู๊ต เสพติดอำนาจ ผิดสัญญาประชาคม พร้อมท้าให้ทำประชามติถามว่าประชาชนอยากให้พ้นหน้าที่เร็วกว่ากำหนดไหม จะเหมาะสมกว่า

พร้อมเสียงเตือน ซึ่งเป็นแรงเสียดทานจากหลายขั้วตรงข้ามท็อปบู๊ต ที่พากันฟันธง การยืดโรดแม็พคสช. จะเป็นตัวจุดชนวนสร้างแรงเสียดทาน อันตรายจะมาเยือน โดยเฉพาะจากบรรดานักการเมืองที่ชูธงจ้องลงสนามเลือกตั้ง อาจใช้วิธีปลุกมิตรรักแฟนคลับของตัวเองออกมาคว่ำประชามติ แล้วผลที่ตามมาจะเป็นตัวบีบให้ “นายกฯตู่” ต้องลงจากเก้าอี้เร็วกว่ากำหนด กลายเป็นว่า การรัฐประหารครั้งนี้เสียของไปโดยเปล่าประโยชน์

เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า 1 ปี รัฐบาลท็อปบู๊ต นอกจากจะหยุดความขัดแย้งรุนแรงได้แล้ว ในส่วนอื่นยังไม่สามารถจับต้องได้ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน ซึ่งถือเป็นจุดตายของรัฐบาล

ดังนั้น ก่อนที่จะเดินหน้าทำประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนการเลือกตั้ง“บิ๊กตู่”ต้องประชุมทีมกุนซือวางโรดแม็พให้คนไทยเห็นได้ชัดว่า อีก 2 ปีต่อจากนี้ จะเดินหน้าปฏิรูปให้เป็นทางออกของประเทศตามเป้าหมายได้อย่างไร

ที่สำคัญคือทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัด รับรองจะขจัดแรงเสียดทานได้อย่างไม่ต้องออกแรง 

เมื่อโชคชะตากำหนดให้‘ท็อปบู๊ต’อยู่ต่อ

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/326670

สถานการณ์ร้อน

เมื่อโชคชะตากำหนดให้‘ท็อปบู๊ต’อยู่ต่อ

ดูตามศาสตร์ที่หลวงปู่ฤาษีเกวลัน ประ ทานมา ดูแล้วน่าจะต้องใช้เวลา 2-3 ปี ถึงจะมีการเลือกตั้ง เพราะจะมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยในการเลือกตั้ง และจะมีการขยับไปตามธรรมชาติ ตามเวลา

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

และแล้วคำทำนายของ“โหรวารินทร์” วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังแห่งสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ก็ดูจะเป็นจริงเข้าไปทุกขณะกับคำกล่าวที่เคยระบุไว้เมื่อปี 57 ว่าจากการเปิดนิมิตดูแล้ว คสช.ต้องเข้าบริหารประเทศอย่างน้อย 2-3ปีขึ้นไป

โดยคนที่ต้องมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศ คือ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ต้องเข้าบริหารประเทศอย่างน้อย2-3ปีขึ้นไป และไม่สามารถจัดการปัญหาได้เสร็จภายในหนึ่งปีที่ตั้งเป้าไว้

ดูตามศาสตร์ที่หลวงปู่ฤาษีเกวลัน ประ ทานมา ดูแล้วน่าจะต้องใช้เวลา2-3ปี ถึงจะมีการเลือกตั้ง เพราะจะมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยในการเลือกตั้ง และจะมีการขยับไปตามธรรมชาติ ตามเวลา เมื่อถึงวันนั้นต่างชาติจะยอมรับได้แต่หากเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งก็จะเหมือนเหตุการณ์ การเลือกตั้งในเมื่อวันที่2ก.พ.ที่ผ่านมา

ดังนั้นสถานการณ์เวลานี้เป็นที่ต้องน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งหลังจากที่ “บิ๊กตู่”หัวขบวนท็อปบู๊ตออกมาบอกว่าพร้อมอยู่ต่อถ้าต้องการให้อยู่ แต่ต้องไปหาทางมา ให้อยู่อย่างสง่างาม

ถึงแม้จะมีเสียงต้านขณะเดียวกันเสียงเชียร์ก็มีออกมาไม่น้อยเช่นกัน

อย่างผลสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” ก็ออกมาว่าปชช. กว่าร้อยละ75หนุนปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยที่จะให้ “บิ๊กตู่” บริหารประเทศไปก่อน2ปี เป็นเวลาเหมาะสม

ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากฟาก สปช.ก็มีการล็อบบี้กันโดยเริ่มมีการซาวเสียงสอบถามความเห็นจากสมาชิก สปช. ในห้องไลน์ของ สปช.

แต่ก็ได้มีการแย้ม ๆ มาจากสมาชิก สปช. นิรันดร์ พันทรกิจ” ว่า เท่าที่มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับสปช.บางส่วน มีการพูดคุยกันว่า การจะผลักดันข้อเสนอเรื่องการปฏิรูป2ปี ก่อนเลือกตั้งให้สำเร็จ จะต้องใช้ประชาชนผลักดัน

ต้องใช้การล่ารายชื่อประชาชน2-3หมื่นคน ส่งให้“สปช. กมธ.ยกร่างฯ และรัฐบาล”ให้เห็นว่า ประชาชนมีความต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

แต่แนวทางการล่าชื่อดังกล่าว จะต้องให้ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการเองสปช.จะไม่เป็นตัวตั้งตัวตีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะจะถูกมองว่าทำเพื่อสืบทอดอำนาจให้ตัวเอง ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า จะเริ่มล่าชื่อประชาชนได้เมื่อใด เพราะเป็นเพียงการหารือคุยกันนอกรอบเท่านั้น

สอดรับกับการที่“หลวงลุงสุเทพ”ประกาศเตรียมลาสิกขาต้องสลัดจีวรออกมาทำงานเพื่อชาติอีกครั้ง เพราะวันนี้สถานการณ์ในบ้านเมือง มีงานที่เราจะต้องไปช่วยทำ แต่จะเป็นเมื่อไหร่ต้องคิดดูก่อน และพร้อมกับออกตัวด้วยว่า เมื่อสึกแล้วก็จะไม่ไปเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ไม่ไปต่อสู้ในทางการเมืองอย่างที่เคยทำมา

เพราะเราตั้งใจจะไปทำงานในภาคประชาชนซึ่งได้จดทะเบียนในนาม“มูลนิธิมวลมหาประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย”ซึ่ง
มูลนิธิฯ จะทำงานด้านการสร้างความเป็นปึกแผ่นเข้มแข็งให้กับประชาชน

เมื่อดูตามหมากเกมนี้ของ“บิ๊กตู่”แล้ว เหมือนเป็นการประจวบเหมาะที่จะเสริมส่งให้จัดทัพ “ท็อปบู๊ต”ลากยาวไปอีก 2-3 ปี ตามดวงดาวที่“โหรวารินทร์”ได้ทำนายทายทักเอาไว้ ซึ่งดูแล้วไม่ง่ายเลยทีเดียว.

ประชามติตอบโจทย์ประเทศจริงหรือ

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/326035

สถานการณ์ร้อน

ประชามติตอบโจทย์ประเทศจริงหรือ

ครม.ให้สัญญาณชัดเจนแล้วว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็จะไปสู่การทำประชามติ ไม่ต้องมีใครบอกว่าจะไปหรือไม่ไป

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

ได้ฟังคำพูดของมือกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล อย่างนายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งบอกชัดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี2557เพื่อเปิดทางทำประชามติว่า

ครม.ให้สัญญาณชัดเจนแล้วว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็จะไปสู่การทำประชามติ ไม่ต้องมีใครบอกว่าจะไปหรือไม่ไป แต่ให้ไปเลย ตรงนี้ชัด”

สมใจเสียงเชียร์ ถ้าสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คนไทยทั้งประเทศจะมีโอกาสตัดสินใจร่วมกันว่าจะให้ร่างรัฐธรรมนูญ ยี่ห้อ“ดร.ปื๊ด”นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นกติกาใหม่ของประเทศหรือไม่

ตรงนี้ เราต้องยอมรับกันก่อนว่าเรื่องการเมือง คือเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ ทุกคนต่างอยากลงสนามเล่นเกมการเมือง ในกติกาที่คิดว่าได้เปรียบที่สุด เพราะต่างหวังเป็นผู้กำหนดทิศทางประเทศ ไม่ว่าจะเป็นใครหรือฝ่ายไหนก็ตาม

ดังนั้นก่อนที่จะมีการทำประชามติ ในช่วงเดือน ม.ค. ของปี59ต้องจับตาดูแรงกระเพื่อมของพลพรรคการเมือง ที่รอลงสนามว่าจะส่งสัญญาณไปยังแฟนคลับอย่างไร ที่สำคัญในช่วงนั้นจะ มีการเปิดโอกาสให้พวกนักเลือกตั้งได้บอกกล่าวข้อดีข้อด้อยของกติกานี้ในมุมมองของเขากันมากน้อยแค่ไหน

เพราะวันนี้ ต้องไม่ลืมว่า นักการเมืองยังกระดุกกระดิกทำอะไรไม่ได้เลย

บิ๊กตู่”พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ยังอยู่ในอาการเสียงเข้ม พูดชัดว่า“คสช.ติดตามดูอยู่ ถ้าเกินเลยก็เรียกมาพูดคุย ถ้าผิดกฎหมายก็ดำเนินการตามกฎหมาย”

วันที่3มิ.ย. ที่ผ่านมาศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.)ก็เพิ่งเชิญนักการเมือง นักวิชาการ ตัวแทนประชาชน ร่วมพูดคุยเพื่อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศ เป็นครั้งที่2แม้ในวงพูดคุยจะไม่มีการหยิบยกประเด็นร้อน อย่างการเคลื่อนไหวของ... ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี มาถกก็ตาม

แต่ด้วยสถานที่พูดคุย ที่ใช้สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตช่างคล้ายกับวันรัฐประหาร 22พ.ค. ปีที่แล้ว เสียเหลือเกิน นักการเมืองทั้งหลายก็คงไม่กล้าขยับตัวอะไร หากยังมีคำสั่ง คสช.ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองค้ำคออยู่

เมื่อถึงเวลาตีปี๊บ เนื้อหา ร่างรัฐธรรมนูญมาถึง เงื่อนไขตรงนี้จะผ่อนคลายเพื่อบรรยากาศเดินหน้าประเทศหรือไม่ คนให้คำตอบได้คือ“บิ๊กตู่”คนเดียว

ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ว่าจะชัดเจนเรื่องการทำประชามติออกมาแล้ว แต่ใช่ว่าการทำประชามติจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เสมอไป

เพราะการทำประชามติ ถ้าผลที่ออกมา คะแนนเสียงฝ่ายรับกับไม่รับ ใกล้เคียงกัน ฝ่ายแพ้จะยอมรับหรือไม่ ถึงวันนั้นบรรยากาศทางการเมืองจะเกิดรอยแยกเหมือนเดิมหรือไม่ ยังเป็นคำถามอยู่

หากประชามติไม่ใช่คำตอบที่ทุกคนถามหา วันนี้สปอตไลต์ คงต้องส่องไปที่ “ดร.ปื๊ด”ผู้กุมปากกา ชี้ทางกติกาใหม่ว่า จะปรับแก้เนื้อหาตามข้อเสนอของฝ่ายต่าง ๆ อย่างไร และจะรักษาสมดุล เกมการเมืองในอนาคตได้ดีแค่ไหน 

รุก-รับผิดจังหวะหายนะของบ้านเมือง

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/325808

สถานการณ์ร้อน

รุก-รับผิดจังหวะหายนะของบ้านเมือง

จับสัญญาณเบื้องหน้า มีมรสุมลูกโต ที่ “บิ๊กตู่” ต้อง “ปาดเหงื่อ” รอนั่นคือ เรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยังไม่รู้ว่า อนาคตจะพลิกคว่ำพลิกหงายเพราะมีความขัดแย้งหลายประเด็น

วันพฤหัสที่ 4 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำ ๆ แต่ อุณหภูมิการเมือง ยังคงทวีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

นาทีนี้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการนำพา “รัฐนาวา” ล่องไปให้ถึงฝั่งฝันตามแผนโรดแม็พ คสช.

จับสัญญาณเบื้องหน้า มีมรสุมลูกโต ที่ “บิ๊กตู่” ต้อง “ปาดเหงื่อ” รอนั่นคือ เรื่อง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยังไม่รู้ว่า อนาคตจะพลิกคว่ำพลิกหงายเพราะมีความขัดแย้งหลายประเด็น

ขณะที่ด้านเศรษฐกิจก็กำลังประสบปัญหากำลังซื้อและการบริโภคหดตัว การส่งออกติดลบ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาคลื่นใต้น้ำ ที่รอจังหวะออกมาป่วน ซ้ำเติม เมื่อรัฐบาลพลาดพลั้ง

ทว่าประเด็นร้อนนาทีนี้ ต้องโฟกัสไปที่ฉากสนธิกำลัง “ไล่ทุบ” พ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่ “นายใหญ่” ให้
สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ “เรื่องเบื้องหลังการรัฐประหารในไทย”

หลังจากนั้นเกิดมหกรรม “สหบาทา” เปิดฉาก โดย พล..อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก กองทัพบก เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กรณีกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะทำให้เสียชื่อเสียง และมาตรา 328 หมิ่นประมาทผ่านการโฆษณา

ล้อกับคิว พล..ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาคดีความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือ คดีความผิดตามมาตรา 112 สั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ สรุปพบ มีบางถ้อยคำเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 และจะมีการ ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ มีมติเอกฉันท์ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ โยน “เผือกร้อน” ให้ พล...สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามเสนอเรื่องตามขั้นตอน เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย

ล้อกับฉาก เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ผบ.ตร. ต้องเป็นผู้เสนอเรื่องมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

เช่นเดียวกับ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท. ทักษิณ ทุกฉบับ เพื่อไม่ให้ “นายใหญ่” สามารถใช้หนังสือเดินทางของประเทศไทยได้อีกต่อไป

นาทีนี้ บอกได้คำเดียว สภาพ “นายใหญ่” ที่กำลังถูกบีบอย่างหนัก ล้วนส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของแนวร่วมภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ แม่ทัพน้อยใหญ่ พรรคเพื่อไทย ก็ออกอาการร่อแร่เต็มทน เพราะต้องคดีความยาวเป็นหางว่าว ถูกไล่เช็กบิลย้อนหลังกัน
ถ้วนหน้า

ทำให้หวนนึกถึงคำพูด “บิ๊กตู่” ที่ประกาศเอาจริง “ต้องฆ่าเสือให้ตาย ก่อนลงจากหลังเสือ”

แต่คำโบราณว่าไว้ อย่าต้อนฝ่ายตรงข้ามให้จนตรอก ไม่เช่นนั้นจะเปิดฉากสู้ตาย

นาทีนี้บอกได้คำเดียว ทั้ง “บิ๊กตู่” และ “พ...ทักษิณ” หากรุกรับ ไล่ทุบกันผิดจังหวะ นั่นอาจหมายถึงหายนะ ที่สร้างความเสียหายกับประเทศจนยากจะประเมิน 

สัญญาณเตือนถึงกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/325552

สถานการณ์ร้อน

สัญญาณเตือนถึงกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

มธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้ช่วงเวลาในการปรับแก้รัฐธรรมนูญนี้จัดรับฟังความเห็นในภูมิภาคต่าง ๆ

วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2558 เวลา 10:15 น.

ในช่วงวันที่2-6มิ.ย. เป็นช่วงเวลาที่กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนจะส่งให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)โหวตรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ในช่วงเดือน ก.ย.ซึ่งขยายเวลามาจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เพิ่มให้30 วัน

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้ช่วงเวลาในการปรับแก้รัฐธรรมนูญนี้จัดรับฟังความเห็นในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการรับฟังความเห็นไปแล้วที่ จ.นครศรีธรรมราชซึ่งก็มีความเห็นที่น่าสนใจหลากหลาย และที่คุยกันยังไม่ตกผลึก อาทิ เรื่อง “กลุ่มการเมือง”หรือเรื่องที่มา ส.ว.

กมธ.ยกร่างฯ ยืนยันว่า ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่มีการ “ร่างรัฐธรรมนูญตามใจฉัน” แต่ต้องเอาความเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่จัดรับฟังมาประกอบ ซึ่งนับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.นี้ ก็เป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างจ้องจับตาว่า ความเห็นจากทั้ง สปช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ความเห็นจากพรรคการเมือง และจากเวทีรับฟัง จะโผล่มาในรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯ พยายามสร้าง“ความมั่นใจ”คือ รัฐธรรมนูญจะไม่ถูกคว่ำด้วย สปช.อย่างแน่นอน โดยระบุว่า ก็มีการรับฟังความเห็นส่วนหนึ่งจาก สปช.มาปรับแก้ โดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณประธาน กมธ.ยกร่างฯ ระบุว่า สปช.ย่อมาจาก“เสียงประชาชน”จึงจะไม่คว่ำรัฐธรรมนูญ

แต่จุดเสี่ยงก็ยังอยู่ที่การทำประชามติ อย่างที่เราเคยรู้กันว่า การทำประชามติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550นั้น“ผ่านคาบเส้น”โดย นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช.ระบุว่า ในขณะนั้น แม้ว่าจะมีหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายทหารร่วมรณรงค์ แต่ก็มีปัญหา…โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ฝ่ายการเมือง“บางฝ่าย”มีท่าที “ไม่รับ” รัฐธรรมนูญ

ในปี2550มีการรณรงค์จนบางพื้นที่ในภาคเหนือและอีสานถูกเรียกว่า“พื้นที่สีแดง”และในการทำประชามติที่“มีแนวโน้มจะเกิด” เร็ว ๆ นี้ ก็มีความน่ากังวลอยู่ว่า หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำเรียกร้องของพรรคการเมือง บางที“สองพรรคใหญ่”อาจมีความเห็น และรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญก็ได้

โดยเฉพาะบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาจากการให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังรัฐประหารของ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและเกิด “เกมไล่ล่า” พ.ต.ท. ทักษิณขึ้นอีกครั้ง ก็มีโอกาสที่จะนำไปสู่การที่พรรคฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมการ “บอยคอต” การทำประชามติรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่“ขาประจำ”อย่าง..ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปี50ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทำรัฐประหารครั้งนี้ในเชิงว่า “เสียของ”เนื่องจากไม่มีการจัดการกับฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาดทำให้ “ฝ่ายตรงข้าม” ก็ยังมีความเข้มแข็งในการเคลื่อนไหวทางการเมือง

การเคลื่อนไหวทางการเมือง”ก็น่าจะไปลงที่การทำประชามติจึงเป็นเรื่องที่“แม่น้ำห้าสาย” โดยเฉพาะฝ่าย คสช.และฝ่าย กมธ.ยกร่างฯ จำต้อง“ตั้งรับ”ให้ดี โดยตั้งแต่วันนี้ จะต้องทำรัฐธรรมนูญให้เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ออกเพื่อประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง และฝ่ายการเมืองไม่ถูกทำให้อ่อนแอจนเกินไป

กระบวนการ“เริ่มแก้” รัฐธรรมนูญ ต้องเริ่มจับตาการ“เขียนใหม่”ตั้งแต่วันนี้.

ถึงเวลาก้าวข้ามกับดักประชาธิปไตย

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/325291

สถานการณ์ร้อน

ถึงเวลาก้าวข้ามกับดักประชาธิปไตย

แม้กระบวนการถอดยศจะเกิดอาการสะดุดเล็กน้อย จนแฟนคลับท็อปบู๊ต อารมณ์บ่จอย หลัง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ตีกลับ

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2558 เวลา 9:38 น.

ตาต่อตาฟันต่อฟันกับการเมืองสุดฮอต ซดกันมันหยดช่วงไล่บี้ถอนพาสปอร์ต ถอดยศ“นายใหญ่แม้ว”...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแถมยังเจอสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไล่บี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรียึดคืนเครื่องราช อีกต่างหาก

แม้กระบวนการถอดยศจะเกิดอาการสะดุดเล็กน้อย จนแฟนคลับท็อปบู๊ต อารมณ์บ่จอยหลัง“บิ๊กอ๊อด”พล...สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ตีกลับรายงานมติคณะกรรมการพิจารณาเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พล...ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุลที่ปรึกษา (สบ 10) เสนอมา

บิ๊กอ๊อด”บอกว่า ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คณะกรรมการฯ ยังไม่ได้รับรองมติดังกล่าว จึงต้องให้ พล.ต.อ.ชัยยะ นำรายงานกลับคืนไปดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วนถูกต้องก่อน

แต่สัญญาณจาก “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ประกาศกร้าวว่า “ต้องฆ่าเสือ ก่อนจะลงหลังเสือ” เรียกว่าส่งมาแรงและเร็วกว่าเสาสัญญาณคลื่นโทรศัพท์4จี คงไม่ทำให้ปมถอดยศช้าไปกว่านี้

ขณะที่“น้องปู”..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีส่อเจอแจ๊กพอต จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เตรียมพิจารณาคดีแจกพาสปอร์ตให้พี่ชายในเร็ว ๆ นี้

งานนี้ “น้องปู”งัดสงครามจิตวิทย์ ตะลอนทัวร์ทำบุญ เที่ยวงานโอทอป โพสต์ภาพ ชีวิตดี๊ดี เพาะเห็ดยามว่างโชว์ชาวโลกโซเชียล

ด้าน“ปึ้ง”สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.การต่างประเทศที่ก่อนหน้านี้ประกาศคืนพาสปอร์ตให้“นายใหญ่”หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก พอเจอข่าว ป.ป.ช.จ่อแจกคดีเพิ่ม กลับพลิกบทโบ้ยความผิดให้ข้าราชการทันควัน โดยอ้างว่าการคืนพาสปอร์ตเป็นอำนาจของข้าราชการ ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี

ส่วนพลพรรคเพื่อไทย เล่นบทเดิม กางปีกป้อง“นายใหญ่”ล่าสุด“เต้น”ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แดงตัวพ่อออกโรงซัด“บิ๊กตู่”เล่นบทบู๊ล้างผลาญรุมสกรัม“ทักษิณ”ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แนะฆ่าเสือในใจตัวเองก่อนลงจากอำนาจ เตือนใช้อำนาจเป็นธรรม แก้ปากท้องประชาชน อย่าหลงเสียงเชียร์

ขณะที่พลพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ”ไล่บี้ถอดยศ “แม้ว”ขู่ ผบ.ตร. หากไม่เร่งปฏิบัติ อาจเจอรัฐบาลสั่งปลดหรือถอดถอนหลุดจากเก้าอี้แน่

นิพิฏฐ์”มองยาวว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มต้นแบบนี้ แสดงว่าไม่ปรารถนาที่จะปรองดองใด ๆดังนั้นกรณีนี้มีผลกระทบต่อกระบวนการปรองดองของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง (คศป.) คงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ถือว่าจบแล้ว

กลับกลายเป็นหนังม้วนเดิม ที่คนไทยต้องเผชิญกับวิวาทะทางการเมือง ที่ “บิ๊กตู่”เคยเปรียบเทียบว่า “กับดักประชาธิปไตย”

หากไม่อยากให้ประเทศตกหล่มดิ่งลึกไปกว่านี้ คนไทยจะมัวแต่รอพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยคอยกู้สถานการณ์อย่างเดียวคงไม่พอแล้ว 

‘บิ๊กอ๊อด’ลุยสกัดเกมร้อนการเมือง

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/325086

สถานการณ์ร้อน

‘บิ๊กอ๊อด’ลุยสกัดเกมร้อนการเมือง

แถม “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีวิทยุในราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร.)/96 ถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ผบช.ภ.1-9

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2558 เวลา 10:05 น.

สถานการณ์การเมืองเร่าร้อนขึ้นทุกขณะหลังจากที่“เสือลำบาก”อย่าง ...ทักษิณ ชินวัตรได้ออกมาดับเครื่องชนพูดให้เห็นภาพกันจะ ๆ โดยเอาหนังเบื้องหลังที่ถูกเซ็นเซอร์มาฉายให้โลกได้รับรู้ ทำเอา“ท็อปบู๊ต”ต้องขยับออกมาจัดการเปิดเกมรุกจัดการให้เบ็ดเสร็จ

ดังคำของ “บิ๊กตู่” หัวขบวนท็อปบู๊ต ที่ออกมาประกาศกร้าว “ก่อนลงจากหลังเสือก็ต้องฆ่าเสือเสียก่อน”

ดังนั้นก็ต้องจับตากันต่อไปว่า จะสามารถจัดการได้สำเร็จดังที่มุ่งหวังไว้หรือเปล่าเพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการปะทุกลายเป็นประเด็นร้อน ที่เหล่าหมู่มวลแฟนคลับจ้องออกโรง เคลื่อนขยับช่วย“นายใหญ่”แต่ยังทำอะไรได้ไม่ถนัด เพราะถูกจับตา พร้อมกดให้อยู่กับที่

แถม“บิ๊กอ๊อด”พล...สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีวิทยุในราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร.)/96 ถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ผบช.ภ.1-9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) สอบสวนกลาง ตำรวจตระเวนชายแดน ลงวันที่ 29 พ.ค.

โดยสั่งการว่า จากสถานการณ์ทางการเมือง เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางราย ซึ่งอาจมีผู้ไม่หวังดีออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านหรือสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองและอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

“เพื่อการป้องกันและติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีออกมาสร้างสถานการณ์ สร้างความวุ่นวาย หรือก่อเหตุร้าย จึงให้ทุกหน่วยจัดชุดสืบสวนหาข่าว ชุดเฝ้าฟัง ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลข้างต้นโดยใกล้ชิด

และให้ประสานกับผู้นำท้องถิ่นในเขตพื้นที่ เฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมายสำคัญ เช่น บ้านพักบุคคลสำคัญ สถานที่ที่ประชาชนให้ความสนใจใช้บริการเป็นจำนวนมาก สถานที่เชิงสัญลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สถานีขนส่งสาธารณะ โดยให้เพิ่มความเข้มขึ้นในการออกตรวจป้องกันเหตุ

ตั้งจุดตรวจให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง โดยเฉพาะในเขต กทม. และปริมณฑล โดยกำหนดห้วงเวลาให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อาชญากรรมตลอดจนความเคลื่อนไหวในพื้นที่

และให้เตรียมความพร้อมของชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติและให้สามารถปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุได้ทันที โดยเมื่อเกิดเหตุเร่งด่วนให้รายงาน ศปก.ตร.เป็นลำดับแรก”

นอกจากนี้คำสั่งดังกล่าวยังกำชับให้ ผู้บังคับบัญชาระดับบช. บก.และหัวหน้าสถานีต้องอยู่ในพื้นที่พร้อมอำนวยการสั่งการปฏิบัติแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และห้ามลาไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด

ขณะที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ“พล...ประวุฒิ ถาวรศิริ” ต้องออกมาชี้ให้เห็นว่า เป็นคำสั่งด่วนของ“ผบ.ตร.”เพื่อป้องกันปัญหา และยับยั้งการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตื่นตัว ถ้ามีการเคลื่อนไหว ท้องที่จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้

งานนี้โทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัว“นายใหญ่”เองที่ก้าวพลาด เซตกขอบเวทีทำเอา“ท็อปบู๊ต”ได้ทีขย่มซ้ำ ด้วยอำนาจที่มีอยู่ในมือ แต่ก็ไม่ประมาทต้องคุมสถานการณ์ให้อยู่

หยอดยาคุมโรคอย่าให้กำเริบ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างก็จะกลายมา เป็นประเด็นร้อนทางการเมือง และสถานการณ์พลิกผัน แปรเปลี่ยนเป็นสงครามกลางเมืองในที่สุด 

ดอกไม้-ก้อนอิฐผลพวงเงินเยียวยา

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/324467

สถานการณ์ร้อน

ดอกไม้-ก้อนอิฐผลพวงเงินเยียวยา

ตรงนี้ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตามหลอกหลอน รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีขณะนั้น รวม 34 ราย

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:05 น.

ไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เราคนไทย ประเทศที่มีการชุมนุมมาตลอดในระยะเวลาเกือบ10ปีที่ผ่านมา ต่างคุ้นชิน

มาคราวนี้รัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็เช่นกัน จัดให้มีการเยียวยา เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยวางกรอบเวลาไว้2ช่วง คือช่วง ปี2547-2553และช่วง2556-2557 แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ ช่วงแรก รัฐบาล..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้มีการเยียวยาไปแล้ว ผู้เสียชีวิตได้รับเงินถึง7ล้านบาทต่อราย

ตรงนี้ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตามหลอกหลอน รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีขณะนั้น รวม34ราย ฐาน จ่ายเงินโดยไม่มีกฎหมายรองรับ และนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง

ที่น่าสนใจคือเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ได้รับการเยียวยาครั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง ฐานอำนาจของ พรรคเพื่อไทย ที่อุตส่าห์ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนกรุงเทพฯ กลายเป็นทะเลเพลิง อีกทั้งยังเป็นฐานเสียงที่สนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

มาคราวนี้ รัฐบาล คสช. จึงจัดให้มีการเยียวยาผู้ชุมนุมในช่วงปี 2556-2557

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่าการจ่ายเงินครั้งนี้ ใช้พ...ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ..2544...สงเคราะห์ผู้ประสบภัยจากรถ พ.. 2535...ประกันสังคม พ.. 2533 ...สงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.. 2543และหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นฐานในการพิจารณา ไม่ได้จ่ายเงินโดยการมโน

วงเงินที่ออกมา ผู้เสียชีวิตจึงได้รับเพียง 4แสนบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม กปปส.ซึ่งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์โฆษก กปปส. ก็ออกมาพูด วงเงินเท่าไหร่ไม่สำคัญเท่ากับหลักเกณฑ์การเยียวยา เชื่อว่ามวลชนจะรับได้ การเอากฎหมายต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา คงไม่ต้องการให้มีปัญหาตามมาเหมือนรัฐบาลก่อน แต่ก็ยังไม่ทิ้งผู้ที่ได้รับการเยียวยาไปแล้ว เพราะจะนำมาพิจารณาอีกครั้งหลังคดีความของ ป... มีความชัดเจน

เมื่อออกตัวเช่นนี้ ไม่ว่าผลสุดท้าย ป.ป.ช. จะพิจารณาอย่างไร คงไม่มีผลกระทบกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น วงเงินที่แตกต่างกันมากนี้ย่อมมีผลที่ต่างกันในแง่ของคะแนนนิยม เพราะตอนนั้นแม้เงิน7ล้าน จะไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่ก็ทำให้คนเสื้อแดงสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ วงเงิน4แสน ครั้งนี้จะทำให้ มวลชน กปปส. พอใจเหมือนที่ นายเอกนัฏ ว่าไว้หรือไม่ ยังไม่รู้

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งผู้ให้ผู้รับ ต่างต้องยอมรับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐที่จะตามมา ทั้งเรื่องของวงเงิน คะแนนนิยม รวมถึงคดีความ 

%d bloggers like this: