สงกรานต์

All posts tagged สงกรานต์

สงกรานต์ปีนี้!!! “กรมประมง” แนะ ปล่อยปลาอย่างไร…ให้ได้บุญ

Published เมษายน 8, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/3090

วันเสาร์ ที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2555, 14.04 น.

tags : ปล่อยปลากรมประมง,

สงกรานต์ปีนี้กรมประมงวอนผู้ใจบุญที่นิยมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงแหล่งน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในวันเริ่มต้นปีใหม่ของไทย ให้เลือกปล่อยสัตว์น้ำและปลาสายพันธุ์ไทย อาทิ ปลาไหล ปลาหมอ เต่า กบ หอยโข่ง ฯลฯ เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ ที่ผ่านมาการปล่อยปลาถือเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสำหรับการเสริมดวงชะตา และสะเดาะเคราะห์ แต่ก็มีปลาบางชนิดที่ถูกนำมาปล่อยด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะเป็นปลาสายพันธุ์ต่างถิ่น นั่นก็คือ ปลาซัคเกอร์ หรือปลาเทศบาล ที่เรารู้จักกันดี เนื่องจากปลาชนิดนี้ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แถมยังทำให้เกิดผลกระทบต่อพันธุ์ปลาพื้นเมืองของไทยโดยตรง จนทำให้ปลาพื้นเมืองของไทยบางชนิดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงสูญพันธุ์ ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เราก็ควรศึกษากันให้ดีเสียก่อนว่า เราควรจะเลือกปล่อยสัตว์น้ำชนิดไหน และบริเวณไหนดี เพื่อที่ผู้ใจบุญทั้งหลายจะได้มั่นใจว่า การทำบุญครั้งนี้เราจะได้บุญ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการการทำลายระบบนิเวศของประเทศดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การปล่อยสัตว์น้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คนไทยเรานิยมทำเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรือเพื่อสั่งสมบุญกุศลไว้ให้ตัวเอง การทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์น้ำโดยทั่วไป จะต้องคำนึงถึงความสมบูรณ์แข็งแรงของปลา และสิ่งแวดล้อมของสถานที่ที่จะนำไปปล่อยด้วย เนื่องจากสัตว์น้ำแต่ละชนิดมีนิสัยความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสรอดของปลาและสัตว์น้ำที่ผู้ใจบุญทั้งหลายนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ทางกรมประมงจึงขอแนะนำวิธีเลือกพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะปล่อยสัตว์น้ำ ดังนี้

1.ปลาช่อน/ปลาดุก ควรปล่อยในลำคลอง หนอง บึง ที่มีน้ำไหลไม่แรงมาก มีกอหญ้าอยู่ริมตลิ่งบ้าง และน้ำควรเป็นน้ำสะอาด

2.เต่า ควรเลือกปล่อยในสถานที่ที่มีตลิ่ง สามารถให้เต่าขึ้นมาพึ่งแดดได้ เนื่องจากเต่าต้องการให้ปลิงที่ติดอยู่ตามตัวนั้นหลุดออก น้ำที่ปล่อยนั้นก็ไม่ควรจะไหลเชี่ยวจนเกินไป

3.ปลาไหล ควรปล่อยลงในแม่น้ำ ห้วยหนอง คลองบึง ท้องนา หรือร่องสวน บริเวณที่มีดินเฉอะแฉะ และกระแสน้ำไหลไม่แรงมาก เนื่องจากปลาไหลชอบขุดรูเพื่ออยู่อาศัย

4.กบ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชอบอยู่ในที่ชื้นแฉะ ดังนั้น ไม่ควรปล่อยลงแม่น้ำ ควรหาที่นา หรือคลองที่เป็นธรรมชาติ มีกอหญ้าหรือไม้น้ำจะดีกว่า เพราะกบก็จะใช้เป็นที่อยู่อาศัย และยังเป็นที่อยู่ของแมลง ซึ่งเป็นอาหารของกบอีกด้วย

5.ปลาสวาย/ปลาบึก/ปลาตะเพียน ควรปล่อยลงในแม่น้ำ คลองที่มีระดับน้ำลึก และกระแสน้ำไหลแรง เพราะปลาเหล่านี้ เมื่อโตเต็มที่เป็นปลาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ดังนั้น จึงต้องใช้พื้นที่กว้างในการดำรงชีวิต

6.ให้คำนึงถึงคุณภาพของน้ำด้วย โดยก่อนปล่อยสัตว์น้ำ ควรสังเกตสีน้ำในแหล่งที่ปล่อยต้องมีสีไม่ดำหรือเขียวเข้มจัด เพราะเป็นน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ หากปล่อยลงไปจะทำให้สัตว์น้ำอยู่ไม่ได้

7.การปล่อยสัตว์น้ำต้องพิจารณาถึงคุณภาพของสัตว์น้ำที่ปล่อยด้วย ควรเป็นสัตว์น้ำที่มีสุขภาพดี สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค ไม่มีแผลตามลำตัว หากปล่อยสัตว์น้ำที่เป็นโรคลงไปในแหล่งน้ำ จะเป็นการแพร่ขยายเชื้อโรคสู่ธรรมชาติ

8.เวลาปล่อยสัตว์น้ำควรเป็นเวลาเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนจัด เพราะหากปล่อยสัตว์น้ำในที่มีแสงแดดจัด อาจทำให้สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน

“การปล่อยปลาหรือสัตว์น้ำเพื่อสร้างบุญกุศล และเสริมดวงชะตาตามความเชื่อนั้น ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องปล่อยที่วัดเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเราปล่อยสัตว์น้ำบางชนิดที่ไม่สามารถอาศัยอยู่บริเวณหน้าวัด สุดท้ายมันก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ เราควรที่จะเลือกสถานที่ที่เมื่อเราปล่อยสัตว์น้ำเหล่านั้นไปแล้ว จะสามารถดำรงชีวิตอยู่บริเวณสถานที่นั้นๆ ได้ ตามที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น” อธิบดีกรมประมง กล่าว

สงกรานต์ปีนี้ทางกรมประมงจึงขอความร่วมมือให้เลิกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นลงแหล่งน้ำธรรมชาติ และให้หันมาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสายพันธุ์ไทยแทน นอกจากจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้บุญอย่างแน่นอน เพราะการปล่อยสัตว์น้ำสายพันธุ์ไทย ถือเป็นการช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ด้านประมงให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

ใส่ตู้เอทีเอ็มเต็มพิกัด แบงก์ตุนเงินรับสงกรานต์ 1.52 แสนล้าน

Published เมษายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/251301

7 เมษายน 2555, 06:15 น.

Pic_251301

แบงก์พาณิชย์ 7 แห่ง สำรองเงินสดรับเทศกาลสงกรานต์ 1.52 แสนล้านบาท รองรับประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัด พร้อมการันตีเงินไม่มีหมด พร้อมเติมตู้เอทีเอ็มตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง ได้สำรองธนบัตรให้ประชาชนเบิก-ถอนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-17 เม.ย.นี้ จำนวน 152,550 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีนี้ถือว่าเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยประเมินว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปลายปี 54 จะลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับต่างจังหวัด หรือเดินทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ธนาคารยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับดำเนินการเพิ่มความถี่ในการเติมเงินยังตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้นขอให้ลูกค้าธนาคารมั่นใจว่ามีเงินสดเพียงพอในการเบิกถอนโดยธนาคารกรุงเทพ สำรองเงินสดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มเติม ประมาณ 40,000 ล้านบาท ผ่านช่องทางบริการเอทีเอ็มที่มีกว่า 7,700 จุดทั่วประเทศ โดยลูกค้าใช้บริการของทางธนาคารผ่านสาขาไมโคร ภายในห้างสรรพสินค้า และจุดชุมชนกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งธนาคารจะเปิดทำการปกติตั้งแต่ 17 เม.ย. เป็นต้นไป

ธนาคารกรุงไทย สำรองเงินสด 36,400 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 9,430 ล้านบาท ต่างจังหวัดจำนวน 26,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,710 ล้านบาท ซึ่งสำรองจำนวน 31,690 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ สำรองเงินสด 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29% แบ่งเป็นเขตกรุงเทพมหานคร 14,000 ล้านบาท และต่างจังหวัด 13,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 1,103 สาขา มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 8,512 เครื่อง

ธนาคารกสิกรไทย สำรองเงินสด 29,000 ล้านบาท ผ่านสาขา 8,000 ล้านบาท และเครื่องเอทีเอ็มวงเงิน 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองบรรจุเครื่องเอทีเอ็มในเขตกรุงเทพฯ 10,000 ล้านบาท และในเขตต่างจังหวัดจำนวน 11,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีเครื่องเอทีเอ็ม 7,400 เครื่องทั่วประเทศ

ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำรองเงินสดเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินของลูกค้าและประชาชนผ่านเครื่องกรุงศรีเอทีเอ็มจำนวน 3,712 เครื่อง และสาขาของธนาคารทั่วประเทศจำนวน 596 สาขา รวมเป็นเงิน 12,950 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านเครื่องกรุงศรีเอทีเอ็มจำนวน 9,400 ล้านบาท และผ่านสาขาของธนาคารจำนวน 3,550 ล้านบาท

ส่วนธนาคารทหารไทยแจ้งว่า สำรองเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม 9,000 ล้านบาท และผ่านสาขาทั่วประเทศ 5,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากปัจจุบันธนาคารมีสาขา 460 สาขา และเครื่องเอทีเอ็ม 2,353 เครื่อง และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้สำรองเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารทั่วประเทศ จำนวน 1,200 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับสงกรานต์ปีที่แล้ว เพราะพฤติกรรมลูกค้าจะถอนเงินช่วงก่อนวันหยุดยาว และหลังกลับมาจากท่องเที่ยววันหยุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 เมษายน 2555, 06:15 น.

หยุดยาว-ท่องเที่ยว ส่งผลยอดใช้น้ำมัน-ก๊าซ เดือน เม.ย.พุ่ง

Published พฤษภาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 พฤษภาคม 2554, 14:58 น.
หยุดยาว-ท่องเที่ยว ส่งผลยอดใช้น้ำมัน-ก๊าซ เดือน เม.ย.พุ่ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_174060

กรมธุรกิจพลังงาน เผย ยอดใช้น้ำมัน ก๊าซ NGV และ LPG เม.ย.พุ่งต่อเนื่อง เพราะเป็นวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวกันมาก…

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือนเมษายน 2554 ว่าปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินในเดือนเมษายน 2554 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมร้อยละ 4 จาก 19.8 ล้านลิตรต่อวัน มาอยู่ที่ 20.6 ล้านลิตรต่อวัน และกลุ่มน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จาก 55.0 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 55.3 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นผลจากช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวกันมาก และน้ำมันกลุ่มดีเซลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคมที่มีการใช้อยู่ที่ 56.0 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะที่การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินอยู่ที่ 19.1 ล้านลิตรต่อวัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค.54)

ทั้งนี้ การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน แบ่งเป็นเบนซินออกเทน 91 และออกเทน 95 รวมกัน อยู่ที่ 7.7 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ รวม อยู่ที่ 12.9 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 แม้ว่าปัจจุบันจะมีปัญหาเรื่องมันสำปะหลังขาดแคลนและมีราคาแพง ทำให้โรงงานเอทานอลที่ใช้มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบอาจหยุดการผลิตหรือชะลอการดำเนินการออกไป แต่จะไม่กระทบกับการผลิตแก๊สโซฮอล์แต่อย่างใด เพราะมีปริมาณสต๊อกเอทานอลของประเทศอยู่ในระดับสูง ประกอบกับโรงงานเอทานอลที่ใช้วัตถุดิบจากกากน้ำตาลหรือน้ำอ้อย มีกำลังการผลิตถึง 2.1 ล้านลิตร/วัน ในขณะที่ความต้องการใช้เอทานอลอยู่ที่ประมาณ 1.3–1.4 ล้านลิตรต่อวัน

ส่วนการใช้กลุ่มน้ำมันดีเซล ปริมาณการใช้ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาอยู่ที่ 54.0 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 5 ลดลงเหลือ 0.054 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเรื่องน้ำมันปาล์มขาดแคลนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลให้มีส่วนผสม B100 ร้อยละ 2 และขอความร่วมมือลดการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 5 แต่ปัจจุบันสถานการณ์ปาล์มน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กรมธุรกิจพลังงานจึงออกประกาศกำหนดคุณภาพน้ำมันดีเซลหมุนเร็วใหม่ให้มีส่วน ผสมของ B100 อยู่ในช่วงร้อยละ 3-5 ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป โดยในปัจจุบันสัดส่วนการผสม B100 อยู่ที่ร้อยละ 3 และหากปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันมีมากพอ กรมธุรกิจพลังงานจะประกาศสัดส่วนการผสม B100 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4 หรือร้อยละ 5 แล้วแต่ความเหมาะสม ซึ่งต้องมีการพิจารณาร่วมกันจากกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายวีระพล กล่าวต่อว่า การใช้ NGV ช่วงเดือนเมษายนนั้น มีปริมาณลดลงร้อยละ 7 จากเดิมอยู่ที่ 6.5 ล้านกิโลกรัม/วัน เหลือเพียง 6.0 ล้านกิโลกรัม/วัน เป็นผลจากการหยุดติดต่อกันหลายวันของโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้รถบรรทุกที่ใช้ NGV หยุดวิ่งไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากพ้นช่วงเทศกาลเดือนเมษายนแล้ว ในช่วง ครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤษภาคม ปริมาณการใช้ NGV ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน อยู่ที่ 6.3 ล้านกิโลกรัม/วัน

สำหรับปริมาณการใช้ LPG เดือนเมษายน 2554 อยู่ที่ 539,000 ตัน/เดือน หรือ 18,000 ตัน/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมร้อยละ 0.2 แบ่งเป็นการใช้ในภาคขนส่ง 70,000 ตัน/เดือน หรือ 2,300 ตัน/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และการใช้ในภาคปิโตรเคมี 195,000 ตัน/เดือน หรือ 6,500 ตัน/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เช่นเดียวกัน ขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือน อยู่ที่ 214,000 ตัน/เดือน หรือ 7,100 ตัน/วัน ลดลงเล็กน้อย จากเดือนมีนาคม และการใช้ในภาคอุตสาหกรรม 60,000 ตัน/เดือน หรือ 2,000 ตัน/วัน ลดลงร้อยละ 13 โดยในเดือนเมษายนมีการนำเข้า LPG เพียง 74,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2,200 ล้านบาท กองทุนจ่ายชดเชย 1,400 ล้านบาท

ด้านการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีปริมาณนำเข้ารวมทั้งหมด 914,000 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม ร้อยละ 11 ขณะที่มูลค่านำเข้ารวมอยู่ที่ 97,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 แบ่งเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบ 870,000 บาร์เรล/วัน มูลค่านำเข้า 93,000 ล้านบาท และน้ำมันสำเร็จรูป 45,000 บาร์เรล/วัน มูลค่านำเข้า 3,900 ล้านบาท ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณ 194,000 บาร์เรล/วัน เป็นมูลค่าส่งออก 21,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57 และร้อยละ 55 ตามลำดับ

นายวีระพล กล่าวถึงราคาน้ำมันตลาดโลกว่า ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมมีการแกว่งตัวสูงมาก โดยบางวันปรับตัวลดลงกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้น และลดลงอีกครั้งในช่วงครึ่งเดือนหลัง อย่างไรก็ตาม EIA ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในไตรมาสที่ 2 จะอยู่ที่ระดับ 106.18 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 25 พฤษภาคม 2554, 14:58 น.

สงกรานต์นี้ลิ้มรสอาหารเหลา

Published พฤษภาคม 10, 2011 by SoClaimon

15 เมษายน 2554, 05:30 น.

สงกรานต์นี้ลิ้มรสอาหารเหลา.

Pic_163937

ช่วงวันหยุดยาว ฉลองวันปีใหม่ไทยและวันครอบครัวกันด้วยอาหารมื้ออร่อย ที่สร้างความสุขกันได้ทั้งครอบครัว  บ้านที่ชอบกินเนื้อ คืนนี้ชวนกันไปที่ ห้องอาหารเดอะ เวิลด์และจินเจอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่จัดบุฟเฟ่ต์สเต๊กเนื้อและไวน์รสเลิศจากประเทศอาร์เจนตินา ทุกคืนวันศุกร์ ในราคาต่อคน 1,900 บาท++สอบถามที่ 0-2100-6255…ตลอดเดือนนี้ ห้องอาหารจีนซุยเซียน โรงแรมแลนด์มาร์ค ลดราคาติ่มซำ 50% หรือชอบ บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ จัดให้ในราคาคนละ 420 บาท++ทุกวันจันทร์-เสาร์ และอาทิตย์ ราคาคนละ 490 บาท++พร้อมเป็ดปักกิ่งและหมูหัน จองโต๊ะได้ ที่ 0-2254-0404 ต่อ 7777….ห้องอาหารจีน ลก หว่า ฮิน​โรงแรมโนโวเทล จัดบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ  ตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ ในราคา 480 บาทถ้วน สนใจโทร. 0-2209-8888….ห้อง อาหารศิลาดล โรงแรมสุโขทัย ชวนดับไอร้อนตลอดเดือนนี้ด้วยเมนูข้าวแช่ ตำรับชาววัง ในราคาชุดละ 850 บาท ++ โทร.0-2344-8888….ห้องอาหารปริ๊นเซส คาเฟ่ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง จัดเมนูข้าวแช่เสวย เช่นกัน อิ่มอร่อย ได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ในราคา 250 บาท++โทร.0-2281-3088… พระยาพาลาซโซ เรสสิเด้นส์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดเมนูไทยๆ รับปีใหม่ไทยด้วย ข้าวแช่, ขนมจีนน้ำพริก ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ มา 5 คนขึ้นไปรับส่วนลด 10% สำรองที่นั่งที่ 0-2883-2998

ส่วนคนชอบกินปลาแซลมอน ห้องอาหารเดอะ คาเฟ่ โรงแรมมณเฑียร จัดเมนูปลาแซลมอนมากมายเอาไว้เสิร์ฟ อาทิ ปลาแซลมอนย่างซอสครีมฮอทเรดิส, สปาเกตตีเส้นแบบผัดกับปลาแซลมอนรมควัน สอบถามที่โทร.0-2292-2999 ต่อ 3210…..ถ้าชอบกินกุ้ง เลี้ยวรถยนต์ไปที่ ห้องอาหารอิตาเลียนคาปรีชิโอ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ จัดเมนูกุ้งแม่น้ำไว้รอท่า ทั้งกุ้งแม่น้ำย่างราดซอสเนย กับเครื่องเทศ, กุ้งแม่น้ำทอมิดอร์ ฯลฯ ถามไถ่ได้ที่ 0-2558-7888 ต่อ 10010….. ผู้ชื่นชอบอาหารสเปน แวะไปชิมได้ที่ ห้องอาหารอิตาเลียน ลูป เทอร์เรซ แอนด์ บาร์ ชั้น 8 ของ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส จัดเมนูอาหารสเปนที่หาทานได้ยาก ให้ลองลิ้มกันตลอดเดือนนี้ สนใจโทร.0-2216-3700 ต่อ 20818……ส่วน โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ต้อนรับปิดเทอมในเดือน พ.ค.นี้  ด้วยเมนูบาร์บีคิวสูตรพิเศษสำหรับทุกคนในครอบครัว มีทั้งเนื้อและซีฟู้ด พร้อมให้สนุกด้วยการปิ้งย่างด้วยตัวเอง สนใจโทร.0-3830-1234…….ชื่นชอบ กันแบบไหน แวะไปลองลิ้มชิมรสกันได้เลยค่ะ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 15 เมษายน 2554, 05:30 น.

เตือนภัย… แฟชั่นคอนแทคเลนส์ ใส่เล่นสงกรานต์ เสี่ยงติดเชื้อโรค

Published พฤษภาคม 10, 2011 by SoClaimon

14 เมษายน 2554, 18:00 น.
เตือนภัย… แฟชั่นคอนแทคเลนส์ ใส่เล่นสงกรานต์ เสี่ยงติดเชื้อโรค – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_163136

สมัยนี้ใครๆ ก็หันมาใส่คอนแทคเลนส์กันมากขึ้น เพื่อเสริมความมั่นใจ ทำให้หน้าดูโดดเด้งโดยไม่ต้องพึ่งเมคอัพด้วยซ้ำ แต่หลายครั้งที่อันตรายในเรื่องการใส่คอนแทคเลนส์ไม่เหมาะสมนั้นเกิดอาการติดเชื้อจนถึงขั้นตาบอดได้

แฟชั่นคอนแทคเลนส์สมัยนี้ถือว่ามีมากขึ้น และดึงดูดให้สาวๆวัยรุ่นหันมาใส่ได้ง่าย เพราะด้วยราคาที่ถูก ใส่แล้วสวย แถมยังเลือกได้อีกว่าจะเป็นสีไหน หรือขนาดดวงตากลมโตแค่ไหนก็ได้

จริงอยู่ที่ว่าคอนแทคเลนส์สามารถเพิ่มความมั่นใจได้ไม่ยาก เดี๋ยวนี้เดินไปทางไหนจึงเห็นแผงลอยขายคอนแทคเลนส์อยู่ทั่ว ตั้งแต่บนห้างจนถึงตลาดนัดขายของ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ขายนั้นค่อนข้างเสี่ยงต่อดวงตาคู่สวยได้ง่ายมาก  ส่วนใหญ่จะเป็นคอนแทคเลนส์ประเภทบิ๊กอาย หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่าคอนแทคเลนส์เกาหลีนี่แหละ  ซึ่งทำมาจากพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ และมีความหนา เวลาใส่นอกจากไม่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังเกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอีกด้วย

นอกจากบิ๊กอายเกาหลีที่เป็นอันตรายไม่ว่าจะใส่ หรือไม่ใส่แล้ว คอนแทคเลนส์ทั่วๆ ไปที่ซื้อในร้านขายแว่นตา ไม่ว่าจะเป็นแบบสีสัน หรือมีค่าสายตาก็ตาม ถึงจะไม่เกิดอันตรายเท่ากับบิ๊กอายเกาหลี แต่ก็ต้องใช้อย่างถูกวิธีด้วย และที่สำคัญไม่ควรใส่เวลาว่ายน้ำ หรืออย่างเช่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ยิ่งไม่ควรใส่ เพราะน้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์เราไม่รู้เลยว่ามาจากที่ไหนบ้าง  แม้ว่าจะไม่อันตรายมาก แต่ก็ไม่ควรใส่ เช่นกัน เพราะถ้าน้ำหรือเศษแป้งเข้าไปเกาะอยู่ในคอนแทคเลนส์ แล้วล้างไม่สะอาด ก็จะทำให้ดวงตาติดเชื้อจนถึงขั้นตาบอดโดยไม่รู้ตัว

ข้อควรระวัง

1. การใช้คอนแทคเลนส์จริงๆ แล้วควรตรวจ หรือได้รับการอนุญาตจากจักษุแพทย์ก่อน

2. ผู้ที่มีสภาวะดวงตาผิดปกติ เช่นต้อเนื้อ ต้อลม ตาแดง กระจกตาไวต่อความรู้สึกลดลง ตาแห้ง กระพริบตาไม่เต็มที่ “ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์”

3. ห้ามใช้เกินระยะเวลาที่กำหนด

4.ห้ามใส่นอนและว่ายน้ำ เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

5.ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนใช้

6.ควรหยุดทันที เมื่อเกิดอาการผิดปกติที่ดวงตา

7. ควรเปลี่ยนน้ำยาฆ่าเชื้อในตลับทุกวัน และเปลี่ยนตลับทุก 3 เดือน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์
  • 14 เมษายน 2554, 18:00 น.

กทพ.สรุป7วันอันตรายสงกรานต์เกิดเหตุ29ครั้ง

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

21 เมษายน 2554, 15:41 น.
กทพ.สรุป7วันอันตรายสงกรานต์เกิดเหตุ29ครั้ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165720

กทพ.สรุปสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาล สงกรานต์ 7 วันอันตราย บนทางพิเศษทุกสาย ช่วง 7 วันอันตราย มีอุบัติเหตุ 29 ครั้งซึ่งเท่ากับสถิติอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้ว และไม่มีผู้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พันโททวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ช่วง 7 วันอันตราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถด้วยความเร็วสูง การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ รวมถึงเมาแล้วขับ โดยเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น จำนวน 29 ครั้ง แบ่งเป็นลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ คือ พลิกคว่ำ 11 ครั้ง ชนขอบทาง 7 ครั้ง เฉี่ยวชน 5 ครั้ง ชนท้าย 4 ครั้ง ชนไม้กั้นเลน 2 ครั้ง รวมรถที่เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 49 คัน เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคล 24 คัน รถกระบะ 10 คัน รถตู้โดยสาร 2 คัน รถบรรทุก 2 คัน และรถยนต์นั่งสาธารณะ 1 คัน ทั้งนี้  อุบัติเหตุทั้งหมดมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 23 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 12 คน ผู้หญิง 11 คน และที่สำคัญไม่มีผู้เสียชีวิต

“ส่วนหนึ่งที่บนทางพิเศษมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย สาเหตุหนึ่ง นั่นก็คือ ผู้ใช้ทางพิเศษมีความตระหนักถึงอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทในการขับรถ หรือ ดื่มสุรา รวมทั้ง กทพ. ได้ร่วมกับตำรวจทางด่วนรณรงค์กวดขันวินัยจราจรบนทางพิเศษ โดยการจัดตั้งจุดตรวจจับความเร็วและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์บนทางพิเศษทุกสาย อีกทั้งได้จัดตั้งหน่วยบริการประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าว จำนวน 5 จุด เพื่อให้บริการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เติมลมยาง น้ำ น้ำกลั่น รวมถึงบริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น และ แนะนำเส้นทางรวมถึงจัดเจ้าหน้าที่กู้ภัยคอยช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้ทางพิเศษได้มีโอกาสผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการขับรถ ลดปัญหาการหลับในลงได้เป็นอย่างดี โดยการให้บริการหน่วยบริการประชาชนของ กทพ. ทั้ง 5 จุด มีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากกว่า 9,600 คน มีรถยนต์เข้ามาใช้บริการกว่า 3,400 คัน” ผู้ว่าการ กทพ. กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 เมษายน 2554, 15:41 น.

ปชช.ร้องเรียนบริการรถขนส่งช่วงสงกรานต์กว่า 200 ราย

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

20 เมษายน 2554, 13:30 น.
ปชช.ร้องเรียนบริการรถขนส่งช่วงสงกรานต์กว่า 200 ราย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165388

ขนส่งทางบก เผย ประชาชนร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะช่วงเทศกาลสงกรานต์ 11- 17 เม.ย. 54 ผ่าน 1584 กว่า 200 ราย ส่วนใหญ่ขับรถประมาท และทิ้งผู้โดยสาร หรือไม่จอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้าย…

20 เม.ย. นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานของศูนย์คุ้มครอง ผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11- 17 เมษายน 2554 ปรากฎว่า มีประชาชนร้องเรียนการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะผ่านศูนย์คุ้มครองผู้ โดยสารรถสาธารณะ 1584 จำนวน 238 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ขับ รถประมาท ทิ้งผู้โดยสาร ไม่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ป้าย แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และจำหน่ายตั๋วเกินราคา ฯลฯ ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบและลงโทษไปแล้วจำนวน 57 ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างเรียกตัวมาสอบสวนความผิดเพื่อพิจารณาโทษต่อไป

นายเทียนโชติ กล่าวต่อว่า การจัดส่งเจ้าหน้าที่ตรวจการขนส่งออก ตรวจสอบความพร้อมของรถและพนักงานขับรถตามสถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 11- 17 เมษายน 2554 ได้ตรวจสภาพรถ จำนวน 119,425 คัน พบรถที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ จำนวน179 คัน ข้อบกพร่องที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ ไม่มีกระจกข้างหรือกระจกหน้า ยางเสื่อมสภาพ และไม่ติดเครื่องหมายการตรวจสภาพรถ ซึ่งได้สั่งให้เปลี่ยนรถคันใหม่ทันทีเนื่องจากสภาพรถอาจไม่ปลอดภัย จำนวน 48 คัน นอกนั้นได้พิจารณาโทษตามกฎหมายทุกราย ส่วนการตรวจ ความพร้อมพนักงานขับรถจำนวน 123,046 ราย ตรวจพบกระทำผิดจำนวน 112 ราย ได้แก่ ไม่มีสมุดประจำรถ ไม่เปลี่ยนพนักงานขับรถตามระยะทางที่กำหนด ฯลฯ โดยในจำนวนนี้ได้ให้เปลี่ยนพนักงานขับรถทันที 7 ราย เนื่องจากตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ นอกนั้นได้ดำเนินการพิจารณาโทษตามความผิดทุกรายเช่นกัน สำหรับ กิจกรรม “ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน” ที่ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถเบื้องต้น ฟรี ณ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ และจุดบริการของภาคเอกชน รวมทั้งจุดบริการของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดนักศึกษาให้บริการตรวจซ่อมรถเบื้องต้นตาม ถนนสายหลัก – สายรอง แก่ผู้เดินทาง ฟรี มีรถเข้าใช้บริการรวมทั้งสิ้น 36,640 คัน และก่อนช่วงเทศกาล 292,992 คัน

นายเทียนโชติ กล่าวด้วยว่า แนะนำผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ให้ใส่ใจในความปลอดภัยทั้งด้านตัวรถและผู้ขับรถอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน และหากผู้ใดพบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร แจ้ง ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 เมษายน 2554, 13:30 น.

สทท.เตรียมแผนกระตุ้นท่องเที่ยวใต้หลังน้ำลด

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

19 เมษายน 2554, 20:40 น.
สทท.เตรียมแผนกระตุ้นท่องเที่ยวใต้หลังน้ำลด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165190

สทท.เตรียมกระตุ้นท่องเที่ยวใต้หลังน้ำลด ประเดิม 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ฯ นครศรีธรรมราช และ กระบี่ ด้านท่องเที่ยวใต้ ยัน แหล่งท่องเที่ยวยังไม่เสียหาย

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น โดยจะนำร่อง สำรวจเส้นทางภาคใต้ ใน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ กระบี่ ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-3 พ.ค.54 โดยจะเชิญสื่อมวลชน 20 คน และ บริษัทนำเที่ยว 70 คน เดินทาง เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์น้ำลด

สำหรับภาคเหนือจะสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “กรีนซีซั่น” เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.-9 พ.ค.54 โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือภาคเหนือตอนบน และ ภาคเหนือตอนล่าง ส่วนภาคอีสาน จับมือกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย และ สำนักงาน ททท.ภูมิภาคอีสาน ทำคู่มือเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟ เพื่อให้นักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มาใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น และ ก่อเกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น โดยจะเน้น เรื่องของความสะดวก ปลอดภัย รวมถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว

ด้าน นางศุลีพร เสรีวัฒนา กรรมการ สทท.และ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ผลจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ แหล่งท่องเที่ยว จ.นครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบเพียง 2 เส้นทาง คิดเป็น 5% ของแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งทะเล และ ในอ.เมือง ไม่ได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตามปกติ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่เขาสกไม่เสียหาย ยังเที่ยวได้ตามปกติ ทั้งนี้ การท่องเที่ยวของ 2 จังหวัดดังกล่าวก่อนสงกรานต์ได้ถูกยกเลิกมาตลอด ทั้งๆที่แหล่งท่องเที่ยวไม่เสียหาย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 เมษายน 2554, 20:40 น.

สงกรานต์5วันทำเงินสะพัด8.5พันล้านบาท

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

19 เมษายน 2554, 17:34 น.
สงกรานต์5วันทำเงินสะพัด8.5พันล้านบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165168

ททท.เผย สถานการณ์ท่องเที่ยวสงกรานต์ 13-17 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำเงินสะพัด 8.5 พันล้านบาท โดยภาคกลางเป็นภาคที่ มีนักท่องเที่ยวเข้าพักมากสุดถึง 1.37 ล้านคน สร้างรายได้ 1.995 พันล้านบาท…

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 13-17 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า คึกคักทุกภูมิภาค แม้ว่าจะมีข่าวน้ำท่วม และข่าวลือเรื่องแผ่นดินไหวภาคเหนือ รวมทั้งอากาศแปรปรวน ก็ไม่กระทบการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 3.04 ล้านคน สร้างรายได้การท่องเที่ยว 8,511.21 ล้านบาท

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวภาคกลางคึกคักที่สุด มีนักท่องเที่ยว 1.37 ล้านคน สร้างรายได้ 1,995.58 ล้านบาท อัตราเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 70% รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 644,952 คน รายได้ 1,408 ล้านบาท อัตราเข้าพักเฉลี่ย 73% แต่นับเฉพาะจังหวัดชลบุรี อยู่ที่ 90%, ภาคใต้ 421,835 คน รายได้ 1,983.27 ล้านบาท อัตราเข้าพัก 60% แต่เฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 100%, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 346,950 คน รายได้ 1,130.50 ล้านบาท อัตราเข้าพัก 50-60% และภาคเหนือ 259,066 คน รายได้ 1,993.86 ล้านบาท อัตราเข้าพัก 60%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 เมษายน 2554, 17:34 น.

บขส.รับอานิสงส์น้ำมันแพงยอดใช้บริการเพิ่ม10%ช่วงสงกรานต์

Published เมษายน 22, 2011 by SoClaimon

19 เมษายน 2554, 15:58 น.
บขส.รับอานิสงส์น้ำมันแพงยอดใช้บริการเพิ่ม10%ช่วงสงกรานต์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165125

บขส. ยิ้มแก้มปริ น้ำมันแพงยอดใช้บริการช่วงสงกรานต์เพิ่ม 10% จากปีที่ผ่านมา ด้าน รฟท.หงอย น้ำท่วมใต้ทำรายได้หลักช่วงเทศกาลลดลง 1.7%…

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการ และผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เปิดเผยถึงตัวเลข ผู้เดินทางในเทศกาลสงกรานต์ปี 2554 ที่ผ่านมาว่า มีผู้ใช้บริการเดินทางกว่า 2 ล้านคน ซึ่งถือเป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีประชาชนใช้บริการ บขส.เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับเทศกาลเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีประชาชนไม่น้อย ปรับเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้ บริการรถโดยสารสาธารณะ กลับภูมิลำเนา

ด้าน นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2554 ตัวเลขผู้เดินทาง ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน-18 เมษายน ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ใช้บริการ รวม 1,393,469 คน รฟท.มี รายได้รวม 171.8 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2553 ที่มีผู้โดยสาร เดินทาง 1,430,264 คน หรือ ลดลงร้อยละ 2.6 ขณะที่รายได้ จากการเดินรถในเทศกาลปีที่แล้ว มี 175 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 1.7 ซึ่งสาเหตุที่จำนวนผู้โดยสารลดลง ของเทศกาลปีนี้ มาจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น ก่อนเทศกาลในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งรถไฟสายใต้นั้น ถือเป็นเส้นทางเดินรถที่เป็นรายได้สำคัญ ของรฟท. ซึ่งปัญหาอุทกภัย ก็ทำให้มีผู้เดินทางน้อยลง ประชาชนวางแผนการเดินทางมากขึ้น

“ในส่วนของจำนวนผู้เดินทางในรถไฟสายใต้ปีนี้ ยอมรับว่าลดลงประมาณร้อยละ 6-7 จากปีที่ผ่านมา จากปัญหาอุทกภัย ซึ่งมีผลทำให้รางเสียหาย ต้องมีการซ่อมแซมและเปิดใช้ทางก่อนเทศกาลพอดี ขณะที่ภูมิภาคอื่น เช่น รถไฟสายเหนือและอีสาน เพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 2-3” นายยุทธนากล่าว

ขณะที่สถิตอุบัติเหตุนสงกรานต์ ปีนี้ พบว่ามีจำนวน 7 ครั้ง ลดลงจากปี 2553 10 ครั้ง และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย เกิดจากการขับรถชนขบวนรถไฟที่จังหวัดขอนแก่น ขณะที่มี่ผู้บาดเจ็บ จากการพลัดตกรถไฟ และอื่นๆ ที่บาดเจ็บเล็กน้อยรวม 9 ราย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 เมษายน 2554, 15:58 น.
%d bloggers like this: