สกู๊ปพิเศษ

All posts tagged สกู๊ปพิเศษ

สกู๊ปพิเศษ : ส่งความสุขไปกับศิลปินฝีมือดี พร้อมสนุก และซึ้งต่อเนื่องในปี’59

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/196739

วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
มีผลงานออกมาให้แฟนเพลงได้ชม ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องสำหรับค่าย ศิลปินค่ายเพลง “สไปร์ซซี่ ดิสก์” (Spicy Disc) ไม่ว่าจะเป็นเพลงรัก เศร้าสมหวัง เริ่มต้นด้วยเพลงจาก EP.เรา จากวง ละอองฟอง (La Ong Fong) กับมินิอัลบั้มที่จัดขึ้นเพื่อเป็นของขวัญตอบแทนละอองแฟน ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างดี กับเพลง “เมื่อฉัน และเธอ ชัดชาดีดา” และ “คนที่ฟ้าส่งมาให้รักกัน” นอกจากนี้ยังมีเพลงจากโปรเจกท์ เดอะ บอยก้อ (theBOYKOR)ของศิลปินนักแต่งเพลง บอย-ตรัย ภูมิรัตน และ ก้อ- ณฐพล ศรีจอมขวัญ ที่ส่งเพลงหลากหลายอารมณ์ออกมาให้ฟังกัน อย่างเพลง The Wedding Singer, ไม่ได้หรอก และคำที่ไม่อยากพูดเลย เป็นการปิดท้ายโปรเจกท์

ตามมาด้วยหนุ่มอารมณ์ดีมาดกวน ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ ที่ปล่อยเพลงออกมาให้ฟัง กับเพลง เพลงรักเก่า, ถูก และ ดี, รู้สึกดี ที่ได้พี่ชายคนสนิทอย่าง จั๊ก-ชวิน จิตรสมบูรณ์ มาถ่ายทอดอารมณ์ซึ้งๆ ให้ได้อิน และเพลง ร้อยแก้ว เพลงช้าที่ขอพูดถึงเรื่องการดื่มในอีกมุมหนึ่งกับซาวนด์ดนตรีแปลกใหม่ที่ทำให้เพลงนี้น่าฟังยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งศิลปินที่มีแฟนเพลงถามถึงมากที่สุดว่าเมื่อไหร่จะมีเพลงใหม่ออกให้ได้ฟังกันสักที กับวง สควีซ แอนนิมอล (Sqweez Animal) กับ บอกไม่ได้ (Secretive)ที่ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ จนทำให้เพลงนี้ติดชาร์ทอันดับ 1 ตามคลื่นวิทยุนานกว่า 3 สัปดาห์เลยทีเดียว และการกลับมาของศิลปินฝีมืออย่างวง คิดแน็ปเปอร์ส (Kidnappers) ต้นฉบับวงดนตรีสไตล์ อิเล็กทรอนิกส์ – ป๊อป (Electronic – POP) ของไทยที่ปล่อยเพลงออกมาให้ฟังกัน 3 เพลง 3 สไตล์

และอีกหนึ่งวงที่เรียกได้ว่ากลับมาปังสุดๆ กับ วง มายด์ (MILD) ในเพลง ซาโยนาระ (SAYONARA) ทำให้ตอนนี้
มียอดวิวพุ่งพรวดไปกว่า 60 ล้านวิวแล้ว ต่อด้วยวง เฮลเม็ทเฮดส์ (Helmetheads) กับเพลง อินสตาแกรม (Instagram) และ อันเฟรนด์ (Unfriend)  รวมไปถึงวง เดอะ พาร์คินสัน (The Parkinson) ซึ่งหลังจากปล่อยเพลง จะบอกเธอว่ารัก มาจนฮิตติดลมบนก็ต่อเนื่องด้วยเพลง คืนนี้ และหมดแก้ว ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวง โขกดิน, โช-โชตินันท์, มอร์นิ่งซูน (Morning Soon) และ แนป อะ ลีน (Nap a lean) ที่ปล่อยผลงานออกมาให้ฟังกันอย่างไม่ขาดสาย

ส่วนของคอนเสิร์ตปี’58 กับวงดนตรีระดับโลกอย่างวง The 1975 กับ The 1975 Live in Bangkok และ “Incubus Live In Bangkok” มาให้แฟนเพลงชาวไทยได้มันกัน

และในปี’59 ประเดิมด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ 10 ปี ของ ว่าน-ธนกฤต หรือจะเป็นเทศกาลดนตรีใจกลางเมืองอย่าง เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ เทศกาลดนตรีประจำปี นอกจากนี้ยังมีอีกหลายศิลปินที่จะปล่อยผลงานออกมาให้ฟังกันทั้งปี อาทิ สควีซ แอนนิมอล(Sqweez Animal), มายด์ (MILD), เดอะ พาร์คินสัน (The Pakinson), เฮลเม็ทเฮดส์ (Helmetheads),แนป อะ ลีน (Nap a Lean), เดอะ รู้ด (The Rube), รูฟท็อป (Rooftop), เดอะ พับบลิค แมนชั่น (The Public Mansion), คิดแน็ปเปอร์ส (Kidnapers) และอีกหนึ่งวงใหม่ เดอะ โกส แคท (The Ghost Cat) เรียกได้ว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่เราเตรียมไว้ให้ทุกคน

แฟนเพลงสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ได้ที่ www.facebook.com/spicydisc และ Line Official Spicy Disc

 

โฆษณา

สกู๊ปพิเศษ : STAR WARS ‘แฮร์ริสัน ฟอร์ด’ เป็น ‘ฮัน โซโล’ กับบทบาทพ่อผู้เสียสละ

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/195589

วันจันทร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นี่ถือเป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรก กับเวลาซึ่งผ่านมา 25 ปีแล้ว

แน่นอนครับว่าประเด็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์แบบทั่วไปทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นการสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับหนัง “Star
Wars” แบบเฉพาะเจาะจงล่ะก็ ผมน่าจะไม่ได้พูดถึงมันมาประมาณยี่สิบห้าปีได้แล้ว

รู้หรือเปล่าว่าพวกเขาจะสร้างภาคใหม่ ขึ้นมา

รู้มาประมาณสองสามปีก่อนครับ แต่ผมไม่ได้เห็นบทจนกระทั่งประมาณหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาตอนที่ผมเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมกับมันน่ะ

คุณโดนหว่านล้อมมากมายเลย? ก่อนที่คุณจะตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง

จริงๆแล้ว ผมก็มีผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ด้วยระดับหนึ่ง ผมดีใจ
มากๆ ตอนที่ได้เห็นบทและคิดว่ามันมีไอเดียที่น่าทึ่งหลายอย่าง และก็มีสิ่งน่าสนใจหลายๆ อย่างให้ทำด้วย และผมยังตื่นเต้นที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับเจ.เจ.อับรามส์ ที่ผมรู้จักมานาน

“แคธลีน เคนเนดี้” เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณสนใจรึเปล่า

เสน่ห์ของมันอยู่ที่เรื่องราว อยู่ที่หนังที่เรากำลังจะสร้างขึ้น แต่แน่นอนว่าทีมงานเป็นส่วนสำคัญมากๆ และการที่คุณมีความสัมพันธ์กับผู้คนเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ด้วย ผมเคยร่วมงานกับเคธี เคนเนดี้ มาแล้วหลายครั้ง และมันก็ประสบความสำเร็จมากๆ ด้วย ผมก็เลยดีใจที่ได้ร่วมงานกับเธออีกครั้ง ผมคิดว่ามันจะต้องสนุกแน่ๆ ผมรู้ว่าหนังเรื่องนี้มีทีมงานที่ยอดเยี่ยม แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ผมสนใจโปรเจกท์นี้

วิสัยทัศน์ของ เจ.เจ.อับรามส์

เราคุยกันถึงเรื่องพัฒนาการของตัวละครตัวนั้นและความสัมพันธ์ของเขากับตัวละครตัวอื่นๆ ในเรื่อง มันเป็นบทสนทนาที่น่าสนใจและปลุกใจมากๆ แล้วก็มีการดำเนินการต่อเกี่ยวกับคำถามที่ผมถามเอาไว้หรือสิ่งที่ผมนำเสนอกับเจ.เจ.อับรามส์ ซึ่งผมก็พอใจมากๆ กับเรื่องนั้น แต่ผมเป็นคนประเภทที่ให้ความสำคัญกับตอนเริ่มต้นกับตอนจบ ซึ่งทำให้ผมจำเรื่องระหว่างทางไม่ค่อยได้หรอก

รู้สึกตัวเองสนุกกับการได้นำเสนอความคิดเห็นมากขึ้น

ตอนที่เราเริ่มต้น เราต่างก็ได้นำเสนอความคิดเห็นของเราไม่มากก็น้อย ระหว่างการถ่ายทำ “Star Wars” หลายภาค
เราได้ทำงานกับผู้กำกับสามคน และแต่ละคนก็มีสไตล์และทัศนคติต่อกระบวนการทำงานที่แตกต่างกันไป ผมอยากจะบอกว่าความสัมพันธ์กับผู้กำกับทั้งสามคนนั้นแตกต่างกันออกไป แต่ผมก็รู้สึกเสมอว่ามันมีระดับความร่วมมือกันในแบบที่ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องรู้สึกผ่อนคลายน่ะ

พูดถึง ผู้กำกับ เจ.เจ.อับรามส์

เขาเป็นคนรอบคอบและรอบรู้มากๆ เกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ รวมถึงพัฒนาการตัวละครและเรื่องความสัมพันธ์ด้วย
เขานำความจริงใจและความเข้าอกเข้าใจมาสู่ความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยินดีมากที่ได้เห็น เขาเป็นคนทำหนังที่มีความสามารถมากๆ และเป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างที่ทำงานมีประสิทธิภาพมากๆ ด้วย ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับเขาและสมาชิกทุกคนในทีมของเขาในการทำงานหนังเรื่องนี้

กับฉากยานมิลเลนเนียม ฟัลคอน

ผมรู้สึกสนุกที่ได้เห็นมันอีกครั้ง ผมจำมันได้ไม่แม่นยำเท่าที่ผมคิดเอาไว้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมจำได้เกี่ยวกับห้องโดยสารและเรื่องตลกที่เราเคยเจอ ในห้องโดยสารดั้งเดิม ผมขอจอร์จให้เราเข้าไปข้างในได้ เพื่อที่เราจะได้ทดลองเรื่องขนาดของมัน
การขับยานลำนี้เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยด้วยการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในไตรภาคชุดแรก แต่ผมก็เริ่มรื้อฟื้นความรู้สึกเดิมๆ กลับมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ มันสนุกดีครับ

การร่วมงานกับเดซี ริดลีย์และจอห์น โบเยกา เป็นยังไงบ้าง

พวกเขาเป็นคนน่าสนใจมากๆ ทั้งในชีวิตจริงและตัวละครในหน้าจอของพวกเขา ผมคิดว่าผู้ชมจะดีใจที่ได้รู้จักพวกเขาและได้ติดตามเรื่องราวของพวกเขา ตัวละครของพวกเขาเป็นอะไรที่สร้างสรรค์และมีชีวิตชีวามากๆ ตัวละครของพวกเขาน่าสนใจและเจอกับความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบางอย่าง การคัดเลือกนักแสดงสำหรับทั้งสองบทนี้ก็ยอดเยี่ยมมากๆ

“Star Wars” ในความรู้สึกของคุณ

สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือการที่มันมีบริบทแบบไซไฟ แฟนตาซี แต่เดินเรื่องด้วยเรื่องราวที่มีอารมณ์ความเป็นมนุษย์ที่เราทุกคนต่างก็เข้าถึงได้ไม่มากก็น้อย เราทุกคนต่างก็รับรู้ได้ถึงพลังของความสัมพันธ์พวกนี้ มันทำให้หนังเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง คุณอาจเรียกมันว่าเป็นหนังครอบครัวก็ได้

คุณหวังว่าผู้ชมจะได้รับอะไรจากภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง

การตระหนักรับรู้ถึงความเป็นมนุษย์ที่เรามีร่วมกัน และการที่เราทุกคนต่างก็เผชิญหน้ากับปัญหาแบบเดียวกัน และเรายังมีความหวัง มีความสุข มีความรับผิดชอบชั่วดี และการตระหนักถึงความจริง และผมหวังว่าพวกเขาจะสนุกไปกับเรื่องราวนี้ครับ

สกู๊ปพิเศษ : ทีมคนอยากลองดี ปลุกจิต ‘ขวัญผวา’ ส่งท้ายปี

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/192792

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.
เข้าช่วงเดือนสุดท้ายของปี หลายสถานีพาเหรดซีรี่ส์ใหม่ลงจอกันเพียบ มีทั้งซีรี่ส์รักหวานเจี๊ยบ ดราม่า แอ๊กชั่น แต่ที่เห็นวัยรุ่นไทยกำลังจับจ้องกัน น่าจะเป็นฝั่งของ ซีรี่ส์ผี ที่ส่งตัวอย่างมาเรียกน้ำย่อยแล้ว แถมโปรยเรื่องเปิดตัวว่าเป็น ซีรี่ส์ผีมีสไตล์ ผสานการเล่าเรื่องแบบใหม่ โดยได้นางเอกฝีมือดี “สายป่าน” อภิญญา สกุลเจริญสุข มานำทีม

ซีรี่ส์ “ขวัญผวา” ว่าด้วยเรื่องราวของเหล่านักเขียนบทมือใหม่ นนท์ (เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) ป้อง (แจ๊ค-
กิตติศักดิ์  ปฐมบูรณา) มิ้ม (สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข) เก๋ง (วิศรุต หิมรัตน์)  และยูนะ (นารา เทพนุภา)  พวกเขากำลังประสบปัญหา เมื่อพลอตซีรี่ส์ “ขวัญผวา” ถูกนายทุนปฏิเสธ อีกทั้งยังต้องส่งเนื้อหาใหม่ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า นนท์จึงแนะให้ทุกคนลองเปลี่ยนบรรยากาศ ด้วยการไปสัมผัสสถานที่สยองขวัญจริง ที่ชื่อว่า “ป่าแขวนคอ”

ทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าพักที่โฮมสเตย์ของ ป้าจันทร์ (ทราย เจริญปุระ) โฮมสเตย์แห่งนี้มีเรื่องเล่าและประวัติความหลอนอันน่าสะพรึงขวัญ โดยทั้ง 5 คนผลัดกันเล่าเรื่องผีทุกคืน เพื่อแชร์พลอต  แต่แล้วกลับเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ขวัญผวา เมื่อเช้าของวันถัดมา พวกเขาพบว่าเรื่องที่เล่า กลายเป็นจริงขึ้นมา…ทีละเรื่อง!!

อยากทำความรู้จักกับซีรี่ส์เรื่องนี้ ก็ต้องมุ่งไปที่คนต้นเรื่อง ผู้เขียนบท และกำกับฯ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ เกริ่นนำว่า “เรื่องนี้ค่อนข้างใส่ใจกับโลเกชั่นมาก ที่เลือกโรงแรมนี้มาใช้เป็นคฤหาสน์ เพราะดูมีเรื่องราว และการที่โลเกชั่นซัพพอร์ตกับเรื่อง ก็จะช่วยให้เนื้อหาน่าเชื่อถือ ทั้งเวลาที่คนดู  และเวลาที่นักแสดงเล่น ที่สำคัญคืออยากให้ติดตามตั้งแต่วินาทีแรก เพราะเรื่องนี้จะไม่เหมือนเรื่องไหนๆ ที่เคยดูกันมา รับประกันว่ามันส์ และสนุกมากครับ”

ด้านนักแสดงสาว สายป่าน- อภิญญา เสริมว่า “บทมิ้นที่เล่น ค่อนข้างมีคาแร็กเตอร์ชัดเจน แตกต่างจากคนอื่นๆ เป็นคนรักเพื่อน และเป็นคนดีที่สุดในเรื่อง แต่ก็เป็นคนที่น่าสงสารที่สุดด้วย เพราะเป็นคนที่ต้องแบกรับชะตากรรม และภาระของเพื่อน ส่วนเรื่องผู้นำ ยกสิทธิ์นี้ให้กับนนท์ไป นนท์จะเป็นคนตัดสินใจ จะไปไม่ไป จะเดินไม่เดิน แต่มิ้นจะเป็นคนคอยเขี่ยให้ทุกคนไปในทางที่ควรเป็น ส่วนเรื่องสถานที่ถ่ายทำ คือพอได้เห็นแล้วสะพรึงก่อนเลยค่ะ ไม่คิดว่ามันจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในประเทศไทยด้วย พอลองเสิร์ชข้อมูลดู ถึงได้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นกลุ่มแรกที่มาเจอ”

ผู้รับบท นนท์ ที่ใครๆ ต่างก็โยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้ ได้นักแสดงหนุ่ม เจเจ-กฤษณภูมิ  มารับหน้าที่ เจ้าตัวเอ่ยขึ้นทันทีว่า “กลัวมากครับ ตอนที่รู้ว่าจะต้องมาถ่ายทำในสถานที่น่ากลัวติดอันดับหนึ่งในสามของอาเซียน แต่หลวมตัวแล้วก็ต้องไหลตามน้ำ (หัวเราะ) คาแร็กเตอร์ของนนท์จะเป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งตรงข้ามกับตัวจริงผมเลย ที่ชอบตามน้ำ ไปไหนก็ไป แต่พอมาเล่นบทนี้ เราต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ด้วยท่าทางการแสดงออกก็ยากขึ้น ผมว่าเรื่องนี้แปลกไปจากซีรี่ส์ที่ทุกคนเคยดู รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ”

แจ็ค กิตติศักดิ์ ผู้ถูกวางให้รับบท ป้อง บอก “ในเรื่องผมจะเป็นคนที่พูดเยอะ พูดมาก ปากไวที่สุดในกลุ่มครับ ป้องเป็นคนที่รักเพื่อนและพร้อมที่จะปกป้องเพื่อน และเมื่อเจอเหตุการณ์คับขัน ป้องก็เอาตัวรอดได้ด้วยเช่นกันครับ”

สมาชิกอีกหนึ่งคนคือ เก๋ง รับบทโดย โมสต์-วิศรุต“คาแร็กเตอร์เก๋งเป็นเด็กเนิร์ดแว่นหนา ที่เหมือนมีตาทิพย์ เห็นผีได้ครับ จะดูเป็นคนที่ค่อนข้างลึกลับ เข้าถึงยาก”

ด้านนักแสดงสาว นารา เทพนุภา เล่าว่า “นาราเล่นเป็นยูนะค่ะ เป็นเด็กสาวน่ารักสดใส กลัวผีมากๆ และจะชอบเรียกร้องความสนใจ เป็นผู้หญิงเรื่องเยอะ แต่ช่วงหลังยูนะจะมีจุดเปลี่ยน เปลี่ยนชนิดที่ว่าสามารถฆ่าคนได้เลย”

มีเสียงร่ำลือว่าเกิดเรื่องอาถรรพ์ระหว่างถ่ายทำพอสมควร แต่ผู้กำกับฯ มะเดี่ยว บอก “ส่วนตัวตั้งแต่ถ่ายทำมายังไม่เคยเจออะไร จะเป็นทีมงานมากกว่าที่เจอ เพราะผู้กำกับฯต้องอยู่แต่หน้ามอนิเตอร์  แต่ถึงผีหลอกก็ไม่กลัวนะ กลัวถ่ายไม่เสร็จมากกว่าครับ”  ทำเอาทีมนักแสดงที่นั่งฟังอยู่ฮาไปตามๆ กัน

นี่แค่เกริ่นนำ เพื่อทำความรู้จักกับนักแสดงแต่ละคน ส่วนความหลอนที่ชวนขนหัวลุก คงต้องรอพิสูจน์กันในคืนวันพรุ่งนี้
(15 ธ.ค.) โดย ซีรี่ส์ “ขวัญผวา” วางคิวออกอากาศ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลาสองทุ่ม ทางช่อง GMM25 บอกเลยว่าวันเวลานี้ เจอ สายแข็ง เข้าอย่างจัง แต่ดูท่านักแสดงทีมนี้จะไม่หวั่น เพราะตลอดการถ่ายทำ พวกเขาบอก เจอมาหมดแล้ว ทั้ง สัตว์ เด็ก เอฟเฟกท์ สลิง เพราะฉะนั้นใครจิตไม่แข็งจริง เตรียมขวัญผวาได้เลย…

สกู๊ปพิเศษ : ‘แอนดริว เกร็กสัน – ไอซ์-อามีนา กูล’ กับความโรแมนติกหวาน ใน ‘พลับพลึงสีชมพู’

Published ธันวาคม 7, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/191821

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.

แอนดริว เกร็กสัน รับบทเป็น?

เรื่องนี้ผมแสดงเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ชื่อวิศรุตครับ เป็นผู้ชายที่ดูสุขุม อบอุ่น เป็นเจ้านายที่ใจดี ขณะเดียวกันก็มีปมในใจที่แม่ต้องอุ้มท้องไปอยู่เมืองนอกและใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว บท วิศรุตเป็นบทที่ถูกใจผมนะครับ ชอบด้วยแหละและก็ดีใจที่แฟนละครชอบ มันทำให้เรามีกำลังใจขึ้นและเขาชอบบทบาทที่เราแสดงออกมารู้สึกดีครับ ดีใจมาก

เล่นคู่กับ ไอซ์-อามีนา กูล เป็นไงบ้าง

น้องเค้าก็น่ารักดีครับ เล่นละครเก่ง ร่าเริง แต่บางทีก็อาจจะมีหลุดๆ บ้างเวลาเข้าฉากซึ่งก็เป็นซีนที่หวานและโรแมนติกพอสมควร แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ อย่างที่บอกน้องเค้าแก่งอยู่แล้ว

เดินทางมาถ่ายละครที่ต่างประเทศบ่อยไหม

เป็นครั้งแรกครับสำหรับละคร ถือว่าครั้งแรกเลยที่ได้มาถ่ายละครที่อิตาลี นักแสดงแค่สองคน แล้วก็มี แม่อี๊ด-ดวงใจ มาแสดงอีกนิดหน่อย

ถือว่าได้ไปเที่ยวด้วยเลย

ก็ด้วยนะ เพราะที่นั่นสวยมากอากาศก็ดี วิวสวย เมืองน่ารัก

ไปที่ไหนมาบ้าง

ไปที่เวนิส และเวโรน่าครับ

ภาพที่ออกมาทำเอาเคลิ้มไปตามๆ กัน

ครับฉากที่ถ่ายก็เป็นฉากพระ-นางโรแมนติก เป็นฉากจบด้วย ก็คิดว่าคนดูน่าจะได้กำไรกับวิวสวยๆ ของอิตาลี และเรื่องราวของละครที่เข้มข้นอยากให้ตามชมกันครับ

สวัสดีค่ะ ไอซ์ ค่ะ อามีนา กูล ตอนนี้ ไอซ์ กำลังเรียนปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ค่ะ

ไอซ์-อามีนา กูล สาวสวยเธอได้รับตำแหน่งมิสโคคาไอดอล จากเวทีมิสทีนไทยแลนด์ 2009 และได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เรียกได้ว่า
แจ้งเกิดจากตำแหน่งมิสมอเตอร์โชว์ 2010 สาวคนเก่งก็เริ่มมีผลงานเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเดินแบบ ถ่ายแบบ จนได้โดดมารับบทนางเอกภาพยนตร์เรื่อง รักสุดทีน ซึ่งก็ประกบกับพระเอกฮอต มาริโอ้ เมาเร่อจากนั้นเธอก็ได้ชิมงานละครครั้งแรกกับบท เอวา ในละคร ตะวันฉายในม่านเมฆ และบท อันตรา ใน สามใบไม่เถา และล่าสุดกับละคร เรื่อง พลับพลึงสีชมพู

ละครเรื่องล่าสุด “พลับพลึงสีชมพู”

ค่ะ เรื่องนี้เป็นละครเรื่องล่าสุดของไอซ์ รับบทเป็นสโรชา เป็นลูกสาวเศรษฐี เรียนจบด้านธุรกิจจากเมืองนอก เป็นสาวมั่นใจ
ไม่ยอมใคร ขณะเดียวกันก็จับพลัดจับผลู ปลอมตัวมาเป็นพลับพลึง สาวบ้านนอกที่มาทำงานในโฮมสเตย์ของพระเอก ดูออกจะสวยหวานเป็นธรรมชาติ น่ารัก แต่ยังไงก็เป็นสโรชาที่ปลอมตัว โก๊ะๆ บ้าง

ได้ประชันบทบาทกับพระเอกหล่อ แอนดริว เกร็กสัน

เรื่องนี้ได้แสดงกับพี่แอนดริว ตอนแรกที่เล่นก็เกร็งๆ ตื่นเต้นบ้าง เพราะพี่เค้าจะเงียบๆ ไม่ค่อยคุยแต่หลังๆ ก็ขี้เล่น คุยเก่ง ชอบแกล้งไอซ์ด้วย

โดนแกล้งอะไรบ้าง

พี่เขาชอบมาจี้ พอรู้ว่าไอซ์บ้าจี้ก็จะยิ่งแกล้ง โดนไอซ์ตีไปหลายทีแล้วค่ะ

ร่วมงานกับพี่เค้าเป็นไงบ้าง

พี่แอนดริวเป็นกันเองมาก อย่างตอนไปอิตาลีด้วยกันจะถ่ายกันอยู่สองคนเป็นส่วนใหญ่ ก็ถ่ายรูปเล่นกันสนุกเลยค่ะ แล้วบรรยากาศที่เวนิสก็สวยมากๆ ต้องขอบคุณ คุณดาว-พอฤทัย ผู้จัด ที่ให้โอกาสไอซ์ได้เล่นละครเรื่องนี้

มีผลงานการแสดงอื่นๆ ให้ติดตามอีกบ้าง

ตอนนี้ก็มี ละคร พิรุณพร่ำรัก รับบทเป็น ชามินต์ วรุณวาทิน แสดงคู่กับ บอม-ธนิน และก็อีกเรื่อง ดั่งพรหมลิขิตรัก รับบท รสิกา
หรือ การะเกด คู่กับ บอม เช่นเดียวกันค่ะ

สุดท้ายฝากถึงแฟนละครหน่อย

ยังไงก็ฝากติดตามชมนะคะ “พลับพลึงสีชมพู” ละครมีหลายรสชาติ ทั้งดราม่า ทั้งโรแมนติก คอเมดี้ โดยเฉพาะตอนอยู่โฮมสเตย์ มีแก๊งอย่าง พี่ธงธง, พี่บอส, ไต้ฝุ่น รวมทั้ง กุ๊บกิ๊บ เพื่อนสาว คิดว่าดูแล้วน่าจะชอบ ฝากติดตามด้วย ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 ขอบคุณค่ะ

สกู๊ปพิเศษ : ศิลปินดารา – นักร้องลูกทุ่ง ร่วมสร้างสีสัน ระเบิดวงสวิง ‘กอล์ฟแนวหน้า ครั้งที่5’

Published พฤศจิกายน 30, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/190766

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการแข่งขัน “กอล์ฟแนวหน้าครั้งที่ 5” ชิงถ้วยเกียรติยศประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยมีคณะผู้บริหาร บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด นำโดย วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการแข่งขัน, ผรณเดช พูนศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นประธานกรรมการจัดการแข่งขัน เพื่อนำรายได้สมทบกองทุนสวัสดิการหนังสือพิมพ์แนวหน้า และเพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์ ซึ่งงานนี้ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟอย่างคับคั่ง ณ สนามกอล์ฟเลควูดคันทรี่คลับ บางนา-ตราด

หลังการแข่งขันเสร็จสิ้น ช่วงเย็นจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ให้กับนักกอล์ฟ โดยร่วมกันรับประทานอาหารเย็นอย่างเพลิดเพลิน พร้อมกันนี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ก็นำการแสดงจากศิลปินดารานักร้องลูกทุ่งยกกองทัพมาร่วมสร้างสีสันความบันเทิงไม่ว่าจะเป็น ต้อย หมวกแดง ที่มาร่วมงานเป็นปีที่ 2, สาวใต้หน้าหวาน แป้ง-ศิริกานต์ สังกัดค่าย “คุณสาหร่ายมิวสิค”, 2 หนุ่มใหญ่ วง “กล้วยหอม” ญา-จีราวัฒน์, ติ๊ก-พงษ์ภัทร จากค่าย “รถไฟดนตรี” ตามด้วย 2 หนุ่มจาก “ดี เอ็ม เรคคอร์ด” นุ-อนุรักษ์,เต้-อธิรัตน์, ที่มาพร้อมเพลงซึ้งกินใจ ก่อนจะมาสนุกกับ 2 ผู้บ่าว บีบี เรคคอร์ด วง “ห่าวด๊งด๊ง” เก่ง-เบนซ์ ที่มาเป็นแพ็กคู่ ก่อนจะต่อเนื่องกับความเร่าร้อนของเซ็กซี่ตัวแม่ จอย บียอนด์ ที่มาโชว์ลีลาในเพลง “โดนมดกัดทั้งคืน” แม้จะเจออุปสรรคก็ไม่หวั่นแสดงจนจบ เรียกได้ว่าเดอะโชว์ มัส โก ออน จนต้องยกนิ้วให้ ก่อนจะเบรกรอารมณ์ซาบซ่านที่ ออย-ธนพัฒน์ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวขอมาร้องเพลงจังหวะเบาๆ โยกตามกันได้พอหอมปากหอมคอ ก่อนจะส่งต่อให้ 3 ก๊อบปี้โชว์ตัวแม่ของเมืองไทย ดัมมี่ ธาวิน, อาร์ต ตีสิบ,เจนนิเฟอร์ แบงค์ มาจัดหนักจัดเต็ม ก๊อบปี้ เอ-ไชยา, เบิร์ด-ธงไชย,เจนนิเฟอร์ คิ้ม มาโชว์แบบเนียนๆ จนแขกในงานเชื่อนึกว่าตัวจริงมาเอง และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงเมื่อ 3 สาว 3 สไตล์แห่งค่าย “อาร์สยาม” นำโดยพี่ใหญ่ บิว กัลยา อาร์สยาม, อลิซ ชญาดา อาร์สยาม, อุ้ม กศิญา อาร์สยาม ที่ขอนำเพลงฮิต เพลงดังมามอบความสุข สนุกแบบจัดเต็มให้ได้เคลิ้มไปกับความน่ารักจนไม่อยากละสายตา นอกจากนี้ยังมี 2 สาว “แม็กซิม” จูน วรัญลดา-อัยยา ทิพชาติ ที่กำลังจะมีผลงานการแสดงเรื่อง “ดาวย้อมแสง” ทางช่อง ไอพีเอ็ม และ ปาร์ตี้ชาแนล พร้อมด้วย หญิง-พลอยลภัสร์กำลังจะมีผลงานการแสดง “มงกุฎริษยา” ทางช่อง 8, “เจ้าจอม” ทางช่อง 3 มาร่วมเชิญรางวัลให้กับนักกอล์ฟ


 

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย-สปป.ลาว’ร่วมพัฒนาถั่วลิสงคุณภาพก่อนนำเข้า

Published พฤศจิกายน 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/188673

วันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
ถ้าเอ่ยถึงรสชาติและเอกลักษณ์ของ “อาหารไทย” ถือว่าอยู่ในระดับชั้นนำของโลก หลากหลายเมนูเป็นที่ชื่นชอบและถูกใจชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มชิมรส เช่น ผัดไทย และส้มตำ ฯลฯ เป็นเมนูขึ้นชื่อและเป็นที่ยอมรับเนื่องจากมีรสชาติดีและอร่อยถูกปาก ซึ่งการปรุงอาหารดังกล่าว ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักใช้ “ถั่วลิสง” เป็นส่วนประกอบ ปัจจุบันไทยผลิตถั่วลิสงได้ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ เนื่องจากพื้นที่ปลูกถั่วลิสงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ต้องพึ่งพาการนำเข้าสูงถึงปีละ 45,000-50,000 ตัน โดยนำเข้าจากจีน อินเดีย เมียนมา เวียดนาม และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังพบปัญหาการปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ในถั่วลิสงเกินปริมาณที่กำหนดด้วย ซึ่งอะฟลาทอกซินเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หากกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวไม่ดีและไม่มีประสิทธิภาพ และหลังการแปรรูปถั่วลิสง ถ้าเก็บรักษาคุณภาพไม่ถูกวิธี มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะเกิดการปนเปื้อนอะฟลาทอกซินในถั่วลิสงได้

จากปัญหาดังกล่าว ไทยได้เร่งควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของถั่วลิสงในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง เมล็ดถั่วลิสง : ข้อกำหนดปริมาณ อะฟลาทอกซิน (มกษ.4702-2557) ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับที่จะเริ่มมีผลในปี 2559 นี้ เพื่อปกป้องผู้บริโภคของไทยจากการปนเปื้อนอะฟลาทอกซินในถั่วลิสง

รายงานข่าวจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากการที่ มกอช.ได้จัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง เมล็ดถั่วลิสง : ข้อกำหนดปริมาณ อะฟลาทอกซิน (มกษ.4702-2557) ได้กำหนดปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดถั่วลิสงแห้งดิบไว้ไม่เกิน 20 ไมโครกรัม/กิโลกรัม หรือพีพีบี (ppb) ทั้งยังมีมาตรการควบคุมการผลิตและตรวจสอบเมล็ดถั่วลิสงที่นำเข้า อาจส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกเมล็ดถั่วลิสงมายังไทย โดยเฉพาะ สปป.ลาว และเมียนมา ดังนั้น ไทยจึงเร่งเตรียมความพร้อมให้แก่ประเทศดังกล่าวให้มีการผลิตเมล็ดถั่วลิสงและส่งออกได้ตามมาตรฐานของไทย และไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าหลังประกาศบังคับใช้มาตรฐานเมล็ดถั่วลิสง

เบื้องต้น มกอช.ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรจัดทำ โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยและสปป.ลาว เพื่อสนับสนุนการผลิตเมล็ดถั่วลิสงให้เป็นไปตามมาตรฐานบังคับของไทย ณ แขวงจำปาสัก สปป.ลาว มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานบังคับ อันตรายของอะฟลาทอกซินต่อผู้บริโภคการผลิตถั่วลิสงตามระบบ GAP เพื่อได้ถั่วลิสงที่มีคุณภาพ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อลดการปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน ขั้นตอนการตรวจรับรองถั่วลิสงที่ส่งออกมาไทย และขั้นตอนการนำเข้าเมล็ดถั่วลิสงตามมาตรฐานบังคับให้แก่เจ้าหน้าที่กรมปลูกฝัง กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกษตรท้องถิ่น (PAFO) จากแขวงที่มีการส่งออกถั่วลิสงมายังไทย 4 แขวง ได้แก่ แขวงจำปาสัก แขวงสาละวัน แขวงเซกอง และแขวงอัดตะปือ รวมถึงผู้ประกอบการรวบรวมและส่งออกถั่วลิสงมายังไทย จำนวน 6 บริษัท

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการสุ่มตัวอย่างและตรวจสอบอะฟลาทอกซินในถั่วลิสงโดยใช้ชุดทดสอบอย่างง่าย (Test kit)เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับ สปป. ลาว ในการทดสอบอะฟลาทอกซินในเมล็ดถั่วลิสงระหว่างการผลิตและเก็บรักษาก่อนการส่งออกมายังไทย

ทั้งนี้ สปป.ลาว ถือเป็นแหล่งผลิตถั่วลิสงที่ศักยภาพสูงของภูมิภาคอาเซียน แต่ละปีมีการผลิตและส่งออกถั่วลิสงปริมาณมาก ในปีที่ผ่านมา สปป.ลาว ได้ส่งออกถั่วลิสงมายังไทยรวมกว่า 9,956 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 190 ล้านบาท โดยส่งออกผ่านด่านแขวงจำปาสัก ประมาณ 78% ด่านแขวงสะหวันนะเขต 19% แขวงไชยบุรี 2% และแขวงบริคำไชย 1 %โดยการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นกิจกรรมแรกของโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตรระหว่างไทย-ลาว ซึ่งมกอช.ได้มีแผนระยะที่ 2 ในต้นปี 2559 เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและรับรองผู้ผลิตเมล็ดถั่วลิสงมายังไทย และระยะที่ 3 ในช่วงกลางปี 2559 เกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์อะฟลาทอกซินระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ สปป.ลาว สามารถผลิตเมล็ดถั่วลิสงที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานบังคับของไทยได้

สกู๊ปพิเศษ : ‘สายชล ระดมกิจ’ กับอัลบั้มที่ติดค้างในใจ 23 ปีผ่านไป… กว่าที่จะได้เป็นผลงาน!?

Published พฤศจิกายน 10, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/187656

วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.

ในขณะที่แฟนเพลงยุคเก่า รู้จัก สายชล ระดมกิจ ว่าเป็นอดีตนักร้องนำ วง ดิ อินโนเซ้นท์ ปัจจุบันแฟนเพลงรุ่นใหม่เรียกเขาว่า สมาชิกวง The Palace แต่ไม่ว่าจะบทบาทไหน เขายังคงโลดแล่นไปกับ เสียงดนตรี และมีบทเพลงในความทรงจำมากมาย ที่ยังคงเลือกเฟ้นมาขับร้อง แต่สิ่งที่ “ซ่อน” และเพิ่ง “เปิดเผย” คือผลงานเพลง อัลบั้มแรกในชีวิต ที่เคยถูก ปิดตายมากว่า 23 ปี!!

ที่มาของอัลบั้มเพลง ‘ที่สุดเพลงรัก’ จาก ‘สายชล ระดมกิจ’

“อัลบั้มนี้ผมทำไว้นานมากแล้วครับ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 ตอนนั้นอยู่ในช่วงที่ ค่ายนิธิทัศน์ กำลังทำอัลบั้มกันเยอะๆ ผมก็ได้ทำกับเขาด้วย ที่เลือกเพลงเก่ามาร้องใหม่ เพราะเป็นความประทับใจ ที่เคยได้ฟังจากหนังปิดวิก ได้ฟังจากงานวัด พอเราโตขึ้น
เวลาได้กลับไปนั่งนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เราก็นึกถึงเพลงเหล่านี้ก็เลยคิดว่าถ้าเรามีโอกาสได้ทำเพลงเอง ได้หยิบเพลงพวกนี้มาร้องคงดีมากๆ ผมก็เลยลองเสนอทางนิธิทัศน์ในตอนนั้น ทางค่ายให้ผมเลือกเพลงเอง ผมก็เลือกเอาแต่เพลงที่เราชอบ เป็นเพลงที่เราคุ้นหูตั้งแต่เด็กๆ และคิดว่าไม่ค่อยได้ถูกร้อง มาทำดนตรีใหม่ วิธีร้องบางอย่างก็ใช้ความไพเราะของต้นฉบับ บางอย่างก็เปลี่ยนไปในแบบของตัวเอง”

12 เพลงในความทรงจำ

“ผมเลือกมาทำทั้งหมด 12 เพลง แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่ออัลบั้มครับ พอทำเสร็จ ก็เก็บ แล้วก็เก็บจนลืมไปเลย (หัวเราะ) (ไม่ได้วางขาย?) ไม่ได้วางครับ (เหตุผลเพราะอะไรคะ?) ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นเขาก็มีศิลปินเยอะ ที่ทยอยออกมามากมาย (เสียใจไหมคะ อัลบั้มแรก แต่ถูกเก็บจนลืม?) ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรนะครับ เพราะเป็นเรื่องปกติของสมัยนั้น ที่ทำอัลบั้มเสร็จแล้วก็ต้องรอ เป็นเรื่องปกติ (แต่รอนานมาก?) ไม่ใช่ รอ แต่ ลืมไปเลยครับ (หัวเราะ)”

เหตุสะดุดชวนให้หวนหยิบมาวางขาย

“พอได้มาเล่นกับวงเดอะพาเลซ ก็มีการนำเพลงฮิตเก่าๆมาเล่น เราก็นั่งคิดว่าเราเคยมีอัลบั้มหนึ่งที่ทำกับนิธิทัศน์นะ เลยลองติดต่อกลับเข้าไปถามเขา ว่ามีเก็บต้นฉบับไว้ไหม แล้วเผอิญคนที่ดูแลอยู่ เขาบังเอิญหาเจอพอดี คือวันนั้นเข้าไปทำธุระที่นิธิทัศน์ แล้วเขาก็บอก ผมค้นเจออัลบั้มที่เป็นเสียงพี่ร้องทั้งหมดเลย เราเลยนึกขึ้นมาได้ แล้วก็เลยได้เอามาทำใหม่”

ความยาวนานกว่าที่จะสำเร็จเป็นแผ่นซีดี

“23 ปีผ่านมาแล้วครับ (หยิบมาทำใหม่อีกไหมคะ?) ไม่ครับ ใช้ต้นฉบับเดิมที่เคยทำไว้เลย เพราะผมรู้สึกว่าสมบูรณ์ ณ ขณะนั้นแล้ว บอกตรงๆ ว่าถ้าให้กลับไปร้องเหมือนวันนั้น คงยากแล้ว เพราะวัยเราเลยมา 23 ปี อย่างน้อยๆ เสียงก็ไม่คล้ายแล้วครับ”

เสียงตอบรับหลังออกวางขาย

“เวลามีคนซื้อไปฟัง แล้วมาชม เรารู้สึกดีนะ แสดงว่าสิ่งที่เราคิด เราคิดตรงกับหลายๆ คน แต่ก็ต้องเป็นคนที่อายุพอๆ กับผมนะ หรืออาจจะต้องอายุมากกว่าผมด้วย ที่จะรู้จักเพลงเหล่านี้เพราะเป็นเพลงที่ผมได้ยินมาตั้งแต่ผมเด็กๆ รุ่นพี่ รุ่นพ่อรุ่นแม่เราเขาต้องรู้จักเพลงเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ใช่เพลงที่ฮิตมากเรียกว่าเป็นความทรงจำจากวัยเด็ก ที่มีโอกาสได้เอามาใช้ครับ”

 

วงเดอะพาเลซทำให้มีโอกาสได้หยิบมาร้องอีกครั้ง

“วงเดอะพาเลซ เป็นวงน้องใหม่ ที่รวมคนดนตรีจากหลายวงมาอยู่รวมกัน เพราะฉะนั้นเราก็ได้เอาผลงานของทุกคน มาเล่น ทั้งวงรอยัลสไปร์ท, วงแมคอินทอช, ดิ อินโนเซ้นท์,อินคา, ฟอร์เอฟเวอร์ เพลงในอัลบั้มมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ของผม ก็ได้นำกลับมาร้องด้วยครับ

 

ใช้เทคนิคขายตรง

“ยอดขายยุคนี้ ช่างยากเย็นเสียนี่กระไร (หัวเราะ) เราใช้วิธีขายตรงครับ เวลาที่เดอะพาเลซไปเล่นตามงานต่างๆ เราก็จะขอเขาตั้งโต๊ะขายที่หน้างาน ไปไหนก็พกไว้หลังรถ ถึงงานก็เปิดขายเป็นขายลักษณะนี้อย่างเดียวเลยครับ เรื่องลิขสิทธิ์ไม่มีปัญหา เพราะลิขสิทธิ์เพลงเป็นของนิธิทัศน์อยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นเราก็ออกอัลบั้มในนามของนิธิทัศน์ ซึ่งตอนนี้เป็น นิธิทัศน์ เอโอเอ ได้เลยแล้วผมก็ไปรับมาขายเองครับ (ถึงวันนี้ขายไปประมาณกี่แผ่นแล้วคะ?) ผมไปทยอยรับมาขายทีละ 200-300 แผ่นครับ ตอนนี้น่าจะมีออกมาประมาณ 1,000 กว่าแผ่นได้แล้วครับ ถือว่าเป็นความสุขที่ได้ทำ ผลตอบแทนไม่ซีเรียส แต่ถ้าได้ก็ดีครับ (หัวเราะ)”

ปัจจุบันนอกจากร้อง-เล่นดนตรีกับวงเดอะพาเลซ สายชล ระดมกิจ ได้ร่วมงานกับค่าย Love is มาสิบกว่าปี โดยดูแลในส่วนของการรับงานให้กับศิลปิน จัดคิวศิลปิน และคิวนักดนตรีเรียกว่าอยู่ในวิถีของเสียงเพลงไม่เคยขาดหาย ส่วนถ้าใครอยากเป็นเจ้าของ อัลบั้มในตำนาน อย่าง “ที่สุดเพลงรัก จาก สายชล ระดมกิจ” เขาบอก…มีงานแสดงเดอะพาเลซที่ไหน มีแผ่นขายที่นั่นค่ะ

สกู๊ปพิเศษ : บุกบ้าน แห่งความภูมิใจ ‘กัส-วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย’

Published พฤศจิกายน 3, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/186620

วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
เรียกเสียงฮาให้ความสุขกับแฟนๆ ภาพยนตร์เรื่อง “หอแต๋วแตก” มานานหลายปี จากหนุ่มต่างจังหวัดธรรมดา แต่ความฝันนั้นใหญ่มาก และล่าสุดกับผลงาน “หอแต๋วแตก แหกนะคะ” วันนี้นายกัส พร้อมเปิดคอนโดฯ แสนอบอุ่นย่านโชคชัย 4 ให้แฟนๆ ได้รู้จักเขามากขึ้น

ผมเป็นคนบุรีรัมย์ ครับ เข้ามากรุงเทพฯ ครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ตอนนั้นผมเรียนที่จังหวัดชลบุรี เพิ่งเริ่มต้นทำงานไปด้วย และเรียนไปด้วย ก็ทำให้ลำบากในเรื่องการเดินทาง-ที่พัก ทำให้คิดที่จะหาที่พักเป็นหลักแหล่งให้กับตัวเอง ก็มาเจอคอนโดฯ นี้ ที่เขาสร้างพอดี ก็เลยตัดสินใจซื้อและทยอยผ่อนมาตั้งแต่ตอนนั้นเลย

รู้สึกว่าห้องจะใหญ่ไปไหม

ด้วยความที่อยู่คนเดียวบางครั้งก็รู้สึกว่าห้องมันใหญ่ไปเหมือนกันครับ (หัวเราะ) ผมซื้อพร้อมกันทีเดียว 2 ห้องครับ ทุบกำแพง เปิดทางให้ห้องเชื่อมต่อกัน รวมแล้ว 62 ตารางวา ครับก็คิดเหมือนกันว่าน่าจะโอเคนะ

มุมโปรด

ห้องนอนเลยครับ ผมแต่งห้องเองเลย สีห้อง-เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่าง เน้นเป็นโทนสีขาว-ดำ เรียบๆ จะได้อยู่กับมันไปนานๆ ไม่ต้องปรับตามแฟชั่นตลอดเวลา อีกอย่างด้วยความที่ผมชอบอยู่ห้องมืดๆ สลัวๆ ก็เลยจะมีโทรทัศน์ และตู้ปลาสีนีออนด้วย รู้สึกว่ามันน่าอยู่มากขึ้นครับ

วันว่าง…อยู่บ้านชอบทำอะไร

ถ้าไม่ได้ไปทำงาน-ไปเรียน หรือไปออกกำลังกายผมก็จะชอบดูหนัง ซื้อเป็นแผ่นดีวีดีไว้เป็นร้อยๆ แผ่น และก็จะนั่งใจเย็น ค่อยๆ จัดบ้านไปเรื่อยๆ เพราะบ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

อยู่คนเดียวไม่เหงาบ้างเหรอ

ก็มีบ้างนะ ถึงจะรู้สึกเหงาแต่ก็มีความสุขแต่ตอนนี้ก็ไม่เหงาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะผมเลี้ยงหมาอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อ “กิมจิ” พันธุ์ปอมเมอเรเนียน ครับ อายุก็ปีหนึ่งแล้ว เอาไว้เล่นเป็นเพื่อนเวลาว่างๆ

หอมแดง…ดีๆ ที่ 1 ยางชุมน้อย ศรีสะเกษ

Published พฤศจิกายน 2, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05061010658&srcday=2015-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 600

สกู๊ปพิเศษ

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

หอมแดง…ดีๆ ที่ 1 ยางชุมน้อย ศรีสะเกษ

อาหารคาว/หวานเหล่านี้ท่านเคยรับประทานหรือแม้แต่จะผ่านตาบ้างหรือไม่?? ซุปหางวัว เมี่ยงคำ ข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง ขนมหม้อแกงถั่ว ไข่ลูกเขย ข้าวหมกไก่ น้ำปลาหวานกับมะม่วง

ท่านทราบหรือไม่ว่า อาหารคาว/หวานเหล่านี้มี “หอมแดง” เป็นส่วนประกอบสำคัญจึงทำให้รสชาติอร่อย หอมฉุน จัดจ้าน ชวนน่ารับประทาน!!

ถึงแม้ หอมแดง จะมีกลิ่นฉุน แต่ก็นับเป็นเสน่ห์ให้แม่ครัวนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบเครื่องแกงเผ็ด ซอยบางๆ เอาไปทอดกรอบๆ เก็บไว้ โรยหน้าไก่ทอด ใส่ในไข่เจียวหมูสับ รับประทานสดโดยฝานเป็นแว่นบางๆ ร่วมกับแหนมสด เมี่ยงคำ ปลาเค็มทอดบีบมะนาว หอมแดงซอย กับพริกขี้หนูสวนหั่นฝอย

แล้วยังเป็นส่วนประกอบของน้ำพริกกะปิ หรือนำหอมแดงเผาแล้วตำผสมกับน้ำพริกปลาร้า นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารประเภทหลนทุกอย่าง ฉะนั้น เรียกว่าหอมแดงเข้าไปเป็นทุกส่วนผสมของหลายเมนูจนทำให้น้ำลายสอเสียแล้ว…

ไม่เพียงแค่การนำมาใช้ในวงการอาหารคาว/หวานเท่านั้น แต่เจ้าลูกกลมสีแดงสด ยังมีสรรพคุณทางยาโบราณในตำรายาไทย โดยใช้หัวหอมแดง ผสมรวมกับเหง้าเปราะหอมสุมหัวเด็ก แก้หวัดคัดจมูก และรับประทานเป็นยาขับลม

ความที่เกิดประโยชน์มากมายเช่นนี้ก็มิได้หมายความว่าจะหาซื้อหอมแดงมาใช้กันได้ง่าย เพราะหอมแดงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในบางพื้นที่ของประเทศเท่านั้น โดยมีแหล่งเพาะปลูกหอมแดงมากที่สุดคือ ภาคอีสาน ได้แก่ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ นครราชสีมา รองลงมาคือ ภาคเหนือ ได้แก่ ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย และอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ ยังมีปลูกกันที่ราชบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม

จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่เพาะปลูกมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งภาค หอมแดงศรีสะเกษถือว่าเป็นหอมแดงที่มีคุณภาพดีกว่าที่อื่น มีคุณลักษณะพิเศษคือ เปลือกมีสีแดงเข้ม ด้านในมีสีม่วง กลิ่นฉุนแรง เก็บรักษาได้ยาวนาน เกษตรกรนิยมปลูกหลังจากช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปี อีกทั้งมีแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญของจังหวัดคือ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ และอำเภอวังหิน

ตลาดจำหน่ายสำคัญไม่เพียงภายในประเทศ แต่ตลาดต่างประเทศ อย่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย นับเป็นแหล่งใหญ่ของการส่งออกหอมแดง แล้วยังถือว่ามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาขึ้น-ลง ของตลาดหอมแดงในแต่ละปีด้วย

ที่สำคัญคือ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านและจังหวัดได้เป็นอย่างมาก อันมาจากการทุ่มเทและเอาใจใส่ของชาวบ้าน พร้อมไปกับการให้ความร่วมมือกับทางภาคราชการในการจัดทำแผนการผลิตและการตลาดหอมแดงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศจนนำมาสู่การสร้างความเข้มแข็งทางด้านการส่งออกและการกำหนดราคา จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศและต่างประเทศ จนทำให้ชาวศรีสะเกษต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “หอมศรีสะเกษอร่อยที่สุด”

ฉะนั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทีมงานนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านจึงเดินทางลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเพื่อจัดทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับอาชีพการปลูกหอมแดงของชาวบ้าน ตั้งแต่การปลูก การเก็บ รวมไปถึงตลาดจำหน่าย

ภาพรวม

หอมแดง ศรีสะเกษ

ก่อนอื่นคงต้องขอคำยืนยันจาก คุณทวี มาสขาว เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาท และความเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตหอมแดงศรีสะเกษ โดยท่านได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษ ว่าปลูกกันมาประมาณ 50 ปี ในครั้งแรกชาวบ้านปลูกเพื่อใช้สอยในครัวเรือน พอมีเหลือจึงนำไปขาย

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านหลายคนต้องการผลิตหอมแดงให้มีคุณภาพ จึงพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปลูก การเก็บรักษาผลผลิตที่สะสมสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีหลายจังหวัดสามารถปลูกหอมแดงได้ แต่คุณภาพอาจไม่ทัดเทียมเท่าที่ศรีสะเกษ

อีกส่วนหนึ่งเป็นการนำข้อมูลที่สังเคราะห์จากงานวิจัยหลายแห่งมาประยุกต์ปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการปลูก พันธุ์ที่ใช้ปลูก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม มีความเกี่ยวข้องและสร้างสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา จนทำให้คุณภาพหอมแดงดีขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น จุดเด่นของหอมแดงศรีสะเกษคือ หัวใหญ่ แห้ง แดง คอเล็ก ดั่งสโลแกนที่ว่า “ใหญ่ แห้ง แดง มัน คอเล็ก”

เกษตรจังหวัดให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ศรีสะเกษใช้พื้นที่ปลูกหอมแดง ประมาณ 30,000 ไร่ ผลผลิต 1 ไร่ ได้ประมาณ 4 ตัน ต่อรอบปลูก ราคาซื้อ-ขาย ในแต่ละคราวขึ้นอยู่กับกลไกการตลาด อย่างช่วงต้นฤดูที่หอมแดงเริ่มมีผลผลิต ราคาจะดี พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์จำนวนมากขึ้น กระทั่งเดือนมีนาคมจำนวนจะค่อยลดน้อยลง

“หอมแดงที่ผลิตจากจังหวัดศรีสะเกษจะกระจายขายทั่วประเทศเพราะความที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพและปริมาณ ยิ่งในระยะหลัง ทางเกษตรจังหวัดมีนโยบายเน้นการปลูกหอมแดงให้มีคุณภาพมากขึ้น ด้วยการนำระบบการปลูกแบบ GAP หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม เข้ามาใช้กับกลุ่มชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ จึงยิ่งทำให้เพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้น

สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้มีการกำหนดอย่างชัดเจนว่า รายใดที่ต้องการส่งหอมแดงไปขายยังต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองคุณภาพ (GAP) เสียก่อน

ส่วนแหล่งส่งออกหอมแดงรายใหญ่คือ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งต้องใช้ส่งราว 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหอมแดงทั้งหมด เพราะนำไปใช้เกี่ยวกับการประกอบอาหาร ขณะเดียวกัน ยังมีตลาดที่จีนและมาเลเซียด้วย”

คุณทวี บอกว่า จังหวัดศรีสะเกษมีสัดส่วนการส่งออกหอมแดงมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นที่ปลูก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหอมแดงจากทางยโสธรบางอำเภอ หรือที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีอาณาเขตติดกับศรีสะเกษสามารถปลูกได้ แต่แหล่งปลูกเหล่านั้นยังต้องนำมารวมไว้ที่ศรีสะเกษเนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง อย่างตลาดท่าเรือ

“หอมแดง หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วต้องนำมาผึ่งและตาก และหอมแดงที่ยังไม่ได้มีการตัดแต่ง จะเรียกว่า “หอมปึ๋ง” ส่วนที่มีการถอนออกมาจากแปลงทันทีแล้วนำมามัดเป็นจุก ซึ่งหอมแดงลักษณะนี้ทางพ่อค้าเร่มักนิยมซื้อแล้วนำไปตัดแต่งภายหลัง ที่เรียกว่า “หอมแต่ง” มีการตัดราก แต่งใบให้สวยมีระเบียบ”

การแปรรูปหอมแดงได้เข้ามามีบทบาทในรูปธุรกิจมากขึ้น คุณทวี ชี้ว่า แนวโน้มตลาดการบริโภคหอมแดงไม่เพียงแต่สดเท่านั้น การแปรรูปเป็นหอมเจียวยังได้รับความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ และที่ศรีสะเกษเป็นแหล่งผลิตหอมเจียวที่ใหญ่ จะมีพ่อค้าเอกชนมารับซื้อแล้วนำไปติดแบรนด์ยี่ห้อกันเอง อีกทั้งยังมีบางส่วนส่งขายต่างประเทศด้วย

เกษตรจังหวัดชี้ถึงปัญหาที่ทำให้ราคาหอมแดงตกต่ำว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากกลไกการตลาดในต่างประเทศ อย่างที่อินโดนีเซีย ถ้าคราวใดมีหอมแดงภายในประเทศจำนวนมากก็จะกระทบต่อหอมแดงที่ศรีสะเกษด้วย ขณะเดียวกัน ถ้าปริมาณหอมแดงในประเทศมีมากก็จะกระทบกับราคาเช่นกัน

“ส่วนปัญหาที่เกิดจากโรคมักมาจากสภาพอากาศ กล่าวคือ หอมแดงชอบอากาศเย็น ซึ่งสภาพอากาศเย็นจะส่งผลดีกับผู้ปลูกเป็นอย่างมาก แล้วยังทำให้ต้นทุนลดลง อีกทั้งคุณภาพหอมแดงจะดีมาก และโรคต่างๆ ยังไม่ค่อยเกิดขึ้นด้วย ในทางกลับกันถ้าอากาศร้อนและชื้น จะมีโรคหลายชนิดเข้ามาติดหอมแดง แต่กระนั้นชาวบ้านในยุคใหม่มีศักยภาพการปลูกที่เก่งกว่าในสมัยก่อนมาก มีการนำองค์ความรู้หลายอย่างมาปรับใช้จนแก้ไขความเดือดร้อนได้ในที่สุด”

เกษตรจังหวัดเผยถึงพันธุ์ที่นำมาใช้ปลูกว่า ชาวบ้านมักนำหอมหัวเล็กมาใช้ทำพันธุ์ คือต้องปลูกถี่เพื่อให้ได้หัวขนาดเล็ก และมักปลูกในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูหลักคือ ช่วงฝนหรือปลูกหลังจากผ่านฤดูหอมแดงเก็บเกี่ยวแล้ว จึงนำมาทำหอมพันธุ์

ถึงแม้จังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่ปลูกหอมแดงมากที่สุด และปลูกกันในหลายตำบล หมู่บ้าน แต่ด้วยวิธีบริหารจัดการภายใต้ความร่วมมือระหว่างชาวบ้านและภาคราชการเพื่อหามาตรการในการแก้ปัญหาราคาหอมแดงตก จึงกำหนดให้มีการกระจายปลูกและจะไม่ปลูกพร้อมกัน แต่จะทยอยปลูกไปทีละพื้นที่ โดยเริ่มจากอำเภอกันทรารมย์ ปลูกและเก็บก่อน จากนั้นต่อด้วยที่ยางชุมน้อย ราษีไศล ไปจนถึงวังหิน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะทยอยปลูกและเก็บ แต่พอถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มักจะมีจำนวนหอมแดงมากที่สุด แล้วจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ

“การเป็นสินค้าเกษตรที่ขายดีเพราะมีคุณภาพ เนื่องจากชาวบ้านและภาคราชการช่วยกันเต็มที่ จนได้รับความนิยมทั้งตลาดในและตลาดต่างประเทศ จึงอาจกล่าวได้ว่า หอมแดงเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในปีหนึ่งมีรายได้จากการขายหอมแดง ราว 300 ล้านบาท” เกษตรจังหวัด กล่าว

ไปดูธุรกิจค้าส่ง

หอมแดง รายใหญ่

ภายหลังที่ได้รับคำยืนยันจากท่านเกษตรจังหวัดแล้ว ทีมงานจึงบุกไปหาข้อมูลการค้าขายหอมแดง จากร้านประเสริฐศรี อยู่เลขที่ 134/1 หมู่ที่ 21 ถนนวิจิตรนคร ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ (081) 967-1825 ซึ่งถือเป็นผู้ค้าส่งหอมแดงรายใหญ่รายหนึ่งของจังหวัด

คุณศิริพร เต็มสมบัติบวร เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ค้าขายหอมแดงมาเกือบ 30 ปี สมัยเริ่มแรกที่ขายยังมีน้อย รับจากชาวบ้านที่ปลูกแล้วมีเหลือมาขาย พอราว ปี 2532 ชาวบ้านเริ่มปลูกกันเพิ่มมากขึ้น มีการรวมกลุ่มและทำเป็นระบบที่ชัดเจน

ธุรกิจการค้าส่งหอมแดงของคุณศิริพร มีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือการขายส่งตลาดภายในประเทศ และการขายส่งตลาดต่างประเทศ

เจ้าของธุรกิจค้าหอมแดงรายนี้เผยถึงวิธีการรับซื้อหอมแดงของทางร้านว่า จะออกไปสำรวจตามหมู่บ้าน โดยจะดูว่าบ้านใดปลูกหอมแดงได้คุณภาพ หรืออาจจะไปดูที่ตลาดกลาง อย่างตลาดท่าเรือ ที่รับซื้อหอมแดง จากนั้นจึงตกลงราคาจนเป็นที่พอใจ

ตลาดหอมแดงจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายปีไปจนถึงราวเดือนมีนาคม ถ้าหอมแดงที่ศรีสะเกษลดลงหรือไม่มี ก็จะไปหาซื้อทางจังหวัดภาคเหนือมาขาย

คุณศิริพร บอกว่า ตลาดต่างประเทศถือว่ามีส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะประเทศหลักอย่างอินโดนีเซีย และที่มาเลเซีย จีน เพราะเมื่อใดที่มียอดออเดอร์น้อยหรือไม่มี ก็จะกระทบกับตลาดภายในทันที แล้วยังบอกว่าสัดส่วนตลาดต่างประเทศกับในประเทศที่ทางร้านค้าขายอยู่ น่าจะราว 60 ต่อ 40 และที่ผ่านมาสำหรับร้านค้าส่งแห่งนี้เคยมีออเดอร์ต่างประเทศที่เป็นโควตาเต็มที่สูงถึงประมาณ 100 กว่าตัน

คุณศิริพร ชี้ว่า สิ่งที่ตลาดต่างประเทศยอมรับการนำเข้าหอมแดงจากไทยเพราะมีการการันตีคุณภาพด้านการรับรองมาตรฐาน อีกทั้งคุณภาพส่งออกต้องเป็นหอมแดงเกรดเอ ขนาดใหญ่ที่มีสีแดงเข้ม

คุณศิริพร ชี้ว่า สถานการณ์ราคาหอมแดงจะกำหนดไม่ได้เลยเพราะเป็นไปตามกลไกตลาด ราคามีขยับไป-มาไม่แน่นอนในแต่ละปี เนื่องจากต้องดูยอดการสั่งทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้จากสภาพดินฟ้าอากาศด้วย

“บางปีชาวบ้านปลูกกันน้อยราย แต่ได้ปริมาณมากเพราะเป็นช่วงอากาศดี แต่ในบางคราวชาวบ้านปลูกกันมาก แต่อากาศไม่ดีเลยได้น้อย อย่างปีที่ผ่านมา (ปี 2557) ได้ราคาดีอยู่ที่ 9-10 บาท ต่อกิโลกรัม หรือช่วงที่หอมแดงมีคุณภาพดีมากจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ช่วงนั้นราคาประมาณ 14-15 บาท ต่อกิโลกรัม”

คุณศิริพร กล่าวยืนยันว่า คุณภาพหอมแดงของจังหวัดศรีสะเกษดีกว่าหลายจังหวัด แม้แต่ปลูกในจังหวัดเดียวกันแต่ต่างสถานที่ยังมีคุณภาพต่างกัน อย่างที่อำเภอราษีไศล ในหลายหมู่บ้านสามารถปลูกหอมแดงได้อย่างมีคุณภาพ

บุก “ตลาดท่าเรือ”

แหล่งขายหอมแดง

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในฤดูหอมแดงคือราวช่วงปลายปีไปจนถึงราวเดือนมีนาคม ตลาดกลางหอมแดงหรือที่รู้จักกันว่า ตลาดท่าเรือ จะคลาคล่ำไปด้วยรถปิกอัพ รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนหลายคันที่ต่างบรรทุกหอมแดงเข้ามาในบริเวณลานกว้างเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับขนถ่ายหอมแดงจำหน่ายให้แก่พ่อค้า-แม่ค้าที่มารับซื้อ จากนั้นพวกเขาจะบรรทุกหอมแดงไปขายตามสถานที่ต่างๆ ทั้งแบบรถเร่ หรือจอดขายที่ตลาดนัด

ทีมงานคุยกับชาวบ้านท่านหนึ่งที่มารับซื้อหอมแดงไปขาย ชื่อ คุณอุดร เขาบอกว่า รถปิกอัพคันนี้บรรทุกหอมแดงได้ราว 2 ตันกว่า ต้องขายให้หมดภายใน 6 วัน มารับซื้อในราคา 3.50-4.50 บาท ต่อกิโลกรัม นำไปขายในราคา 10 กิโลกรัม 100 บาท สถานที่นำไปขายคือที่บุรีรัมย์ หรือบริเวณตลาดชายแดนกัมพูชา จะขายในช่วงฤดูกาลคือ ราวเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม

หรืออย่าง คุณศรีอุบล เกษบุรมย์ ผู้จัดการตลาดแห่งนี้ บอกว่า ตลาดนี้มีชื่อว่า ตลาดท่าเรือ ตั้งอยู่ที่ถนนศรีสะเกษ ยางชุม เปิดขายมานานกว่า 10 ปี เป็นตลาดกลางค้าส่งหอมแดงและกระเทียม

“โดยในแต่ละปี ตลาดค้าหอมแดงและกระเทียมจะเริ่มขึ้นเมื่อชาวบ้านที่ปลูกหอมแดงไว้แล้วเก็บผลผลิตได้กันมากจึงทยอยนำออกมาขาย สำหรับตลาดแห่งนี้จะเริ่มขายกันในราวเดือนธันวาคม-มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงของหอมแดงที่มีในศรีสะเกษ

ยิ่งถ้าเป็นระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ยิ่งมีมากจนทำให้ต้องนำไปขายที่ตลาดอีกแห่งซึ่งเป็นเจ้าของรายเดียวกัน แต่ถ้าพ้นจากช่วงดังกล่าวแล้วมักเป็นการนำหอมแดงจากที่อื่นมาขาย”

คุณศรีอุบล เผยว่า คนที่นำหอมแดงมาขายมีหลายกลุ่ม ทั้งพ่อค้าคนกลาง และชาวบ้านที่ปลูกเองก็มี เพราะบางทีชาวบ้านมองว่าการขายผ่านพ่อค้าคนกลางมักได้ราคาน้อย

สำหรับผู้ซื้อมักนำไปขายต่อยังจังหวัดหรือสถานที่ซึ่งมีระยะทางที่ไม่ห่างไกลจากจังหวัดศรีสะเกษมาก อย่าง มหาสารคาม อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด หรืออาจเป็นตลาดที่ติดกับชายแดน

คุณศรีอุบล ชี้ว่า มีบางรายอย่างที่บ้านหนองไฮ จะเป็นพ่อค้าคนกลางที่นิยมมารับซื้อเป็นหอมปึ๋ง แล้วนำไปตัดแต่งใบให้สวย ทำให้เป็นระเบียบ และขายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นของฝาก คนกลุ่มนี้มักไม่ไปติดต่อซื้อตามหมู่บ้าน เพราะซื้อยากจึงมาซื้อที่ตลาดกลางแห่งนี้

สำหรับหน้าที่ประจำของคุณศรีอุบล คือ การดูแลความเรียบร้อยและจัดระเบียบของสถานที่จอดรถ โดยเก็บค่าสถานที่จอด คันละ 20-40 บาท แล้วแต่จำนวนและขนาดรถที่นำเข้ามา

ทำไม…จึงปลูก

หอมแดง ได้ดี มีคุณภาพ

“ยางชุมน้อย” ถือเป็น 1 ใน 3 อำเภอที่มีพื้นที่ปลูกหอมแดง แล้วได้ผลผลิตสูง ส่วนอีก 2 อำเภอ คืออำเภอราษีไศล และวังหิน นอกจากนี้ ยังมีปลูกกันที่อำเภอกันทรารมย์ อำเภอพยุห์ และอำเภอเมือง

จากแบบสำรวจและรายงานข้อมูลพื้นที่การเพาะปลูกและผลผลิตหอมแดงในฤดูการผลิต ปี 2557/58 ของอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ระบุว่า ในจำนวน 7 ตำบลของอำเภอนี้ มีตำบลยางชุมน้อย ที่แม้จะมีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกหอมแดงอยู่ในอันดับ 4 คือ 476 ราย แต่กลับมีพื้นที่ปลูกและมีผลผลิตมากเป็นอันดับ 1 คือ 9,768 ตัน หรือให้ผลผลิตเฉลี่ย 3 ตัน ต่อไร่ อีกทั้งยังมีอีกหลายตำบลที่ปลูกแล้วมีผลผลิตสูงไม่แพ้กัน

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอะไร…ลองมาฟังรายละเอียดของ ท่านอดิศักดิ์ คำสงค์ เกษตรอำเภอยางชุมน้อย คุณดวงเดือน ประสาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ คุณนิยม อำไพ กำนันตำบลยางชุมใหญ่ และบรรดาสมาชิกกลุ่ม GAP หอมแดงตำบลยางชุมใหญ่ ที่นำโดย คุณสุริยา นามวงษ์ ประธานกลุ่ม

เกษตรอำเภอยางชุมน้อย กล่าวว่า ที่อำเภอยางชุมน้อยมีพื้นที่ปลูกหอมแดงกว่า 12,000 ไร่ และในอนาคตคงไม่เพิ่มพื้นที่ปลูกเพราะต้องการควบคุมให้มีคุณภาพ มีเกษตรกรที่ยึดอาชีพนี้กว่า 2,900 ราย อำเภอนี้ปลูกหอมแดงกันมานานกว่า 50 ปี โดยเริ่มจากเมื่อชาวบ้านได้หักโค่นจอมปลวกลงมา ซึ่งดินของจอมปลวกเป็นดินที่มีความสมบูรณ์ เมื่อนำมาใช้ปลูกหอมแดงจึงได้คุณภาพ

แม้ปัจจุบันจอมปลวกเหลือน้อยก็จะใช้ที่ราบทำให้สูงขึ้น เรียกว่า โพน แล้วก็เอาดินจอมปลวกมาถมทับหน้าผิวดินประมาณครึ่งฟุตเป็นการปรับปรุงดิน จะทำให้หอมแดงเจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตที่สมบูรณ์

“แต่ก่อนระยะแรกทำกันภายในครัวเรือน พอเทคโนโลยีทางการเกษตรมีการพัฒนาดีขึ้น จึงมีการขยายพื้นที่ปลูกกันเพิ่มมากขึ้น โดยได้ใช้รถแทรกเตอร์ดันจอมปลวกแทนแรงงาน แล้วจัดการปรับพื้นที่

ในสมัยนั้นยังไม่มีตลาดรองรับ เมื่อเก็บผลผลิตได้แล้วใส่หาบเดินเท้าไปขายที่ตลาด ในระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ต้องเดินลัดทุ่ง สมัยนั้นขายกันราคาหมื่นละ (12 กิโลกรัม) ต่อ 30-35 บาท ทำกันอย่างนั้นมานานกว่า 50 ปี

แต่มาในปัจจุบัน เมื่อมีภาคราชการเข้ามาช่วยเหลือ มีการจัดการตลาดที่ชัดเจน ทำให้ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นต่อไป แล้วพอถึงเวลาเก็บผลผลิตจะมีพ่อค้าเดินทางเข้ามาติดต่อตกลงราคาซื้อ-ขายกัน”

ปัจจุบัน ชาวบ้านปลูกหอมแดงโดยใช้พันธุ์ศรีสะเกษที่เป็นพันธุ์พื้นบ้านดั้งเดิม และการคัดพันธุ์เน้นต้นหอมแดงที่ไม่มีหลายหัว หรือเรียกกันว่า หอมโทน โดยชาวบ้านจะใช้ความชำนาญจากประสบการณ์ปลูกหอมแดงที่ยาวนาน ด้วยการดูจากตาเปล่าว่าหัวไหนมีสภาพดีสมบูรณ์และไม่กลายพันธุ์

ส่วนการปลูกเพื่อทำพันธุ์จะทำกันในช่วงเดือนเมษายน เพื่อเตรียมนำไปใช้ในเดือนกันยายน-ตุลาคม ทั้งนี้ อำเภออื่นจะรอให้ที่อำเภอยางชุมน้อยเก็บผลผลิตก่อนจึงลงมือปลูก

วิธีปลูกหอมแดง เริ่มจากการเตรียมดินด้วยการไถดะ ประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ในปัจจุบันใช้เครื่องจักรพรวนดินแทนแรงงานคน จากนั้นจึงใช้ลูกกลิ้งที่มีซี่เหล็กแหลม กลิ้งกดลงบนผิวดินให้เป็นรู ทำให้เกิดเป็นระยะการปลูกขึ้น ที่มีระยะห่างระหว่างรู 15 เซนติเมตร สำหรับใช้หัวใหญ่ปลูก หรือระยะ 13-14 เซนติเมตร สำหรับการใช้หัวเล็กปลูก การกำหนดระยะด้วยอุปกรณ์ชนิดนี้ถือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้าน

จำนวนที่ใช้ ถ้าเป็นระยะห่าง 15 เซนติเมตร ใช้ 350-400 กิโลกรัม ต่อไร่ จะใช้ปุ๋ยคอกและแกลบหว่านลงไปด้วย ปุ๋ยคอกใช้ไม่มากเพราะหายาก แต่จะใช้น้ำหมักชีวภาพแทนเพื่อเป็นอาหารเสริมและป้องกันแมลง ปุ๋ยสูตรใช้ไม่มาก ตอนต้นมีขนาดเล็กใช้สูตร 15-15-15 เมื่อต้นมีขนาดโตขึ้นเปลี่ยนมาใช้ตัวท้ายสูง 0-0-34 ในปริมาณ 1 ถุง ต่อไร่ โดยได้ผลผลิต 1 ไร่ ถ้าเป็นหอมแดงสดประมาณ 7-8 ตัน

หลังปลูกแล้วต้องใช้ฟางกลบ รดน้ำทุกวัน ในเวลาประมาณ 4 วัน จะเริ่มแตก น้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลที่เจาะลึก 7 เมตร ต้นทุนทางธรรมชาติที่ทำให้การปลูกหอมแดงที่อำเภอยางชุมน้อยมีคุณภาพ เพราะการที่มีลำน้ำชีและลำน้ำมูลขนาบทั้ง 2 ด้าน อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์ของน้ำใต้ดินด้วย

เกษตรอำเภอเพิ่มเติมว่า การปลูกหอมแดงที่อำเภอยางชุมน้อยมีการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดสรรเวลาปลูก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบกันเกิดจากหอมแดงล้นตลาด ในอันที่จะทำให้ราคาตกต่ำ ดังนั้น ชาวบ้านทุกรายจึงมีการหารือกันแล้วได้ผลสรุปถึงการจัดแบ่งการปลูกหอมแดงออกเป็น 3 ช่วง คือตั้งแต่เดือนกันยายน และเก็บผลผลิตช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ อายุหอมแดงรุ่นแรกจะสั้นราว 50-60 วัน เท่านั้น และถ้าปีไหนช่วงปลายปีหอมแดงหมดเร็ว ในช่วงต้นปีมักมีราคาสูงทันที เพราะเป็นกลไกทางการตลาด

ช่วงที่สองราวเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม และจะเก็บผลผลิตราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ พอช่วงสุดท้ายจะปลูกราวเดือนมกราคม และเก็บราวเดือนมีนาคม ช่วงนี้ราคาลดลง เพราะมีหอมแดงทางภาคเหนือเข้ามา อย่างไรก็ตาม การรับซื้อหอมแดงจากพ่อค้ามีด้วยกัน 3 ลักษณะ คือ การตีราคาแบบหอมปึ๋ง แบบหอมแต่ง และแบบเหมาสวน

ผลที่ตามมาภายหลังการจัดแบ่งช่วงเวลาการปลูกหอมแดงแล้ว ปรากฏว่าชาวบ้านที่ยางชุมน้อยจะมีรายได้ดีในช่วงต้นปีและกลางปี ซึ่งในต้นปีจะมีผลผลิตประมาณ 2,000 กว่ากิโลกรัม เป็นหอมแดงแห้ง ถ้าเข้าช่วงฤดูหนาวประมาณ 3,000-4,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ถึงแม้ว่าราคาหอมแดงจะลดลงในช่วงเดือนมีนาคมก็ตาม แต่คงไม่กระทบกับรายได้ของชาวบ้าน อีกทั้งในช่วงดังกล่าวยังปลูกกันน้อย เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

“ความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากการปลูกหอมแดงนั้นอาจไม่แน่นอน หรือคล้ายกับการเสี่ยงดวง ซึ่งถ้ามองดูแล้วมิติของการปลูกหอมแดงมี 3 รูปแบบ ที่เป็นผลลัพธ์คือ กำไร ขาดทุน และเสมอตัว แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนมีผลของกำไรมากกว่า ทั้งนี้ สังเกตได้จากชาวบ้านทุกหลังคาเรือนมีรถใช้กันทั่วหน้า” เกษตรอำเภอ กล่าว

คุณดวงเดือน ประสาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ผู้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ตลอดจนเป็นพี่เลี้ยงแก่เกษตรกรทุกคนทางด้านวิธีการปลูกหอมแดงแบบคุณภาพ ได้กล่าวเสริมในเรื่องการปลูกแบบ GAP ว่า สิ่งแรกคือเรื่องพันธุ์ที่ต้องไม่ควรปลูกอยู่ใกล้แหล่งน้ำเสียหรือบริเวณที่มีมูลสัตว์ หรือแม้แต่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม อีกทั้งแหล่งน้ำยังต้องนำมาจากบ่อบาดาลน้ำตื้น ซึ่งไม่มีการปนเปื้อนสารเคมี

ส่วนปุ๋ยและสารเคมีจะมีการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้ แล้วยังกำหนดว่าควรจะใช้ในปริมาณที่ควบคุมไว้เท่านั้น ทางด้านคุณภาพจะให้ความสำคัญมาก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนกระทั่งการเก็บเกี่ยว และจะต้องให้หอมแดงแก่จัดจริงจึงเก็บได้ คือในระหว่าง 70-75 วัน ปัญหาเรื่องโรคที่เกิดขึ้นมากคือ เชื้อรา ซึ่งมีการป้องกันรับมือกันไว้ล่วงหน้าตั้งแต่การเตรียมดิน

หลังการเก็บเกี่ยวแล้วต้องนำไปแขวน/ผึ่ง เป็นเวลา 15-20 วัน จึงสามารถนำไปขายได้ ซึ่งการขายมี 2 แบบ คือการขายแบบปึ๋ง และการตัดแต่ง

“ในการรับรองขั้นสุดท้ายของกระบวนการ GAP จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมวิชาการเข้ามาตรวจอย่างละเอียดแล้วจึงออกใบรับรองให้แก่เกษตรกร ได้ทำกันมาหลายปีแล้ว โดยในระยะแรกเกษตรกรยังไม่เห็นความสำคัญ แต่เมื่อพวกเขาได้รับทราบถึงประโยชน์ที่แท้จริงจึงได้ร่วมมือกันเต็มที่ ทำให้ได้รับ GAP กันไปแล้วจำนวน 200 ราย จากจำนวน 300 ราย ทั้งนี้เพราะมีผลต่อการส่งออกไปขายต่างประเทศ” คุณดวงเดือน กล่าว

ชุดมวลชนกองทัพบก

แนะแนวทางปลูกพืชอินทรีย์

และเกษตรแบบพอเพียง

ร.อ. อวิรุทธ์ สุทธิสุวรรณ หน.ชป. มวลชนที่ 2 กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะหัวหน้าชุดมวลชนที่เข้ามาให้ความรู้ และความเข้าใจแก่เกษตรกรถึงการปลูกพืชแนวเกษตรอินทรีย์ ได้ให้รายละเอียดว่า ในช่วงที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ มีความต้องการให้ทางทหารเข้ามาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านเกษตรอินทรีย์

ทั้งนี้ คณะที่เข้ามาได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรด้านเกษตรอินทรีย์ของกองทัพภาคที่ 2 โดยจะดำเนินการร่วมกับทางเกษตรกร ซึ่งพยายามจะเน้นให้ชาวบ้านได้เล็งผลเลิศทางด้านการลดต้นทุน อีกทั้งยังมองว่าสิ่งที่บริโภคควรปลอดจากสารเคมีอย่างสิ้นเชิง

ที่ผ่านมา เกษตรกรยังคงใช้รูปแบบเดิมในการทำเกษตรกรรม อีกทั้งยังใช้สารเคมีเพื่อต้องการให้ได้ผลผลิตที่เร็วทันใจ แต่มีบางกลุ่มได้ทำอินทรีย์กันแล้ว แล้วทำกันอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอาจมีหลายอย่างที่ติดขัดและไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง หรือบางรายไม่กล้าเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่

“แต่สำหรับในพื้นที่นี้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีการเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์กัน ทั้งนี้ ทุกคนต่างมองว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไปยังไม่ดี ควรหันมาทำการเกษตรแบบพอเพียง แล้วยิ่งถ้าเป็นแบบอินทรีย์ด้วยจะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น” หน.ชป. มวลชนที่ 2 กล่าว

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการลงพื้นที่แล้ว ถึงแม้ทีมงานแต่ละคนจะไม่มีหอมแดงติดมือมาฝากคนทางบ้าน เพราะพวกเราต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจอีกหลายแห่ง แต่การที่ทีมงานได้สัมผัสคลุกคลีกับชาวบ้านในเวลาสั้นๆ ได้พบ พูดคุย เห็นของจริงจากแหล่งผลิตทุกแห่งที่ชาวบ้านทำงานกัน จึงกล้ายืนยันได้อีกเสียงว่า “หอมศรีสะเกษอร่อยที่สุด” จริงๆ

ท้ายนี้ ขอขอบคุณ ท่านเกษตรจังหวัดและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษทุกท่านที่ให้ความอนุเคราะห์ติดต่อประสานงานจนทำให้ภารกิจนี้เสร็จเป็นที่เรียบร้อย

…ไหนๆ ก็ติดตามเรื่องหอมแดงกันมายาวแล้ว ก่อนจบมีเรื่องดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสรรพคุณหอมแดงด้านความสวยงามมาฝากท่านสุภาพสตรีสักเล็กน้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีสิว ฝ้า หรือจุดด่างดำบนใบหน้าจนทำให้ขาดความมั่นใจเวลาพบปะหน้าชายหนุ่ม อาจลองใช้ยามาหลายชนิดแต่ไร้ผล

ลองหันมาใช้วิธีทางธรรมชาติดูด้วยการนำหอมแดงมาทุบหรือฝานให้เป็นแว่นบางๆ ใช้ทาบริเวณที่เป็นสิว ฝ้า หรือจุดด่างดำ เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็น่าจะรู้ผลแล้ว…หากได้ผลอย่าลืมบอกคนใกล้ชิดด้วย

สนใจสอบถามข้อมูลเรื่อง หอมแดง ติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ (045) 611-397

สกู๊ปพิเศษ : เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ ความสุขเล็กๆ กับเจ้าของธุรกิจพร้อมพ่วงงานการแสดง

Published พฤศจิกายน 1, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/185487

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.
หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ สำหรับอดีตสมาชิกบอยแบนด์หนุ่มวงดังของไทย วง เค-โอติก “เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” ที่ตอนนี้แม้ “เขื่อน” จะไม่ได้เป็นนักร้องเช่นเดิม แต่ “เขื่อน” ในวัย 23 ปี ก็กำลังมีความสุขในแบบง่ายๆ ตามวิถีชีวิตการทำงานออฟฟิศ ในแบบคนอื่นทั่วไป

วันนี้ “เขื่อน” ขอมาทักทายแฟนๆ อีกครั้ง กับผลงานการแสดงเรื่องล่าสุด “หอแต๋วแตก แหกนะคะ” ภายใต้ค่าย โมโนฟิล์ม ในเครือ โมโน กรุ๊ป ร่วมกับ ค่าย พระนครฟิลม์

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง Update ชีวิตหน่อย

คือ ตอนนี้ผมทำงานประจำ เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไปเลย เป็นพีอาร์แมนเนเจอร์ ดูแลด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งในและต่างประเทศของ วุฒิ-ศักดิ์ และ 125 สาขา เหนื่อยนะครับ แต่ก็สนุก ทำมาสามปีแล้ว

จริงๆ แล้วคนจำ ‘เขื่อน’ ได้ จากการเป็นนักร้อง

ครับ เพราะเขื่อนเริ่มต้นเข้าวงการมาได้จากการเป็นนักร้องเลย ตอนนั้นเริ่มต้นวง เคโอติก ตั้งแต่อายุ 13 ปีได้ ทำมานานกว่า 7 ปี ก่อนที่ผมและเพื่อนๆ จะแยกย้ายกันไปทำอย่างอื่นๆ ที่ตัวเองต้องการ ยอมรับเลยครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงชีวิตที่สนุกที่สุด เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว เพราะตอนนั้นพวกเรายังเด็ก นอกจากเรียนหนังสือแล้ว ยังได้เจอสังคมใหม่ สังคมเพื่อน สังคมการทำงาน ทำงานได้เงินมา ดูแลตัวเอง และครอบครัวได้ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจในชีวิตเลยครับ แต่ก็เข้าใจแหละ เหตุผลของการจากลา ทุกๆ อย่าง ย่อมมีวันเลิกรา ผมเองก็ยังคิดถึงการเป็นนักร้องมาตลอด ถึงแม้จะแยกย้ายกันมาได้ 3 ปีแล้ว

มีโอกาสกลับมาเป็นนักร้องอีกมั้ย

(หัวเราะ) คงไม่แล้วครับ เพราะผมคิดว่าการเป็นศิลปิน เคโอติก มันเป็นอะไรที่พีค สุดยอดที่สุดในชีวิตของผมแล้ว มีความสุข กับการได้ทำงาน ร้องเพลง ร่วมกับเพื่อนๆ อีก 4 คน ผมไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว ในการเป็นนักร้อง แต่ก็รู้สึกดีนะครับ เพราะมีคนเข้ามาทักทายและถามกันอยู่ตลอดว่ากลับมาเป็นนักร้องมั้ย แต่ก็ปฏิเสธอยู่ตลอดครับ ซึ่งอนาคตก็ไม่แน่ใจจะได้กลับไปทำงานนักร้องอีกรึป่าว? แต่ตอนนี้คำตอบคือไม่ครับ

เห็นเริ่มๆ มีผลงานการแสดงมาบ้าง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

หลายๆ คนก็ยังคิดถึงเขื่อนอยู่ ให้โอกาสเขื่อนเข้ามาลองในด้านการแสดงดู ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง สตรีเหล็ก และละครเรื่อง วางแผนรักฉบับออร์แกนิค รวมถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด หอแต๋วแตก แหกนะคะ ผลงานทุกอย่างอยู่ในปีนี้หมดเลย ต้องขอบคุณทุกๆ คนนะครับ บอกเลยผมชัดเจน ตั้งใจทำงาน กับทุกๆ คนที่ให้โอกาสจ้างผมไปทำงานด้วย ชอบนะกับการไปทำงานกองถ่ายฯ เป็นงานใหม่ เป็นศาสตร์ใหม่ที่ผมพยายามเรียนรู้ ต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยล่ะ มันมีเสน่ห์ของมัน ผมเองก็บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แต่ว่า...ผมตื่นเต้น และมันท้าทาย

อยากให้เล่าถึงการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ‘หอแต๋วแตก แหกนะคะ’

ผมรับบทเป็น เทพประทานพร ตามบทเลย เป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษ หน้าตาดี พูดได้หลายภาษา ของโรงเรียน โดยมีคู่หู เป็นคุณครูเตชินท์ ซึ่งรับบทโดย พี่ดีเจมะตูม-เตชินท์ พลอยเพชร แค่เล่าก็สนุกแล้ว สนุกดีครับ กับการเป็นเทพประทานพร เพราะในหนังเรื่องนี้ เขาพูดภาษาไทยกันหมด แต่ผมจะพูดแต่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว เพียงคนเดียวเลย พี่พจน์ อานนท์ ก็จะกำกับสไตล์พี่พจน์ เขาก็จะบอกให้ผมพูดตามที่เขาบอกเป็นภาษาไทย เวลาสั่งแอ๊กชั่นปุ๊บ ผมก็ต้องสวมบทเทพประทานพร เป็นทรานสเลเตอร์ แปลภาษา (หัวเราะ)

ท่าทางจะเป็นการทำงานที่สนุกนะ

สนุกครับ กับกองถ่ายกองนี้สนุกอยู่แล้ว เพราะมีน้องๆนักแสดง ที่เคยเจอกันมาก่อนตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง สตรีเหล็ก พี่โก๊ะตี๋, พี่ตุ๊กกี้ ก็เคยเจอกัน พี่นักแสดงคนอื่นๆ ที่เพิ่งเจอกันก็โอเค ทำงานกันได้ราบรื่นเป็นอย่างดี โชคดีมากๆ ค่ะ หรือกับพี่พจน์เอง
ผมถึงจะไม่ได้เป็นเด็กในสังกัดพี่พจน์อย่างเป็นทางการ แต่พี่พจน์ให้ผมทำอะไร ผมก็ทำครับ แปลภาษา, โหลดไลน์เวอร์ชั่นใหม่ อยู่กับพี่พจน์แล้วมีความรู้สึกมีความสุขและอบอุ่นครับ เพราะเหมือนวันหนึ่ง ผมเองก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับวงการแล้ว แต่พี่พจน์ พี่ชายคนนี้ กลับคิดถึงและให้โอกาสผมได้ร่วมทำงาน ยอมรับครับประทับใจพี่พจน์จริงๆ

คาดหวังกับผลงานครั้งนี้ขนาดไหน ?

คาดหวังว่าจะทำให้คนที่ไปดูหนังได้หัวเราะกันครับ เพราะผมเองก็ทำงานในกอง เราทำงานอย่างมีความสุข ผมเคยมี
โอกาสไปเดินสายดูหนังตามจังหวัดต่างๆ ในเรื่อง สตรีเหล็ก ครับ คนดูที่ต่างๆ จะหัวเราะในฉากที่ไม่เหมือนกัน ก็หวังว่า ทุกคนจะให้การตอบรับดีๆ กับภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

เป็นกระแสค่อนข้างมาก หลังมีข่าวว่า ‘เขื่อน’ ไปทำศัลยกรรมคางมา ?

คนเข้าใจผิดเยอะครับ คิดว่าไปทำให้คางมันยาวขึ้น (หัวเราะ) จริงๆ ผมหน้ายาวอยู่แล้ว ไปทำผ่าตัดคางมา ทำให้หน้าสั้นลงด้วยซ้ำ ที่ทำคางเพราะแก้ปัญหาที่ฟันเหยินด้วย เมื่อก่อนคางผมหุบ ปากก็จะเปิดออโต้เลย จะโดนทักแซวตลอด “หนาวเหรอ ฟันออกปาก” (หัวเราะ)

เครียดไหมกับข่าวที่ออกมา

เขื่อนเองก็ไม่ซีเรียสนะ เข้าใจว่าข่าวก็คือข่าว โดยส่วนตัวไม่ได้แอนตี้ศัลยกรรม เพราะเราทำเพราะต้องการแก้ไขข้อบกพร่องของร่างกายตัวเอง ถ้าถามว่าจะทำศัลยกรรมอีกมั้ย ตอนนี้ขอพักก่อนดีกว่า เพราะยังรู้สึกกลัวเจ็บอยู่เลย และตอนนี้ผมเองก็พอใจ แฮปปี้แล้วกับสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่อยากทำแล้ว แต่โดยส่วนตัว เป็นคนที่ดูแลเรื่องผิวพรรณตัวเองเป็นพิเศษ เรื่องผิวเต็มที่เลยครับ ดูแลเต็มที่ ปรึกษาคุณแม่อยู่ตลอดครับ ท่านเองก็ให้โอกาสเราตัดสินใจเอง เพราะเราก็โตแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว เงินที่ใช้จ่ายก็เงินเรา คุณแม่ก็สนับสนุนเต็มที่

เห็นทำธุรกิจด้วย เป็นอย่างไรบ้าง

ทำไอศกรีม Creamy Buzzle ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3 เปิดมาได้ 6 เดือนแล้วครับ

ผลตอบรับเป็นไงบ้าง

ผลการตอบรับค่อนข้างดีเลย คนจะเยอะมากช่วงเย็นๆ และช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เมืองไทยอากาศร้อนนะ ไอศกรีมจึงเป็นที่นิยม

คิดว่าจุดเด่นอยู่ตรงไหน คนถึงชอบ

จุดเด่นมีอยู่ในตัวเอง เป็นไอศกรีมโฮมเมดที่ไม่มีรสชาติที่หวานมากครับ มีท็อปปิ้งต่างๆ ที่เพิ่มความหวานตามใจตัวเอง แล้ว
ราคาคนทั่วไปสัมผัสได้ ตอนนี้ขอทำให้ร้านไอศกรีมสาขานี้ให้ดีก่อน ซึ่งอนาคตจะขยายหรืออะไร คงต้องรอดูโอกาส และหลายๆ อย่าง ก็หวังว่าทุกคนคงให้การสนับสนุนกันเหมือนเดิมนะครับ

สุดท้ายฝากหน่อยละกัน

ครับก็ฝากติดตามผลงานเขื่อนด้วย “หอแต๋วแตก แหกนะคะ” วันนี้แล้วครับในโรงภาพยนตร์ และก็ฝาก ไอศกรีม Creamy Buzzle ด้วย ที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3 ก็ลองไปชิมกันได้รับรองถูกใจแน่นอน

%d bloggers like this: