ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

All posts tagged ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ทำนายสัปดาห์หน้า หุ้้นไทยแกว่งตัวผันผวน

Published สิงหาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193741.

Pic_193741

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด สัปดาห์หน้า หุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนและอาจฟื้นตัวขึ้น แนะจับตาเศรษฐกิจสหรัฐและยูโรโซน โดยให้แนวรับที่ 1,055-1,035 จุด และแนวต้านที่ 1,072-1,094 จุด

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ดัชนี SET ร่วงลง จากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ หลัง S&P ปรับลดอันดับเครดิตของสหรัฐฯ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,062.07 จุด ลดลง 2.86% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.20% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 42,569.70 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 304.41 จุด ลดลง 1.66% จากสัปดาห์ก่อน ดัชนีหุ้นไทยดิ่งลงต้นสัปดาห์ ตามตลาดต่างประเทศ หลัง S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสหรัฐฯ โดยนักลงทุนต่างชาติเทขาย หุ้นไทยต่อเนื่อง ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นช่วงท้ายสัปดาห์ จากแรงซื้อหุ้นกลับของนักลงทุน หลังเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีก 2 ปี

สำหรับ แนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค. 2554 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มอง ว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งผันผวน และอาจฟื้นตัวขึ้น โดยคงจะต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซน โดยเฉพาะภาค ธนาคารในฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ทั้งเครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิต รวมถึงการรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศโดยกระทรวงพาณิชย์ไทย ทั้งนี้ บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,055 และ 1,035 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,072 และ 1,094 จุด ตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 13 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ

Published สิงหาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 สิงหาคม 2554, 11:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193714.

Pic_193714

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวที่ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แนะจับตาข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ก.ค.ของไทยและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทขยับอ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้ระดับ 29.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ รับข่าวการสูญเสียอันดับความน่าเชื่อถือ AAA ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทต้องลดช่วงบวกทั้งหมด และอ่อนค่ากลับมาท่ามกลางการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน (ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากแรงเทขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ) ซึ่งถูกกระตุ้นจากความกังวลต่อแนวโน้มที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัดในช่วงท้ายสัปดาห์ ก่อนที่ตลาดในประเทศจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ในวันพฤหัสบดี (11 ส.ค.) เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับ 29.89 จากระดับ 29.84 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (5 ส.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (15-19 ส.ค. 2554) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้อง จับตาข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนก.ค.ของไทย ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย (NAHB) ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง เดือนก.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 13 สิงหาคม 2554, 11:45 น.

กสิกรไทยคาดวันแม่ปี 54 เงินสะพัดกว่า 6.5 พันล้านบาท

Published สิงหาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 15:55 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193512.

Pic_193512

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด เงินสะพัดวันแม่ปี 54 กว่า 6,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8% ชี้ ความสงบจากการเมืองและนโยบายท่องเที่ยวรัฐบาลใหม่ทำให้ครึ่งปีภาพรวมท่องเที่ยวในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง…

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงวันหยุดเทศกาลวันแม่ปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเกือบร้อยละ 10 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 1.6 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวกระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่ว ประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท (เป็นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวจังหวัดอื่น ซึ่งไม่ใช่จังหวัดที่พำนักอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะค้างคืน และเช้าไปเย็นกลับ) เม็ดเงินส่วนใหญ่สะพัดไปสู่ธุรกิจด้านที่พัก ภัตตาคาร/ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่หลีกเลี่ยงการเดินทางท่อง เที่ยวในช่วงที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน เพราะมักจะประสบปัญหาการจราจรติดขัด ตามเส้นทางหลักสู่แหล่งท่องเที่ยวในภาคต่างๆ และความแออัดยัดเยียดของนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ประกอบกับบรรดาผู้ประกอบการต่างขยายเวลาในการจัดรายการส่งเสริมการขายใน เทศกาลวันแม่ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกตัวเข้ามาใช้บริการในช่วงวันหยุด 3 วัน (12-14 สิงหาคม) โดยเฉพาะธุรกิจบริการด้านที่พัก และร้านอาหาร ซึ่งต่างมีข้อจำกัดในการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกที่จะเดินทางพาแม่ไปเที่ยวในช่วงอื่นๆของ เดือนสิงหาคม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า จากหลายปัจจัยที่เกื้อหนุนด้านการท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศตลอดทั้งเดือนสิงหาคม 2554 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณเกือบ 9 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ท่องเที่ยวสะพัดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศคิด เป็นมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 ยังคงมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากความสงบทางการเมืองที่ทุกฝ่ายต่างคาดหวังกันว่าจะเกิดขึ้น หลังจากการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยกลับสู่ภาวะปกติโดยแท้จริงตั้งแต่ครึ่ง หลังของปี 2554 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังได้รับแรงเกื้อหนุนสำคัญจากนโยบายการกระตุ้นการเดินทาง ท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ ไปตามเมืองท่องเที่ยวรองเพิ่มขึ้น
จากแนวโน้มดังกล่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า โดยรวมตลอดทั้งปี 2554 ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศจะขยายตัวร้อยละ 4 หรืออยู่ที่ประมาณ 105.4 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวสะพัดทั่วประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 415,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 101.33 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 402,574 ล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 สิงหาคม 2554, 15:55 น.

กสิกรไทยทำนายปี54นักท่องเที่ยวเข้าไทย16.33ล้านคน

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

21 พฤศจิกายน 2553, 16:29 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128245.

Pic_128245

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทำนาย ปี 54 นักท่องเที่ยวเข้าไทย 16.33 ล้านคน สร้างรายได้ 5.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากปี2553 ด้วยแรงเกื้อหนุนจากตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป…

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในปี 2554 ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี หากไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองมากระทบอีก ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2553  แม้ว่าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคบางประการ อาทิ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยของกลุ่มตลาดท่องเที่ยวระยะไกลในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่องแล้ว ในปี 2554 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยจะยังสามารถเติบโตต่อไปได้ แม้อยู่ในอัตราที่ช้าลงกว่าปี 2553 ทั้งนี้ ด้วยแรงเกื้อหนุนสำคัญจากการขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชีย อาทิ จีน เกาหลี และอินเดีย รวมทั้งบางประเทศในยุโรปที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว เช่น รัสเซีย และนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในปี 2554 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 5  โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 16.33 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 555,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากปี 2553

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 21 พฤศจิกายน 2553, 16:29 น.

ลุ้นหุ้นไทยสัปดาห์หน้ามีโอกาสปรับตัวขึ้น จากเม็ดเงินต่างชาติ

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

20 พฤศจิกายน 2553, 09:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128334.

Pic_128334

ดัชนี SET ฟื้นตัวท้ายสัปดาห์ หลังนักลงทุนคลายกังวลต่อปัจจัยลบ ผนวกกับตลาดได้รับผลบวกจากแรงซื้อ LTF/RMF คาดสัปดาห์หน้าดัชนีฯผันผวนในกรอบแคบแต่ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,008.77 จุด ปรับตัวลดลง 0.99% จาก 1,018.86 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ปรับขึ้น 37.33% จากสิ้นปี 2552 ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ลดลง 17.03% จาก 232,147.70 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 192,623.36 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 46,429.54 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 38,524.67 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิที่ 2,850.74 ล้านบาท ขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิที่ 1,022.40 ล้านบาท 949.79 ล้านบาท และ 878.55 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 269.32 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 1.58% จาก 265.12 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.09% จากสิ้นปีก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปิดเหนือระดับ 1,000 จุดอีกครั้ง หลังนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อปัจจัยลบ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ นำโดยแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร ก่อนที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงในวันอังคารและวันพุธ มาปิดที่ระดับต่ำกว่า 1,000 จุด จากความวิตกในหลายปัจจัย ทั้งการคาดการณ์ว่าจีนจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ปัญหาหนี้ของไอร์แลนด์ รวมถึงความเป็นไปได้ที่หลายประเทศ รวมถึงไทย อาจจะออกมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้า จากนั้น ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยปิดเหนือ 1,000 จุดอีกครั้งในวันพฤหัสบดีและบวกขึ้นอีกในวันศุกร์ จากความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยลบต่างๆ ที่คลายตัวลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวมทั้งตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ต.ค. ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องที่ 15.7%

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (22-26 พ.ย. 2553) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีน่าจะผันผวนในกรอบแคบโดยมีโอกาสปรับตัวขึ้น (Sideway up) ส่วนหนึ่งจากแรงหนุนของเม็ดเงินจากกองทุน LTF/RMF โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2553 ของไทยโดยสศช.ในวันจันทร์ การตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 29 พ.ย. ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลข GDP ไตรมาส 3/2553 (ครั้งที่ 2) ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และยอดขายบ้านใหม่ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นการแก้ปัญหาหนี้ของไอร์แลนด์ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 978 และ 952 จุด ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,021 1,031 และ 1,055 จุด ตามลำดับ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 พฤศจิกายน 2553, 09:00 น.

ทำนายค่าเงินเคลื่อนไหวที่ 29.60-29.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

20 พฤศจิกายน 2553, 08:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128333.

Pic_128333

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าค่าเงินเคลื่อนไหวที่ 29.60-29.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ แนะจับตาการประกาศข้อมูลจีดีพีไตรมาส3ของไทยและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ…

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ค่าเงินบาทในประเทศ (Onshore) ฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์เข้าใกล้ระดับ 30.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความต้องการเงินดอลลาร์ฯ ของนักลงทุนเพื่อปรับโพสิชั่นก่อนสิ้นปี ขณะที่ ความกังวลต่อปัญหาหนี้ของไอร์แลนด์ สัญญาณคุมเข้มทางการเงินของจีน (จีนปรับขึ้นสัดส่วนเงินสำรองตามกฎหมายอีก 0.50% ในวันที่ 19 พ.ย.) และความวิตกเกี่ยวกับมาตรการควบคุมเงินทุนของทางการหลายประเทศในเอเชีย (รวมถึงไทย) ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นแรงเทขายหุ้นและสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน กระนั้นก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้น และสามารถลดช่วงติดลบลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายทำกำไร ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับไอร์แลนด์จาก EU/IMF สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทปิดตลาดปลายสัปดาห์ที่ระดับ 29.92 เทียบกับระดับ 29.81 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 พ.ย.)

ในสัปดาห์นี้ (22-26 พฤศจิกายน 2553) ธนาคารพาณิชย์จะมีการทยอยเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ขณะที่ คงจะยังไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 1.75%

ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 29.60-29.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจะต้องจับตาการประกาศข้อมูล GDP ประจำไตรมาส 3/2553 ของไทย กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ และทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมถึงทิศทางของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่-บ้านมือสอง รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล เดือนต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนพ.ย. รายงาน GDP ประจำไตรมาส 3/2553 (ครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดเมื่อวันที่ 2-3 พ.ย.2553 ทั้งนี้ ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ย. เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 พฤศจิกายน 2553, 08:00 น.

เชื่อค่าบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

6 สิงหาคม 2554, 14:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191964.

Pic_191964

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าค่าบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แนะจับตาการประชุมนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทปรับตัวอย่างผันผวน เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้น-กลางสัปดาห์เช่นเดียวกับทิศทางเงินเอเชียอื่นๆ ท่ามกลางแรงเทขายเงินดอลลาร์ฯ (ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง) หลังจากที่สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการปรับเพิ่มเพดานหนี้ได้ทันตามกำหนดเวลา 2 ส.ค. นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ที่มาจากกลุ่มผู้ค้าทองคำอีกด้วย อย่างไรก็ดี เงินบาทต้องลดช่วงบวกทั้งหมดลงในช่วงท้ายๆ สัปดาห์ เนื่องจากความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตของทางการญี่ปุ่น หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ในวันศุกร์ (5 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.84 จากระดับ 29.82 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ก.ค.)

สำหรับ แนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (8-12 ส.ค. 2554) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาค เกษตรที่จะประกาศออกมาในช่วงคืนวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตลอดจนการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้นเดือนส.ค.) ยอดค้าปลีก ดุลงบประมาณเดือนก.ค. ดุลการค้าและสต็อกสินค้าคงคลังเดือนมิ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 6 สิงหาคม 2554, 14:45 น.

ปท.เอเชียคุมเข้มนโยบายการเงิน กดดัชนีหุ้นดิ่ง

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

13 พฤศจิกายน 2553, 15:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126704.

Pic_126704

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าดัชนีฯ ผันผวนในกรอบแคบ แนะจับตา ตัวเลขส่งออกกระทรวงพาณิชย์ และทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยให้แนวรับที่ 1,014-994 จุด และแนวต้านที่ 1,050-1,075 จุด…

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,018.86 จุด ปรับตัวลดลง 2.08% จาก 1,040.45  จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ปรับขึ้น 38.71% จากสิ้นปี 2552 ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ลดลง 3.49% จาก 240,551.93 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 232,147.70 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 48,110.39 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 46,429.54 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 6,306.95 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิที่ 3,406.09 ล้านบาท 2,789.17 ล้านบาท และ 111.68 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 265.12 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 0.76% จาก 263.13 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.14% จากสิ้นปีก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาค หลังราคาน้ำมันทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปีและราคาทองทำสถิติสูงสุดใหม่ ก่อนที่ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงในวันอังคารถึงวันศุกร์ จากแรงขายหุ้นมาร์เก็ตแค็ปขนาดใหญ่ โดยเป็นการปรับฐานของตลาด หลังเงินดอลลาร์ฯ เริ่มกลับมาแข็งค่า ทำให้นักลงทุนเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับกระแสเงินทุนไหลเข้า อีกทั้ง ยังเป็นผลจากความกังวลต่อปัญหาหนี้ของยุโรป การออกมาตรการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (15-19 พ.ย. 2553) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีน่าจะผันผวนในกรอบแคบ (Sideway) โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีราคาสินค้า ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,014 และ 994 จุด ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,050 และ 1,075 จุด ตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 13 พฤศจิกายน 2553, 15:30 น.

บาทแตะระดับต่ำสุดรอบสัปดาห์ แนะจับตาเงินทุนเคลื่อนย้าย

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

13 พฤศจิกายน 2553, 14:40 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126693.

Pic_126693

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าบาทเคลื่อนไหวที่ 29.50-29.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สั่งจับตากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและทิศทางสกุลเงิน-ตลาดหุ้นภูมิภาค…

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า เงินบาทในประเทศ (Onshore) แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่าสัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย และเงินหยวน อย่างไรก็ดี เงินบาทต้องลดช่วงบวกลงทั้งหมด และปรับตัวในทิศทางที่อ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางแรงเทขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ และแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า เป็นการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นอกจากนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังได้รับแรงหนุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย หลังจากที่ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาภาคการคลังในยุโรปปะทุขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สำหรับในวันศุกร์ (12 พ.ย.) เงินบาทอ่อนค่าลงมาปิดตลาดปลายสัปดาห์ที่ระดับ 29.81 เทียบกับระดับ 29.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 5 พ.ย.

ในรอบสัปดาห์นี้ (15-19 พ.ย.) จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ในขณะเดียวกันก็จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ของธนาคารพาณิชย์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 1.75% ภายใต้ภาวะสภาพคล่องในตลาดเงินที่น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 29.50-29.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะต้องจับตากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ และทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมถึงทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน พ.ย. ยอดค้าปลีก สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตในภาคอุตสาหกรรม อัตราการใช้กำลังการผลิต และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ต.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือน ก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 13 พฤศจิกายน 2553, 14:40 น.

คาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าร่วงต่อตามตลาดภูมิภาค

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

6 สิงหาคม 2554, 11:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191957.

Pic_191957

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด สัปดาห์หน้าดัชนีมีโอกาสปรับตัวลดลงตามตลาดในภูมิภาค โดยให้แนวรับที่ 1,077-1,060 จุด และแนวต้านที่ 1,106-1,122 จุด

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ดัชนี SET ปรับตัวลดลงตามตลาดต่างประเทศ จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,093.38 จุด ลดลง 3.54% จากสัปดาห์ก่อน รวมทั้งลดลง 55.57 จุดจากราคาปิดในวันจันทร์ ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 30.75% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 41,654.86 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 309.54 จุด ลดลง 2.67% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นในวันจันทร์ หลังสภาคองเกรสผ่านสามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายเพดานหนี้ได้ ก่อนที่จะปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ จากการขายทำกำไรและความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์หนี้ในยุโรปที่อาจจะลุกลามไปยังอิตาลีและสเปน

สำหรับแนวโน้ม สัปดาห์ระหว่างวันที่ 8-11 ส.ค. 2554 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลดลงตามตลาดในภูมิภาค ขณะที่ ประเด็นติดตามคงอยู่ที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศออกมาในช่วง คืนวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลใหม่ของไทย ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (ในวันอังคาร) และการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,077 และ 1,060 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,106 และ 1,122 จุด ตามลำดับ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 6 สิงหาคม 2554, 11:30 น.
%d bloggers like this: