วันแม่

All posts tagged วันแม่

กสิกรไทยคาดวันแม่ปี 54 เงินสะพัดกว่า 6.5 พันล้านบาท

Published สิงหาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 15:55 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193512.

Pic_193512

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด เงินสะพัดวันแม่ปี 54 กว่า 6,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8% ชี้ ความสงบจากการเมืองและนโยบายท่องเที่ยวรัฐบาลใหม่ทำให้ครึ่งปีภาพรวมท่องเที่ยวในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง…

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงวันหยุดเทศกาลวันแม่ปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเกือบร้อยละ 10 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 1.6 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวกระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่ว ประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท (เป็นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวจังหวัดอื่น ซึ่งไม่ใช่จังหวัดที่พำนักอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะค้างคืน และเช้าไปเย็นกลับ) เม็ดเงินส่วนใหญ่สะพัดไปสู่ธุรกิจด้านที่พัก ภัตตาคาร/ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่หลีกเลี่ยงการเดินทางท่อง เที่ยวในช่วงที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน เพราะมักจะประสบปัญหาการจราจรติดขัด ตามเส้นทางหลักสู่แหล่งท่องเที่ยวในภาคต่างๆ และความแออัดยัดเยียดของนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ประกอบกับบรรดาผู้ประกอบการต่างขยายเวลาในการจัดรายการส่งเสริมการขายใน เทศกาลวันแม่ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกตัวเข้ามาใช้บริการในช่วงวันหยุด 3 วัน (12-14 สิงหาคม) โดยเฉพาะธุรกิจบริการด้านที่พัก และร้านอาหาร ซึ่งต่างมีข้อจำกัดในการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกที่จะเดินทางพาแม่ไปเที่ยวในช่วงอื่นๆของ เดือนสิงหาคม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า จากหลายปัจจัยที่เกื้อหนุนด้านการท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศตลอดทั้งเดือนสิงหาคม 2554 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณเกือบ 9 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ท่องเที่ยวสะพัดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศคิด เป็นมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 ยังคงมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากความสงบทางการเมืองที่ทุกฝ่ายต่างคาดหวังกันว่าจะเกิดขึ้น หลังจากการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยกลับสู่ภาวะปกติโดยแท้จริงตั้งแต่ครึ่ง หลังของปี 2554 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังได้รับแรงเกื้อหนุนสำคัญจากนโยบายการกระตุ้นการเดินทาง ท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ ไปตามเมืองท่องเที่ยวรองเพิ่มขึ้น
จากแนวโน้มดังกล่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า โดยรวมตลอดทั้งปี 2554 ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศจะขยายตัวร้อยละ 4 หรืออยู่ที่ประมาณ 105.4 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวสะพัดทั่วประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 415,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 101.33 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ด้านการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 402,574 ล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 สิงหาคม 2554, 15:55 น.
โฆษณา

รฟท.เชิญชมรถไฟพระที่นั่งและนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจ

Published สิงหาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 11:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193476.

Pic_193476

รฟท.ชวนประชาชนชมรถไฟพระที่นั่ง พร้อมนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจบริเวณสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ในระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี 2554

นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงวันที่ 11-14 สิงหาคม พ.ศ.2554 การรถไฟฯได้ทำหนังสือพระพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญรถไฟพระที่นั่งไปจัด แสดงพร้อมกับนิทรรศการภาพ พระราชกรณียกิจที่สถานีรถไฟกรุงเทพ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ “วันแม่แห่งชาติ” โดยได้เชิญรถไฟพระที่นั่งกลางวัน รถไฟพระที่นั่งบรรทม และรถไฟพระที่นั่งกลางวันและบรรทม จำนวน 3 ตู้ ซึ่งการรถไฟฯได้เก็บรักษาไว้ที่โรงงานมักกะสัน โดยให้ประชาชนได้ชมภายนอกของรถไฟพระที่นั่ง สำหรับรถไฟพระที่นั่ง เป็นพระราชพาหนะ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 จนถึงปี พ.ศ. 2531

นางนวลอนงค์ กล่าวต่อว่า  นอกจากช่วง “วันแม่แห่งชาติ2554”แล้ว การรถไฟฯจะเชิญรถไฟพระที่นั่งและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติมาจัดแสดงอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 3-6  ธันวาคม พ.ศ.2554 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 สิงหาคม 2554, 11:45 น.

‘น้ำนม’ อบอุ่นจากเต้า อร่อยเมื่อเข้าปาก

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 08:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/life/193278.

Pic_193278

หากย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งที่ลืมตาดูโลก เด็กน้อยร้องเสียดังโหวกเหวก เฉกเช่นอยากให้แม่เข้ามาสวมกอด พลันป้อนน้ำนมหยอดเข้าปากน้อยๆ ของลูก เป็นการแสดงถึงความพันผูกแห่งสายใยที่ใครก็ทำแทนไม่ได้…

คุณค่าของน้ำนม จึงไม่ใช่แค่อาหารให้ลูกน้อยได้อิ่มท้อง แต่ยังสะท้อนถึงความรัก และห่วงใยของแม่ที่สื่อถึงลูกได้เป็นอย่างดี เด็กที่เกิดมาจึงเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ใช่ว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ น้ำนมจะไม่มีความสำคัญ เพราะยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกในร่างกาย นม จึงเป็นอาหารอีก 1 ชนิดที่อยู่คู่กับทุกๆ คน อีกทั้งยังถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดูน่ารับประทาน และสามารถนำไปประกอบเป็นอาหารคาว-หวานให้อร่อย ซึ่งช่วยทำให้คนที่ไม่ชอบดื่มนมได้เจริญอาหารได้มากขึ้นด้วย

การผลิตน้ำนมในทุกวันนี้จึงมีปริมาณมาก อีกทั้งยังมาจากสัตว์หลายชนิด เช่น วัว ควาย แพะ แกะ และอูฐ  ใครจะเลือกนมชนิดไหนมากิน ก็ต้องแล้วแต่ความชอบ แต่ทั้งนี้สำหรับคนที่มีอาการแพ้แลคโตส ก็ต้องเลือกดื่มนมให้ถูกชนิด ซึ่งควรทานนมควายสายพันธ์ุมูร์ร่าจะดีกว่า เพราะนอกจากจะมีสารอาหารที่สูงทั้งโปรตีน ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ และสีสันน่าทานแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และคอเลสเตอรอลต่ำกว่านมชนิดอื่นมาก

ในประเทศไทยเองคนไทยก็นิยมดื่มนมกันมากขึ้น และเริ่มนำน้ำนมมาใช้ในการประกอบอาหารไทยมากขึ้นด้วย เพราะอาหารไทยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของกะทิ ซึ่งมีไขมันสูง การเลือกนมมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารแทนกะทิ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ อีกทั้งรสชาติของอาหารก็ยังถูกปากได้เหมือนเดิม

เรียบเรียงจาก : นิตยสาร Food Stylist ฉบับที่ 53

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์
  • 12 สิงหาคม 2554, 08:00 น.

ขนส่งทางบก ร่วมกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รถสามล้อ รถสี่ล้อเล็ก จัดงานวันแม่

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 21:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193071.

Pic_193071

ขนส่งทางบก ร่วมกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รถสามล้อ รถสี่ล้อเล็ก ศูนย์วิทยุสื่อสารรถแท็กซี่ และผู้ขับรถยนต์รับจ้าง จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ “12 สิงหามหาราชินี ” ประจำปี 2554

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5 กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่, สหกรณ์แท็กซี่, สหกรณ์รถยนต์รับจ้างสามล้อ, สหกรณ์สี่ล้อเล็กรับจ้าง,ศูนย์วิทยุสื่อสารรถแท็กซี่และผู้ขับรถยนต์รับจ้าง ในกรุงเทพมหานคร จัดงาน“12 สิงหามหาราชินี”ประจำปี 2554เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2554 ณบริเวณด้านหน้า อาคาร 6 กรมการขนส่งทางบก

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในงาน “12 สิงหามหาราชินี” ในปีนี้ จะมีการ คัดเลือกผู้ที่มีอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท ที่มีความสมัครใจในการปฏิญาณตนเป็น “ผู้ขับขี่ต้นแบบ” โดยต้องเป็นผู้ขับขี่ที่ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร และรถต้องไม่สกปรก เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชู ผู้ขับขี่ที่ดี มีความปลอดภัย และใส่ใจผู้โดยสาร โดยวันที่ 12 สิงหาคมนี้ จะมีการนำร่อง “ผู้ขับขี่ต้นแบบ” จำนวน 80 คน และจะรับสมัครต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2554 เพื่อร่วมทำความดีจากวันแม่….ถึงวันพ่อ โดยจะมีการมอบรางวัลแก่ “ผู้ขับขี่ต้นแบบ” ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม การทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง การประกวดรถบุปผชาติ การกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ของผู้ประกอบการรถแท็กซี่และผู้มาร่วมงาน การกล่าวปฏิญาณตนเป็นคนดีของผู้ขับรถรับจ้าง การบริจาคเงินเพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล การมอบทุนการศึกษา แก่บุตรของผู้ขับรถรับจ้างการจัดซุ้มรณรงค์ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขซุ้มให้คำแนะนำการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ซุ้มการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดและซุ้มเล่นเกมพร้อมมอบของรางวัลต่าง ๆ มากมาย โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการรถแท็กซี่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สำหรับ “ผู้ขับขี่ต้นแบบ” จะมีสัญลักษณ์ เครือข่ายแท็กซี่สามล้อไทย ปลอดภัยใสสะอาด ติดอยู่ที่บริเวณด้านหน้าตัวรถ หรือหลังคารถ จึงขอให้ประชาชนที่ใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ยกย่อง ชื่นชม และร่วมสังเกตพฤติกรรมของผู้ขับขี่ต้นแบบดังกล่าว โดยหากพบ “ผู้ขับขี่ต้นแบบ” ที่ไม่ปฏิบัติตามที่ได้ปฏิญาณตนไว้ แจ้งขอมูลได้ที่ คุณเกษมศานต์ แก้วแดง เลขาเครือข่ายแท็กซี่สามล้อไทย ปลอดภัยใสสะอาด ผู้นำสหกรณ์ โทร. 081-489-7092 ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 21:00 น.

โพล ชี้ วันแม่-สารทจีน ปี 54 เงินสะพัด 1.8 หมื่นล้าน

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193056.

Pic_193056

โพลม.หอการค้าไทย ชี้ เทศกาลวันแม่-สารทจีน ปีนี้คาดเงินสะพัด 1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนของไหว้วันสารทราคาสูงลิ่ว คาดปชช.ซื้อปริมาณลดลง พร้อมหันไปซื้อเป็ด ไก่ เพิ่มแทนหมูที่ราคาแพง

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ และสารทจีน จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,164 คน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-6 ส.ค.ว่า ในช่วงเทศกาลวันแม่ รวมกับเทศกาลสารทจีน คาดจะมีเงินสะพัดรวม 18,664 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยแยกเป็นการใช้จ่ายวันแม่ รวมหยุด 3 วัน 16,195 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 13.6% หรือใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 4,081 บาทต่อวัน ส่วนวันสารทจีนมีการใช้จ่าย 2,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.2%

สำหรับการใช้จ่ายในช่วงวันแม่ ผู้ตอบ 49.08% ตอบว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมที่จะทำ อันดับแรก พาแม่ไปทานข้าวเงินใช้เงิน 1,054 บาท เพิ่มขึ้น 6.7% รองลงมาพาครอบครัวไปทานข้าว 1,547 บาท เพิ่มขึ้น 8.8% ทำอาหารทานที่บ้าน 1,122 บาท เพิ่มขึ้น 6.9% ทำกิจกรรมร่วมกัน 959 บาท เพิ่มขึ้น 0.5% พาแม่ไปทำบุญ 901 บาท เพิ่ม 3.3% พาแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้าน 1,061 บาท ลด 0.5% เป็นต้น

ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงวันสารทจีน ผู้ตอบ 65.1% คิดว่าราคาของไหว้ในปัจจุบันแพงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหมู เป็ด ไก่ ปลา ผลไม้และขนมต่างๆ เช่น ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน รวมทั้งกับข้าวต่างๆ ส่วนพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าผู้ตอบส่วนใหญ่ 56.4% จะซื้อหมูในปริมาณที่ลดลง แต่จะหันมาซื้อเป็ดและไก่มากขึ้น จำนวน 49.7% ส่วนการใช้จ่ายในการซื้อของไหว้ หมู เฉลี่ยซื้อจำนวน 526 บาทเพิ่มขึ้น 12.5% เป็ด ไก่ 905 บาท เพิ่มขึ้น 7.9% ปลา 276 บาท เพิ่มขึ้น 3.1% เป็นต้น

ขณะที่ทัศนะต่อราคาหมูที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น ผู้ตอบ 50.2% ตอบว่าระดับราคาเนื้อหมูในปัจจุบันแพงในระดับรับได้ แต่ห้ามสูงเกินกว่านี้ อีก 31.6% ตอบแพงมากรับไม่ได้เลย และ 18.2% ตอบแพงแต่ยังรับได้อยู่ โดยมาตรการที่ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาหมูในประเทศ ได้แก่ 48.7% ระบุควรมีหมูธงฟ้า ส่วน 21.2% ระบุควรลดราคาหมูหน้าเขียง อีก 11.7% ระบุควรควบคุมราคาหมูหน้าฟาร์ม เป็นต้น ส่วนพฤติกรรมในการซื้อหมูในปัจจุบัน ผู้ตอบส่วนใหญ่กว่า 50% ซื้อหมูลดลง ส่วน 36.7% ซื้อเหมือนเดิม และ 1.8% ซื้อเพิ่มขึ้น

“คนยังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี ปัญหาเศรษฐกิจโลกยังไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของคนไทย แต่รายได้ของประชาชนยังเพิ่มขึ้นไม่เท่ากับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลค่าครองชีพ และราคาสินค้า” นายธนวรรธน์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

ราคาดอกมะลิขึ้น100%รับวันแม่

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 02:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192792.

Pic_192792

“พาณิชย์” สั่งจับตาราคาผักสดใกล้ชิด หลังน้ำท่วมทำผักแพง ส่วนดอกมะลิวันแม่ ราคาพุ่ง 100% ลิตรละ 350 บาท จากปกติ 150 บาท

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคาผักสด ขณะนี้หลายรายการเริ่มขึ้นราคาแล้ว เพราะผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมจนผลผลิตได้รับความเสียหาย จึงได้มอบหมายให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อนในช่วงเทศกาลสารทจีน และหากพบราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือขาดแคลน กรมจะเชื่อมโยงผักสดราคาถูกจากแหล่งผลิตลงไปช่วยแก้ปัญหา ขายผ่านแหล่งชุมชนและห้างค้าปลีกสมัยใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาผักสดในตลาด กทม.และปริมณฑลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เพราะผักส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศที่มีฝนตกชุก เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ผลผลิตมีออกสู่ตลาดน้อยลง ราคาจึงสูงขึ้น โดยผักบุ้งจีนเพิ่มจาก กก. 18-20 บาท เป็น 22-25 บาท ผักกวางตุ้งจาก 12-15 บาท เป็น 20-22 บาท ผักกาดขาวปลี จาก 20-22 บาท เป็น 22-25 บาท ผักชีขีดละ 5-6 บาท เป็น 9-10 บาท และพริกขี้หนูจินดาจากขีดละ 4-5 บาท เป็น 5-6 บาท

ส่วนราคาดอกมะลิ ในตลาดค้าส่งดอกไม้สดย่านปากคลองตลาด เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ เพราะมีความต้องการใช้ในช่วงวันแม่เพิ่มขึ้น ประกอบกับดอกมะลิ มีโรคเชื้อราระบาด ทำให้อาจแพงขึ้นอีก โดย ณ วันที่ 9 ส.ค. อยู่ที่ลิตรละ 350 บาท เพิ่มจากปกติ 150 บาท คาดว่าในช่วงใกล้วันแม่ ราคาดอกมะลิและพวงมาลัยปรับขึ้นอีก 20-30%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 02:00 น.

เนรมิตร”ทุ่งดอกกระเจียว” เป็น”ทุ่งทิวลิปสยาม”วันแม่

Published สิงหาคม 16, 2010 by SoClaimon

วันที่ 10/8/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ฝึกอาชีพให้แก่เกษตรกรในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงในเขตภาค ตะวันตก และภาคกลางรวม 13 จังหวัด และเพื่อพัฒนาให้ศูนย์ฯพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด สุพรรณบุรี จึงได้จัดงานทุ่งดอกกระเจียวบานสื่อรักวันแม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี

ทั้งนี้คาดว่า จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดสุพรรณบุรี และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มาเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นการผลิตพันธุ์พืชใน ห้องปฏิบัติการ การอนุบาลพันธุ์พืชในระบบโรงเรือนที่ทันสมัย มีพันธุ์ไม้ให้เลือกชมมากมาย อีกทั้งมีการอบรมความรู้ด้านการเกษตร การแสดงสินค้าของกลุ่มเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น จึงเหมาะสมสำหรับเป็นที่ศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจของเกษตรกรและนัก ท่องเที่ยวทั่วไป

สำหรับการดำเนินการของศูนย์ฯ ได้จัดทำแปลงส่งเสริมดอกกระเจียวหรือทิวลิปสยามที่ออกดอกสวยงาม จำนวน 13 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในช่วง 1-31 สิงหาคม 2553 ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศจะได้ชื่นชมความงามและศึกษาหาความรู้ นอกจากนี้ได้มีการจัดมหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัย และจัดจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มเกษตรและวิสาหกิจชุมชน ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมความงามของดอกทิวลิปสยามได้ที่ศูนย์ส่งเสริมและ พัฒนาอาชีพการเกษตร อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

ม.หอการค้าคาด ‘วันแม่’ เงินสะพัด 1.4 หมื่นล้าน

Published สิงหาคม 6, 2010 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2553, 16:31 น.

ผ่านทางม.หอการค้าคาด ‘วันแม่’ เงินสะพัด 1.4 หมื่นล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_101499

“หอการค้า” คาดวันแม่ เงินสะพัด 1.4 หมื่นล้าน เพิ่ม 56% เหตุยาว 4 วัน ดันเม็ดเงินท่องเที่ยวสะพัด 5 พันล้าน แต่เฉพาะวันที่ 12 ส.ค.วันเดียว เงินสะพัดจิ๊บจ๊อยแค่ 4% หลังประชาชนยังไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจปีนี้โตได้ 10% ตามคำ “มาร์ก” หันประหยัดเงิน ห่วงเงิน-งาน หายาก

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 1,055 ตัวอย่างว่า ช่วงวันหยุดวันแม่วันที่ 12-15 ส.ค.นี้ คาดจะมีเม็ดเงินสะพัด 14,259.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ถ้านับเฉพาะวันแม่ 12 ส.ค. วันเดียวจะมีเงินสะพัด 9,509.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เพราะมีการใช้จ่ายเพิ่ม จากการที่วันแม่ปีนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ประชาชนบางส่วนเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ต่างจากปีก่อนที่หยุดเพียงวันเดียว จึงทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 5,000 ล้านบาท

เมื่อ สอบถามถึงทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เชื่อว่ากำลังดีขึ้น ขณะที่บางส่วนตอบว่ายังไม่ฟื้น เพราะเงินและงานหายากขึ้น ทำให้จับจ่ายใช้สอยลดลง อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากการที่รัฐบาลประกาศว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว แล้ว จึงต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการดูแลและควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้สอด คล้องกับรายได้ รวมถึงแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และเพิ่มฐานเงินเดือนของผู้มีรายได้น้อย แก้ปัญหาความยากจนคนในชนบท

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้ยอดการใช้จ่ายในวันแม่ เฉพาะวันที่ 12 ส.ค.จะเพิ่มในระดับ 4% แต่ยังถือเป็นระดับต่ำเมื่อเทียบกับสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ปีนี้คาด การเติบโต 6-7% ชี้ให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังเป็นแบบกระจุกตัว เพราะการฟื้นตัวเศรษฐกิจมาจากการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นของเศรษฐกิจ และยังระมัดระวังการใช้จ่ายต่อไป

ทั้งนี้ ผลสำรวจสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง และประชาชนยังไม่รับรู้ถึงผลดีจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจมากนัก จากผลสำรวจคนส่วนใหญ่เชื่อว่า เศรษฐกิจทั้งปีจะโตไม่ถึง 6% ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้เกิน 6-7% ซึ่งศูนย์จะทบทวน และปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจใหม่อีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.นี้ โดยน่าจะบวกจากเดิมที่คาดขยายตัวระดับ 5-6%.

บินไทยจัดตั๋วราคาพิเศษเส้นทางในประเทศฉลองวันแม่

Published สิงหาคม 1, 2010 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2553, 15:08 น.

ผ่านทางบินไทยจัดตั๋วราคาพิเศษเส้นทางในประเทศฉลองวันแม่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_97434

บินไทย จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารเครื่องบิน ชั้นประหยัด เส้นทางภายในประเทศ ราคาพิเศษในโครงการ “สิงหาพาแม่เที่ยว 53” เชิญชวนทุกท่านร่วมพาคุณแม่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดเดือนสิงหาคม และกันยายน 2553

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทั้งทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสำนึกในพระคุณของผู้เป็นแม่ บริษัทฯ จึงจัดโครงการ “สิงหาพาแม่เที่ยว 53” โดยจัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารเครื่องบิน ชั้นประหยัด เส้นทางภายในประเทศราคาพิเศษ ตลอดเดือนสิงหาคม และกันยายน 2553 ดังนี้ โดยเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ และ ขอนแก่นราคา 3,750 บาท ,เชียงใหม่ 4,000 บาท ,อุดรธานี 4,000 บาท ,สุราษฎร์ธานี 4,000 บาท ,อุบลราชธานี4,250 บาท ,เชียงราย4,500 บาท, กระบี่4,500 บาท,ภูเก็ต 4,500 บาท,หาดใหญ่4,500 บาท

ราคา ดังกล่าวจะรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว ยกเว้น ภาษีสนามบินโดยผู้โดยสารสามารถออกบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2553 และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2553 ซึ่งราคาข้างต้นนี้ สำหรับการออก บัตรโดยสารไป-กลับผู้ใหญ่ 1 ท่าน โดยต้องเดินทางพร้อมกันตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นได้วยรหัสสำรองที่นั่งเดียวกัน รวมทั้งต้องเดินทางในวันและเที่ยวบินเดียวกัน นอกจากนี้บัตรโดยสารจะมีอายุ 7 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มต้นเดินทางที่ระบุบนบัตรฯ และผู้โดยสารไม่สามารถเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารหลังจากออกบัตรโดยสาร ไม่ว่ากรณีใดๆ โดยผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Thai Contact Center 02-3561111 หรือ http://www.thaiairways.com และ http://www.thaiairways.co.th

%d bloggers like this: