วัชรี วิมุกตายน

All posts tagged วัชรี วิมุกตายน

อ้างมั่วหมูอนามัย ขายแพงหูฉี่ พาณิชย์เพิ่งตื่น

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 21:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194242.

Pic_194242

ห้างค้าปลีกเมินพาณิชย์ ไม่ติดป้ายราคา ใบอนุญาตตามกำหนด แถมหมูแพ็คถาด แพงหูฉี่ กก. 250 บาท อ้างมั่วหมูอนามัย ด้านพาณิชย์เพิ่งตื่น ตรวจห้างแทน…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อหลายแห่งในกรุงเทพ ยังจำหน่ายเนื้อหมูแพ็คใส่ถาดราคาสูง และไม่มีการติดป้ายแสดงรายละเอียดตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ จนทำให้ประชาชนเกิดความสับสนอย่างมาก

โดยบางแห่งราคาเนื้อหมูสะโพกแพ็คใส่ถาดน้ำหนัก 3 ขีด ขาย 75 บาท ซึ่งหากเทียบปริมาณ 1 กก.จะสูงถึง 250 บาท จากราคาควบคุมที่กก.ละ 152 บาท ที่สำคัญไม่มีการแสดงใบอนุญาตว่าเป็นหมูอนามัยจากกรมปศุสัตว์ด้วย

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราราคาเนื้อหมูอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้พบว่าตลาดสดทั่วประเทศ ขายหมูสะโพกและไหล่ ตามที่กำหนดแล้ว กก.ละ 152-162 บาท

ส่วนกรณีที่ประชาชนร้องเรียนว่าห้างค้าปลีก และร้านสะดวกขายเกินราคา และไม่ปิดป้ายแสดงราคา ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจถี่ขึ้น โดยหากขายหมูเนื้อแดงทั่วไป จะต้องปิดป้าย แสดงราคาแยกกับต้นทุนเนื้อหมูชัดเจน เช่น เนื้อหมูเท่าไร ค่าแพ็คเกจเท่าไร แต่หากเป็นเนื้อหมูอนามัย ทุกร้านจะต้องมีใบประกาศจากกรมปศุสัตว์ติดแสดงให้ผู้บริโภครับทราบ หากไม่มีห้ามร้านใดมั่วนิ่ม ขายเกินราคาและอ้างเป็นหมูอนามัยเด็ดขาด

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 21:00 น.

กันชาวนาโดนโกง พาณิชย์จัดอบรมใช้เครื่องวัดความชื้น

Published สิงหาคม 15, 2011 by SoClaimon

26 พฤศจิกายน 2553, 14:21 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/129850.

Pic_129850

“พาณิชย์” หวั่นชาวนาถูกโรงสีโกงความชื้น เตรียมจัดอบรมการใช้เครื่องวัดความชื้นที่ถูกต้อง 27 พ.ย.นี้ ที่จ.ขอนแก่น ป้องกันถูกเอาเปรียบ กดราคารับซื้อ…

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในสร้างความเป็นธรรม และความเชื่อมั่นในการซื้อขายข้าวเปลือก ระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อเป็นการดูแลไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากปัญหาความชื้น และการหักลดน้ำหนักข้าวเปลือกที่นำมาจำหน่าย เพราะปัจจุบันเกษตรกรมักจะถูกโรงสีกดราคารับซื้อข้าวเปลือกโดยอ้างความชื้นสูงเกิน

ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ กรมจะจัดอบรมให้กับเกษตรกรผู้ประกอบการรับซื้อข้าว และโรงสี ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จ.ขอนแก่น เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันการซื้อขายข้าวเปลือกได้คิดคำนวณราคาโดยการชั่งน้ำหนัก และค่าเปอร์เซ็นต์ความชื้นของข้าวเปลือก ทำให้ความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาของข้าวเปลือก ซึ่งหากความชื้นสูงราคาซื้อขายจะลดลงไปตามสัดส่วน และมีผลต่อน้ำหนักของข้าวเปลือก ขณะทำการซื้อขายและคุณภาพของข้าวเปลือกในการเก็บรักษา

“การอบรมครั้งนี้จะทำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการรับซื้อข้าว และโรงสีมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวที่ถูก ต้องมากขึ้น สามารถลดการเอารัดเอาเปรียบจากการใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวที่ไมถูกต้อง ทำให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายข้าว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น” นางวัชรี  กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 พฤศจิกายน 2553, 14:21 น.

มันมาอีกแล้ว! น้ำตาลขาดตลาด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

22 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128702.

Pic_128702

ชาวบ้านร้องเซ็งแซ่ “พาณิชย์” กวักมือเรียกค้าปลีกขอความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษ ให้ห้างค้าปลีกลดค่าธรรมเนียมแรกเข้ากับสินค้าน้ำตาลในระยะสั้น เพื่อให้ปัญหาตึงตัวคลี่คลายลง

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ต้นสัปดาห์นี้กรมจะเชิญผู้ประกอบการห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ทุกราย มาหารือถึงสถานการณ์น้ำตาลทรายตึงตัว หาซื้อได้ยากตามนโยบายของ รมว.พาณิชย์ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าถูกจำกัดการซื้อน้ำตาลทรายบรรจุถุง 1 กก.ต่อรายภายในห้างค้าปลีก ว่าเป็นเพราะเหตุใด และจะหามาตรการแก้ไขปัญหาให้ หากเป็นเพราะผู้ผลิตน้ำตาลทรายบรรจุถุงลดการผลิตเพราะขาดทุนจากต้นทุนถุงมีราคาแพงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า (เอ็นทรานซ์ ฟี) ของห้างค้าปลีกสูงเกินไป ก็อาจขอความร่วมมือเป็นกรณีพิเศษ ให้ห้างค้าปลีกลดค่าธรรมเนียมแรกเข้ากับสินค้าน้ำตาลในระยะสั้น เพื่อให้ปัญหาตึงตัวคลี่คลายลง

“สถานการณ์น้ำตาลทรายที่กลับมาตึงตัวและราคาแพง เพราะราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น อาจขอความร่วมมือกับห้างให้ลดค่าเอ็นทรานซ์ ฟี ในช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกติ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงก็ให้กลับไปใช้ค่าเอ็นทรานซ์ ฟี เดิม”

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานความร่วมมือไปยังกรมศุลกากร ตรวจสอบการลักลอบส่งออกน้ำตาลทรายตามตะเข็บชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่ราคาน้ำตาลทรายในประเทศเพื่อนบ้านสูงกว่าราคาน้ำตาลทรายของไทย รวมทั้งกรมจะใช้มาตรการทางกฎหมายตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายน้ำตาลย้อนหลังจากรายใหญ่ไปยังรายย่อย ว่าผู้ซื้อมีตัวตนจริงหรือไม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการกักตุนทำกำไร และลงไปตรวจสอบจังหวัดที่ยังไม่มีการประกาศราคาแนะนำขายปลีกด้วย

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เร็วๆนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เพื่อขอจัดสรรโควตาน้ำตาลทรายที่เหลือเกือบ 400,000 กระสอบ จากที่ได้รับการจัดสรร 1 ล้านกระสอบ แต่ได้รับการอนุมัติจริง 800,000 กระสอบ และกระจายไปแล้วกว่า 600,000 กระสอบ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาตึงตัว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

จับพ่อค้าหมูขายเกินราคา ดำเนินคดีเพิ่มอีก4ราย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193293.

Pic_193293

กรมการค้าภายใน จับคนขายหมูเกินราคาเพิ่มได้อีก 4 รายที่ตลาดประชานิเวศน์ ส่งจำรวจดำเนินคดีแล้ว ระบุ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาขายปลีกจำหน่ายเนื้อหมูใน กรุงเทพฯและปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 10-11 ส.ค.ว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้ขายเนื้อหมูส่วนไหล่และสะโพกเกินราคากำหนดแล้ว 5 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ค้าหมูในตลาดประชานิเวศน์ 4 ราย จำหน่ายกก. 160-165 บาท จากราคาควบคุมกก.ละ 152 บาท ซึ่งได้ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจประชาชื่น ดำเนินคดีแล้ว และอีก 1 ราย เป็นเขียงหมูย่านตลาดวังหิน ซึ่งจับกุมตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้ส่งให้สถานีตำรวจโชคชัยดำเนินการสอบสวน โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“กรมขอเตือนให้ผู้ค้าหมูมีชีวิต ผู้ค้าหมูชำแหละ (หมูซีก) ผู้ค้าส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ผู้ขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ต้องขายในราคาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการขายหมูเกินราคาที่กำหนดแจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วไปทำการตรวจสอบ และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางวัชรี กล่าว

สำหรับราคาควบคุมเนื้อหมูเฉพาะส่วนไหล่ และสะโพกทั่วประเทศไม่เกินกก.ละ 152-162 บาท ส่วนหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มทั่วประเทศ กก.ละ 81-87 บาท และหมูซีกกก.ละ 93-99 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

จับแล้วหมูแพง พณ.เอาจริง ตรวจเข้ม6ด.

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193050.

Pic_193050

พาณิชย์ ตรวจราคาหมูวันแรก พบแผงหมูวังหินขายเกินราคา จับดำเนินคดีแล้ว แต่ส่วนใหญ่ขายตามราคาควบคุม 152 บาท ลั่นเอาจริงสุ่มตรวจยาวตลอด 6 เดือน…

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกสำรวจการจำหน่ายเนื้อหมู ที่ตลาดยิ่งเจริญ ย่านสะพานใหม่ กรุงเทพฯ หลังกำหนดเริ่มจับกุมดำเนินคดีผู้ขายหมูเกินราคาควบคุมสูงสุดเป็นวันแรก โดยพบว่า ผู้ค้าตามตลาดสดส่วนใหญ่ขายหมูในราคาควบคุมที่กก.ละ 152 บาท มีบางแห่งที่ขายต่ำกว่าราคาควบคุมอยู่ที่กก.ละ 145 -150 บาท แต่ได้พบแผงหมู 1 แห่งในตลาดวังหินขายหมูเนื้อแดงเกินราคาควบคุมที่กก.ละ 155 บาท จึงได้มีการจับกุมเพื่อดำเนินคดีแล้ว โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กรมจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสุ่มตรวจฟาร์มหมู และแผงหมูทั่วประเทศ เพื่อให้มีการจำหน่ายเนื้อหมูตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดราคาควบคุมหมู ทั้งระบบเป็นเวลา 6 เดือน หรือหากประชาชนพบการขายหมูเกินราคาควบคุม หรือขายหมูเป็นหน้าฟาร์มแล้วขอบวกเกินราคาหน้าบิล สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569” นางวัชรี  กล่าว

ส่วนการขายหมูธงฟ้า กก.ละ 120 บาทนั้น ขณะนี้ได้ทยอยเริ่มแล้วใน 50 จังหวัด รวม 140 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์กำลังพิจารณาการจัดตั้งกองทุนเนื้อสัตว์ เพื่อดูแลราคาและปริมาณเนื้อสัตว์ทั้งระบบ ให้เกิดความสมดุลระหว่างเกษตรกร กับผู้บริโภค

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 19:00 น.

พาณิชย์โยนอุตสาหกรรม แก้ปัญหาน้ำตาลขาดตลาด

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 18:59 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127748.

Pic_127748

“พาณิชย์” โยนอุตสาหกรรมแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำตาลทราย อ้างคุมแค่ราคาปลายทางเท่านั้น ระบุ หากพื้นที่ใดขายเกินราคาแจ้งได้ที่สายด่วน 1569…

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำตาลทราย ที่ในบางพื้นที่ผู้ใช้รายย่อย เช่น ผู้ผลิตขนม ไม่สามารถหาซื้อในตลาดได้ หรือต้องซื้อราคาสูงกว่า ก.ก.ละ 23.50 บาทตามราคาเพดานที่กรมกำหนดว่า กรมเป็นผู้ดูแลราคาปลายทาง ที่ผ่านมาได้ออกประกาศราคาแนะนำได้แล้ว 48 จังหวัด เพื่อให้ผู้ค้าขายตามราคาแนะนำ หากพื้นที่ใดขายเกินราคาก็สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และจัดการตามกฎหมาย ส่วนปัญหาด้านปริมาณเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะต้องกำหนดปริมาณน้ำตาลให้ออกสู่ตลาดอย่างเพียงพอ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 18:59 น.

ราคาดอกมะลิขึ้น100%รับวันแม่

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 02:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192792.

Pic_192792

“พาณิชย์” สั่งจับตาราคาผักสดใกล้ชิด หลังน้ำท่วมทำผักแพง ส่วนดอกมะลิวันแม่ ราคาพุ่ง 100% ลิตรละ 350 บาท จากปกติ 150 บาท

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคาผักสด ขณะนี้หลายรายการเริ่มขึ้นราคาแล้ว เพราะผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมจนผลผลิตได้รับความเสียหาย จึงได้มอบหมายให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อนในช่วงเทศกาลสารทจีน และหากพบราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือขาดแคลน กรมจะเชื่อมโยงผักสดราคาถูกจากแหล่งผลิตลงไปช่วยแก้ปัญหา ขายผ่านแหล่งชุมชนและห้างค้าปลีกสมัยใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาผักสดในตลาด กทม.และปริมณฑลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เพราะผักส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศที่มีฝนตกชุก เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ผลผลิตมีออกสู่ตลาดน้อยลง ราคาจึงสูงขึ้น โดยผักบุ้งจีนเพิ่มจาก กก. 18-20 บาท เป็น 22-25 บาท ผักกวางตุ้งจาก 12-15 บาท เป็น 20-22 บาท ผักกาดขาวปลี จาก 20-22 บาท เป็น 22-25 บาท ผักชีขีดละ 5-6 บาท เป็น 9-10 บาท และพริกขี้หนูจินดาจากขีดละ 4-5 บาท เป็น 5-6 บาท

ส่วนราคาดอกมะลิ ในตลาดค้าส่งดอกไม้สดย่านปากคลองตลาด เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ เพราะมีความต้องการใช้ในช่วงวันแม่เพิ่มขึ้น ประกอบกับดอกมะลิ มีโรคเชื้อราระบาด ทำให้อาจแพงขึ้นอีก โดย ณ วันที่ 9 ส.ค. อยู่ที่ลิตรละ 350 บาท เพิ่มจากปกติ 150 บาท คาดว่าในช่วงใกล้วันแม่ ราคาดอกมะลิและพวงมาลัยปรับขึ้นอีก 20-30%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 02:00 น.

สั่งติดราคาหมูให้ชัด ‘พาณิชย์’ขู่ พรุ่งนี้ขายเกินจับจริง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 23:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192788.

Pic_192788

พาณิชย์ วอน ผวจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมคุมขายหมูตามราคาควบคุม พร้อมเชิญห้าง ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ห้ามตุกติกคิดราคาเกิน สั่งติดป้ายชัดเจนดีเดย์ 10 ส.ค.จับจริงแน่ถ้าขายเกินราคา

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการระดับจังหวัด ให้ เพิ่มความเข้มงวดดูแลการจำหน่ายเนื้อหมูส่วนไหล่ และสะโพกในพื้นที่ โดยจะต้องขายตามประกาศของกรมการค้าภายใน ที่กำหนดราคาควบคุมสูงสุดไม่เกินกก.ละ 152-162 บาท ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.นี้เป็นต้นไป ไม่เช่นนั้นจะมีการจับกุมจริง โดยมีโทษปรับ 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกันได้เชิญห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และผู้บริหารตลาดสดเข้ามาประชุม เพื่อทำความเข้าใจในการจำหน่ายเนื้อหมูตามราคาควบคุมสูงสุด และต้องติดป้ายราคาให้ชัดเจน โดยเนื้อหมูที่แพ็คใส่ถาดโฟม จะต้องติดป้ายราคาให้ชัดเจนว่า เป็นค่าแพ็กเกจเท่าไร และค่าเนื้อหมูเท่าไร ซึ่งต้องเป็นราคาไม่เกินราคาควบคุม ส่วนตามตลาดสดให้ทุกร้านติดป้ายราคาเนื้อสัน เนื้อสะโพก เนื้อไหล่ แยกแต่ละชนิดให้ชัดเจน

ส่วนกรณีที่ร้านค้าในตลาด หรือห้างค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ มีการจำหน่ายเนื้อหมูอนามัย หรือหมูที่เลี้ยงพิเศษ (ปลอดสาร) ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าการเลี้ยงหมูปกติ และไม่ได้อยู่ในการกำหนดเพดานราคาควบคุม โดยราคาเฉลี่ยหมูอนามัยจะจำหน่าย กก.ละ 180-200 บาทนั้น กำหนดให้ร้านค้านั้นๆ นำใบรับรองจากกรมปศุสัตว์มาแสดง และปิดป้ายแสดงราคาให้ลูกค้ารับทราบ เพื่อให้ผู้บริโภคแยกออกระหว่างหมูที่เลี้ยงปกติกับหมูปลอดสาร

“ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ค้าที่ขายเกินราคาควบคุม เพียงแค่ตักเตือนไป เพราะจะเริ่มจับจริงวันที่ 10 ส.ค.นี้เป็นต้นไป แต่ผู้ค้าและฟาร์มเลี้ยงหมูกว่า 90% ได้ขายตามราคาที่กำหนดแล้ว เหลือไม่ถึง 10% ที่ยังขายเกินราคาเท่านั้น” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 สิงหาคม 2554, 23:30 น.

ตร.จับจริงขายหมูเกินราคา

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192579.

Pic_192579

กรมการค้าภายใน ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สถานีตำรวจทั่วประเทศ จับกุมผู้จำหน่ายเนื้อหมูเกินราคาควบคุม โดยจะเริ่มจับกุมจริงตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.นี้เป็นต้นไป…

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาผู้ค้าขายหมูเกินราคาควบคุมว่า ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แจ้งสถานีตำรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จับกุมผู้จำหน่ายเนื้อหมูเกินราคาควบคุม โดยจะเริ่มจับกุมจริงตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.นี้เป็นต้นไป เพื่อให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว หากมีการจำหน่ายเกินราคาในช่วงนี้จะทำได้แค่ตักเตือนเท่านั้น “ส่วนใหญ่พื้นที่ขายเกินราคาควบคุมอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งได้ตักเตือนแล้ว ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑลราคาอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด และราคาหมูขายปลีกที่ควบคุมจะเป็นเฉพาะเนื้อแดงในส่วนไหล่และสะโพกเท่านั้น เนื้อส่วนอื่นไม่เกี่ยว โดยเฉพาะเนื้อสันในที่ราคาสูงกว่าอยู่แล้ว เพราะหมู 1 ตัว มีเนื้อสันใน 2 กก. เท่านั้น”

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนว่าเนื้อหมูที่แพ็กใส่ถาดโฟมขายในร้านสะดวกซื้อ, ซีพี เฟรช มาร์ท, ท็อป เดลี่ มีราคาสูงกว่าราคาควบคุมของกรมนั้น จะให้ทุกร้านติดป้ายราคาแยกแยะอย่างชัดเจนว่า เป็นต้นทุนค่าถาด ค่าบริหารจัดการ และต้นทุนเนื้อหมูเท่าไร แต่ต้องไม่เกินที่กำหนดไว้ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 152 บาท อย่างไรก็ตาม กรมจะดูแลราคาสินค้าให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะในช่วงสารทจีนที่ราคาของเซ่นไหว้ อาจสูงขึ้นกว่าสารทจีนปีที่ผ่านมาเท่าตัว  ดังนั้น  ประชาชนควรเลือกใช้โปรตีน ประเภทอื่นในการเซ่นไหว้ก่อน เพื่อบรรเทาผลกระทบ ส่วนราคาผักและผลไม้มีทั้งราคาเพิ่มขึ้นและลดลงจากครั้งก่อน ซึ่งกรมจะเชื่อมโยงจากแหล่งผลิตไปถึงมือประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน หลังจากเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคเหนือ

สำหรับราคาควบคุมหมู ได้แก่ หมูมีชีวิตภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก กก.ละ 81 บาท ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กก.ละ 85 บาท ภาคใต้ กก.ละ 87 บาท ขายส่งหมูชำแหละ ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก กก.ละ 93 บาท ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ 97 บาท และภาคใต้ 99 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก กก.ละ 137 บาท ตะวันออกเฉียงเหนือ และเหนือ 142 บาท และภาคใต้ 147 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก กก.ละ 152 บาท ภาคเหนือ และตะวันออก– เฉียงเหนือ 157 บาท และภาคใต้ 162 บาท ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

รัฐถกผู้เลี้ยงเฟ้นมาตรการแก้ปัญหา คนไทยเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด กินหมู-ไข่่-ไก่ราคาแพงไม่เลิก

Published กรกฎาคม 29, 2011 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2554, 06:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189890.

Pic_189890

มีประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนขอให้กรมการค้าภายในออกตรวจสอบราคาหมูและไข่ไก่ที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า มีประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนขอให้กรมการค้าภายในออกตรวจสอบราคาหมูและไข่ไก่ที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง โดยราคาไข่ไก่คละปรับขึ้นต่อเนื่องสัปดาห์ละ 10 สตางค์/ฟอง ทำให้ราคาไข่ไก่เบอร์ 0 มาอยู่ที่ 41-42 บาท/ฟอง ส่วนเบอร์ 2-3 ที่นิยมบริโภคทั่วไป ฟองละ 3.70-3.80 บาท หรือเฉลี่ยสูงขึ้นฟองละ 2 บาท ขณะที่ราคาเนื้อหมูชำแหละตามตลาดสด กิโลกรัม (กก.) ละ 160-180 บาท สูงกว่าราคาที่กรมการค้าภายในแนะนำไม่เกิน กก.ละ 140 บาท และมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นต่อเนื่องเมื่อถึงเทศกาลสารทจีนในเดือน ส.ค.นี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นที่กรมการค้าภายในตรวจสอบจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกร และสมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่ พบว่า ราคาที่ขยับขึ้น เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง เนื่องจากภาวะโรคระบาดทั้งในหมู และไก่ไข่ รวมถึงปัญหาอากาศแปรปรวน ทำให้ให้ผลผลิตน้อยลง ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศและการส่งออกสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูในท้องตลาดเกินราคาแนะนำมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านแรงงาน ที่มีการเรียกร้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท จึงเกิดการต่อรองและมีผลต่อการผลิตบางส่วน จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีราคาแพงขึ้นในช่วงนี้

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในวันนี้ (29 ก.ค.) จะหารือกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเพื่อประเมินสถานการณ์ และหามาตรการดูแลเนื้อหมูให้เพียงพอกับการบริโภคในประเทศ “คงจะคุมราคาไม่ได้ แต่ตอนนี้ดูไม่ให้ขาดแคลนก่อน ที่ขยับขึ้นก็ไม่ใช่เพราะมีการเก็งกำไร แต่ผู้เลี้ยงมีภาระมากจากที่เสียหาย แต่เมื่อผลผลิตมากขึ้น ราคาก็จะอ่อนตัวลง แต่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยจะเชื่อมโยงผู้เลี้ยงให้นำเนื้อหมูไปขายราคาถูกในงานธงฟ้า แต่ก็จะติดตามปริมาณอย่างใกล้ชิด หากเห็นว่าในประเทศตึงตัวมาก ก็จะเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการห้ามส่งออกชั่วคราว”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 กรกฎาคม 2554, 06:15 น.
%d bloggers like this: