ลาออก

All posts tagged ลาออก

ป้องกันหรือเกมบล็อก

Published เมษายน 12, 2011 by SoClaimon

31 มีนาคม 2554, 05:04 น.

ป้องกันหรือเกมบล็อก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160122

 

เงียบๆ แต่แรงชนิดแสบลึกถึงทรวงเลยก็แล้วกัน

กับบันทึกใบลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเภทสามัญเลขที่ 43414075 ของนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ บุตรชายของนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดังของเมืองไทย ที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ข่าวมติชนออนไลน์ ร่ายยาวเหตุผลเบื้องต้นในการตัดสินใจถอนสมอ

ตีแสกหน้ากันตรงๆเลยว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีอุดมการณ์อะไรเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมไทย พรรคจึงเป็นเพียงมายาภาพหลอกลวงคนที่สิ้นหวังกับการเมืองไทยในชั่วขณะหนึ่งๆเท่านั้น

“ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งหมดศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์ และประสงค์ที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

ทิ้งทวนก่อนจากกันแบบแสบสัน

จริงอยู่ว่า ไม่มีผลอะไร เพราะโดยสถานะของนายพรรษิษฐ์ ก็แค่สมาชิกธรรมดาๆคนหนึ่งในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีความพิเศษหรือเป็นบุคคลสำคัญของพรรคแต่อย่างใด

แต่เรื่องของเรื่อง โดยความเป็น “คนใน” ยังสะท้อนความรู้สึกกันแบบนี้

มันย่อมไม่ดีต่อภาวะกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังดำดิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่กำลัง “ก้าวย่าง” เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ตามจังหวะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาเร้าสัญญาณยุบสภาแบบรายวัน

ตามสถานภาพของมวย “เมาหมัด” ที่กำลังโดนสารพัดเรื่องรุมเร้า ไล่ต้อนจนมุม

ล่าสุด นายกฯอภิสิทธิ์ได้ฤกษ์พาทีมงานฝ่าพายุ บินลงตรวจสถานการณ์อุทกภัยใหญ่ ที่ปักษ์ใต้ ฐานเสียงใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์แท้ๆ ก็ไม่วายมีเสียงเหน็บแนมว่า คิดช้า ปล่อยให้ชาวบ้านผจญชะตากรรมมาแล้ว 3–4 วัน ถึงค่อยเยื้องกราย

“นายกฯเทวดา”กลัวเปียกน้ำ

ทั้งหมดทั้งปวงมันเกิดจากกระแสสะสมจากเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน สารพัดวิกฤติหมักหมมสะท้อนความเชื่องช้าในด้านการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ไม่ทันต่อเหตุการณ์

เจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ มันก็ยิ่งตอกย้ำ ประจานไปกันใหญ่

ยิ่งลากยาวอยู่ต่อไป “อภิสิทธิ์” ยิ่งหมดฟอร์ม เสี่ยง “เสียมวย”

เอาเป็นว่า วัดกันง่ายๆถ้าในภาวะปกติ ห้วงที่กระแสดีๆ คะแนนนิยมแข็งๆ สถานการณ์คงไม่มาถึงขั้นที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ต้องออกแรงปฏิเสธ เคลียร์กระแสข่าวที่ระบุว่านายกฯอภิสิทธิ์ ไปดูฤกษ์ผานาที และได้กำหนดวันประกาศยุบสภาในวันที่ 27 เมษายน

เพื่อที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์สมหวังชนะการเลือกตั้ง และนายอภิสิทธิ์ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง

ตามนัยโดนบลัฟ ต้องอาศัยไสยศาสตร์เป็นตัวช่วยกันแล้ว

กระแสหด “ตัวช่วย” หาย ถึงเวลาประชาธิปัตย์ต้องพึ่งลำแข้งตัวเอง

และแน่นอน โดยสถานการณ์เยี่ยงนี้ก็คงต้องพึ่งสไตล์นักเลงโบราณ “คุมเกม” ไว้ก่อน ตามความได้เปรียบในฐานะที่เป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐ

ตามคิวล่าสุด “เทพเทือก” ได้เรียก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 เข้าพบที่ห้องทำงานทำเนียบรัฐบาล และมีการเปิดเผยภายหลังว่า นายสุเทพได้มอบหมายให้ดูแลเรื่องบัญชีมือปืนและขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพล โดยให้ไปคิดแผนและปฏิบัติการคอยสอดส่องดูแลในช่วงการเลือกตั้งทั่วประเทศ

เพราะรองนายกฯเป็นห่วงปัญหาความขัดแย้งในการแข่งขันที่รุนแรง

และก็เป็น “เทพเทือก” ที่กำชับเสียงเข้มในวันต่อมา เราจะปล่อยให้นักเลง มือปืน ผู้มีอิทธิพลเข้ามาวุ่นวายกับการเลือกตั้งไม่ได้ จะต้องพยายามให้มีทีมลงไปดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก็จะเอามือสำคัญๆเข้ามาช่วยดู จะปล่อยให้ดุเดือดแล้วรุนแรงเสียหายต่อคนอื่นไม่ได้ จะสู้กันดุเดือด ขึ้นเวทีปราศรัยพูดจาหาเสียงก็เชิญ

แต่จะถึงขนาดทำร้ายฆ่าแกงกันเพื่อแย่งชิงอำนาจกันไม่ได้

โดยเจตนาดี เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสนามเลือกตั้ง

ถ้าไม่บังเอิญว่า พล.ต.อ.อัศวินเอง ก็มีข่าวแว่วๆโดนจีบให้ เปลี่ยนเครื่องแบบสีกากีไปลงสนามเลือกตั้ง มันก็เลยยังน่าเอะใจ ทางหนึ่งป้องกันไข้โป้ง แต่อีกนัยหนึ่งก็เท่ากับบล็อกผู้สมัครและหัวคะแนนพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์

คงไม่กล้าขยับ ผวาโดนขึ้นบัญชีเหมือนกัน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 31 มีนาคม 2554, 05:04 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 20 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

“ปิยะพันธ์” ไขก๊อกบอร์ด ทอท.

Published กุมภาพันธ์ 24, 2011 by SoClaimon

24 กุมภาพันธ์ 2554, 05:30 น.

ผ่านทาง\”ปิยะพันธ์\” ไขก๊อกบอร์ด ทอท. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_151261

 

ที่จอดรถพ่นพิษการเมืองแทรกดัน “ธีรพล” แทน สาเหตุที่ลาออกเพราะต้องเตรียมตัวลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา เพราะต้องการนำความรู้ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ ทอท.แล้ว รวมทั้งลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และประธานกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คาดว่าจะมีผลสิ้นเดือน ก.พ.นี้ สาเหตุที่ลาออกเพราะต้องเตรียมตัวลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา เพราะต้องการนำความรู้ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

“ยืนยันว่าการลาออกดังกล่าวไม่ได้เป็นเพราะมีปัญหาขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง ที่ผ่านมาไม่เคยมีผลประโยชน์ใดๆจากตำแหน่งประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจ และได้ทำงานในตำแหน่งอย่างสุดความสามารถ”

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ทอท.กล่าวว่า แนวทางการทำงานของนายปิยะพันธ์ในช่วงหลังไม่ค่อยตรงกับฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะปัญหาต่างๆในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกลงนามสัญญาสัมปทานกับบริษัทแป้งร่ำ รีเทล ในการบริหารพื้นที่ลานจอดรถในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  และปัญหาการบริหารจัดการลานจอดรถและอาคารจอดรถในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัทปาร์คกิ้งฯ คาดว่าผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ทอท.คือนายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งฝ่ายการเมืองวางตัวมาเพราะเห็นว่าสามารถประสานกับทุกฝ่ายได้ดี

ส่วนการประชุมคณะกรรมการ ทอท.วันนี้ (24 ก.พ.) ฝ่ายบริหารจะเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติแนวทางการบริหารจัดการอาคารและลานจอดรถยนต์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหลังบอกเลิกสัญญาบริษัทปาร์คกิ้งฯ ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ทอท.อนุมัติให้ ทอท.ดำเนินการ และให้ข้อเสนอแนะว่าในการจัดจ้างพนักงานจัดเก็บค่าจอดรถและพนักงานรักษาความปลอดภัยนั้น ไม่ควรให้เป็นบริษัทรายเดียวกัน เพื่อตรวจสอบการทำงานของแต่ละรายได้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 กุมภาพันธ์ 2554, 05:30 น.

 

เอไอเอส ขู่ฟ้องแพ่ง-อาญา บอร์ดทีโอที

Published กุมภาพันธ์ 24, 2011 by SoClaimon

23 กุมภาพันธ์ 2554, 20:00 น.

ผ่านทางเอไอเอส ขู่ฟ้องแพ่ง-อาญา บอร์ดทีโอที – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_151212

 

เอไอเอส เลือดเข้าตา ร่อนหนังสือถึงบ้านบอร์ดทีโอทีทุกคน ถ้าไม่ยกเลิกหนังสือให้ชำระเงิน 36,995 ล้านบาท จะเดินหน้าฟ้องร้องทางแพ่งและอาญาเป็นรายบุคคล…

มีรายงานว่า สาเหตุการลาออกของคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 5 คนนั้น เป็นผลสืบเนื่องจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้ทำหนังสือถึงกรรมการทีโอทีทุกคน โดยจัดส่งที่บ้าน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยข้อโต้แย้งการให้ปฏิบัติตามสัญญาและการขอให้ชำระเงิน พร้อมทั้งขอให้ทีโอที ยกเลิกเพิกถอนหนังสือ เลขที่ ทีโอที ชม./42 ลงวันที่ 31 ม.ค.2554 เรื่องขอให้เอไอเอสชำระเงิน มูลค่า 36,816.94 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ภายในวันที่ 15 ก.พ. 2554 และระงับการดำเนินการใดที่สร้างความเสียหายให้เอไอเอส มิฉะนั้นเอไอเอส จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ต่อทีโอทีและบุคคลที่เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว

เพื่อปกป้องและรักษาสิทธิของเอไอเอส ต่อไป ทั้งนี้ การยื่นหนังสือของเอไอเอสดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากที่ทีโอที ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง เอไอเอส ให้ชำระเงินเพิ่มเติม เนื่องจากทีโอที ได้รับความเสียหาย จากการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือครั้งที่ 6 ที่มีการปรับลดส่วนแบ่งรายได้สำหรับบัตรเติมเงินล่วงหน้า (พรีเพด) จาก 25-30% เหลือ 20% ตลอดอายุสัญญา การใช้เครือข่ายร่วม (โรมมิ่ง) การหักค่าภาษีสรรพสามิตออกจากส่วนบางรายได้สัมปทาน วงเงินรวม วงเงิน 36,995.63 ล้านบาท ภายในวันที่ 15 ก.พ.2554 ถ้าไม่ชำระเงินตามที่ระยะเวลากำหนด ทีโอที จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเช่นกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 กุมภาพันธ์ 2554, 20:00 น.

 

‘อาคม’สบช่องไขก๊อกบอร์ด กสท อึดอัดใบสั่งปลิวว่อน

Published มกราคม 14, 2011 by SoClaimon

14 มกราคม 2554, 04:04 น.

ผ่านทาง\’อาคม\’สบช่องไขก๊อกบอร์ด กสท อึดอัดใบสั่งปลิวว่อน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_141224

 

“อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ยื่นใบลาออกจากการเป็น กรรมการ กสท โดยแจ้งว่าไม่มีเวลา คาดอึดอัดเหตุค้านการเข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินโครงข่ายมือถือระบบซีดีเอ็มเอ จากกลุ่มบริษัท ฮัทชิสัน ฮ่องกง เกรงว่าจะมีความขัดแย้งกันมากขึ้น ขอหลบภัยไปทำงานวิจัย…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธานวันที่ 14 ม.ค.นี้ จะมีการรายงานให้ที่ประชุมบอร์ดรับทราบว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็น กรรมการ กสท แล้ว โดยแจ้งว่าไม่มีเวลา เพราะต้องการทำหน้าที่ เลขาฯ สศช. ประกอบกับ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2553 มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งเลขาฯ สศช.จะต้องไปดำรงตำแหน่งกรรมการกองทุนพัฒนาและวิจัยกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ตามกฎหมายกำหนดไว้

ขณะเดียวกัน มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสท นั้น ทางเลขาฯ สศช.ได้แสดงความเห็นคัดค้านเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินโครงข่ายมือถือระบบซีดีเอ็มเอ จากกลุ่มบริษัท ฮัทชิสัน ฮ่องกง รวมถึงการให้กลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาซื้อกิจการฮัทชิสันในประเทศไทย  และหลังจากนั้นจะยกเลิกสัญญากับฮัทชิสัน และหันไปทำสัญญากับกลุ่มทรูแทน ทำให้นายอาคมอึดอัดในการทำงาน และเกรงว่าจะมีความขัดแย้งกันมากขึ้น จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นกรรมการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะมีการพิจารณายกเลิกสัญญาการว่าจ้างบำรุงรักษาโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอ ในส่วน กลาง 25 จังหวัด กับบริษัท บีเอฟเคที จำกัด และสัญญาการจ้างทำตลาดโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอภายใต้ยี่ห้อ “ฮัทช์” กับบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด หลังจากที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินจากกลุ่มบริษัท ฮัทชิสัน ฮ่องกง ได้สำเร็จ และหลังจากนั้นจะทำสัญญาฉบับใหม่กับบริษัททรูมูฟแทน รวมถึงอาจมีการพิจารณาอนุมัติให้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมได้ หลังจากก่อนหน้านี้บอร์ดได้อนุมัติให้ทดลองให้บริการเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้คนไทยได้ใช้บริการ 3 จี รวดเร็วยิ่งขึ้น.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 มกราคม 2554, 04:04 น.

 

ตกใจ “ธนา” โบกมือลาดีแทค หมดยุคคนไทยฝรั่งพรืดทั้งตึก

Published มกราคม 12, 2011 by SoClaimon

7 มกราคม 2554, 06:30 น.

ผ่านทางตกใจ \”ธนา\” โบกมือลาดีแทค หมดยุคคนไทยฝรั่งพรืดทั้งตึก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_139504

 

“ธนา เธียรอัจฉริยะ” โบกมือลาดีแทค คาดมีผลในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า หมดยุคคนไทย ต่างชาติพรืดทั้งตึก …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้โยกนายธนา เธียรอัจฉริยะ ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ (CMO) ของดีแทค ไปดำรงตำแหน่งใหม่เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร (Chief Corporate Affairs and Strategy Officer) ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2553 เป็นต้นมานั้น

ล่าสุด หลังปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลา 8 เดือน นายธนาได้ตัดสินใจยื่นความจำนงที่จะลาออกจากดีแทคเรียบร้อยแล้ว  โดยคาดว่าจะมีผลในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า แต่เชื่อว่านายธนายังจะได้รับข้อเสนอให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทต่อไป  จากประสบการณ์ที่ทำงานกับบริษัทมากว่า 14 ปี และถือเป็นผู้ปลุกปั้นแบรนด์แฮปปี้ให้เติบโตและแข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ ในช่วงเดือน มี.ค.2553 ซึ่งดีแทคได้ประกาศสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าว นายธนาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตั้งใจจะปฏิบัติหน้าที่ให้ ดีที่สุด หากมีการปรับเปลี่ยนแล้วไม่สู้ คงไม่สามารถเป็นหัวหน้าได้ โดยบุคคลที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนคือนายเพ็ตเตอร์ เฟอร์เบอร์ก อดีต รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของดีแทค ทั้งนี้ กระแสข่าวการลาออกของนายธนาเล็ดลอดออกมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่นายซิคเว่ เบรกเก้ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลธุรกิจในเอเชียของเทเลนอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค และจากนั้นผู้บริหารไทยก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนเหลือนายธนาเพียงคนเดียวที่ยังเป็นหน้าเป็นตาของดีแทคในฐานะคนไทย แต่ล่าสุดนายธนาก็ตัดสินใจโบกมือลาดีแทคเสียแล้ว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 มกราคม 2554, 06:30 น.

 

เร่งฉากหนังใกล้จบ?

Published พฤศจิกายน 29, 2010 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 05:03 น.

ผ่านทางเร่งฉากหนังใกล้จบ? – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_125442

 

ยิ่งยื้อก็ยิ่งเป็นเหยื่ออันโอชะ

ตามเหลี่ยมหล่อๆที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณออกอากาศชัดๆ ถ้าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ก็ต้องลาออกจากรัฐมนตรีตามบรรทัดฐานเดียวกับที่ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คนยี่ห้อประชาธิปัตย์ ได้วางเอาไว้

จ่อยื่นบท “ผู้ร้าย” ให้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ค่ายภูมิใจไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม จากพรรคชาติไทยพัฒนา ถ้ายังดื้ออยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ก็ต้องรับสภาพกับบท “ตัวโกง” ให้ “พระเอก” ตื้บโชว์คนดู

และที่หนักหนากว่า ตามสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกให้ นายบุญจงกำลังโดนต้อนเข้ามุมอับ จะ “เด้งเชือก” พลิกเหลี่ยมสู้ ส่งภรรยาลงสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครราชสีมาแทน ก็โดนคู่แข่งสำคัญอย่างว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงดักทาง

อย่าไปหลบหลังชายกระโปรง

ครั้นจะแลกหมัดสู้ เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองและยี่ห้อภูมิใจไทย ก็เห็นกันอยู่ว่าต้องฝ่าดง “สหบาทา” ทั้งยี่ห้อเพื่อแผ่นดิน ทั้งเครือข่ายพรรคเพื่อไทยของอดีต “นายใหญ่” ที่รอสางแค้นทวงหนี้ทบต้นทบดอก

“บุญจง” เสี่ยงแพ้คาคอกสูง

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ตามคิวเลือกตั้งซ่อม ส.ส.จากพิษหุ้น โดยเฉพาะหนังชีวิตปนบู๊ของนายบุญจง มันก็แค่ “ฉากคั่นเวลา”

ก่อนฉากใหญ่ หนังใกล้จบ

กับโปรแกรมที่ “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ประธานกุนซือพรรคชาติไทยพัฒนา บินไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศนอร์เวย์ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดได้เดินทางกลับถึงเมืองไทย พูดสั้นๆเพียงว่า “หากปรองดองไม่ดีคงไม่ไป” พร้อมนัดแถลงข่าวในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

และก่อนหน้าก็เป็นอดีตนายกฯทักษิณ ที่โฟนอินเข้ามาบนเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดอุดรธานี พูดกันเป็นนัย พร้อมสนับสนุนแนวทางของ “เสธ.หนั่น” และเห็นว่า ผู้ที่ขัดขวางคือผู้ที่เห็นแก่ตัว โดยส่วนตัวพร้อมจะลืมความเจ็บปวดในทุกเรื่อง

“เสธ.หนั่น” เคลียร์โจทย์ปรองดองหลุดทีละเปลาะ ใกล้เคียงความจริงเข้าไปทุกขณะ

ในจังหวะที่ยังต้องระวังพวกจ้องโรยตะปู “เจาะยาง”

ตามฉากที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง แฉดักคอดังๆ จากการข่าวของกลุ่มเสื้อแดงทราบว่า แกนนำม็อบพันธมิตรฯร่วมมือกับทหารบางกลุ่ม คิดใช้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชา หรือเอ็มโอยู 2543 ปลุกกระแสชาตินิยม และเป็นเงื่อนไขให้ม็อบพันธมิตรฯออกมาชุมนุม สร้างความวุ่นวาย รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้

เปิดช่องให้ทหารออกมายึดอำนาจ

เร้ากับจังหวะการเคลื่อนไหวของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ประสานเสียงขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ตั้งแท่นขวางลำ หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ” ต้องสอบถามประชาชนเสียก่อน

โดยไม่ปฏิเสธคำถามดักคอของนักข่าวที่ว่า จะมีการนำประเด็นการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปรวมกับการนัดชุมนุมใหญ่ของม็อบพันธมิตรฯในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ เพื่อคัดค้านการพิจารณาบันทึกเจบีซีทั้ง 3 ฉบับของรัฐสภา และอาจทำให้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯยืดเยื้อ

ป่วนเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ขวางเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ตามคิวม็อบพันธมิตรฯเขี่ยหัวเชื้อ รอสุมไฟ

ยิ่งเป็นอะไรที่แสดงให้เห็นถึงความ “จริงใจ” นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เล่นบท “ป๋าดัน” เอง “ทุบโต๊ะ” แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ปมหลัก คือ การทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว

โดยประทับมติคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ให้เกิดปัญหาเถียงกันซ้ำซาก และไม่ต้องเสียเวลาทำประชามติ

“อภิสิทธิ์” ยอมเปิดทางให้พรรคเล็กและพรรคขนาดกลาง ที่ขอแค่ “พื้นที่ยืนหายใจ” ในการลงสนามสู้กับค่ายการเมืองใหญ่

ยอมขัดใจขาใหญ่ในประชาธิปัตย์ทั้ง “ชวน หลีกภัย” และ “บัญญัติ บรรทัดฐาน”

เร่งจังหวะนาทีท้ายๆ

ตาม “สัญญาลูกผู้ชาย” ที่ให้ไว้กับพรรคร่วมรัฐบาล.

 

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 05:03 น.

 

“ลาออก”หรือ”ยุบสภา” ถึงเวลา”สมัคร”ต้องตัดสินใจ?

Published ตุลาคม 4, 2010 by SoClaimon

วันที่ 9/9/2008

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

สถานการณ์การชุมนุมขับไล่”รัฐบาลนอมินี่ระบอบทักษิณ” ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อมากว่า 3 เดือน ท่ามกลางความดื้อดึงแข็งขืนของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว จนถึงกับประกาศใช้พรก.บริหารราชการแผ่นดินในภาวะฉุกเฉิน ที่ยิ่งทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ทางตัน เกิดเป็นวิกฤติการณ์ครั้งร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา สร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ชาติบ้านเมือง

จึงเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกฝ่ายว่า หากยังปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ โดยที่ไม่มีทางออกใดๆ ประเทศชาติก็จะไปสู่จุดหายนะล่มจมได้

ในท่ามกลางแรงกดดันของฝ่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ ภาคสังคม กลุ่มองค์กรนักวิชาการ สถาบันการศึกษาต่างๆที่เหลืออดเหลือทนยิ่งขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะต่อบทบาทในการแก้ไขวิกฤติบ้านเมืองของระบอบรัฐสภาไทยที่ดูเหมือนไม่ อาจเป็นที่พึ่งที่หวังได้เลย จึงทำให้ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร,ประธานวุฒิสภา และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯต้องร่วมหารือแนวทางแก้ไขวิกฤติ เพื่อกอบกู้ศรัทธาต่อระบอบรัฐสภาคืนมา โดยมอบให้นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นตัวกลางไปเจรจากับฝ่ายรัฐบาลและพันธมิตรฯเพื่อหาทางออกให้ได้

จนนำมาสู่การหารือร่วมกันล่าสุดของตัวแทน 7 พรรคการเมืองในสภาฯทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน กับฝ่ายวุฒิสภา เพื่อเสนอทางออกผ่านนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ไปเสนอต่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีให้ตัดสินใจ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ข้อเสนอที่ให้ไป รวมถึงการให้”ลาออก”หรือไม่ก็”ยุบสภา”เสีย

นี่จะเป็นแรงกดดันที่หนักหน่วง พอที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีผู้ได้ชื่อว่า “ดื้อสุดขีด”ผู้นี้ จะสยบยอมหรือไม่ เช่นไร นับเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต้องจับตาด้วยใจระทึก และหากยังดื้อด้านที่จะใช้แนวทางที่ 3 ตามที่เคยประกาศหลายครั้ง คือ ไม่ยุบ-ไม่ลาออก แต่จะอยู่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ด้วยข้ออ้างเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยแล้วไซร้ ในส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลจะก่อกระแสกดดันอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

แต่หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่รู้สึกรู้สมต่อกระแสสังคม ยังยืนยันที่จะ”กระเตง”กันไปแบบนี้ ทำให้ชาติบ้านเมืองยิ่งเสียหายล่มจมมากขึ้น ก็น่าเป็นห่วงยิ่งว่า สถานการณ์อาจจะก้าวไปซ้ำรอยเหตุการณ์”พฤษภาทมิฬ”เมื่อปี 2535 ที่พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งล้วนแต่เป็นหน้าเดิมๆในเวลานี้ ได้ร่วมกันยืนกรานไม่ฟังเสียงต่อต้านของประชาชน จนนำไปสู่เหตุจลาจล”นองเลือด”ในที่สุด กลายเป็น”ตราบาป”ที่ทุกวันนี้ ก็ยังล้างคราบคาวกันไม่หมด

แล้วหนนี้ พรรคร่วมรัฐบาลยังจะทำความผิดพลาด ก้าวซ้ำรอยเดิมอีก?

หรือจะต้องให้คนรุ่นหลังจารึกประวัติศาสตร์อันอัปยศไปชั่วลูกหลาน
นายชัย ชิดชอบ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร

“รัฐสภาในฐานะตัวแทนของประชาชนได้ปรึกษาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน สรุปได้ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้เลขาธิการพรรคพลังประชาชนไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ถึงข้อห่วงใยและข้อมูลต่างๆที่ได้มีการพูดคุยกัน เมื่อได้คำตอบอย่างไร ให้มาแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ

โดยส่วนใหญ่ยังมีความมั่นใจว่า ประธานวุฒิสภาจะเป็นคนกลางที่ประสานประโยชน์ของทุกฝ่ายได้ แต่การจะให้ทุกอย่างจบภายในวันเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมันหมักหมมพอสมควร

ถามเหตุใดจึงต้องให้เลขาฯพรรคพลังประชาชนไปแจ้งนายกฯด้วย

นายชัย-ก็ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯว่าจะตัดสินใจอย่างไร เราให้ไปเรียนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและเรื่องที่จะต้องแก้ไข

ถาม-มีข้อเสนอให้นายกฯยุบสภาหรือลาออกใช่หรือไม่

นายชัย-ก็แล้วแต่เลขาธิการพรรคพลังประชาชนจะไปปรึกษากับนายกฯเอง เพราะคิดว่า ถึงนายกฯลาออกปัญหาก็คงไม่จบ และการทำประชามติก็ยังไม่สามารถทำได้ แต่ปัญหาของประชาชนทั้งประเทศเป็นเรื่องใหญ่ หากทุกฝ่ายยังประจันหน้ากันอยู่ เศรษฐกิจของประเทศมีแต่ทรุดลงทุกวัน ต่างประเทศก็ไม่เชื่อมั่น

ถาม-มีข้อเสนออะไรไปยังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่

นายชัย-ไม่กล้าบังอาจ

ถาม-มีข้อเสนอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวหรือไม่

นายชัย-ได้สอบถาม 6 พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เขาก็ร่วมมือ ผนึกกันแน่น ไม่มีพรรคใดถอนตัว ขณะนี้เราขอร้องให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว

ถาม-การประชุมร่วมฝ่ายนิติบัญญัติและพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ถือว่าล้มเหลวหรือไม่

นายชัย-ไม่ล้มเหลว บรรยากาศของบ้านเมืองจะเริ่มดีขึ้นเพราะลูกเห็บตกแล้ว และทันทีที่ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าวก็ควรจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้แล้ว”
ประสพสุข บุญเดช
ประธานวุฒิสภา

“ผมได้ตั้งคณะทำงานประสานขึ้นมาจำนวน 8 คน ประกอบด้วยส.ว. 7 คน และนางสุวิมล ภูมิสิงหราช เวลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการคณะทำงาน จากนั้นได้เข้าเจรจากับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ดยมีพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และพล.ร.อ.ณรงค์ ยุทธวงศ์ คณะทำงาน เป็นผู้ประสาน

โดยจากการหารือพล.อ.อนุพงษ์ ได้แสดงความห่วงใยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้ทุกฝ่ายยึดความมั่นคงและประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมทั้งเรียกร้องให้หันหน้าเข้าหากัน ถอยคนละก้าว ขณะเดียวกันพล.อ.อนุพงษ์ ได้สนับสนุนให้ฝ่ายรัฐสภาช่วยกันแก้ปัญหาของประเทศชาติ โดยทางทหารยืนยันจะไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร และจะไม่มีการทำปฏิวัติรัฐประหารอยางเด็ดขาด เพราะเห็นว่า วิธีการของรัฐสภาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ผมยังได้ประสานไปยังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่ยังไม่มีการพบปะเจรจากัน เพราะจังหวะเวลาไม่เอื้ออำนวย ซึ่งผมเข้าใจว่า จะต้องให้เวลา โดยยืนยันว่า ผมยังรออยู่และจะเปิดประตูที่จะเป็นคนกลางในการเจรจาต่อไป

จากที่คณะทำงานได้นำข้อมูลข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆมาสนทนาอภิปรายร่วมกันถึง แนวทางการแก้ปัญหา แนวทางที่น่าจะเป็นทางออกในขณะนี้คือ ทุกฝ่ายควรลดทิฐิ และเสียสละเพื่อประเทศชาติ และถอยกันคนละก้าว โดยมีแนวทางปฏิบัติ 3 ข้อ คือ

1.นายกฯควรประกาศลาออกเพื่อเปิดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ทุกฝ่ายรับได้ และรัฐบาลใหม่ทำหน้าที่ชั่วคราวในระยะสั้นก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน หรือนายกฯควรประกาศยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้แทนราษฎรเข้ามาใหม่ 2.พันธมิตรต้องเคารพและปฏิบัติอยู่ภายใตกฎหมายและยุติการชุมนุม และ 3. สำหรับแนวทางการทำประชามติที่นายกฯเสนอนั้น คณะทำงานเห็นว่าไม่น่าปฏิบัติในตอนนี้”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“ท่านประธานวุฒิสภาได้รายงานสิ่งที่ได้ไปทำมา ซึ่งยอมรับกันว่า ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่อยากจะเห็น เพราะยังมีความยากลำบากที่จะนำ 2 ฝ่ายมาเจรจากัน ส่วนการหารือดังกล่าวก็มีความเห็นที่หลากหลายและมองสถานการณ์ในหลายแง่มุม แต่ในส่วนของผมไม่ได้มีการเสนออะไรเพิ่มเติม นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้วิเคราะห์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาจากหลายแง่มุม แต่ในที่สุดการดำเนินการโดยระบบรัฐสภาต้องขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในสภาผู้ แทนราษฎร ซึ่งก็คือพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค โดยพรรคเหล่านี้ได้รับความเห็นต่างๆในวันนี้ไปแจ้งกับฝ่ายรัฐบาล

ถาม-จากการหารือ คาดหวังหรือไม่ว่า สถานการณ์จะคลี่คลายหรือคงอยู่อย่างนี้ต่อไป

นายอภิสิทธิ-ผมยังเป็นห่วงอยู่ อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่าฝ่ายค้านและวุฒิสภาเป็นตัวประกอบ เพราะเราทำตามหน้าที่ และรัฐบาลก็เรียกร้องให้ทุกอย่างอยู่ในระบบ

ผมรู้สึกหนักใจและเป็นห่วงว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้อย่างไร เพราะยังมองไม่เห็นว่ามีวิธีใดจะเป็นหลักประกันได้ และเห็นได้ชัดว่า ประชาชนมีความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจและสังคม แต่การทำให้แต่ละฝ่ายพยายามเข้าใจอีกฝ่าย ยังมีน้อยมาก คือ ต่างฝ่ายต่างมองในมุมของตัวเอง ซึ่งนี่เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่ในกลุ่มผู้นำเท่านั้น แต่รวมถึงประชาชนด้วย ผมคิดว่าถ้าสามารถทำให้สังคมสมานฉันท์ได้ ต้องเริ่มต้นจากการพยายามเข้าใจคนอื่นก่อน มิฉะนั้นคงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก”
นายมั่น พัธโนทัย
รองนายกฯและรมว.ไอซีที
รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

“ที่ประชุมได้มอบหมายนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนไปหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้นายกฯและรัฐบาลลดอุณหภูมิลงบ้าง และขอให้ฟังทุกฝ่ายบ้าง เพื่อสร้างสถานการณ์ทางการเมืองให้ดีขึ้น ในเมื่อต่างคนต่างแข็งกร้าว จึงเห็นว่า ควรให้นพ.สุรพงษ์คุยกับนายกฯเพื่อหาทางอะลุ่มอะลวยกัน ซึ่งอาจจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่นพ.สุรพงษ์ไปคุยกับนายสมัครแล้วก็จะมีการประชุม อีกรอบเพื่อแจ้งให้ทุกฝ่ายรับทราบผลการเจรจาว่าเป็นไปในทิศทางไหน”
นายสุวิทย์ คุณกิตติ
หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

“เราควรยึดหลักการในระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกอย่างก็ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ หากนายกฯไม่ตัดสินใจแก้ไข ปัญหาก็แก้ไขไม่ได้ ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นมาแก้ไข หรือไม่ก็ยุบสภาเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน

แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างก็อยู่ที่อำนาจของนายกฯว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งหมดก็เป็นการพูดในหลักการของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะเห็นว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นหรือนายกฯแคนาดาก็ลาออกเพื่อแสดงสปิริตกันทั้งนั้น”
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
รองนายกฯและรมว.คลัง
เลขาธิการพรรคพลังประชาชน

“ที่ประชุมได้มอบหมายให้ผมไปพูดคุยกับท่านนายกฯ ซึ่งข้อเสนอนั้นมีหลากหลาย การพูดคุยวันนี้ ผมไม่รู้สึกหนักใจที่จะไปพูดคุยกับนายกฯและการหารือวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุย เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีชิมไปบ่นไปด้วย

ถาม-พรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันแน่นเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนขั้วใช่หรือไม่

นพ.สุรพงษ์-ก็ไม่ได้พูดคุยกัน เราคุยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

ถาม-ประธานวุฒิสภาเสนอให้มีการยุบสภา

นพ.สุรพงษ์-อันนี้เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่งยังไม่มีการลงมติ วันนี้เป็นเพียงการระดมความเห็น

ถาม-จะมีการพูดคุยกับพันธมิตรฯหรือไม่

นพ.สุรพงษ์-พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการเจรจากับกลุ่มใดๆทั้งสิ้น

มือเศรษฐกิจทำเนียบขาวคนสำคัญประกาศลาออก

Published สิงหาคม 6, 2010 by SoClaimon

6 สิงหาคม 2553, 13:47 น.

ผ่านทางมือเศรษฐกิจทำเนียบขาวคนสำคัญประกาศลาออก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_101718

นางคริสตินา โรเมอร์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจคนสำคัญของ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ จะลาออกจากตำแหน่งในเดือนหน้าเพื่อไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยในรัฐ แคลิฟอร์เนีย

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้แถลงว่า นางคริสตินา โรเมอร์ ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ จะดำรงตำแหน่งไปจนถึงแค่วันที่ 3 ก.ย.นี้เท่านั้น จากนั้นจะกลับไปทำหน้าที่อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แคลิฟอร์เนีย เบิร์คลีย์ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงนี้ลูกชายนางจะเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาด้วย.

“ตัน” ลาออก วางมือโออิชิ ลุยธุรกิจส่วนตัว

Published สิงหาคม 3, 2010 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2553, 06:00 น.

ผ่านทาง“ตัน” ลาออก วางมือโออิชิ ลุยธุรกิจส่วนตัว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_99677

หลังจากที่ปากแข็งปฏิเสธข่าวการลาออกมาตลอด โดยปฏิเสธความขัดแย้งกับผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ขอพักผ่อนและกลับไปทำธุรกิจส่วนตัว ยืนยันไม่ขายหุ้นที่มีอยู่…

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้โทรศัพท์มาแจ้งนักข่าวทุกสำนักว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แล้ว เมื่อเวลา 16.00 น. พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งในการ บริหารจัดการแต่อย่างใด และไม่ได้ขายหุ้นที่เหลืออยู่ทั้งหมด 3.5% หรือ 6,562,500 หุ้น ที่ขณะนี้ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ 70 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 459.37 ล้านบาท ให้กับนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด และไม่คิดที่จะขาย โดยการลาออกครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เดือน ก.ย.53 นี้

รายงาน ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีกระแสข่าวการประกาศลาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายตันก็ยืนยันเสียงแข็งว่ายังไม่คิดที่จะลาออกจากตำแหน่งในเร็วๆนี้ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลาออก เนื่องจากการบริหารธุรกิจก็มีผลกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จนทำให้ปัจจุบันโออิชิมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 63% ของมูลค่าตลาดรวมชาเขียวกว่า 10,000 ล้านบาท สิ้นปี 53 นี้ ตั้งเป้ามียอดขายทะลุ 8,400 ล้านบาท เติบโต 20%

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายตันถือเป็นต้นตำรับเจ้าพ่อชาเขียว และเป็นเจ้าพ่อบิ๊กแคมเปญ ล่าสุดเป็นที่ฮือฮากับแคมเปญ “ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งกับโออิชิ ภาค 3 ช็อปล้านเยน” เป็นปีที่ 3 ซึ่งถือเป็นสุดยอดนักการตลาด และสุดยอดเจ้าความคิดที่แตกต่างและกล้าทุ่มทุน ปลุกกำลังซื้อผู้บริโภค ล่าสุดนายตันได้แจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์ถึงเหตุผล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารคนรุ่นใหม่ได้สืบทอดตำแหน่ง และบอร์ดบริษัทมอบหมายให้กรรมการบริหารทำการสรรหาบุคลากรที่มีความเหมาะ สมมาบริหารต่อไป.

นายตัน เผยความรู้สึกกับไทยรัฐออนไลน์ว่า สำหรับการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้งกับนายเจริญ คณะกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้น หรือ ผู้บริหารคนอื่นแต่อย่างใด เพียงแต่อยากพักผ่อน และหันไปทำธุรกิจส่วนตัวทั้งอสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหารอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม แม้ตนเองจะลาออกแต่ภรรยายังคงทำงานที่โออิชิ เหมือนเดิม และไม่กระทบกับการบริหารงาน และกิจการในเครือโออิชิ เพราะยังมีคนฝีมือดี และผู้บริหารเก่งๆ อยู่อีกมาก การลาออกครั้งนี้ได้ไปยื่นหนังสือลาออกกับนายเจริญด้วยตัวเอง และใช้เวลาไม่นาน เพราะไม่ได้พูดคุยอะไร

“ตัน โออิชิ” ลาออกแล้ว ขอทำธุรกิจส่วนตัว

Published สิงหาคม 3, 2010 by SoClaimon

28 กรกฎาคม 2553, 21:51 น.

ผ่านทาง“ตัน โออิชิ” ลาออกแล้ว ขอทำธุรกิจส่วนตัว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_99646

โดยยื่นใบลาออกวันนี้ (28 ก.ค.) ปฏิเสธความขัดแย้งกับผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ขอพักผ่อนและกลับไปทำธุรกิจส่วนตัว ยืนยันไม่ขายหุ้นที่มีอยู่ เชื่อ โออิชิไปต่อได้สบาย เพราะมีมือดีอีกเพียบ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.ค.) นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศถึงการตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้วในวันนี้ โดยจะมีผลในวันที่ 9 ก.ย.2553

นายตัน กล่าวว่า จะแถลงถึงเหตุผลในการลาออกในวันพรุ่งนี้ สำหรับหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดประมาณ 3-4% ยังไม่ขาย โดยการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้งกับคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือ ผู้บริหารคนอื่นแต่อย่างใด เพียงแต่อยากพักผ่อน และหันไปทำธุรกิจส่วนตัวทั้งอสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหารอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม แม้ตนเองจะลาออกแต่ภรรยายังคงทำงานที่โออิชิ เหมือนเดิม และไม่กระทบกับการบริหารงาน และกิจการในเครือโออิชิ เพราะยังมีคนฝีมือดี และผู้บริหารเก่งๆ อยู่อีกมาก

%d bloggers like this: