ลงทุน

All posts tagged ลงทุน

บอร์ดต่างด้าวไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม 41 ราย โกยเงินเกือบ 1.4 พันล้าน

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 15:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191796.

Pic_191796

บอร์ดต่างด้าวไฟเขียวธุรกิจต่างชาติลงทุนในไทยเดือนก.ค. เพิ่มอีก 41 ราย โกยเม็ดเงินลงทุนเกือบ 1,400 ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 600 คน

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นางสาวอุรวี เงารุ่งเรือง รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในเดือนก.ค.54 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยได้ 41 ราย มีเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 1,379 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย 609 คน โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนอันดับ 1 คือ ญี่ปุ่นสัดส่วน 49% ของจำนวนที่อนุญาต รองลงมาคือสิงคโปร์สัดส่วน 13% และจีนสัดส่วน 8%

“ธุรกิจที่ได้รับการอนุญาตเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งมีผลดีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทยและเป็นประโยชน์ต่อระบบ สาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรม ต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเลียม เป็นต้น” นางสาวอุรวี กล่าว

สำหรับธุรกิจที่ได้รับการอนุญาต เช่น ซิโนไฮโดร คอร์ปอร์เรชั่น ลิมิเต็ด จากจีนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าและสถานียกระดับ ช่วงเตาปูน-ท่าพระ ภายใต้โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, นาริ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จากจีนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการจัดหา ติดตั้ง และทดสอบอุปกรณ์ระบบสถานีไฟฟ้าอัตโนมัติให้แก่การไฟฟ้านครหลวง

นอกจากนี้ ยังมีสิงคโปร์ เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ ลิมิเต็ด จากสิงคโปร์ ประกอบธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ระบบจัดเก็บเงินค่าโดยสารอัตโนมัติ ให้แก่ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ตามสัญญาระบบจัดเก็บเงินค่าโดยสารอัตโนมัติ ภายใต้โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท เชื่อมต่อซอยแบริ่ง และส่วนต่อขยายสายสีลมช่วงตากสิน-เพชรเกษม นอกจากนี้ ยังได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการออกแบบ จัดหาติดตั้งอุปกรณ์วิทยุสื่อสารระบบดิจิตอล ภายในสถานีรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า ให้แก่บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย สำหรับโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลมช่วงตากสิน-เพชรเกษม เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 สิงหาคม 2554, 15:00 น.

กสิกรไทยรุกลงทุนในจีนเต็มสูบ

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189339.

Pic_189339

กสิกรไทยรุกลงทุนในจีนเต็มสูบ จับมือ “ไอซีบีซี” ปล่อยกู้เอสเอ็มอี

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ลงนามสัญญาทางการเงินและความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกัน ภายใต้วงเงินสนับสนุน 8,000 ล้านบาท กับธนาคารเพื่ออุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการทางการเงินของ 2 ธนาคารพันธมิตรทั้งในสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย ในด้านความร่วมมือเพื่อสนับสนุนสินเชื่อสำหรับโครงการต่างๆ การปล่อยกู้ร่วมสำหรับโครงการขนาดใหญ่ การโอนและชำระเงินระหว่างประเทศ การแนะนำลูกค้าให้แก่กัน อันจะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและการดำเนินธุรกิจแก่ทั้ง 2 ฝ่ายในอนาคต

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเสิ่นเจิ้นจะนำเงินดังกล่าว ใช้ในการปล่อยกู้ธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศจีน โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยกู้จำนวน 1,200 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการสินเชื่อในจีนที่มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า 42 ล้านราย นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังวางแผนจะยกระดับสาขาเป็นธนาคารพาณิชย์ต่างชาติท้องถิ่นภายในปี พ.ศ.2556 ด้วย

นายบัญฑูร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตลาดการเงินจีนมีขนาดใหญ่มาก และมีโอกาสเติบโตสูง ในขณะที่อุปสงค์สินเชื่อในตลาดมีมากกว่าอุปทานที่ธนาคารพาณิชย์ในจีนจะสามารถให้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนในไทย

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 16:00 น.

ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนในไทย.

Pic_185802

บีโอไอ เผยตัวเลขลงทุนช่วง 6 เดือน ปี 2554 เงินลงทุนทะลุ 247,100 ล้านบาท มูลค่าเกินครึ่งจากเป้าหมาย ที่ประเมินไว้ทั้งปีที่ประมาณ 400,000 ล้านบาท ด้านตัวเลข เอฟดีไอ พุ่งต่อเนื่อง ทิศทางเงินทุนจากเอเชีย โหมเข้าไทย ญี่ปุ่นยังครองแชมป์สูงสุด

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. -มิ.ย.) ว่า นักลงทุนได้ยื่นขอรับส่งเสริมการเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 882 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 247,100 ล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีจำนวน 616 โครงการ เพิ่มขึ้น 43.2% ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 33.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 185,000 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าเงินลงทุนเกินครึ่งจากเป้าหมายการขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้ ที่ตั้งเป้าไว้ 400,000 ล้านบาท

นางอรรชกา กล่าวต่อว่า การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมีทิศทางขยายตัวในอัตราสูงมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเฉพาะการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในเดือน มิ.ย.เพียงเดือนเดียว มีจำนวนโครงการสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยมี 180 โครงการ มูลค่าลงทุน 43,600 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเข้ามาลงทุนของกลุ่มลงทุนรายใหญ่ รวมถึงโครงการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการจำนวนมาก

“สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในช่วงครึ่งปีแรก กระจายอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง ที่มีโครงการลงทุนสูงสุดรวม 226 โครงการ มูลค่า 77,000 ล้านบาท รองมาเป็นกิจการในกลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 180 โครงการ มูลค่า 46,300 ล้านบาท ตามด้วยกิจการเคมี กระดาษ และพลาสติก 126 โครงการ มูลค่า 41,300 ล้านบาท กิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 130 โครงการ มูลค่า 35,400 ล้านบาท กิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร 129 โครงการ มูลค่า 25,700 ล้านบาท” เลขาธิการบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวด้วยว่า การลงทุนตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วงครึ่งปีแรก มี 522 โครงการ มูลค่า 167,274 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 375 โครงการหรือเพิ่มขึ้น 39% ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 98,332 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 70% สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศในไทย กลุ่มใหญ่ที่สุด เป็นการลงทุนจากประเทศต่างๆ ในเอเซีย โดยญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด 272 โครงการ เงินลงทุน 72,244 ล้านบาท ตามด้วยเกาหลีใต้ มีจำนวน 21 โครงการ เงินลงทุน 6,137 ล้านบาท, ฮ่องกง มี13 โครงการเงินลงทุน 10,399 ล้านบาท เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 16:00 น.

ตลาดหุ้น​ผวา​รุนแรง​หลัง​เลือกตั้ง

Published มิถุนายน 21, 2011 by SoClaimon

21 มิถุนายน 2554, 06:00 น.
ตลาดหุ้น​ผวา​รุนแรง​หลัง​เลือกตั้ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180549

ผู้จัดการ​ตลาดหุ้น​ชี้​หาก​เกิด​ความ​รุนแรง​หลัง​การ​เลือกตั้ง ​จะ​ทำให้​ต่าง​ชาติ​ก้าว​ข้าม​ประเทศไทย โดย​ขาย​ทิ้ง​หุ้น​ไทย​หนี​ไป​ลงทุน​ตลาดหุ้น​ประเทศ​อื่น​ที่​ไม่​มี​ความ​เสี่ยง​การเมือง ระบุ​ผล​ของ​ความ​รุนแรง​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ปี​ที่​แล้ว​ทำให้​ต่าง​ชาติ​ขาย​หุ้น​ไทย​หนี​ตาย​เดือน​ละ​กว่า 60,000 ล้าน​บาท และ​ยัง​ได้​สร้าง​ความ​สูญเสีย​ให้​กับ​ทุก​ภาค​ส่วน​ของ​ประเทศ ชี้​หาก​หุ้น​ไทย​ลงแรง​มาตรการ​เซอร์กิต​เบรก​เก​อร์​หยุด​ซื้อขาย​ชั่วคราว​ยัง​รับมือ​ไหว…

นาย​จรัม​พร โชติ​ก​เสถียร กรรมการ​และ​ผู้จัดการ​ตลาดหลักทรัพย์​ กล่าว​ว่า หาก​มี​ความ​รุนแรง​เกิด​ขึ้น​ภายหลัง​การ​เลือกตั้ง​ใน​ประเทศไทย จะ​ทำให้​นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ “ก้าว​ข้าม” ประเทศไทย โดย​ขาย​หุ้น​ออก​จาก​ตลาดหุ้น​ไทย​และ​อาจ​ไม่​กลับ​เข้า​มา​ซื้อ​หุ้น​อีก​เลย เพราะ​ตลาดหุ้น​ใน​ประเทศ​อื่นๆที่​มี​ขนาด​และ​มี​ความ​น่า​ลงทุน​มาก​กว่า​ประเทศไทย​ยัง​มี​อีก​เยอะ หาก​ประเทศไทย​ยัง​เป็น​สังคม​ที่​มี​ความ​รุนแรง นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ​ก็​คง​ไม่​มี​ความ​จำเป็น​ต้อง​เสี่ยง​กับ​การ​ลงทุน​ใน​ไทย โดยเฉพาะ​ใน​ช่วง​อีก 2-3 สัปดาห์​หลังจาก​นี้​หรือ​ต่อ​เนื่อง​ไป​ถึง​หลัง​การ​เลือกตั้ง​ที่​ต่าง​ชาติ​มอง​ว่า​ประเทศไทย​มี​ความ​เสี่ยง​ที่​จะ​เกิด​ความ​รุนแรง​ได้​สูง ซึ่ง​ถือ​เป็น​ความ​เสี่ยง​สำหรับ​การ​ลงทุน แม้​ปัจจัย​พื้นฐาน​ของ​เศรษฐกิจ​และ​กำไร​ของ​บริษัท​จดทะเบียน​จะ​ยัง​แข็งแกร่ง​ไม่​เปลี่ยนแปลง​ก็ตาม

ส่วน​ต่าง​ชาติ​จะ​เท​ขายทิ้ง​หุ้น​ไทย​หนัก​แค่​ไหน​หาก​เกิด​ความ​รุนแรง​ขึ้น​นั้น ​นาย​จรัม​พร​กล่าว​ว่า ไม่​สามารถ​คาด​เดา​ได้ แต่​จาก​ข้อมูล​ใน​ปี​ที่​ผ่าน​มา​ที่​มี​ความ​รุนแรง​ใน​ช่วง​เดือน พ.ค.53 นั้น นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ​ได้​เท​ขาย​สุทธิ​กว่า 60,000 ล้าน​บาท​ภายใน​เดือน​เดียว ซึ่ง​อาจจะ​ใช้​ตัวเลข​นี้​เป็น​ตัว​เทียบ​วัด​เป็น​บรรทัดฐาน​และ​เป็น​อุทาหรณ์​ได้

อย่างไรก็ตาม​ สำหรับ​การ​ลงทุน​ใน​รอบ​นี้ หลัง​มี​บท​วิเคราะห์​ของ​โบรกเกอร์​ต่าง​ชาติ​ออก​มา​ระบุ​ว่า​มี​ความ​กังวล​กับ​ความ​รุนแรง​ทางการ​เมือง​โดยเฉพาะ​หลัง​การ​เลือกตั้ง​ออก​มา​พร้อมๆกัน​ถึง 3 แห่ง ส่ง​ผล​ให้​นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ​เท​ขาย​สุทธิ​หุ้น​ไทย​ไป​แล้ว​กว่า 20,000 ล้าน​บาท​   ทั้งที่​เป็น​เพียง​การ​คาด​เดา​ หรือ​เป็น​ความ​กังวล​กับ​สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่​เกิด​ขึ้น  ซึ่ง​สะท้อน​ให้​เห็น​ว่าต่าง​ชาติ​มี​ความ​เห็น​และ​ความ​กังวล​อย่างไร ​ต่อ​การเมือง​ไทย

“หลัง​เลือกตั้ง​มี​แนวโน้ม​ว่า​จะ​มี​ความ​รุนแรง​เกิด​ขึ้น ทำให้​ภาค​เอกชน​ต้อง​รวม​ตัว​กัน​ออก​มา​แสดง​จุดยืน​ต่อต้าน​ความ​รุนแรง​และ​ปราม​ว่า​อย่า​ให้​เกิด​ความ​รุนแรง​ขึ้น​มา เพราะ​ทำให้​เกิด​ความ​สูญเสีย โดย​ผู้​ที่​เดือดร้อน​คือ​คน​ทั้ง​ประเทศ ที่​จะ​สูญเสีย​ชีวิต​เลือดเนื้อ และ​ยัง​กระทบ​กับ​ความ​มั่งคั่ง​ของ​คน​ทั้ง​ประเทศ​แล้ว ภาค​ธุรกิจ​และ​เศรษฐกิจ​ของ​ประเทศ​จะ​ได้​รับ​ผล​กระทบ​ด้วย โดยเฉพาะ​ภาค​การ​ท่องเที่ยว​ที่​สร้าง​ราย​ได้​เข้า​ประเทศ​รวม​ทั้ง​การ​ลงทุน​ใน​ตลาดหุ้น​ที่​จะ​ออก​อาการ​ให้​เห็น​เป็น​ด่าน​แรก หาก​เกิด​ความ​รุนแรง​ขึ้น​จะ​ทำให้​ต่าง​ชาติ​ก้าว​ข้าม​ประเทศไทย เมื่อ​นัก​ลงทุน​ไม่​มี​ความ​มั่นใจ​และ​เห็น​ความ​ไม่​แน่นอน ก็​ต้อง​หนี​ออก​จาก​ประเทศไทย​แน่นอน​ทั้ง​ใน​ตลาดหุ้น​และ​การ​ลงทุน​โดย​ตรง”

นาย​จรัม​พร​ยัง​กล่าว​ว่า ไม่​เฉพาะ​นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ​เท่านั้น​ที่​จะ​หนี​การ​ลงทุน​ออก​จาก​ประเทศไทย​หาก​เกิด​ความ​รุนแรง แต่​นัก​ลงทุน​ไทย​เอง​ทั้ง​นัก​ลงทุน​ใน​ตลาดหุ้น​และ​นัก​ลงทุน​ใน​ภาค​ธุรกิจ (เ​รี​ยล​เซ็กเ​ตอ​ร์) ก็​อาจจะ​ก้าว​ข้าม​ประเทศไทย​ออก​ไป​ลงทุน​ใน​ประเทศ​อื่น​เช่น​เดียวกัน นี่​คือ​สิ่ง​ที่​นัก​ลงทุน​และ​นัก​ธุรกิจ​กังวล จึง​รวม​ตัว​กัน​ออก​มา​แสดง​จุดยืน​ว่า​เรา​ต่อต้าน​ความ​รุนแรง​และ​ไม่​ต้องการ​เห็น​ความ​รุนแรง​เกิด​ขึ้น​อีก

นาย​จรัม​พร​ยัง​กล่าว​ถึง​มาตรการ​รับมือ​ของ​ตลาดหลักทรัพย์​กรณี​หาก​เกิด​ความ​รุนแรง​จนส่ง​ผล​ให้​นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ​เท​ขาย​หุ้น​ออก​มา​หนัก​และ​กด​ให้​ดัชนี​หุ้น​ไทย​ร่วง​แรง​ว่า มาตรการ​หยุด​การ​ซื้อขาย​ชั่วคราว​หรือ เซอร์กิต​เบรก​เก​อร์​ที่​ใช้​อยู่​นั้น ถือว่า​ยัง​เป็น​มาตรการ​ที่​ใช้ได้​ดี​อยู่​และ​ได้​ผ่าน​ร้อน​ผ่าน​หนาว​หรือ​เคย​ถูก​นำ​มาใช้​หลาย​ครั้ง​หลาย​คราว​แล้ว คง​ไม่​มี​มาตรการ​อะไร​ใหม่​ออก​มา​รับมือ

ส่วน​ความ​กังวล​ที่​ว่า​จะ​มี​นักการเมือง​เข้า​มา​หา​ประโยชน์​ใน​ตลาดหุ้น​เพื่อ​ตุน​เงิน​หรือ​กระสุน​ไป​ใช้​ใน​ช่วง​ใกล้​การ​เลือกตั้ง​นั้น​  นาย​จรัม​พร​กล่าว​ว่า ขณะ​นี้​ยัง​ไม่​พบ​ความ​ผิด​ปกติ​ใดๆซึ่ง​ตลาดหลักทรัพย์​มี​ระบบ​ติดตาม​ความ​ผิดปกติ​ใน​การ​ซื้อขาย​หุ้น​อยู่​แล้วยัง​ไม่​พบ​ว่า​บุคคล​หรือ​กลุ่ม​บุคคล​ใด​เข้า​มา​มี​พฤติกรรม​ที่​สร้าง​ความ​ผิด​ปกติ​ใน​ตลาด

ขณะ​ที่​ นาย​ชนิตร ชาญชัย​ณรงค์ รอง​ผู้จัดการ​ตลาดหลักทรัพย์​ กล่าว​ว่า หลัง​งาน​ไทยแลนด์​โฟกัส​ที่​ตลาดหลักทรัพย์​เชิญ​ผู้​ลงทุน​จาก​ทั่ว​โลก​มา​รับ​ฟัง ข้อมูล​เศรษฐกิจ การเมือง​และ​ธุรกิจ​ของ​บริษัท​จดทะเบียน​ไทย​พบ​ว่า นับ​จาก​วัน​ที่​จัด​งาน​ไทยแลนด์​โฟกัส​คือ​วัน​ที่ 31 มี.ค.​ถึง 9 พ.ค. ที่​นายกรัฐมนตรี​ออก​มา​ประกาศ​ยุบ​สภา ​ต่าง​ชาติ​ได้​เข้า​มา​ซื้อ​สุทธิ​หุ้น​ไทย 29,000 ล้าน​บาท ซึ่ง​ชี้​ให้​เห็น​ว่า​หลัง​ต่าง​ชาติ​ ได้​ฟัง​ข้อมูล​ทำให้​เชื่อ​มั่น​ใน​เศรษฐกิจ​และ​บริษัท​จดทะเบียน​ไทย​และ​ไม่ได้​กังวล​กับ​การเมือง​มาก​นัก จึง​เข้า​มา​ซื้อ​หุ้น​ไทย แต่​หลัง​นายกรัฐมนตรี​ประกาศ​ยุบ​สภา​นับ​จาก​วัน​ที่ 10 พ.ค.​ถึง​ล่า​สุด 15 มิ.ย.​ต่าง​ชาติ​ ได้​ทยอย​ขาย​สุทธิ​หุ้น​ไทย​รวม​แล้ว​กว่า 32,000 ล้านบาท ซึ่ง​แรง​ขาย​ของ​ต่าง​ชาติ​มา​จาก​ความ​กังวล​กับ​ความ​รุนแรง​ทางการ​เมือง​ล้วนๆ เพราะ​หาก​ไม่​มี​เรื่อง​นี้​ต่าง​ชาติ​น่า​จะ​ยัง​ซื้อ​หุ้น​ไทย​ต่อ​เนื่อง

นาย​ไพบูลย์ นลินท​ราง​กู​ร ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร บล.​ทิสโก้ กล่าว​ใน​ฐานะ​ประธาน​สภา​ธุรกิจ​ตลาด​ทุน​ไทย​ กล่าว​ว่า ขณะ​นี้นัก​ลงทุน​ต่าง​ชาติ​มอง​ปัจจัย​เสี่ยง​ทางการ​เมือง​มี​ความ​สำคัญ​อันดับ​หนึ่ง​ใน​การ​พิจารณา​เข้า​ลงทุน​ระยะ​ยาว​ใน​ไทย ซึ่ง​ใน​ช่วง 5-6 ปี​มา​นี้ ความ​เสี่ยง​ทางการ​เมือง​นี้​ได้​ส่ง​ผล​ให้​ต่าง​ชาติ​หัน​ไป​ลงทุน​ที่​อื่น ซึ่ง​กระทบ​ต่อ​การ​เติบโต​ทาง​เศรษฐกิจ​และ​คน​ไทย​โดย​ตรง และ​ทำให้​ไทย​เสีย​โอกาส​ใน​ช่วง 5-6 ปี​ที่​ผ่าน​มา ทำให้​ครั้ง​นี้​ภาค​เอกชน​ได้​ร่วม​กัน​ออก​แถลงการณ์​ต่อต้าน​ความ​รุนแรง เพราะ​สถานการณ์​บ้านเมือง​ส่อ ​ความ​ขัดแย้ง​ที่​รุนแรง​ขึ้น​โดยเฉพาะ​หลัง​เลือกตั้ง จึง​อยาก​ให้​ยุติ​ความ​รุนแรง เพื่อ​สร้าง​ความ​สงบ​สุข​และ​ให้​ยอม​รับ​ผล​การ​เลือกตั้ง​ไม่​ว่า​จะ​ออก​มา​เป็น​อย่างไร เพราะ​สังคม​ไทย​บอบช้ำ​มา​มาก​แล้ว “ข้อ​เรียก​ร้อง 3 ประการ​ของ​แถลงการณ์​ใน​ครั้ง​นี้​ต้องการ​ให้​ทุก​พรรคการเมือง​รวม​ถึง​กลุ่ม​การเมือง​ทุก​กลุ่ม​ต้อง​ยอม​รับ​ผล​การ​เลือกตั้ง​และ​หลีกเลี่ยง​หรือ​ไม่​ดำเนิน​การ​ด้วย​ประการ​ใดๆที่​จะ​นำ​ประเทศ​กลับ​ไป​สู่​ความ​รุนแรง ซึ่ง​องค์กร​ที่​ร่วม​แถลงการณ์​ครั้ง​นี้​ ได้​ประมวล​ข้อมูล​จาก​แหล่ง​ต่างๆอย่าง​ถี่ถ้วน​แล้ว​พบ​ว่า​มี​ความ​เป็นไปได้​สูง​ที่​จะ​เกิด​ความ​ขัดแย้ง​ทางการ​เมือง​อย่าง​รุนแรง​หลัง​การ​เลือกตั้ง” นาย​ไพบูลย์​กล่าว

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า องค์กร​หลัก​ภาค​ธุรกิจ 5 กลุ่ม และ 2 สื่อ​วิชาชีพ ประกอบ​ด้วย สภา​ธุรกิจ​ตลาด​ทุน​ไทย, สมาคม​ธนาคาร​ไทย, สภา​หอการค้า​แห่ง​ประเทศไทย, สภา​อุตสาหกรรม​แห่ง​ประเทศไทย,สภา​อุตสาหกรรม​ท่องเที่ยว​แห่ง​ประเทศไทย, สมาคม​นักข่าว​นัก​หนังสือพิมพ์​แห่ง​ประเทศไทย​และ​สมาคม​นักข่าว​วิทยุ​และ​โทรทัศน์​ไทย​ที่​ได้​ร่วม​ออก​แถลงการณ์​เรียก​ร้อง​ไป​ยัง​พรรคการเมือง​นัก การเมือง​และ​กลุ่ม​การเมือง​ต่างๆ ให้​เข้า​สู่​กระบวนการ​ปรองดอง​อย่าง​จริงจัง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 มิถุนายน 2554, 06:00 น.

บีโอไอรื้อเกณฑ์ลงทุน

Published มิถุนายน 9, 2011 by SoClaimon

9 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
บีโอไอรื้อเกณฑ์ลงทุน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177598

บีโอไอ จัดสัมมนา “การลงทุนไทยในต่างประเทศ โอกาสและก้าวสู่ความสำเร็จ” เล็งทบทวนประเภทกิจการและสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ให้สอดคล้องโครงสร้างภาษี…

นางอรรชกา ศรีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย ในงานสัมมนา “การลงทุนไทยในต่างประเทศ โอกาสและก้าวสู่ความสำเร็จ” จัดโดยบีโอไอว่า ขณะนี้ บีโอไออยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด การทบทวนประเภทกิจการและสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงโครงสร้างภาษี ทั้งระบบของกระทรวงการคลัง รวมถึงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนไทยไปยังต่างประเทศ เพื่อที่จะเสนอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ

“สิทธิประโยชน์นั้น บีโอไอคงต้องทำให้สอดคล้องกับการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่รัฐบาลและพรรคการเมืองที่หาเสียงในขณะนี้ มีแนวคิดจะปรับลดลงจากขณะนี้เก็บในอัตรา 30% ของกำไรสุทธิ ดังนั้น บีโอไอต้องปรับสิทธิประโยชน์ของบีโอไอให้เหมาะสม โดยอาจจะลดการยกเว้นลงจาก 8 ปี เพราะถือว่าไทยลดลงให้ในภาพรวมแล้ว”

ส่วนการส่งเสริมการลงทุนไทย ในต่างประเทศ บีโอไออยู่ระหว่างปรับปรุงร่างกฎหมาย โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการยกเว้นภาษีกำไรที่ได้จากการลงทุนต่างประเทศ รวมถึงการนำค่าใช้จ่ายไป ศึกษาดูลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศมาลดหย่อนได้ 2 เท่า รวมถึงการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการลงทุน ไทยในต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะศึกษาเสร็จในเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ และคาดว่าจะนำไปสู่การปฏิบัติ เป็นรูปธรรมได้ภายในสิ้นปี 2554.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

5 เดือนแรกคึกคักเม็ดเงินทะลักแสนล้าน

Published มิถุนายน 6, 2011 by SoClaimon

6 มิถุนายน 2554, 05:45 น.
5 เดือนแรกคึกคักเม็ดเงินทะลักแสนล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176816

โรง​งาน​ใหม่​ผุด​คึกคัก ช่วง 5 เดือน​แรก​มูลค่า​ลงทุน 1.1 แสน​ล้าน เพิ่ม​ขึ้น 5.5 หมื่น​ล้าน รับ​เศรษฐกิจ​แข็งแกร่ง เปิด​ประชาคม​อาเซียน​ปี 58 เผย​โคราช​ครอง​แชมป์​ลงทุน​สูง​สุด 3.7 หมื่น​ล้าน สมศักดิ์​ศรี​พื้นที่ “สุวัจน์” ไม่​เสีย​แรง​ชาติ​พัฒนาฯ​นั่ง​คุมกระทรวง…

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า ใน​เดือน พ.ค.ที่​ผ่าน​มา ก​รม​โรง​งาน​อุตสาหกรรม (กรอ.) ได้​อนุมัติ​ให้​ผู้​ประกอบ​การ​เปิด​กิจการ​โรง​งาน​อุตสาหกรรม​ใหม่​ทั่ว​ประเทศ​รวม 229 ราย มูลค่า​ลงทุน​รวม 22,090 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ช่วง​เดียวกัน​ของ​ปี​ที่​ผ่าน​มา ​กว่า 15,000 ล้าน​บาท เนื่องจาก​นัก​ลงทุน​มั่นใจ​ใน​เศรษฐกิจ​ไทย​ที่​มี​ความ​แข็งแกร่ง รวม​ถึง​การ​ตั้ง​โรงงาน​อุตสาหกรรม​ใน​ปริมาณ​ที่​สูง​เพื่อ​รอง​รับ​การ​เปิด​ประชาคม​เศรษฐกิจ​อาเซียน​ปี 2558 ที่​อาเซียน​จะ​รวม​เป็น​ตลาด​เดียวกัน มี​ประชากร​รวม​กว่า 600 ล้าน​คน ส่ง​ผล​ให้​ช่วง 5 เดือน​แรก​ของ​ปี​นี้ มี​โรง​งาน​ที่​ได้​รับ​อนุญาต​ประกอบ​กิจการ​แล้ว 1,474 โรง มูลค่าการ​ลงทุน  114,920 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น​กว่า 55,000 ล้าน​บาท

ทั้งนี้ ใน​ช่วง 5 เดือน​ที่​ผ่าน​มา พบ​ว่า​จังหวัด​ที่​มี​มูลค่า​การลงทุน​เกิน 1,000 ล้าน​บาท​ มี​สูง​ถึง 22 จังหวัด โดย​นครราชสีมา​มี​มูลค่า​สูง​สุด 37,349 ล้าน​บาท ส่วน​ใหญ่​เป็น​การ​ลงทุน​เกี่ยว​กับ​การ​ผลิต​ไฟฟ้า​กังหัน​ลม มูลค่า​กว่า 20,000 ล้าน​บาท ที่​สำคัญนครราชสีมายัง​เป็น​พื้นที่​ฐาน​คะแนนเสียง​ของ​นาย​สุวัจน์ ลิปต-พัลลภ ผู้​ก่อตั้ง​พรรค​ชาติ​พัฒนา​เพื่อ​แผ่นดิน ซึ่ง​ปัจจุบัน​ควบคุม​กระทรวง​พลังงาน​ด้วย นอกจาก​นี้​ มี​จังหวัด​ปทุมธานี มูลค่า​โครงการ 9,493 ล้าน​บาท เป็น​การ​ลงทุน​เกี่ยว​กับ​การ​ผลิต​พลังงาน​ไฟฟ้า​และ​ชิ้น​ส่วน​รถยนต์​และ​อิเล็กทรอนิกส์, ลพบุรี 9,048 ล้าน​บาท, ปราจีน​บุรี 7,771 ล้าน​บาท, ชลบุรี 5,585 ล้าน​บาท, สมุทรปราการ 5,583 ล้าน​บาท และกรุงเทพฯ 3,412 ล้าน​บาท

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า การ​ขอ​อนุญาต​จัดตั้ง​โรง​งาน​อุตสาหกรรม​ใน​ปี​ที่​ผ่าน​มา ส่วน​ใหญ่​มัก​กระจุก​ตัว​อยู่​ที่​ระยอง, สระบุรี และพระนครศรี​อยุธยา แต่​ปัจจุบัน​มูลค่า​การ​ลงทุน​ใน 3 จังหวัด​มี​แนวโน้ม​ลด​ลง ส่วน​หนึ่ง​มา​จาก​พื้นที่​ที่​จะ​รอง​รับ​การ​ลงทุน​เต็ม​แล้ว ผู้​ประกอบ​การ​จึง​หัน​ไป​ลงทุน​ใน​จังหวัด​ที่​มี​พื้นที่​เหมาะสม​กับ​การ​ใช้​พลังงาน​ทดแทน​มาก​ขึ้น

สำหรับ​โครงการ​ที่​มีมูลค่าการ​ลงทุน​สูง ได้แก่ บริษัท เฟิร์ส โคราช วินด์ จำกัด (โรง​งาน​ที่ 16) ผู้​ผลิต​ไฟฟ้า​จาก​กังหัน​ลม วงเงิน​ทุน​กว่า 15,000 ล้าน​บาท, บริษัท โคราช ไทย เท​ค จำกัด ทำ​ผลิตภัณฑ์​เครื่อง​ใช้​ใน​ครัวเรือน​จาก​พลาสติก (เม​ลา​มี​น) เงิน​ทุน​กว่า 9,000 ล้าน​บาท ด้าน​นาย​วิฑูรย์ สิ​มะ-​โชค​ดี ปลัด​กระทรวง​อุตสาหกรรม กล่าว​ว่า นัก​ลงทุน​ต่าง​ประเทศ​ยัง​ให้​ความ​สนใจ​ที่​จะ​เข้า​มา​ลงทุน​ใน​ไทย​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​ แม้​ว่า​นายกรัฐมนตรี​ได้​ประกาศ​ยุบ​สภาไป​แล้ว​ก็ตาม โดยเฉพาะ​ใน​กลุ่ม​ธุรกิจ​สิ่งแวดล้อม​จาก ญี่ปุ่น, สหภาพ​ยุโรป และ​เกาหลีใต้ ส่วน​ใหญ่​ได้​เข้า​มา​สำรวจ​พื้นที่​ลงทุน​ใน​จังหวัด​ระยอง, ชลบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี เป็นต้น โดย​มั่นใจ​ว่า​ใน​ปี​นี้​ยอด​ขอรับ​การ​ส่งเสริม​การ​ลงทุน​จะ​ไม่​ต่ำ​กว่า​เป้า​ที่​ตั้ง​ไว้ 400,000 ล้าน​บาท​แน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 มิถุนายน 2554, 05:45 น.

เทรนด์ใหม่! ลงทุนอย่างรับผิดชอบ

Published พฤษภาคม 22, 2011 by SoClaimon

1 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.
เทรนด์ใหม่! ลงทุนอย่างรับผิดชอบ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123327

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย

เลขาธิการ กบข. ระบุ องค์กรเห็นความสำคัญของการลงทุนด้วยความรับผิดชอบ มีการตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยอาจเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจ…

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวในงานสัมมนาพิเศษสำหรับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจัดการลงทุน บริษัทประกัน และสำนักงานประกันสังคม ในหัวข้อ “ความสำคัญของการลงทุนด้วยความรับผิดชอบ” ว่า กบข.ในฐานะนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของประเทศ เห็นความสำคัญของการลงทุนด้วยความรับผิดชอบ โดย กบข.มีการตัดสินใจลงทุน โดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล เพราะเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้ มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยอาจเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจ ดังนั้น กบข. ตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) จึงร่วมมือกันผลักดันให้นักลงทุนสถาบันในไทย พิจารณาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนในการตัดสินใจลงทุน

ขณะที่นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า นักลงทุนและกิจการในไทยต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล เพราะนักลงทุนสถาบันต่างประเทศส่วนใหญ่มีการพิจารณาปัจจัยดังกล่าวในการตัดสินใจลงทุนแล้ว และที่ผ่านมาก็ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า บริษัทที่มีธรรมาภิบาลให้ผลตอบแทนต่อผู้ลงทุนสูงกว่าบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาลถึง 80% สมาคมจึงเชื่อว่า หากสมาชิกได้พิจารณาปัจจัยเหล่านี้ในการลงทุน จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการด้วย ด้านนายพันธ์ศักดิ์ เวชอนุรักษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์สนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ทั้งที่เป็นแง่บวกและแง่ลบ เพื่อผู้ลงทุนจะได้มีข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของบริษัทและใช้ในการตัดสินใจลงทุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.

หนุน​ทัพ​ธุรกิจ​ไทย​ลุย​ลาว

Published พฤษภาคม 2, 2011 by SoClaimon

30 เมษายน 2554, 05:00 น.
หนุน​ทัพ​ธุรกิจ​ไทย​ลุย​ลาว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167867

เอกอัครราชทูต​ไทย​ประจำ สปป.​ลาว ระบุ ​ผู้​นำ​ลาว​อยาก​ให้​ไทย​มา​ลงทุน​ใน​ลาว​มาก​ที่สุด แม้ปัจจุบันจะอยู่ที่อันดับ 3 ชี้การ​ลงทุน​ของ​ไทย​มี​จุดเด่น​ด้านซี​เอส​อาร์​ เน้นพัฒนา​ท้องถิ่น​ควบคู่​ไป​กับ​การ​ลงทุน …

นาย​วิทวัส ศรี​วิหค เอกอัครราชทูต​ไทย​ประจำ สปป.​ลาว เปิดเผย​ว่า ​ใน​ช่วง 10 ปี​ที่​ผ่าน​มา​ตั้งแต่​ปี 2544 มี​นัก​ลงทุน​ไทย​ไป​ลงทุน​ใน​ลาว​เป็น​จำนวน​มาก โดย​ธุรกิจ​ไทย​ได้​ลงทุน​ใน​ลาว​เป็น​จำนวนทั้งสิ้น 276 โครงการ ​มูลค่า​การ​ลงทุน​รวม​กว่า 80,000 ล้าน​บาท ​เป็น​อันดับ 3 รอง​จาก​เวียดนาม​และ​จีน โดย​โครงการ​ที่​มี​การ​ลงทุน​ไทย​ส่วน​ใหญ่ คือ พลังงาน​ไฟฟ้า รอง​ลง​มา​เป็น​ด้าน​การ​เกษตร โดยเฉพาะ​อุตสาหกรรม​เกษตร​แปรรูป​ ส่วน​โครงการ​ที่​มี​ศักยภาพ​ใน​อนาคต คือ​การ​ท่องเที่ยว สาธารณสุข และ​การ​ศึกษา ซึ่ง​สอดคล้อง​กับ​แผน​พัฒนา​ของ​ลาว “แม้​การ​ลงทุน​ของ​ไทย​จะ​อยู่​ใน​อันดับ 3 แต่​ผู้​นำ​ลาว​อยาก​ให้​ไทย​มา​ลงทุน​ใน​ลาว​มาก​ที่สุด เพราะ​การ​ลงทุน​ของ​ไทย​มี​จุดเด่น​ใน​ด้าน​ชุมชน​สัมพันธ์ หรือ​ซี​เอส​อาร์​ ที่​เน้น​การ​พัฒนา​ท้องถิ่น​ควบคู่​ไป​กับ​การ​ลงทุน​เป็น​การ​ผูกพัน​ผล​ประโยชน์​ ร่วม​กัน​อย่าง​ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม​ สิ่ง​ที่​น่า​ห่วง​ก็​คือ คู่แข่ง​จาก​ประเทศ​อื่นๆที่มา​ลงทุน​ใน​ลาว​เริ่ม​มี​บทบาท​ ใน​การ​สร้าง​ค่า​นิยม​มาก​ขึ้น​และ​ใน​อนาคต​อาจ​ลด​การ​นำ​เข้า​สินค้า​อุปโภค​บริโภค​จาก​ไทย

นาย​นพพล มิ​ลิน​ทาง​กู​ร กรรมการ​ผู้จัดการ​ใหญ่ บมจ.​ผลิต​ไฟฟ้า​ราชบุรี​โฮลดิ้ง และ​กรรมการ บริษัท เซา​ท์​อี​ส​เอเชีย เอน​เ​นอ​จี จำกัด ​กล่าว​ว่า​ ทาง​บริษัท​ได้​ลงทุน​โครงการ​ต่างๆ ใน​ลาว​หลาย​โครงการ​ ล่า​สุด​คือ การ​สร้าง​โรงไฟฟ้า​พลัง​น้ำ​น้ำ​งึม 2 มี​กำลัง​การ​ผลิต​ไฟฟ้า 615 เมกะวัตต์ การ​ที่ทาง​บริษัท​เลือก​ไป​ลงทุน​ใน​ลาว​ เพราะ​มอง​เห็น​ถึง​ศักยภาพ​ของ​ลาว​ที่​มี​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​อยู่​เป็น​จำนวน​มาก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 เมษายน 2554, 05:00 น.

พ่อค้า​ญี่ปุ่น​ยก​ทัพ​บุก​ไทย ลงทุนชิ้นส่วนยานยนต์

Published เมษายน 25, 2011 by SoClaimon

25 เมษายน 2554, 05:45 น.
พ่อค้า​ญี่ปุ่น​ยก​ทัพ​บุก​ไทย ลงทุนชิ้นส่วนยานยนต์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_166533

นัก​ลงทุน​จาก 3 เมือง​ใหญ่​ของ​ญี่ปุ่น ร่วมงานซับ​คอน​ไทยแลนด์ 2011 หวังเจรจา​ซื้อ​ชิ้น​ส่วน​ใน​กลุ่ม​ยาน​ยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และ​เครื่องจักรของไทยื คาดซื้อขายกว่า 5,000 ล้านบาท…

นาย​ชนินทร์ ขาว​จันทร์ ผู้​อำนวยการ​หน่วย​พัฒนาการ​เชื่อม​โยง​อุตสาหกรรม หรือ​หน่วย BUILD สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​ส่งเสริม​การ​ลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย​ว่า การ​จัด​งานซับ​คอน​ไทยแลนด์ 2011 ระหว่าง​วัน​ที่ 19-21 พ.ค. นี้ ณ ศูนย์​นิทรรศการ​และ​การ​ประชุม​ไบเทค บางนา ซึ่ง​เป็น​งาน​ใหญ่​กว่า 4 ครั้ง​ที่​ผ่าน​มา เพราะ​จะ​มี​บริษัท​ชั้น​นำ​จาก​ต่าง​ประเทศ​จำนวน​มาก มา​ร่วม​เจรจา​ซื้อ​ชิ้น​ส่วน​ของ​ผู้​ผลิต​ไทย โดยเฉพาะ​อย่าง​ยิ่งนัก​ลงทุน​จาก 3 เมือง​ใหญ่​ของ​ประเทศ​ญี่ปุ่น จาก​โตเกียว โอ​ซา​กา และ​นา​โก​ยา 100 ราย​ ได้​ตอบ​รับ​เข้า​ร่วม​งาน​แล้ว โดย​บริษัท​จาก​ญี่ปุ่น​มี​ความ​ตั้งใจ​จะ​มา​เจรจา​ซื้อ​ชิ้น​ส่วน​ใน​กลุ่ม​ยาน​ยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และ​เครื่องจักร

“การ​จับ​คู่​เจรจา​ธุรกิจ​ภายใน​งาน​จึง​น่า​จะ​สูง​เกิน​กว่า​เป้าหมาย​ที่​ตั้ง​ไว้ 3,000 คู่ และ​คาด​ว่า​จะ​มี​การ​ซื้อขาย​ชิ้น​ส่วน​เป็น​มูลค่า​กว่า 5,000 ล้าน​บาท และ​การ​จัด​งาน​ใน​ครั้ง​นี้ ยัง​มี​กิจกรรม​เชื่อม​โยง​และ​สร้าง​ความ​ร่วมมือ​ด้าน​การ​วิจัย​และ​พัฒนา คาด​ว่า​ใน​ครั้ง​นี้จะ​มี​การ​เจรจา​จับ​คู่ความ​ร่วมมือ​ด้าน​การ​วิจัย​และ​พัฒนา​กว่า 50 คู่”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 เมษายน 2554, 05:45 น.

“บีโอไอ”ตั้งเป้าใช้”ญวณ-​เขมร”ลงทุน​อาหาร​และ​สิ่ง​ทอ

Published เมษายน 16, 2011 by SoClaimon

14 เมษายน 2554, 05:20 น.
“บีโอไอ”ตั้งเป้าใช้”ญวณ-​เขมร”ลงทุน​อาหาร​และ​สิ่ง​ทอ.

Pic_163765

“บีโอไอ”นำ​ทัพ​เยือน“ญวณ-​เขมร” วัตถุดิบ​อื้อ-ต้นทุน​แรงงาน​ต่ำ ตั้ง​เป้า​ลงทุน​อาหาร​และ​สิ่ง​ทอ

นาง​หิรัญ​ญา สุ​จิ​นัย ที่​ปรึกษา​ด้าน​การ​ลงทุน สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​ส่งเสริม​การ​ลงทุน ( บีโอไอ ) เปิดเผย​ว่า ระหว่าง​วัน​ที่ 25 -28 เม.ย. บีโอไอ จะ​นำ​คณะ​นัก​ธุรกิจ​ไทย พร้อม​กับ​หน่วย​งาน​ภาค​รัฐ​และ​เอกชน เดินทาง​ไป​สำรวจ​โอกาส​ใน​การ​ลงทุน​และ​สร้าง​ความ​สัมพันธ์​ทาง​ธุรกิจ​ใน​เวียดนาม และ​กัมพูชา โดย​มี​เป้าหมาย​ใน​อุตสาหกรรม​อาหาร​แปรรูป อุตสาหกรรม​สิ่ง​ทอ​และ​ท่องเที่ยว พร้อม​กับ​การ​สำรวจ​เส้นทาง​การ​ขนส่ง​สินค้า

ทั้งนี้ ​บีโอไอ​พบ​ว่า​กัมพูชา​และ​เวียดนาม มี​ศักยภาพ​เป็น​แหล่ง​ผลิต​อาหาร​ที่​ดี มี​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​มาก แต่​ยัง​ขาด​ใน​เรื่อง​เทคโนโลยี​การ​ผลิต​เพื่อ​สร้าง​มูลค่า​เพิ่ม ขณะ​เดียวกัน​ การ​เติบโต​ของ​อุตสาหกรรม​สิ่ง​ทอ​ใน​กัมพูชา​และ​เวียดนาม​ได้​เกิด​การ​ยอม​รับ​จาก​นานา​ประเทศ​เพิ่ม​ขึ้น หลังจาก​ผู้​ผลิต​สิ่ง​ทอ​ราย​สำคัญ​ใน​เอเชีย อาทิ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และ​ไต้หวัน เข้า​มา​ลงทุน​เพื่อ​ใช้​เป็น​ฐาน​การ​ผลิต จึง​เป็น​โอกาส​ดี​ของ​ผู้​ประกอบ​การ​ไทย​ที่​จะ​เข้า​ไป​สร้าง​เครือ​ข่าย​การ​ลงทุน​เพื่อ​ต่อ​ยอด​ธุรกิจ​ของ​ตัว​เอง

“บีโอไอ​มอง​ว่า จาก​ความต้องการ​อาหาร​ของ​ตลาด​โลก​ที่​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​ต่อ​เนื่อง และ​ศักยภาพ​ใน​ด้าน​เทคโนโลยี​การ​ผลิต​อาหาร​แปรรูป​ของ​ผู้​ประกอบ​การ​ไทย จึง​เป็น​โอกาส​ดี​ที่​จะ​เข้าไป​ลงทุน​ใน​เวียดนาม​และ​กัมพูชา ส่วน​อุตสาหกรรม​สิ่ง​ทอ ประเทศไทย​ก็​มี​ผู้​ประกอบ​การ​ที่​เข้มแข็ง​และ​ได้​รับ​การ​ยอม​รับ​เรื่อง​มาตรฐาน​และ​คุณภาพ​ใน​ตลาด​โลก ประกอบ​กับ​ต้นทุน​ด้าน​ค่า​จ้าง​แรงงาน​ใน​เวียดนาม​และ​กัมพูชา​ค่อนข้าง​ต่ำ จึง​เหมาะ​ที่​จะ​ไป​ขยาย​ฐาน​ลูกค้า​ใน 2 ประเทศ​นี้​ด้วย​เช่น​กัน”

สำหรับ​ประเทศ​เวียดนาม ปัจจุบัน​มี​ความต้องการ​การ​ลงทุน​ด้าน​ต่างๆจาก​ต่าง​ชาติ โดยเฉพาะ​อุตสาหกรรม​ชิ้น​ส่วน​ยาน​ยนต์ ไฟฟ้า​และ​อิเล็กทรอนิกส์ รวม​ทั้ง​อุตสาหกรรม​สิ่ง​ทอ ซึ่ง​ที่​ผ่าน​มา​การ​ลงทุน​ของ​ไทย​เป็น​การ​ลงทุน​อันดับ 10 ที่​เข้าไป​ลงทุน​ใน​เวียดนาม โดย​นัก​ลงทุน​ไทย​ไป​ลงทุน​ใน​เวียดนาม​ตั้งแต่​ปี 2531 เป็นต้น​มา และ​ตั้งแต่​ปีนี้ การ​ลงทุน​ของ​ไทย​ใน​เวียดนาม​มี​การ​ขยาย​ตัวอย่าง​รวดเร็ว โดย​มี​จำนวน​โครงการทั้งสิ้น 170 โครงการ เงิน​ลงทุน 1,667 ล้าน​เหรียญ​สหรัฐฯ ส่วน​ใหญ่​เป็น​การ​ลงทุน​ด้าน​การ​แปรรูป​สินค้า​เกษตร อาหาร​สัตว์ โรงแรม การ​ผลิต​ชิ้น​ส่วน​รถยนต์​และ​รถ​จักรยานยนต์ และ​สินค้า​อุปโภค​บริโภค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 เมษายน 2554, 05:20 น.
%d bloggers like this: