ฤดูฝน

All posts tagged ฤดูฝน

การตอบสนองผลผลิตของถั่วเหลือง 2 พันธุ์ต่อการใช้ปุ๋ยในฤดูฝน

Published พฤษภาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001834&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิทยา มาสร้างสรรค์; น้อย เธียรนันท์
ชื่อเรื่อง: การตอบสนองผลผลิตของถั่วเหลือง 2 พันธุ์ต่อการใช้ปุ๋ยในฤดูฝน
Article title: Study on the yield responses of two soybean varieties to fertilizers in rainy season
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 28
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
หมวดรอง: F04-Fertilizing
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: GLYCINE MAX, VARIETIES, FERTILIZERS, YIELDS, WET SEASON
ดรรชนี-ไทย: ถั่วเหลือง, พันธุ์, การใช้ปุ๋ย, ฤดูฝน, การเปรียบเทียบพันธุ์, ผลผลิต, ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
หมายเลข: 001834 KC1701028
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การทดลองทำนาสองครั้งในระหว่างฤดูฝนด้วยข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่

Published มีนาคม 24, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001076&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ดำเกิง จันทรปัญญา; ธีรพร บุศยอังกูร
ชื่อเรื่อง: การทดลองทำนาสองครั้งในระหว่างฤดูฝนด้วยข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่
Article title: Performance of new hybrid varieties grown under a double-cropping system during the monsoon season
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ครั้งที่ 10 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2514
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences tenth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2514
หน้า: หน้า 91-100
จำนวนหน้า: 769 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2514)
หมวดหลัก: F01-Crop husbandry
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
F04-Fertilizing
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ORYZA SATIVA, PLANTING, WET SEASON, VARIETIES, SPACING, FERTILIZERS, APPLICATION RATES, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, การปลูก, การทำนาปรัง, ฤดูฝน, พันธุ์ลูกผสม, พันธุ์, ระยะปลูก, อัตราการใช้ปุ๋ย, ผลผลิต
หมายเลข: 001076 KC1001013
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การทดลองเปรียบเทียบพันธุ์, ระยะปลูก และปุ๋ยในฤดูฝน

Published มีนาคม 20, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000825&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ดำเกิง จันทรปัญญา
ชื่อเรื่อง: การทดลองเปรียบเทียบพันธุ์, ระยะปลูก และปุ๋ยในฤดูฝน
Article title: Comparison of rice varieties, planting distances and fertilizer applications during the rainy season
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ และชีววิทยา คร้งที่ 8 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3-6 กุมภาพันธ์ 2512
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences eighth session : Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2512
หน้า: หน้า 134-139
จำนวนหน้า: 442 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2512)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
หมวดรอง: F01-Crop husbandry
F04-Fertilizing
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ORYZA SATIVA, VARIETIES, SPACING, FERTILIZERS, WET SEASON, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, พันธุ์, ระยะปลูก, ปุ๋ย, ฤดูฝน, ผลผลิต
หมายเลข: 000825 KC0801011
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การหาพันธุ์มะเขือเทศต้านทานโรคก้นจุด 2. การทดสอบภาคฤดูฝนและฤดูหนาวปี พ.ศ.2507

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000559&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เสริมลาภ วสุวัต; นุชนารถ หอมชง
ชื่อเรื่อง: การหาพันธุ์มะเขือเทศต้านทานโรคก้นจุด 2. การทดสอบภาคฤดูฝนและฤดูหนาวปี พ.ศ.2507
Article title: Evaluation of tomato varieties resistant to the blossom-end rot disease II. Rainy and winter season studies in year 1964
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 356-357
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
หมวดรอง: H20-Plant diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: LYCOPERSICON ESCULENTUM, ROTS, VARIETIES, VARIETY TRIALS, DISEASE RESISTANCE, DRY SEASON, WET SEASON
ดรรชนี-ไทย: มะเขือเทศ, โรคก้นจุด, พันธุ์, การทดสอบพันธุ์, ความต้านทานโรค, ฤดูฝน, ฤดูหนาว
หมายเลข: 000559 KC0501092
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

สรุปผลการทดลองเรื่องการใช้สารโฮร์โมนบางอย่างช่วยให้มะเขือเทศติดผลในฤดูฝน

Published กุมภาพันธ์ 14, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000305&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: จรัส ลิ่มอรุณ
ชื่อเรื่อง: สรุปผลการทดลองเรื่องการใช้สารโฮร์โมนบางอย่างช่วยให้มะเขือเทศติดผลในฤดูฝน
Article title: Use of some hormones to set fruits of tomatoes in the rainy season
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา (สาขาพืชและชีววิทยา) ครั้งที่ 3 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 29-31 มกราคม 2507
Source title : 3rd national conference on Agriculture and Biology : Plant and Biological Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2507
หน้า: หน้า 57-58
จำนวนหน้า: 127 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2507)
หมวดหลัก: F01-Crop husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: LYCOPERSICON ESCULENTUM, PLANT GROWTH SUBSTANCES, FRUITING, WET SEASON
อรรถาภิธาน-ไทย: LYCOPERSICON ESCULENTUM; สารเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช; การเกิดผล; ฤดูฝน
ดรรชนี-ไทย: มะเขือเทศ, ฮอร์โมน, การติดผล, ฤดูฝน
หมายเลข: 000305 KC0301039
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เตือน​ผู้​ปลูก​มันฯ​ระวัง​เพลี้ย​แป้ง หน้า​แล้ง​อาจ​กลับ​มา​ทำลาย​ผล​ผลิต

Published มิถุนายน 3, 2011 by SoClaimon

2 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
เตือน​ผู้​ปลูก​มันฯ​ระวัง​เพลี้ย​แป้ง หน้า​แล้ง​อาจ​กลับ​มา​ทำลาย​ผล​ผลิต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_175837

นาย​อภิชาต จงสกุล เลขาธิการ​สำนัก งาน​เศรษฐกิจ​การ​เกษตร (ส​ศก.) เผย​ว่า แม้​ว่า​ช่วง​นี้​จะ​เข้า​สู่​ฤดู​ฝน มี​ฝน​ตก​ชุก​ใน​หลาย​พื้นที่ ​รวม​ทั้ง​ภาค​ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่ง​อาจ​ทำให้​เกษตรกร​ผู้​ปลูก​มัน​สำปะหลัง​เข้าใจ​ว่า​สถานการณ์​เพลี้ย​แป้ง​สี​ชมพู​ที่​ระบาด​ทำลาย​ผล​ผลิต​ก่อน​หน้า​นี้​เริ่ม​เบาบาง​ลง แต่​ความ​จริง​แล้ว​เพลี้ย​แป้ง​ไม่ได้​ถูก​กำจัด​ได้​อย่าง​สิ้นเชิง เนื่องจาก​เชื้อ​ฝัง​ตัว​อยู่ ​เมื่อ​เข้า​สู่​ช่วง​ฤดู​แล้ง​หรือ​ฝน​ทิ้ง​ช่วง​ก็​จะ​กลับ​มา​ทำลาย​ผล​ผลิต​อีก​ครั้ง ดังนั้น จึง​อยาก​เตือน​ให้​เกษตรกร​ใส่ใจ​ดูแล​ผล​ผลิต​อย่าง​สม่ำเสมอ พร้อม​กับ​ปฏิบัติ​ตาม​คำ​แนะนำ​ของ​เจ้าหน้าที่​ของ​กระทรวง​เกษตร​และ​สหกรณ์ โดยเฉพาะ​ต้อง​ร่วมมือ​กัน เพราะ​ถ้า​ทำ​ตาม​คำ​แนะนำ แต่​ราย​อื่น​ไม่​ทำ​เพลี้ย​ก็​จะ​แพร่​ระบาด​ไป​ทำลาย​ผล​ผลิต​แปลง​ใกล้​เคียง​อย่าง​ไม่​สิ้นสุด นอกจาก​นี้ เกษตรกร​ที่​จะ​เริ่ม​ปลูก​มัน​สำปะหลัง​ใน​รอบ​ใหม่​จะ​ต้อง​ใช้​ท่อน​พันธุ์​มัน​สำปะหลัง​ที่​สะอาด มี​การ​แช่​น้ำยา​ป้องกัน แต่​ถ้า​เกษตรกร​ที่​ปลูก​มัน​สำปะหลัง​ได้​อายุ​เกิน 8 เดือน ก็​รอ​เวลา​เก็บเกี่ยว​ผล​ผลิต​จำหน่าย​ จาก​นั้น​ต้อง​ทำลาย​ท่อน​พันธุ์​ทั้งหมด​เพื่อ​ตัด​วงจร​เพลี้ย​แป้ง​ให้​หมด​ไป

“ความต้องการ​ใช้​มัน​สำปะหลัง​ทั้ง​ใน​ประเทศ​และ​ต่าง​ประเทศ​มี​การ​ขยาย​ตัวอย่าง​ต่อ​เนื่อง แต่​ถ้า​ผล​ผลิต​เสียหาย​จาก​ปัญหา​เพลี้ย​แป้ง​เช่น​นี้​ก็​จะ​ส่ง​ผล​กระทบ​ใน​ระยะ​ยาว โดย​ขณะ​นี้​ผล​ผลิต​ลด​ลง​เหลือ 22 ล้าน​ตัน​ต่อ​ปี จาก​ที่​เคย​ผลิต​ได้​สูง​ถึง 32 ล้าน​ตัน​ต่อ​ปีซึ่ง​การ​จะ​ทำให้​ผล​ผลิต​กลับ​ขึ้น​มา​อยู่​ใน​ปริมาณ​สูง​เท่า​เดิม​นั้น​ต้อง​อาศัย​เวลา​และ​ความ​ร่วมมือ​จาก​ทุก​ฝ่าย ไม่​เช่น​นั้น​จะ​มี​ผล​กระทบ​โดยเฉพาะ​ใน​ด้าน​การ​ส่ง​ออก​ไป​ยัง​ประเทศ​จีน ซึ่ง​เป็น​ตลาด​ใหญ่​ใน​การ​รับ​ซื้อ​มัน​สำปะหลัง​จาก​ไทย เนื่องจาก​ถ้า​เรา​ไม่​มี​ผล​ผลิต​เพียงพอ​ที่​จะ​ส่ง​ออก จีน​อาจจะ​หัน​ไป​ใช้​วัตถุดิบ​ตัว​อื่น​แทน​ ทำให้​เรา​เสีย​ลูกค้า​และ​เสีย​ราย​ได้ ​และ​ไม่​เป็น​ผล​ดี​ต่อ​เกษตรกร​ผู้​ปลูก​มัน​สำปะหลัง​ด้วย” นาย​อภิชาตกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 2 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

“เห็ดตับเต่า”ของดีฤดูฝน

Published สิงหาคม 5, 2010 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทาง“เห็ดตับเต่า”ของดีฤดูฝน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_99155

คนรุ่นเก่าที่   มีภูมิลำเนาอยู่ตามชนบท   เชื่อได้ว่าส่วนใหญ่จะรู้จักและเคยรับประทาน “เห็ดตับเต่า” อย่างแน่นอน ซึ่งเห็ดชนิดนี้จะมีขายและมีให้ซื้อรับประทานเฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น เมื่อเริ่มมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมา “เห็ดตับเต่า” ที่ทิ้งสปอร์ไว้ใต้ดินที่มีความชื้นเย็นสูง  เช่น  ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง โดยเฉพาะบริเวณใต้ต้นหว้า จะแทงดอกชูขึ้นเหนือดินให้คนที่มีอาชีพเก็บเห็ดเข้าไปเก็บนำไปขายในตลาดตัว เมืองได้รับความนิยมซื้อไปรับประทานอย่างกว้างขวาง ราคากิโลกรัมเกือบร้อยบาท เมื่อนำไปปรุงเป็นอาหารแล้วจะมีรสชาติอร่อยไม่แพ้ “เห็ดทรัฟเฟิล” ของฝรั่งเศสที่มีราคาแพงกิโลกรัมหลายหมื่นบาทแม้แต่น้อย และ “เห็ดตับเต่า” จะมีสีดำเหมือนกัน ที่สำคัญจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเช่นกัน จึงเป็นเห็ดปลอดสารพิษอย่างแน่นอน รับประทานแล้วได้คุณค่าทางอาหารอย่างเต็มเปี่ยม

ในการปรุงเป็นอาหาร ส่วนใหญ่ นิยมใช้ทั้งดอกเห็ดทำเป็นแกงลาวใส่ยอดฟักทอง หน่อไม้สด ใส่ใบแมงลักเพิ่มกลิ่นหอมเป็นชูรสให้ชวนรับประทานยิ่งขึ้น สำหรับ เครื่องประกอบจะมีพริกขี้หนูสด หรือพริก ขี้หนูแห้ง หอมแดง ข่า ตะไคร้ อย่างละ 1 แว่น โขลกให้ละเอียดต้มกับน้ำจนเดือดแล้วผ่า “เห็ดตับเต่า” ครึ่งซีกล้างน้ำให้สะอาดใส่ลงหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า ถ้าไม่กินปลาร้าใช้เกลือแทน น้ำตาลทรายเล็กน้อย โรยด้วยใบแมงลักตามที่กล่าวข้างต้น   ตัก รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ เนื้อเห็ดจะซับน้ำแกงกรุบอร่อยมาก  สามารถใส่เห็ดเผาะหรือเห็ดฟางลงไปทำเป็นแกงเห็ดรวมเพิ่มความอร่อยได้เต็มรูป แบบ

ประโยชน์ทางยาของ “เห็ดตับเต่า” ระบุว่า รับประทานแล้วเป็นยาบำรุงร่างกาย  บำรุงกำลัง  กระจายโลหิต  ดับพิษร้อนภายในดีมาก

เห็ด ตับเต่า หรือ THAEOGYRO PORUS  PORENTOSUS (CBERK. ET BROOME) MC.NABB. อยู่ในวงศ์   BOLETACEAE   มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ หมวกเห็ดทรงกระทะคว่ำ ดอกอ่อนมีขนคล้ายกำมะหยี่ สีน้ำตาล เมื่อบานเต็มที่หมวกเว้าเล็ก น้อย ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มอมเหลือง ดูคล้ายเป็นสีดำ ด้านล่างหมวกมีรูกลมเล็กๆ สีเหลืองเนื้อในเห็ดเมื่อผ่าถูกอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอมเขียว ก้านหมวกอวบใหญ่ ยาว 4-8 ซม. เส้น ผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 ซม. โคนก้านหมวกโป่งเป็นกระเปาะสปอร์ ค่อน ข้างกลม   ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์   มีชื่อเรียกอีกคือ เห็ดห้า (ภาคเหนือ) เพราะจะขึ้นบริเวณใต้ต้นหว้า ซึ่งชาวเหนือเรียกต้นหว้าว่า ต้นห้า “เห็ดตับเต่า” มีขายเฉพาะฤดูตามแหล่งขายพืชผักพื้นบ้านทั่วไปครับ.

“นายเกษตร”

เตือนเก็บเห็ดพิษกิน รุนแรงถึงตายได้

Published มิถุนายน 8, 2010 by SoClaimon

3 มิถุนายน 2553, 13:00 น.

ผ่านทางเตือนเก็บเห็ดพิษกิน รุนแรงถึงตายได้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_87051

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู แนะประชาชนควรรู้จักและจดจำเห็ดพิษที่สำคัญ ซึ่งมีพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดดังกล่าว….

นายแพทย์วุฒิไกร ศักดิ์สุรกานต์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ในขณะนี้เริ่มย่างเข้าสู่ฤดูฝนทำให้เห็ดหลายชนิดผุดขึ้นตามป่าเขา ดังนั้น การไปเก็บเห็ดเพื่อการบริโภคหรือนำไปขายต้องดูให้แน่ใจ แต่บางชนิดหากดูไม่ออกว่ามีพิษหรือไม่หรือไม่รู้แหล่งที่มา ห้ามนำมากินเด็ดขาด ลักษณะของเห็ดที่มีพิษ สังเกตได้จาก เห็ดนั้นมีสีเข้มจัด เช่น แดง ส้ม ดำ หรือมีสีฉูดฉาด และเห็ดที่มีสีขาวนวลลักษณะคล้ายไข่เป็ดไข่ไก่ เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวกมีปลอกหุ้มโคน มีโคนอวบใหญ่และมีปุ่มปม และเห็ดที่มีลักษณะคล้ายสมองหรืออานม้า นอกจากนี้ ประชาชนควรรู้จักและจดจำเห็ดพิษที่สำคัญ ซึ่งมีพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ด

เห็ดพิษ ได้แก่ เห็ดระโงกพิษ ที่สำคัญมีอยู่ 3 ชนิด ซึ่งมีชื่อตามภาษาท้องถิ่น คือ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือ เห็ดสะงาก และ เห็ดไข่ตายซาก รูปร่างทั่วไปคล้ายกับเห็ดระโงกที่รับประทานได้ แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกที่รับประทานได้ขอบหมวกมักจะเป็นริ้วคล้ายรอยหวี มีกลิ่นหอมและก้านดอกกลวง ส่วนรูปร่างของเห็ดระโงกที่เป็นพิษ กลางดอกหมวกจะนูนขึ้นเล็กน้อยโดยเฉพาะปลอกหุ้มโคน จะยึดติดกับก้านดอก ก้านดอกตัน หรือเป็นรูปที่ไส้กลางเล็กน้อย มีกลิ่นค่อนข้างแรงเมื่อดอกแก่ มักเกิดแยกจากกลุ่มเห็ดที่รับประทานได้ มีทั้งแบบดอกสีเหลืองอ่อน สีเขียวอ่อน สีเทาอ่อน และสีขาว ส่วนเห็ดชนิดอื่นที่มีพิษไม่รุนแรงแต่อาจจะทำให้ผู้ป่วยเงินทองในการรักษา

นาย แพทย์วุฒิไกร ศักดิ์สุรกานต์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า อาการของผู้ที่รับประทานเห็ดพิษ ส่วนใหญ่จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ง่วงนอน ใจสั่นหรือปวดท้องอย่างรุนแรง ฉะนั้น หากบริโภคเห็ดชนิดใดเข้าไปแล้วเกิดอาการดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ถึงแม้ว่าเห็ดพิษบางชนิด พิษจะไม่รุนแรงมากนักก็ตาม แต่ถ้าผู้ที่บริโภคเห็ดมีร่างกายอ่อนแอหรือเป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจจะเป็น อันตรายถึงแต่ชีวิตได้ ประชาชนที่เก็บเห็ดมารับประทานเองรวมทั้งประชาชนที่ซื้อเห็ดจากท้องตลาด ควรสอบถามที่มาที่ไปให้แน่ชัดเพื่อความปลอดภัย ทางที่ดีเลือกซื้อเห็ดจากฟาร์มเพาะจะปลอดภัยมากกว่า

ผลของการใช้ปุ๋ยเคมีปลายฤดูฝนในอ้อยปลูกที่มีต่อการไว้ตอของอ้อย

Published พฤษภาคม 11, 2010 by SoClaimon

แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB187 T35 S91 ศ415 2540)

ผ่านทางagdb1.

ผู้ แต่ง: อรรถสิทธิ์ บุญธรรม
ชื่อ เรื่อง: ผลของการใช้ปุ๋ยเคมีปลายฤดูฝนในอ้อยปลูกที่มี ต่อการไว้ตอของอ้อย
ชื่อ เอกสาร : รายงานประจำปี 2540
หน่วย งานจัดพิมพ์: กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยพืชไร่ ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี
สถาน ที่พิมพ์: สุพรรณบุรี
หน้า: หน้า 72-73
จำนวน หน้า: 110 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่ง ติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB187 T35 S91 ศ415 2540)
หมวด หลัก: F04-Fertilizing
ดรรชนี-ไทย: อ้อย, ปุ๋ย NPK, การใส่ปุ๋ย, ฤดูฝน, การไว้ตอ, การเจริญเติบโต
บท คัดย่อ: การทดลองการใส่ปุ๋ยเคมีปลายฤดูฝน (ใส่ครั้งที่ 2) เพื่อช่วยการไว้ตอของอ้อยโดยการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 0, 50, 100 และ 150 กก./ไร่ ในเดือนกันยายน 2539 และมีการเก็บเกี่ยวอ้อยที่เวลาต่างๆ คือ เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ดำเนินการทดลองที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี ผลการทดลองในอ้อยตอ 1 พบว่าเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนในหน่ออ้อยตอ 1 ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปลายฤดูฝนในอ้อยปลูก สูงกว่าหน่ออ้อยที่ไม่มีการใส่ปุ๋ย โดยเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนในหน่ออ้อยตอ 1 จะเพิ่มขึ้น เมื่อมีการเพิ่มอัตราปุ๋ยเคมีที่ใส่ปลายฤดูฝน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในอ้อยที่เก็บเกี่ยวเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม แต่การใส่ปุ๋ยเคมีปลายฤดูฝนไม่มีผลต่อการไว้ตอของอ้อย การเจริญเติบโตของอ้อยตอ 1 หลังจากเก็บเกี่ยวอ้อยปลูกไม่แตกต่างกันคือ ความสูงของหน่ออ้อยตอ และจำนวนหน่อต่อกอของอ้อยที่ใช้ปุ๋ยและไม่ใช้ปุ๋ยเคมีปลายฤดูฝนในอ้อยปลูก ไม่แตกต่างทางสถิติ จำนวนกออ้อยในอ้อยตอ 1 ที่ใช้ปุ๋ยและไม่ใช้ปุ๋ยปลายฤดูฝนไม่แตกต่างทางสถิติเมื่อเก็บเกี่ยวอ้อยตอ 1 พบว่าผลผลิตน้ำหนักลำและคุณภาพความหวาน (CCS) ของอ้อยตอ 1 ที่ใช้และไม่ใช้ปุ๋ยเคมีปลายฤดูฝนในอ้อยปลูกไม่แตกต่างทางสถิติ
หมาย เลข: 054183 TAB435833 สั่งสำเนา เอกสาร
ค้น ข้อมูลใกล้เคียง: ผู้ แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: