ร้านอาหาร

All posts tagged ร้านอาหาร

หวังปิ้งย่าง ตำเห็ดญี่ปุ่น นุ่มแซ่บถึงใจ

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤศจิกายน 2558 เวลา 17:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/398312

หวังปิ้งย่าง ตำเห็ดญี่ปุ่น นุ่มแซ่บถึงใจ

โดย…แมงโก้หวาน

วันนี้ไม่ต้องตามล่าร้านเด็ดไกล เพราะร้านอยู่ใกล้บ้านแถวสามแยกตัดใหม่ถนนสาธุประดิษฐ์ เยื้องๆ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เดิมเป็นที่ตั้งของร้าน “นิวหนวด” แต่ตอนนี้เปลี่ยนเจ้าของใหม่ ร้านจึงเปลี่ยนเป็น “หวังปิ้งย่าง” ตามชื่อเจ้าของ “สมหวัง สายรัด” เป็นร้านอาหารตามสั่งและข้าวต้มโต้รุ่ง เปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึงตี 4 ทุกวัน

มีหลายเมนูให้เลือกสั่งทั้งประเภทตำ ต้ม ย่าง เผา ทอด และยำ เกือบ 50 เมนู ส่วนตัวชอบประเภทยำและตำมากกว่า รสชาติถูกปากดี ไม่ว่าส้มตำปูปลาร้า ส้มตำปูม้า หรือตำถาด ยำทะเล ยำรวมมิตร แต่เมนูที่อยากแนะนำคือตำไทยเห็ดญี่ปุ่น กินแล้วไม่ผิดหวัง ความเด็ดขาดของเมนูนี้อยู่ที่น้ำปรุงส้มตำที่รสชาติถึงใจ ออกเปรี้ยวหวานจัดจ้านเหมาะเจาะ แต่ไม่ถึงกับเผ็ดมาก และเห็ดที่นุ่มอร่อยลิ้น

 

ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ เห็ดญี่ปุ่น ขณะเครื่องปรุงประกอบด้วย พริกชี้ฟ้าสด (โขกไม่ละเอียด) มะเขือเทศ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ มะนาวสด กุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว วิธีทำง่ายๆ นำเห็ดที่ล้างสะอาดแล้วไปลวกน้ำร้อนแป๊บเดียว จากนั้นปรุงรสน้ำส้มตำในสไตล์ตำไทยคือ เปรี้ยว หวาน เผ็ดกลมกล่อม ไม่หนักรสใดรสหนึ่งเกินไป ด้วยน้ำมะนาวสด 1 ลูก มะเขือเทศ 1-2 ลูก น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ จากนั้นใส่เห็ดลงไปแต่ไม่ถึงขนาดต้องตำมากแค่ใช้ทัพพีช่วยคนให้เห็ดเข้าเครื่องก็พอ เสร็จแล้วโรยด้วยกุ้งแห้งและถั่วลิสงคั่ว แต่งหน้าด้วยไข่เค็มและผักกาดหอมพร้อมเสิร์ฟได้เลย สนนราคาจานละ 80 บาท

 

อาหารนิวอเมริกัน เมนูตอบรับคนรักสุขภาพ

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤศจิกายน 2558 เวลา 17:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/398310

อาหารนิวอเมริกัน เมนูตอบรับคนรักสุขภาพ

โดย…สาโรจน์ มีวงษ์สม

ในช่วงเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมา ผู้คนชาวอเมริกันมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป โดยเห็นได้ชัดจากมหานครนิวยอร์ก ที่หนุ่มสาวหันมาใส่ใจกับสุขภาพ ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย รวมทั้งอาหารการกิน ผสานกับที่อาหารได้รับอิทธิพลจากหลายเชื้อชาติทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส รวมไปถึงสเปน จึงเกิดเป็นเทรนด์อาหารแนวใหม่ นั่นคือ “นิวอเมริกัน” เมนูที่ค่อยๆ ออกมาตอบรับคนรักสุขภาพของผู้คนชนเมืองใหญ่ได้ลดหุ่น ลดพุงกันสมใจทีเดียว

“อาหารอเมริกันดั้งเดิมเราจะนึกไปถึงแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ครีมชีส เฟรนช์ฟรายส์ ที่ค่อนข้างมัน ทางร้านเราไปเห็นเทรนด์ที่อเมริกาเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจะมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป จะมีการนำเอาอาหารยุโรป ฝรั่งเศส สเปน มาผสมในอาหารของเขามากขึ้น ทำให้เกิดเป็นอาหารแนวใหม่ที่เขาเรียกว่า นิวอเมริกัน ลดความมันใช้ผักมากยิ่งขึ้น มีรสเปรี้ยว เป็นเทรนด์ที่ทำให้เฮลท์ตี้มากขึ้น” เจ้าของร้าน The Girl & The Pig เล่าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนชาวอเมริกันที่เปลี่ยนไป จนเกิดเป็นอาหารแนวใหม่อย่างที่เห็นภาพ

 

จะว่าไปแล้ว อาหารสไตล์นิวอเมริกัน หรืออาหารอเมริกันเฮลท์ตี้ ก็คือ การปรับเปลี่ยนด้านวัตถุดิบที่ใช้ คือจะเน้นผักเข้ามาในจานอาหารมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แครอต บีทรูท ร็อกเกต แอปเปิ้ล พีท ถั่ว รวมถึงผักใบเขียวทั้งหลาย บางจานก็จะเริ่มมีการนำผลไม้ลงมาแจมด้วย อย่างสลัดผักและผลไม้เป็นเมนูที่ชาวอเมริกันนิยมมาก รวมไปถึงพวกเฮิร์บทั้งหลายอย่าง ออริกาโน่ พาสลีย์ ไทม์ โรสแมรี่ ที่มาจากอาหารอิตาลีก็ถูกนำมาจัดใส่ในเมนูอาหาร ทำให้เกิดเมนูที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้ส่วนผสมของอาหารที่ลงตัว ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญสีสันยังชวนให้น่ารับประทานมากกว่าอาหารในสูตรดั้งเดิม

“ผมว่าเป็นไลฟ์ไสต์ที่เฮลท์ตี้ขึ้น ชาวอเมริกันหันมาดื่มไวน์กันมากขึ้น ในขณะที่เมื่อก่อนนั้นดื่มแต่เบียร์ บวกกับร้านอาหารในอเมริกาจะมีเชฟจากฝั่งยุโรปเข้าไปให้บริการมากขึ้น แน่นอนนับถึงปัจจุบันนี้ผู้คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น สาเหตุหนึ่งก็มาจากไลฟ์สไตล์การกินที่เปลี่ยนไปนี่แหละครับ”

 

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ร้านเดอะเกิร์ล แอนด์ เดอะพิค (The Girl & The Pig) หันมาเปิดร้านอาหารนิวอเมริกันสไตล์บิสโทรขึ้น ซึ่งในบ้านเรานั้นยังเห็นไม่มีใครทำอาหารนิวอเมริกันเท่าไหร่นัก

“ผมคิดว่ามันเป็นอาหารที่น่าสนใจ มันไม่ได้เป็นอาหารยุโรปจ๋า และไม่ได้เป็นอาหารที่ราคาแพง มันเป็นอาหารแคชชวลที่กินได้ทุกวัน มีการนำเทคนิคจากฝั่งยุโรปเข้ามาใช้มากขึ้น ทำให้อาหารมีรสชาติมากขึ้น และน่ากินมากขึ้น เพิ่มความเฮลท์ตี้เข้าไป อย่างวัตถุดิบที่เราใช้จะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติจริงๆ ไม่มีการใช้พวกสีผสมอาหาร หรือเคมีใดๆ เป็นธรรมชาติล้วนๆ ขนมปังทั้งหมดของร้านเราก็ทำเองจากยีสต์สด ไม่ใช่ยีสต์สำเร็จรูป ไอศกรีมเราก็ทำเอง เราอยากให้คนที่เข้ามากินแล้วรู้สึกว่านั่งกินอยู่กับบ้าน ซึ่งนอกจากรสชาติจะถูกใจ ยังแถมเรื่องของสุขภาพที่ดีขึ้นกลับมาด้วยครับ”

 

วันนี้เราเริ่มต้นทักทายเมนูนิวอเมริกันด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย ไอเบรีโก แพลตเตอร์ หมูแฮมสเปนรสเข้มข้น 3 ชนิด แฮมไอเบรีโก หมูดำพันธุ์พิเศษจากสเปน ที่แขวนเนื้อส่วนน่องหมักพิเศษ 24 เดือน ไขมันน้อย เนื้อแน่น โชริโซ่แฮม เนื้อหมูไส้กรอกที่ได้จากหมูดำหมักเครื่องเทศและพริก ออกรสเผ็ดร้อน ตบท้ายด้วย ซาลชิชอน ไส้กรอกสเปนที่หมักด้วยเครื่องเทศรสชาติเข้มข้น ผสานกันเป็นออร์เดิร์ฟที่แสนอร่อย

ต่อด้วยเนื้อสเต๊กสันนอก ไข่เบเนดิกต์ เนื้อสเต๊กสันนอกจากออสเตรเลีย นำมาย่างพอสุกสัมผัสความหวานของเนื้อ วางมาบนขนมปังโฮมเมดที่ทางร้านทำเอง อิงลิชมัฟฟินสูตรดั้งเดิม ตบด้วยไข่ออร์แกนิกทอด ได้มาจากไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติจาก จ.เชียงราย ราดด้วยซอสฮอลแลนด์เดส ให้ความเผ็ดร้อนเฉพาะตัวตัดได้อย่างลงตัวกับความเข้มข้นของไข่

 

ตามมาติดๆ กับ บิสกิตบัตเตอร์มิลก์ ไส้กรอกเซาท์เวสต์ และไข่ดาวออร์แกนิก เนื้อไส้กรอกหมูบดสไตล์เซาท์เวสต์อเมริกันผสมเครื่องเทศสมุนไพร ย่างซอสสโมกบาร์บีคิว รองด้วยผักขมผัดน้ำมันมะกอก เสิร์ฟคู่กับโฮมเมดบัตเตอร์มิลก์บิสกิตกินคู่กับไข่ดาวออร์แกนิกและซุปมะเขือเทศแบบคลาสสิก

คนชอบแซลมอนต้องสั่งเมนูนี้ แซลมอนย่างสไตล์เทกซัส เม็กซิกัน ปลาแซลมอนย่าง ทาด้วยซอสบาร์บีคิว พริกชิโบเล่ของดีจากอเมริกาตอนใต้ เสิร์ฟพร้อมกับสลัดข้าวโพดหวานย่างกรอบ บีทรูท
ดอง และถั่วแระญี่ปุ่น เหมาะกับคนที่รักสุขภาพยิ่ง

 

ตบท้ายมื้อด้วยของหวาน วาฟเฟิลเบอร์รี่สด วาฟเฟิลหอมกรอบนอกนุ่มใน สูตรเฉพาะของทางร้าน เสิร์ฟพร้อมกับผลเบอร์รี่สด และราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ลออร์แกนิกแท้ ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติของต้นเมเปิ้ล ทำให้สัมผัสได้ถึงความหอม และหวานฉ่ำกำลังดี เพิ่มความอร่อยด้วยไอศกรีมวานิลลาโฮมเมดที่ทำมาจากเม็ดวานิลลาผสมของมาดากัสก้ากลายเป็นการจบมื้อที่น่าประทับใจ

สำหรับผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ ร้านเดอะเกิร์ล แอนด์ เดอะพิค ชั้น 5 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-22.00 น. โทร. 02-160-5924 และ 08-4194-66293) แจกบัตรแทนเงินสดมูลค่าใบละ 500 บาท สำหรับผู้อ่าน 10 ท่าน แค่ถ่ายภาพ หรือแคปเจอร์หน้าหนังสือพิมพ์นี้ ส่งอีเมลมาที่ panita@posttoday.com พร้อมเขียน subject ด้วยว่า The Girl and the Pig Coupon (ส่งที่อยู่มาด้วยจ้า)
ผู้โชคดีรับไปเลย

 

เนื้อสุดล้ำกับซอสแสนพิเศษ @เลอเบิฟ สเต๊ก แอนด์ ฟรายส์ บิสโทร

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤศจิกายน 2558 เวลา 17:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/398304

เนื้อสุดล้ำกับซอสแสนพิเศษ @เลอเบิฟ สเต๊ก แอนด์ ฟรายส์ บิสโทร

โดย…คาเอรุ

ได้ยินชื่อเลื่องลือในหมู่นักชิมมาสักระยะ โดยเฉพาะบรรดาคนรักเนื้อแนะนำเลยว่าต้องห้ามพลาด เลอเบิฟ สเต๊ก แอนด์ ฟรายส์ บิสโทร (Le Boeuf : Steak & Fries Bistro) ถนนหลังสวน บริเวณหน้าเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ แมริออท เมย์แฟร์

เลอเบิฟ เป็นร้านอาหารในสไตล์ที่ชาวปารีสเรียกว่าเป็น ลองเทรอโก๊ต (L’Entrecote) หรือ ร้านขายสเต๊กที่ต้องมาคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ (Steak-Frites) นั่นเอง

ที่มาของร้านตั้งต้นมาจากเจ้าของ ดาวิด เปร์โรต์ ที่ดำเนินกิจการร้านอาหารดังอย่าง เครป แอนด์ โค มาอย่างยาวนาน ได้รับแรงบันดาลใจในการนำคอนเซ็ปต์ร้านอาหารแบบลองเทรอโก๊ต หรือสเต๊ก-
ฟริตส์ ที่เสิร์ฟเมนูสเต๊กและเฟรนช์ฟรายส์เพียงเมนูเดียว จากร้านอาหารที่โด่งดังในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มายังประเทศไทย ด้วยความเชื่อว่า เอกลักษณ์ในการเสิร์ฟอาหารเมนูเดียวจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนไทยอย่างแน่นอน

จุดขายของร้านอยู่ที่น้ำซอสสูตรเด็ด อันเป็นเคล็ดลับจากเพื่อนสนิทของครอบครัว ซึ่งเป็นต้นตำรับจากเจนีวามาตั้งแต่ปี 1940

 

แรกเริ่มเดิมที เลอเบิฟ ตั้งใจจะเสิร์ฟเมนูเด็ดเมนูเดียวในแบบฉบับร้านลองเทรอโก๊ตจริงๆ คือ เนื้ออย่างดี ที่มาพร้อมซอสสูตรพิเศษนี้ โดยใช้เนื้อออสเตรเลียน วางุ สตริปลอยน์ (Australian Black Angus Striploin มีให้เลือก 180 กรัม และ 300 กรัม) ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี ย่างให้ความสุกตามชอบ (แนะนำมีเดียมแรร์) เสิร์ฟมาพร้อมซอสสูตรพิเศษในจานเงินบนเตาอุ่นร้อน สไตล์เดียวกับที่เสิร์ฟ ณ กรุงเจนีวา ในเซตยังมีวอลนัตกรีนสลัด และเฟรนช์ฟรายส์เหลืองกรอบที่เสิร์ฟแบบเติมได้ไม่จำกัด

 

อย่างไรก็ตาม ดาวิด ที่อยู่เมืองไทยมานาน และเข้าใจว่าคนไทยหลายคนงดรับประทานเนื้อวัว จึงมีทางเลือกให้หลากหลาย ทั้งเนื้อแกะจากนิวซีแลนด์ และแซลมอนจากนอร์เวย์ ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม ก็คือเสิร์ฟมาพร้อมกับซอสแสนอร่อย เป็นทางเลือกให้กับคนที่ไม่กินเนื้อวัวอีกด้วย เรียกว่าซอสตัวเดียวเข้ากันได้ดีกับทุกเมนู ขนาดจิ้มด้วยเฟรนช์ฟรายส์ยังเข้ากันเลย ขณะที่อีกอย่างหนึ่งถ้าไม่นำมาเสิร์ฟต้องร้องขอเลยทีเดียว ก็คือ มัสตาร์ดสูตรพิเศษของทางร้าน ที่จะมาช่วยเสริมรสชาติจานเนื้อให้แตกต่าง

 

สำหรับคนที่มุ่งมั่นไปรับประทานเนื้อ แต่กลัวจะไม่อิ่มหนำสำราญพอ ขอให้เริ่มจากแอพเพอไทเซอร์ ที่มีให้เลือกอย่าง ริลแยต เดอ ปอร์ก (Rillettes de Porc) หมูบดที่ปรุงโดยการกงฟีต์ (ตุ๋นน้ำมัน) เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) หรือแตร์รีน เดอ ฟัวกราส์ (Terrine de Fois Gras) เทอร์รีนตับห่านที่เสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน

อย่าลืมปิดท้ายด้วยขนมหวาน แม้จะไม่เน้นมากแต่ก็มีให้เลือกหลากหลายกว่า 10 รายการ ไม่ว่าจะเป็นโปรฟิเตอโรลส์ราดซอสช็อกโกแลต เวอเชอแร็ง ที่เป็นเมอแร็งเสิร์ฟมากับโฟรเซนโยเกิร์ตและผลไม้สด ขณะที่เค้กอย่างมงต์บลองและชีสเค้กก็มีให้เลือกในรายการ

 

ร้านอยู่ในอาคารกระจกรูปทรงรี ตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์โฮมมี่ เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-23.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น. มื้อดินเนอร์มักแน่น โทรจองโต๊ะก่อนก็ดีที่ 02-672-1230

 

น้องขิม เฉาก๊วย อร่อยดีมีประโยชน์

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤศจิกายน 2558 เวลา 16:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/398303

น้องขิม เฉาก๊วย อร่อยดีมีประโยชน์

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ

ร้านขายเฉาก๊วยโบราณ น้องขิม เฉาก๊วย ตั้งอยู่ริมถนนบ้านตูม-โรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น ห่างจากโรงเรียนเทศบาลบ้านตูม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ประมาณ 500 เมตร แต่ละวันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมากเพราะสูตรเด็ดความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นที่ถูกปากของลูกค้าชาวขอนแก่นและยังมีคำสั่งซื้อผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่อเนื่อง

ร้านน้องขิม เฉาก๊วย จุดเด่นของร้านนี้จะเป็นซุ้มจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารขนาดเล็ก สีเหลือง เป็นที่สะดุดตาของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา บริหารงานโดย อานุภาพ นาคขำ

 

อานุภาพ บอกว่า อดีตเคยเป็นพนักงานบริษัทเกี่ยวกับการผลิตสื่อและสื่อสารมวลชนมานานกว่า 10 ปี แต่ระยะหลังสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ประกอบกับแฟนสาวได้ให้กำเนิดน้องขิม จึงลาออกจากงานประจำมาช่วยแฟนสาวเลี้ยงลูก จากนั้นนำเงินที่เก็บออมก้อนหนึ่งมาลงทุนในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มขนาดเล็ก ลงตัวที่ธุรกิจร้านเฉาก๊วยโบราณ เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบในการรับประทานเฉาก๊วย

อานุภาพ บอกว่า ก่อนเปิดร้านเฉาก๊วยจะออกตระเวนชิมร้านเฉาก๊วยชื่อดังมาแล้วทั้ง จ.ขอนแก่น และใกล้เคียง ทำให้รู้รสชาติและส่วนผสมของเฉาก๊วยเป็นอย่างดี จากนั้นจึงเริ่มลงมือทำแบบลองผิดลองถูก และให้คนในละแวกใกล้บ้านและอดีตเพื่อนร่วมงานได้ชิมจนกระทั่งรสชาติลงตัวจึงตัดสินใจทิ้งงานประจำมาเป็นพ่อค้าและใช้ชีวิตกับครอบครัว

 

อานุภาพ บอกอีกว่า สูตรพิเศษของร้านคงเป็นการต้มน้ำเชื่อมคาราเมลสูตรเด็ดที่คิดค้นขึ้นมาด้วยการนำน้ำตาลทรายแดงและน้ำอ้อยมาต้มรวมให้เข้ากันในสัดส่วนที่คิดค้นขึ้นมาซึ่งได้เป็นคาราเมลสูตรเด็ดเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม หอมชื่นใจและไม่หวานมากนัก ด้วยการใส่เครื่องเคียงของเฉาก๊วยโบราณ ซึ่งประกอบด้วย รากบัวเชื่อม พุทราเชื่อม และถั่วแดง ที่ลูกค้าสามารถตักใส่ได้อย่างไม่อั้น

ปัจจุบันทางร้านได้จำหน่ายใน 3 เมนูหลัก คือ เฉาก๊วยนมสด เฉาก๊วยโบราณ และเฉาก๊วยนมสดปั่นราดคาราเมล โดยจำหน่ายในราคาเดียวกันเมนูละ 25 บาท ซึ่งกระแสตอบรับจากลูกค้าที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะเฉาก๊วยเป็นยาโบราณที่หลายคนชื่นชอบในการรับประทาน อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบที่ผลิตขึ้นเองแบบวันต่อวัน

ร้านเฉาก๊วยโบราณ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. ของทุกวัน ทั้งยังคงมีการบริการส่งถึงที่ตั้งแต่ 4 แก้วขึ้นไปภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น

 

อาหารศรีลังกา รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤศจิกายน 2558 เวลา 11:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/398146

อาหารศรีลังกา รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

โดย…ปณิฏา ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เนื่องในโอกาสที่ประธานาธิบดีของประเทศศรีลังกาเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ห้องอาหารสไปซ์ มาร์เก็ต โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เลยจัดเทศกาลอาหารศรีลังกาเพื่อเป็นการต้อนรับและฉลองการมาเยือนของผู้นำระดับประเทศ โดยเชื้อเชิญเชฟศรีลังกาตัวจริงเสียงจริงจากโรงแรมในเครือไมเนอร์ โฮเทล กรุ๊ป คือ เชฟเบอร์นาร์ด จายาสุริยา เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ โรงแรมอนันตรา พีซ ฮาเว่น ทังเกิล รีสอร์ท (Anantara Peace Haven Tangalle Resort) และเชฟประทีป ภารนมันนา เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ โรงแรมอวานี คาลูทารา รีสอร์ท (Avani Kalutara) วันนี้-8 พ.ย.นี้เท่านั้น

สำหรับอาหารศรีลังกามีเอกลักษณ์เช่นเดียวกับวัฒนธรรมประเทศของเขา โดยนอกจากจะอิ่มเต็มไปด้วยสารพัดวัตถุดิบท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ปลา มะพร้าว มะม่วง รวมไปถึงเครื่องเทศนานาชนิด คล้ายๆ กับอาหารอินเดีย แล้วยังมีหลายเมนูที่ได้รับอิทธิพลจากอาหรับ มาเลย์ และมัว รวมทั้งประเทศในยุโรป อย่างโปรตุเกส ดัตช์ อังกฤษ ที่เคยเข้ามาปกครองศรีลังกาอีกด้วย จนกลายมาเป็นความหลากหลายและผสมผสานกันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

ถ้าพูดถึงความคล้าย ก็ต้องบอกว่า อาหารศรีลังกามีส่วนคล้ายกับอาหารอินเดียมากที่สุด เนื่องเพราะทั้งสองประเทศมีพื้นที่ติดต่อกัน จึงรับประทานอะไรคล้ายๆ กัน โดยเฉพาะการรับประทานแกงเป็นอาหารหลัก ซึ่งแกงที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศคล้ายๆ กัน ทั้งแกงปลา แกงไก่ แกงถั่ว หากต่างกันตรงที่แกงของศรีลังกาจะมีการใส่กะทิเพิ่มเติมเข้าไป เนื่องจากภูมิประเทศเป็นเกาะ ติดทะเลจึงมีต้นมะพร้าวเยอะ ซึ่งข้อดีก็คือช่วยให้อาหารหลายชนิดมีรสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมขึ้น

แกงของศรีลังกามีหลายสีหลากกลิ่น ซึ่งก็เกิดจากการผสมผสานกันของเครื่องเทศอันร้อนแรง โดยส่วนผสมอีกอย่างที่แตกต่างไปจากแกงอินเดีย ก็คือมีการใส่พริกและเครื่องเทศมากกว่า ทำให้รสชาติจัดจ้าน นอกจากนี้เครื่องปรุงในแกงศรีลังกา ยังมีทั้งเนื้อสัตว์และผัก เช่น แกงเนื้อ (คนอินเดียไม่กินเนื้อวัว) แกงไก่ แกงปลา แกงสับปะรด แกงเครื่องในวัว แกงมะม่วงหิมพานต์ แกงถั่ว ฯลฯ โดยมีอาหารทะเลเป็นตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง ปู หรือล็อบสเตอร์ จานปลายอดฮิต คือ อาบูลทิยัล ซึ่งจะนำปลามาอบในหม้อดินพร้อมเครื่องเทศต่างๆ ให้หอมฉุนด้วยเครื่องเทศ จานนี้นิยมเสิร์ฟทางตอนใต้ของศรีลังกา แต่ถ้าเป็นกุ้งมักจะนำมาผัดเผ็ด

คนศรีลังกาชอบกินข้าวกับแกงเหมือนคนไทย โดยนิยมกินเป็นอาหารเช้า แต่ปัจจุบันก็เลื่อนไปเป็นอาหารกลางวันแทน ซึ่งในมื้อหนึ่งๆ นอกจากจะมีข้าว (นิยมกินข้าวขาวผสมข้าวกล้องซึ่งเป็นชนิดเม็ดสั้นๆ และหุงแบบอัลเดนเต้ คือยังมีความกรุบๆ อยู่) แกงต่างๆ ผัดผัก รับประทานกับของคั่วกรอบอย่างปาปาดัมและมัลลัม ซึ่งเป็นผักหั่นผสมกับเนื้อมะพร้าวแล้วนำไปผัดจนแห้ง และมีฮอดดาก็จะประหนึ่งเป็นน้ำพริกบ้านเรา ซึ่งทำจากเครื่องเทศผสมกับกะทิ

สำหรับเครื่องเทศที่มักจะใส่ลงไปในอาหารศรีลังกา ได้แก่ หอมซอย พริกเขียว พริกไทยดำ ซินนามอน (ชนิดพิเศษมีที่ศรีลังกาเท่านั้น) กระวาน กานพลู ลูกจันทน์เทศ และหญ้าฝรั่น ซึ่งว่ากันว่า ไม่เพียงแต่จะทำให้อาหารได้รสชาติเท่านั้น หากยังคำนึงถึงประโยชน์กับร่างกายเป็นสำคัญด้วย

คนศรีลังกาจำนวนมากรับประทานอาหารมังสวิรัติ จึงทำให้มีจานมังสวิรัติหลากหลาย โดยปรุงแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ซึ่งอาหารทางเหนือนั้นจะมีรสชาติเผ็ดร้อนกว่าทางใต้ สำหรับวัฒนธรรมการรับประทาน คนศรีลังกานิยมรับประทานข้าวด้วยมือ โดยพวกเขาจะรับประทานโดยตักข้าวใส่จานและตักแกงมาคลุกทำเป็นก้อนพอคำ ก่อนที่จะเปิบเข้าปาก

 

หากพูดถึงจานเด็ดของศรีลังกาที่ใครไปเยือนต้องขอลองชิม อย่าง ฮอปเปอร์ หรือแพนเค้กศรีลังกา หน้าตาเหมือนขนมครกอันใหญ่ๆ แป้งที่นำมาทำฮอปเปอร์จะหมักด้วยน้ำตาลของต้นปาล์ม ทำให้มีรสชาติอร่อย นำมาผสมกับกะทิ ก่อนจะนำมาทอดในกระทะทรงกลมเล็กๆ สำหรับทอดฮอปเปอร์โดยเฉพาะ ซึ่งทาด้วยน้ำมันงา เมื่อแป้งสุกออกมาจะมีรูปร่างเหมือนกระทะ บางครั้งก็ใส่ไข่ลงไปด้วย

ฮอปเปอร์ที่ดี ขอบรอบนอกของฮอปเปอร์จะเหลืองกรอบ แต่ว่าตรงกลางนุ่มฟู มักรับประทานเป็นอาหารเช้าและกลางวัน นอกจากไข่แล้วบางครั้งก็ใส่นมหรือน้ำผึ้งลงไป ใช้รับประทานกับน้ำจิ้มเหมือนน้ำพริก ซึ่งทำมาจากพริก มะพร้าวขูด หอมซอย ปลาย่าง ฯลฯ หรือจะรับประทานกับแกง ส่วนใครจะปรับมากินกับแยม หรืออื่นๆ ที่ชอบก็ได้

 

นอกจากฮอปเปอร์ชนิดถ้วยกลมๆ แล้ว ยังมีฮอปเปอร์ในแบบเส้น เรียกว่า สตริงฮอปเปอร์ ที่ทำจากแป้งชนิดเดียวกัน หน้าตาคล้ายเส้นหมี่หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดเส้นเล็กฝอย แต่จะเหนียวกว่าและจับตัวเป็นก้อนมีขนาดใหญ่กว่าขนมถ้วยนิดหน่อย รูปร่างลักษณะคล้ายขนมเรไร เวลากินสตริงฮอปเปอร์จะต้องราดด้วยแกงกะทิผสมขมิ้นเครื่องเทศ กินกับไข่ต้มหนึ่งฟอง ลอยมากับน้ำแกงสีเหลืองขมิ้นหนึ่งถ้วย

นอกจากนี้ ศรีลังกายังมีอาหารจานดังๆ อย่าง โรตี มีทั้งแบบหวานใส่นม โรยน้ำตาล ไปจนถึงโรยพริก หัวหอม และโรตีใส่ไข่ใส่นม บาเยีย (Bajee) ทำมาจากถั่วเขียว เอาไปแช่น้ำให้บานแล้วเอาเปลือกออกผสมแป้ง ทอดในน้ำมันท่วมนำมาจิ้มน้ำมะขามออกรสหวานอมเปรี้ยว

 

ซาโมซา (Samosa) ทำจากแป้งเปาะเปี๊ยะบางๆ ห่อใส่เนื้อไก่หรือผักมัดรวมกับเครื่องเทศผสมหอมใหญ่ ทอดในน้ำมันจนสีเหลืองทอง นิยมรับประทานกับซอสมะขามเปียก ซอสพริก หรือแยมซัตนี่มินต์สด

ทอดมันหอมใหญ่ รูปร่างค่อนข้างกลมรับประทานตอนร้อนๆ กับซอสพริกหรือแยมซัตนี่มะม่วงแบบเผ็ด ทำมาจากหอมใหญ่ กระเทียม แป้งถั่วชิคพี แป้งสาลี ไข่ โซดาไบคาร์บอเนต พริกแห้งป่น แล้วนำไปทอดในกระทะก้นแบน กดให้กระจายออกเป็นแผ่นบางๆ ทอดจนข้างในสุกและเหลืองทั้งสองด้านตักขึ้นซับน้ำมัน

จปาตี เป็นแป้งสาลี ที่ไม่ใส่เชื้อฟู ทอดจนเหลืองกรอบ รูปกลมแบน รับประทานเครื่องเคียงกับอาหารได้ทุกประเภททำมาจากอัตตาหรือแป้งสาลีไม่ขัดขาว ผสมกี และเกลือ ทอดในกระทะหนา หรือเคลือบสารกันติดกระทะแล้ว ใช้ไฟกลาง ทอดจนเหลืองทั้งสองด้านเมื่อสุกได้ที่แผ่นจปาตีและแห้งและนุ่ม

 

แกงถั่วเลนทิล รับประทานกับจปาตี ทำจากถั่วเลนทิล สีน้ำตาล หอมใหญ่ ขิงสับละเอียด มันฝรั่ง มะเขือเทศ ลูกผักชีป่น ยี่หร่าป่น พริกแห้งป่นหยาบๆ มะพร้าวขูด น้ำมะขามเปียก กะหล่ำปลีหั่นฝอย

เคบับไก่ ทันดูรี (Kebab Tandoori) ชาวศรีลังกาถือว่าเนื้อไก่เป็นอาหารพิเศษ จะรับประทานกันในโอกาสสำคัญๆ โดยนำเนื้ออกไก่ไม่ติดหนังหั่นเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ แล้วนำไปเสียบบนไม้ปิ้งที่ทาน้ำมันไว้ ระหว่างปิ้งให้ทาด้วยเนยละลายโดยไม่ให้เนื้อแห้ง

ชา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของศรีลังกา ที่เรียกกันว่า ชาซีลอน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในชาที่ดีที่สุดของโลก วัฒนธรรมการดื่มชาของคนท้องถิ่น มีทั้งดื่มเปล่าๆ หรือใส่นมและน้ำตาล หรือไม่ก็ใส่ขิงทุบลงในน้ำชา ซึ่งจะให้รสชาติพิเศษ

 

เนื่องจากศรีลังกามีมะพร้าวอยู่มากมาย จึงมีขนมจากมะพร้าวและกะทิเสียส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเค้กมะพร้าว ทอฟฟี่มะพร้าว ไปจนถึงโยเกิร์ตมะพร้าวให้เลือกรับประทานด้วย แต่ก็ยังมีโยเกิร์ตที่ทำจากนมควาย พุดดิ้งไข่ ฯลฯ สำหรับผลไม้ก็อย่างมะม่วง มะละกอ แตงโม กล้วย เงาะ มังคุด ฯลฯ

ถ้าไม่ลองไปชิมที่สไปซ์ มาร์เก็ต โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ภายในวันที่ 8 พ.ย.นี้ คงต้องตามไปถึงถิ่นศรีลังกาแล้วละ

 

‘204 Bistro&Bar’รหัสความอร่อยแบบบุฟเฟ่่ต์นานาชาติ

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 พฤศจิกายน 2558 เวลา 12:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/397965

'204 Bistro&Bar'รหัสความอร่อยแบบบุฟเฟ่่ต์นานาชาติ

โดย…APARAT KONGHOEN  ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

204 Bistro & Bar รหัสลับความอร่อย
ห้องอาหาร 204 บิสโทรแอนด์บาร์

ใกล้ถึงช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง สำหรับใครที่กำลังมองหาของอร่อย กินกันแบบไม่มีอั้น ชวนมาอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติห้องอาหาร ‘204 บิสโทรแอนด์บาร์’ โรงแรมสวิสโอเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ในบรรยากาศห้องอาหารขนาดใหญ่ ตกแต่งในโทนสีฟ้าเขียว สไตล์โมเดิร์น ที่รองรับลูกค้าได้มากถึง 204 ที่นั่ง เลือกเต็มอิ่มกับ 2 ช่วงเวลา มื้อกลางวันในราคา 790++บาท และมื้อเย็น 990++ บาท ก็จะได้ลิ้มลองอาหารสดใหม่ ที่ผ่านการจัดเตรียมโดยเชฟมากประสบการณ์

ไม่ว่าจะเป็น ไทยรสจัดจ้าน จีนต้นตำรับ ญี่ปุ่นรสอร่อยกับซูชิและซาชิมิสดๆ หรือเลือกสัมผัสรสยุโรปกับหลากเมนู อย่าง สปาเก็ตตี้ ลาซานญ่า ซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิวเนื้อนุ่มร่วน และแซลมอนรมควันเนื้อแน่น รวมถึงเมนูอร่อยสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน

ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด คือ ซีฟู้ดสดๆ อย่าง หอยนางรมตัวโตๆ และปูอลาสก้า พร้อมชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของไลน์บุฟเฟ่ต์ละลานตา ที่สำคัญยังเอาใจคนไทยที่ชอบรสจัด กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน

อีกหนึ่งไฮไลท์สุดพรีเมี่ยม ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน ได้แก่ ฟัวกราส์ ที่ได้จัดมาไว้ในไลน์ของบุฟเฟ่ต์ด้วยเช่นกัน งานนี้คนรักในรสชาติเข้มข้น กลมกล่อมของฟัวกราส์ก็จะได้ฟินกันแบบไม่มีอั้น

นอกจากนี้ยังมีเมนูหมุนเวียนให้ลองกันได้ไม่ซ้ำในแต่ละวัน ในช่วงค่ำวันจันทร์ ก็จะได้ลิ้มลองกับเมนู Surf ‘N Turf ที่เตรียมไว้เอาใจผู้ชื่นชอบเนื้อและอาหารทะเลรวมไว้ในจานเดียวกัน หากมาวันอังคารและพุธช่วงมื้อค่ำ รับรองว่าต้องไม่ผิดหวังกับ กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ และในวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงกลางวัน ก็สามารถมาอิ่มอร่อยกับ วีคเอ็น บรันช์ ที่มี เป็ดปักกิ่ง เป็นไม้เด็ด ชอบสไตล์ไหนก็เลือกกันได้ตามชอบ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานทั้งเบเกอรี่และไอศกรีมกันแบบจัดเต็ม

ห้องอาหารเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 และ 18.00-22.30 น. โทร. 02-694-2222 ต่อ 1530

ราคาต่อหัวประมาณ 930-1,200 บาท

อร่อย 5

ราคา 5

 

 

ร้าน”เตี๋ยวตาโต” ก๋วยเตี๋ยวต้มยำชื่อดังครบเครื่อง

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 พฤศจิกายน 2558 เวลา 11:03 น. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/397920

ร้าน"เตี๋ยวตาโต" ก๋วยเตี๋ยวต้มยำชื่อดังครบเครื่อง

โดย…Natthawadee Nimmansatit  ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ฮ.นกฮูก เตี๋ยวตาโต
ก๋วยเตี๋ยว เมนูที่หากินได้ง่าย แต่ถ้าจะให้อร่อยและ
มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวก็คงไม่ง่ายตามไปด้วย งานนี้
เลยชวนมาสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่คัดสรรมาแล้ว
เป็นอย่างดี ในดินแดนสวรรค์ของนักชิมที่ชื่นชอบความ
แปลกใหม่ ท้าทาย กับสูตรต้นตำรับจากคุณย่าของนักร้องหนุ่ม มิวสิค หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ‘เตี๋ยวตาโต’ ที่คิดค้นเมนูก๋วยเตี๋ยวรสชาติในแบบเฉพาะตัว มาพร้อมกับการใช้นกฮูกตัวแทน
แห่งความโชคดี มั่งมีในภาษาญี่ปุ่นมาเป็นโลโก้ของร้าน ผสมกับตัวพยัญชนะภาษาไทย ฮ.นกฮูกตาโต จึงเป็นที่มาที่ไปของร้าน ในบรรยากาศสีสันแบบโมเดิร์นเน้นความสบายๆ เป็นกันเอง

เมนูขึ้นชื่อต้องยกให้กับก๋วยเตี๋ยวต้มยำชื่อดังที่มาแบบ
ครบเครื่อง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำชาชูไข่คู่ (190 บาท) พริกเผาทำ
ขึ้นเองสูตรเฉพาะปรุงรสกับน้ำซุปกระดูกหมูที่ใช้เวลาเคี่ยว
หลายชั่วโมง อัดแน่นด้วยเครื่อง ทั้งหมูชาชู ไข่เป็ดต้มลาวา
ที่ใช้ไข่เป็ดสดทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน ก่อนนำมาทำอาหาร
เพื่อให้ได้ไข่แดงลอยสวยงาม คล้ายตานกฮูก ตามคอนเซ็ปต์ของร้าน เลือกระดับความแซ่บได้ 4 ระดับ

นอกจากเมนูเส้นยังมี ข้าวเซตเหนือ-ใต้ (195 บาท)
ข้าวหอมมะลิร้อนๆ เสิร์ฟมาคู่กับแกงฮังเลจากภาคเหนือ
และแกงเหลืองหน่อไม้ดองของภาคใต้สูตรเด็ดของคุณย่า ก๋วยเตี๋ยวห่อทรงเครื่อง (125 บาท) ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ห่อ
อัดแน่นด้วยหมู กุ้ง เห็ด แครอท ผัดเข้ากันในรสชาติที่กลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับกุ้งแห้ง กุนเชียงจากหนองคาย
ให้กินแกล้มกัน จุ๋ยก้วย (125 บาท) เมนูหากินยากสูตรโบราณ แป้งเหนียวนุ่มคล้ายขนมถ้วย กินคู่กับกุ้งผัดไชโป๊ ราดด้วย
น้ำจิ้มหวานเข้ากันเป็นอย่างดี

ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งเก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ชาดำเย็น ชามะนาว ชาเย็น และกาแฟเย็น (55 บาท)

แวะมาลิ้มลองก๋วยเตี๋ยวดีมีเอกลักษณ์กันได้ที่ร้าน
‘เตี๋ยวตาโต’ ชั้น 4 โซนฟู้ด พาสสาจ สยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น. โทร. 02-610-9243 &O5532;

 

ร้าน’Hashme’ #มุมอร่อยติดแฮชแท็ก

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 พฤศจิกายน 2558 เวลา 16:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/397809

ร้าน'Hashme' #มุมอร่อยติดแฮชแท็ก

โดย…APARAT KONGHOEN  ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

Hashme #มุมอร่อยติดแฮชแท็ก
ยุคนี้ไม่ว่าจะอัพรูป อัพสเตตัสอะไร ชาวโซเชียลก็มักไม่พลาดใส่แฮชแท็ก (Hashtag) ประโยคเด็ดให้โลกรู้ (#) เจ้าเครื่องหมายสี่เหลี่ยมหน้าตาคล้ายตารางเกมเอ็กซ์โอ เป็นเครื่องหมายที่ถูกนำมาใช้เป็นโลโก้ของร้าน ‘Hashme’ ร้านอาหารน้องใหม่ ในยุคบูมของโลกโซเชียล ที่อยู่ในโครงการ 9:35 Art Mall ทองหล่อ ซ.9 ด้วยคอนเซ็ปต์ร้านที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่เลือกใช้โทนสีที่หลากหลายมาสร้างอารมณ์สนุกสนาน เพราะอยากให้ทุกคนมาแล้วรู้สึกสนุกไปด้วยกัน

ไม่ว่าใครแวะมาก็ต้องไม่ลืมที่จะแชร์ความอร่อยติดแฮชแท็ก กับหลากเมนูเด็ดในสไตล์อิตาเลียนฟิวชั่น ไม่ว่าจะเป็นเมนู #Waffle Carbonara (225 บาท) ใครจะรู้ว่าวาฟเฟิลที่เรากินกันเป็นของหวาน เมื่อจับมาครีเอทเป็นเมนูของคาวจะอร่อยขนาดนี้ แป้งวาฟเฟิลสูตรพิเศษกรอบนอกนุ่มใน เข้ากันได้ดีกับซอสครีมคาโบนาร่า รสนุ่มกลมกล่อม หวาน เค็ม มันกำลังดี ไม่มีเลี่ยน เคียงด้วยไข่ซูวี ที่ขอยกนิ้วให้กับความแปลกใหม่จนกล้ารับประกันได้ว่าไม่มีใครเหมือน

 

เอาใจคนชอบเฟรนช์ฟรายส์ราดชีสเยิ้มๆ อร่อยเพลินกับ #Cheesy fried (195 บาท) เฟรนช์ฟรายส์ราดชีสที่ผสมความอร่อยด้วยสูตรลับจากชีสหลากชนิด ที่ไม่อยากให้เหมือนใคร แถมโรยด้วยเบคอนกรอบเพิ่มความกรุบนิดๆ เมื่ออิ่มกับของคาวกันแล้ว ก็อย่าลืมปิดท้ายด้วยของหวาน ที่ใครแวะมาเป็นต้องไม่พลาด #Waffle Tower เป็นเมนูที่เห็นปุ๊บต้องรีบยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกันรัวๆ ด้วยความอลังการของวาฟเฟิลที่ถูกจับตั้งเรียงกันเป็นชั้นๆ ให้สูงขึ้น พร้อมด้วยไอศกรีมและท็อปปิ้งที่เลือกได้ไม่อั้น สามารถครีเอทได้เอง เริ่มที่ 1 ชั้น 260 บาท ซึ่งทางร้านเคยเสิร์ฟ #Waffle Tower ที่มีสถิติสูงสุดถึง 13 ชั้นเลยทีเดียว จานนี้จะอลังการสักแค่ไหน อยากให้ลองแวะมาตื่นตาตื่นใจกันด้วยตัวเอง

ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 02-662-4328

ราคาต่อหัวประมาณ 350-500 บาท

อร่อย 5

ราคา 4

 

 

Spaghetti Kitchen Spaghetti Clam au gratin

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 พฤศจิกายน 2558 เวลา 11:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/397255

Spaghetti Kitchen Spaghetti Clam au gratin

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หลายๆ ครั้งที่สั่งหอยลายอบกระเทียมมารับประทานคู่กับขนมปังชิ้นหนากรอบนอกนุ่มใน ใจพานจินตนาการถึง “คาร์โบไฮเดรต” รูปเเบบอื่นๆ ที่น่าจะเข้ากับหอยลาย กระเทียม เเละชีสเยิ้มยืด ผู้เขียนนึกถึงสปาเกตตีเป็นอย่างเเรก เพราะมี Spaghetti alla vongole ที่มีเค้าโครงส่วนผสมที่ใกล้เคียงกัน น่าจะให้ผลที่อร่อยออกมาเหมือนกัน เป็นที่มาให้ผู้เขียนทดลองสูตรในฉบับนี้ของเรา Spaghetti Clam au gratin หอยลายอบชีส มีสูตรที่ไม่ยากเย็น

เคล็ดลับเริ่มต้นจากหอยลายที่เลือกใช้ ถ้าคุณผู้อ่านมีเวลาเเนะนำให้ใช้หอยตัวใหญ่หรือตัวเล็กไม่สำคัญ เพราะเราจะต้องแงะเนื้อหอยลายออกมาใช้ปรุงอาหารจานนี้ ถ้าตัวเล็กมีข้อดีตรงไม่ค่อยเหนียวเเละเคี้ยวยากนัก ข้อเสียคือเสียเวลาในการ “แงะ” เพื่อเเกะเนื้อออกมามากจนกว่าจะได้ในปริมาณที่พอเหมาะ

ล้างหอยลายด้วยน้ำสะอาดไม่เย็นไม่ร้อน และเติมเกลือป่นลงไป ใช้โหระพาหรือทุบพริกเเดงลงไปสัก 1 เม็ด หรือ 1 ก้าน รอสักครู่เเล้วล้างน้ำออกเมื่อหอยอ้าปาก ต้มน้ำในกระทะหรือหม้อที่มีฝาปิดสัก 2ถ้วยตวง ไม่ต้องให้น้ำท่วมหอยทั้งหมดเพียงเเค่ต้องการไอน้ำพอที่จะเปิดฝาหอยลายได้

เมื่อน้ำเดือด เติมเกลือลงไปสักหน่อยเเล้วใส่หอยทั้งหมดที่ล้างไว้ลงไป ปิดฝารอสักครู่ให้หอยอ้าปาก ประมาณ 1 นาทีหลังจากน้ำเดือด ถือว่าใช้ได้เเล้ว

ปกติสปาเกตตีหอยลายสูตรอิตาเลียนนิยมใช้น้ำมันมะกอกเเละไวน์ขาวเป็นหลัก สำหรับสูตรนี้เพื่อให้หอมฉ่ำเข้มข้น จึงเลือกใช้เนยจืดเเทนในการผัดเครื่อง เคล็ดลับในการผัดเครื่องให้หอมสะใจคือเราต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ผัดที่ไฟอ่อนๆ ให้ความร้อนเเละน้ำมันจากเนยค่อยๆ ดึงเอาความเผ็ดของหอมเเดงกระเทียมออกไป เเละเปลี่ยนเเป้งในพืชหัวพวกนี้ให้กลายเป็นความหวานของน้ำตาลเเทน ถ้าชอบเผ็ดใส่พริกเเห้งลงผัดพร้อมกระเทียมให้จี๊ดจ๊าดได้เลย

เมื่อปรุงรสเครื่องในกระทะจนได้ที่เเล้ว ทีนี้ก็พร้อมใส่เส้นสปาเกตตีที่ต้มสุก อย่าลืมกฎเหล็กของSpaghetti Kitchen ที่เเนะนำให้ต้มเส้นโดยลบตัวเลขออกไป 2-3 นาที จากที่บอกข้างฉลาก เพื่อให้เส้นมาสุกต่อด้วยความร้อนของกระทะเเละเครื่องผัดอีกสักนิด เเบบนี้จะอร่อยสูสีต้นตำรับ

หากจะรับประทานเลยตั้งเเต่ผัดเส้นกับเครื่องหอยลายอบกระเทียมเลยก็ทำได้ เเต่เพื่อให้อร่อยขึ้น ผัดสปาเกตตีเสร็จเเล้ว ตักใส่จานที่นำเข้าเตาอบหรือเตาติ๊งได้ โรยชีสมอสซาเรลล่าลงให้ทั่วๆ ตามด้วยเกล็ดขนมปังอีกเล็กน้อย ผู้เขียนชอบความหอมของกระเทียมเจียวด้วย เลยโรยกระเทียมเจียวกรอบๆ ลงไปด้านบนนิดหน่อย อบที่ไฟบนประมาณสัก 2-3 นาทีเพื่อให้ชีสละลาย นำออกมาเพิ่มสีสันด้วยพาร์สลีย์เเละพริกเเห้งเล็กน้อย เสิร์ฟทันที เมื่อส้อมสาวเส้นขึ้นมาพร้อมกับชีสยืดๆ ใครไม่น้ำลายไหลก็ให้มันรู้ไป

สปาเกตตีหอยลายอบกระเทียม

สำหรับ 2 ที่

เส้นสปาเกตตี ต้มสุกที่ 70% 200 กรัม

หอยลายสด 1.5 กิโลกรัม

(หรือหอยลายต้มเเกะเปลือก) 1 ถ้วย

กระเทียมกลีบใหญ่ สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

หอมเเดง 1 ช้อนโต๊ะ

เนยจืด 2-3 ช้อนโต๊ะ

ไวน์ขาว 3-4 ช้อนโต๊ะ

พาร์สลีย์ อิตาเลียน เเบบใบเเบน สับละเอียด 1 ช้อนชา

เกลือเเละพริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา

ชีสมอสซาเรลล่าขูดเป็นเส้น 4 ช้อนโต๊ะ

เกล็ดขนมปัง 2-3 ช้อนโต๊ะ

ตกเเต่งด้วยพริกเเห้งหั่นท่อนเเละพาร์สลีย์สับละเอียด

วิธีทำ

• ผัดกระเทียม หอมเเดงให้ใสด้วยเนยจืดอย่างช้าๆ เเละใจเย็น

• เติมไวน์ขาวลงไป ระเหยให้งวด

• เติมหอยลายลงไปผัดกับพาร์สลีย์ปรุงรสด้วยเกลือเเละพริกไทย

• เอาเส้นลงไปคั่วกับซอสหอยประมาณ 1-2 นาที จริงๆ เเล้วพร้อมรับประทานเลย ณ จุดนี้ เเต่ถ้าต้องการให้ตรงตามจินตนาการของผู้เขียน เเนะนำให้ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยชีสเเละเกล็ดขนมปัง ตามด้วยพริกเเห้ง เข้าเตาอบเเบบ Broiler ประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้ชีสละลายเเละเส้นหนึบขึ้น

 

ก๋วยเตี๋ยว 10 บาท ขวัญใจคนมีรายได้น้อย

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 ตุลาคม 2558 เวลา 10:59 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/397118

ก๋วยเตี๋ยว 10 บาท ขวัญใจคนมีรายได้น้อย

โดย…ชูเดช สีหะวงษ์

หากมีโอกาสได้เดินทางมาเยือนเมืองชัยนาท อยากรับประทานก๋วยเตี๋ยวรสชาติอร่อย ราคาสุดประหยัดแต่อิ่มท้อง ลองแวะร้านก๋วยเตี๋ยวเปี๊ยกเรือทอง ตั้งอยู่เลขที่ 132/8 ถนนพรหมประเสริฐ ต.ในเมือง อ.เมือง ราคาถูกและรสชาติอร่อย ที่กำลังกลายเป็นขวัญใจประชาชนชาวชัยนาทและผู้มีรายได้น้อย

ร้านแห่งนี้เป็นอาคาร 2 คูหา มีโต๊ะก๋วยเตี๋ยวตั้งให้บริการลูกค้าจำนวน 20 โต๊ะ และมีเรือไม้ขนาดยาว 16 ฟุต ตั้งเป็นสัญลักษณ์ประจำร้านอยู่ด้านหน้า มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงเวลาอาหารมื้อกลางวันระหว่าง 12.00-13.00 น. เต็มทุกที่นั่ง ก๋วยเตี๋ยวเรือราคาแค่ 10 บาท

มลทิรา มุมานะวงศ์ เจ้าของร้าน บอกว่า เป็นรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาทำร้านต่อจากรุ่นพ่อ ซึ่งเป็นคนตั้งชื่อร้านตามชื่อตัวเอง สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ขายชามละ 10 บาท นั้นมีมาตั้งแต่เปิดร้านเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยพ่อและแม่ตั้งใจว่าก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท ใครๆ ก็สามารถซื้อกินได้ โดยเฉพาะเด็กๆ นักเรียนที่ได้เงินมาโรงเรียนจำกัด ก็สามารถเป็นลูกค้าของที่ร้านได้ ซึ่งก็คงราคานี้มาจนปัจจุบัน

 

มลทิรา บอกอีกว่า แม้ราคาวัตถุดิบในการทำก๋วยเตี๋ยวทั้งหมู ลูกชิ้น เครื่องปรุง และเส้นมีการปรับราคามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่ร้านยังคงตั้งใจขายในราคาเดิมมาตลอด โดยลุงเปี๊ยก ผู้เป็นพ่อ จะย้ำกับตนเสมอว่า ราคานี้ช่วยให้คนทุกคนมีอาหารกินอิ่มท้องได้ อย่าปรับขึ้นเด็ดขาด ซึ่งตนเองก็ยึดถือคำของพ่ออย่างเคร่งครัด เพราะทุกวันนี้พ่อก็ปล่อยมือจากร้านให้ตนเองบริหารต่อแล้ว ส่วนลูกค้าที่ต้องการสั่งชามพิเศษ ก็มีบริการในราคาเพียง 20 บาทเท่านั้น และขอยืนยันว่าจะขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท อย่างนี้ตลอดไป

สุทธิศักดิ์ วรสมาน บอกว่า มารับประทานก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้เป็นประจำทุกวัน เพราะราคาถูกชามละ 10 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะกับเศรษฐกิจยุคนี้ที่จำเป็นจะต้องประหยัด ซึ่งมาครั้งใดก็จะสั่งครั้งละ 2 ชาม จะอิ่มพอดีเมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานอาหารในร้านทั่วไป ก็ยังถือว่าประหยัดกว่ามาก เพราะทั่วไปอาหาร 1 มื้อ ต้องมีค่าใช้จ่ายถึง 50-60 บาท แต่ที่นี่ราคาอาหารถูกและมีน้ำดื่มเย็นๆ บริการฟรีไม่ต้องเสียเงินเพิ่มด้วย ในเรื่องรสชาติก็อร่อยไม่ได้ด้อยลงตามราคาสุดประหยัดเลย

 

พิมพ์จันทร์ ชัยวิจิตร บอกว่า เป็นลูกค้าของร้านลุงเปี๊ยกมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 จนปัจจุบันเรียนจบมหาวิทยาลัยออกมาทำงานแล้วก็ยังมาซื้อก๋วยเตี๋ยว 10 บาท ทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะราคาถูก อร่อย และทำให้นึกถึงบรรยากาศเดิมๆ สมัยเด็กๆ ที่ตนเองจะแบ่งตังค์ค่าขนมไว้วันละ 5 บาท แล้วชวนเพื่อนๆ มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านลุงเปี๊ยกหลังเลิกเรียนบ่อยๆ ทุกวันนี้ช่วงเวลาพักเที่ยงก็มักจะแวะมาซื้อใส่ถุงกลับไปฝากและร่วมรับประทานกับเพื่อนร่วมงานอยู่เป็นประจำด้วย

ผู้ที่สนใจจะมาลองชิมก๋วยเตี๋ยวเรือราคาถูก 10 บาท ก็อร่อยได้ของร้านเปี๊ยกเรือทอง ชัยนาท มาใช้บริการได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด

 

%d bloggers like this: