ราคาสินค้า

All posts tagged ราคาสินค้า

พาณิชย์จ่อปล่อยผีขึ้นราคาสินค้าปีหน้า

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 17:49 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127722.

Pic_127722

“พาณิชย์” จ่อปล่อยผีสินค้าขึ้นราคาปีหน้า ทั้งเหล็ก ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย หลังต้นทุนนำเข้าพุ่ง พร้อมกล่อมเหล็กทำกระป๋องลดราคาช่วยผู้ส่งออกตันละ 6,500 บาท…

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในปีหน้า ว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในพิจารณาการปรับขึ้นราคาของสินค้าในปีหน้า ตามต้นทุนที่เป็นจริง โดยสินค้าที่อาจอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาได้ในปีหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศสูงขึ้นตามราคา ตลาดโลก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ ปุ๋ยเคมี ทั้งนี้ มาตรการดูแลราคาสินค้า หลังปีใหม่ อาจมีบางรายการขอปรับราคาเข้ามา ซึ่งก็ต้องพิจารณาให้ตามความเป็นจริง และดูโครงสร้างต้นทุนทั้งหมด เช่น ราคาน้ำมันดิบ ราคาวัตถุดิบตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยน ถ้ารายการไหนยังตรึงราคาได้ก็ขอให้ตรึงไว้ก่อน แต่ถ้าตรึงไม่ได้จริง และจำเป็นต้องปรับราคาก็จะพิจารณาให้ เพราะกระทรวงต้องดูแลผู้ผลิตสินค้าที่ถือเป็นประชาชนคนหนึ่งเช่นกัน

สำหรับปีนี้จะไม่มีสินค้าใดปรับขึ้นราคา เพราะกระทรวงใช้มาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าถึงสิ้นปี ซึ่งล่าสุด ผู้ผลิตทินเพลต (เหล็กที่ใช้ทำกระป๋อง) ให้ความร่วมมือปรับลดราคาจำหน่ายลงตันละ 6,500 บาท จากตันละ 59,160 บาท เหลือตันละ 52,660 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตผัก ผลไม้ และอาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องเพื่อส่งออก มีผลตั้งแต่เดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือ บริษัท สังกะสีไทย จำกัด ลดราคาสังกะสีจากราคาปกติ 15% มีผลตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนธ.ค.นี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ส่วนผู้ผลิตปัจจัยการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช ร่วมบริจาคสินค้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 24 ตัน รวม 4 ล้านบาท และจะจำหน่ายปุ๋ยธงฟ้าราคาพิเศษถูกกว่าตลาด 5-10% ให้แก่เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 17:49 น.

ครม.ตาละห้อยไล่บี้ราคาสินค้า

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

ครม.ตาละห้อยไล่บี้ราคาสินค้า.

Pic_185920

มาตรการกำกับดูแลสินค้าและบริการ ประจำเดือน ก.ค.ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้จับตาดูเป็นพิเศษรายวันมากถึง 9 รายการ

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.นัดสุดท้าย ได้รับทราบมาตรการกำกับดูแลสินค้าและบริการ ประจำเดือน ก.ค.ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้จับตาดูเป็นพิเศษรายวันมากถึง 9 รายการ ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาก เพราะสถานการณ์ความไม่สงบในลิเบียที่ยืดเยื้อ รวมทั้งกลุ่มโอเปกตัดสินใจคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับเดิม คือวันละ 24.84 ล้านบาร์เรล, เหล็กเส้น, เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ราคาวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 2 ของปี 52 ขณะที่เหล็กแผ่นรีดร้อนและสเตนเลส ราคาวัตถุดิบปรับลดลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ยังมีปูนซีเมนต์ที่พบว่าราคาถ่านหินยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้มีอุปสรรคในการขนส่งในประเทศ รวมทั้งสายไฟฟ้า ที่ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้าค่อนข้างสูง, ปุ๋ยเคมี ที่พบว่าราคาปุ๋ยยูเรียสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น ผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยยูเรียรายใหญ่ทำการส่งออกปุ๋ยยูเรียลดลง และสุดท้ายคืออาหารสัตว์ ราคาข้าวโพดมีความผันผวนขึ้น-ลงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากช่วงนี้มีสินค้าอยู่ในสต๊อกเพียงพอจึงชะลอการรับซื้อ

อย่างไรก็ตาม ยังมีบริการอีก 1 ประเภท ที่กระทรวงพาณิชย์ได้จับตาดูเป็นพิเศษคือบริการรับส่งสินค้า เอกสารหรือพัสดุภัณฑ์ สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการที่กระทรวงพาณิชย์จับตาดูเป็นพิเศษ มี 8 รายการสินค้าคือ น้ำตาลทราย ที่พบว่าผลผลิตอ้อยมีมากกว่าที่ประมาณการไว้ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาด้านปริมาณ ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในประเทศทรงตัว, น้ำมันพืชที่รัฐบาลประกันราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ส่งผลให้ราคายังทรงตัวในระดับสูง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

ผลสำรวจระบุปชช.เรียกร้องรัฐคุมราคาสินค้า

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 19:06 น.
ผลสำรวจระบุปชช.เรียกร้องรัฐคุมราคาสินค้า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_184085

สำนักงานสถิติแจงผลสำรวจประชาชนเรียกร้องรัฐบาลเร่งคุมราคาสินค้ามากที่สุด 18.3% รองลงมาสร้างสามัคคีปรองดอง 16.2%. ตามมาด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจให้มั่นคง 14.3%…

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ได้สรุปผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความก้าวหน้าของประเทศ พ.ศ. 2554 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่ต้องการให้ภาครัฐดำเนินการจัดทำความก้าวหน้าของประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดความก้าวหน้าของประเทศ และเพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการดำเนิน การต่อไป โดยได้สำรวจความคิดเห็นโดยการสุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 106,620 คน

ทั้งนี้จากการสอบถามแนวทางที่ประชาชนต้องการให้ภาครัฐดำเนินการเรื่องความเจริญก้าวหน้าของประเทศ พบว่าประชาชนต้องการให้เข้ามาควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมากที่สุดถึง 18.3% รองลงมาคือสร้างความปรองดองสามัคคีในสังคม 16.2% อันดับ 3 คือ การพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าและมั่นคง 14.3 % อันดับ4 คือ พัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพ 14%  อันดับ5 คือ การสร้างความยุติธรรมและโปร่งใสในสังคม 13.4%

สำหรับผลการสำรวจความเห็นด้านความเจริญก้าวหน้าของประเทศ 5 อันดับแรก พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 61.6% เห็นว่าเป็นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ รองลงมาคือการทำงานและการประกอบอาชีพ 59.8% อีก 57% เห็นว่าเป็นฐานะทางเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพมีเพียง 41.7% และที่น้อยที่สุดพบว่าเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภค 33.1%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้านฐานะเศรษฐกิจใน 5 อันดับแรก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 76% เห็นว่าประชาชนมีงานทำ ขณะที่ 75.2% เห็นว่าประชาชนมีรายได้มากกว่ารายจ่าย อีก 64.8% เห็นว่ามีภาระหนี้สินครัวเรือนลดลง 56.7% เห็นว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ขณะที่มีเพียง 41.5% เท่านั้นที่เห็นว่าค่าครองชีพของตนอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะประชาชนในภาคเหนือที่เห็นด้วยน้อยที่สุดเพียง 39.8% รองลงมาคือกทม.และใต้ที่เห็นเท่ากันคือ 40.4% ภาคอีสาน 40.6% ส่วนความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคม ใน 5 อันดับแรก ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนกับคนรวยลดลงจริง 69.3% รองลงมาคือความยากจนลดลง 65.8%

ส่วนที่เห็นว่าประชาชนทุกกลุ่มได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทรัพยากร และการบริการของภาครัฐที่เหมาะสม มี 55% อีก 51.9% เห็นว่าการปฏิบัติของภาครัฐและสังคมที่มีต่อประชาชนเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่ 48.1% ที่เห็นว่าชุมชนและท้องถิ่นได้รับการจัดให้มีระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตายอย่างเท่าเทียมและเหมาะสม อย่างไรก็ตามยังมีเรื่อง ความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้านความสามัคคีและความสมานฉันท์ในสังคม 5 เรื่องแรก พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 78.8% ที่เห็นว่าการไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในสังคม รองลงมาคือความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมลดลงและไม่นำไปสู่ความแตกแยกในสังคม 59.2% อันดับสามคือ การปฏิบัติของภาครัฐต่อประชาชนกลุ่มต่างๆ เป็นไปภายใต้มาตรฐานเดียวกัน 47.7% อันดับสี่ สังคมมีกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีของคนในสังคมเพิ่มขึ้น 39.2% อันดับห้า คือผู้ด้อยโอกาสในสังคม หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาหรือนโยบายรัฐ ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น 35.3%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 19:06 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง.

Pic_182412

กระทรวงพาริชย์รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ยกเว้นราคาเนื้อหมูยังเกินราคาแนะนำ เนื่องจากมีการส่งออกไปต่างประเทศ เเตรียมหามาตรการห้ามส่งออกเด็ดขาด…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต  มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้รับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าขณะนี้ราคาสินค้าหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงราคาไข่ไก่ มีแต่เพียงเนื้อหมูที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากพ่อค้าบางรายใน อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรียังมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศอยู่ทำให้ปริมาณสินค้าใน ประเทศไม่เพียงพอ ราคาหมูในตลาดจึงปรับเพิ่มขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยมีการใช้มาตรการขอความร่วมมือพ่อค้า ห้ามไม่ให้ส่งออกเนื้อหมูไปจำหน่ายต่างประเทศรวมถึงตรวจสอบปัญหาการลักลอบ ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพ่อค้าเป็นอย่างดีทำให้ราคาหมูปรับลดลงมาช่วงระยะเวลา หนึ่ง แต่เนื่องจากมาตรการดังกล่าว เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้นไม่มีการกำหนดบทลงโทษอะไรกลุ่มพ่อค้าก็ เลยหันกลับมาส่งออกอีกเนื้อหมูไปต่างประเทศอีกเพราะไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับ ผลกระทบอะไรทำให้ราคาหมูปรับเพิ่มขึ้นมาอีกดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาแบบถาวร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเตรียมประชุมเพื่อหามาตรการทาง กฎหมายมาบังคับใช้ไม่ให้มีการส่งออกอีก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

เชื่อผู้ผลิตยังรับได้ เบรกขึ้นราคา สบู่-น้ำมันหล่อลื่น

Published พฤษภาคม 24, 2011 by SoClaimon

23 พฤษภาคม 2554, 17:57 น.
เชื่อผู้ผลิตยังรับได้ เบรกขึ้นราคา สบู่-น้ำมันหล่อลื่น – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173548

พาณิชย์ เบรกสบู่-น้ำมันหล่อลื่นขึ้นราคา เหตุผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังรับภาระต้นทุนได้ ส่วนขึ้นราคาแบตเตอรี่-สายไฟ-ยางรถยนต์ โยนรัฐบาลหน้า แต่จ่อขึ้นราคาเหล็ก หลังราคาตลาดโลกพุ่ง

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ผลิตสบู่ 1 ราย และน้ำมันหล่อลื่น 1 ราย ได้ขอปรับขึ้นราคามายังกระทรวงพาณิชย์ เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่กรมการค้าภายในไม่อนุมัติให้ขึ้นราคาตามที่ขอมาได้ เพราะผู้ที่ขอมาเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียว ไม่ใช่ทุกราย แสดงว่าผู้ผลิตส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมยังแบกรับภาระต้นทุนได้ ทั้งนี้ ผู้ผลิตสบู่ขอขึ้นราคา 12.5-33.3% เพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้นจากกิโลกรัม (กก.) ละ 24 บาท เป็น 42 บาท หรือเพิ่มขึ้น 74% ส่วนน้ำมันหล่อลื่นขอขึ้นราคา 3.74-4.95% เพราะต้นทุนวัตถุดิบ Base Oil เพิ่มขึ้นจากตันละ 745 เหรียญสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 52 เป็น 1,280 เหรียญฯในเดือนมี.ค.54 หรือปรับขึ้น 71%

สำหรับยางรถยนต์ ได้แจ้งขอปรับขึ้นราคาตามต้นทุนยางพาราที่เพิ่มขึ้นจากกก.ละ 59 บาทในปี 52 เป็น 159 บาทในปัจจุบัน โดยขอปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น ส่วนสายไฟฟ้าและแบตเตอรี่รถยนต์ ขอปรับขึ้นราคาตามต้นทุนทองแดงและตะกั่วในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 3 รายการไมอนุมัติให้ขึ้นราคาในขณะนี้ ควรให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลมากกว่า ส่วนเหล็ก ผู้ผลิตได้ขอปรับขึ้นราคาทั้งเหล็กเส้น และเหล็กแผ่น โดยขณะนี้กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างการตรวจสอบสต๊อกของผู้ผลิต ผู้ค้า เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าสต๊อกที่เป็นต้นทุนเดิมมีเท่าไร สต๊อกใหม่มีเท่าไร ก่อนอนุมัติให้ปรับขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 พฤษภาคม 2554, 17:57 น.

ชาว​บ้าน​สุด​ทน​สินค้า​แพง

Published พฤษภาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 พฤษภาคม 2554, 06:15 น.
ชาว​บ้าน​สุด​ทน​สินค้า​แพง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172207

พาณิชย์แย้ม 4 เดือน​ที่ผ่านมา ประชาชน​ได้​ร้องเรียน​ผ่าน​สาย​ด่วน​แม่บ้าน 1569 ของ​กรมการ​ค้า​ภายใน สูง​ถึง 3,214 ราย แบ่ง​เป็น​การ​ร้องเรียน​ราคา​สินค้า​มี​ราคา​แพง ไม่​ปิด​ป้าย​แสดง​ราคา จำหน่าย​สินค้า​เกิน​ราคา​ที่​กำหนด…

ผู้​สื่อ​ข่าว​รายงาน​จาก​กระทรวง​พาณิชย์​ว่า ใน​ช่วง 4 เดือน​ปี 54 (ม.ค.-เม.ย.) ประชาชน​ได้​ร้องเรียน​ผ่าน​สาย​ด่วน​แม่บ้าน 1569 ของ​กรมการ​ค้า​ภายใน สูง​ถึง 3,214 ราย แบ่ง​เป็น​การ​ร้องเรียน​ราคา​สินค้า 1,248 ราย และ​ขอ​คำ​แนะนำ​ใน​เรื่อง​ต่างๆ 1,966 ราย ซึ่ง​เป็น​การ​ร้องเรียน​ที่​เพิ่ม​ขึ้น​เมื่อ​เทียบ​กับ​ปี 53 ทั้ง​ปี มี​การ​ร้องเรียน​รวม​ทั้งสิ้น 4,488 ราย เป็น​การ​ร้องเรียน​ราคา​สินค้า 1,703 ราย และ​ขอ​คำ​แนะนำ 2,785 ราย

สำหรับ​การ​ร้องเรียน​ส่วน​ใหญ่ เป็น​การ​ร้องเรียน​ใน​เรื่อง​สินค้า​มี​ราคา​แพง ไม่​ปิด​ป้าย​แสดง​ราคา จำหน่าย​สินค้า​เกิน​ราคา​ที่​กำหนด โดย​หมวด​อาหาร​และ​เครื่อง​ดื่ม​มี​การ​ร้องเรียน​มาก​ที่สุด รอง​ลง​มา​คือ หมวด​การ​เกษตร​และ​ปัจจัย​การ​เกษตร และ​หมวด​ของใช้​ประจำ​วัน ทั้งนี้ รายละเอียด​สินค้า​ที่​ประชาชน​ร้องเรียน​มาก​ตั้งแต่​ช่วง​ต้น​ปี​จนถึง​เดือน เม.ย. เริ่ม​จาก​น้ำมัน​ปาล์ม ประชาชน​ได้​ร้องเรียน​ว่า​ราคา​แพง​และ​ขาดแคลน หา​ซื้อ​ไม่ได้ ทำให้​ประชาชน​ได้​รับ​ความ​เดือดร้อน และ​ยัง​มี​การ​ร้องเรียน​กรณี​ร้าน​อาหาร​ตาม​สั่ง ได้​ปรับ​ขึ้น​ราคา​ค่า​อาหาร โดย​อ้าง​ว่า​น้ำมัน​ปาล์ม​สูง​ขึ้น

ขณะ​เดียวกัน ได้​ร้องเรียน​ใน​เรื่อง​น้ำตาล​ทราย​แพง​และ​หา​ซื้อ​ได้​ยาก โดย​ใน​ห้าง​สรรพสินค้า​และ​ห้าง​ค้า​ปลีก ไม่​มี​วาง​จำหน่าย หรือ​หาก​มี​วาง​จำหน่าย ก็​จะ​จำกัด​การ​ซื้อ​ต่อ​ครอบครัว ส่วน​ใน​ตลาดสด ร้าน​ค้า​ปลีก​ราย​ย่อย ได้​จำหน่าย​เกิน​กว่า​ราคา​ควบคุม​กิโลกรัม (กก.) ละ 23.50 บาท โดย​จำหน่าย​สูง​ถึง กก.​ละ 26-30 บาท นอกจาก​นี้ เป็น​การ​ร้องเรียน​เรื่อง​เนื้อ​หมู​มี​ราคา​แพง โดย​ราคา​ได้​ปรับ​เพิ่ม​ขึ้น​จาก กก.​ละ 110-120 บาท เป็น 140-150 บาท และ​เคย​ปรับ​ขึ้น​สูง​สุด​ถึง กก.​ละ 180 บาท ทำให้​ค่าครองชีพ​เพิ่ม​สูง​ขึ้น เพราะ​ร้าน​อาหาร​ตาม​สั่ง ร้าน​ข้าวแกง และ​ราย​ก๋วยเตี๋ยว ต่าง​ได้​ใช้​โอกาส​นี้​ปรับ​เพิ่ม​ราคา​จน​ทำให้​ประชาชน​เดือดร้อน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤษภาคม 2554, 06:15 น.

ดึงบิ๊กเอกชน-อปท.อาสาสมัครธงฟ้าต้นแบบ

Published พฤษภาคม 17, 2011 by SoClaimon

16 พฤษภาคม 2554, 16:04 น.
ดึงบิ๊กเอกชน-อปท.อาสาสมัครธงฟ้าต้นแบบ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171887

พาณิชย์ ดึงบิ๊กเอกชน-อปท. อาสาสมัครธงฟ้าต้นแบบ ดูแลค่าครองชีพ ตั้งเป้าสร้างอาสาสมัครให้ได้จังหวัดละ 10 คน รวม 750 คน ปีหน้าเพิ่มเป็น 75,000 คน

นายวิชัย โกอุดมวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงเครือข่ายอาสาธงฟ้า 1569ว่า ปีนี้จะปรับแนวทางการสร้างอาสาธงฟ้าใหม่ โดยเน้นอาสาสมัครต้นแบบจากภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสอดส่องดูแลราคาสินค้าและบริการ รวมถึงพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสร้างเครือข่ายอาสาสมัครธงฟ้าให้เพิ่มขึ้น โดยปีนี้จะสร้างอาสาต้นแบบรวม 750 คน หรือจังหวัดละ 10 คน และปีหน้าจะขยายเป็น 75,000 คน

“ที่ผ่านมา อาสาสมัครธงฟ้า จะเน้นกกลุ่มแม่บ้าน แต่ครั้งนี้จะนำบุคคลที่ได้รับการยอมรับมาร่วมด้วย เพื่อสร้างความตื่นตัวในสังคม ภายใน 2 ปี จะมีอาสาธงฟ้า 75,000 คน และจะขยาย 10 เท่าทุกปีให้ถึง 7.5 ล้านคน” รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

สำหรับอาสาสมัครธงฟ้าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยดูแลปัญหาค่าครองชีพให้มี ประสิทธิภาพ เพราะจะี่เป็นหูเป็นตาใหภาครัฐ ช่วยดูแลไม่ให้ขายสินค้าและบริการเกินราคา หรือด้อยคุณภาพ หรือเอาเปรียบทางการค้าทุกรูปแบบ เพื่อรายงานให้รัฐรับทราบ และนำไปสู่การแก้ปัญหา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤษภาคม 2554, 16:04 น.

ครม.​สั่ง​ตาม​ติด17สินค้า​ราคา​พุ่ง พ่อ​แม่​พึ่ง​เงินกู้-โรง​จำนำ​ซื้อ​ของ​รับ​เปิด​เทอม

Published พฤษภาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 พฤษภาคม 2554, 06:15 น.
ครม.​สั่ง​ตาม​ติด17สินค้า​ราคา​พุ่ง พ่อ​แม่​พึ่ง​เงินกู้-โรง​จำนำ​ซื้อ​ของ​รับ​เปิด​เทอม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_170521

ครม.​รักษาการ​ครั้ง​แรก สั่ง​จับตา​ทุก​วัน 11 สินค้า​อ่อน​ไหว​ราคา​จ่อ​พุ่ง และ​อีก 6 สินค้า​จับตา​พิเศษ โดยเฉพาะ​ชุด​นักเรียน ด้าน​โพล​หอการค้า ระบุ​ผู้​ปกครอง​กระเป๋า​แห้ง​รับ​เปิด​เทอม ต้อง​กู้​เงิน​ทั้ง​ใน​ระบบ นอก​ระบบ แห่ เข้า​โรง​จำนำ หาเงิน​วุ่น​จ่าย​ค่า​เทอม ค่า​อุปกรณ์​การ​เรียน…

นาย​วัชระ กรรณิการ์ รอง​โฆษก​ประจำ​สำนัก ​นายกรัฐมนตรี เปิดเผย​ว่า กระทรวง​พาณิชย์​ได้​รายงาน​ให้​ที่​ประชุม​คณะ​รัฐมนตรี (ครม.) วาน​นี้ (10 พ.ค.) รับ​ทราบ​ถึง​การ​ประเมิน​สถานการณ์​ราคา​สินค้า​ใน​เดือน พ.ค.2554 โดย​ระบุ​กลุ่ม​สินค้า​ที่​มี​ความ​อ่อน​ไหว​เป็น​พิเศษ ต้อง​ติดตาม​ราคา​และ​ภาวะ​ทุก​วัน (เอส​แอล) มี​จำนวน​สินค้า 11 รายการ ได้แก่ 1. น้ำตาล​ทราย แม้​ราคา​อ้อย​จะ​ทรง​ตัว แต่​ราคา​น้ำตาล​ทราย​ใน​ประเทศ​ยัง​คง​อยู่​ใน​ระดับ​สูง ซึ่ง​เป็น​ผล​มา​จาก​ราคา​น้ำตาล​ทราย​ต่าง​ประเทศ​ที่​อยู่​ใน​ระดับ​สูง 2. น้ำมัน​พืช แม้​ผล​ผลิต​ปาล์ม​จะ​มี​มาก​ขึ้น​ทำให้​ภาวะ​ความ​ตึงตัว​ใน​น้ำมัน​บริโภค​คลี่คลาย​ลง​ระดับ​หนึ่ง แต่​ราคา​น้ำมัน​ปาล์ม​ดิบ​ยัง​คง​อยู่​ใน​ระดับ​สูง ขณะ​ที่​เมล็ด​ถั่วเหลือง​แม้​ว่า​ผล​ผลิต​จะ​ออก​สู่​ตลาด​มาก​ขึ้น​แต่​ราคา​ยัง​อยู่​ใน​ระดับ​สูง​เช่น​กัน 3. น้ำมันเบนซิน 4. น้ำมันดีเซล ตาม​ราคา​น้ำมันดิบ​ที่​เพิ่ม​ขึ้น เนื่องจาก​สถานการณ์​ใน​ประเทศ​ผู้​ผลิต​น้ำมัน ใน​ตะวันออกกลาง​และ​แอฟริกา​เหนือ​ยัง​คง​มี​ความ​รุนแรง​อย่าง​ต่อ​เนื่อง

5. เหล็กเส้น 6. เหล็ก​แผ่น (รีด​ร้อน​รีด​เย็น และสเตนเลส) 7. เหล็ก​โครงสร้าง​รูปพรรณ ซึ่ง​ราคา​วัตถุดิบ​ส่วน​ใหญ่​ทรง​ตัว​อยู่​ใน​ระดับ​สูง 8. ปูนซีเมนต์ ตาม​ต้นทุน​ราคา​ถ่านหิน​ที่​ยัง​คง​อยู่​ใน​ระดับ​สูง 9. สาย​ไฟฟ้า ตาม​ราคา​ทองแดง​ยัง​คง​ทรง​ตัว​ใน​ระดับ​สูง เนื่องจาก​ความ ต้องการ​ใช้​ของ​ผู้​ใช้​รวม​ทั้ง​มี​การ​เก็ง​กำไร​ค่อนข้าง​สูง 10. ปุ๋ย​เคมี 11. อาหาร​สัตว์ ราคา​ข้าวโพด​ซึ่ง​เป็น​วัตถุดิบ​ปรับ​สูง​ขึ้น​เนื่องจาก​ผล​ผลิต​ออก​สู่​ตลาด​น้อย​เพราะ​เป็น​ช่วง​ปลาย​ฤดูกาล​ผลิต​และ บริการ 1 รายการ ได้แก่ บริการ​รับ​ส่ง​สินค้า เอกสาร หรือ​พัสดุภัณฑ์​รับ​ส่ง​โทร​สาร ตาม​ราคา​น้ำมัน

ขณะ​ที่​กลุ่ม​ที่​ต้อง​จับตา​มอง​เป็น​พิเศษ​สัปดาห์​ละ 2 ครั้ง หรือ​พี​ดับ​เบิล​ยูแอล 5 รายการ​ได้แก่ 1. เครื่องแบบ​นักเรียน เนื่องจาก​เดือน พ.ค.​นี้​เป็น​เทศกาล​เปิด​เทอม ความต้องการ​เครื่องแบบ​นักเรียน​ก็​มี​มาก​ขึ้น 2. อาหาร​ปรุง​สำเร็จ เนื่องจาก​ราคา​วัตถุดิบ​หลัก​คือ​เนื้อ​สัตว์​ยัง​มี​ราคา​ที่​สูง 3. ก๊าซ​หุง​ต้ม​หรือ​แอล​พี​จี ที่​เพิ่ม​ขึ้น​ตาม​ราคา​ น้ำมันดิบ 4. ยา​ป้องกัน​หรือ​กำจัด ​ศัตรู​พืช ตาม​ราคา​ไกล​โฟ​เสท ยัง​ทรง​ตัว​ใน​ระดับ​ที่​สูง และ 5. ยาง​รถยนต์ เนื่องจาก​ราคา​ยาง​ธรรมชาติ​สูง เกิด​จาก​ผล​ผลิต​ที่​ลด​น้อย​ลง จาก​ภัย​ธรรมชาติ​ใน​พื้นที่​เพาะ​ปลูก​ยาง และ​บริการ 1 รายการ คือ​การ​ซ่อม​รถ

นาย​วัชระ  กล่าว​ว่า ครม.​ยัง​ได้​รับ​ทราบ​โครงการ​ส่งเสริม​การ​ใช้​ปุ๋ย​เพื่อ​ลด​ต้นทุน​การ​ผลิต​ของ​เกษตรกร ตาม​มติ​ของ ครม.​นัด​พิเศษ​เมื่อ​วัน​ที่ 6 พ.ค.​ที่​ผ่าน​มา​วงเงิน​ดำเนิน​การ 3,901 ล้าน​บาท โดย​นาย​นิพนธ์ วงษ์​ตระหง่าน ประธาน​คณะ​กรรมการ​ส่งเสริม​การ​ใช้​ปุ๋ย​เพื่อ​ลด​ต้นทุน​การ​ผลิต​ของ​เกษตรกร เปิดเผย​ว่า วัน​ที่ 12 พ.ค.​จะ​เรียก​ประชุม​คณะ​กรรมการฯ​เพื่อ​สรุป​รายละเอียด​การ​ดำเนิน​โครงการ​ปุ๋ย​ลด​ต้นทุน​ที่​รัฐบาล​ได้​เข้า​มา​ชดเชย​ราคา​ปุ๋ย​ให้​กับ​เกษตรกร​ใน​อัตรา กก.​ละ 1.50 บาท ​เพื่อ​ให้​ทัน​กับ​การ​ปลูก​ข้าว​นาปี​ใน​ฤดูกาล​ผลิต​ที่ 2554/2555 นี้​โดย​ภายใน​ต้น​เดือน มิ.ย.​เกษตรกร​ผู้​ปลูก​ข้าว​ใน​พื้นที่​ภาค​เหนือ​ตอน​บน​และ​ภาค​อีสาน​ตอน​บน​จะ​ได้​รับ​ปุ๋ย​ตาม​โครงการ​ปุ๋ย​ลด​ต้นทุน​แน่นอน

วัน​เดียวกัน ​นาง​เสาวณีย์ ไทย​รุ่งโรจน์ รอง​อธิการบดี​ฝ่าย​วิจัย มหาวิทยาลัย​หอการค้าไทย เปิดเผย​ถึง​ผล​สำรวจ​การ​ประเมิน​ผล​กระทบ​ของ​ผู้​ปกครอง​ใน​ช่วง​เปิด​เทอม กลุ่ม​ตัวอย่าง 1,183 คน​ว่า ใน​ช่วง​เปิด​เทอม​ของ​ปี​นี้​จะ​มี​เงิน​สะพัด 46,900 ล้าน​บาท เพิ่ม​จาก​ปี​ก่อน 5.4% โดย​มี​ค่า​ใช้​จ่าย​เฉลี่ย 6,939 บาท​ต่อ​คน เพิ่ม​ขึ้น 42.38% เพราะ​ราคา​สินค้า​ปรับ​ตัว​สูง​ขึ้น ทั้ง​ชุด​นักเรียน ถุง​เท้า รองเท้า หนังสือ กระเป๋า และ​เครื่อง​เขียน ทั้งนี้ ค่า​ใช้​จ่าย​ส่วน​ใหญ่​มา​จาก​ค่า​เล่าเรียน​หรือ​ค่า​หน่วยกิต 5,689 บาท ค่า​บำรุง​โรงเรียน (กรณี​เปลี่ยน​โรงเรียน​ใหม่/ แป๊ะเจี๊ยะ) 8,325 บาท ค่า​บำรุง​โรงเรียน​ตาม​ปกติ 1,676 บาท ค่า​เสื้อ​ผ้า 1,110 บาท ค่า​หนังสือ 1,094 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้​ปกครอง​จำนวน 62.7% มี​เงิน​เพียงพอ​กับ​ค่า​ใช้​จ่าย ขณะ​ที่​ผู้​ปกครอง​อีก 37.24% มี​เงิน​ไม่​เพียงพอ​กับ​ค่า​ใช้​จ่าย โดย 25.7% ต้อง​จำนำ​ทรัพย์สิน และ 24.5% กู้​เงิน​ใน​ระบบ อีก 21% กู้​เงิน​นอก​ระบบ ส่วน​ที่​เหลือ 15% ยืม​ญาติ​พี่น้อง ขณะ​ที่​การ​ซื้อ​สินค้า​ที่​ไม่​ใช่​ค่า​เทอม​ใน​ปี​นี้ กลุ่ม​ตัวอย่าง 34.2% ซื้อ​น้อย​ลง เพราะ​ส่วน​ใหญ่เห็น​ว่า​ของ​ราคา​แพง​ขึ้น มี​ราย​ได้​น้อย​ลง มี​ภาระ​หนี้​มาก และ​ไม่​มั่นใจ​ใน​ภาวะ​เศรษฐกิจ​ไทย

ด้าน​นาง​ยาใจ ชู​วิชา ประธาน​คณะ​จัด​ทำ​การ​สำรวจ​ความ​คิดเห็น​ประเด็น​เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัย​หอการค้าไทย กล่าว​ถึงการ​สำรวจ​พฤติกรรม​และ​การ​ใช้​จ่าย​ใน​ช่วง​วัน​วิสาขบูชา​ว่า ใน​ช่วง​วัน​วิสาขบูชา​จะ​มี​เงิน​สะพัด​กว่า 15,200 ล้าน​บาท ซึ่ง​เป็น​เงิน​ที่​ใช้​ใน​การ​ทำบุญ​ทาง​ศาสนา​กว่า 9,911 ล้าน​บาท ท่องเที่ยว 4,227 ล้าน​บาท จัด​เลี้ยง​สังสรรค์ 759 ล้าน​บาท และ​ใช้​จ่าย​ทั่วไป 388 ล้าน​บาท

ขณะ​ที่​นาย​ธนวรรธน์ พล​วิชัย ผู้​อำนวยการ​ศูนย์​พยากรณ์​เศรษฐกิจ​และ​ธุรกิจ มหาวิทยาลัย​หอการค้าไทย กล่าว​ว่า ใน​ช่วง​เดือน พ.ค.​ที่​มี​การ​เปิด​เทอม และ​มี​วัน​หยุด​ยาว​ใน​ช่วง​วัน​วิสาขบูชา จะ​มี​เงิน​จาก​การ​ใช้​จ่าย​จำนวน​มาก ประกอบ​กับช่วง​การ​เลือกตั้ง​จะ​เริ่ม​มี​เม็ด​เงิน​จาก​การ​ระดม​หาเสียง​เข้า​ระบบ​มา​อย่าง​ต่อ​เนื่อง ซึ่ง​จะ​ช่วย​กระตุ้น​ให้​เศรษฐกิจ​ใน​ช่วง​ไตรมาส 2 ขยาย​ตัว​ได้​ใน​ระดับ 3.4-3.5%.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 พฤษภาคม 2554, 06:15 น.

หมดช่วงตรึง พาณิชย์สั่งจับตาราคาสินค้าใกล้ชิด

Published เมษายน 29, 2011 by SoClaimon

28 เมษายน 2554, 18:30 น.
หมดช่วงตรึง พาณิชย์สั่งจับตาราคาสินค้าใกล้ชิด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167559

“พาณิชย์” ยัน จับตาสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หลังหมดมาตรการตรึงราคา หวั่น ประชาชนถูกเอาเปรียบ ขู่ หากร้านค้ากระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หลังสิ้นสุดมาตรการขอควมร่วมมือตรึงราคาสินค้าตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาส และขึ้นราคาสินค้าเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

ด้าน นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า หลังสิ้นสุดมาตรการขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าไปแล้ว กรมได้ส่งหนังสือถึงผู้ประกอบการแจ้งการยกเลิกมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากผู้ประกอบการสินค้าควบคุม เช่น ปุ๋ยเคมี นม น้ำมันพืช จะปรับขึ้นราคาจำหน่าย จะต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในพิจารณา และต้องได้รับการอนุมัติก่อน ส่วนสินค้าที่ติดตามดูแล 204 รายการ ผู้ประกอบการจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่าย ให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ก่อนนำสินค้าวางจำหน่าย ในกรณีที่มีการปรับเพิ่มหรือลดขนาดสินค้าจากเดิมจะต้องแจ้งขอตั้งราคา จำหน่ายสินค้าใหม่ โดยกรมจะพิจารณาความเหมาะสมของราคาก่อนอนุญาตให้วางจำหน่าย

“กรมจะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และหากผู้บริโภคพบเห็นการปฏิเสธการจำหน่าย กักตุนสินค้า หรือขายราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดในท้องที่ กรมจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยการขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นางวัชรี กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 เมษายน 2554, 18:30 น.

จ้องฟันพวกฉวยโอกาสขึ้นราคาของซ้ำเติมน้ำท่วมคุก7ปี

Published เมษายน 24, 2011 by SoClaimon

25 ตุลาคม 2553, 15:38 น.
จ้องฟันพวกฉวยโอกาสขึ้นราคาของซ้ำเติมน้ำท่วมคุก7ปี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_121646

“พาณิชย์” ขู่พ่อค้าฉวยโอกาสขายของเกินราคาช่วงน้ำท่วม มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รับราคาผักในเขตน้ำท่วมสูงขึ้นจริง แต่เชื่อว่าหากน้ำลดราคาจะเป็นปกติ…

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นายวัชรี วิมุตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวหลังออกตรวจสอบราคาพืชผัก ผลไม้ ที่ตลาดสดย่านปทุมธานี  หลังจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ได้ไหลมาสู่ จ.ปทุมธานี และเกิดปัญหาทำให้พืชผักมีราคาสูงขึ้นว่า นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับพ่อค้า แม่ค้า หรือผู้ที่ไม่ใช่พ่อค้า แต่ฉวยโอกาสโก่งราคาขายสินค้าต่อประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยผู้ฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าเกินราคา ถือว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวต่อว่า เท่าที่ได้รับรายงานและออกตรวจสอบ ราคาผักที่ปรับสูงขึ้น เช่น ผักบุ้งจีน จากเดิม 22 บาท/กก. เพิ่มเป็น 28-26 บาท/กก., คะน้า จาก 20 บาท เป็น 28-30 บาท/กก. ,กวางตุ้ง จาก 20-22 บาท เป็น 28-30 บาท/กก. ,ผักชี จาก 100 บาท เป็น 180-200 บาท/กก. ,ต้นหอม จาก 80 บาท เป็น 90-100 บาท , ผักกาดหอม จาก 50 บาท เป็น 60 บาท/กก. ซึ่งราคาดังกล่าว ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล แม้ว่าราคาค่อนข้างสูง แต่เชื่อว่าหลังสถานการณ์น้ำคลี่คลายลง ราคาจะเป็นปกติ อย่างไรก็ตามทางกรมการค้าภายในจะติดตามราคาทุกวัน หากพื้นที่ใดมีปัญหาพืชผักผลไม้ไม่เพียงพอ จะดำเนินการเชื่อมโยงตลาดที่ใกล้เคียง โดยจะใช้วิธีการนำพืชผักผลไม้จากแหล่งขายส่งเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ราคาผัก สูง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ซื้อหาสินค้าราคาที่ไม่แพง

ทั้งนี้ ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ กรมการค้าภายในจะเชิญผู้บริหารตลาดสด มาประชุมหารือเพื่อสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและมาตรการช่วยเหลือพ่อค้าและผู้ บริโภคต่อไป อีกทั้งจะพยายามไม่ให้สินค้าในช่วงปลายทางเกิดการขาดแคลน และขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่สูงเกินไป และจะมีการติดตามราคาสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น  ยารักษาโรค ไม่ให้มีการโก่งราคา และหากประชาชนพบเห็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้บริโภค ขอให้แจ้งสายด่วน 1569 ที่จะเปิดให้บริการถึง 20.00 น.

“ขอฝากเตือนกลุ่มผู้ฉวยโอกาสในการซ้ำเติมประชาชนด้วยการจำหน่ายสินค้าและ บริการในราคาเกินจริงว่า จะถูกดำเนินการคดีขั้นเด็ดขาด และขณะนี้ได้ส่งทีมสุ่มตรวจโดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วม หากพบเห็นการกระทำผิดจะดำเนินคดีทันที” นางวัชรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนำคณะตรวจสอบราคาพืชผัก ผลไม้แล้ว อธิบดีกรมการค้าภายในยังได้นำคณะออกตรวจสอบราคาวัสดุก่อสร้าง เพื่อป้องกันการโก่งราคาสินค้า ในช่วงหลังน้ำลดลงแล้วด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 25 ตุลาคม 2553, 15:38 น.
%d bloggers like this: