รถไฟฟ้า

All posts tagged รถไฟฟ้า

จัดระบบรถไฟฟ้า 20ตลอดสาย ชงรัฐ3เดือนรู้ผล

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195000.

Pic_195000

 

ปลัดคมนาคม เตรียมชงรัฐบาลเดินหน้าเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้า เก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย คาดเห็นผลใน 3 เดือน ประเดิมบีทีเอส-เอ็มอาร์ทีก่อน…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยจะมีการกำหนดราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เพื่อจูงใจผู้ใช้บริการนั้น เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมจะสรุปกรอบการดำเนินการประเด็นดังกล่าวก่อนที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการเจรจากับเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะมีความชัดเจนใน 2-3 เดือนข้างหน้า

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น กระทรวงคมนาคมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 แนวทางโดยแนวทางที่ 1 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและมีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะมาชดเชยราย ได้ที่เอกชนต้องสูญเสียไป ซึ่งเรือ่งการชดเชยนี้ กระทรวงการคลัง ก็จะเป็นผู้กำหนดที่มาของงบประมาณก่อนที่จะมีการเสนอให้สภาพัฒน์ให้ความเห็น ชอบ ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ ก็จะสามารถดำเนินการในรูปแบบแรกคือการนำระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ของ บีเอ็มซีแอล มาเชื่อมต่อการคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายกับระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ส่วนแนวทางที่ 2 นอกจากการนำรถไฟฟ้าใต้ดินกับแอร์พอร์ตลิ้งค์มารวมกันแล้ว ก็จะเจรจากับผู้บริหารบีทีเอส เพื่อนำบีทีเอสเข้ามารวมเป็นโครงข่ายในการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จากการติดตามตัวเลขผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล เพิ่มขึ้นจาก 590,000 คน เป็น 900,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 และมีรายได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 30-40 หรือประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากความสะดวกในการใช้บริการรถไฟฟ้า และราคาค่าโดยสารใกล้เคียงกับค่าโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30,000-40,000 คน ทั้งซิตี้ไลน์และแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส และหากเข้ามาร่วมในระบบคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละ 60,000 คน

ส่วนประเด็นเรื่องการชดเชยรายได้ให้แก่เอกชนนั้น โดยหลักเกณฑ์ จะเป็นการชดเชยในส่วนของรายได้ที่ลดลงของเอกชน จากรายได้ปกติ เช่น เมื่อเอกชนทั้งหมดเข้าร่วมโครงการ และมีรายได้ลดลงจากวันละ 20 ล้านบาท ลงเหลือ 18 ล้านบาท เมื่อมีการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ภาครัฐก็จะเข้ามาชดเชยเงิน 2 ล้านบาทที่ลดลง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม คิดว่า เงินที่ต้องมาชดเชย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากการจูงใจผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้ระบบราง สามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้ เงินที่ชดเชยก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วนการเชื่อมต่อระบบด้วยระบบตั๋วร่วมนั้นขณะนี้ ทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล อยู่ระหว่างการพัฒนาตั๋วร่วมด้วยกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่จะเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทั้งหมดเป็นโครง ข่ายเดียวกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

ไล่เช็กบิลทุจริตย้อนหลัง “คมนาคม” พร้อมผลักดันนโยบายเพื่อไทย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193121.

Pic_193121

“สุกำพล” ฟิต พร้อมผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 10 สาย ค่าโดยสาร 20 บาท ยันนโยบายใช้สนามบินเดี่ยว ยันรัฐบาลชุดนี้ไม่ทุจริต ด้าน “ชัจจ์” โอ่จุดเด่นเชี่ยวชาญด้านตรวจสอบ ไล่เช็กบิลย้อนหลังทุจริตคมนาคม

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ว่า ตนมีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารงานที่กระทรวงคมนาคม ตามที่พรรคเพื่อไทยมอบหมาย และไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่ง ซึ่งรูปแบบการทำงานจะมุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม ก่อนที่จะมีการมอบนโยบายการทำงานต่อข้าราชการ โดยตนจะเชิญข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมาหารือ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็น ทำความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนนโยบายในการทำงาน เพื่อให้รู้เขารู้เราและทำงานได้อย่างราบรื่น คาดจะเดินทางมาทำงานวันที่ 15 ส.ค.54 นี้

ส่วนนโยบายที่จะผลักดันเร่งด่วนซึ่งเป็นนโยบายประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คือการเร่งดำเนินการในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจำนวน 10 สาย ให้ทั่ว กทม.และปริมณฑล รวมถึงผลักดันแนวนโยบายการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในราคา 20 บาท ตลอดสายภายใน กทม. ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรค เพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้จะเป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริงแน่นอน เนื่องจาก ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องดังกล่าวของพรรคได้คิดรูปแบบ และประเมินแล้วว่ามีความเป็นไปได้ รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการโดยรวม

“การเร่งปราบปรามการทุจริตคอรัปชันในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของกระทรวงคมนาคม ซึ่งสังคมมีข้อครหามาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกนโยบายที่ตนจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขและปราบปรามอย่างจริงจัง และขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่มีเรื่องการทุจริตคอรัปชันแน่นอน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก”

พล.อ.อ.สุกำพลยังได้กล่าวถึงนโยบายท่าอากาศยานเดี่ยว เป็นนโยบายที่ดีที่สุด และประเทศต่างๆทั่วโลก ส่วนใหญ่ใช้นโยบายท่าอากาศยานเดี่ยว โดยเห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร รวมทั้งมีแผนที่จะขยายอีกหลายระยะ ดังนั้น สุวรรณภูมิจึงสามารถให้บริการเป็นท่าอากาศยานเดี่ยวได้ โดยไม่ต้องใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองควบคู่ ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ

ส่วนการแบ่งงานรับผิดชอบของรัฐมนตรีทั้ง 3 คนนั้น ขณะนี้มีอยู่ในใจแล้วว่าจะแบ่งงานอย่างไร แต่ต้องหารือร่วมกันก่อน เพราะการทำงานต้องเป็นทีม เบื้องต้น ตนอาจจะดูแลงานด้านการขนส่งทางอากาศ

ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้คงต้องรอให้ พล.อ.อ.สุกำพล มีการแบ่งงานก่อน จึงจะบอกได้ว่าตนมีนโยบายในการทำงานอย่างไร แต่จุดเด่นหรือสเปกพิเศษของตนคืองานด้านการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของตำรวจที่ตนคุ้นเคยอยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการต่างๆที่มีภาพลักษณ์ไม่ค่อยดี เบื้องต้นตนอาจจะต้องขอเข้าไปตรวจข้อเท็จจริงในการดำเนินโครงการต่างๆ หากพิจารณาแล้วเข้าองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ 1. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหรือบุคคลภายนอก 2.มีระยะเวลาเหลือพอที่จะเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และ 3.สื่อมวลชนแสดงความเคลือบแคลงสงสัย

“การเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณ จะต้องเข้าไปไล่ดูโครงการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่ามีความไม่โปร่งใสตามข้อร้องเรียนจริงหรือไม่ และมีอายุความของคดีเหลืออยู่เพียงพอที่จะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิดก็ต้องเข้า ไปดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมและสื่อมวลชนมีคำตอบในเรื่องเหล่านี้”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

ฟิต!รมว.คมนาคมคนใหม่ ประเดิมงานแรกดันรถไฟฟ้า10สาย

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 14:40 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192974.

Pic_192974

พล.อ.อ.สุกำพล” เปิดใจ มีความรับตำแหน่งรมว.คมนาคม ระบุ งานแรกจะประเดินด้วยการ ดันโครงการรถไฟฟ้า10 สายทาง และผลักดันนโยบายเก็บค่าโดยสาร20บาทตลอดสาย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ส.ค. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่างป็นทางการ ว่า ตนมีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารงานที่กระทรวงคมนาคม ตามที่พรรคเพื่อไทยมอบหมาย และไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่ง ซึ่งรูปแบบการทำงานจะมุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม ก่อนที่จะมีการมอบนโยบายการทำงานต่อข้าราชการอย่างเป็นทางการ โดยตนจะเชิญข้าราชการระดับสูงของกระทรงคมนาคมมาหารือ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็น ทำความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนนโยบายในการทำงานร่วมกันก่อน เพื่อให้รู้เขารู้เราและทำงานได้อย่างราบรื่น

ส่วนนโยบายที่ จะผลักดันเร่งด่วนซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คือ การเร่งดำเนินการในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจำนวน 10 สาย ให้ทั่ว กทม.และปริมณฑล รวมถึงผลักดันแนวนโยบายการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในราคา 20 บาท ตลอดสายภายในกทม. ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้จะเป็นนโยบายที่สามารถ ทำได้จริงแน่นอนเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องดังกล่าวของพรรคได้ คิดรูปแบบ และประเมินแล้วว่ามีความเป็นไปได้ รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการโดยรวม

พล.อ.อ. สุกำพล กล่าวต่อว่า การเร่งปราบปรามการการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของ กระทรวงคมนาคม ซึ่งสังคมมีข้อครหามาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกนโยบายที่ตนจะต้องเร่งเข้ามาแก้ไขและปราบปรามอย่างจริงจัง และขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่มีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นแน่นอน ซึ่งตนมั่นใจว่าหางหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก  ส่วนการเดิน ทางเข้ามาทำงานที่กระทรวงคมนาคม เบื้องต้นจะต้องหารือเพื่อประสานงานกับนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ก่อน โดยคาดว่าจะเดินทางเข้ามาทำงานที่กระทรวง ช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 15ส.ค.54 นี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 14:40 น.

ผุดรถไฟฟ้าสายสีม่วง รัฐบาลดึงเอกชนเข้าร่วมทุน 1.3 หมื่นล้าน

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127534.

Pic_127534

นอกจากนั้น ยังเห็นชอบให้ รฟม.ศึกษาแนวทางการลงทุนระบบรถไฟฟ้าและตัวรถช่วงเตาปูน-บางซื่อ ระยะทาง 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง บางซื่อ-ท่าพระ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ครม.วานนี้ (16 พ.ย.) ได้มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนระบบรถไฟฟ้าและตัวรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน ระยะทาง 22 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 13,243 ล้านบาท ในรูปแบบ PPP GROSS COST หรือให้เอกชนลงทุนงานระบบและตัวรถ ขณะที่ รฟม.เก็บค่าโดยสารเองแต่จ่ายค่าจ้างเดินรถให้เอกชน

นอกจากนั้น ยังเห็นชอบให้ รฟม.ศึกษาแนวทางการลงทุนระบบรถไฟฟ้าและตัวรถช่วงเตาปูน-บางซื่อ ระยะทาง 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-เตาปูน และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และให้สรุปผลการศึกษามาเสนอ ครม.อีกครั้ง

“ลักษณะทางกายภาพเส้นทางช่วงเตาปูน-บางซื่อ ไม่สามารถเชื่อมต่อกับสายสีม่วงได้โดยตรง เพราะรางอยู่ต่างระดับกัน โดยสถานีบางซื่ออยู่ระดับใต้ดินและจะไต่ยกระดับไปจนถึงสถานีเตาปูน ดังนั้น การลงทุนระบบรถไฟฟ้าจึงต้องให้เอกชน 2 ราย โดยแยกเป็นช่วงเตาปูน-บางซื่อ 1 ราย และช่วงบางใหญ่-เตาปูน 1 ราย”

ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ รฟม.กล่าวว่า แนวทางการศึกษาการร่วมลงทุนระบบรถไฟฟ้าและตัวรถช่วงเตาปูน-บางซื่อ ระยะทาง 1 กม.นั้น จะมี 2 แนวทาง คือ 1. การเจรจากับบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ผู้รับสัมปทานเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปัจจุบัน เพื่อให้เดินรถต่อไปยังสถานีเตาปูนเพิ่มอีก 1 สถานี และ 2. การเปิดให้เอกชนที่จะลงทุนระบบและตัวรถในโครงการรถไฟส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ เป็นผู้เดินรถ ซึ่งปัจจุบันโครงการรถไฟส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินอยู่ระหว่างการพิจารณาความถูกต้องในการดำเนินงาน คาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

รถไฟฟ้าเพื่อไทยมาไว!

Published สิงหาคม 8, 2011 by SoClaimon

8 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192307.

Pic_192307

ระบบขนส่งมวลชนทางรางของกระทรวงคมนาคม เทียบกับนโยบายสร้างรถไฟฟ้าของเพื่อไทย มีความสอดคล้องกันมาก ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าจะเสร็จเร็วกว่าแผนแม่บทของกระทรวงฯ…

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า กระทรวงได้ศึกษาแผนแม่บท ระบบขนส่งมวลชนทางรางของกระทรวง เปรียบเทียบกับนโยบายโครงการสร้างรถไฟฟ้าของพรรคเพื่อไทย พบว่ามีความสอดคล้องกันมาก โดยแผนแม่บทของกระทรวงมีมากกว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย 2 สายคือ รถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-สะพานพระราม 9) และรถไฟฟ้าสายสีฟ้า (ดินแดง-สาทร) โดยเชื่อว่าโครงการรถไฟฟ้าจะเสร็จเร็วกว่าแผนแม่บทของกระทรวง จากเดิมแผนทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 72  เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายเร่งสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย

ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ระยะทาง 12 กม. วงเงินก่อสร้าง 33,000 ล้านบาท และโครงการสายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายสะพานใหม่-คูคต-ลำลูกกา 13.5 กม. ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ซึ่งหลังจากนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะเจ้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะต้องเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณา หากครม.อนุมัติ ก็สามารถประกวดราคาได้ทันที ส่วนเส้นทางสะพานใหม่-คูคต-ลำลูกกานั้น ต้องเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการก่อนที่จะประกวดราคาต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

โบรกฯหักหน้า “คมนาคม” BTS 20 บาทไม่เกิดแน่

Published สิงหาคม 2, 2011 by SoClaimon

2 สิงหาคม 2554, 13:41 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190946.

Pic_190946

โบรกฯ เชื่อ หากรัฐใช้ทางเลือกตามคมนาคมเสนอให้ถือหุ้นใหญ่ BTS-BMCL เพื่อทำตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คนไทยไม่ได้ใช้แน่ เหตุรัฐต้องใช้เงินขั้นต่ำในการเข้าซื้อหุ้นถึง 2.5 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีที่กระทรวงคมนาคมระบุว่า อยู่ระหว่างศึกษาแนวทาง ดำเนินการตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยเบื้องต้นมี 2 ทางเลือก คือ ให้รัฐฯอุดหนุนเงินเพื่อจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้กับเอกชนที่บริหารจัดการ เดินรถไฟฟ้าในปัจจุบัน คือบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS  ขณะที่อีก แนวทาง คือ ให้รัฐฯเข้าไปซื้อหุ้นทั้ง 2 บริษัท เพื่อให้รัฐฯเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และสามารถเข้าไปจัดการได้ แต่ทั้งหมดจะต้องพิจารณารายละเอียดการศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งรอความ ชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ก่อน

ส่วนฝ่ายวิจัยคาดว่าแนวทางการซื้อหุ้นโดยภาครัฐฯ เป็นได้ยากสุด เพราะ ณ ราคาหุ้นปัจจุบันของ BTS และ BMCLหากรัฐฯ ต้องการถือหุ้นใหญ่ต้องใช้เงินลงทุน ราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมผลบวกของ BTS และ BMCL จากการเปิดเส้นทางใหม่ในระยะ 4-5 ปีข้างหน้า ทำให้หากมีการซื้อขายกันจริง มูลค่าหุ้นจึงมีโอกาสที่จะสูงกว่าราคาปัจจุบันมาก  ขณะที่การอุดหนุนเงินจากภาครัฐฯ ให้ทั้ง 2 แห่ง แม้จะเป็นวิธีง่ายสุด ด้วยระดับผู้โดยสารปัจจุบันของ BTS และ BMCL รัฐฯจะต้องอุดหนุนอย่างต่ำราวปีละ 1,084.4 ล้านบาท (อิงสมมติฐานจำนวน ผู้โดยสารในปี 2554 ของฝ่ายวิจัย) อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินอุดหนุนดังกล่าว ยังขัดแย้งกับแนวทางของเพื่อไทยที่นายประภัสร์ จงสงวน หนึ่งในคณะทำงานด้านเศรษฐกิจได้ออกมาระบุว่า การปรับใช้ 20 บาททุกเส้นทาง จะสามารถปรับได้โดยไม่ต้องดำเนินนโยบายเพิ่มเติมใดๆ เมื่อขยายครบ 10 เส้นทาง ทำให้บทสรุปจากภาครัฐฯ ยังคงขาดความชัดเจน

ทั้งนี้ ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าปัจจุบันทั้ง BTS และ BMCL จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เพราะการทำธุรกิจยังคงอยู่ภายใต้สัมปทานที่มี โดยฝ่ายวิจัยยังเลือก BTS เป็น Top Pick ของกลุ่มจากผลบวกโดยตรงในการเปิดเส้นทางต่อขยายจาก ระบบเดิมของ BTS คือ อ่อนนุช – แบริ่ง ในวันที่ 12 ส.ค.นี้ ให้ราคาเป้าหมายของ BTS ไว้ที่ 1.07 บาทต่อหุ้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 สิงหาคม 2554, 13:41 น.

“สุพจน์” จี้ทำแผนงานประเคนรัฐบาลใหม่ เน้นสร้างรถไฟฟ้า-ถนน-รถเมล์เอ็นจีวี

Published กรกฎาคม 12, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

“สุพจน์” จี้ทำแผนงานประเคนรัฐบาลใหม่ เน้นสร้างรถไฟฟ้า-ถนน-รถเมล์เอ็นจีวี.

Pic_185631

เบื้องต้นมีโครงการที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า โครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน และการจัดหารถเมล์เพิ่ม โครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2…

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องจัดทำแผนงานเพื่อเสนอรัฐบาลชุดใหม่ โดยแบ่งเป็น 5 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์, ความปลอดภัย, การเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน, ระบบราง และการบริหารจัดการ ให้แล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์ โดยสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะรวบรวมข้อมูล และเสนอให้ กระทรวงรับทราบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในเบื้องต้นมีโครงการที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า โครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน และการจัดหารถเมล์เพิ่ม โครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2 โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการบริหารจัดการ 28 สนามบินภูมิภาค เป็นต้น

ส่วนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องแจกแจงความสำเร็จของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และโครงการที่จะต้องดำเนินการ สำหรับแผนก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนเป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาโครงการทั้ง 12 โครงการ 2 ระยะ ซึ่งหากพบว่ามีโครงการใดที่รัฐบาลต้องการเร่งดำเนินการ จะเสนอได้เร็วขึ้นและทำให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด “นโยบายพรรคเพื่อไทย จะเน้นพัฒนาโครงการก่อสร้างในกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาการจราจร เช่น โครงการก่อสร้างรถ ไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งอยู่ในแผนระยะที่ 2 ดังนั้น กระทรวงจะดึงมาเสนอ ครม.ก่อน รวมถึงจะเสนอแผนการจัดการโครงการในปี 55 ด้วย”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

‘แอร์พอร์ตลิงค์’หน้าบาน ผู้โดยสารเพิ่ม หลังเปิดเส้นทางพญาไท

Published มิถุนายน 9, 2011 by SoClaimon

8 มิถุนายน 2554, 20:20 น.
\’แอร์พอร์ตลิงค์\’หน้าบาน ผู้โดยสารเพิ่ม หลังเปิดเส้นทางพญาไท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177522

แอร์พอร์ต เรลลิงค์ เผยยอดรวมผู้โดยสารสาย Express Line เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลังเปิดให้บริการเส้นทาง Phaya Thai Express คาดว่าในอนาคตยอดผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากมีการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายด่วน (Express Line) ตั้งแต่วัน ที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา มียอดผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยมียอดผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 1,274 คน ( เฉลี่ยจาก 5 วัน ที่เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1-5 มิถุนายน 2554 ) หลังจากเปิดให้บริการเส้นทางสถานีพญาไท–สถานีสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้นายภากรณ์ฯ ยังกล่าวถึงกรณี ที่รถไฟฟ้าด่วนเส้นทางสถานีพญาไท – สถานีสุรรณภูมิ ไม่หยุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีมักกะสัน อันเนื่องมาจากการใช้ระบบรางในการเดินรถคนละราง โดยรางคู่กลางจะเริ่มจากสถานีมักกะสัน ไปยังสถานีสุวรรณภูมิ แต่สำหรับรถไฟฟ้าเส้นทางดังกล่าวได้ใช้รางเดียวกับรถไฟฟ้าสาย City line ที่เริ่มจากสถานีพญาไท มุ่งตรงสู่สถานีสุวรรณภูมิ สำหรับรถไฟฟ้าสาย Phaya Thai Express ใช้เวลาเดินทางเพียง 17 นาที อัตราค่าโดยสารเที่ยวเดียวราคา 90 บาท (ภายใน 1 วัน) และไป-กลับราคา 150 บาท (ภายใน 14 วัน) ซึ่งราคาโปรโมชั่นนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 54 นี้ เปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00- 24.00น. โดยมีรถให้บริการทุกๆ 30 นาที

ทั้งนี้ ในส่วนของขบวนรถไฟฟ้าด่วน(Express Line) มีทั้งหมด 4 ขบวน แต่ให้บริการต่อวัน จำนวน 3 ขบวนและจอดสำรองไว้ที่ศูนย์ซ่อมบำรุง คลองตัน จำนวน 1 ขบวน เพื่อใช้เป็นรถไฟฟ้าสำรองเมื่อรถไฟฟ้าที่ให้บริการในแต่ละวันเกิดเหตุ ขัดข้องขึ้น ก็จะนำรถไฟฟ้าที่จอดสำรองมาใช้วิ่งแทน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 มิถุนายน 2554, 20:20 น.

บี​ที​เอส​กรุ๊ป​ฉลุย​รับ​ต่อ​ขยาย​แบริ่ง

Published มิถุนายน 4, 2011 by SoClaimon

3 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
บี​ที​เอส​กรุ๊ป​ฉลุย​รับ​ต่อ​ขยาย​แบริ่ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176151

คนใช้รถไฟฟ้าต่อเนื่อง สร้าง​สถิติ​สูง​สุด​ใหม่ 145.2 ล้าน​เที่ยว​/คน คาดโตเพิ่ม15% จาก​การ​เปิด​ให้​บริการ​ส่วน​ต่อ​ขยาย​สาย​สุขุมวิท จาก​อ่อนนุช-แบริ่ง ใน​เดือน​ ส.ค. …

นาย​รัง​สิน กฤต​ลักษณ์ กรรมการ​บริหาร บริษัท บี​ที​เอส กรุ๊ป​โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย​ว่า ภาพ​รวม​ทางการ​เงิน​ปี​บัญชี 2553/2554 บริษัท​มี​ราย​ได้​จาก​การ​ดำเนิน​งาน​รวม 5,894.4 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ปี​ที่​ผ่าน​มา 4.7% โดย​ระบบ​ขนส่ง​มวลชน มี​ผู้​มา​ใช้​บริการ​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​ทุก​วัน ทำให้​จำนวน​ผู้โดยสาร​รถไฟ​ฟ้า​บี​ที​เอส​สร้าง​สถิติ​สูง​สุด​ใหม่ 145.2 ล้าน​เที่ยว​/คน ทั้งนี้​ ใน​เดือน​ มี.ค.​ที่​ผ่าน​มา มี​ผู้โดยสาร​ใช้​บริการ​รถไฟ​ฟ้า​เฉลี่ย​ใน​วัน​ทำ​การ​สร้าง​สถิติ​ใหม่​สูง​สุด​เท่ากับ 509,106 เที่ยว​/คน ใน​ขณะ​ที่​ราย​ได้​ทาง​ธุรกิจ​สื่อ​โฆษณา​สร้าง​สถิติ​สูง​สุด 1,369.9 ล้าน​บาท โดย​มี​อัตรา​เติบโต​สูง​ถึง 24.5% ทั้งนี้​ บริษัท​มี​กำไร​สุทธิ 284.9 ล้าน​บาท และ​กำไร​ที่​ลด​ลง​เมื่อ​เทียบ​กับ​ช่วง​เดียวกัน​ของ​ปี​ก่อน ​เกิด​จาก​ค่า​ใช้​จ่าย​ทางการ​เงิน​ที่​สูง​ขึ้น

“ใน​ปี 2554/2555 บริษัท​คาด​ว่า​จำนวน​ผู้โดยสาร​รถไฟ​ฟ้า​บี​ที​เอสจะ​เติบโต​ประมาณ 15% จาก​การ​เปิด​ให้​บริการ​ส่วน​ต่อ​ขยาย​สาย​สุขุมวิท จาก​อ่อนนุช-แบริ่ง ใน​เดือน​ ส.ค. ประกอบ​กับ​จำนวน​ผู้โดยสาร​ที่​เพิ่ม​ขึ้น​จาก​รถ​โดยสาร​บี​อาร์​ที และ​แอร์​พอร์ต​เรล​ลิงค์ ใน​ขณะ​ที่​ธุรกิจ​โฆษณาจะ​มี​การ​เติบโต​ที่​ชัดเจน​เช่น​เดียวกัน”

นาย​รัง​สิน กล่าว​อีก​ว่า ใน​ปี 2553/2554 ที่​ผ่าน​มา บริษัท​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​การ​เข้าไป​ถือ​หุ้น​บริษัท ระบบ​ขนส่ง​มวลชน​กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ใน​สัดส่วน 94.6% ใน​ขณะ​ที่​หลักทรัพย์ BTS ได้​รับ​คัดเลือก​เข้า​คำ​น​วน​ใน​ดัชนี SET 50 ซึ่ง​เป็น​บริษัท​มี​มูลค่า​ตลาด​ใหญ่​ที่สุด 50 อันดับ​แรก​ใน​ประเทศไทย นอกจาก​นี้​ บริษัท​ยัง​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​การ​ระดม​ทุน​มูลค่า 44,000 ล้าน​บาท และ​มี​การ​จ่าย​เงินปันผล​ระหว่าง​กาล​ให้​กับ​ผู้​ถือ​หุ้น 0.0129 บาท นับ​เป็น​การ​จ่าย​เงินปันผล​ครั้ง​แรก​นับ​ตั้งแต่​เกิด​วิกฤติ​เศรษฐกิจ​ใน​ภูมิภาค​เอเชีย นอกจาก​นี้​ บริษัท​ยัง​มี​นโยบาย​การ​จ่าย​เงินปันผล​ใน​อัตราส่วน​อย่าง​ต่ำ 50% ของ​กำไร​สุทธิ และ​เงินปันผล​ที่​จ่าย​คิด​เป็น​อัตรา​ผล​ตอบแทน​อย่าง​น้อย​ใน​ระดับ​เดียวกัน​ของ​บริษัท​จดทะเบียน​อื่นๆ ใน​ดัชนี SET 50.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

บอร์ดรฟท.คาดก.ย.54 ลงนามสัญญา1-2 สายสีแดงบางซื่อ-รังสิต

Published มิถุนายน 2, 2011 by SoClaimon

1 มิถุนายน 2554, 16:04 น.
บอร์ดรฟท.คาดก.ย.54 ลงนามสัญญา1-2 สายสีแดงบางซื่อ-รังสิต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_175806

บอร์ด รฟท.คาดก.ย.54 ลงนามในสัญญา 1 – 2 ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิตได้ ส่วนสัญญาที่ 3 เร่งผู้รับเหมาแก้ไขเอกสารให้ตรงตามข้อตกลง คาดไร้ปัญหา…

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย. 54 รฟท.จะสามารถลงนามเซ็นสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต สัญญาที่ 1-2 ได้ ส่วนสัญญาที่ 3 ที่มีปัญหาการประกวดราคานั้น จะมีการประกาศประกวดราคาใหม่โดยรายเดิมที่มีปัญหา เช่น เอกสารไม่ครบ การถือหุ้นไขว้ การลงวันที่ผิดในเอกสาร ก็ให้เร่งดำเนินการแก้ไข และสามารถร่วมประกวดราคาได้อีกแต่ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดให้แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อผิดพลาดต่างๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และมั่นใจว่าทั้งสามสัญญาจะเริ่มก่อสร้างในเวลาไล่เรี่ยกันและแล้วเสร็จในเวลาใกล้เคียงกัน

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้บริษัทไปหารือกับบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) เรื่องการบริหารงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรื่องอะไหล่ การเดินรถ และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบรถไฟฟ้าว่า บริษัทอื่นมีแนวทางในการดำเนินงานอย่างไรบ้างเพื่อเป็นแนวทางให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ได้นำไปปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานให้ดีขึ้น

ด้าน นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท.ได้มอบหมายให้แก้ไขปัญหาทั้งหมดของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ภายใน 1 เดือน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของตัวรถ การบริหารจัดการเรื่องอะไหล่สำรอง รวมทั้งการเพิ่มปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าด่วนหรือเอ็กเพรสไลน์ ซึ่งทางบริษัทได้จัดทำโปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2554 โดยลดค่าโดยสารเอ็กเพรสไลน์เที่ยวเดียวเหลือเพียง 90 บาท ขณะที่เดินทางไป-กลับ คิดราคาเพียง 150 บาท จากเดิมที่คิดอัตราค่าโดยสารไป-กลับเที่ยวละ 150 บาท

“รถไฟฟ้าเอ็กเพรสไลน์จะวิ่งให้บริการเพิ่มมากขึ้นเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ และคาดว่าแนวโน้มจะมีผู้โดยสาร หันมาใช้บริหารรถไฟฟ้าเอ็กเพรสไลน์มากขึ้นด้วย” นายภากรณ์ กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 มิถุนายน 2554, 16:04 น.
%d bloggers like this: