ยาสูบ

All posts tagged ยาสูบ

การสำรวจโรคไวรัสยาสูบประเภทบ่มไอร้อนในเขตปลูกจังหวัดเชียงใหม่ปี 2520-2521

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002044&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ภิญโญ จักรอิศราพงศ์; ณรงค์ นันทพันธ์; กาหร่าย พลัง; ปรีชา ตรีเพชร
ชื่อเรื่อง: การสำรวจโรคไวรัสยาสูบประเภทบ่มไอร้อนในเขตปลูกจังหวัดเชียงใหม่ปี 2520-2521
Article title: Survey of flue-cured tobacco virus diseases in Chieng-Mai plantation 2520-2521
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 58-58(1)
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: H20-Plant diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: NICOTIANA TABACUM, VIROSES, SURVEYS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ยาสูบ, โรคไวรัส, ประเภทบ่มไอร้อน, การสำรวจ, จ.เชียงใหม่
หมายเลข: 002044 KC1801060
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
โฆษณา

จำนำสนไหม? ระบบประกันใบยาสูบ กำไรไร่ละ2หมื่น

Published กรกฎาคม 16, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/357082

  • 15 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

Pic_357082

“ถ้าถามว่าระหว่างปลูกใบยาสูบกับปลูกข้าว อย่างไหนได้เงินดีกว่า ก็ต้องเป็นยาสูบ ไม่อย่างนั้นพ่อแม่คงไม่ปลูกมาจนถึงรุ่นเรา อย่างปีที่ผ่านมา หักต้นทุนแล้วมีเหลือเข้ากระเป๋า 8–9 แสนบาท กำไรไร่ละ 2 หมื่นเห็นๆ ส่วนข้าวได้แค่หลักพัน เพราะผลผลิตใบยาที่ได้เราจะส่งขายให้กับบริษัท ในราคาประกันที่แจ้งล่วงหน้า กันแบบปีต่อปี ปลูกปีนี้ ปีหน้ารู้เลยว่าได้เงินเท่าไร แต่จะได้มากน้อย อยู่ที่การดูแล  ผลผลิตมีเท่าไร รยส. โรงงานยาสูบ รับซื้อหมด”

นายชาญชัย อารีย์ ชาวบ้านตำบลห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกใบยาสายพันธุ์เวอร์ยิเนีย 40 ไร่ บอกว่า ชาวบ้านแถบนี้มีอาชีพปลูกใบยามาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า สืบทอดกันมาทั้งหมู่บ้าน ในรอบหนึ่งปี  เริ่มปลูกตั้งแต่เดือนธันวาคม เก็บเกี่ยวเดือนเมษายน

แต่การเตรียมดินจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน แล้วชาวบ้านจะนำเมล็ดพันธุ์จากทางสถานีใบยา หรือไม่ บางคนจะเก็บเมล็ดพันธุ์ต้นสวยๆไว้ทำพันธุ์  เอามาเพาะซึ่งเป็นวิธีเก่า

ปัจจุบัน รยส.ได้ร่วมกับสถานีทดลองยาสูบแม่โจ้ และ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดค้นสูตรการพอกเมล็ดพันธุ์ ให้มีขนาดใหญ่ ควบคู่กับการเติมสารป้องกันกำจัดโรคและแมลง เพื่อนำเมล็ดพันธุ์ไปใช้กับเครื่องหยอดเมล็ดได้…ดีกว่าแบบเก่า ที่ใช้วิธีหว่าน ถอนและชำกล้า  ซึ่งยุ่งยาก บางครั้งต้นกล้ายังช้ำเป็นแผล  การเติบโตชะงักติดโรคได้ง่าย

เมื่อกล้าอายุ 45 วัน ย้ายลงแปลงปลูก ระยะห่างระหว่างแปลง 1.2 เมตร ระหว่างต้น 60 นิ้ว เพื่อให้ใบยามีขนาดใหญ่ หนา น้ำหนักยาสด (เลโช) ดี หลังลงแปลงได้ 25-30 วันจะให้น้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ยสูตร 27-0-0 เป็นปุ๋ยเร่งใบเร่งรากจำนวน 15 กก./น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่น ประมาณ 45-60 วัน

การเก็บเกี่ยวเริ่มจาก “ใบยาตีน” ใบยาแรกนับจากโคน ถ้าทำดีๆ ใบตีนจะขายได้เท่าราคาประกัน ส่วน “ใบกลาง” เป็นใบที่สอง ถือว่าเป็นใบยาคุณภาพจะขายได้ราคาประกัน…ปลูกแต่ละครั้งจะเก็บทุก 10 วัน/ครั้ง จากนั้นนำมาลงเตาอบแห้ง ใบยาตีนสด 12 กก. จะเหลือน้ำหนัก 1 กก. ใบยากลาง 8 กก. อบแล้วเหลือ 1 กก. ส่วนใบยายอด 6 กก. เหลือ 1 กก. ส่งขายตามราคาประกัน

นายชาญชัยบอกว่า ที่รัฐบาลมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกใบยาสูบ แล้วให้เปลี่ยนอาชีพไปปลูกพืชอย่างอื่น คงเป็นไปไม่ได้เพราะทำไร่ยาสูบมีรายได้ที่แน่นอน ปลูกปีหน้า แต่ปีนี้รู้ล่วงหน้าว่า ราคาประกันอยู่ที่เท่าไร และปลูกกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า รุ่นพ่อรุ่นแม่ ราคามีแต่ปรับขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีลดเลย

รัฐบาลที่พร่ำเพ้อ จะอุ้มจะช่วยยกระดับรายได้ให้ชาวนา…น่าจะลองหันไปเยี่ยมๆ มองๆ เลียนวิธีช่วยชาวไร่ยาสูบ มาปรับใช้กับชาวนา น่าจะดีกว่าดันทุรังจำนำให้ชาติป่นปี้ เป็นไหนๆ.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 15 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

การใช้น้ำของพืชไร่ (ถั่วเหลือง ยาสูบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)

Published กุมภาพันธ์ 18, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002016&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ศจี เจริญยิ่ง
ชื่อเรื่อง: การใช้น้ำของพืชไร่ (ถั่วเหลือง ยาสูบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)
Article title: Trial on consumptive use of upland crops (Soybean, Tobacco, Corn)
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 31
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: GLYCINE MAX, NICOTIANA TABACUM, ZEA MAYS, PLANT WATER RELATIONS, VARIETIES, GROWTH, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: ถั่วเหลือง, ยาสูบ, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ปริมาณการใช้น้ำ, พันธุ์, การเจริญเติบโต, ผลผลิต
หมายเลข: 002016 KC1801032
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ชาวไร่ยาสูบชี้ร่าง พรบ.ควบคุมยาสูบกระทบอาชีพรุนแรง วอนรบ.-ส.ส.ภาคเหนือฟังเสียงเกษตรกร

Published สิงหาคม 30, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/20020

วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 16.08 น.

tags : ชาวไร่ยาสูบร่าง พรบ.ควบคุมยาสูบกระทบอาชีพรบ.ส.ส.ภาคเหนือเกษตรกร,
กลุ่มชาวไร่และผู้บ่มใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียทางภาคเหนือ แสดงความกังวลต่อร่างพรบ. ควบคุมการบริโภคยาสูบฉบับใหม่ เพราะจะส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบและแรงงานจำนวนกว่า 139,000   คนในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือซึ่งปลูกยาสูบเกือบ 70,000 ไร่ เนื่องจากหลายมาตรามีความคลุมเครือ จำกัดสิทธิชาวไร่ และให้อำนาจกระทรวงฯ ในการออกกฎหมายลูกภายหลังโดยไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากชาวไร่ยาสูบและผู้เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้รัฐบาลและส.ส. ภาคเหนือคำนึงถึงผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือ

สมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบในภาคเหนือ 6 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้บ่มฯ เชียงใหม่ สมาคมผู้บ่มฯ ลำปาง สมาคมผู้บ่มฯ น่าน สมาคมผู้บ่มฯ เชียงราย-พะเยา สมาคมผู้บ่มฯ แพร่ และ สมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเองเชียงใหม่ พร้อมด้วยตัวแทนชาวไร่ยาสูบภาคเหนือกว่า 400 ราย ได้เข้าร่วมฟังประชาพิจารณ์ร่างพรบ. ควบคุมการบริโภคยาสูบ พ.ศ…… ในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา และได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายในหลายประเด็นเพราะจะมีผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นต้นน้ำของธุรกิจยาสูบ ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าว ใช้ถ้อยคำที่กว้างมากและขาดความชัดเจนในหลายประเด็น อีกทั้งยังให้อำนาจกับกระทรวงสาธารณสุขไปปออกกฎเกณฑ์เพื่อขยายอำนาจให้เจ้าหน้าที่ภายหลังเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายกรณีเป็นการจำกัดหรือริดรอนสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญซึ่งควรจะผ่านกระบวนการของผู้แทนราษฎร โดยมาตราที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวไร่เช่น มาตรา 39 ในการห้ามใช้ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ยาสูบซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงหรือออกประกาศภายหลังที่เกี่ยวข้องกับส่วนประกอบโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นใด ๆ ซึ่งสามารถบีบบังคับให้ชาวไร่ยาสูบและผู้บ่มถึงขั้นหมดอาชีพ

นายสุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่มฯ จังหวัดลำปาง กล่าวว่า “สิ่งชาวไร่กังวลเป็นอย่างยิ่งคือมาตรา 39 เรื่องส่วนประกอบ ซึ่งได้เปิดช่องให้รัฐมนตรีมาออกประกาศห้ามการใช้ส่วนประกอบในภายหลังนอกเหนือจากกฎกระทรวง โดยถ้าหากมีการประกาศห้ามใช้ส่วนประกอบที่จำเป็น ก็จะมีผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบอย่างรุนแรง ซึ่งถึงขั้นหมดอาชีพ นอกจากนั้น ยังมีการจำกัดสิทธิของชาวไร่ เช่นในมาตรา 14 ให้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ ที่ทำหน้าที่ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการออกกฎหมาย ซึ่งมีแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้แทนจาก NGO กลุ่มรณรงค์เรื่องการไม่สูบบุหรี่ แต่กลับไม่มีผู้แทนจากกลุ่มชาวไร่ยาสูบซึ่งจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ เข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อให้ความคิดเห็นก่อนจะกำหนดออกมาเป็นระเบียบกฎหมาย ซึ่งการออกกฏหมายโดยไม่มีความรู้ด้านยาสูบและศึกษาผลกระทบนั้น ไม่เป็นธรรมกับชาวไร่และส่งผลร้ายแก่ภาคเกษตรกรรมยาสูบไทยอย่างยิ่ง ซึ่งในภาคเหนือนั้นเกษตรกรรมยาสูบเป็นอาชีพที่เป็นวัฒนธรรมที่คนเมืองสืบทอดกันมากว่า 3-4 ชั่วอายุคน”

นางสาวสกาวรัตน์ โลหะโชติ นายกสมาคมผู้บ่มฯ จังหวัดน่าน กล่าวว่า “ในร่างพรบ. ฉบับนี้ มีการให้อำนาจรัฐมนตรีไปออกเป็นกฎหมายลูกเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นอะไรที่กว้างมาก ไม่ทราบว่าต่อไปจะมีการกำหนดกฎกระทรวงหรือประกาศกระทรวงใดเพิ่มเติม เหมือนการเซ็นต์เช็คเปล่าให้คณะกรรมการ ตัวอย่างเช่นในหมวด 4 ซึ่งมี 15 มาตรา มีการให้อำนาจเป็นออกกฎเกณฑ์ภายหลังได้ 8-9 มาตรา ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่ต้องผ่าน ส.ส.หรือสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น”

นางวรนุช จิตตาลาน นายกสมาคมผู้บ่มฯ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มว่า “คณะผู้ยกร่างฯ ได้คำนึงถึงหรือไม่ว่าบางมาตรานั้นเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ที่ทำผิดกฎหมายเช่นบุหรี่เถื่อนบุหรี่ปลอม เช่นมาตรา 40 มีความตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ซองบุหรี่มาตรฐานที่จะทำให้บุหรี่ปลอมทำได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งไม่ได้ทำให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลงแต่อย่างใด แต่จะกลับทำให้ความต้องการใช้ใบยาสูบลดลง ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้ ส.ส. 25 ท่านในภาคเหนือซึ่งปลูกยาสูบเกือบทุกจังหวัดได้รับฟังผลกระทบและความกังวลของชาวไร่ยาสูบในพื้นที่ของท่าน”

นอกจากนั้น ยังมีมาตราที่เพิ่มภาระแก่ชาวไร่ เช่น การจำกัดการติดต่อระหว่างชาวไร่ยาสูบ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาสูบและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งการติดต่อกันเป็นประจำและเป็นปกติไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานยาสูบ การออกกฎหมายมาปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นหรือการติดต่อนั้นถือเป็นแนวคิดที่ขัดกับหลักธรรมภิบาล ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการเสนอมาตรการให้ปลูกพืชทดแทนและงดให้ความช่วยเหลือแก่ชาวไร่ตามข้อเสนอของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบหรือ FCTC ที่จะมีการประชุมที่เกาหลีใต้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งชาวไร่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้และจะขอให้มีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าวเพราะยาสูบเป็นพืชที่ทำรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวไร่มากกว่าพืชอื่น ทั้งนี้สมาคมผู้บ่มฯ (ส.ย.ท.) จะเป็นตัวแทนชาวไร่ยาสูบทางภาคเหนือในการทำจดหมายถึงกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง รวมทั้ง ส.ส. ในภาคเหนือเพื่อชี้แจงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวไร่ยาสูบจากร่างกฎหมายฉบับนี้และจากกรอบอนุสัญญาฯ เพื่อให้พิจารณาแก้ไขต่อไป

การศึกษาการสกัดวัตถุมีพิษจากต้นยาสูบและพืชอื่นๆ

Published พฤษภาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001749&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ประยูร ดีมา; อุดมลักษณ์ เพชรมาลา; เทียนชัย ธงสินธุศักดิ์; นงเยาว์ กะปุกนาก; สมบัติ กาญจนศูนย์
ชื่อเรื่อง: การศึกษาการสกัดวัตถุมีพิษจากต้นยาสูบและพืชอื่นๆ
Article title: Study on the extraction of toxic substance from tobacco and other plants
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 16 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ 2521: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2521
หน้า: หน้า 115-115(1)
จำนวนหน้า: 126 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2521)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: H10-Pests of plants
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: NICOTIANA TABACUM, TOXIC SUBSTANCES, NICOTINE, EXTRACTION, INSECT CONTROL
ดรรชนี-ไทย: ยาสูบ, สารพิษ, นิโคติน, การสกัด, การป้องกันกำจัดแมลง
หมายเลข: 001749 KC1601116
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การใช้ยาป้องกันโรคใบหดของยาสูบ

Published พฤษภาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001737&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อุทิศ เกตุทัต
ชื่อเรื่อง: การใช้ยาป้องกันโรคใบหดของยาสูบ
Article title: Effects of pesticides on leaf curl virus of tobacco
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 16 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ 2521: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2521
หน้า: หน้า 103
จำนวนหน้า: 126 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2521)
หมวดหลัก: H20-Plant diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: NICOTIANA TABACUM, LEAF CURLS, PLANT VIRUSES, BEMISIA TABACI, PESTICIDES
อรรถาภิธาน-ไทย: NICOTIANA TABACUM; อาการใบม้วน; PLANT VIRUSES; BEMISIA TABACI; สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ดรรชนี-ไทย: ยาสูบ, โรคใบหด, เชื้อไวรัส, แมลงหวี่ขาว, สารป้องกันกำจัดโรคพืช
หมายเลข: 001737 KC1601104
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เที่ยวไปในยาสูบโมเดล

Published เมษายน 25, 2012 by SoClaimon

เที่ยวไปในยาสูบโมเดล

  • 21 เมษายน 2555 เวลา 12:26 น.

โดย…จำลอง บุญสอง

พ่อผมสูบบุหรี่เหมือนกับคนอื่นๆ ในยุคเดียวกัน แม้ผมต้องช่วยพ่อมวนหรือต้องจุดบุหรี่ใส่ปาก หลังจากขึ้นจากการงมปลาในน้ำ ก็ไม่ได้ทำให้ผมรำคาญเพราะผมรักพ่อ

ผมมีปฏิสัมพันธ์กับบุหรี่ไม่เพียงแต่คอยทำหน้าที่จุดบุหรี่ใส่ปากเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ขี่จักรยานไปซื้อบุหรี่ให้พ่อและเพื่อนของพ่อที่มาสังสรรค์กันที่บ้านทุกๆ เย็นอีกด้วย

แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ไม่ได้ทำให้ผมติดบุหรี่ แม้จะเคยสูบบุหรี่เลียนแบบผู้ใหญ่ตอนวัยรุ่นก็ตาม ที่ไม่ติดบุหรี่ก็เพราะผมมีพ่อเป็น “ครู” ด้านกลับ คือนอกจากจะเหม็นควันบุหรี่แล้ว ยังเห็นว่าการสูบบุหรี่คือการเผาเงินทิ้งไปเฉยๆ นั่นเอง

สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมและเพื่อนนักข่าวหลายคนที่ไม่สูบบุหรี่ ถูกเชิญไปเที่ยวไร่ยาสูบของโรงงานยาสูบที่เพชรบูรณ์ เมืองทะเลภูเขา ที่มี “ไร่ยาสูบ” เป็นตราประจำจังหวัด

ถูกชวนทีแรกผมนึกในใจว่า พีอาร์บ้าอะไรวะ มาชวนคนเกลียดบุหรี่ไปเที่ยวไร่ยาสูบ แต่ผมก็ไปเพราะพีอาร์ไม่ว่าใครหรืออยู่ที่ไหนก็คือพี่น้องของนักข่าว เราจะเขียนอะไรก็เรื่องของเรา พีอาร์ไม่เกี่ยว อีกอย่างผมถือว่าการเดินทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ที่ไหน มันก็คือความรู้ มันก็คือความสัมพันธ์ มันก็คือความเข้าใจ ไม่เดินทางก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ และไม่มีความสัมพันธ์ สัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนสัมมาทิฐิในสมองคนให้เต็มแผ่นดิน

ผมเคยสัมผัสกับโรงงานยาสูบมาก่อนเมื่อครั้งไปถ่ายภาพ ทำข่าวการนัดหยุดงานของกรรมกรโรงงานยาสูบที่นำโดยสหภาพ สหภาพแรงงานโรงงานยาสูบสมัยโน้นเข้มแข็งพอๆ กับกรรมกรรถไฟและกรรมกรไฟฟ้า ต่างที่กรรมกรรถไฟกับกรรมกรไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นชาย ส่วนคนงานโรงงานยาสูบส่วนใหญ่เป็นหญิง หญิงที่วัยรุ่นอย่างผม “ไม่กล้าจีบ”

ที่ไม่กล้าจีบก็เพราะเธอๆ เหล่านั้นเป็น “รุ่นป้า” ป้าที่มี “ปากคล้ายตะไกร”

พวกป้าๆ เหล่านั้นมีความสัมพันธ์ทางตรง โดยไม่ต้อง “นับญาติ” เพราะทุกคนเป็นญาติกันโดยการทำงาน ทำงานด้วยกันจากรุ่นสู่รุ่น และก็ด้วยความสัมพันธ์แบบไม่ต้องเกรงใจใครที่เป็น Norm ของพวกเธอนั่นเอง ที่ทำให้ช่างภาพ นักข่าวหนุ่มที่ไปทำข่าวกลายเป็น “ลูกเขย” ไปด้วยปาก ปากของแม่ยายที่ลูกเขยที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา “ลูกสาว” แม่เลย

แม้การปกครองสมัยโน้นจะเป็นการปกครองแบบเผด็จการ แต่ความเป็นเผด็จการในอดีตก็ร้ายไม่เท่าเผด็จการในปัจจุบัน กรรมกรนอกจากจะมีสิทธิในการชุมนุมเพื่อการต่อรอง (เพื่อปรับดุล) ที่มากกว่าแล้ว โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนยังมีมากกว่าอีกด้วย ผิดกับปัจจุบันที่เผด็จการออกกฎหมายเอื้อต่อนายจ้างอย่างเห็นได้ชัด ลูกจ้างแทบจะเรียกได้ว่าเป็นทาสในโรงงานไปโดยเฉพาะในโรงงานเอกชนขนาดย่อม

ผมสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า ทำไมคนโรงงานยาสูบจึงมีอายุมากผิดกับโรงงานของเอกชนที่มีแต่สาวๆ ศึกษาไปลึกๆ จึงพบว่า เพราะความเป็นรัฐวิสาหกิจนั่นเองที่ทำให้คนเหล่านั้นอยู่ได้ รัฐวิสาหกิจนั่นเองที่หล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่ “ให้ค่า” แก่มนุษย์ “ผู้ลงแรง” เสมอกับมนุษย์ “ผู้ลงทุน”

ผมไปยืนยัน “วัฒนธรรมองค์กร” ของยาสูบอีกครั้งกับชาวไร่ยาสูบและเอเยนต์ที่เพชรบูรณ์ ลูกไร่และเอเยนต์เหล่านี้เป็นหนึ่งใน “ห่วงโซ่” ของโรงงานยาสูบมา “หลายเจเนอเรชัน” แล้ว

“ปฏิสัมพันธ์” ที่ยาวนานของ “ห่วงโซ่การผลิต” นี่เองที่ทำให้ผมทึ่ง ไม่คิดว่าบนโลกแห่งการ “แสวงหากำไรสูงสุด” ของระบบทุนนิยมที่โหดร้ายนั้น ยังจะมีองค์กรที่ไม่แสวงหา “กำไรสูงสุด” หลงเหลืออยู่ได้อีกหรือ? นักการเมืองหน้าเลือดยังไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจไปอยู่ในมือของเอกชนที่พวกเขาคอยช้อนซื้อหุ้นเอาไปครองแบบ ปตท.ได้อยู่อีกหรือ?

ไม่น่าเชื่อว่า ในขณะที่ “ลูกไร่” ในโรงงานการเกษตรของ “เอกชน” ต่างล้วนถูก “ขูดรีดแรงงานส่วนเกิน” ตั้งแต่กล้าพันธุ์ ปุ๋ย (หรืออาหารสัตว์) ไปจนถึงการกดราคาผลผลิตกันหมดสิ้นแล้ว (ไม่ต้องบอกว่ารายใด) แต่ “ลูกไร่” ของโรงงานยาสูบ ไม่เพียงแต่จะได้รับกล้าพันธุ์คุณภาพฟรีเท่านั้น พวกเขายังได้รับความช่วยเหลือในเรื่องปุ๋ย ยากำจัดหนอนเพลี้ย (ชนิดควบคุมในระยะแรก) อีกต่างหาก

ใช่แต่เพียงเท่านั้น นอกจากการได้รับการประกันราคาก่อนการปลูกแล้ว ถ้าปีใดฟ้าฝนไม่ดี พวกเขายังจะได้เพิ่มราคาต่อกิโลกรัม เพื่อให้ลูกไร่เหล่านั้นได้รับผลตอบแทนสมกับการลงแรงให้โรงงานยาสูบอีกด้วย มีที่ไหนที่มีหมอไปตรวจเลือด วัดความดันให้ลูกไร่ฟรีๆ และสามารถ “กู้เงิน” ลงทุนจากโรงงานยาสูบในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาดในโอกาสต่อไปอีกด้วย

เอกชนอาจจะบอกว่า ใช่สิ พวกคุณเอาเงินราษฎรผู้เสียภาษีมาลงทุนนี่ พวกคุณจึงไม่ต้องมาเอารัดเอาเปรียบคนงานเพื่อ “สะสมกำไรสูงสุด” เอาไว้ลงทุน

ขอโทษ…โรงงานยาสูบไม่ได้เอาเงินรัฐมาเลี้ยงดูคนงานเลย เลี้ยงดูตัวเองมาตลอด แถมวันดีคืนดีรัฐไม่มีเงิน โรงงานยาสูบยังต้อง “ซื้อแสตมป์” ล่วงหน้า เพื่อเอาเงินส่วนนั้นให้รัฐไปใช้สอยยาม “หมดตูด” อีกต่างหาก

“โรงงานยาสูบอยู่ได้ก็เพราะชาวไร่” รองผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ผู้มีชีวิตคลุกคลีอยู่กับชาวไร่มาตลอดชีวิตของการทำงาน บอกผม เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่ “สืบสาน”

“วัฒนธรรมยาสูบ”

“ยาสูบโมเดล” ที่เจอ ทำให้ผมนึกถึง “ภูฏานโมเดล” ที่เอาความสุขของประชากรมาเป็นดรรชนีชี้วัดความเจริญ แทนที่จะใช้รายได้ประชาชาติมาวัด โมเดลเหล่านี้ทำให้ผมนึกไปถึงการ “ทำไร่บนหลังคนโมเดล” จนทำให้ประธานบริษัทกลายเป็น “ผู้ร่ำรวยยิ่ง” ร่ำรวยจากการขูดรีดแรงงาน การปิดตลาด และการ “ตกเขียว” นักการเมืองเอาไว้ในมือ “ทุกสี”

แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่ แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ใครจะทำลาย “โรงงานยาสูบไทย” เพราะรู้ดีว่าถึงแม้จะไม่มีโรงงานยาสูบ แต่คนติดบุหรี่ก็หาทางสูบมันจนได้ เมื่อขจัดคนสูบบุหรี่ไม่ได้แล้ว เราจะไปขจัดโรงงานยาสูบไทย เพื่อให้ต่างชาติเอาเงินก้อนนี้ไปกินฟรีทำไม

ใครอยากเป็นแนวร่วมต่างชาติ ด้วยการมัดโรงงานยาสูบไทยก็ทำ ผมไม่เอาด้วย และจะเล่นงานแนวร่วมวิสาหกิจต่างชาติพวกนั้นด้วย ไม่ต้องบอกว่าแนวร่วมต่างชาติเหล่านั้นเป็นใคร เข้ามาบังคับสภาพทางการเมืองไทยในรูปใด

ผมยืนยันอีกครั้งก่อนจบเรื่องนี้ว่าผมไม่ใช่คนสูบบุหรี่ และไม่ต้องการให้ใครสูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน เพราะเชื่อว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และนำไปสู่การสูญเสียไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทองหรืออื่นใด แต่แม้ว่าผมจะไม่ชอบบุหรี่และรำคาญคนสูบบุหรี่ที่มาบังคับให้ผมสูดควันที่ระบายออกจากปอดและปากของพวกเขาอย่างไม่ยุติธรรมเพียงใด แต่ผมก็รักคนโรงงานยาสูบเหมือนที่รักและห่วงใยคนสูบบุหรี่

ชื่นชมในความสัมพันธ์ที่ไม่เอารัดเอาเปรียบของ “ผู้ลงทุน” ที่มีต่อ “ผู้ลงแรง” ให้เกียรติกันและกันในฐานะ “หุ้นส่วน” ไม่ใช่ “นาย” กับ “ลูกน้อง” ถึงแม้ว่าลูกไร่บางคนอาจจะเรียกพนักงานโรงงานยาสูบที่ไปให้การแนะนำว่า “นาย” ก็ตาม

ยุคทุนนิยมกำลังล่มสลายลงเพราะทุนนิยม “กินหาง” ตัวเองเพื่อยังชีพ “สร้างเพื่อทำลาย” ซึ่งท้ายที่สุดก็ทำให้ทุนนิยม “ตายลง” และเมื่อนั้น “ยาสูบโมเดล” จะกลายเป็นทางออก ทางออกที่อาจจะไม่มีโรงงานยาสูบอีกต่อไป ถ้าโลกทั้งโลกเลิกสูบบุหรี่

ยาสูบที่ปลูกในไทยเวลานี้มี 3 พันธุ์หลัก คือ เวอร์จิเนีย เบอร์เล และเตอร์กิส ภาคเหนือนิยมปลูกเวอร์จิเนีย ภาคเหนือตอนกลางเบอร์เล และอีสานที่มีน้ำน้อย “เตอร์กิส” ที่ “หอม” กว่า

ยาสูบที่ดีจะอยู่ในเขตพื้นที่ที่แกนโลกเอียงได้แดดนานกว่าส่วนอื่นของโลก เช่น รัฐเวอร์จิเนีย นอร์ทแคโรไลนา สิบสองปันนา และอื่นๆ เพราะแสงแดดที่ส่องนานจะไปทำให้ต้นยาสามารถสังเคราะห์แสงมาแปรเป็นคุณภาพได้แบบเดียวกับ “กาแฟ”

คนทำงานไร่ยาสูบต่างจากชาวนาก็คือต้องขยันกว่า แต่การขยันกว่าไม่ใช่เรื่องของการขยันให้น้ำ เพราะการให้น้ำมากจะไปทำให้ยาสูบใบโตและมีนิโคตินมาก ผู้ปลูกยาสูบจึงต้องให้น้ำแบบพอดีๆ

ความพอดีนั่นแหละที่จะทำให้ลูกไร่ยาสูบมีรายได้ที่มากกว่าชาวนาที่ทำนาในพื้นที่ขนาดเดียวกัน

ปล. ผลของการค้าเสรีอาเซียนจะทำให้โรงงานยาสูบ “ถูกชก” แบบเดียวกับวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมของไทยที่ถูกทุนใหญ่จากต่างชาติทำลาย เพราะประเทศไทยเป็นระบอบเผด็จการที่การปกครองเอื้อต่อทุนใหญ่ ดังนั้น การค้าเสรีอาเชียนจึงให้ประโยชน์ต่อทุนผูกขาดไทยและต่างชาติเท่านั้น กรรมกรและวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมไทยมีแต่เจ๊งกับเจ๊งครับ!

ปลูกยาสูบช่วงแล้งที่…ห้วยไร่ ก่อนปรับแปลงรอน้ำ ทำนาปี

Published เมษายน 18, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/253701

18 เมษายน 2555, 05:00 น.

Pic_253701

ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ในหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงทำไร่ ปลูก “ใบยาสูบ” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย ฯลฯ รวมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์

นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กระทรวงการ คลัง เปิดเผยว่า ใบยาเป็นพืชต้องใช้ระยะเวลาปลูก 2-3 เดือน โดยใบยามี 3 ประเภทคือ เวอร์ยิเนีย ปลูกทางภาคเหนือตอนบนบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน หนองคาย และนครพนม ใบยาเบอร์เล่ย์ พื้นที่ปลูกอยู่แถวสุโขทัย เพชรบูรณ์ และปัจจุบันขยายเข้ามาที่อุตรดิตถ์ และ ใบยาเตอร์กีช ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ไม่ชอบน้ำมาก จะปลูกในแถบจังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และนครพนม

นางหนูจันทร์ คำโสมนางหนูจันทร์ คำโสม

…แต่เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนต่างหันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น  ดังนั้น จึงปรับทิศทางการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ รวมทั้งการปลูกด้วยระบบ GAP ภายใต้หลักเกณฑ์ของ CORESTA ทั้งด้านการจัดการดิน น้ำ ความสมบูรณ์ของพันธุ์และการคัดเลือก การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การจัดการบ่มใบยา เก็บรักษา ฝึกอบรมชาวไร่ และอื่นๆ…

นายปริญญา สุวงศ์วาร ผู้จัดการ สนง.เพชรบูรณ์ บอกต่อว่า  การส่งเสริมพื้นที่ปลูกให้กับเกษตรกรนั้น จะสนับสนุนตั้งแต่ต้นกล้าเข้าไปดูแลปุ๋ย ส่งเสริมขั้นตอนวิธีการปลูก พร้อมทั้งพัฒนาควบคุมการใช้ปุ๋ย รวมทั้งงดการใช้ยาฆ่าแมลง โดยมีองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมความร่วมมือในงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยาสูบในระดับนานาชาติ  (CORESTA) เป็นตัวคุม โดยโรงงานจะกำหนดราคาก่อนการปลูก แล้วหลังปิดครอบ (ปลายปี) จะมาดูเรื่องต้นทุนหากสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เกษตรกรสามารถเปิดการเจรจาขึ้นอีกครั้งได้

เสียบไม้และภายในโรงบ่มเสียบไม้และภายในโรงบ่ม

นางหนูจันทร์ คำโสม เกษตรกรตำบลห้วยไร่ อ.หล่มสัก เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ ปลูกใบยาสูบมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ที่ถือเป็นอาชีพหลักทำเงินก้อนให้กับชาวบ้านในแถบนี้มาช้านาน การปลูกนั้นเริ่มแรกจะเพาะต้นกล้า ไถแปลงดิน ขึ้นร่องปูด้วยฟาง ลงกล้าหลัง 3 วัน ถ้าต้นไหนไม่สมบูรณ์จะถอนออกแล้วเสริมใหม่ และอีก 4 วัน จึงใส่ปุ๋ย และให้น้ำทุกๆ 7 วัน

…เมื่อใบยาได้ 20-22 ใบ จะตอนยอด (เด็ดดอกทิ้ง) เป็นการควบคุมนิโคติน ทำให้ใบยามีความหนา สมบูรณ์คุณภาพ หรือที่เรียกว่าใบ “ฟก” หลังนำไปบ่มสีจะสวยขายได้ราคา หากเป็นใบ ยาตีน (โคนต้น) ใช้เวลาบ่ม 20-25 วัน ใบสอง บ่ม 30-40 วัน แล้วส่งขายให้กับทางโรงยาฯราคากิโลละ 60 บาท ส่วนใบที่ไม่สวยจะเอาไปหลอม (เข้ากำยาเส้น) ขายให้พวกพ่อค้าเร่ในราคากิโลละ 10-15 บาท

หลังหักต้นทุนจะเหลืออยู่ที่ 60,000-70,000 บาท จากนั้นก็จะหันไปปรับหน้าดินเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำนาปีต่อไป   ใครที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ โทร.08-1971-1395 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 18 เมษายน 2555, 05:00 น.

ตามไปดูวิธีการปลูกยาสูบ’จีเอพี (GAP)’

Published เมษายน 9, 2012 by SoClaimon

ตามไปดูวิธีการปลูกยาสูบ’จีเอพี (GAP)’

 เกษตร : คอลัมน์ ท่องโลกเกษตร – ตามไปดูวิธีการปลูกยาสูบ ‘จีเอพี (GAP)’ ยกระดับชีวิตชาวไร่เสริมรายได้หลังทำนา – โดย … สุรัตน์ อัตตะ

          ยาสูบ จัดเป็นพืชควบคุมภายใต้พระราชบัญญัติยาสูบ ซึ่งถือใช้โดยกรมสรรพสามิต เป็นพืชที่ใช้ใบในการให้ผลผลิตและใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมการผลิตบุหรี่ ซึ่งประเทศไทยจะปลูกกันมากในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ปัจจุบันยาสูบที่นิยมปลูกกันมากมีอยู่ 3 สายพันธุ์ประกอบด้วย เวอร์จิเนีย (Virginia) เบอร์เลย์ (Burley) และเตอร์กิช(Turkish) โดยผลผลิตเกือบทั้งหมดจะส่งให้แก่โรงงานยาสูบและบริษัทผลิตบุหรี่ข้ามชาติ

จากการรายงานของกรมสรรพสามิตพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยาสูบรวม 207,147 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย 67,977 ไร่ พันธุ์เบอร์เลย์ 78248 ไร่ และพันธุ์เตอร์กิช 60,922 ไร่ โดยจังหวัดที่มีการปลูกยาสูบมากที่สุด คือ เพชรบูรณ์ประมาณ 19,860,839 กิโลกรัม/ปี และยังไม่มีขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม

“ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้จะตามคณะผู้บริหารโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง นำโดย “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” ผู้อำนวยการ พร้อมสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิตตระเวนดูวิถีชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบและกระบวนการผลิตใบยาของชาวไร่ใน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้นกว่า 5,000 ไร่ โดยจะเน้นสายพันธุ์เบอร์เลย์เป็นหลัก

ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบเปิดเผยข้อมูลระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ภายใต้โครงการระบบการปฏิบัติงานด้านการเกษตรที่ดี (จีเอพี) ตามหลักเกณฑ์ของ CORESTA ว่า โรงงานยาสูบได้กำหนดเป็นนโยบายให้กระบวนการผลิตใบยาเบอร์เลย์ของชาวไร่ในสังกัด ดำเนินการภายใต้ “ระบบการปฏิบัติงานด้านเกษตรกรรมที่ดี” ตามมาตรฐานของ CORESTA ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมความร่วมมือในงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยาสูบในระดับนานาชาติ ซึ่ง CORESTA มุ่งเน้นผลิตใบยา Clean Tobacco

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมยาสูบและบุหรี่ต้องดำเนินงานภายใต้ภาวะแรงกดดันจากสังคม เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค ทำให้ต้องหาทางปรับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยาสูบโลก โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบที่ใช้ผลิตบุหรี่ ซึ่งมีใบยาสูบเป็นส่วนผสมหลัก ดังนั้น จึงมีการศึกษาค้นคว้า วิจัยและพัฒนาเพื่อแสวงหาความรู้เกี่ยวกับยาสูบ มุ่งสู่แนวทางการผลิตใบยาและบุหรี่ ที่ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น ตลอดจนรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

“โรงงานยาสูบจะจัดสรรโควตาผลิตใบยาให้ชาวไร่ทราบก่อนเริ่มการเพาะปลูกยาสูบ รวมทั้งแจ้งสภาวะการผลิตใบยา ซึ่งระบุถึงความต้องการใบยาทั้งในส่วนของโรงงานยาสูบ และส่วนที่บริษัทส่งออกรับซื้อผ่านโรงงานยาสูบ โดยกำหนดราคารับซื้อใบยาแต่ละชั้นใบยาที่แน่นอน พร้อมทั้งติดตามแนะนำส่งเสริมการผลิตใบยาทุกขั้นตอนเพื่อทำให้ชาวไร่เกิดความเชื่อมั่นในอาชีพเพาะปลูกยาสูบ” ผอ.โรงงานยาสูบกล่าว

ปริญญา สุวงค์วาร ผู้จัดการสำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์กล่าวเสริมว่า  สำหรับยาสูบที่ปลูกในเขตพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์จะใช้พันธุ์ “เบอร์เลย์” ทั้งหมด ซึ่งใบยาสูบสายพันธุ์นี้มีคุณสมบัติพิเศษกว่าใบยาประเภทอื่น คือ มีโครงสร้างโปร่ง ดูดซับน้ำหอมน้ำปรุงได้ดี มีคุณสมบัติในการเผาไหม้ดี ใบยาแห้งมีสีเนื้อหรือสีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีน้ำตาลแก่ ปริมาณนิโคตินสูง ปริมาณน้ำตาลน้อยมาก น้ำหนักเบา คุณภาพในการบรรจุมวนดี เป็นใบยาที่มีคุณภาพดี มีกลิ่นหอมคล้ายโกโก้ และเป็นใบยาประเภทหนึ่งที่ใช้ในการผลิตบุหรี่

ส่วนการผลิตใบยาเบอร์เลย์ จีเอพี ภายใต้หลักเกณฑ์ของ CORESTA จะมุ่งเน้นการจัดการดินและน้ำเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดความยั่งยืน ดูความสมบูรณ์ของพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์ เพื่อเกิดความมั่นใจว่ามีการใช้พันธุ์ยาสูบที่ถูกต้อง จากนั้นการจัดการการเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นปริมาณและคุณภาพที่ต้องการ มีการจัดการสารเคมีทางการเกษตรเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งเกษตรกรผู้ใช้สารเคมี ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ใบยาสูบ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“เทคนิคการบ่มใบยาของเราเป็นไปอย่างถูกต้องในทุกขั้นตอนและประหยัดพลังงาน ลดสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ใช่ยาสูบเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบมีความสะอาด เป็นที่ต้องการของการตลาด ที่สำคัญเรามีการฝึกอบรมชาวไร่เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในทุกขั้นตอนของการผลิตใบยาอย่างถูกต้อง” ผู้จัดการสำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์กล่าว

ด้าน หนูจันทร์ คำโสม อายุ 44 ปี เกษตรกรชาวไร่ยาสูบใน ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจีเอพี ยอมรับว่า หลังเข้าร่วมโครงการมากว่า 2 ปี ทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นและสามารถลดต้นทุนการใช้สารเคมีลง ทำให้มีรายได้เฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้น  ปัจจุบันสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เฉลี่ย 200-250 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่มีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 6 ไร่ โดยผลผลิตทั้งหมดจะส่งให้แก่โรงงานยาสูบ ซึ่งให้โควตามา 1,600 กิโลกรัม

“ตอนนี้ราคาใบยาอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ทางโรงงานยาสูบจะรับซื้อผลผลิตทั้งหมด แต่ไม่เกินโควตาที่เขาให้มา พอหมดยาสูบก็เตรียมพื้นที่เพื่อทำนาปลูกข้าวต่อไป สลับกันอย่างนี้ เพราะยาสูบเป็นรายได้หลัก แต่ทำนาเพื่อปลูกข้าวไว้กิน ที่เหลือก็ขายด้วย” เกษตรกรรายเดิมกล่าวทิ้งท้าย

การยกระดับการผลิตใบยาสูบของชาวไร่ด้วยโครงการจีเอพี จนได้ใบยาที่มีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคปลอดภัย ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานโรงงานยาสูบไทย

———-

(หมายเหตุ : เกษตร : คอลัมน์ ท่องโลกเกษตร – ตามไปดูวิธีการปลูกยาสูบ ‘จีเอพี (GAP)’ ยกระดับชีวิตชาวไร่เสริมรายได้หลังทำนา – โดย … สุรัตน์ อัตตะ)

———-

ผลของย่าฆ่าแมลงประเภทต่างๆ ในอาหารเทียมมีต่อ Haemolymph esterase activity ของหนอนกินใบยาสูบ Manduca sexta (L.)

Published เมษายน 8, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001400&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Dahlman, D.L.; อรุณี วงษ์กอบรัษฎ์
ชื่อเรื่อง: ผลของย่าฆ่าแมลงประเภทต่างๆ ในอาหารเทียมมีต่อ Haemolymph esterase activity ของหนอนกินใบยาสูบ Manduca sexta (L.)
Article title: Effect of chronic exposure to organophosphate, carbamate and cyclodiene-containing diets on the haemolymph esterase activity of Manduca sexta (L.) larvae
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ และ ชีววิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 14 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2-4 กุมภาพันธ์ 2518
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences fourteenth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2518
หน้า: หน้า 358-364
จำนวนหน้า: 498 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2518)
หมวดหลัก: H10-Pests of plants
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: NICOTIANA TABACUM, MANDUCA SEXTA, INSECTICIDES, DIETS, HAEMOLYMPH, ESTERASES, ENZYME ACTIVITY, GROWTH
ดรรชนี-ไทย: ยาสูบ, หนอนกินใบยาสูบ, สารป้องกันกำจัดแมลง, อาหารเทียม, HAEMOLYMPH ESTERASE ACTIVITY, การเจริญเติบโต
หมายเลข: 001400 KC1401038
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: