ยรรยง พวงราช

All posts tagged ยรรยง พวงราช

ชาวบ้านร้องหาซื้อน้ำตาลทรายยาก-ราคาแพง

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 19:33 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128017.

Pic_128017

ชาวบ้านร้องหาซื้อน้ำตาลยาก-ราคาแพง “พรทิวา” สั่งกรมการค้าภายในตรวจสอบด่วน พร้อมปูดมีการลักลอบออกขายประเทศเพื่อนบ้านแน่ หลังราคาตลาดโลกพุ่งสูง…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และผู้ค้ารายย่อย เช่น ร้านขายขนม ร้านขายชา กาแฟ ว่า ขณะนี้หาซื้อน้ำตาลทรายได้ยาก ในบางพื้นที่แทบหาซื้อไม่ได้เลย และมีราคาสูงเกินกว่าก.ก.ละ 23.50 บาท ซึ่งเป็นราคาเพดานขายปลีกที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ส่งผลให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายใน เร่งตรวจสอบสถานการณ์น้ำตาลทราย ที่เกิดปัญหาตึงตัวอีกครั้งในรอบปีนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาด่วน

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาตึงตัวอาจเกิดจากการลักลอบส่งออกน้ำตาลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกสูงขึ้นอีกครั้ง โดยราคาน้ำตาลประเทศเพื่อนบ้านก.ก.ละ 35-37 บาท แต่น้ำตาลไทย ก.ก.ละ 24-27 บาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะพยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนด้วยการจัดสรรโควตาน้ำตาลที่ได้รับจากคณะ กรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) 1 ล้านกระสอบ แต่ได้รับการอนุมัติจริงแค่ 800,000 กระสอบ ซึ่งขณะนี้จัดสรรไปเกือบหมดแล้ว เหลือค้างกระดานเพียง 200,000 กระสอบ โดยน้ำตาลทราย 200,000 กระสอบดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดสรรให้กับยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว นอกเครือข่ายโรงงานน้ำตาล คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้จะกระจายออกได้ครบตามจำนวน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 19:33 น.
โฆษณา

ครม.มติคงภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองที่ 2%

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

16 พฤศจิกายน 2553, 20:42 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127496.

Pic_127496

ครม.ไฟเขียวคงภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง ผู้มีสิทธิ์นำเข้าทั้ง 8 ราย ในอัตรา 2% ภายใต้เงื่อนไขให้รับซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตจากผลิตจากเมล็ดถั่วเหลืองใน ประเทศของโรงงานสกัดน้ำมันพืชทั้งหมดในราคาไม่ต่ำกว่าก.ก.ละ 11.25 บาท

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ประจำปี 54 โดยเห็นชอบให้คงอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองสำหรับผู้มีสิทธินำเข้าทั้ง 8 ราย ในอัตรา 2% แต่มีเงื่อนไขให้รับซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตจากผลิตจากเมล็ดถั่วเหลืองใน ประเทศของโรงงานสกัดน้ำมันพืชทั้งหมดในราคาไม่ต่ำกว่าก.ก.ละ 11.25 บาท ณ หน้าโรงงานสกัดน้ำมันพืชตลาด กทม. โดยยืนยันว่าการคงอัตราภาษีไว้ครั้งนี้เพื่อต้องการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกถั่ว เหลืองในประเทศที่มีปริมาณ 200,000 ตันต่อปี และไม่ต้องการให้ผู้บริโภคน้ำมันถั่วเหลืองต้องได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ที่สำคัญยังทำให้รัฐบาลไม่ต้องสูญเสียรายได้จากการลดภาษีอีกปีละ 600 ล้านบาท ด้วย

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับการปรับลดภาษีนำเข้ากากถั่ว เหลืองเหลือ 0% แล้วถือว่าไม่คุ้มค่ากับการที่ประชาชนจะต้องบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองในราคา ที่สูงขึ้น โดยการที่ลดภาษีเหลือ 0% จะทำให้ราคาอาหารสัตว์ลดลงเพียง 0.23-0.35% หรือลดลงถุงละ (30 ก.ก.) 0.9-1.5 บาท แต่จะทำให้ราคาน้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นขวด (ลิตร) ละ 1.50 บาท หรือสูงขึ้น 3.26 %

ด้าน นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า พืชถั่วเหลืองถือว่าเป็นสินค้าพิเศษที่เป็นทั้งอาหารสัตว์และอาหารคนและเป็น สินค้าชนิดเดียวที่ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศมากถึง 75% หากไม่มีภาษีหรือ 0% ก็จะส่งผลให้มีการนำเข้า 100% เท่ากับว่าราคาสินค้าจะขึ้นอยู่กับต่างประเทศทั้งหมดและจะส่งผลกระทบต่อต้น ทุนทั้งอาหารกุ้ง ไก่และหมู ส่วนกรณีของการเป็นอาหารคนหากลดภาษีจะทำให้เพิ่มต้นทุนกับน้ำมันถั่วเหลือง ลิตรละ 1.50 บาท และทำให้ไม่มีเครื่องมือดูแลเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าถั่วเหลือง

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวต่อว่า  การนำเข้าปลาป่นและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น ครม.เห็นชอบให้กำหนดอัตราภาษีตามกรอบข้อตกลงที่เคยกำหนดไว้เช่นเดิม เช่นกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หากนำเข้าภายใต้กรอบองค์การการค้าโลกจะเสียภาษี 20% ในโควต้า หากนอกโควต้าเสียภาษี 73% และค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 180 บาท ส่วนการนำเข้าปลาป่นตามข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย–นิวซีแลนด์ หรือเอฟทีเอ ไทย–ออสเตรเลีย, เอฟทีเอ อาเซียน–จีน, เอฟทีเอ อาเซียน–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ จะเสียภาษี 0% เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤศจิกายน 2553, 20:42 น.

กล่อมผู้ประกอบการตรึงราคาปุ๋ย-ยาปราบศัตรูพืชถึงสิ้นปี

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 20:22 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126522.

Pic_126522

“พาณิชย์” กล่อมผู้ประกอบการปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และเครื่องจักรกลการเกษตร ตรึงราคาขายสินค้าถึงสิ้นปี พร้อมจัดปุ๋ยธงฟ้าลดราคา 5-10% เข้าเจาะตลาดเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการกลุ่มปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อุปกรณ์การเกษตร และเครื่องจักรกลการเกษตร ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาขายสินค้าไปจนถึง สิ้นปีนี้ โดยในกลุ่มปุ๋ยยืนยันว่าราคาปุ๋ยสำหรับช่วงนาปีที่เหลือ หรือที่จะใช้ในการปลูกซ่อมจากนี้ถึงเดือนธ.ค.นี้ จะไม่ขึ้นราคา และขอให้กำชับยี่ปั๊ว ซาปั๊วให้จำหน่ายปุ๋ยในราคาเดิมด้วย ซึ่งผู้ประกอบการยินดีจะให้ความร่วมมือ รวมทั้งจะบริจาคปุ๋ย และผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เช่น เมล็ดพันธุ์ เคมีการเกษตรให้แก่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อไป ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะจัดโครงการปุ๋ยธงฟ้า ลดราคาขาย 5-10% ให้เกษตรกรรายย่อยแบบเจาะเป็นพื้นที่ ไม่ใช่ขายเป็นการทั่วประเทศ

สำหรับกลุ่มยากำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์การเกษตร และเครื่องจักรกลการเกษตรนั้น ยืนยันที่จะไม่ขึ้นจนถึงสิ้นปี แม้ต้นทุนการผลิตบางชนิดจะเพิ่มขึ้น เช่น เหล็ก แต่ผู้ประกอบการยังคงบริหารจัดการได้อยู่ เนื่องจากยังได้เปรียบในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์ม เพื่อให้รู้ปริมาณที่แน่นอน เพราะตอนนี้ผลผลิตปาล์มลดลงอย่างมาก โดยจะตรวจสอบตั้งแต่สวนปาล์ม โรงสกัด โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ว่าน้ำมันไปตกค้างอยู่ตรงจุดไหน คาดจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพราะขณะราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดปรับตัวสูงขึ้นกว่าปกติมาก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 20:22 น.

จัดระเบียบหมู ขีดเส้น152บ. ฝ่าฝืนเจอคุก1ปี

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191802.

Pic_191802

กกร. คุมราคาขายปลีกสูงสุดหมูทั้งระบบ ขีดเส้นหมูหน้าเขียงไม่เกินโล 152 บาท เหนือ-อีสานบวก 5 บาท ใต้ บวก 10 บาท ฝ่าฝืนปรับ 5 แสนบาท คุก 1 ปี…

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อแก้ไขปัญหาเนื้อหมูมีราคาแพง ว่า ที่ประชุมได้กำหนดราคาขั้นสูงเป็นครั้งแรก เพื่อควบคุมหมูตลอดสายการตลาด ตั้งแต่หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม หมูชำแหละ และหมูหน้าเขียง ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นรุนแรง เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยใช้กับสินค้ารายการอื่น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.นี้เป็นต้นไป และจะใช้มาตรการนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือมีหมูเข้าสู่ระบบมากขึ้น สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เช่น การขายเกินราคาที่กำหนดไว้ จะถูกจับกุมและดำเนินคดี โดยมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 500,000 บาท จำคุก 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการไม่ปิดป้ายแสดงราคาปรับ 10,000 บาท

ทั้งนี้ ได้กำหนดราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม สำหรับพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ไม่เกินกิโลกรัม (กก.) ละ 81 บาท ราคาขายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) ไม่เกินกก.ละ 93 บาท ราคาขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ไม่เกินกก.ละ 137 บาท และราคาขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ไม่เกินกก.ละ 152 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 85 บาท ราคาขายส่งหมูชำแหละ กก.ละ 97 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง กก.ละ 142 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง กก.ละ 157 บาท ส่วนภาคใต้ หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 87 บาท ขายส่งหมูชำแหละ กก.ละ 99 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง กก.ละ 147 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง กก.ละ 162 บาท

นอกจากนี้ กกร.ยังได้กำหนดมาตรการดูแลปริมาณหมู เพื่อไม่ให้มีปัญหาขาดแคลน โดยได้กำหนดมาตรการให้ผู้ที่จะส่งออกหมู ต้องขออนุญาตจากกรม ส่วนในต่างจังหวัดให้ขออนุญาตที่ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและ บริการในระดับจังหวัด ซึ่งก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะส่งออกได้ ขณะเดียวกัน ยังกำหนดให้ผู้ครอบครองสุกรมีชีวิตทุกประเภท ตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และเนื้อซากหมูเกิน 5 ตัน จะต้องแจ้งปริมาณ และสถานที่เก็บเป็นประจำทุก 15 วัน โดยให้แจ้งภายใน 7 วันถัดไป

ส่วนมาตรการดูแลการขนย้าย ได้ปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้การขนย้ายหมูน้ำหนัก 80 กก./ตัว ครั้งละ 10 ตัวขึ้นไป จะต้องขออนุญาต เป็นการขนย้ายหมูตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไป โดยไม่กำหนดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นหมูเล็กหมูใหญ่ จะต้องขออนุญาตทั้งหมด เพื่อที่จะดูแลปริมาณหมูทั้งระบบ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

อาเซียนดึงสหรัฐฯ-รัสเซียแจม หวังขยายกรอบความร่วมมือ

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 19:46 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191606.

Pic_191606

อาเซียนเชิญสหรัฐฯ-รัสเซีย ร่วมแจมหวังขยายกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ–การค้า จากอาเซียน+6 เป็น +8 ส่งผลดีส่งออก เกษตร อุตสาหกรรม ไทย ตีตลาดเสรีทั่วโลก…

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) และการประชุมคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 9-13 ส.ค.นี้ว่า อาเซียนได้เชิญตัวแทนจากสหรัฐฯ และรัสเซีย เข้ามาหารือในเวทีการของประเทศเอเชียตะวันออก เพื่อขยายกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจจาก 16 ประเทศ หรืออาเซียนบวก 6 (อาเซียน 10 ประเทศ รวมกับจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) เพิ่มเป็น 18 ประเทศ หรือเป็นอาเซียนบวก 8 ซึ่งจะทำให้กรอบการเปิดเสรีอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าของอาเซียนและไทย

“จะพบกับผู้แทนการค้าของ สหรัฐฯ และรมว.พัฒนาการเศรษฐกิจรัสเซีย เพื่อแสวงหาแนวทางส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ และรัสเซีย ถือเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ หากอาเซียนขยายความร่วมมือ จะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสขยายการส่งออกแก่ไทยได้ ทั้งสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรม” นายยรรยง กล่าว

นอกจากนี้ ในการประชุมยังจะมีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเขตการค้าเสรีอาเซียน เช่น การลด/เลิกอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และการดำเนินมาตรการด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า เป็นต้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 สิงหาคม 2554, 19:46 น.

ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-อาหารพุ่งไม่หยุด ดันเงินเฟ้อก.ค.พุ่ง 4.08%

Published สิงหาคม 2, 2011 by SoClaimon

1 สิงหาคม 2554, 15:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190722.

Pic_190722

“พาณิชย์” เผยเงินเฟ้อก.ค.54 เพิ่ม 4.08% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน ส่วนเฉลี่ย 7 เดือนทะยานแล้ว 3.64% หลังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค-อาหารพุ่งไม่หยุด แต่เชื่อทั้งปีไม่เกินเป้าหมายที่ 3.7% แน่นอน

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ค.54 ว่า ดัชนีอยู่ที่ 112.74 สูงขึ้น 4.08% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.53 ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจไทย ส่วนเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.54 สูงขึ้น 0.18% และเฉลี่ย 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) 54 สูงขึ้น 3.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยังคงยืนยันว่า เงินเฟ้อปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ไม่เกิน 3.7% โดยคาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 3.6%

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ที่หักรายการสินค้ากลุ่มอาหารสด และกลุ่มพลังงานออกจากการคำนวณ เดือนก.ค.54 เท่ากับ 106.35 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.53 สูงขึ้น 2.59% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.54 สูงขึ้น 0.08% แลเฉลี่ย 7 เดือนสูงขึ้น 2.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเป้าหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 0.5-3.0%

“เงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นเพราะการสูงขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอาหาร โดยเฉพาะราคาอาหารสด แต่ยังต่ำเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย รองจากมาเลเซียที่เฉลี่ย 6 เดือนสูงขึ้น 3.05% ขณะที่ฟิลิปปินส์สูงขึ้น 4.27% สิงคโปร์ 4.95% จีน 5.40% อินโดนีเซีย 6.36% อินเดีย 8.78% เวียดนาม 16.08%” นายยรรยง  กล่าว

นายยรรยง กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีต่อเงินเฟ้อไทยในปีนี้ว่า ยังคงเป็นราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเงินค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทนั้น ไม่น่าจะกระทบเงินเฟ้อในขณะนี้ เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับขึ้นเมื่อไร อีกทั้งยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคีอีก ขณะที่ปัญหาเงินทุนที่ไหลเข้ามาในไทยจำนวนมากขณะนี้ ก็ไม่น่าทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เพราะเม็ดเงินดังกล่าวเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ไม่ได้เข้าถึงมือประชาชนโดยตรง อีกทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้ออยู่แล้ว ดังนั้นทั้ง 2 ปัจจัยนี้จึงไม่ใช่เป็นตัวกดดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นได้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 สิงหาคม 2554, 15:00 น.

พาณิชย์เล็ง’สมุทรสาคร’เป็นฮับอาหารทะเล

Published กรกฎาคม 31, 2011 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2554, 21:03 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190086.

Pic_190086

พาณิชย์ ทำยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค นำร่องสมุทรสาครกำหนดเป็นฮับอาหารทะเล หลังพบมีศักยภาพสูง พร้อมจัดงาน Thailand Seafood Hub โชว์ศักยภาพ

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเน้นที่ตัวสินค้า ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครกำหนดยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางด้านอาหารทะเล (Hub of Seafood ) เพราะเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าอาหารทะเล-ประมง ทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดทะเลไทยเป็นตลาดกลางในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นตลาดอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์การประมงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้

ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงกำหนดจัดงาน “Thailand Seafood Hub มหกรรมอาหารทะเลไทยและสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด” ณ ตลาดทะเลไย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 26-31 ก.ค.นี้ โดยในงานมีการจำหน่ายสินค้าอาหารทะเลสด อาหารทะเลแห้งและแปรรูป อาหารทะเลปรุงสำเร็จ สินค้าธงฟ้า สินค้าเกษตร OTOP นิทรรศการด้านการประมง นวัตกรรมสินค้าของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอาหารทะเล และผลิตภัณฑ์ประมงรายใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาการค้าและจับคู่ธุรกิจ ระหว่างผู้ประกอบการ จาก 16 จังหวัด รวม 46 ราย

“สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมงมากที่สุดในประเทศ เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋องเพื่อการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังมีโรงงานแปรรูปสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งเพื่อการส่งออกจำนวนมาก ดังนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าจังหวัดสมุทรสาคร โดยเน้นตัวสินค้าอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ประมงที่มีศักยภาพโดดเด่นจะทำให้การ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและสร้างมูลค่าได้เป็นจำนวนมาก” นายยรรยง  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 กรกฎาคม 2554, 21:03 น.

“พาณิชย์” ยืนเป้าเงินเฟ้อปี 54 เท่าเดิมที่ 3.7%

Published กรกฎาคม 28, 2011 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2554, 19:50 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189554.

Pic_189554

“พาณิชย์” ยันเงินเฟ้อปีนี้ไม่พุ่งเกินเป้า 3.7% ระบุ ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท และการปรับเงินเดือนข้าราชการขั้นต่ำ 15,000 บาท ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มใช้เมื่อใด

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงอัตราเงินเฟ้อปีนี้ที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะสูงขึ้นเกินเป้าหมาย 3.7% ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด หากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทว่า กระทรวงฯยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อปี 54 เป็นไปตามคาดการณ์ไว้ หรือขยายตัวที่ 3.2-3.7% โดยยืนยันว่า นโยบายปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ของรัฐบาลชุดใหม่ ไม่มีผลต่อการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ เพราะยังไม่มีความชัดเจนด้านนโยบายว่าจะใช้เมื่อไร อีกทั้งการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ น่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และรัฐบาลก็มีมาตรการลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานอยู่แล้ว ส่วนการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน ก็ยังไม่มีความชัดเจนเช่นกัน ซึ่งนโยบายทุกอย่างต้องใช้ระยะเวลา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 กรกฎาคม 2554, 19:50 น.

ชู มัสมั่นโปรโมตอาหาร-เที่ยวไทย

Published กรกฎาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 06:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189082.

Pic_189082

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สั่งทุกหน่วยงานช่วยดันเมนูมัสมั่น โปรโมตอาหารและการเที่ยวไทย

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงข่าวแกงมัสมั่นได้รับการจัดอันดับเป็นอาหารอร่อยที่สุดในโลกจากซีเอ็นเอ็นโก ว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงเร่งส่งเสริมอาหารไทยชนิดอื่น เพื่อผลักดันให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติให้มากขึ้น ทั้งในด้านรสชาติ และโภชนาการ ตามยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าอาหารไทย และวัตถุดิบในการส่งออกไปต่างประเทศ รวมถึงช่วยส่งเสริมพ่อครัว แม่ครัวไทยไปทำงานในร้านอาหารไทยในต่างประเทศมากขึ้นด้วย ด้านนายปณิธิ อุทัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจบริการ กรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า จะใช้กระแสที่แกงมัสมั่น เร่งประชาสัมพันธ์อาหารไทยชนิดอื่น เช่น ไก่ห่อใบเตย กระทงทอง กะเพราไก่ และบัวลอย ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีส้มตำ ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน และผัดไทย เพื่อขยายตลาด อาหารไทย และส่งเสริมการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ เครื่องปรุง เครื่องแกง อาหารกระป๋อง ผักสดไทยไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปรุงแต่งจนรสชาติผิดเพี้ยนจากเดิม กรมจะเพิ่มความเข้มงวดออกตรวจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ พร้อมกับส่งเสริมให้ใช้ตราสัญลักษณ์ไทย ซีเล็คท์ เพื่อส่งเสริมให้ใช้เครื่องปรุงไทย และประกอบอาหารให้ตรงสูตรต้นตำรับมากที่สุด

ส่วนนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป  แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) กล่าวว่า จะหยิบเมนูแกงมัสมั่นมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้อาหารไทย ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตามงานเทรดโชว์ โรดโชว์ต่างๆ ภายหลังจากที่ซีเอ็นเอ็นโก สุดยอดเว็บไซต์ กิน ดื่ม เที่ยว ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้สำรวจเมนูอาหารที่อร่อยที่สุดจากโพลในเฟซบุ๊ก จากที่ผ่านมา ททท. มีนโยบายหลักใช้อาหารไทย เป็นจุดขายในการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติมาเที่ยวไทยอยู่แล้ว พร้อมกันนั้นได้จับมือมาสเตอร์การ์ด จัดทำแคมเปญพิเศษ สต็อป โอเวอร์ บางกอก ร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวในออสเตรเลีย จัดแพ็กเกจให้คนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่จะไปเที่ยวอังกฤษ หรือคนอังกฤษ ที่จะไปเที่ยวออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แวะผ่านมาเที่ยวกรุงเทพฯก่อน ตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เข้าไทยได้ 150,000 คน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 06:15 น.

พณ.ชงลดค่าครองชีพ-แนวทางคุมราคาให้รบ.ใหม่

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 01:44 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188817.

Pic_188817

พณ.ยื่นโครงสร้างต้นทุน 10 สินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ พร้อมแนวทางคุมราคาให้รัฐบาลใหม่พิจารณา ลดค่าครองชีพประชาชนตามนโยบายหาเสียง…

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดส่งโครงสร้างต้นทุนสินค้า 10 รายการ ได้แก่ หมู ไก่ ไข่ไก่ เนื้อวัว กุ้ง น้ำมันปาล์ม น้ำตาล ข้าวสารบรรจุถุง อาหารจานเดียว และผักผลไม้ พร้อมทั้งมาตรการและแนวทางกำกับดูแล ไปยังทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว หลังจากที่ได้ขอมาเพื่อไปจัดทำมาตรการดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

“กระทรวงฯ ได้เสนอรายละเอียดของโครงสร้างต้นทุนสินค้าทั้ง 10 รายการว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และหากต้องการที่จะดึงหรือชะลอไม่ให้สินค้าเหล่านี้ปรับขึ้นราคา จะมีวิธีการดำเนินการอะไรบ้าง ซึ่งมีทั้งส่วนที่กระทรวงพาณิชย์สามารถดำเนินการได้เอง และส่วนที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจในระดับนโยบาย” นายยรรยง กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 01:44 น.
%d bloggers like this: