ยกเลิก

All posts tagged ยกเลิก

เลิกกองทุนน้ำมัน ทำราคาก๊าซกระฉูด

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

เลิกกองทุนน้ำมัน ทำราคาก๊าซกระฉูด.

Pic_184147

ปตท. คาด เลิกกองทุนน้ำมัน ทำราคาก๊าซกระฉูด

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีแนวคิดยกเลิกกองทุนน้ำมันว่า บทบาทของกองทุนน้ำมันมีทั้งการจัดเก็บเงินและจ่ายชดเชยผลิตภัณฑ์บางชนิด หากยกเลิกกองทุนน้ำมันจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลลดลงทันที แต่ราคาพลังงานที่มีการอุดหนุนอยู่ เช่น ราคาก๊าซหุงต้มและก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะนำเงินจากส่วนใดมาดูแลราคาพลังงานกลุ่มนี้ ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ยังจำเป็นที่จะต้องเก็บอยู่เพราะทำรายได้มหาศาล เฉพาะภาษีน้ำมันดีเซลรายการเดียว ก็ทำรายได้กว่าแสนล้านบาท รัฐบาลคงดูแล้วว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุล ด้านผู้ค้าน้ำมันคงรอความชัดเจนและพร้อมปฏิบัติตามทุกเรื่อง

“ปตท.มั่นใจว่านักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งสะท้อนจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น แสดงว่านักลงทุนมองเชิงบวกที่จะได้รัฐบาลใหม่ในเร็วๆนี้ ซึ่งจากนี้ต้องจับตาการวางตัวบุคคลในคณะรัฐมนตรีและนโยบายบริหารงานออกมาอย่างไร ในส่วนของ ปตท.ก็รอดู รมว.พลังงานคนใหม่ และจะเร่งเสนอแผนปรับโครงสร้างราคาใหม่ ทั้งเรื่องก๊าซหุงต้ม และเอ็นจีวี ให้พิจารณาทันที”

นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ปตท. กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่จะยกเลิกกองทุนน้ำมันก็ต้องทยอยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ราคาพลังงานทยอยปรับตัวสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ขณะที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าการซ่อมท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่วในอ่าวไทยว่า ปตท.สามารถควบคุมสถานการณ์การรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติในทะเลได้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถซ่อมเสร็จในกลางเดือน ส.ค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

“สปอร์ต​ซิตี้” มั่ว​นิ่ม​อ้าง “ส​คบ.”

Published เมษายน 13, 2011 by SoClaimon

13 เมษายน 2554, 05:00 น.

“สปอร์ต​ซิตี้” มั่ว​นิ่ม​อ้าง “ส​คบ.” – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_163493

 

“สปอร์ต​ซิตี้” มั่ว​นิ่ม ประกาศ​แจ้ง​สมาชิก​ขอ​ระงับการ​ให้​บริการ​หลาย​ด้าน ​อ้าง ติดมาตรการคุมเข้ม “ส​คบ.”

สปอร์ต​ซิตี้ออก​ประกาศ​แจ้ง​สมาชิก​ขอ​ยกเลิก​การ​ให้​บริการ​หลาย​ด้าน โดย​อ้าง​ถึง​นโยบาย​ของ​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​คุ้มครอง​ผู้​บริโภค (ส​คบ.) ที่​ได้​แจ้ง​แก่​ผู้​ประกอบ​การ​ถึง​การ​กำหนด​ให้​ธุรกิจ​ของ​คลับ​เป็น​ธุรกิจ​ที่​มี​การ​ควบคุม​สัญญา เป็น​เหตุผล​ที่​ทำให้​ต้อง​ระงับ​การ​ให้​บริการ​ที่​มี​อยู่

แถลงการณ์​ของ​สปอร์ต​ซิตี้ มี​ขึ้น​ใน​ช่วง​ตรง​กับ​เทศกาล​สงกรานต์ ​ซึ่ง​ผู้​บริหาร​เดินทาง​ไป​พัก​ร้อน​ต่าง​ประเทศ และ​ไม่​มี​ผู้​ใด​สามารถ​ให้​คำ​ตอบ​ถึง​เหตุผล​ที่แท้​จริง​แก่​สมาชิก​ได้ โดยเฉพาะ​กรณี​ที่​อ้าง​ถึง​นโยบายของ ส​คบ. และ​ข้อ​กำหนด​ที่​ให้​ผู้​ประกอบ​การ​ต้อง​ระบุ​รายละเอียด​ของ​การ​ให้​บริการ​ทั้งหมด​ซึ่ง ​ส​คบ.จะ​มี​การ​ตรวจสอบและ​ควบคุม​ใน​ลักษณะ​ต่างๆ โดย​ระหว่าง​ที่​ข้อ​กำหนด​เหล่า​นี้​ยัง​อยู่​ใน​ขั้น​ตอน​การ​ยก​ร่าง​กฎหมาย สปอร์ต​ซิตี้จึง​แจ้ง​ขอ​ระงับ​การ​ให้​บริการ​เสริม​บาง​ส่วน​เป็น​การ​ชั่วคราว​จนกว่า​จะ​มี​ความ​ชัดเจน​จาก​หน่วย​งาน​ภาค​รัฐ ​เพื่อ​หลีกเลี่ยง​ข้อ​พิพาท​ทาง​กฎหมาย​ที่​อาจ​เกิด​ขึ้น​โดย​จะ​ไม่​เปลี่ยนแปลง​การ​ให้​บริการ​ใน​ส่วน​งาน​หลัก

บริการ​เสริม​ที่​จะ​ระงับ​ตั้งแต่​วัน​ที่ 18 เม.ย.​นี้​เป็นต้น​ไป ได้แก่ 1.บริการ​ห้อง​ซาว​น่า 2.บริการ​ห้อง​สตีม (ไอ​น้ำ) 3.บริการ​ผ้าเช็ดตัว และ 4.ห้อง​นั่งเล่น (living room) ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า ก่อน​หน้า​นี้ ผู้​บริหาร​สปอร์ต​ซิตี้​ได้​พยายาม​ปรับ​ลด​รายจ่าย​ของ​ตน​ลง​โดย​การ​ลด​มาตรฐาน​การ​ให้​บริการ​อย่าง​ต่อ​เนื่อง และ​จัด​โปรโมชั่น​เร่​ขาย​สมาชิก​ใหม่​ใน​ราคา​ต่ำ​เพื่อ​ให้​ได้​จำนวน​สมาชิก​ใหม่​เข้า​มา​มากๆ หลังจาก​ที่​ได้​ชักชวน​สมาชิก​เก่า​ให้​ซื้อ​บริการ​ตลอด​ชีพ​ใน​ราคา​ที่​สูง​กว่า​มาก ภาย​ใต้​บริการ​ตาม​มาตรฐาน​สัญญา​เดิม​ไป​แล้ว มี​รายงาน​ด้วย​ว่า การ​พยายาม​เร่ง​ทำ​ยอด​ขาย​สมาชิก​ใหม่​ให้​ได้​มาก​กว่า 1,000 คน​นี้ เป็น​ไป​เพื่อ​ที่​ผู้​บริหาร​จะ​ขาย​สปอร์ต​ซิตี้​ให้​แก่​เจ้าของ​สถาน​ที่​และ​กลุ่ม​ผู้​บริหาร​บริษัท​จี-แลนด์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของ​หมู่​บ้าน​แกรนด์​คา​แนล นั่นเอง.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 เมษายน 2554, 05:00 น.

 

เสริมสุขหักดิบ “เป๊ปซี่” แตกร้าวหนัก จ่อเลิกสัญญากันแน่!

Published มกราคม 22, 2011 by SoClaimon

22 มกราคม 2554, 05:45 น.

ผ่านทางเสริมสุขหักดิบ \”เป๊ปซี่\” แตกร้าวหนัก จ่อเลิกสัญญากันแน่! – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_143181

 

“เสริมสุข” แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ที่ประชุมคณะกรรมการฯ เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นไม่รับข้อเสนอทางการค้าของเป๊ปซี่ จี้ทำสัญญาฉบับใหม่ภายใน 31 มี.ค.นี้…

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) (SSC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่รับข้อเสนอทางการค้าของเป๊ปซี่ ที่เสนอมาเมื่อ 12 ม.ค.54 โดยเสนอให้ปรับเปลี่ยนสูตรการคำนวณราคาค่าหัวน้ำเชื้อ ซึ่งเป็นผลให้ค่าหัวน้ำเชื้อลดลง 5% ต่อปี ขณะที่กำหนดเกณฑ์ในการให้เงินสนับสนุนด้านการส่งเสริมการขาย โดยอิงกับปริมาณการขาย และให้เพิ่มงบทางการตลาดสำหรับการขายเฉพาะช่องทาง ซึ่งทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เป๊ปซี่ยังได้เปลี่ยนสัญญาจากเดิมที่มิได้มีกำหนดเวลา มาเป็นแบบมีกำหนดเวลา 7 ปี และต่อได้อีก 5 ปี และมีกำหนดเวลาบอกกล่าวล่วงหน้ากรณีคู่สัญญาต้องการเลิกสัญญา และบริษัทสามารถผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม ที่มิใช่น้ำอัดลมได้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด ส่วนเครื่องดื่ม น้ำอัดลม บริษัทจะไม่สามารถผลิตและจำหน่ายได้ โดยถือเป็นสิทธิของเป๊ปซี่เท่านั้น และมีข้อกำหนดให้เป๊ปซี่มีสิทธิเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากการเปลี่ยนอำนาจควบคุม ขณะที่เป๊ปซี่มีข้อเรียกร้องให้บริษัทเพิ่มกำลังการผลิต และแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นผู้ที่เป๊ปซี่เสนอ

คณะกรรมการจะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแผนธุรกิจในอนาคต  ซึ่งรวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสัญญาระหว่างบริษัทและเป๊ปซี่ โดยแผนธุรกิจประกอบด้วยการขยายตลาดเครื่องดื่มที่มิใช่น้ำอัดลม โดยการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ สู่ตลาดภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท หรือการเข้าซื้อกิจการที่มีผลิตภัณฑ์ หรือเครื่องหมายการค้าที่ประสบความสำเร็จในตลาดอยู่แล้ว รวมทั้งลงทุนเพิ่มสายการผลิตน้ำดื่มคริสตัลเพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของน้ำดื่ม, การเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นนอกเหนือจากสินค้าประเภทเครื่องดื่ม การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมภายใต้เครื่องหมายการค้าอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาแก้ไขสัญญาระหว่างบริษัทกับเป๊ปซี่

โดยบริษัทจะยื่นข้อเสนอไปยังเป๊ปซี่ โดยจะขอให้มีการทำสัญญาขึ้นใหม่ดังนี้ ให้กำหนดสูตรการคิดราคาค่าหัวน้ำเชื้อ ซึ่งเป็นผลให้ลดลง 9% ต่อปี และหากเป๊ปซี่ยืนยันที่จะสงวนสิทธิเลิกสัญญาได้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมในบริษัท ต้องไม่มีข้อกำหนดค่าปรับหรือค่าเสียหายจากบริษัท, บริษัทจะต้องไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้สัญญากับเป๊ปซี่ ยกเว้นกรณีที่เป็นเครื่องดื่มประเภทเดียวกันและมีลักษณะแข่งขันกัน ทั้งนี้ บริษัทต้องได้รับการยืนยันจากเป๊ปซี่ว่า ตกลงยอมรับการเข้าทำสัญญาใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ โดยต้องเข้าทำสัญญาฉบับใหม่ภายในวันที่ 31 มี.ค.54 หากไม่ได้รับการยืนยันจากเป๊ปซี่ภายในเวลาที่กำหนด ให้บริษัทบอกเลิกสัญญากับเป๊ปซี่โดยตรง ให้มีผลตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่ช้ากว่า 12 เดือน นับจากวันที่มีหนังสือบอกกล่าว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มกราคม 2554, 05:45 น.

 

ธปท.สั่งเลิกเก็บค่าต๋งข้ามเขต

Published กันยายน 6, 2010 by SoClaimon

6 กันยายน 2553, 05:30 น.

ผ่านทางธปท.สั่งเลิกเก็บค่าต๋งข้ามเขต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_108909

ธปท. เตรียมขอความร่วมมือแบงก์พาณิชย์ยกเลิก เก็บค่าธรรมเนียมข้ามเขต  โดยจะพิจารณาให้เก็บค่าธรรมเนียมส่วนอื่นเพิ่ม…

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า วันที่ 9 ก.ย.นี้ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งที่มีอำนาจตัดสินใจได้ มาหารือ โดย ธปท.จะขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ ยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียม (ฟี) บริการทางการเงินข้ามเขต (กรุงเทพฯปริมณฑล-ต่างจังหวัด) ทุกประเภทที่เรียกเก็บในปัจจุบัน ซึ่ง ธปท.ประเมินว่า จะทำให้รายได้ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบลดลง 7,000-10,000 ล้านบาทต่อปี แต่ธนาคารพาณิชย์ประเมินว่ารายได้จะหายไป 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงแต่ ธนาคารพาณิชย์จะหารายได้ค่าธรรมเนียมทดแทนในส่วนที่ ให้บริการธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับเงินสดและเช็คได้เป็นการแลกเปลี่ยน โดยวันที่ 9 ก.ย.นี้ ธปท.จะพิจารณารายละเอียดที่ธนาคารพาณิชย์จะเสนอมาว่า จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมส่วนใดเพิ่มเติม โดยมุ่งในธุรกรรมที่ไม่เคยเก็บมาก่อน แต่มีต้นทุนการให้บริการสูง  ซึ่งจะต้องพิสูจน์และชี้แจงต้นทุนให้ชัดเจน รวมถึงไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเกินไป

สำหรับค่าบริการที่ จะขอให้ยกเลิกแบ่งเป็น 1.บริการฝากและถอนเงินข้ามเขต ทั้งผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็ม ปัจจุบันเรียกหน้าเคาน์เตอร์หมื่นละ 10 บาท และมีค่าต่อคู่สายอีก 20 บาทต่อครั้ง คิดค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง ขณะที่การฝากเงินและถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มคิดครั้งละ 20-25 บาท 2.การโอนเงินข้ามเขตผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็มคิดเฉลี่ยที่ 10-50 บาทต่อครั้งแล้วแต่วงเงิน สำหรับการโอนเงินข้ามเขตข้ามบัญชีข้ามธนาคารไม่เกิน 100,000 บาท เก็บ 12 บาท มากกว่า 100,000-500,000 บาท เก็บ 40 บาท และมากกว่า 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท เก็บ 100 บาท 3.บริการเช็คข้ามเขตเก็บหมื่นละ 10 บาท 4.การโอนเงินระบบบาทเน็ตสำหรับรายย่อย.

ธปท.หารือวางกรอบยกเลิกค่าธรรมเนียมแบงก์ 9 ก.ย.นี้

Published กันยายน 3, 2010 by SoClaimon

1 กันยายน 2553, 18:20 น.

ผ่านทางธปท.หารือวางกรอบยกเลิกค่าธรรมเนียมแบงก์ 9 ก.ย.นี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_107923

ธปท.ระบุ ต้องเดินหน้า หารือแบงก์ปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินให้สำเร็จ ชี้ประชุม 9 ก.ย.นี้ อย่างน้อยต้องได้กรอบปฏิบัติร่วมกัน…

วัน ที่ 1 ก.ย. นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. เปิดเผยว่า ในการหารือเรื่องปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินให้เหมาะสมนั้น ธปท.ได้หารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาเป็นการหารือในระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และการทำงานที่ผ่านมา ทำให้ธปท.ได้ข้อสรุปในใจแล้ว จึงอยากหารือกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ เพื่อทำความเข้าใจ และหาข้อสรุปร่วมกันก่อนที่ตนจะหมดวาระในสิ้นเดือน กันยายนนี้

“ล่า สุดเราได้ข้อสรุปเรื่องค่าธรรมเนียมในใจแล้ว จากก่อนนี้เราคุยแต่กับระดับเจ้าหน้าที่ ครั้งนี้เลยอยากหารือกับระดับผู้บริหาร ซึ่งในนัดหารือใน 9 ก.ย.นี้ คิดว่าการปฏิบัติคงเริ่มไม่ทันพี่หมดวาระในสิ้นเดือนก.ย.นี้ แต่อย่างน้อยการหารือครั้งนี้ก็ต้องมาทำความเข้าใจ เรื่องตารางเวลาที่จะเดินร่วมกัน ให้ชัดเจนตอบโจทย์ที่มีได้สอดคล้องกัน” นางธาริษา กล่าว

ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนาระบบชำระเงินในปี 2553 ธปท.มีแผนที่จะปรับลดการคิดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินให้เหมาะสม โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่มีการคิดข้ามเขตในทุกประเภท ที่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์คิดอยู่ ไม่ควรจะมี เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันทันสมัยขึ้น สามารถเชื่อมต่อธุรกรรมทางการเงินได้ในทุกพื้นที่ เพราะระบบส่วนใหญ่เป็นระบบออนไลน์เรียลไทม์หมดแล้ว และที่สำคัญมีต้นทุนที่ถูกลงมาก ดังนั้นธปท.จึงไม่ต้องการให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ยกเลิกการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ จะได้ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ลดการใช้เงินสดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนการบริการและการบริหารเงินสดของธนาคารเอง และผู้ประกอบธุรกิจทั่วไปให้การลดลงในอนาคตด้วย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอีกด้วย

ธปท.ถกแบงก์บี้เลิกค่าต๋งข้ามเขต

Published สิงหาคม 31, 2010 by SoClaimon

31 สิงหาคม 2553, 05:20 น.

ผ่านทางธปท.ถกแบงก์บี้เลิกค่าต๋งข้ามเขต – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_107473

แบงก์ชาติ ได้ข้อสรุปการคิดค่าธรรมเนียมข้ามเขต เตรียมเชิญธนาคารพาณิชย์ หารือ และรับทราบแนวทางปฏิบัติเร็วๆนี้…

นาง อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การดำเนินการในเรื่องการดูแลอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องการคิดค่าธรรมเนียมข้ามเขตนั้น ขณะนี้ ธปท.ได้ข้อสรุปในหลักการปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เชิญธนาคารพาณิชย์มาหารือและรับทราบแนวทางในการปฏิบัติอีกรอบเท่า นั้น “เรื่องนี้เราคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา น่าจะหาข้อสรุปในการทำงานร่วมกันกับธนาคารพาณิชย์ได้ ซึ่งคาดว่าจะเชิญแบงก์มาพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ในเร็วๆนี้”

ส่วน การดำเนินการจัดตั้งระบบการชำระเงินภายในประเทศ หรือ Local switching ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน 2553 นางอัจนา กล่าวว่า ขณะนี้คืบหน้าไปค่อนข้างมาก โดยทุกฝ่ายเห็นด้วยในหลักการว่าควรจัดตั้งเพราะมีข้อดีโดยเฉพาะทำให้ต้นทุน การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆลดลง  เนื่องจากไม่ต้องโอนเงินออกไปเคลียริ่งในต่างประเทศแต่สามารถโอนชำระหักจ่าย กันได้ภายในประเทศเลยไม่ต้องผ่านระบบของวีซ่าหรือมาสเตอร์ ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเคลียริ่งในส่วนนี้

ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า ธปท.เตรียมการหารือกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ ในเรื่องการขอความร่วมมือให้ยกเลิกการคิดค่าธรรมเนียมข้ามเขตทุกประเภท  ทั้งนี้  เพราะการให้บริการธุรกรรมทางการเงินเป็นระบบออนไลน์ ซึ่งมีต้นทุนค่าธรรมเนียมถูกลง ซึ่ง ธปท.ยอมรับด้วยว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในบางรายการ แลกกับการให้ยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมข้ามเขต แต่จะแลกกับอะไรนั้นยังไม่สามารถบอกได้ โดยในวันที่ 9 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ธปท.จะได้เชิญทางผู้บริหารแบงก์มาหารือ เพื่อหาหลักการข้อสรุปในการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมข้ามเขต.

กรรมาธิการเกษตรฯจี้นายกฯยุบบอร์ดไข่

Published สิงหาคม 7, 2010 by SoClaimon

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม 2553

ผ่านทางกรรมาธิการเกษตรฯจี้นายกฯยุบบอร์ดไข่ คมชัดลึก : เกษตร : ข่าวทั่วไป.

คมชัดลึก :กรรมาธิการเกษตรฯ พบนายกฯ เสนอยุบบอร์ดไข่ แฉรายใหญ่พยายามเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ระบบผูกขาด สร้างความไม่เป็นธรรมเกษตรกร

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังนำคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่าได้เสนอให้นายกฯ ยกเลิกคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ และยกเลิกการควบคุมการนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ โดยปัจจุบันพบว่าสัดส่วนของผู้แทนเกษตรกรในบอร์ดมีน้อยกว่าผู้แทนส่วนราชการ และเอกชนรายใหญ่

ส่วนการกำหนดโควตานำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ 4.05 แสนตัน จัดสรรให้แก่บริษัทเอกชน 9 รายนั้น ทำให้บริษัทนำเข้าพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเลี้ยงไก่ไข่ไปสู่ระบบผูกขาด ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อรายย่อย หากเกษตรกรรายใดไม่เข้าสู่ระบบก็จะไม่มีการส่งแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้ ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องเลิกอาชีพนี้ไปจำนวนมาก และเกษตรกรที่เป็นคู่สัญญาจะต้องซื้อแม่พันธุ์ไก่ไข่ในราคา 37 บาทต่อตัว จากราคาปกติ 10 บาทต่อตัว รวมทั้งต้องผูกขาดการซื้ออาหารสัตว์ในราคาแพงกว่าตลาด 20-30%

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งรัดดำเนินการนโยบายการนำเข้าพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่ ตามมติครม. ที่ให้เปิดเสรีการนำเข้า เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพันธุ์แม่ไก่ไข่ ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้ยุบ Egg Board นั้น กระทรวงได้ชี้แจงแล้วโดยขอรอดูผลศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้สั่งการให้มีการเร่งรัดดำเนินการศึกษาการปรับปรุงโครงสร้างของ Egg Board

ด้านนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ตามมติครม.ที่ต้องการให้เปิดนำเข้าเสรีพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ไข่ ทางสมาคมไม่ขัดข้องและคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็ต้องการแบบนั้น แต่เมื่อเปิดเสรีแล้วทุกส่วนก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในกรณีที่เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดขึ้น อย่าหนีเอาตัวรอดฝ่ายเดียวเหมือนที่เป็นมา

“กรณ์-โสภณ” หัก “ปิยสวัสดิ์” สั่งเลิกร่วมทุนโลว์คอสต์ไทเกอร์แอร์เวย์ส

Published สิงหาคม 4, 2010 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2553, 06:00 น.

ผ่านทาง“กรณ์-โสภณ” หัก “ปิยสวัสดิ์” สั่งเลิกร่วมทุนโลว์คอสต์ไทเกอร์แอร์เวย์ส – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_100820

ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์

“ปิย สวัสดิ์” ไม่เห็นหัวคลัง-คมนาคม ดันทุรังลงนามเอ็มโอยูร่วมทุนระหว่างการบินไทยกับสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส จากสิงคโปร์ ผุดสายการบินโลว์คอสต์ใหม่ ทั้งที่ “กรณ์-โสภณ” ร่อนหนังสือด่วนขวางร่วมทุน แต่ไม่ทันการณ์ พร้อมแจงสี่เบี้ยเหตุร่วมทุนหวังปรับกลยุทธ์แข่งขันใหม่ ยันไม่คิดฆ่า “นกแอร์”…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนถึงนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อระงับการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในความร่วมมือการร่วมทุนกับสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส สายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) จากสิงคโปร์ โดยมีเทมาเสกเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อร่วมกันจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่า การร่วมทุนดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบินไทยแต่อย่างใด

ทั้ง นี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายปิยสวัสดิ์ ได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับนายโสภณแล้ว แต่นายโสภณตั้งคำถามว่า เหตุใดการบินไทยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในสายการบินนกแอร์ จึงไม่ดูแลและไม่ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ซึ่งนายปิยสวัสดิ์ตอบกลับว่า นกแอร์ไม่มีศักยภาพเพียงพอ และหลังจากนั้น นายปิยสวัสดิ์ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับนายกรณ์และแสดงความไม่เห็น ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา นายปิยสวัสดิ์ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) การบินไทยนัดพิเศษ เพื่อขออนุมัติการร่วมทุน ที่นายปิยสวัสดิ์ อ้างว่าจะทำให้การบินไทยมีรายได้มากถึงปีละ 500 ล้านบาท

อย่างไรก็ ตาม ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (2 ส.ค.) หลังจากที่นายกรณ์และนายโสภณได้เห็นข่าวการร่วมทุนจากหน้าหนังสือพิมพ์ ถึงกับตกใจ และไม่เข้าใจว่า ทำไมนายปิยสวัสดิ์จึงได้ดำเนินการโดยพลการ ทั้งที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ผู้ถือหุ้นใหญ่การบินไทย และกระทรวงคมนาคม ผู้กำกับดูแลการบินไทย จึงต้องทำหนังสือด่วนส่งถึงนายปิยสวัสดิ์ เพื่อระงับการลงทุนในเอ็มโอยูการร่วมทุน แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะพิธีลงนามเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. วานนี้ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวางว่า เหตุใดนายปิยสวัสดิ์จึงต้องเร่งรีบดำเนินการร่วมทุน โดยเอาบริษัทการบินไทย ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน และสิทธิในเส้นทางการบิน ก็ถือเป็นสมบัติของชาติ ไปให้กับสายการบินต่างชาติทำการบิน

ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการลงนามเอ็มโอยูในความร่วมมือการร่วมทุนกับสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส เพื่อร่วมกันจัดตั้งสายการบินไทยไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินต้นทุนต่ำว่า ที่ผ่านมา การบินไทย สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับสายการบินโลว์คอสต์ถึง 32% ทั้งที่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา การบินไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจการบินในประเทศถึง 82% แต่ปัจจุบันทั้งการบินไทยและนกแอร์ รวมกันมีส่วนแบ่งเหลือ 50% เท่านั้น จึงต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขันใหม่ ยืนยันว่า สายการบินใหม่จะปลอดจากการเมือง และไม่แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดของนกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ 39% แน่

ทั้งนี้ เพราะนกแอร์ ไม่ถือเป็นสายการบินโลว์คอสต์เต็มตัว เพราะยังมีต้นทุนสูงในบางเส้นทางบิน เช่น มีห้องรับรองพิเศษที่สนามบิน (เลานจ์) ให้บริการที่สนามบิน ประกอบกับกลุ่ม สายการบินโลว์คอสต์ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง “เราจำเป็นต้องแข่งขันเพื่อความอยู่รอด เพราะตลาดโลว์คอสต์เติบโตสูงที่สุดในขณะนี้ ถ้าไม่ทำอะไร ในอนาคตคงมีคนมาด่าผมว่าทำไมไม่ทำอะไร มาคิดทำตอนนี้ผมว่ายังช้าเกินไป ผมคงไม่โง่บัดซบพอที่จะคิดแย่งส่วนแบ่งของนกแอร์ที่มีอยู่น้อยนิด และผมก็ไม่มีปัญหากับผู้บริหารนกแอร์ อย่างไรก็ตาม ภายใน 2 เดือนจากนี้จะสรุปแผนการตลาด และเส้นทางการบินรวมถึงค่าโดยสารของสายการบินใหม่ ซึ่งจะต่ำกว่าของสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆที่ใช้ในปัจจุบัน”

สำหรับ การร่วมทุนตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์สนั้น จะใช้เงินลงทุนจัดตั้ง 100 ล้านบาท โดยการบินไทยถือหุ้น 49.8% และกลุ่มบริษัทในเครืออีก 1.2% รวมเป็น 51% ส่วนไทเกอร์ แอร์เวย์ส โฮลดิ้ง คอมพานี ลิมิเต็ด 49% นอกจากนี้ การบินไทยจะได้สิทธิที่นั่งในคณะกรรมการ 3 คน ส่วนไทเกอร์ แอร์เวย์ส มี 2 คน โดยผู้บริหารจะเป็นคนไทย โดยแผนดำเนินการทั้งหมดคาดจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน

ขณะที่นายโทนี เดวิส ประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า สายการบินต้นทุนต่ำแห่งใหม่ จะเน้นตลาดในเอเชีย แปซิฟิก โดยจะเน้นการแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ เช่น สายการบินแอร์เอเชีย ส่วนค่าโดยสารจะใช้อัตราเดียวกันทั้งลำ ส่วนนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ได้หารือกับการบินไทยแล้วถึงการแบ่งกลุ่มพื้นที่การบินเป้าหมาย เพื่อเปิดทางทำแผนการลงทุนไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ บริการบินระหว่างประเทศในเอเชีย ส่วนนกแอร์จะต้องพัฒนาความแข็งแกร่งตลาดในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับนกแอร์ แต่กลับส่งผลดี เพราะสามารถใช้เครือข่ายโอนผู้โดยสารต่างประเทศมาใช้บริการในประเทศเพิ่ม ขึ้นด้วย

%d bloggers like this: