มุมข้าราชการ

All posts tagged มุมข้าราชการ

อนุ คตร. (2)

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551937

โดย ซี.12 22 ธ.ค. 2558 05:01

 

คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐหรือ คตร.มีคณะอนุกรรมการช่วยตรวจสอบโดยแบ่งความรับผิดชอบเป็นกลุ่มกระทรวง

วานนี้แจ้งไปแล้ว 2 กลุ่มแรกด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ 1 วันนี้เป็น ด้านเศรษฐกิจ 2 คือ

3. คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประจำกลุ่มกระทรวงด้านเศรษฐกิจ 2 รับผิดชอบในการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มี พลโท วิบูล ขยันกิจ เป็นประธานและมีอนุกรรมการประกอบด้วย พลตรี รณณรงค์ โคตรดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 1 หรือผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 2 สำนักงบประมาณ นางณัฐฎ์จารี อนันต์ศิลป์ นางสาวพศุตม์ณิชา จำปาเทศ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ หรือผู้อำนวยการสำนักวางแผนการเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พันเอกหญิง พิมใจ เนื่องสกุล อนุกรรมการและเลขานุการ พันเอกหญิง รุ่งนภา หิรัญกิจ ผู้ช่วยเลขานุการ

4.คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประจำกลุ่มกระทรวงด้านสังคมจิตวิทยา รับผิดชอบในการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข มี พลโท ไชยพร รัตแพทย์ เป็นประธานและมีอนุกรรมการประกอบด้วย พันเอก กรัณย์ สถิต– ยุทธการ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านการศึกษา 1 หรือ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านสังคม 2 สำนักงบประมาณ นางสาวอัจฉรา แก้วรัตนปัทมา นางสุภาพร เจียมเจือจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาทางสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พันเอก ภูมิชาย
นิลกำแหง พันเอกหญิง มนต์ภัสสร เกตุศรี ผู้ช่วยเลขานุการ

5. คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประจำกลุ่มกระทรวงด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมและอื่นๆ รับผิดชอบในการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ราชบัณฑิตยสถาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันพระปกเกล้า มี พลโท สรชัช วรปัญญา เป็นประธานและมีอนุกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณองค์การบริหารรูปแบบพิเศษและรัฐวิสาหกิจ สำนักงบประมาณ นาง นันทกา ตันสกุล นางสาวทิวาพร ผาสุข พันเอก ชาญชัย ทัยสุวรรณ์ อนุกรรมการและเลขานุการพันตรี ชโณทัย ภาณะโสม ผู้ช่วยเลขานุการ

วันพรุ่งนี้เป็นอนุกรรมการชุดสุดท้ายพร้อมด้วยอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปสอดส่องดูแล.

“ซี.12”

 

อนุ คตร.

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551537

โดย ซี.12 21 ธ.ค. 2558 05:01

 

คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐหรือ คตร. ที่ถือกำเนิดมาในยุค คสช.เป็นองค์กรหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ได้ผลเกินคาดในประเด็นที่สามารถยื่นมือเข้าไปตรวจสอบหลายหน่วยงานที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะต้องมาก่อน

เมื่อตอนที่ พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน คตร.ก็มีผลงานในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ที่มีเงื่อนงำซับซ้อนและชี้ว่ามีความไม่ถูกต้องหลายประการ

มาตอนนี้ตัว ประธาน คตร. เปลี่ยนแปลงจาก พลเอกอนันตพร ที่ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็น พลเอกชาตอุดม ติตถะสิริ ทาง คตร. ก็มีผลงานต่อเนื่องโดยเข้าไปตรวจสอบพบว่า ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ หรือ สสส. ก็มีพฤติกรรมการใช้งบประมาณในท่วงทำนองที่คล้ายคลึงกัน

ทั้ง 2 หน่วยงานนี้มีลักษณะพิเศษคือส่วนใหญ่เป็นที่รวมของคนที่คิดว่าตัวเองมีคุณงามความดีมากกว่าคนอื่นจึงทำอะไรตามอำเภอใจโดยคิดว่าคนอื่นไม่รู้เท่าทันหรือไม่มีความดีงามเท่า

ผลก็คือมีการตรวจสอบพบว่าการกระทำหลายๆอย่างไม่ชอบด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ที่วางไว้มีการตีความกว้างขวางเข้าข้างตัวเองและสมัครพรรคพวกอย่างน่าเกลียดใครเข้าไปตรวจสอบซักถามก็หาว่ากลั่นแกล้งขัดขวางคนที่กำลังทำความดีไปโน่น

วันนี้จึงอยากจะเป็นกำลังใจให้กลุ่มคนที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวที่เรียกว่า คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ประจำกลุ่มกระทรวง ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 คณะ ประกอบด้วย

1.คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประจำกลุ่มกระทรวงด้านความมั่นคง รับผิดชอบในการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) มี พลโท ธนกร จงอุตส่าห์ เป็นประธานและมีอนุกรรมการประกอบด้วย พลโท เพิ่มพงษ์ ณ พัทลุง ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณ ด้านความมั่นคง 1 หรือ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณ ด้านความมั่นคง 2 สำนักงบประมาณ นางสาวเฉลิมศรี ตันติเตชา นางนันทิกาญจน์ พูลประโยชน์ พันเอก จารึก ทนงชัย อนุกรรมการและเลขานุการ พันโทหญิง ปภัสสร วัฒนะประเสริฐ ผู้ช่วยเลขานุการ

2.คณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประจำกลุ่มกระทรวงด้านเศรษฐกิจ 1 รับผิดชอบในการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมี พลโท เดชา เดชะชาติ เป็นประธานและมีอนุกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 1 หรือ ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 3 สำนักงบประมาณ นางณิพาพร ปัณยานนท์ นางสาวจุไรรัตน์ รวยดี ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์โครงการลงทุนภาครัฐ หรือ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พันเอกหญิง นพมาศ ช้างสาต อนุกรรมการและเลขานุการ พันตรีหญิง อรพรรณ วิทยาสารรณยุต ผู้ช่วยเลขานุการ

วันนี้เอ่ยถึงเพียง 2 คณะ โปรดติดตามต่ออีก 4 คณะในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

 

ไม่ต้องใช้สำเนา (2)

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/550729

โดย ซี.12 19 ธ.ค. 2558 05:01

 

หลังจากมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ทางราชการเรียกสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนจากราษฎร ถ้าต้องการเก็บไว้ประกอบหลักฐานใดๆก็ให้ทำสำเนาเอาเองไม่ต้องให้ผู้ไปติดต่อต้องเสียเงินถ่ายสำเนามาให้นั้น

กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือ ที่ มท 03091/ว 741 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 แจ้งเรื่องนี้ไปให้จังหวัดและ กทม.ทราบแล้วโดยทันที

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจน 10 ปีผ่านไปก็แทบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประชาชนไปติดต่อราชการที่ไหนๆก็ยังต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไปให้ท่านเหมือนเดิม

กระทรวงมหาดไทยจึงทำหนังสือย้ำหัวตะปูไปอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและปลัดกรุงเทพมหานคร อ้างถึงเรื่องเดิม โดยระบุว่า

เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 และเพื่อเป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชนให้ได้รับความสะดวกในการขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐ

โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสารทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนกระทรวงมหาดไทย จึงขอให้จังหวัดและกรุงเทพมหานคร แจ้งนายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ปลัดเมืองพัทยา และปลัดเทศบาล (เฉพาะเทศบาลที่จัดตั้งสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล และให้บริการงานทะเบียนราษฎรแล้ว) ให้ถือปฏิบัติดังนี้

ให้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงงานของฝ่ายปกครองและงานอื่นๆ ให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด กรณีที่ระเบียบหรือหนังสือสั่งการกำหนดให้เรียกเอกสาร สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาจากประชาชนที่ยื่นคำร้องขอรับบริการ หรือกรณีเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่า มีความจำเป็นต้องได้สำเนาเอกสารทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อพิจารณาสั่งการ หรือเพื่อการอื่นใดก็ตาม

ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ เรียกสำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว หรือแนะนำให้ผู้ร้องไปขอคัดสำเนารายการทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชน จากระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือค่าธรรมเนียม แต่ให้เจ้าหน้าที่คัดสำเนารายการทะเบียนบ้าน หรือรายการบัตรประจำตัวประชาชนจากฐานข้อมูลทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียนนั้นแทนโดยไม่ต้องลงชื่อรับรองเอกสารก็ได้

ให้อำเภอและท้องถิ่นพิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้การบริการประชาชนเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็วและถูกต้อง สามารถลดภาระของประชาชนในการติดต่อราชการ โดยเฉพาะประเด็นการเรียกเอกสารประกอบการยื่นคำขอรับบริการในเรื่องต่างๆ

จะว่าไปแล้วมาถึงยุคนี้ควรจะขยายแวดวงไปให้ถ้วนทั่วทุกส่วนราชการที่ประชาชนต้องไปติดต่อไม่ว่าจะเสียภาษี ตีทะเบียนรถ หรือขอให้ปลดทุกข์ใดๆเมื่อแสดงบัตรประชาชนตัวจริงแล้วถ้าต้องการสำเนาก็ให้หน่วยงานนั้นๆทำสำเนาเอาเอง

ถ้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา หายหงุดหงิดกับเรื่องเติมข้อมูลในบัตรแล้วหันมาจัดการกับเรื่องนี้ได้ก็จะเป็นพระเดชพระคุณอย่างสูงต่อราษฎรตาดำๆ.

“ซี.12”

 

ไม่ต้องใช้สำเนา

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/550269

โดย ซี.12 18 ธ.ค. 2558 05:01

 

คนเล็กคนใหญ่ในรัฐบาลกำลังหัวเสียถึงเรื่องที่มีเสียงคัดค้านแนวคิดการกำหนดให้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพและรายได้ไว้ในบัตรประชาชน

ที่จริงเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงความพลาดพลั้งในการสื่อสารทำความเข้าใจให้ถูกต้องเท่านั้นเอง เพราะข้อมูลที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องปรากฏเป็นตัวหนังสือบนแผ่นบัตรให้ใครต่อใครพบเห็นเพียงแต่บรรจุไว้ในชิปเล็กๆสีทองที่ฝังอยู่ในตัวบัตรก็พอแล้ว

เมื่อไหร่ที่ต้องการเรียกดูข้อมูลตัวนี้ก็ใช้เครื่องรูดบัตรดึงออกมาตามความจำเป็น ว่าแต่จะต้องลงทุนเท่าไหร่กับการเรียกข้อมูลดังกล่าว

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนนั้นมีอยู่อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเอกอุแต่ไม่มีการปฏิบัติการอย่างจริงจังเสียที

นั่นคือการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนโดยมีมติคณะรัฐมนตรีมาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 กว่าสิบปีมาแล้ว

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งยอมรับสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่นายทะเบียนจัดทำมอบให้เจ้าบ้านยึดถือไว้เป็นเอกสารของทางราชการ

สำหรับกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้หลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านก็ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นจัดทำสำเนาขึ้นเอง เพื่อราษฎรไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการขอคัดสำเนา หรือถ่ายเอกสารทะเบียนบ้านอีก และขอให้จังหวัดและกรุงเทพมหานครสั่งกำชับหน่วยงานในสังกัดทุกแห่งถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวโดยเคร่งครัด หากการปฏิบัติที่เคยดำเนินการอยู่เดิมไม่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี ขอให้แก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องโดยเร็ว

แต่ปัจจุบันยังคงปรากฏปัญหาเรื่องการเรียกหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านจากประชาชนผู้ยื่นคำขอรับบริการงานต่างๆ เพื่อนำไปประกอบเรื่องหรือเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยไม่ได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี

ถ้ารัฐบาลยอมรับว่าเรื่องราวที่ยกขึ้นมานี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงก็ได้โปรดกวดขันสั่งการให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจังเสียทีเถิด

ไหนๆก็ไหนๆลองเรียกเรื่องราวมาดูแล้วจะรู้ว่า ระบบราชการไทย นั้นถ้าไม่ลงแส้กันเสียบ้างก็เฉื่อยชาฉ่ำแฉะอยู่อย่างนั้น

ถ้าไม่ใช้อำนาจพิเศษเข้าไปจัดการก็ไม่ทำตามสั่งกันดื้อๆอย่างนี้แหละ เพราะทำแบบเก่ามันสะดวกสบายดีสำหรับเจ้าหน้าที่ส่วนประชาชนจะเดือดร้อนเสียสตุ้งสตังค์ยังไงก็ช่างมัน

ว่าไปแล้วเรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยเคยสั่งแล้วสั่งอีกแต่ก็เหมือนสั่งขี้มูก เพราะไม่มีหน่วยไหนยอมทำตามสักเท่าไหร่ ไว้วันพรุ่งนี้จะเอาหลักฐานมาให้ดู.

“ซี.12”

 

อบรมผู้ตรวจฯ 59

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/549728

โดย ซี.12 17 ธ.ค. 2558 05:01

 

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงาน ก.พ. จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวงที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่

มีผู้เข้ารับการอบรมรวม 42 คน เป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี 4 คน คือ นายวรพันธ์ เย็นทรัพย์ นางอัจจิมา จันทร์สุวานิชย์ พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ นายวีระชัย ชมสาคร

ที่เหลือเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงจากกระทรวงต่างๆคือ กระทรวงการคลัง 2 คน นางพรรณขนิตตา บุญครอง นายยุทธนา หยิมการุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2 คน นางธิดา จงก้องเกียรติ นายพรหมโชติ ไตรเวชกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1 คน นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 6 คน นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ นางวิมลพร ธิติศักดิ์ นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา นายสุรพล จารุพงศ์ นางกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข นางนฤมล พนาวงศ์ กระทรวงคมนาคม 2 คน นายสมศักดิ์ ห่มม่วง นายวรเดช หาญประเสริฐ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 คน นายนิวัติชัย คัมภีร์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1 คน นางสาววิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล กระทรวงพลังงาน 2 คน นายยงยุทธ จันทรโรทัย นายสุชาลี สุมามาลย์ กระทรวง พาณิชย์ 2 คน นางกุลณี อิศดิสัย นายวิชัย โภชนกิจ กระทรวงมหาดไทย 2 คน นายสุรพล วาณิชเสนี นายอำนวย ตั้งเจริญชัย กระทรวงยุติธรรม 2 คน พ.ท.เอนก ยมจินดา นางฉลอง อติกนิษฐ กระทรวงแรงงาน 2 คน นายวรานนท์ ปีติวรรณ นายธีรพล ขุนเมือง กระทรวงวัฒนธรรม 1 คน นายกฤษฎา คงคะจันทร์ กระทรวงศึกษาธิการ 5 คน นายวีระกุล อรัณยะนาค นางนิตย์ โรจน์รัตนวาณิชย์ นางสุจิตรา พัฒนะภูมิ นายกฤตชัย อรุณรัตน์ นายอรรถพล ตรึกตรอง กระทรวงสาธารณสุข 3 คน นายมรุต จิรเศรษฐสิริ นายวันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ นายศุภกิจ ศิริลักษณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม 2 คน นายประสงค์ นรจิตร์ นายสมพล รัตนาภิบาล

กรุงเทพมหานคร 1 คน นางชนิศฏ์สรฐ์ สืบสังข์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 คน พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ รายนี้เป็นรองจเรตำรวจแห่งชาติ

มีการเลือกคณะกรรมการรุ่นเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย นายยุทธนา หยิมการุณ เป็นประธาน นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ เลขานุการ นางนฤมล พนาวงศ์ เหรัญญิก พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ประธานที่ปรึกษา นายสุรพล จารุพงศ์ รองประธานที่ปรึกษา นายธีรพล ขุนเมือง รองประธานที่ปรึกษา ที่เหลือทุกคนเป็นกรรมการทั้งหมด

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเหล่านี้เข้าฝึกอบรม 4 ช่วงเวลาคือช่วงที่ 1 สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรมในต่างจังหวัด ช่วงที่ 2 การเสริมสร้างความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการตรวจราชการ โดยการบรรยาย การอภิปรายในกรุงเทพมหานคร ช่วงที่ 3 ลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจราชการแบบบูรณาการ ในโครงการที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาล ที่จังหวัดเชียงราย และช่วงที่ 4 การศึกษาดูงานด้านการตรวจราชการในต่างประเทศ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระบบการตรวจราชการของต่างประเทศและประเทศไทย และนำมาปรับใช้ในการตรวจราชการ

การอบรมนี้จัดในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 เป็นช่วงๆในระยะเวลาร่วม 5 เดือน

พอถึงเดือนตุลาคมปีหน้าถ้ามีกำลังภายในเพียงพอท่านผู้ตรวจฯคนใดคนหนึ่งในกลุ่มนี้ได้กระโดดไปเป็นอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวงก็อาจจะไม่คุ้มเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งย้ายเลยนะ.

“ซี.12”

 

กรรมการประกันสังคม

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/549201

โดย ซี.12 16 ธ.ค. 2558 05:01

 

คนที่อยู่นอกภาครัฐส่วนใหญ่จะต้องมีกิจกรรมสัมพันธ์กับการ ประกันสังคม โดยหน้าที่หลักก็คือการส่งเงินให้ประกันสังคม แต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์อะไรจากการประกันสังคมมากนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในระดับที่พอช่วยตัวเองได้มักจะตัดรำคาญกับการใช้บริการประกันสังคม เพราะไปโรงพยาบาลก็ได้รับการดูแลแบบต่ำกว่ามาตรฐานไม่เป็นที่น่าพอใจ

ปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขในระยะยาว เพื่อให้การประกันสังคมเป็นเรื่องที่ผูกพันชีวิตที่แท้จริงของคนไทย

มาดูกันถึงผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการประกันสังคม ซึ่งตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้วด้วยคำสั่งของ คสช.

คณะกรรมการประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมประกอบด้วย

1. ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการ 2.ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ 3.ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ 4.ผู้แทนสำนักงบประมาณ กรรมการ 5.นายทวี ดียิ่ง กรรมการ 6.นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร กรรมการ 7.นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ 8.นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล กรรมการ 9.นายวาชิต รัตนเพียร กรรมการ 10.นายวันชัย ผุดวารี กรรมการ 11.นายสมพงศ์ นครศรี กรรมการ 12.นายสุวรรณ สุขประเสริฐ กรรมการ 13.นายสุวิทย์ ศรีเพียร กรรมการ 14.นางอรุณี ศรีโต กรรมการ 15.เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ

โดยมีที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ประกอบด้วย 1.นายปั้น วรรณพินิจ 2.นายอำพล สิงหโกวินท์ 3.พลโท กฤษฎา ดวงอุไร 4.นายถาวร พานิชพันธ์ 5.พลเอก อภิชาต แสงรุ่งเรือง

ส่วนกรรมการใน คณะกรรมการการแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมได้แก่

1.นายชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการ 2.นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ กรรมการ 3.นายอำนวย กาจีนะ กรรมการ 4.นายสุพรรณ ศรีธรรมมา กรรมการ 5.พลโท ไตรโรจน์ ครุธเวโช กรรมการ 6.ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี กรรมการ 7.พลตรี จัดพล วุฑฒกนก กรรมการ 8.ศาสตราจารย์พรชัย สิทธิศรัณย์กุล กรรมการ 9.รองศาสตราจารย์จุฑาไล ตัณฑเทอดธรรม กรรมการ 10.นายอดุลย์ บัณฑุกุล กรรมการ 11.นายชาญวิทย์ ทระเทพ กรรมการ 12.นายทรงยศ ชัยชนะ กรรมการ 13.ศาสตราจารย์สุนันทา พลปัถพี กรรมการ 14.ศาสตราจารย์สารเนตร์ ไวคกุล กรรมการ 15.รองศาสตราจารย์ศุภชัย รัตนมณีฉัตร กรรมการ 16.ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนมี1.เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ประธานกรรมการ 2.นายศรีประสิทธิ์ บุญวิสุทธิ์ กรรมการ 3.นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ กรรมการ 4.นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย กรรมการ 5.นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย กรรมการ 6.นางผจงสิน วรรณโกวิท กรรมการ 7.นางปริศนา ประหารข้าศึก กรรมการ 8.นายอรรถการ ตฤษณารังสี กรรมการ 9.นายปิยะชาติ ชุณหเวชสกุล กรรมการ 10.นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ กรรมการ 11.นายวารินทร์ ศรีแจ่ม กรรมการ 12.นายบรรจง บุญรัตน์ กรรมการ 13.นายพงษทร คงลือชา กรรมการ 14.ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ

กรรมการทั้งหมดที่ตั้งตามชื่อ มีวาระอยู่ในตำแหน่งสองปี ส่วนกรรมการโดยตำแหน่งก็เปลี่ยนไปตามคนครองตำแหน่งนั้นๆ

ช่วงนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ปรับปรุงมาตรฐานการประกันสังคมให้ทัดเทียมกับสากลเสียที.

“ซี.12”

 

นิติธรรมเพื่อ ปชต.

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/548704

โดย ซี.12 15 ธ.ค. 2558 05:01

 

หลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” เป็นหลักสูตรฝึกอบรมของศาลรัฐธรรมนูญที่เปิดมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้วผู้เข้ารับการอบรมล้วนคัดมาแต่คนสำคัญในวงการต่างๆ รวมทั้งสิ้น 52 รายประกอบด้วย

1.นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 2.นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 3.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย 4.พล.อ.ท.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รอง เสธ.ทอ. 5.นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด 6.นายเชิดชู รักตะบุตร อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 7.นายเชาวนะ ไตรมาศ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 8.นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง 9.นางสาวทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล 10.นางธันญธร ชลวร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล

11.นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 12.นายนพดล พลเสน ประธานกรรมการมูลนิธิรักษ์ผืนป่าตะวันตกมรดกโลกห้วยขาแข้ง 13.นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 14.นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 15.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต 16.นายบูรณ์ ฐาปนดุล ผู้ตรวจการแผ่นดิน 17.นายประวิช รัตนเพียร กรรมการ กกต. 18.พล.ร.ท.ปรีชาญ จามเจริญ หัวหน้าสำนักตุลาการทหารฯ 19.นางผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์ ประธานกรรมการบริษัทไพพรรณรัตน์ กรุ๊ป จำกัด 20.ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด

21.นางพฤษภา พนมยันต์ รองประธานศาลฎีกา 22.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ สนช. 23.พล.ร.ท.พิเชฐ ตานะเศรษฐ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ 24.นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 25.นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. 26.พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี 27.นายมนตรี กนกวารี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี 28.นางสาวราตรี ศรีสถิตย์วัฒนา กก.ผจก.บริษัท Ameritech Group จำกัด 29.นายวรรณชัย บุญบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 30.นายวันชัย โตความรู้ ผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ

31.นางวิจิตรา อร่ามวัฒนานนท์ ประธานบริษัท Sea Wealth Frozen Food จำกัด 32.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ กทม. 33.นายวิทยา ฉายสุวรรณ สนช. 34.พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล 35.นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาล
อุทธรณ์ 36.พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. 37.นายสมภพ เต็งทับทิม รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 38.นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท G.Steel Public Company Limited 39.นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 40.นายสมัคร เชาวภานันท์ นายกสมาคมนิติศาสตร์ มธ.

41.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย 42.นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ 43.พล.อ.สุรสิทธิ์ ถาวร ที่ปรึกษา สปท. บก.กองทัพไทย 44. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการป.ป.ช. 45.นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคาราบาว กรุ๊ป จำกัด 46.นายแสงชัย อภิชาติธนพัฒน์ ประธานบริษัท บริษัท Fatima R.B.D.S. International จำกัด 47.นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด 48.นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. 49.นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม 50.นางอารีรัตน์ เลาหพล ประธานกรรมการบริษัท อาร์ท บิวสิเนส แฟร์ จำกัด 51.ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง 52.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

ทุกคนที่มาเข้าหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นคนมีสี ศาสตราจารย์หรือด็อกเตอร์อื่นใดควรจะถอดหัวโขนดั้งเดิมออก ไปเพื่อเข้าสู่สภาพของผู้ใฝ่รู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีนิติธรรม.

“ซี.12”

 

ประธาน ป.ป.ช.คนใหม่

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/548355

โดย ซี.12 14 ธ.ค. 2558 05:01

 

กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติที่เข้ามาทดแทนคนเก่าที่ครบวาระ 5 รายนั้นผ่านขั้นตอนมาครบถ้วนแล้วแต่มาติดกึกในขั้นสุดท้ายด้วยปัญหาโต้แย้งทางข้อกฎหมาย

นั่นคือเถียงกันว่าควรจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งก่อนแล้วค่อยเลือกประธานหรือเลือกประธานกันก่อนแล้วนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งพร้อมกัน

ลงเอยก็ต้องตัดสินกันด้วยอำนาจพิเศษ มาตรา 44 กล่าวคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมี คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 45/2558 เรื่อง การเลือกประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติโดยกำหนดให้

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจัดให้มีการประชุม ระหว่างบุคคลผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภา ได้แก่ พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร และ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ

ร่วมกับ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ยังคงอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่ง ได้แก่ นายณรงค์ รัฐอมฤต นายปรีชา เลิศกมลมาศ พลตำรวจเอก สถาพร หลาวทอง และ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ

เพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้วแจ้งผลให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ

เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไปในคราวเดียวกัน

จากนั้นก็มีข่าวคราวติดตามมาว่าจะมีการประชุมเลือกประธานกันในวันที่ 14 หรือ 15 ธันวาคม 2558 ซึ่งก็คือวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

มาลองพิจารณากันแบบไม่เข้าใครออกใครก็จะเห็นว่าทุกคนที่ได้รับเลือกเข้ามาต่างก็คิดว่าตัวเองมีความพร้อมและความเหมาะสมที่จะเป็น ประธาน ป.ป.ช.ทั้งสิ้น

แต่ถ้าจะพิจารณากันให้ลึกซึ้งแล้วหนทางที่ถูกที่ควรสำหรับคนที่จะขึ้นเป็น ประธาน ป.ป.ช. คนใหม่นั้นควรจะเป็นหนึ่งในกรรมการเก่า 4 คน มากกว่าหนึ่งในกรรมการใหม่ 5 คน

อย่างน้อยที่สุดกรรมการที่อยู่มาก่อนนั้นจะต้องมีประสบการณ์ในการ บริหารจัดการกับกระบวนการปราบปรามการทุจริตมากกว่ากรรมการที่เข้ามาใหม่แน่นอน

อีกทั้งวาระการดำรงตำแหน่งก็สั้นยาวกว่ากันอยู่แล้ว ยังไงๆ หนึ่งใน 5 รายที่เข้ามาใหม่ต้องได้เป็นประธานวันยังค่ำและสามารถรับตำแหน่งได้อย่างสง่างามด้วย

การประชุมเลือกประธานของ ป.ป.ช.คราวนี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและคุณธรรมของดุลพินิจของคนทั้งเก้าว่าสมควรจะฝากความเชื่อถือในการวินิจฉัยคดีคอร์รัปชันได้แค่ไหนในอนาคต.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 12/12/58

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/547526

โดย ซี.12 12 ธ.ค. 2558 05:01

 

คำปรารภของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับระบบราชการและตัวข้าราชการที่จะต้องมีการปฏิรูปกันขนานใหญ่นั้นเป็นความจริงที่รับรู้กันมานานถึงปัญหาที่สะสมถมทับในวงราชการ ถึงแม้จะมีความพยายามผลักดันให้มีการแก้ปัญหาเหล่านี้มาทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้าจะว่าไปแล้วมันก็วนเวียนเหมือนพายเรือในอ่าง ตอนนี้มี อำนาจพิเศษ จึงอยากเห็นความสำเร็จใน การปฏิรูประบบราชการ เพื่อประเทศชาติและประชาชนจริงๆมิใช่การปฏิรูปแบบหมกเม็ดมีวาระซ่อนเร้นหาประโยชน์เข้าตัวเองอย่างที่เคยเป็นมาจนมีปัญหายืดเยื้อให้แก้ไขมาจนถึงเดี๋ยวนี้…..

เขียนถึงรายนามผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในส่วนของ รัฐมนตรี และ ผู้บริหารในราชการพลเรือน มีการตั้งคำถามว่าทำไมมีน้อยรายที่จริงเป็นเรื่องธรรมดาที่ว่าส่วนใหญ่ได้รับพระราชทานมาในปีก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐมนตรี ที่มีที่มาจาก ข้าราชการประจำ ดังนั้นจึงปรากฏชื่อเฉพาะ รัฐมนตรีที่มาจากภาคเอกชน ซึ่งไม่เคยได้รับพระราชทานมาก่อน โดยที่บอกไปแล้วมีตกหล่นไปหนึ่งรายคือ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้รับพระราชทานสายสาม มหาวชิรมงกุฎ…..

ส่วนระดับ ปลัดกระทรวง หรือ หัวหน้าหน่วย ก็เป็นเช่นกันจึงมีเฉพาะคนที่ขึ้นมาใหม่ไม่กี่คนที่เหลือเป็นคนที่ได้แล้ว จะมีก็แต่ปลัดกระทรวงประเภท ดาวรุ่งพุ่งแรง อย่างเช่น ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เพียงสายสาม มหาวชิรมงกุฎ สำหรับผู้บริหารที่เพิ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อ 1 ตุลาคม 2558 ที่ได้รับพระราชทานสายสี่ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ก็มี ฉัตรพงศ์ ฉัตราคม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ คุรุจิต นาครทรรพ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อภิชาต จงสกุล อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อดีตอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปราณิน มุตตาหารัช อดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จักรินทร์ เปลี่ยนวงษ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ธำรงค์ เจริญกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จำเริญ ยุติธรรมสกุล อดีตรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี วิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อดีตรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ธรรมนิตย์ สุมันตกุล อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อภิมุข สุขประสิทธิ์ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา…..

การแต่งตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่าน ครม.เมื่อวันอังคารคือการที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้ง ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป นับเป็นการเลือกเฟ้นบุคคลตามครรลองของความถูกต้องเป็นธรรมอย่างแท้จริง เพราะ รองชาญเชาวน์ ควรได้ตำแหน่งนี้มาตั้งนานแล้ว…..

คราวเดียวกัน ครม.แต่งตั้ง ปกรณ์ นิลประพันธ์ กรรมการร่างกฎหมายประจำ เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนกระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง กัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี จากตำแหน่งอำนวยการระดับสูงขึ้นพรวดเดียวไปเป็นนักบริหารการทูตระดับสูง โดยให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี รัฐลิเบีย แต่ปฏิบัติราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ…..

ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มี 2 รายคือ มาลี วงศาโรจน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น รองปลัดกระทรวง และ วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดี ส่วนของกระทรวงมหาดไทย ครม.อนุมัติโอน ขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย…..
“ซี.12”

 

เลื่อน นอภ.ระดับสูงชุดสุดท้าย

Published ธันวาคม 22, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/547059

โดย ซี.12 11 ธ.ค. 2558 05:01

 

ชุดสุดท้ายของนายอำเภอระดับต้นที่ได้เลื่อนขึ้นเป็นนายอำเภอระดับสูงมีรายการตกค้างอยู่ของจังหวัดสตูลถึงจังหวัดอุบลราชธานี ขอนำเสนอให้ครบถ้วนดังนี้

110.นายบุญช่วย หอมยามเย็น นอภ.ทุ่งหว้า สตูล เป็น นอภ.ควนกาหลง สตูล 111.นายสามารถ สุวรรณมณี นอภ.มะนัง สตูล เป็น นอภ.ท่าแพ สตูล 112.นายวิทยา ชพานนท์ นอภ.หนองโดน สระบุรี เป็น นอภ.แกลง ระยอง 113.นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ นอภ.เจริญศิลป์ สกลนคร เป็น นอภ.คลองหาด สระแก้ว 114.นายศราวุธ สุวรรณจูฑะ นอภ.ดอนพุด สระบุรี เป็น นอภ.วังม่วง สระบุรี 115.นายอภิชาติ เหมือนมนัส นอภ.สามโก้ อ่างทอง เป็น นอภ.เฉลิมพระเกียรติ สระบุรี 116.นายเนติธร ผุยหนองโพธิ์ นอภ.โคกสูง สระแก้ว เป็น นอภ.พรหมบุรี สิงห์บุรี

117.นายธนพงศ์ บุญเรือง นอภ.บ้านหลวง น่าน เป็น นอภ.ศรีสำโรง สุโขทัย 118.นายจิรศักดิ์ ชำนาญภักดี นอภ.เวียงเก่า ขอนแก่น เป็น นอภ.สามชุก สุพรรณบุรี 119.นายกิตติพงษ์ แย้มมี ผู้อำนวยการส่วนระบบการปกครองท้องที่สำนักบริหารการปกครองท้องที่ เป็น นอภ.ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี 120.นายธนวรรษ รอดจิตต์ นอภ.ลำทับ กระบี่ เป็น นอภ.บ้านนาเดิม สุราษฎร์ธานี 121.ว่าที่ ร.ท. สมชาย เรืองจันทร์ นอภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ ศรีสะเกษ เป็น นอภ.เคียนซา สุราษฎร์ธานี 122.นายภิญโญ หวังสุทธิ์ นอภ.วิภาวดี สุราษฎร์ธานี เป็น นอภ.พนม สุราษฎร์ธานี

123.นายเรืองยศ ลิ้มนุกูลเจริญ นอภ.ลำดวน สุรินทร์ เป็น นอภ.บัวเชด สุรินทร์ 124.นายประภาส ศรีจันทร์เวียง นอภ.ศรีณรงค์ สุรินทร์ เป็น นอภ.กาบเชิง สุรินทร์ 125.นายเมตต์ แสงจันทร์ นอภ.สนม สุรินทร์ เป็น นอภ.ท่าตูม สุรินทร์ 126.นายวิโรจน์ อักษรดี นอภ.โพธิ์ตาก หนองคายเป็น นอภ.สังขะ สุรินทร์ 127.นายประเทือง อยู่เกษม นอภ.ท่าตะเกียบ ฉะเชิงเทรา เป็น นอภ.สำโรงทาบ สุรินทร์ 128.นายวัลลภ จินดาเงิน นอภ.บ้านด่าน บุรีรัมย์ เป็น นอภ.เชียงขวัญ ร้อยเอ็ด 129.นายณัฐวัฒน์ บุญค้ำมา นอภ.หนองหิน เลย เป็น นอภ.สุวรรณคูหา หนองบัวลำภู

130.นายสมยศ วิชากร นอภ.แกดำ มหาสารคาม เป็น นอภ.ไชโย อ่างทอง 131.นายวิโรจน์ อุทุมโภค นอภ.ประจักษ์ศิลปาคม อุดรธานี เป็น นอภ.นายูง อุดรธานี 132.นายสามารถ หมั่นนอก นอภ.พิบูลย์รักษ์ อุดรธานี เป็น นอภ.น้ำโสม อุดรธานี 133.นายชัชวาลย์ ปทานนท์ นอภ.สร้างคอม อุดรธานี เป็น นอภ.โนนสะอาด อุดรธานี 134.นายชัยรัตน์ พัดประดิษฐ์ นอภ.หนองแสง อุดรธานี เป็น นอภ.ไชยวาน อุดรธานี

135.นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล นอภ.นาหมื่น น่าน เป็น นอภ.ตรอน อุตรดิตถ์ 136.นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นอภ.ทองแสนขัน อุตรดิตถ์ เป็น นอภ.น้ำปาด อุตรดิตถ์ 137.น.ส.จิรภา ทองศิริ นอภ.ค้อวัง ยโสธร เป็น นอภ.ห้วยคต อุทัยธานี 138.นายพิภพ หนูขวัญ นอภ.ชำนิ บุรีรัมย์ เป็น นอภ.น้ำขุ่น อุบลราชธานี 139.นายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นอภ.ดอนมดแดง อุบลราชธานี เป็น นอภ.กุดข้าวปุ้น อุบลราชธานี 140.นายสุพล คำน้อย นอภ.ทุ่งศรีอุดม อุบลราชธานี เป็น นอภ.สำโรง อุบลราชธานี

ด้วยเหตุที่การแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอมีเป็นจำนวนมากมายหลายร้อยคนจึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่และเวลาหลายวันในการนำเสนอ บางครั้งจำเป็นต้องเสนอเรื่องอื่นๆที่แทรกซ้อนเข้ามาจึงขาดความต่อเนื่องไปบ้างต้องขออภัย.

“ซี.12”

 

%d bloggers like this: