มือถือ

All posts tagged มือถือ

พบผู้หญิงแห่ปิดมือถือหวั่นเนื้องอกสมอง

Published มิถุนายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/46668

17 October 2554

หลังจากองค์การอนามัยโลกได้เตือนถึงความเสี่ยงของเนื้องอกสมองเพราะการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ผลสำรวจพบว่า ผู้หญิงชาวออสเตรเลียราว 1 ใน 4 ได้ลดระยะเวลาในการใช้มือถือลง
หน่วยงานสำรวจภาวะสุขภาพออนไลน์ Biggest Health Check ในออสเตรเลีย ได้เก็บข้อมูลจากผู้หญิง 30,000 คน ยังพบด้วยว่าผู้ตอบอีก 21% ต้องการลดการใช้มือถือในอนาคต
องค์การอนามัยโลกได้เตือนเมื่อเดือนมิถุนายนว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคเนื้องอกในสมอง บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างโต้เถียงกันมาโดยตลอดว่า คลื่นของโทรศัพท์มือถือสามารถก่อมะเร็งได้หรือไม่
แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บรูซ อาร์มสตรอง บอกว่า มีหลักฐานว่าการใช้โทรศัพท์มือถือกับเนื้องอกสมองมีความสัมพันธ์กัน พร้อมกับแนะให้ผู้หญิงหันไปใช้มือถือส่งข้อความสั้นแทน หรือหันไปใช้โทรศัพท์บ้าน
ผลสำรวจนี้พบว่า ผู้หญิงที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปได้ลดเวลาในการพูดคุยทางโทรศัพท์มือถือลง นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพด้วย เช่น ลดการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารสำเร็จรูป แอลกอฮอล์ กาเฟอีน และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
ข้อมูลยังบอกด้วยว่า ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 มีความเครียดมากขึ้นกว่าเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากความวิตกในเรื่องเศรษฐกิจและนอนหลับไม่เพียงพอ
ผู้หญิง 1 ใน 10 ได้ใช้ยาคลายเครียด และมีเพียง 1 ใน 4 ที่มีความพึงพอใจกับความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับหน้าที่การงาน และผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปีในสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งบอกว่า ตัวเองรู้สึก “เศร้า” กับน้ำหนักตัว…แล้วผู้หญิงไทยบ้านเราล่ะ คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง?.

พูดโทรศัพท์เคลื่อนที่เวลานานๆ อาจเกิดผื่นอาการแพ้ขึ้นแก้ม

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

29 ธันวาคม 2553, 08:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/life/137585.

Pic_137585

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาการแพ้กล่าวเตือนว่า การพูดโทรศัพท์เคลื่อนที่นานๆ อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ หมอหลุย โฟนาเซีย ของสหรัฐฯกล่าวแจ้งว่า การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่นานๆ ทำให้โดนสัมผัสกับแร่นิกเกิลในโทรศัพท์นานขึ้น เคยพบคนไข้ซึ่งปรากฏมีรอยผื่นคันแห้งๆขึ้นตามแก้ม ขากรรไกรและหู โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเกิดอาการแพ้

นิกเกิลเป็นสารที่ก่อให้เกิดการแพ้แบบสามัญที่สุดอย่างหนึ่ง มักเกิดกับสตรีมากถึงร้อยละ 17 และผู้ชายร้อยละ 3 การไปถูกต้องกับของที่มีนิกเกิล เช่น พวงกุญแจ เหรียญ คลิปหนีบกระดาษ ยังไม่สู้เท่าไร เพราะเพียงชั่วระยะสั้น แต่ก็ควรระวังว่า แม้จะถูกต้องเล็กน้อย นิกเกิลที่ติดอยู่ตามนิ้วมือ อาจจะไปโดนหน้าและทำให้คันเปลือกตาได้ อันตรายจะมากขึ้น หากต้องถูกต้องกับสิ่งของที่มีนิกเกิลบ่อยและนานขึ้น เช่น โทรศัพท์ เครื่องเพชรพลอย นาฬิกาข้อมือ และกรอบแว่นตา

หมอหลุยแนะนำว่า ทางที่ดีพยายามหลีกเลี่ยงการจับต้องสิ่งของเหล่านั้นโดยตรง เช่น โทรศัพท์มือถือก็ให้หุ้มซองพลาสติกเสีย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 29 ธันวาคม 2553, 08:00 น.

มารดาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่เป็นประจำ แสลงกับลูกในครรภ์

Published กรกฎาคม 5, 2011 by SoClaimon

11 ธันวาคม 2553, 10:00 น.
มารดาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่เป็นประจำ แสลงกับลูกในครรภ์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_133200

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ ศึกษาพบว่า หญิงมีครรภ์ที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นประจำ อาจทำให้ลูกมีปัญหาทางพฤติกรรมได้

นักวิจัยยังพบว่า อันตรายอาจจะสูงขึ้นอีก หากลูกหลานเหล่านั้นเริ่มใช้โทรศัพท์ด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

พวก เขาค้นพบจากการศึกษาเด็กลูกหลาน จำนวน 29,000 คน ว่า เด็กที่มารดาใช้โทรศัพท์ ตั้งแต่ตอนท้อง และยังสัมผัสจับต้องตั้งแต่ยังเล็ก มีโอกาสที่จะมีปัญหาทางพฤติกรรมเมื่อตอนอายุได้ 7 ขวบ มากกว่าเด็กที่ไม่ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นถึงร้อยละ 50 หากเพียงเป็นแค่แม่ใช้โทรศัพท์ตอนที่ยังอยู่ในท้อง ก็จะเสี่ยงแค่ร้อยละ 30 หรือเด็กเพิ่งจะมาพานพบหลังออกมาดูโลกแล้ว จะเสี่ยงกับการแสดงปัญหาทางพฤติกรรมเหลือเพียงร้อยละ 20

หนังสือ พิมพ์รายวัน “เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ” ของอังกฤษ รายงานผลการศึกษาเรื่องนี้ว่า คณะนักวิจัยชุดนี้ได้ศึกษาเรื่องเดียวกันนี้ มาเป็นหนที่สองแล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 11 ธันวาคม 2553, 10:00 น.

กสท เดินหน้าแจงไอซีทีหวังเดินหน้า3จีราบรื่น

Published มิถุนายน 28, 2011 by SoClaimon

27 มิถุนายน 2554, 22:00 น.

กสท เดินหน้าแจงไอซีทีหวังเดินหน้า3จีราบรื่น.

Pic_182206

“กสท” เดินหน้าแจง”ไอซีที” ขอความเห็นแผนลงทุนโครงการ 3 จี มูลค่า 12,000 ล้านบาท เผยถ้า “กสทช.” อนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ภายในเดือนนี้ คาดก.ย.เปิดบริการ 3 จี ได้แน่ หากไม่อนุมัติก็เลื่อนไปก่อน…

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2554 นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ กสท จะเข้าพบ นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อชี้แจงข้อมูลการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงข่าย 3 จี ที่กสทได้ยื่นของบลงทุน 12,000 ล้านบาทเพื่อปรับโครงข่ายจากซีดีเอ็มเอเป็นระบบเอชเอสพีเอ เป็นระยะเวลา 14 ปี รวมถึงการชี้แจงเกี่ยวกับการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อ บริการ 3 จี ซึ่ง กสท ได้ลงนามในสัญญากับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2553 ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจระหว่าง กสท กับกระทรวงไอซีที โดย กสท จะชี้แจงให้เห็นถึงความสำคัญและการเร่งดำเนินการลงทุนและการประกอบธุรกิจเพื่อให้บริการ 3 จี ของกสท ว่ามีความสำคัญต่อสถานะการเงินของ กสท อย่างมาก เพราะหาก กสท ไม่มีรายได้จากสัญญาสัมปทาน กสท ก็จะขาดทุนทันที

“การบริการโทรคมนาคมแข่งขันกันรุนแรงมาก ทำให้ กสท ต้องเร่งรัดในการดำเนินการ เพื่อให้แข่งขันกับเอกชนได้ เช่นเดียวกันการส่งแผนการลงทุนสร้างโครงข่าย 3 จีมูลค่า 12,000 ล้านบาท เป็นแผนระยะยาว 14 ปี หลังจากคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทได้อนุมัติแล้ว กสท ก็ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงไอซีที คู่ขนานไปกับการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) พิจารณาด้วย ส่วนสศช.จะรอความเห็นจากกระทรวงไอซีทีก่อน แล้วค่อยพิจารณานั้น กสท ก็กำลังเร่งที่จะหารือกับกระทรวงไอซีที ซึ่งเชื่อว่าหลังจากหารือและทำความเข้าใจกับกระทรวงไอซีทีแล้ว ก็คงจะเสนอความเห็นไปยังสศช.ในเร็วๆนี้” กจญ. บริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด กล่าว

นายจิรายุทธ กล่าวถึงความคืบหน้า การขอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม 3 จีต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ว่า ฝ่ายบริหารได้ส่งเรื่องขอนำเข้าอุปกรณ์ ใบอนุญาตติดตั้ง และใบอนุญาตใช้บริการ ไปยังสำนักงาน กสทช. หลายครั้งแล้ว ซึ่งทางสำนักงาน กสทช.ได้ทำหนังสือขอข้อมูลเพ่ิมเติมมาตลอด และล่าสุดได้ทำหนังสือยืนยันไปอีกเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าใจว่า สำนักงาน กสทช.อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาต คาดว่าจะอนุมัติในการประชุมบอร์ดกสทช.คราวหน้า หากอนุมัติภายในเดือนนี้ กสท ก็จะเปิดให้บริการ3 จี ได้ภายในเดือนก.ย. แต่หากอนุมัติล่าช้าไปกว่านี้ กสท ก็ต้องเลื่อนการเปิดให้บริการ3จีออกไปด้วยเช่นกัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 มิถุนายน 2554, 22:00 น.

อุปกรณ์คุ้มกันภัยจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ป้องกันรังสีจาก “มือถือ”

Published มิถุนายน 17, 2011 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 12:00 น.
อุปกรณ์คุ้มกันภัยจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ป้องกันรังสีจาก “มือถือ”.

Pic_125978

ปัญหาการแผ่รังสีจากโทรศัพท์มือถือนับเป็นเรื่องใหญ่ และถกเถียงกันไม่เป็นที่ยุติ แต่ได้มีการประดิษฐ์สิ่งที่อ้างว่าจะช่วยป้องกันมันได้ขึ้นมา

มันมีชื่อว่า “เดอะ คิวลิงค์ มินี่” เป็นผลิตภัณฑ์จดลิขสิทธิ์ในนาม  “ซิมปาเธติก รีโซแนนซ์ เทคโนโลยี” ขนาดเท่ากับเหรียญ 5 เซนต์ แต่มีความแรงพอที่จะป้องกันรังสีแม่ เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆที่เป็นอันตรายได้

นายจอห์น เกียรอน ผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตอ้างว่า มันจะเป็นโล่ป้องกันการแผ่รังสีจากภายนอกและจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งอาจก่อความเจ็บป่วยและโรคได้

นสพ.รายวัน  “เดลี่ เทเลกราฟ”  ของอังกฤษ เสนอ ข่าวนี้แจ้งว่า นายจอห์นกล่าวบอกว่า “เราสร้างมันขึ้นหลังจากที่ได้ทดสอบและปรับแต่งเทคโนโลยีของเรา ซึ่งผ่านการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และทดสอบมา 20 ปี อ้างว่า “การแผ่รังสีจากโทรศัพท์มือถือที่มีผลกับตัวคนเป็นปัญหาใหญ่ และมันกระทบกับทุกคนที่ใช้มัน เราออกแบบมันขึ้นเพื่อจะให้นักธุรกิจทั้งชายหญิง หนุ่มสาว แม่และเด็ก อุ่นใจได้ว่า ใช้โทรศัพท์มือถือด้วยความปลอดภัย” แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะผลิตออกเมื่อใด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 12:00 น.

ทีโอทีลงนามกู้เงิน ธ.กรุงศรี-ยูโอบี ลุยขยายมือถือ3จี

Published พฤษภาคม 24, 2011 by SoClaimon

24 พฤษภาคม 2554, 11:52 น.
ทีโอทีลงนามกู้เงิน ธ.กรุงศรี-ยูโอบี ลุยขยายมือถือ3จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173708

ทีโอที ลงนามสัญญาสินเชื่อกับกรุงศรี และ UOB สนับสนุนทางการเงินโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ทั่วประเทศ หวังอีก 3 เดือนไทยจะสามารถให้บริการมือถือ 3G ได้เต็มรูปแบบ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 8.09 น. ของวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา นายอานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชนป ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้วงเงิน 14,707 ล้านบาท เพื่อลงทุนสร้างโครงข่าย 3 จี กับ นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประะธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) นายคิม ชุง หว่อง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

นายอานนท์ กล่าวว่า ทีโอที มีความยินดีที่การจัดหาแหล่งเงินสำหรับดำเนินโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่ 3G ประสบความสำเร็จด้วยดี และขอขอบคุณ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารยูโอบี ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนแหล่งเงิน  โดยการลงนามครั้งนี้เป็นสัญญาณของการเดินหน้าโครงการสร้างโครงข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ที่เป็นมาตรฐานตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ที่ภายใน 3 เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวสู่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก สำหรับโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G จะเป็นการสนับสนุนนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติของรัฐบาลและกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ และแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร( ICT ) ฉบับที่ 2 (2552-2556) เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรให้สูงขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิต พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การแพทย์ และสาธารณสุข และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้พนักงาน ทีโอที ทุกคนต่างให้การสนับสนุนเนื่องจากจะทำให้ ทีโอที สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง ทดแทนการพึ่งพารายได้จากสัมปทาน และทำให้ ทีโอที สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ด้าน นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประะธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในโอกาสที่เป็นผู้สนับสนุนหลักทางการเงินแก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำหรับโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โทรคมนาคมและสนับสนุนนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติของภาครัฐเพื่อให้บริการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง อันจะนำไปสู่ความก้าวหน้าของประเทศในด้านต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการให้บริการทางการเงิน ครบวงจรของกรุงศรี รวมถึงการให้บริการลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ พัฒนาประเทศเช่น บมจ. ทีโอที

ด้าน นายคิม ชุง หว่อง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคาร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในการปล่อยสินเชื่อให้กับ ทีโอที ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของธนาคาร ในการมีส่วนร่วมผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อ เนื่องและยั่งยืน โดยเป็นการผลักดันการเดินหน้าโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เป็นครั้งแรก อันก่อ ให้เกิดประโยชน์กับคนไทยทั้งชาติ

สำหรับการจัดหาแหล่งเงินกู้สำหรับโครงการ 3G นี้ ทีโอที ได้แต่งตั้ง บริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท นอร์ตันโรส (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและทางกฏหมาย ตามลำดับ โดยทีมที่ปรึกษาได้ร่วมกับคณะทำงานของ ทีโอที ในการดำเนินการคัดเลือกกลุ่มสถาบันการเงินและเจรจาสัญญาเงินกู้ ซึ่งได้ทำการคัดเลือก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารยูโอบี จากกลุ่มสถาบันการเงิน 4 กลุ่มหลัก ที่ประกอบไปด้วย สถาบันการเงินในประเทศจำนวน 8 แห่ง โดยยึดหลักข้อเสนอทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อ ทีโอที สูงสุด รวมทั้งมีข้อกำหนดที่เป็นภาระและมีผลกระทบแก่ ทีโอที ในการดำเนินโครงการ 3G น้อยที่สุด โดยสินเชื่อในครั้งนี้ มีระยะเวลา 10 ปี โดยมีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีแรก และระยะเวลาผ่อนชำระคืนหนี้ 8 ปี ซึ่งต้องชำระคืนเงินต้นทุก 6 เดือน รวมทั้งหมด 16 งวด

ในเบื้องต้น งบประมาณรวมของโครงการสร้างโครงข่าย 3G นั้นอยู่ที่ 19,980 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของการประมูลงานสร้างโครงข่าย 3G ที่ตั้งราคากลางไว้ที่ 17,440 ล้านบาท และมีสัดส่วนเงินกู้อยู่ที่ 15,850 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทีโอที ได้เปิดประมูลแบบ e-auction ผลปรากฏว่าราคาที่ชนะเลิศจากการประมูลต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ กล่าวคือ ราคาประมูล e-auction วงเงินเซ็นสัญญาจากการประมูลที่มีค่าลดลงจากราคากลาง เหลือ 15,999.50 บาท ส่งผลให้วงเงินลงทุนรวมทั้งหมดมีมูลค่าลดลงเหลือ 18,539.50 ล้านบาท และมีสัดส่วนเงินกู้ที่ 14,707 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ภายใต้แบรนด์ “ทีโอที 3G” บนคลื่น 2100 MHz ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Mobile Telecommunications 2000,IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของ International Telecommunication Union (ITU) มีลูกค้าผู้ใช้บริการประมาณ 200,000 เลขหมาย โดยตั้งเป้าหมายปี 2554 จะมีลูกค้า ประมาณ 1.3 ล้านเลขหมาย และเพิ่มเป็น 7 ล้านเลขหมายในปี 2558 มีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 8 %.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 พฤษภาคม 2554, 11:52 น.

อานิสงส์​ส​มาร์ท​โฟน​ดัน​มือ​ถือ​อู้​ฟู่

Published พฤษภาคม 17, 2011 by SoClaimon

17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
อานิสงส์​ส​มาร์ท​โฟน​ดัน​มือ​ถือ​อู้​ฟู่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171962

สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ สรุป​ภาพ​รวม​ผล​ประกอบ​การ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์มือ​ถือ​ของ​ประเทศ​ประจำปี 2553 พบอานิสงส์​ส​มาร์ท​โฟน​ดัน​มือ​ถือ​อู้​ฟู่ ราย​ได้​ทะลัก​ฟัน​กำไร​กัน​ถ้วน​หน้า…

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า  สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กทช.) ได้สรุป​ภาพ​รวม​ผล​ประกอบ​การ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์ มือ​ถือ​ของ​ประเทศ​ประจำปี 2553 โดย​มี​ราย​ได้​รวม 220,000 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ปี 2552 คิด​เป็น 7% โดย​บริษัท แ​อด​วาน​ซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ​เอ​ไอ​เอส มี​ราย​ได้ 111,280 ล้าน​บาท มี​ผู้​ใช้​บริการ 31.2 ล้าน​เลข​หมาย มี​ราย​ได้​เฉลี่ย​ต่อ​เลข​หมาย​ต่อ​เดือน 240 บาท ขณะ​ที่​บริษัท โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค​มี​ราย​ได้ 72,351 ล้าน​บาท มี​ผู้​ใช้​บริการ 21.6 ล้าน​เลข​หมาย ราย​ได้​เฉลี่ย​ต่อ​เลข​หมาย 215 บาท ส่วน​ท​รู​มูฟมี​ราย​ได้ 30,960 ล้าน​บาท มี​ผู้​ใช้​บริการ 17.2 ล้าน​บาท ราย​ได้​เฉลี่ย​ต่อ​เลข​หมาย​ต่อ​เดือน 105 บาท

ส่วน​การ​จ่าย​เงินปันผล​ของ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​นั้น เอ​ไอ​เอส ประกาศ​จ่าย​ปัน​ผล​ปี 2553 ใน​อัตรา 6.92 บาท ​และ​ปัน​ผล​พิเศษ 6 บาท รวม​จ่าย​ปัน​ผล 12.92 บาท​ต่อ​หุ้น และ​คาด​ว่า​ใน​ปี 54 จะ​จ่าย​เงินปันผล 9.5 บาท​ต่อ​หุ้น ขณะ​ที่​ดี​แทคจ่าย​เงินปันผล​ปกติ 3.21 บาท ​และ​ปัน​ผล​พิเศษ 0.56 บาท​ และ​คาด​ว่า​ใน​ปี 54 จะ​ปัน​ผล​ไม่​ต่ำ​กว่า 4 บาท​ต่อ​หุ้น

ทั้งนี้ ราย​ได้​ของ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ที่​เพิ่ม​ขึ้น เป็น​ผลมา​จาก​เศรษฐกิจ​ฟื้นตัว​ใน​ช่วง​ไตรมาส 4 ของ​ปี 53 และ​กระแสความ​นิยม​ออนไลน์​เพิ่ม​มาก​ขึ้น ยอด​การ​ขาย​เครื่อง​โทรศัพท์​แบบ​ส​มาร์ท​โฟนเพิ่ม​มาก​ขึ้น​เช่น​กัน อีก​ทั้ง​บริการ​เสริม​ต่างๆเป็น​กลไก​สำคัญ​ของ​การ​ขยาย​ตัว​ของ​ธุรกิจ​โทรศัพท์​มือ​ถือ และ​คาด​ว่า​ใน​ปี 2554 จะ​ยัง​คง​ขยาย​ตัวอย่าง​ต่อ​เนื่อง โดยเฉพาะ​การบริการ​อินเตอร์เน็ต​ไร้​สาย​รวม​ถึง​แอปพลิเคชั่น​เครือ​ข่าย​สังคม​ออนไลน์​ที่​มี​แนวโน้ม​จะ​ได้​รับ​ความ​นิยม​มาก​ขึ้น​ด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

มะงุมมะงาหราถกค่าเสียหายแก้สัมปทาน

Published มีนาคม 24, 2011 by SoClaimon

24 มีนาคม 2554, 05:00 น.

มะงุมมะงาหราถกค่าเสียหายแก้สัมปทาน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ไอซีที ถกค่าเสียหายแก้สัมปทานเถียงกันไม่จบ ดีแทค-ทรูมูฟไม่รับมุก กสท…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ที่มีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เชิญนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด มาชี้แจงเกี่ยวกับการคำนวณมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ในฐานะคู่สัญญา กสท โดยดีแทคต้องจ่ายเงินชดเชยให้ กสท คิดเป็นเงิน 22,445 ล้านบาท ส่วนทรูมูฟ 8,208 ล้านบาท

ทั้งนี้ กสท ระบุว่าการคำนวณค่าเสียหายดังกล่าว ถือเป็นรายได้ที่พึงได้ของ กสท เพราะการแก้ไขสัญญาสัมปทาน โดยเฉพาะการขยายอายุสัญญาสัมปทานของดีแทคและทรูมูฟนั้น ทำให้ดีแทคและทรูมูฟ ควรจ่ายส่วนแบ่งรายได้เป็นอัตราก้าวหน้าเพิ่มขึ้น 5% ทุกๆ 5 ปี โดย 5 ปีสุดท้ายก่อนสัญญาจะสิ้นสุด ตามหลักการควรจ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่ 35% ของรายได้ แทนที่จะเป็น 30%

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมดังกล่าวยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ตามความคาดหมาย เนื่องจากเอกชนไม่ยินยอม โดยยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากเป็นการสมยอมร่วมกันและเป็นการให้ต่างตอบแทน ซึ่งคาดว่าที่สุดแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่จะหาข้อยุติระหว่างกันได้ตามกำหนดที่คณะรัฐมนตรียืดระยะเวลาต่อไปให้อีก 1 เดือน โดยสำหรับการประชุมครั้งหน้า ในส่วนของทรูมูฟกำหนดเป็นวันที่ 25 มี.ค. ส่วนดีแทคเป็นสัปดาห์หน้า.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มีนาคม 2554, 05:00 น.

 

สัปดาห์หน้ารู้หมู่หรือจ่าถกแก้สัญญามือถือ

Published มีนาคม 16, 2011 by SoClaimon

16 มีนาคม 2554, 02:05 น.

สัปดาห์หน้ารู้หมู่หรือจ่าถกแก้สัญญามือถือ

Pic_156239

ปลัดไอซีที คาด ในสัปดาห์หน้า จะสามารถเปิดโต๊ะเจรจา ในการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ…

วันที่ 15 มี.ค. นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะประชุมคณะกรรมการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทาน โทรศัพท์มือถือ โดยให้คู่สัญญาสัมปทานมือถือทุกรายต้องรับรองเอกสาร ที่นำเสนอ คณะกรรมการเจรจาฯ ให้เรียบร้อยเพื่อเป็นเอกสารที่อ้างอิงได้เพราะมิเช่น จะไม่สามารถเปิดการเจรจาระหว่างคู่สัญญาได้โดยคณะกรรมการเจรจาฯ จะเป็นคนกลางในการ เจรจาระหว่างคู่สัญญา โดยเริ่มจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับคู่สัญญา ได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค บริษัท ทรูมูฟ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี จากนั้นจะเป็นคู่สัญญาระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)เอไอเอส

ทั้งนี้เมื่อเปิดให้มีการเจรจาระหว่างคู่สัญญาเสร็จสิ้นทางคณะกรรมการเจรจาฯ จะส่งผลสรุปผลจากการเจรจาดังกล่าวให้กับคณะกรรมการมาตรา22 ตามพ.ร.บ ว่าด้วยเอกชนร่วมการงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน พิจารณาอีกครั้ง ก่อนส่งให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีทีพิจารณาเพื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม.ต่อไปผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าคณะกรรมการเจรจาฯพยายามที่จะสรุปผลการเจรจาของคู่สัญญาให้แล้วเสร็จโดย เร็วแต่เนื่องจากข้อมูลทีคู่สัญญาส่งมาให้คณะกรรมการเจรจาฯไม่ตรงกันโดย เฉพาะทีโอที และ กสท จัดส่งข้อมูลให้คณะกรรมการเจรจฯ ไม่ครบถ้วน ประกอบกับข้อมูลที่จัดส่งให้แต่ละ ครั้งไม่ตรงกัน จึงได้รายงานให้ รมว.ไอซีทีรับทราบเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาในการส่งข้อมูลและขอ ให้กำชับทีโอทีและกสทผ่านไปยังประธานกรรมการ(บอร์ด) ของทีโอที และ กสท ให้ส่งข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนด้วยเพื่อประโยชน์ของทั้งสององค์กร

ทั้งนี้ ความพยายามในการแก้ไขปัญหาสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่เป็นปัญหายืดเยื้อ มานานนั้น เหมือนกันว่า ทีโอที และ กสท ไม่ต้องการให้เกิดข้อยุติ เพราะส่งข้อมูลแต่ละครั้งไม่ครบถ้วน ทำให้การเจรจาไม่มีข้อยุติ ซึ่งแตกต่างจากเอกชนคู่สัญญาอย่างสิ้นเชิง เพราะจัดส่งข้อมูลครบถ้วนอีกทั้งยังส่งผู้บริหารที่มีอำนาจการตัดสินใจมาเจรจา เพื่อให้ได้ข้อยุติเพราะไม่ต้องการให้ปัญหาการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือ ถือยืดเยื้อและเป็นปัญหาอีกต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 มีนาคม 2554, 02:05 น.

“จิรายุทธ” ยันสัญญา 3 จีแจงได้ทุกขั้นตอน ยกเครื่องเพื่อ “กสท” อยู่รอด

Published มีนาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 มีนาคม 2554, 06:00 น.

ผ่านทาง\”จิรายุทธ\” ยันสัญญา 3 จีแจงได้ทุกขั้นตอน ยกเครื่องเพื่อ \”กสท\” อยู่รอด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_153293

 

เปิดใจ “จิรายุทธ” ยันสัญญาโทรศัพท์มือถือ 3 จี “กสท-ทรู” ทำเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ยันทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มั่นใจ “จุติ” ชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น ย้ำเลือก “ทรู” เพราะซื้อฮัทช์สำเร็จ …

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินการในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ รูปแบบใหม่เพื่อบริการ 3 จี กับริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ เป็นการดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของ กสท เพราะในอีก 3 ปีข้างหน้า กสท จะไม่มีรายได้จากสัมปทานโทรศัพท์มือถืออีกแล้ว “หมดยุคเสือ นอนกินแล้ว เพราะ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) กำหนดให้ กสท นำรายได้จากสัมปทานส่งเข้ารัฐทั้งหมด”

ดังนั้น ถ้า กสทไม่เตรียมความพร้อม ไม่สร้างโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่บัดนี้ กสท ก็จะประสบปัญหาขาดทุนและเกิดวิกฤติการเงินแน่นอน จากปัจจุบันมีรายได้รวม 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสัมปทาน 30,000 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการของ กสท 20,000 ล้านบาท ถ้าหักรายได้จากสัมปทานออกไป กสท จะขาดทุนทันที 2,000 ล้านบาท และจะขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก เพราะมีรายจ่ายเกินตัว

สาเหตุที่เลือกกลุ่มทรูเป็นพันธมิตรด้วยการลงนามในสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ 7 ฉบับนั้น เป็นเพราะกลุ่มทรูได้เข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในส่วนกลาง 25 จังหวัด จากบริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ฮ่องกง สำเร็จ และมีการเจรจาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ร่วมกัน โดยการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากระบบซีดีเอ็มเอ เป็นเอชเอสพีเอ (ระบบเทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพสูง) ทั้ง 3,000 สถานี และจะขยายเป็น 4,500 สถานี เพื่อให้บริการ 3 จี ครอบคลุมทั่วประเทศ ในอีก 3 ปีข้างหน้า

“กสท ไม่สามารถควบคุมฮัทช์ได้ ว่าจะขายกิจการให้ใคร เพราะเป็นเรื่องที่เอกชนตกลงซื้อขายกันเอง ไม่ว่าเอไอเอส หรือดีแทค ถ้าซื้อฮัทช์ได้สำเร็จ กสท ก็ต้องทำธุรกิจกับรายนั้น”

ส่วนกรณีที่ กสท ไม่นำคลื่นความถี่มาเปิดประมูลให้เอกชนรายอื่นๆมีส่วนร่วมด้วยนั้น ก็เนื่องจาก กสท มีสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์นำคลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรรมาเปิดประมูลได้ เพราะหน้าที่เปิดประมูลคลื่นความถี่เป็นของ กสทช. ซึ่งขณะนี้ กสทช.ยังไม่สามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ได้ เพราะศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ทั้งนี้ การทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่จะช่วยหยุดการขาดทุนและหยุดเลือดไหลทุกวัน จากการให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอในส่วนภูมิภาค 51 จังหวัด ที่ กสท เปิดบริการมา 3 ปีแล้ว มีลูกค้า 300,000 ราย แต่ขาดทุนทุกปี ปีละ 2,000 ล้านบาท และถ้าปล่อยให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอนี้เดินหน้าต่อไปอีก 5 ปี หรือเปิดให้บริการไปจนกว่าสัญญาฮัทช์จะสิ้นสุดในปี 2558 กสท ก็จะขาดทุนสะสมมากกว่า 10,000 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินการธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นั้น กสทได้ศึกษาอย่างละเอียด  ทั้งในแง่มุมของกฎหมายและระเบียบต่างๆ  โดยใน ส่วนของกฎหมาย  ยืนยันได้ว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้า ร่วมการงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) เพราะเป็นการดำเนินการตามระเบียบของพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของ กสท เอง และดำเนินการตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กทช.) ว่าด้วยการขายส่งและขายปลีก (Wholesale-Reseller) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความแล้วว่าการดำเนินการตามประกาศ กทช.ว่าด้วยการทำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกนั้น  ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯปี 2535

ฉะนั้น เมื่อมีระเบียบที่รองรับและถูกต้องอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีลักษณะคล้ายกับการเช่าโครงข่ายเคเบิ้ลใต้น้ำ เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) จึงไม่ต้องเข้าสู่ขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวใน การทำธุรกิจโทรศัพท์ มือถือที่มีการแข่งขันสูงสุด และมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกจากจะหยุดการขาดทุนจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอระบบเก่า ยังทำให้ กสท กลายเป็นผู้ให้บริการการให้เช่าเสาโทรคมนาคมและระบบส่งสัญญาณ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของกิจการโทรคมนาคม และเป็นผู้ให้บริการขายส่งโครงข่าย หรือ Wholesale รวมถึงเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วย โดย กสท จะมีรายได้จากการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นี้ตลอดอายุสัญญา 14 ปี กับ 5 เดือน คิดเป็นมูลค่า 32,000 ล้านบาท

“ถ้าจะถามว่าเหตุใด กสท ไม่ทำธุรกิจด้วยตัวเอง ก็ต้องยอมรับความจริงว่า กสท ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ทั้งคุณภาพโครงข่ายก็ไม่ครอบคลุม เครื่องโทรศัพท์ก็ตกรุ่น เพราะกว่าจะจัดซื้อได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน แม้จะให้ บริการโทรศัพท์มือถือซีดีอีเอ็มมานานแล้ว แต่มีผู้ใช้บริการแค่ 300,000 ราย จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กสท ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วยตัวเองไม่ได้”.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 มีนาคม 2554, 06:00 น.

 

%d bloggers like this: