มิจฉาชีพ

All posts tagged มิจฉาชีพ

เตือนขายรถโอนลอย ถ้าคนซื้อทำผิดเจ้าของติดร่างแห

Published กรกฎาคม 12, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 19:33 น.

เตือนขายรถโอนลอย ถ้าคนซื้อทำผิดเจ้าของติดร่างแห.

Pic_185568

ขนส่งทางบก เตือนประชาชน อย่าเห็นแก่รถถูก อาจเจอรถทะเบียนสวม ผิดกฎหมาย แนะขายรถต่อห้ามโอนลอย หวั่นคนซื้อไปทำผิดกฎหมาย เจ้าของเดิมติดร่างแห

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายอัฌษไธค์  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ต้องการเตือนประชาชน อย่าไปหลงเชื่อ ผู้ขายรถยนต์ราคาถูกเกินไป เพราะอาจมีการสวมทะเบียนปลอม จะส่งผลให้รถยนต์คันดังกล่าวผิดกฎหมายทันที และจะมีปัญหาเวลาต่อทะเบียนรถยนต์ ซึ่งให้ป้องกันโดยผู้ซื้อรถยนต์ต่อจากผู้อื่น ต้องมาดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรม ฯ เอง เพื่อให้แน่ใจว่า เป็นรถที่ไม่ผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ขายรถยนต์ ห้ามทำการโอนเพียงกรรมสิทธิ์ แต่ไม่มีการโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของใหม่ที่กรมฯ (โอนลอย) เพราะหากผู้ซื้อรถยนต์ ไปใช้กระทำผิดกฎหมาย เจ้าของรถเดิม จะมีความผิดด้วยทันที และที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว กว่าตำรวจจะพิสูจน์ว่า เจ้าของรถเดิมไม่มีส่วนรู้เห็น ต้องใช้เวลานาน

“ การซื้อขายรถยนต์ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ต้องดำเนินการให้ชัดเจน อย่าไปยอมให้โอนลอย เพื่อรอการขายต่อ เพราะอาจมีปัญหาภายหลังได้ และให้มาดำเนินการที่กรมฯ เท่านั้น อย่าไปหลงเชื่อใคร ซึ่งที่ผ่านมา เคยเตือนหลายครั้งแล้ว แต่พบว่า ผู้ซื้อ ขายรถยนต์หลายราย ยังดำเนินการโอนลอยแบบเดิมอยู่ และอยากเตือนประชาชนที่ไปใช้บริการที่กรมฯ อย่าไปหลงเชื่อมิจฉาชีพ แอบอ้างหลอกลวงประชาชน ดำเนินการแทนที่กรม ฯ เช่น ทำใบขับขี่ ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถยนต์ โอนซื้อ – ขายรถยนต์ โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งหลงเชื่อ เสียค่าใช้จ่ายให้กลุ่มมิจฉาชีพดำเนินการแทน และบางรายได้เอกสารปลอมกลับมา ซึ่งอยากให้ประชาชนดำเนินการกับเจ้าหน้าที่กรมฯ เท่านั้น ยืนยันว่า ไม่เสียเวลาแน่นอน”รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าว

สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่พบมากที่สุด คือ การขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถยนต์ที่ขับผ่านสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร โดยจะสังเกตว่า รถคันใดเตรียมชิดซ้าย เพื่อจะเลี้ยวเข้ากรม ฯ จะเข้าประกบเคาะกระจกรถยนต์ และอาสาดำเนินการให้โดยเรียกทรัพย์สินเป็นค่าตอบแทน หรือบางกรณีอาจจอดรถจักรยานยนต์ดักรออยู่บริเวณประตูทางเข้ากรม ฯ เพื่อตามประกบผู้ที่ขับรถเข้ามาและรับอาสาดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งหากประชาชนพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ให้แจ้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณด้านหน้าอาคาร 4 กรม ฯ หรือแจ้ง 1586 ได้ทันที

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่จากกองตรวจการขนส่งทางบก ได้คุมเข้มโดยแต่งกายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ติดตามกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมติดประกาศรูปของผู้ที่ถูกดำเนินคดี และผู้ถูกบันทึกประวัติ มีพฤติกรรมน่าสงสัยตามบอร์ดประชาสัมพันธ์ของแต่ละอาคาร เพื่อให้ประชาชนระวัง โดยระหว่างเดือนต.ค. 53 – พ.ค. 54 จับกุมผู้กระทำผิด ส่งสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อดำเนินคดีแล้ว 84 ราย และบันทึกประวัติผู้มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อติดตามใกล้ชิดอีก 22 ราย ซึ่งหลังจากที่กรมฯ กวดขันอย่างจริงจัง พบว่า ผู้กระทำเริ่มลดลง แต่กรมฯ จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 19:33 น.

ขนส่งทางบกแฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน

Published มิถุนายน 22, 2011 by SoClaimon

22 มิถุนายน 2554, 16:13 น.
ขนส่งทางบกแฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180942

ขนส่งทางบก แฉ!!! พฤติกรรมผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชน เผย 8 เดือน จับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดีแล้ว จำนวน 84 ราย พร้อมทั้งจัดทำบัญชีเฝ้าระวังอีก 22 ราย

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตรวจการของกรมการขนส่งทางบกในการ เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้าง และหลอกลวงประชาชนในบริเวณกรมการขนส่งทางบก พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวจะมีพฤติกรรมในรูปแบบต่าง ๆ โดยพฤติกรรมที่พบมากที่สุด ได้แก่ การขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถยนต์ที่ขับผ่านสถานีรถไฟฟ้า จตุจักร โดยจะสังเกตว่ารถคันใดเตรียมชิดซ้ายเพื่อจะเลี้ยวเข้ากรมการขนส่งทางบก ก็จะเข้าประกบเคาะกระจกรถยนต์ และอาสาดำเนินการให้โดยเรียกทรัพย์สินเป็นค่าตอบแทน หรือบางกรณีอาจจะจอดรถจักรยานยนต์ดักรออยู่บริเวณประตูทางเข้ากรมการขนส่ง ทางบก เพื่อตามประกบผู้ที่ขับรถเข้ามาและรับอาสาดำเนินการต่าง ๆ ให้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังอาจแฝงเข้ามาในรูปแบบของจักรยานยนต์รับจ้าง รวมทั้งการเดินประกบประชาชนจากบริเวณด้านนอกกรมการขนส่งทางบก เพื่ออาสาดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา (ระหว่างเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม) จับกุมผู้กระทำผิดฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นส่งสถานี ตำรวจนครบาลบางซื่อดำเนินคดีแล้ว จำนวน 84 ราย และบันทึกประวัติผู้มีพฤติกรรม น่าสงสัยเพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีก 22 ราย

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาตรการคุมเข้ม ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่จากกองตรวจการขนส่งทางบกแต่งกายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ออกติดตาม เฝ้าระวัง และคอยประกบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมติดประกาศรูปของผู้ที่ถูกดำเนินคดี และผู้ที่ถูกบันทึกประวัติมีพฤติกรรมน่าสงสัยตามบอร์ดประชาสัมพันธ์ของแต่ละ อาคาร เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลดังกล่าว ดังนั้น หากมีผู้แอบอ้าง หรืออาสาดำเนินการต่าง ๆ แทน ขออย่าหลงเชื่อเพราะนอกจาก ต้องเสียทรัพย์สินและเอกสารสำคัญแล้ว ยังอาจได้รับเอกสารปลอมซึ่งหากนำไปใช้จะมีความผิดตามกฎหมายฐานใช้เอกสาร ราชการปลอมด้วย โดยเฉพาะการขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอน ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินการแทนได้ ซึ่งปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวก ในการรับชำระภาษีรถ และขอรับใบอนุญาตขับรถให้สามารถดำเนินการได้ทุกสำนักงานขนส่งทั่วประเทศโดย ไม่จำกัดภูมิลำเนา จึงขอให้ประชาชนติดต่อราชการด้วยตนเอง หากไม่ได้รับความสะดวกใด ๆ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กรมการขนส่งทางบก หรือแจ้งที่ Call Center 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพบบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โปรดแจ้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณด้านหน้าอาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มิถุนายน 2554, 16:13 น.

กรมทรัพย์สินฯ คุมเข้ม แก๊งตบทรัพย์ค้าของเถื่อน

Published มีนาคม 30, 2011 by SoClaimon

29 มีนาคม 2554, 05:45 น.

ผ่านทางกรมทรัพย์สินฯ คุมเข้ม แก๊งตบทรัพย์ค้าของเถื่อน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_159573

 

มิจฉาชีพตระเวนตบทรัพย์ผู้ค้าของเถื่อน  กรมทรัพย์สินฯดิ้นพล่านคลอดกฎคุมเข้ม

นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของทรัพย์สิน ทางปัญญาต่างประเทศ เช่น Levi’s, SONY, NOKIA, HONDA เป็นต้น ออกจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และข่มขู่เรียกรับเงินค่ายอมความจากผู้ค้า  ทำให้ผู้ค้าและประชาชนเดือดร้อน  หากพบพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบไปยังสถานีตำรวจแต่ละท้องที่ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่มาจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มดังกล่าว “กรมอยู่ระหว่างออกประกาศฉบับใหม่  ควบคุมตัวแทนผู้รับมอบอำนาจให้เข้มงวดขึ้น  โดยต้องมาขอรับบัตรตัวแทน  เพื่อใช้แสดงตัวในการออกจับกุมสินค้าละเมิดทุกครั้ง หากมีการแอบอ้าง และถูกจับได้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย”

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ผู้แทน การค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ทบทวนสถานะไทยในด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษนั้น สหรัฐฯน่าจะคงอันดับไทยในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ต่ออีก 1 ปี แม้ไทยพยายามอย่างหนักในการป้องกัน และปราบปราม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯในไทย ทั้งนี้  เพราะสิ่งที่สหรัฐฯต้องการให้ไทยแก้ปัญหาให้ เป็นรูปธรรมยังไม่เกิดขึ้น ทั้งการออกกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ และป้องกันการละเมิดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่ยังอยู่ในขั้นตอนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงยังไม่สามารถป้องกันการละเมิดทางเคเบิลทีวีได้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 มีนาคม 2554, 05:45 น.

 

แบงก์กรุงเทพเตือน มิจฉาชีพลวงให้โอนเงิน

Published สิงหาคม 3, 2010 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2553, 16:15 น.

ผ่านทางแบงก์กรุงเทพเตือน มิจฉาชีพลวงให้โอนเงิน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_99351

ธนาคารกรุงเทพ เตือนลูกค้าและประชาชนอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคาร ของกลุ่มมิจฉาชีพ  เพื่อลวงสอบถามข้อมูลส่วนตัว และหลอกให้ไปทำธุรกรรมเพื่อชำระหนี้ทางเอทีเอ็ม ระบุขณะนี้มีการใช้โปรแกรมพิเศษให้ปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูสมจริง

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายโชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกลวงประชาชน เพื่อสอบถามข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัตรเครดิต ก่อนหลอกลวงให้โอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มเข้าบัญชีผู้ทุจริต ด้วยการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ดังนั้นหากท่านได้รับโทรศัพท์ที่น่าสงสัยทำนองดังกล่าวนี้โปรดอย่าให้ข้อมูล หรือดำเนินการโอนเงินเพื่อชำระหนี้แต่อย่างใด ขอให้วางสายทันที และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อกลับไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบข้อมูลโดยตรง

“กลุ่ม มิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการหลอกลวงโดยจะดำเนินการใช้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ประชาชน ทั้งในรูปแบบของโทรศัพท์อัตโนมัติที่ไม่แสดงหมายเลขโทรเข้า ซึ่งเมื่อรับสายจะเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติระบุว่ามียอดค้างชำระค่าใช้ บริการบัตรเครดิต และภายหลังจากการรับฟังระบบโทรศัพท์อัตโนมัติเสร็จสิ้นแล้วมีการระบุให้กด หมายเลข 9 เพื่อติดต่อพูดคุยกับบุคคลซึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กับอีกรูปแบบหนึ่งที่พบมากในขณะนี้ คือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พิเศษให้ปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานต่างๆ ติดต่อไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อทำให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์หรือได้รับการติดต่อจาก เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ จริง โดยหลอกลวงว่ามีหนี้ต้องชำระต่อธนาคาร หรืออ้างว่าถูกนำบัตรเครดิตไปแอบใช้ ทำให้มียอดค้างชำระเป็นจำนวนเงินที่สูง หากไม่ชำระหนี้จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายในทันที จากนั้นจะพูดลวงให้ได้มาซึ่งชื่อนามสกุล ข้อมูลส่วนตัวและเลขบัตรประจำตัวประชาชน และลวงให้ผู้เสียหายทำธุรกรรมเพื่อชำระหนี้ทางเอทีเอ็ม ซึ่งเท่ากับเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพโดยตรง” ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ กล่าว

นายโชค กล่าวต่อว่าธนาคารกรุงเทพขอยืนยันว่าไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ในลักษณะดังกล่าว เกี่ยวกับการทวงหนี้ หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านทางโทรศัพท์ทุกประเภทตามที่กลุ่มมิจฉาชีพแอบ อ้าง และทันทีที่ได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าวขอให้มีสติและอย่าหลงเชื่อไปทำธุรก รรมผ่านตู้เอทีเอ็มหรือนำบัตรเครดิตไปดำเนินการใดๆ ตามที่กลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง ทั้งนี้ถ้าเป็นการโทรศัพท์ติดต่อจากหน่วยงานธนาคารจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งชื่อตัวเองก่อนพูดคุยกับลูกค้า โดยเฉพาะไม่มีความจำเป็นต้องขอข้อมูลรายละเอียดส่วนตัวของลูกค้า เพราะเป็นข้อมูลที่ธนาคารมีอยู่ครบถ้วน

%d bloggers like this: