มันมากับอาหาร

All posts tagged มันมากับอาหาร

สีผสมอาหารในเส้นหมี่ซั่ว

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/532491

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 16 ต.ค. 2558 05:01

 

เทศกาลกินเจปีนี้ เริ่มกันตั้งแต่วันที่ 13 จนถึง 21 ตุลาคม 2558

เทศกาลกินเจ หรือประเพณีถือศีลกินผัก เป็นช่วงของการทานอาหารที่ปรุงจากพืช ผัก ผลไม้เป็นหลัก งดเว้นเนื้อสัตว์ นม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์

งดอาหารรสจัดทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด และงดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ และของมึนเมา

วัตถุประสงค์ในการทานเจ มีทั้งเพื่อสุขภาพ เพื่อจิตที่เมตตา ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่นๆ เพื่อเว้นกรรม

หมี่ซั่ว เป็นอาหารมงคลที่ชาวจีนนิยมนำมาปรุงอาหารในช่วงเทศกาล และวันสำคัญๆ เช่น เทศกาลกินเจ โดยนำมาผัดร่วมกับเห็ด ผัก และเครื่องปรุงเจชนิดต่างๆ

หมี่ซั่วเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากแป้งสาลี เกลือ น้ำ แป้งมัน และน้ำมัน และนำไปอบให้แห้ง เพื่อถนอมรักษาและทำให้สามารถเก็บไว้ได้นาน

เส้นหมี่ซั่วที่เราเห็นในท้องตลาดหลักๆ มีทั้งเส้นสีขาวนวล และสีเหลืองอ่อน ปกติหมี่ซั่วจะไม่ใส่สี แต่หากใส่สีจะต้องเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติเท่านั้น เช่น สีเหลืองของฟักทอง สีฟ้าแกมน้ำเงินของดอกอัญชัน ฯลฯ ห้ามใช้สีสังเคราะห์ในเส้นหมี่ซั่วเด็ดขาด

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 (พ.ศ.2547) เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร กำหนดว่าห้ามใช้สีสังเคราะห์ในหมี่ซั่ว เส้นบะหมี่ แผ่นเกี๊ยว สปาเกตตี มะกะโรนี

เทศกาลกินเจปีนี้ สถาบันอาหารจึงได้สุ่มเก็บตัวอย่างเส้นหมี่ซั่ว 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์สีผสมอาหารสังเคราะห์ที่ให้สีเหลืองและแดง 3 ชนิด ได้แก่ สีตาร์ตราซีน, สีซันเซ็ต เยลโลว์ เอ็ฟซีเอ็ฟ และสีปองโซ 4 อาร์

ผลปรากฏว่า ไม่พบการใช้สีสังเคราะห์ในหมี่ซั่วทั้ง 5 ตัวอย่าง

เทศกาลกินเจปีนี้ ผู้ที่ทานอาหารเจที่มีหมี่ซั่วเป็นส่วนประกอบหลักคงอิ่มบุญ และสบายใจกันได้.

 

อะฟลาท็อกซินในถั่วลิสงต้ม

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/530834

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ต.ค. 2558 05:01

 

ถั่วลิสง หรืออาจเรียกว่า ถั่วดิน ถั่วขุด หรือถั่วยี่สง เป็นพืชไร่ตระกูลถั่วเช่นเดียวกับถั่วเหลือง ถั่วเขียว และมีน้ำมันสูง จึงจัดอยู่ในกลุ่มพืชน้ำมันที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

ถั่วลิสง จะเก็บเกี่ยวเมื่อฝักสุกแก่โดยถอนขึ้นจากดิน นำมาเลือกเฉพาะฝักแก่ หลังจากนั้นจะลดความชื้นด้วยการตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อให้ถั่วลิสงปลอดภัยจากเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus paraciticus ซึ่งเป็นชนิดที่สร้างสารพิษที่ชื่อ อะฟลาท็อกซิน

อาหารที่มักพบสารพิษ “อะฟลาท็อกซิน” ปนเปื้อน ได้แก่ อาหารจำพวกแป้ง เช่น แป้งข้าวสาลี แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า อาหารที่ทำจากถั่วลิสง เช่น ถั่วลิสงดิบ ถั่วลิสงคั่วที่ใช้ปรุงอาหาร เนยถั่วลิสง กากถั่วลิสง อาหารแห้ง เช่น ผักผลไม้อบแห้ง ปลาแห้ง กุ้งแห้ง เนื้อมะพร้าวแห้ง พริกแห้ง พริกไทย งา เป็นต้น

อะฟลาท็อกซิน เป็นสารพิษที่สามารถทนความร้อนได้ถึงระดับอุณหภูมิ 260 องศาเซลเซียส สรุปง่ายๆว่าความร้อนที่เราใช้ประกอบอาหารประจำวัน เช่น หุง ต้ม นึ่ง หรือแม้แต่วิธีพาสเจอไรส์ สเตอริไรส์นั้นไม่สามารถทำลายพิษของอะฟลาท็อกซินให้หมดไปได้

แต่อะฟลาท็อกซินจะถูกทำลายได้ด้วยด่างและคลอรีน

อ่านถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งตกใจเลิกทานถั่วลิสง เพราะถั่วมีสารอาหาร และวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย วิธีป้องกันการปนเปื้อนที่ดีที่สุดคือ ป้องกันไม่ให้สารพิษชนิดนี้ปนเปื้อนตั้งแต่ต้นทาง

โดยหลังจากเก็บเกี่ยวต้องตากแดดให้แห้งทันที โดยไม่ให้มีความชื้นในระดับที่เชื้อราจะเจริญ และสร้างสารพิษได้

อะฟลาท็อกซิน เป็นสารพิษที่องค์การอนามัยโลก จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง เพราะปริมาณของอะฟลาท็อกซินเพียง 1 ไมโครกรัม สามารถทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในแบคทีเรีย และทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองหากได้รับอย่างต่อเนื่อง และอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งตับในมนุษย์

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างถั่วลิสงต้ม จำนวน 5 ตัวอย่างจาก 5 ย่านการค้า ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณการปนเปื้อน อะฟลาท็อกซิน ชนิด บี 1 บี 2 จี 1 จี 2 และปริมาณ อะฟลาท็อกซิน ทั้งหมด

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบอะฟลาท็อกซินปนเปื้อน

เพื่อความปลอดภัย ก่อนซื้อมาทาน สังเกตกันสักนิดว่าถั่วลิสงต้มที่ซื้อมานั้นบริเวณเปลือกมีจุดสีดำคล้ายลักษณะของเชื้อราหรือไม่ ถ้ามีควรเลี่ยง เพราะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของ อะฟลาท็อกซิน.

 

ระวัง เชื้อโรคในหอยแครงทรงเครื่อง

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/529183

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 ต.ค. 2558 05:01

 

ขึ้นชื่อว่าอาหารประเภทยำของไทย รสชาติไม่แพ้ชาติใดในโลก

ยำของไทยมีมากมายหลากหลายชนิด เรียกตามวัตถุดิบที่มี ยำขาไก่ ยำวุ้นเส้น ยำปลาหมึก ยำรวมมิตร และยำหอยแครง หรือถ้าจะเรียกให้เพราะคือ หอยแครงทรงเครื่อง

ยำทุกชนิดที่กล่าวมา สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ พริกขี้หนู มะนาว น้ำปลา ตะไคร้ ใบมะกรูด เพื่อเพิ่มความหอม อาหารส่วนใหญ่วัตถุดิบหลักจะต้องสด สะอาด เพื่อไม่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ

วันนี้คอลัมน์ “มันมากับอาหาร” ขอยกเรื่องหอยแครงทรงเครื่องขึ้นมาเป็นพระเอก

หอยแครง เป็นหอยสองฝา พบมากในพื้นที่เป็นดินโคลนทรายบริเวณปากแม่น้ำ ในตัวหอยมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ แต่ต้องรับประทานสุก เพราะการรับประทานหอยดิบ ร่างกายอาจเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อก่อโรค วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส ที่มักพบปนเปื้อนในหอยแครงได้

เชื้อชนิดนี้ มักพบปนเปื้อนตามชายฝั่งทะเล ในช่วงฤดูที่มีอากาศอบอุ่นจะพบเชื้อนี้ได้ทั่วไปในน้ำทะเล และอาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และจะพบได้ในอาหารทะเลดิบ ที่ผ่านการให้ความร้อนไม่เพียงพอ

อันตรายของเชื้อชนิดนี้ ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ และเป็นสาเหตุของโรคลำไส้อักเสบ ท้องเสีย เป็นตะคริวในช่องท้อง มีอาการวิงเวียน อาเจียน ปวดหัว มีไข้ หนาวสั่น บางรายอาจต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อเป็นการการันตีเรื่องความปลอดภัยของอาหาร

สถาบันอาหาร จึงทำการสุ่มตัวอย่างหอยแครงทรงเครื่องจำนวน 5 ตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส

ผลปรากฏว่าทุกตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อน

แต่อย่าชะล่าใจจนเกินไป ทางที่ดีควรทานหอยแครงที่ปรุงสุก ไม่ ควรทานแบบสุกๆดิบๆ เพื่อความสบายใจ ปลอดภัยและสบายท้อง.

 

เส้นใหญ่กับ…สารกันบูด

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/527538

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 25 ก.ย. 2558 05:01

 

ก๋วยเตี๋ยว มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยนหรือภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า เส้นข้าวสุก ก๋วยเตี๋ยว เป็นอาหารของชาวจีนที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า มีหลายชนิด เช่น เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ กวยจั๊บ และเกี้ยมอี๋ วิธีการปรุงเริ่มจากนำมาลวกให้สุกในน้ำเดือด เมื่อสะเด็ดน้ำ แล้วจึงใส่เครื่องปรุง เช่น ลูกชิ้น เนื้อสัตว์ ถั่วงอก ผักบุ้ง และเครื่องปรุงอื่นๆ นิยมทานทั้งแบบน้ำและแบบแห้ง สำหรับเส้นใหญ่ เมื่อลวกเสร็จแล้วจะนิ่ม ทานง่าย มักนำไปทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดซีอิ๊ว และราดหน้าอีกด้วย

ทว่า เส้นก๋วยเตี๋ยวนั้นทำมาจากแป้งข้าวเจ้า มีความชื้นสูง ขึ้นราได้ง่าย จึงเน่าเสียได้ง่าย ผู้ผลิตมักเติมสารกันบูด เช่น กรดเบนโซอิก ลงไปเพื่อทำให้เก็บรักษาเส้นก๋วยเตี๋ยวไว้ได้นาน มีระยะเวลาขายมากขึ้น และกระจายสินค้าไปได้ไกลๆ

กรดเบนโซอิก เป็นสารกันบูดหรือกันเสียที่ใช้กันมานาน

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทยอนุญาตให้ใช้ได้ในอาหารบางชนิด แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนด

ส่วนมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) กำหนดให้ใช้ กรดเบนโซอิก ในเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หากร่างกายได้รับ กรดเบนโซอิก ในปริมาณสูงมาก จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย อาจเป็นอัมพาตได้

ถ้าได้รับ กรดเบนโซอิก ปริมาณสูงเป็นเวลานานๆ จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตลดลง

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่จากแหล่งจำหน่าย 5 แห่งในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของกรดเบนโซอิก ผลปรากฏว่าพบตกค้างใน 4 ตัวอย่าง และมี 1 ตัวอย่าง ที่พบตกค้างเกินค่ามาตรฐาน

ขอแนะว่า ผู้ผลิตควรหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว แทนการใส่สารกันบูดเพื่อให้สามารถเก็บรักษาเส้นก๋วยเตี๋ยวไว้ได้นานๆ

ส่วนผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็เลี่ยงมาทานเส้นบะหมี่ หรือวุ้นเส้นกันบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตับและไต.

 

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย

 

ฟอร์มาลินในปลาหมึกกรอบ

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525862

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ย. 2558 05:01

 

ฟอร์มาลินหรือฟอร์มาลดีไฮด์ หลายคนคงรู้จักว่าเป็นน้ำยาที่ใช้สำหรับดองศพ และยังนำไปใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้หลายอย่าง เช่น อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ พลาสติก สิ่งทอ และใช้ในการรักษาผ้าไม่ให้ย่นยับ เป็นต้น

ยกเว้นก็แต่อุตสาหกรรมอาหาร ที่ห้ามใช้ฟอร์มาลินในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 151 (พ.ศ.2536)บางคนนำฟอร์มาลินไปใช้ผสมในอาหาร โดยเข้าใจว่าช่วยทำให้ อาหารคงความสด ไม่เน่าเสียง่ายและเก็บรักษาได้นาน เช่น ผักสดชนิดต่างๆ อาหารทะเลสด และเนื้อสัตว์

โดยเฉพาะ ปลาหมึกกรอบ ที่นิยมทานกับก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟหรือสุกี้ และร้านหมูกระทะ หรือร้านบุฟเฟ่ต์หลายแห่งก็มีปลาหมึกกรอบให้ผู้บริโภคได้เลือกทานกันอย่างจุใจ

เนื่องจากปลาหมึกกรอบเป็นอาหารที่ต้องการให้เนื้อมีความยืดหยุ่น และกรุบกรอบ ผู้ผลิตหรือผู้ปรุงจึงอาจเติมฟอร์มาลินเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เพราะหากผู้บริโภคได้รับฟอร์มาลินที่ปนเปื้อนในอาหารเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลัน ปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน อุจจาระร่วง และหมดสติ

ถ้าได้รับปริมาณเล็กน้อย จะส่งผลให้การทำงานของตับ ไต หัวใจ และสมองเสื่อมลง และก่อให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงที่ปากและคอได้

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างปลาหมึกกรอบ 5 ตัวอย่าง จากย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาวิเคราะห์ฟอร์มาลินปนเปื้อน

ผลวิเคราะห์ปรากฏว่า ไม่พบการปนเปื้อนของฟอร์มาลินในปลาหมึกกรอบทุกตัวอย่าง

วันนี้ผู้ที่ชื่นชอบปลาหมึกกรอบก็ทานได้อย่างสบายใจ แต่ขอแนะว่า ก่อนซื้อหามาทานควรสังเกตกันสักนิด หากอาหารที่ซื้อมามีการใช้ฟอร์มาลิน จะมีกลิ่นฉุนของสารเคมี ควรหลีกเลี่ยง และก่อนประกอบอาหารควรล้างให้สะอาดเสียก่อน

เพื่อความมั่นใจ และรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย.

 

เชื้อก่อโรค…ในหอยแครงลวก

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/524251

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.ย. 2558 05:01

 

หอยแครง พบมากในพื้นที่ดินโคลนปนทรายบริเวณปากแม่น้ำที่มักมีสารอินทรีย์สูง ในไทยมีหอยแครงถึง 5 ชนิด ได้แก่ หอยแครงเทศ หอยแครงปากมุ้ม หอยแครงมัน หอยแครงเบี้ยว หอยคลางหรือหอยแครงขน เป็นต้น

คนไทยนิยมนำหอยแครงมาปรุงอาหาร โดยนำไปลวกในน้ำเดือด เผา หรือย่างทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือนำมาทำเป็นยำหอยแครงรสแซ่บ

หอยแครงอาศัยตามดินโคลน เมื่อนำมาปรุงอาหารจึงต้องแช่น้ำเพื่อให้หอยแครงคายดินโคลนออกมา และล้างด้วยน้ำให้สะอาด เพราะหากล้างไม่สะอาดมากพออาจมีดินโคลนรวมทั้งเชื้อก่อโรคที่ปะปนอยู่ในดินโคลนปนเปื้อนมากับหอยแครงได้ เช่น วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส

ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติ อาศัยในสิ่งแวดล้อมตามชายฝั่งทะเล ในฤดูที่มีอากาศหนาวเย็น เชื้อชนิดนี้จะพบตามตะกอนโคลนตมในทะเล แต่ในช่วงฤดูที่มีอากาศอบอุ่นจะพบทั่วไปในน้ำทะเล และสัตว์ทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา

หากได้รับ วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส เข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหารดิบ หรืออาหารที่ปรุงไม่สุกจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบ ทำให้มีอาการท้องเสีย เป็นตะคริวในช่องท้อง มีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน อาเจียน ปวดหัว มีไข้และหนาวสั่น

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างหอยแครงลวกจำนวน 5 ตัวอย่าง จากร้านริมบาทวิถี ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส ปนเปื้อน

ปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส เลย

แม้วันนี้หอยแครงลวกที่รับประทานจะปลอดภัยแต่อย่าชะล่าใจจนเกินไปนัก ท่านที่ชอบหอยแครงลวก ควรลวกให้สุกก่อนทานทุกครั้ง ไม่ควรทานแบบสุกๆดิบๆ

เชื้อชนิดนี้ทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ฉะนั้น เพียงปรุงให้สุกก็ปลอดภัยและสบายท้อง.

 

ยาฆ่าแมลงในใบบัวบก

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/522683

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ย. 2558 05:01

 

ใบบัวบก หรือผักแว่น เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่ขึ้นบนดิน แต่มีลักษณะใบคล้ายกับใบบัว ซึ่งหลายคนคงรู้จักใบบัวบกกันดีว่า น้ำของใบบัวบกมีสรรพคุณสามารถช่วยแก้ช้ำใน และยังมีสรรพคุณอื่นๆ เช่น มีฤทธิ์สมานแผล ลดการอักเสบ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา และแบคทีเรีย เป็นต้น

ใบบัวบก นิยมรับประทานทั้งใบแบบสดๆ หรือนำไปแปรรูปทำเป็นน้ำใบบัวบก หรือนำไปบดทำเป็นผงเพื่อนำไปทำยา แม้ใบบัวบกมีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย แต่อาจมีอันตรายอย่างอื่นแอบแฝงมากับใบบัวบกด้วย อย่างเช่น สารกำจัดแมลงและศัตรูพืช หรือที่เรียกกันติดปากว่า ยาฆ่าแมลง

ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในทางการเกษตรในปัจจุบันนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต และกลุ่มไพรีทรัมและสารสังเคราะห์

ไพรีทรอยด์ เมื่อร่างกายได้รับสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอันตรายที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกลุ่มของยาฆ่าแมลงและปริมาณที่ได้รับซึ่งจะมีอาการแตกต่างกันไป เช่น กลุ่มออร์กาโนคลอรีน เมื่อสารกลุ่มนี้ เข้าสู่ร่างกายจะไปสะสมอยู่ในไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย จะทำให้เกิดอาการเป็นพิษทั้งแบบเรื้อรัง และแบบเฉียบพลัน

อาการพิษแบบเรื้อรัง จะมีอาการผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร มีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด เหน็ดเหนื่อย และเมื่อยล้าตามร่างกาย

อาการพิษแบบเฉียบพลัน อาการจะปรากฏภายใน 2-3 ชั่วโมง ได้แก่ ปวดศีรษะ ความคิดสับสน อาจอาเจียน มีอาการทางระบบประสาท สั่นกระตุกที่หนังตา ใบหน้า และลำคอ มีอาการชักและหมดสติ มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างใบบัวบก 5 ตัวอย่าง จากย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำมาวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงตกค้างทั้ง 4 กลุ่มข้างต้น รวมทั้งหมด 58 รายการ

ปรากฏว่ามีใบบัวบก 4 ตัวอย่างที่ตรวจพบยาฆ่าแมลงตกค้าง กลุ่มออร์กาโนคลอรีน 1 รายการ คือ เอนโดซัลแฟน และกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต 2 รายการ คือ คลอร์ไพริฟอส และไตรอะโซฟอส

เห็นอย่างนี้แล้ว ขอแนะว่าก่อนรับประทานหรือนำใบบัวบกไปแปรรูปทุกครั้งควรล้างน้ำให้สะอาดโดยล้างให้น้ำไหลผ่าน สามารถช่วยลดปริมาณการตกค้างของสารเคมีได้.

 

สารหนู ในปลาหมึกอบกรอบแผ่นปรุงรส

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/521122

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ส.ค. 2558 05:01

 

ปลาหมึกอบกรอบปรุงรส เป็นขนมขบเคี้ยวทานเล่น มักจะวางขายตามร้านขายของฝากหรือร้านขายอาหารทะเลตากแห้ง ตามห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ

กรรมวิธีการผลิต เริ่มจากนำปลาหมึกสดมาตากแห้ง นำมาบดปรุงรสด้วยน้ำตาล พริก กระเทียม และซอส แล้วอบด้วยความร้อนจนเครื่องปรุงเข้าเนื้อปลาหมึก และปลาหมึกกรอบจนได้ที่ทว่าปลาหมึกอบกรอบแสนอร่อยน่าทานเหล่านี้อาจมีอันตรายที่แอบปะปนมาด้วยได้ เช่น สารหนู เป็นโลหะหนักชนิดที่พบได้ในธรรมชาติและเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำยารักษาโรค ทำสี ทำวัตถุระเบิด ทำแก้ว เซรามิก และใช้ในวัตถุอันตรายทางการเกษตร เช่น ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนู

สำหรับอาหาร มักพบสารหนูปนเปื้อนในสัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก อาหารทะเล พืชผัก ข้าว และน้ำดื่ม สารหนูมี 2 ชนิด คือ สารหนูอินทรีย์และสารหนูอนินทรีย์ ซึ่งชนิดที่เป็นอันตราย คือ สารหนูอนินทรีย์ หากได้รับเข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหารในปริมาณไม่มาก แต่บ่อยครั้งและเป็นระยะเวลานานๆ สารหนูจะไปสะสมที่ตับ มีผลทำลายระบบการทำงานของตับ บางส่วนจะไปอยู่ที่ผม เล็บ และผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเป็นรอยจ้ำ ทําให้เกิดอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า มีความ รู้สึกแสบร้อน มีอาการอ่อนเพลียของแขน ขา และเกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้

นอกจากนั้น อาจทำลายระบบประสาทสัมผัส และระบบการหมุนเวียนของโลหิตในร่างกายด้วย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 273) พ.ศ.2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน กำหนดให้ในสัตว์น้ำและอาหารทะเล พบสารหนูทั้งหมดปนเปื้อนได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างปลาหมึกอบกรอบแผ่นปรุงรสจำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารหนูทั้งหมด ผลปรากฏว่ามีปลาหมึกอบกรอบแผ่นปรุงรส จำนวน 4 ตัวอย่าง ที่พบสารหนูปนเปื้อน และมี 3 ตัวอย่างที่พบปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน

ขอแนะว่า เพื่อความปลอดภัยไม่ควรทานบ่อยๆ และทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือทานครั้งละมากๆ เพราะปกติสารหนูที่เข้าสู่ร่างกายจะถูกขจัดออกทางปัสสาวะได้ภายใน 2 วัน ที่สำคัญควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวท่านเองด้วย.

 

เชื้อก่อโรคในซาซิมิ

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/519544

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ส.ค. 2558 05:01

 

วัฒนธรรมการกิน และอาหารต่างชาติ เข้ามามีบทบาทต่ออาหารการกินของคนไทย ตั้งแต่สมัยที่เราเริ่มค้าขายกับชาวต่างชาติ ทั้งอาหารชาติตะวันตก อาหารจีน และอาหารญี่ปุ่น

ชนิดหลังนี่ ต้องยกเครดิตให้ในเรื่องของความสด ความสะอาดและปลอดภัยของอาหาร เช่น ซาซิมิ อาหารที่นำปลาทะเลดิบมาหั่น สไลด์เนื้อปลาเป็นแว่นบางๆ ขนาดชิ้นพอคำ แล้วทานคู่กับโชยุ และเครื่องเคียงต่างๆ เช่น วาซาบิ ขิงดอง หัวไช้เท้าขูดเส้น

ซาซิมิ เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยคามาคุระ ตอนนั้นเป็นเพียงอาหารของชาวประมงที่นำปลาสดมาแล่เป็นชิ้นบางๆ แล้วทานสดๆคู่กับน้ำส้มสายชูผสมวาซาบิและน้ำส้มสายชูผสมขิง ก่อนที่จะมีโชยุ

ซาซิมิ จึงเป็นอาหารที่ต้องทานทันทีเมื่อปรุงเสร็จ และต้องใช้ปลาทะเลที่สด สะอาด จึงจะปลอดภัยจากเชื้อก่อโรคต่างๆ เช่น เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ที่อาจปะปนมากับเนื้อปลาดิบตั้งแต่อยู่ในทะเลขนส่งกันที่สะพานปลา เก็บรักษาในห้องเย็น จนกระทั่งถึงมือผู้ปรุง ผู้เตรียม และผู้ขายซาซิมิ

เชื้อชนิดนี้ทำให้เกิดโรค Listeriosis โรคอาหารเป็นพิษที่ทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน

ผู้ที่มักติดเชื้อและป่วยจากเชื้อชนิดนี้ คือ หญิงมีครรภ์ ทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์หากติดเชื้อแล้วอาจทำให้แท้งบุตรได้

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างซาซิมิจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ร้านค้า ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส

ผลปรากฏว่า ไม่พบปนเปื้อนในทุกตัวอย่าง ผู้ที่รักการทานปลาดิบ ยังทานกันได้อย่างสบายอกสบายใจ

แต่ขอแนะว่า เลือกจากร้านที่มั่นใจถึงความสดของปลา ความสะอาดของอุปกรณ์ ภาชนะที่ร้านใช้ และผู้ปรุง ผู้ขายที่ดูแล้วสะอาดและมีสุขลักษณะที่ดีเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย.

 

สารกันบูดในขนมโมจิ

Published ตุลาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/517950

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ส.ค. 2558 05:01

 

แต่ก่อน ขนมโมจิ เป็นของหวานที่ใครเดินทางไป จ.นครสวรรค์แล้ว จะนิยมซื้อกลับมาเป็นของฝากให้คนที่บ้าน แต่วันนี้ ขนมโมจิสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านของฝากแทบทุกจังหวัด และร้านสะดวกซื้อ

ขนมโมจิ มีหลากหลายไส้ให้เลือก เช่น ไส้ถั่ว ไส้ถั่วไข่เค็ม ไส้มะพร้าว ไส้สตรอเบอรี่ ด้วยความที่ขนมโมจิมีส่วนประกอบของแป้ง นมข้นหวาน ถั่วกวน เป็นหลัก จึงเน่าเสียง่าย และไม่สามารถเก็บรักษาไว้ทานได้นานๆ

ผู้ผลิตบางรายจึงนิยมใส่สารกันบูดเพื่อยืดอายุให้เก็บไว้ขายและทานได้นานขึ้น

สารกันบูด เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้อาหารเน่าเสีย ชนิดที่นิยมใช้กันมาก คือ พวกกรดอ่อนๆ เช่น กรดซอร์บิก กรดเบนโซอิก กรดโปรปิโอนิก ฯลฯ

สารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะให้ผลยับยั้งเชื้อราและยีสต์ กฎหมายอนุญาตให้เติม ในอาหารได้เพราะมีความเป็นพิษต่ำ ร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสารอื่นที่ไม่เป็นพิษ และขับออกจากร่างกายได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้เท่านั้น

เพราะถ้าใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เช่น ส่งผลต่อกระเพาะอาหาร ทำให้น้ำหนักลด ท้องเสีย ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อต่างๆ เลือดออกในร่างกาย มีผลต่อตับและไต

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มเก็บตัวอย่างขนมโมจิจำนวน 5 ตัวอย่าง (5 ยี่ห้อ) จากเพชรบุรีและพังงา เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณสารกันบูด 2 ชนิด คือ กรดเบนโซอิก และกรดซอร์บิก

ผลปรากฏว่า พบกรดเบนโซอิกใน 2 ตัวอย่าง และกรดซอร์บิกใน 1 ตัวอย่าง

ขอแนะว่าหากไม่ต้องการได้สารกันบูดเป็นของแถม เวลาซื้ออาหารสำเร็จรูปควรเลือกอาหารที่ในฉลากระบุว่า ไม่ใส่สารกันบูด หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ระบุชัดเจนว่าใช้สารกันบูดหรือไม่ และอาหารที่ผนึกขายในถุงพลาสติก หรือกล่องพลาสติกที่ไม่ได้ขายหมดวันต่อวัน เพื่อความปลอดภัย.

 

%d bloggers like this: