มะม่วง

All posts tagged มะม่วง

“มะม่วงยู่เหวิน–งาช้างแดง” มีกิ่งตอนรุ่นใหม่ขาย

Published กุมภาพันธ์ 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/323689

1 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_323689

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากที่ชอบปลูก มะม่วง อยากทราบว่า ปัจจุบัน “มะม่วงยู่เหวิน” กับ “มะม่วงงาช้างแดง” หาซื้อกิ่งตอนได้ที่ไหน เนื่องจากไปเดินซื้อตามแหล่งที่แนะนำแล้วปรากฏว่าผู้ขายแจ้งว่ากิ่งตอนของมะม่วงทั้ง 2 ชนิด ขายหมด “นายเกษตร” จึงตระเวนสอบถามบรรดาเกษตรกรที่มีอาชีพขยายพันธุ์ตอนกิ่งไม้ผลขายหลายแห่ง และทราบว่าขณะนี้กิ่งตอนของ “มะม่วงยู่เหวิน” กับ “มะม่วงงาช้างแดง” ที่ทำกิ่งเอาไว้จำนวนมากและเป็นกิ่งตอนรุ่นใหม่ได้ติดรากแก้วแข็งแรงดีแล้วพร้อมเริ่มตัดกิ่งออกจำหน่ายอยู่ในเวลานี้ จึงแจ้งให้ผู้นิยมปลูกไม้ผลจำพวกมะม่วงทราบตามระเบียบ

มะม่วงยู่เหวิน เป็นลูกผสมของมะม่วง 2 สายพันธุ์ของประเทศไต้หวันคือ ระหว่าง มะม่วงอ้ายเหวิน กับ มะม่วงจินหวง เมื่อนำต้นไปปลูกจนติดผล ปรากฏว่าติดผลดกมาก ผลมีขนาดใหญ่ สีสันของผลเป็นสีแดงอมม่วงทั้งผล ผลดิบ รสชาติหวานปนเปรี้ยวเล็กน้อย เมื่อผลสุกเนื้อในเป็นสีเหลืองเข้มไม่เละ รสชาติหวานหอมอร่อยมาก ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ตอนกิ่งขายในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว แต่กิ่งตอนทำเท่าไหร่ก็ขายหมด และไม่พอขาย

มะม่วงงาช้างแดง นิยมปลูกเก็บผลส่งขายอย่างแพร่หลาย ในประเทศจีน ประเทศไต้หวัน และ ประเทศอียิปต์ เวลาติดผลจะเป็น พวง 3-5 ผลต่อพวง ผลมีขนาดใหญ่และยาวดูคล้ายงาช้าง ผลสุกเป็นสีแดงตลอดทั้งผล สวยงามมาก จึงถูกตั้งชื่อว่า “มะม่วงงาช้างแดง” ผลสุกเนื้อเป็นสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน 15-18 องศาบริกซ์ รับประทาน อร่อยมาก

ปัจจุบันใครต้องการกิ่งตอน ของมะม่วงทั้ง 2 ชนิด ติดต่อ “สวนณัฐพนธ์ฟาร์ม” โทร. 08–1761– 8210 หรือไปซื้อได้ที่ งานเกษตรแห่ง ชาติ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56 โซน I 31, โซน H 8, โซน H 122 และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 1 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

“มะม่วงยายกล่ำ” กับแหล่งกำเนิดและอร่อย

Published กุมภาพันธ์ 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/323027

29 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_323027

จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งปลูกผลไม้หลากหลายชนิด ซึ่งถือเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และที่คนทั่วไปรู้จักจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรีคือ ทุเรียน ชื่อดังหลายสายพันธุ์ แต่อย่างไรก็ตามมะม่วงก็เป็นไม้ผลอีกอย่างหนึ่งที่เกษตรกรในจังหวัดนนทบุรีนิยมปลูกควบคู่กับทุเรียนมาแต่โบราณแล้ว และ “มะม่วงยายกล่ำ” เป็นสายพันธุ์หนึ่งจัดอยู่ในระดับแถวหน้าได้รับความนิยมปลูกนิยมรับประทานอย่างกว้างขวางเฉพาะถิ่นอย่างแพร่หลายมาช้านานแล้ว เนื่องจากเป็นมะม่วงกินสุกที่มีรสหวานหอมอร่อยมาก ในยุคนั้นนิยมนำผลสุกเป็นของฝากสำหรับเพื่อนฝูงต่างถิ่น เป็นที่ชื่นชอบของผู้รับยิ่งนัก ปัจจุบันนานๆครั้งจึงจะมีผลขายและถูกผู้ซื้อเหมาเรียบในเวลาไม่นานนัก

มะม่วงยายกล่ำ เป็นไม้ยืนต้น สูง 8-10 เมตร ทรงพุ่มปานกลาง ใบออกเรียงสลับหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปเรียวแหลมและมีขนาดใบเล็กยาว สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีนวล มีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมป้อมคล้ายผลมะม่วงแก้ว แต่จะอวบอ้วน สั้น และมีโหนกที่สูงกว่าอย่างชัดเจน ผลเมื่อโตเต็มที่ระหว่าง 4 ผลต่อ 1 กิโลกรัม ผลดิบสีเขียว รสเปรี้ยว ผลสุกเป็นสีเหลือง เมล็ดเล็ก เนื้อสุกเป็นสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน 18 องศาบริกซ์ เนื้อไม่เละมีเสี้ยนน้อย รับประทานกับข้าวเหนียวมูน หรือ ข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ ร้อนๆ อร่อยมาก ติดผลดกปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ปัจจุบัน เพิ่งพบมีผู้นำกิ่งพันธุ์ออกวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามโครงการ 9 และนำไปขายที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.—9 ก.พ. 56 โซน H 141–142 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 29 มกราคม 2556, 05:00 น.

มะม่วง ผลไม้หน้าร้อน

Published มกราคม 15, 2013 by SoClaimon

http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=1253

กิน อยู่ คือ : มะม่วง ผลไม้หน้าร้อน (09 มิ.ย. 2555)

“มะม่วง” หนึ่งในผลไม้ไทยที่ดังไปทั่วโลก ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ที่พร้อมใจกันออกผลในช่วงฤดูร้อน ให้เราได้ลิ้มลอง ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ทานเคียงคู่ข้าวเหนียวมูล หรือมะม่วงดิบจิ้มน้ำปลาหวาน ก็เป็นของว่างคลายร้อนได้เป็นอย่างดี กินอยู่…คือจะชวนไปรู้จักมะม่วงแต่ละชนิด ลองลิ้มชิมรสมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ ที่บางครั้งเพียงแค่ฟังชื่อก็ต้องสะดุดหู ติดตามชมได้ในรายการกินอยู่…คือ ตอน มะม่วง ผลไม้หน้าร้อน วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายนนี้ เวลา 11.30 -12.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

p297

‘ไม้ผลแปลกและหายาก’ ที่น่าปลูกในปี พ.ศ.2556

Published มกราคม 2, 2013 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/175347

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 00:00 น.

จากการสำรวจในแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนัน เกาะไต้หวัน จะมีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้นและสม่ำเสมอ มีพันธุ์มะม่วงลูกผสมใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ให้ผลอ่อนมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ยังเป็นผลอ่อน ผู้เขียนได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมจากแปลงทดลองของศูนย์ฯ แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วง R2 E2 เวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงลูกผสมของไต้หวัน 2 สายพันธุ์เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต โดยทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ตั้งชื่อ มะม่วงลูกผสมว่า T1 และ T2 (T ย่อมาจาก Taiwan) ฤดูกาลที่ผ่านมามะม่วง T1 และ T2 ได้มี     การออกดอกและติดผล สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในระยะที่ผลมะม่วง T1 และ T2  มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่ม   เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเฉพาะผล T1 เมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นสีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วงทั้ง ผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5–2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน คาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต

ในแปลงปลูกชมพู่ของเกษตรกรไต้หวันรายหนึ่งมีการจัดการสวนที่ดีมาก หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าต้นชมพู่ของสวนแห่งนี้มีอายุต้นได้ 28 ปี เส้นผ่าศูนย์กลางของต้นเฉลี่ย 10-12 นิ้ว มีการควบคุมทรงพุ่มให้ความสูงของต้นเฉลี่ย 3-4 เมตรเท่านั้น ทางด้านสายพันธุ์ที่ปลูกเจ้าของสวนบอกว่านำพันธุ์มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้ระบุประเทศแต่คาดว่าน่าจะนำพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย เนื่องจากพันธุ์ชมพู่ที่ผลิตขายส่งในไต้หวันในปัจจุบันนี้จะมีขนาดผลใหญ่, ลักษณะผลเป็นทรงระฆังและผลมีสีชมพูอมแดง เท่าที่ได้ชิมนับได้ว่าอร่อยมาก

นอกจากพันธุ์ชมพู่ที่ได้กล่าวมาแล้ว ที่สวนชมพู่แห่งนี้ยังมีชมพู่อีกสายพันธุ์หนึ่งที่เจ้าของสวนอ้างว่าได้สายพันธุ์มาจากประเทศโปรตุเกส และเป็นพันธุ์ที่เจ้าของหวงมากและยังไม่มีผลผลิต เนื่องจากเป็นพันธุ์ชมพู่ที่มีลักษณะเด่นหลายประการ นอกจากผลจะมีขนาดใหญ่แล้ว ผลจะมีสีแดงสดคล้ายกับชมพู่ทับทิมจันท์ แตกต่างกับพันธุ์ทับทิมจันท์ตรงที่ทรงผลของชมพู่พันธุ์โปรตุเกส ลักษณะผลทรงระฆังและขนาดผลใหญ่มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 200 กรัมต่อผล รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย อร่อยมาก เจ้าของสวนจะเรียกชมพู่พันธุ์นี้ว่า “ชมพู่สตรอเบอรี่” แต่จะเปรียบเทียบกับบ้านเราคล้ายกับมีรสชาติของชมพู่มะเหมี่ยวปนเล็กน้อย เจ้าของสวนคาดว่าชมพู่พันธุ์โปรตุเกสนี้จะได้รับความสนใจในตลาดไต้หวันมากในอนาคต เนื่องจากเป็นชมพู่ที่มีเนื้อละเอียด เวลากัดจะไม่รู้สึกปวดฟัน ปัจจุบันได้มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์ชมพู่จากไต้หวันมาปลูกจนให้ผลผลิตแล้ว โดยเฉพาะชมพู่ยักษ์ไต้หวันที่มีลักษณะประจำพันธุ์ดังนี้ “ผลมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักผลประมาณ 200 กรัม หรือ 5 ผลต่อกิโลกรัม ผิวผลมีสีขาวอมชมพูหรือสีชมพูอมแดง ลักษณะของผลเป็นรูประฆังคว่ำใหญ่  มีความกว้างของผลเฉลี่ย 7 เซนติเมตรและความยาวของผลเฉลี่ย 9-10 เซนติเมตร เนื้อหนามากและเป็นชมพู่ไร้เมล็ด รสชาติหวานกรอบมีความหวานประมาณ  13-14 บริกซ์ ถ้าผลผลิตแก่และเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้งจะมีความหวานสูงกว่านี้ จัดเป็นชมพู่สายพันธุ์หนึ่งที่ออกดอกและติดผลดกมาก”

ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบรากที่ไม่แข็งแรงเพราะมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาว ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่ภาระเลี้ยงผลมาก ที่สำคัญในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ภาคการ เกษตรได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน เกษตรกรที่ปลูกมะนาวโดยใช้กิ่งตอนน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน พบว่าต้นมะนาวยืนต้นตายเกือบทั้งหมด ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกต้นมะนาวโดยใช้กิ่งเสียบยอด บนต้นตอส้มต่างประเทศรอดตายหลายรายเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรง
ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษซึ่งมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ออกดอก  และติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้

การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ เกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่ต้นมะนาวควรจะมีอายุยืนอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป  ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ เช่น ทรอยเยอร์, สวิงเกิล, โวลคา-เมอเรียน่า ฯลฯ เป็นต้นตอซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่าทนทานโรครากเน่าและโคนเน่าได้ดี เนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและมีรากแก้ว โดยเฉพาะต้นที่เสียบบนตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า เจริญเติบโตเร็วมาก

ต้นอินทผลัมเป็นไม้ผลเมืองร้อนแถบทะเลทราย ที่มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพจะต้องมีการดูแลรักษาต้นพันธุ์ที่ดีด้วย เช่น การให้น้ำจะต้องมีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและเพียงพอ ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยประสบความสำเร็จในการปลูกอินทผลัมชนิดกินผลสดและผลแห้ง คนที่จะปลูกอินทผลัมจะต้องมีความเข้าใจว่า ต้นอินทผลัมเป็นต้นไม้ที่มีดอกตัวเมียและตัวผู้แยกอยู่คนละต้น ในการปลูกเพื่อให้มีการติดผลที่ดีจะต้องปลูกทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียไว้ในสวนเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการผสมเกสร เมื่ออินทผลัมอายุยังน้อยการช่วยผสมเกสรเป็นเรื่องที่กระทำได้ง่าย แต่หากเมื่อต้นมีอายุมากขึ้น ความสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการตัดเก็บดอกตัวผู้จากต้นพ่อพันธุ์ และนำไปผสมกับดอกตัวเมียที่ต้นแม่ ซึ่งจั่นดอกอาจแตกและบานได้ไม่พร้อมกัน จึงขอแนะนำว่าผู้ปลูกควรจะมีจำนวนต้นตัวผู้และต้นตัวเมียที่สมดุลกัน เพื่อให้การผสมเกสรเป็นไปอย่างธรรมชาติและมั่นใจได้ว่าดอกตัวเมียจะได้รับการผสมอย่างทั่วถึง ให้ได้ผลผลิตที่ดกโดยประหยัดเวลา แรงงาน และงบประมาณในการช่วยผสมเกสรเนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2556 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ท่านมีความสุข ประสบแต่สิ่งที่ดีงามและมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

“มะม่วงกะล่อนทอง” หวานหอมน่าปลูก

Published มกราคม 1, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/315765

26 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
Pic_315765

มะม่วงกะล่อน ที่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมนั้น ผลเมื่อสุกจะเป็นสีเขียวอ่อน ทรงผลจะกลมโตเต็มที่ประมาณลูกปิงปอง เปลือกผลค่อนข้างหนา ลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณ์ของมะม่วงกะล่อน คือเมล็ดจะมีขนาดใหญ่ เนื้อในมีไม่มากนัก แต่จะหวานหอมแรงมากเมื่อผลสุก ขนาดของต้นมะม่วงกะล่อนที่กล่าวถึงนี้จะสูงใหญ่มาก คือสูงได้ถึง 40 เมตร เวลาติดผลจะดกเต็มต้น ติดผลเป็นพวงห้อยเป็นระย้าดูสวยงามมาก ติดผลปีละครั้ง มีชื่อเรียกทั่วไปว่า “มะม่วงกะล่อนเขียว” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า MAGIFERA CALONEU-RA KURZ. อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE จัดอยู่ในกลุ่มของมะม่วงป่าชนิดหนึ่ง พบขึ้นทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งสมัยเป็นเด็กบ้านนอก จำได้ว่ามีต้นหนึ่งปลูกในวัดใกล้บ้าน ต้นสูงใหญ่มาก เวลาติดผลสุก พระในวัดอนุญาตให้ชาวบ้านไปเก็บผลรับประทานได้ รสชาติหวานหอมอร่อยมาก

ส่วน “มะม่วงกะล่อนทอง” ที่พบมีกิ่งตอนขาย ผู้ขายบอกว่า กลายพันธุ์มาจากการเพาะเมล็ดของมะม่วงกะล่อนสายพันธุ์ดั้งเดิมที่กล่าวข้างต้น มีความแตกต่างคือ เมื่อผลสุกสีของเปลือกผลจะเป็นสีเหลือง ไม่เป็นสีเขียวอ่อนตามภาพประกอบคอลัมน์ รูปทรงของผลกลมโตหวานหอมแรงและอร่อยเหมือนกันทุกอย่าง เมื่อตอนกิ่งไปปลูกทดสอบลักษณะพันธุ์อีกครั้ง ปรากฏว่า ผลสุกยังคงเป็นสีเหลืองเหมือนเดิม จึงเชื่อว่ากลายพันธุ์ถาวรแล้ว เลยขยายพันธุ์ตอนกิ่งออกวางขายดังกล่าว และ ที่สำคัญผู้ขายบอกว่า ต้นของ “มะม่วงกะล่อนทอง” จะไม่สูงใหญ่เท่ากับมะม่วงกะล่อนพันธุ์ดั้งเดิม หรือ “มะม่วงกะล่อนเขียว” คือสูงเต็มที่ไม่เกิน 10-15 เมตรเท่านั้น เป็นมะม่วงปีหรือติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล กำลังเป็นที่นิยมปลูกอยู่ในเวลานี้

ปัจจุบัน “มะม่วงกะล่อนทอง” มีกิ่งตอนขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เวลาติดผลสุกจะส่งกลิ่นหอมมีรสชาติหวาน ไม่มีเสี้ยน รับประทานแล้วชื่นใจยิ่งครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 26 ธันวาคม 2555, 05:00 น.

“มะม่วงอกร่องทองอุไร” หวานหอมอร่อย

Published ธันวาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/312791

13 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
Pic_312791

มะม่วงอกร่องทองอุไร

มะม่วงชนิดนี้ เกิดจากการนำเอาเมล็ดของมะม่วงอกร่องพันธุ์ดั้งเดิมจำนวนหลายสิบเมล็ดไปเพาะจนแตกต้นใหม่ แล้วคัดเอาเฉพาะต้นที่สมบูรณ์ที่สุดไปปลูกเลี้ยงจนติดผล ปรากฏว่ามีอยู่ต้นหนึ่งทรงผลแตกต่างจากทรงผลของมะม่วงอกร่องพันธุ์ดั้งเดิมอย่างชัดเจน คือ ผลมีขนาดใหญ่และยาวดูคล้ายผลมะม่วงชื่อหนังกลางวัน แต่เมื่อนำผลสุกปอกเปลือกรับประทานเนื้อกลับมีรสชาติหวานหอมเป็นมะม่วงอกร่องทุกอย่าง จึงเชื่อว่าเป็นมะม่วงอกร่องกลายพันธุ์ และได้ตอนกิ่งขยายพันธุ์ไปทดลองปลูกอีกครั้ง ปรากฏว่ารูปทรงผลและรสชาติยังคงเดิม จึงมั่นใจว่ากลายพันธุ์แบบถาวรแล้วอย่างแน่นอน และได้ตั้งชื่อว่า “มะม่วงอกร่องทองอุไร” หรือ “มะม่วงอกร่องใหญ่” พร้อมตอนกิ่ง ออกวางขายได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลาย อยู่ในเวลานี้

มะม่วงอกร่องทองอุไร มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนมะม่วงทั่วไป คือ เป็นไม้ยืนต้นสูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับหนาแน่นบริเวณ ปลายยอด ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน สีเขียวสด ใบดกและหนาแน่นมาก

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เป็นสีนวลมีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลม ยาวคล้ายผลมะม่วงหนังกลางวันตามที่กล่าวข้างต้น เมล็ดลีบเนื้อเยอะ ผลโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ผลดิบรสเปรี้ยวจัด เนื้อสุกเป็นสีเหลืองปนขาว เหมือนเนื้อมะม่วงอกร่องพันธุ์ดั้งเดิม แต่จะมีเสี้ยนน้อยกว่า หรือบางครั้งแทบไม่มีเสี้ยนเลย

รสชาติ หวานหอมเหมือนกับมะม่วงอกร่องทุกอย่าง ความหวานวัดได้ระหว่าง 18–19 องศาบริกซ์ เป็นมะม่วงปี หรือติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่งและเสียบยอด ที่สำคัญ ปอกเปลือกหั่นเนื้อกินไม่หมดเก็บใส่ตู้เย็นไว้ เนื้อไม่เป็นสีดำเหมือนมะม่วงชนิดอื่น มีกิ่งตอนขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามโครงการ 9 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 13 ธันวาคม 2555, 05:00 น.

“มะม่วงน้ำดอกไม้แดง” ผลใหญ่สวยเนื้อหวานหอม

Published พฤศจิกายน 1, 2012 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/302647

โดย นายเกษตร 1 พ.ย. 2555 05:00

มะม่วง ที่เป็นสายพันธุ์จาก ประเทศไต้หวัน ส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์บ่งบอกถึงถิ่นกำเนิดอย่างชัดเจนคือ ผลจะมีขนาดใหญ่ สีผลเป็นสีแดงหรือสีม่วง ปัจจุบันมีผู้นำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ยังมีการแยกเป็นเบอร์ได้อีกถึง 6 เบอร์ ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่รูปทรงของผลและขนาดของผลเท่านั้น รสชาติหวานหอมอร่อยเหมือนกัน

ซึ่ง “มะม่วงน้ำดอกไม้แดง” ที่เพิ่งมีกิ่งพันธุ์วางขาย ผู้ขายบอกว่า เป็นลูกผสมระหว่างมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองกับมะม่วงยู่เหวินเบอร์ 6 จากประเทศไต้หวัน และเพาะเมล็ดเมื่อปี 2546 เมื่อติดผลปรากฏว่าทรงผลยาวรีคล้ายผลมะม่วงน้ำดอกไม้ แต่ผลมีขนาดใหญ่กว่าเยอะ ก้นผลไม่งอนเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้ สีของผลเป็นสีแดงเหมือนกับสีผลมะม่วงยู่เหวิน ผลมีขนาดใหญ่น้ำหนักเฉลี่ย 0.8-1.5 กิโลกรัมต่อผล ใกล้เคียงกับน้ำหนักผลมะม่วงน้ำดอกไม้มัน เปลือกผลขณะดิบเป็นสีม่วง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

เนื้อสุกเป็นสีเหลืองทอง มีเสี้ยนน้อยมาก ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ เมล็ดลีบ รสชาติหวานเข้มและหอมเทียบเคียงได้กับรสชาติมะม่วงน้ำดอกไม้ อร่อยเหมือนกับมะม่วงยู่เหวินเบอร์ 6 ความหวานวัดได้ประมาณ 18–19 บริกซ์ ผลดิบเปรี้ยวจัด เมื่อผลแก่หรือห่ามความเปรี้ยวลดลงแต่ไม่มันเหมือนกับมะม่วงเขียวเสวย ผลสุกเก็บได้นานถึง 12 วัน เนื้อไม่ช้ำหรือเละง่าย ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอดกับตอมะม่วงพื้นเมือง ติดผลปีละ 2 ครั้ง ถ้าปลูกลงดินจะติดผลในเวลา 2-3 ปี ต้นสูง 3 เมตร แผ่กิ่งก้านกว้างออกทางด้านข้าง

ปัจจุบัน “มะม่วงน้ำดอกไม้แดง” มีขายที่สวนสุโขทัย โทร.08–9790–1057 หรือที่งานบ้านและสวนแฟร์ อาคารชาเลนเจอร์  เมืองทองธานี บริเวณล็อก อาร์ 82–83 ระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.55 นี้ และที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอ่าวน้อย ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองส่งออก

Published ตุลาคม 15, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/3679

26 April 2552 – 00:00

ปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้จัดเป็นมะม่วงเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีรสชาติหอมหวาน ผิวสวย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพราะเกษตรกรไทยยังปลูกกันน้อย

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้นำคณะสื่อมวลชนล

งพื้นที่นิคมเศรษฐกิจพอเพียงอ่าวน้อย  และวิสาหกิจชุมชนมะม่วงอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อส่งเสริมการปลูกมะม่วงนอกฤดูและส่งเสริมความร่วมมือโครงการไตรภาคีเพื่อการส่งออก

นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิ

ดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเน้น 3 แนวทางหลักคือ การเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาที่ดิน, ธุรกิจผ่านกลไกวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งการใช้ระบบตลาดนำการผลิต และรัฐบาลให้ทุนและเปิดโอกาสให้ความรู้แก่เกษตรกร

พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีกว่า 2,000 ไร่ ในส่วนของการปลูกและผลิตมะม่วง คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาระบบการผลิตอีก ซึ่งยังมีเรื่องที่ต้องปรับอีกมาก โดยเฉพาะรูปแบบการจัดการที่ดินรายแปลง ปรากฏว่ายังมีการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากต้องการลดการใช้พื้นที่ร้อยละ10 เพื่อเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งนี้ หากสามารถจัดการได้จะทำให้ระบบของเกษตรกรแต่ละรายสามารถอยู่ได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่คาดหวังไว้ในอนาคต

นายอนันต์กล่าวว่า ส.ป.ก.จับมือกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน ดำเนินการเรื่องดินและน้ำ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดการที่ดินรายแปลง และในส่วนของภาคเอ

กชนได้เข้ามาเจรจากับกลุ่มเกษตรกร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือโครงการไตรภาคี เพื่อส่งออก

ผลผลิตไปยังต่างประเทศ เพราะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนั้นมีความพร้อม ซึ่งสามารถผลิตมะม่วงได้ตรงมาตรฐานของต่างประเทศ

นอกจากนี้ ส.ป.ก.ได้สนับสนุนสร้างโรงเก็บและโรงคัดแยกมะม่วง รวมทั้งการขุดบ่อน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ภายใต้เงื่อนไขเกษตรกรต้องแบ่งพื้นที่ร้อยละ 10 เพื่อนำมาเลี้ย

งปศุสัตว์เพื่อนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยคอก เพื่อลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง

นายสมจิตร อยู่พิทักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วง นิคมเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลอ่า

วน้อย อำเภอเมืองฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าว่า สมาชิกจำนวน 30 คนในกลุ่ม รวมแล้วมีพื้

นที่ 380 ไร่ ปลูกมะม่วง โดยส่งให้กับบริษัท เอส ซี บี เอเจนซี่ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการในเรื่อ

งการส่งออกให้สมาชิก ซึ่งในจำนวน 30 คนนั้นมีสมาชิก 5-6 รายเท่านั้น ที่สามารถนำผลผลิตม

าขายเพื่อส่งออกได้ สาเหตุมาจากปัจจัยการผลิตยังไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด เช่น แหล่งน้ำไ

ม่เพียงพอ ทำให้ผลเล็ก การไม่ห่อผลเนื่องต้นทุนสูง โดยเกษตรกรที่ห่อผลมะม่วงจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อถุงห่อประมาณ 70,000 บาทต่อพื้นที่ 20 ไร่ ค่าแรง 300 บาทต่อ 1,000 ถุง

นายสมจิตรบอกว่า การห่อผลนั้นจะทำให้มะม่วงมีคุณภาพดี ผิวสวย เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดลูกและมีอายุได้ 45 วัน โดยถุงที่นำมาห่อจะเป็นถุงที่ฆ่าเชื้อแล้ว ทำให้มีราคาค่อนค่างสูงถึง 1.50-1.60 บาท/ถุง และเมื่อห่อผลแล้วจะไม่เปิดดูเลย จนถึงอายุ

90 วัน มะม่วงมีความสุกอยู่ที่ประมาณ 75-90 เปอร์เซ็นต์ ก็เก็บผลผลิตได้

การปลูกมะม่วงให้ได้คุณภาพดี สามารถส่งออกได้นั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเ

ป็นการดูแลสวนให้ปลอดจากสารเคมี แหล่งน้ำต้องปลอดภัยจากสารพิษ หลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างนาน การให้ปุ๋ยให้น้ำก็สำคัญ ช่วงตัดแต่งกิ่ง ช่วงแตกใบอ่อน และช่วงที่มะม่วงติดผลต้องให้น้ำประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน หรือถ้าช่วงไหนแล้งมากๆ ก็ 3 ครั้งต่อเดือน ถ้าน้ำไม่พอเพียงจะทำให้มะม่วงมีผลเล็กหรือทำให้ดอกร่วง ขั้วเหี่ยว ซึ่งจำเป็นต้องขุดสระไว้ในสวนให้ลึก เพื่อสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในสวนได้อย่างเพียงพอ ส่วนหน้าฝน ถ้าฝนตกหนักก็จะทำลายดอกเสียหายหมดทั้งแปลง ฉะนั้น ช่วงที่มะม่วงออกดอกถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด ถ้าดูแลให้ช่วงนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก

นายสมจิตรบอกอีกว่า ตอนนี้ทางกลุ่มฯ กำลังขยายผลให้สมาชิกปลูกมะม่วงให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อจะได้ส่งออกได้อย่างเพียงพอ โดยในขณะนี้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตอยู่ที่4,000-5,000 บาท/ไร่ และมีรายได้ 20,000-30,000 บาท/ไร่ สมาชิกจำนวน 6 ราย ที่สามารถนำมะม่วงส่งออกได้นั้น ได้ผลผลิตประมาณ 1 ตันต่อไร่ ทำให้สามารถส่งออกได้ปีละ 1,000 ตันเท่านั้น จึงทำให้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ส่วนการส่งเสริมการปลูกมะม่วงจากภาครัฐนั้น ขณะนี้ทาง ส.ป.ก.ได้อนุมัติงบประมาณจำ

นวน 400,000 บาท ในการสร้างโรงเก็บและคัดแยกมะม่วง ขุดบ่อน้ำให้เกษตรกร แต่เกษตรกรจะต้องรับเงื่อนไขในการแบ่งพื้นที่เพื่อเลี้ยงโคเนื้อ ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีผลพลอยได้จากมูลโคเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายค่าปุ๋ย นอกจากนั้น ประโยชน์ของมูลโคยังบำรุงหน้าดินให้อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตที่ได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น เป็นการลดต้นทุนในการผลิต แถมมีรายได้เสริมจากการเลี้ยงโคเนื้ออีกด้วย.

บัณฑิต กล่อมเกลี้ยง รายงาน

18bundit@gmail.com

ใหม่! คอลเลกชั่นมะม่วงมหาชนก จากสบายอารมณ์

Published ตุลาคม 6, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/life/294772

1 ตุลาคม 2555, 15:00 น.
Pic_294772

สบายอารมณ์มีอะไรมาให้เราเซอร์ไพรส์เสมอๆ นี่ก็ใหม่ล่าสุดจาก สบายอารมณ์ กับคอลเลกชั่นมะม่วงมหาชนก (Divine Mango Collection)…

ด้วยแรงบันดาลใจจากพระราชนิพนธ์พระมหาชนก นำมาสู่ผลิตภัณฑ์ที่สบายอารมณ์ตั้งใจคัดสรร
วัตถุดิบอย่างสารสกัดมะม่วงมหาชนกที่อุดมไปด้วย วิตามินอี วิตามินบี 3 บี 5 บี 6 เบต้าแคโรทีน และมีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวถึง 3 เท่า

ด้วยคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ พร้อมให้คุณเผยผิวกระจ่างใส คืนความนุ่มนวลสู่ผิว บวกกับความชุ่มชื่นจากแมงโก้ บัตเตอร์ และสารสกัดจากลำไย เสาวรส และทับทิม ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ เพื่อผิวสดใส เปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา พบกับคอลเลกชั่นมะม่วงมหาชนกได้แล้ววันนี้ที่ร้านบู๊ทส์ทุกสาขา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sabai-arom.com” http://www.sabai-arom.com

แล้วคุณจะสวยใสอย่างสบายอารมณ์…

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 1 ตุลาคม 2555, 15:00 น.

“มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์” ผลมหึมาสุกหวาน

Published กันยายน 20, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/289953

11 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_289953

มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์

มะม่วงชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเพื่อกินผลสุกเพียงอย่างเดียว มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “หงส์ไข่เท่อร์” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า RED HEART GIANT MANGO มีลักษณะเด่นคือ ผลจะมีขนาดใหญ่มาก มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อผลที่โตเต็มที่ประมาณ 2 กิโลกรัมขึ้นไปเกือบถึง 3 กิโลกรัมหย่อนเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญรูปทรงของผลจะดูคล้ายรูปหัวใจ จึงถูกตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษข้างต้น

เนื้อสุก เป็นสีเหลืองเข้ม ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน และไม่มีกลิ่นขี้ไต้ รสชาติหวานหอมอร่อยมาก ชาวจีนที่ประเทศไต้หวันนิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย และนิยมซื้อเป็นของฝากเป็นที่ชื่นชอบของผู้รับมาก ที่ประเทศไต้หวันขายกันกิโลกรัมเป็นร้อยบาทไทยขึ้น ผลดิบมีรสชาติเปรี้ยวไม่นิยมรับประทานเพราะไม่อร่อย ผลสุกสีของผลจะเป็นสีแดงอมม่วงนิดๆ สวยงามมาก เมล็ดบางและลีบจึงทำให้มีเนื้อเยอะ เนื้อสุกเพียงผลเดียวสามารถกินได้เกือบทั้งครอบครัว

มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์ มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบกิ่งก้านหนาแน่นบริเวณปลายยอด ปลายใบแหลมโคนใบมน เนื้อใบค่อนข้างหนา ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวสด ใบดกและหนาทึบมากดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอมเหมือนดอกมะม่วงทั่วไป “ผล” รูปทรงกลมรีเล็กน้อยคล้ายรูปหัวใจ ติดผลเป็นพวง ผลมีขนาดใหญ่มหึมาตามที่กล่าวข้างต้น ผลสุกรสชาติหวานหอมอร่อยมาก เป็นมะม่วงปีหรือติดผลเพียงหนึ่งครั้งในหนึ่งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด

ปัจจุบัน “มะม่วงหงส์ไข่เท่อร์” มีกิ่งพันธุ์ขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามโครงการ 17 กับ แผง “คุณหลง–คุณก็อต” ตรงกันข้ามโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 11 กันยายน 2555, 05:00 น.
%d bloggers like this: