มะม่วง

All posts tagged มะม่วง

‘เซ่งตะโลง’ มะม่วงพันธุ์ดีของประเทศเมียนมา

Published กันยายน 19, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/agriculture/329895

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 เวลา 3:22 น.

‘เซ่งตะโลง’ มะม่วงพันธุ์ดีของประเทศเมียนมา

เมียนมามีพันธุ์มะม่วงที่มีชื่อเสียงและรสชาติดีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่มีชื่อว่าพันธุ์ “เซ่งตะโลง” ผลไม่ใหญ่นักขนาดเท่ากับมะม่วงอกร่องและมีเนื้อละเอียดรสชาติหวานหอม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 เวลา 3:22 น.

สำหรับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยมีการพัฒนาการปลูกมะม่วงมาอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องสายพันธุ์และการจัดการดูแลรักษา

และจากที่ปลูกและผลิตขายบริโภคกันในประเทศ คนไทยส่วนใหญ่ในอดีตมักจะคุ้นเคยบริโภคมะม่วงกินดิบ อาทิ เขียวเสวย แรดฟ้าลั่น เจ้าคุณทิพย์ ฯลฯ

ในกลุ่มมะม่วงกินสุกจะรู้จักเฉพาะพันธุ์อกร่อง มาถึงทุกวันนี้มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ของไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยน้ำดอกไม้สีทองที่มีการส่งออกไปยังหลายประเทศโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น นอกจากประเทศไทยแล้วเมียนมาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีพื้นที่ปลูกมะม่วงมาก และได้เริ่มมีการพัฒนาพันธุ์มะม่วงและการดูแลรักษาเพื่อให้มะม่วงมีคุณภาพดีด้วยลักษณะของกลิ่นที่มีความหอมเฉพาะตัวเมื่อนำมาแปรรูปเป็นขนมทำให้มีรสชาติ และกลิ่นของมะม่วงหอมละมุน อาทิ ทำเค้กโดยใช้มะม่วงพันธุ์เซ่งตะโลงจะมีรสชาติอร่อยมาก

ถ้าใครได้ไปเที่ยวยังประเทศเมียนมาจะได้เห็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนเมียนมาและผลไม้ที่มักจะพบเห็นอยู่มากคือ กล้วยและมะพร้าว เพราะเป็นผลไม้ที่คนเมียนมานิยมซื้อมาบูชาเทพ และกล้วยที่คนเมียนมานิยมบริโภคมากที่สุดคือกล้วยหักมุก ซึ่งชาวเมียนมาเรียกว่า “พีจาง”

สำหรับมะม่วงเมียนมานั้นมีหลายสายพันธุ์คล้ายกับมะม่วงไทย อย่างเช่นมะม่วงพันธุ์หยิ่งกะแว ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “อกแยก” มีลักษณะรูปทรงผลคล้ายมะม่วงอกร่องแต่รสชาติสู้ไม่ได้ ในขณะเดียวกันเมียนมามีพันธุ์มะม่วงที่มีชื่อเสียงและรสชาติดีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่มีชื่อว่าพันธุ์ “เซ่งตะโลง”

ในช่วงที่ประเทศอินเดียปกครองประเทศเมียนมาจะเรียกมะม่วงสายพันธุ์นี้ว่าเซน ทาโล ซึ่งจัดเป็นมะม่วงกินสุกที่มีรสชาติเช่นกัน ผลไม่ใหญ่นักขนาดเท่ากับมะม่วงอกร่องและมีเนื้อละเอียดรสชาติหวานหอม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จัดเป็นมะม่วงที่ มีชื่อเสียงที่สุดของเมียนมา และในขณะนี้ กำลังมีการพัฒนาเพื่อการส่งออก และเป็นมะม่วงที่มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากในแถบเมืองมัณฑะเลย์ การผลิตและการตลาดของมะม่วงในประเทศเมียนมาส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศเป็นหลักยังไม่มีการผลิตเพื่อการส่งออกและเทคโนโลยีในการผลิตมะม่วงนอกฤดูยังตามหลังประเทศไทย

ปัจจุบันเมียนมาได้มีการพัฒนาเทคโน โลยีมะม่วงพันธุ์ “เซ่งตะโลง” ให้มีคุณภาพดีและเริ่มมีการส่งออกบ้างแล้ว.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

โฆษณา

‘งาช้างแดง’มะม่วงที่ผลใหญ่และยาว

Published พฤษภาคม 3, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/agriculture/304802

 

‘งาช้างแดง’มะม่วงที่ผลใหญ่และยาว

มะม่วงพันธุ์งาช้างแดงเมื่อผลสุกรสชาติหวานหอม ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ ที่สำคัญปริมาณเนื้อมากกว่า 90% และเมล็ดลีบเล็ก

ปัจจุบันชาวสวนมะม่วงไทยเกือบทั้งหมดได้ปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองมากที่สุด เนื่องจากเป็นมะม่วงที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการทั้งในรูปผลสดฟรีซดรายและแช่แข็ง

มีการส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐประชาชนจีน, มาเลเซีย และบางประเทศในยุโรป มีชาวสวนมะม่วงบางรายเท่านั้นที่ปลูกมะม่วงอาร์ทูอีทู ซึ่งเป็นพันธุ์จากออสเตรเลีย และขายผลผลิตได้ราคาดี เพื่อส่งออกไปยังมาเลเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีนและน่าจะขายได้ราคาดีไปอีกหลายปี

ในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยมีเกษตรกรเลิกปลูกส้มสายน้ำผึ้งเปลี่ยนมาปลูกมะม่วงพันธุ์จินหวงหรือพันธุ์นวลคำ ซึ่งเป็นพันธุ์มะม่วงจากไต้หวันกันมากขึ้น เพราะมีขนาดผลใหญ่มากและถ้าห่อผลด้วยถุงคาร์บอนจะช่วยทำให้เมื่อผลแก่มีผลสีเหลืองทองสวยงาม ในขณะที่ไต้หวันก็ปลูกมะม่วงพันธุ์จินหวงกันมากแต่ยังน้อยกว่าพันธุ์อ้ายเหวินหรือพันธุ์เออร์วิน ไต้หวันยังมีพันธุ์มะม่วงลูกผสมที่น่าสนใจอีกหลายสายพันธุ์ที่สามารถนำมาพัฒนาและปลูกได้ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชาวสวนมะม่วงไทยในเรื่องการตลาดที่มีการแข่งขันกันมากในอนาคตได้

เมื่อกลางปี 2557 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่มะม่วงไต้หวันกำลังถึงฤดูเก็บเกี่ยว มะม่วงไต้หวันจะแก่และเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม มีแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนันมีการปลูกมะม่วงพันธุ์ “งาช้างแดง” ซึ่งมีขนาดผลใหญ่และยาว วัดความยาวผลได้ถึง 25 เซนติเมตร มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม เนื้อสุกมีรสชาติหวานหอม เนื้อหนา เมล็ดลีบบาง เพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น ปัจจุบันมีการนำมะม่วงพันธุ์นี้มาปลูกในประเทศไทยบ้างแล้ว จัดเป็นมะม่วงต่างประเทศที่มีขนาดผลใหญ่และยาว และจัดเป็นมะม่วงที่มีเปอร์เซ็นต์เนื้อสูงอีกสายพันธุ์หนึ่ง

มะม่วงพันธุ์งาช้างแดงเมื่อผลสุกรสชาติหวานหอม ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ ที่สำคัญปริมาณเนื้อมากกว่า 90% และเมล็ดลีบเล็ก ผลใหญ่และยาว เทียบขนาดได้พอ ๆ กับขวดน้ำดื่ม ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร เนื้อสุกมีรสชาติหวานหอม มีสีเหลือง เนื้อละเอียดเนียนหนา เมล็ดลีบบางเพียง 1 เซนติเมตร น้ำหนักของเมล็ดไม่ถึง 100 กรัม มีเฉพาะเนื้อมากกว่า 1 กิโลกรัม

และคาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

มะม่วงดอกดก…แต่ไร้ผลผลิต

Published เมษายน 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140224/179564.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557

มะม่วงดอกดก…แต่ไร้ผลผลิต

มะม่วงดอกดก…แต่ไร้ผลผลิต วิกฤติ!..หรือโอกาสของเกษตรกร : ดลมนัส กาเจ … รายงาน

                          จากการที่ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศทำให้ฤดูหนาวยาวผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มะม่วงทุกชนิดที่เกษตรกรปลูกทั้งปลูกเพื่อบริโภครอบบ้าน ปลูกตามหัวไร่ปลายนา และปลูกในรูปแบบของสวนมะม่วงเชิงพาณิชย์ ต่างออกดอกชูช่อเต็มต้นมากเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากธรรมชาติของมะม่วงจะออกดอกได้ดีในสภาพอากาศที่มีความเย็นอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียส สร้างความดีใจและความหวังให้แก่เกษตรกร และเจ้าของผู้ปลูก ที่ต่างคะเนว่าจะมีผลผลิตมะม่วงที่ดกอย่างแน่นอน แม้เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ปลูกเชิงพาณิชย์อาจวิตกจะเกิดวิกฤติราคามะม่วงตกต่ำบ้างก็ตาม แต่แล้วต้นมะม่วงที่ออกดอกชูช่อบานสะพรั่งเต็มต้นกลับร่วงแทบไม่เห็นผลเหลือไว้บนต้น โดยที่ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยยังไม่กระจ่างในสาเหตุ

                          นายชาญชัย นีละไพจิตร ชาวหนองจอก อายุ 57 ปี ปัจจุบันมีบ้านพักอีกแห่งในการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดประบัง กรุงเทพฯ บอกว่า มะม่วงที่ปลูกหน้าบ้านและของเพื่อนในละแวกเดียวกันที่ปลูกแทบทุกบ้าน รวมถึงบ้านพี่น้องที่ปลูกตามบ้าน และหัวไร่ปลายนาที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ใน อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ปีนี้แต่ละต้นออกดอกดกมากจนเต็มไปหมด ทำให้ผู้ปลูกต่างดีใจ คิดว่าจะมีผลผลิตจำนวนมาก แต่พอดอกแก่เกสรกลับร่วงหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้ผลมะม่วงที่เหลือบนต้นราว 20-30% บางต้นไม่มีเลย

                          เช่นเดียวกับนายบรรยง อินทนา บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ “คม ชัด ลึก” บอกว่า ที่บ้านพักที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ ทั้งเขียวเสวย น้ำดอกไม้ อกร่อง หนังกลางวัน โชคอนันต์ ฯลฯ มีทั้งปลูกเมล็ดแบบโบราณ และกิ่งพันธุ์ที่เป็นกิ่งตอน ปรากฏว่า ปีนี้มะม่วงทุกสายพันธุ์และทุกต้นออกดอกดกมาก แต่ตอนนี้เหลือแต่ก้าน  เว้นแต่โชคอนันต์ที่พอจะเห็นผลเท่าหัวไม้ขีดอยู่บ้างแต่จำนวนน้อยมาก

                          จากการสอบถาม ผศ.ดร.เสริมศิริ จันทร์เปรม  รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร และอาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ทราบว่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนต้นปี 2557 ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน มีอากาศหนาวยาวนานกว่าปกติ ทำให้กระตุ้นการออกช่อดอกมะม่วงมากขึ้น ส่วนดอกมะม่วงที่ร่วงไม่ติดผล จากการสังเกตช่วงสภาพอากาศที่หนาวทำให้แมลงบางชนิดที่เป็นพาหะหรือตัวช่วยผสมเกสรของดอกมะม่วงหายไป อาจเป็นเพราะไม่สามารถทนต่อสภาพที่หนาว ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่พบเห็นปีนี้มีโรคราดำจำนวนมาก ส่วนเพลี้ยจักจั่น ดูเหมือนว่าจะน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากนักวิชาการโรคพืชสวน และไม่มีหน่วยงานใดขอความร่วมมือให้ช่วยวิจัยเกี่ยวโรคพืชสวน แสดงว่ายังไม่มีโรคใหม่มาระบาดแน่นอน ส่วนโรคราดำ โรคเพลี้ยจักจั่น ราแป้ง โรคพวกนี้มีมานานแล้ว จะระบาดช่วงที่อากาศเปลี่ยนจากหนาวเข้าสู่หน้าร้อน เกษตรกรรายใหญ่มีกรรมวิธีป้องกันอยู่แล้ว แต่ที่กระทบคือเกษตรกรรายย่อย

                          สอดคล้องกับนายปรีชา ไขศรีแก้ว ผู้จัดการแผนกการผลิต บริษัท โชคเจริญพัฒนาการเกษตร จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ในฐานะที่เคยดูแลและรับผิดชอบสวนเกษตรซีพี ที่ ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ระบุว่า จากประสบการณ์ในช่วงที่มะม่วงออกดอก จะมีปัญหาหลักคือโรคเพลี้ยจักจั่น  เพลี้ยแป้ง ราแป้ง ราดำ ซึ่งเกษตรกรจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดูแลตั้งแต่ก่อนที่จะม่วงจะออกดอก ขณะที่ออกดอก และหลังออกดอก โดยใช้น้ำล้าง และใช้สารกำจัดโรคเหล่านี้อย่างถูกวิธีจึงจะสามารถป้องกันได้

                          ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่าประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกมากที่สุดอยู่อันดับ 5 ของโลก มีพื้นที่ปลูกกว่า 2 ล้านไร่ มีผลผลิตเกือบ 3 ล้านตัน ในจำนวนนี้ผลผลิตที่บริโภค 90% ส่งออก 5% การแปรรูปอีก 5% โดยพื้นที่ปลูกมากที่สุดคือ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 32,643 ไร่ ซึ่งปรากฏการณ์มะม่วงออกดอกดก แต่ไม่มีผลผลิตที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ นายมานพ แก้ววงษ์นุกูล นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย และประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออก ยืนยันว่า กระทบต่อวงการผลิตมะม่วงเพียง 10% เท่านั้น

                          นายมานพ กล่าวว่า เกสรดอกมะม่วงที่ร่วงจนไม่ติดผลในปีนี้ จะเกิดขึ้นมะม่วงที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนา หรือที่ปลูกตามบ้านไว้บริโภค แต่เกษตรกรรายใหญ่ที่ปลูกเพื่อการค้าได้เตรียมล่วงหน้าเพราะทราบอยู่แล้วว่า ในช่วงมะม่วงออกดอกจะมีศัตรูพืชจำพวกเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยแป้ง โรคราแป้ง ราดำ จะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงมะม่วงออกดอก จึงคิดว่าภาพรวมอาจจะกระทบประมาณ 10% ส่งผลให้ปีนี้ราคามะม่วงอาจดีขึ้นเล็กน้อย

                          “ที่แปดริ้วไม่ค่อยมีปัญหา เพราะเราผลิตมะม่วงนอกฤดู มีผลผลิตยาวนานถึง 7 เดือน เพราะต้องผลิตป้อนตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะญี่ปุ่นกับเกาหลีเพียง 2 ประเทศนี้ คาดว่ามีความต้องการมะม่วงไทยประเทศละ 3,000 ตันต่อปี โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้” นายมานพ กล่าว

                          ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ปรากฏการณ์มะม่วงออกดอกดก แต่ไม่มีผลผลิตที่เกิดขึ้นในปีนี้ เกิดขึ้นกับมะม่วงที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนาเท่านั้น อาจกระทบต่อผลิตมะม่วงโดยรวมเพียง 10% เท่านั้น และราคามะม่วงขยับขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงบ้าง

                          …เกิดมาจากอากาศที่เย็นจัด และยาวนานกระตุ้นให้มะม่วงออกดอกดก แต่สภาพอากาศเช่นนี้กระทบต่อวงจรแมลงที่ช่วยผสมเกสรของดอกมะม่วง ผสมผสานกับโรคและแมลงศัตรูพืชระบาด ทำให้ติดผลน้อยนั่นเอง

———————–

การดูแลมะม่วงช่วงออกดอก

                          ก่อนหน้านี้นายสวง โฮสูงเนิน รักษาการในตำแหน่งเกษตรอำเภอสุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ได้แนะนำวิธีการดูแลต้นมะม่วงช่วงที่กำลังออกดอก ว่า เกษตรกรควรจะดูแลรักษาและเอาใจใส่มะม่วงเพื่อให้ดอกออกสม่ำเสมอ ส่วนมากจะพบว่าดอกจะร่วงหมดหรือติดผลเพียงเล็กน้อย และร่วงในระยะต่อมา ทำให้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพหรือผลผลิตตกต่ำ จึงขอแนะนำการบำรุงรักษาต้นมะม่วงให้พร้อมก่อนออกดอกและติดผลด้วยซ้ำไป โดยใช้วิธีดังนี้ครับ คือเมื่อดอกมะม่วงเริ่มบานให้หยุดพ่นสารเคมีกำจัดโรคแมลงทุกชนิดทันที

                          กระทั่งระยะผลโตเท่าขนาดหัวไม้ขีดไฟ ให้ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดเพลี้ยจักจั่น โดยใช้สารพวกคาร์บาริล ส่วนเชื้อรา ใช้จำพวกแบนโนมิล อัตราใช้ตามคำแนะนำของฉลากยาอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันกำจัดโรคแอนแทรกโนส โรคราดำ และโรคราแป้ง เมื่อมะม่วงติดผลแล้วประมาณ 2 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ต้นละ 1-2 กิโลกรัม และรดน้ำ 10-15 วัน

                          กรณีสวนที่ขาดแคลนน้ำให้ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 21-21-21 อัตรา 2-3 ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบฉีดพ่นทุก 2 สัปดาห์ ติดต่อกันประมาณ 5 ครั้ง จะช่วยบำรุงผลให้เจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ  หรือไปขอคำแนะนำที่สำนักงานเกษตรจังหวัด กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอหรือศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลทุกตำบลใกล้บ้านท่าน

———————–

(มะม่วงดอกดก…แต่ไร้ผลผลิต วิกฤติ!..หรือโอกาสของเกษตรกร : ดลมนัส กาเจ … รายงาน)

“มะม่วงพราหมณ์ขายเมีย” มะม่วงดีโบราณ

Published มีนาคม 1, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/364602

  • 21 สิงหาคม 2556, 05:00 น.

eywwb5wu57mynkovyi3r412rlcwsezmstu75ceeirj8fzi7ml7kl2q

มะม่วงชนิดนี้ เป็นหนึ่งในมะม่วงไทยโบราณที่มีมากกว่า 170 สายพันธุ์ มีแหล่งปลูก เฉพาะในแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี และย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย กทม. ได้รับความนิยมรับประทานอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า โดย จะเอาผลสุกล้างน้ำให้สะอาด ใช้มีดเฉือน 2 แก้ม ไม่ต้องปอกเปลือก ใช้ช้อนตักกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ หวานหอมอร่อยชื่นใจดีมาก

และ จากคำร่ำลือของรสชาติดังกล่าว ทำให้ พระยาศรีสุนทรโวหาร หรือ (น้อย อาจารยางกูร) ถึงกับบรรยายเอาไว้ใน กาพย์ยานี 11 เมื่อปี พ.ศ.2427 ว่า “มะม่วงพราหมณ์ขายเมีย” นี้ “ดูท่วงทีรสขยัน เมียรักดังชีวัน ยังสู้ขายจ่ายอำพา” ซึ่งก็หมายถึงรสชาติของมะม่วงชนิดนี้อร่อยมาก จนทำให้ พราหมณ์ ต้องยอมขายเมียตัวเองเพื่อนำ เอาเงินไปซื้อกินนั่นเอง

มะม่วงพราหมณ์์ขายเมีย มีลักษณะทาง พฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป คือ เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร แตกกิ่งก้านหนาทึบ ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ๆ ตรงกันข้ามกัน รูปใบหอก ปลายแหลมโคนมน เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน หรือ สีขาวนวล มีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมรี มีขนาดใหญ่กว่าผลมะม่วงเขียวเสวย แต่จะสั้นกว่าเล็กน้อย ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ผลดิบรสชาติเปรี้ยวปนหวานกรอบมัน รับประทานกับน้ำปลาหวานอร่อยมาก ผลสุก เนื้อสีเหลือง เหนียวไม่เละ ไม่มีเสี้ยน เมล็ดลีบบาง ให้เนื้อเยอะ รสชาติหวานหอมอร่อยตามที่กล่าวมาข้างต้น ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ปัจจุบัน “มะม่วงพราหมณ์ขายเมีย” มี กิ่งตอนขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูก ได้ในดินทั่วไป ติดผลดกเหมือนมะม่วงพันธุ์ โบราณทั่วไปครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 21 สิงหาคม 2556, 05:00 น.

“มะม่วงยายกล่ำ” อร่อยกับที่มาชื่อ

Published มีนาคม 1, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/362975

  • 13 สิงหาคม 2556, 05:00 น.

eywwb5wu57mynkovyi3r412rlcwsezmstu75ceeirj8fzi7ml7kl2q

ผมเคยเขียนแนะนำมะม่วงชนิดนี้ไป 2 ครั้ง เมื่อปี 45 กับ ปี 49 ซึ่งในตอนนั้นได้รับความนิยมจากผู้ซื้อกิ่งตอนไปปลูกอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมากอยากทราบว่ามีกิ่งตอนขายที่ไหน เป็นจังหวะพบว่ามีผู้ขยายพันธุ์ “มะม่วงยายกล่ำ” ออกวางขายจึงถือโอกาสแนะนำถึงความอร่อยพร้อมที่มาของชื่อให้ทราบอีกครั้ง

มะม่วงยายกล่ำ เป็นพันธุ์เก่าแก่มีปลูกเฉพาะถิ่นในแถบ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีความโดดเด่นคือผลสุกเนื้อจะมีรสชาติหวาน ไม่เละ แม้สุกงอม ไม่มีเสี้ยน รับประทานอร่อยมาก ผลดิบรสเปรี้ยวจัด ยุคสมัยก่อนนิยมสับเป็นฝอยๆ บีบหรือคั้นเอาเฉพาะน้ำใช้แทนน้ำมะนาวมีกลิ่นหอมของความเปรี้ยวชวนรับประทานดียิ่ง หรือ สับปรุงเป็นส้มตำมะม่วงแต่งรสตามต้องการรับประทานกรอบแซบอร่อยมาก

ส่วนที่มาของชื่อ “มะม่วงยายกล่ำ” ชาวบ้านในย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เล่าว่าต้นแรกที่พบเป็นของ “ยายกล่ำ” ปลูกในบริเวณบ้านเพื่อเก็บผลขายทั้งผลดิบและผลสุก ซึ่งรูปทรงของผลจะแปลกกว่าผลมะม่วงทั่วๆไป คือ จะกลมและแบนๆ ดูไม่สวยงามนัก คนซื้อไปรับประทานแล้วติดใจในรสชาติ โดยเฉพาะผลสุกจะหวานอร่อยมาก เมื่อสอบถามถึงที่มาของชื่อพันธุ์ “ยายกล่ำ” ตอบว่าไม่รู้ ปู่ย่าตาทวดปลูกไว้ ชาวบ้านจึง พากันเรียกมะม่วงดังกล่าวตามชื่อ “ยายกล่ำ” ว่า “มะม่วงยายกล่ำ” เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน จะมีผลดิบและผลสุกวางขายตามฤดูกาลเฉพาะ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ปีละครั้งเท่านั้น มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย จัดเป็นของดีประจำจังหวัดนนทบุรีเลยทีเดียว และน่าเสียดายไม่มีรูปผลเสนอประกอบคอลัมน์

ใครต้องการกิ่งตอนไปปลูกติดต่อ  “คุณนก” สวนนัทธรัตน์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โทร.08–1804–0692 หรือที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “ลุงนรินทร์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

มะม่วงยายกล่ำ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 13 สิงหาคม 2556, 05:00 น.

การปลูกมะม่วงลูกผสมไต้หวันในประเทศไทย

Published มกราคม 20, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันพฤหัสบดี 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา 00:00 น.

  • ?การปลูกมะม่วงลูกผสมไต้หวันในประเทศไทย?
  • ?การปลูกมะม่วงลูกผสมไต้หวันในประเทศไทย?

มะม่วงทมีการส่งออกมากที่สุด เริ่มจากส่งออกไปญี่ปุ่นประเทศเดียว ต่อมามีการขยายการส่งออกไปยังอีกหลายประเทศ

วันพฤหัสบดี 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา 00:00 น.

ในปัจจุบันนี้พื้นที่ปลูกมะม่วงเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะปลูกพันธุ์น้ำดอกไม้เกือบ 100% เนื่องจากเป็นมะม่วงที่มีการส่งออกมากที่สุด เริ่มจากส่งออกไปญี่ปุ่นประเทศเดียว ต่อมามีการขยายการส่งออกไปยังอีกหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน และบางประเทศในยุโรป สำหรับตลาดในประเทศไทยพฤติกรรมการบริโภคมะม่วงในตลาดเมืองใหญ่ ๆ ที่มีกำลังซื้อสูงมะม่วงต่างประเทศที่มีขนาดผลใหญ่ รสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับและขายได้ราคาดี ดังนั้นมะม่วงสายพันธุ์ต่างประเทศแปลกและหายากจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการปลูกมะม่วงในอนาคต

ในแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนัน เกาะไต้หวัน มีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้น มีพันธุ์มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ให้ผลมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ระยะผลอ่อน ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร โทร. 08-1886-7398, 0-5661-3021 ได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมพันธุ์ใหม่จากแปลงทดลองของศูนย์ฯ แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วง R2E2 เวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงลูกผสมของไต้หวันหลายสายพันธุ์ได้เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต โดยหนึ่งในนั้นทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ตั้งชื่อ มะม่วงลูกผสมว่า T1 (T ย่อมาจาก Taiwan) ฤดูกาลที่ผ่านมามะม่วง T1 ได้มีการออกดอกและติดผล สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในระยะที่ผลมะม่วง T1 มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นสีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วงเข้มทั้งผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน มะม่วงพันธุ์ T1 (TAIWAN เบอร์ 1) เมื่อผลแก่และนำมาวางขายด้วยผิวผลที่มีสีม่วงเข้มจะดึงดูดผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี และคาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต ปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรได้ขยายพื้นที่ปลูกมะม่วง T1 มากขึ้น ด้วยมั่นใจว่าปลูกและสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี และเป็น อีกทางเลือกหนึ่งของการบริโภคมะม่วงในประเทศไทย

นอกจากมะม่วง T1 แล้ว ทางชมรมฯ ยังได้ยอดมะม่วงลูกผสมพันธุ์ T2 และ T3 มาขยายพันธุ์ด้วย คาดว่าในฤดูกาลผลิตปี 2556-2557 จะเห็นผลผลิตและเผยแพร่ให้เกษตรกรในโอกาสต่อไป รวมทั้งมะม่วงพันธุ์งาช้างแดงที่มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 2-3 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงไต้หวันที่มีขนาดผลใหญ่ที่สุดในขณะนี้.

“มะม่วงตะเพียนทอง” พันธุ์โบราณหวานอร่อย

Published กรกฎาคม 30, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/330439

  • 6 มีนาคม 2556, 05:01 น.

Pic_330439

มะม่วงชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์โบราณที่นิยมปลูกตามบ้านเพื่อเก็บผลรับประทานมาช้านานแล้ว จัดเป็นมะม่วงที่มี ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในภาคกลาง โดยส่วนใหญ่จะปลูกกันอย่างกว้างขวางเฉพาะในแถบพื้นที่ จังหวัดนนทบุรี ย่าน ตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย กทม. เป็นมะม่วงปี หรือติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล เวลาติดผลจะดกเป็นพวงน่าชมมาก ขนาดของผลใหญ่และทรงผลสวยงาม ผลดิบรสชาติเปรี้ยวจัดฉ่ำน้ำ ผลสุกรสชาติหวานประมาณ 23 องศาบริกซ์ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้รับประทานอร่อยมาก

ส่วน ที่มาของชื่อ “มะม่วงตะเพียนทอง” ไม่มีในบันทึกว่ามีความเป็นมาอย่างไร แต่เป็นชื่อที่เรียกกันมาตั้งแต่โบราณจนกระทั่งปัจจุบัน และมีเพียงชื่อเดียวเท่านั้น

มะม่วงตะเพียนทอง มีชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไปคือ MANGIFERA INDICA LINN. อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับหนาแน่นบริเวณปลายยอด ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน เนื้อใบหนา และแข็ง ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอก เป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม  “ผล”  รูปกลมรีและยาว  ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 423.33 กรัม ติดผลเป็นพวง 2-3 ผล ผลดิบสีเขียวมีนวลขาว รสชาติเปรี้ยวจัด นิยมสับทำยำมะม่วง ผลสุกเป็นสีเหลืองอมส้มนิดๆ สวยงามมาก รสชาติหวานหอมตามที่กล่าวข้างต้น ติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด

ปัจจุบันมีกิ่งตอนขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ส่วนใหญ่เป็นกิ่งพันธุ์ที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่ง จึงทำให้ปลูกแล้วสามารถติดผลเร็วหลังปลูกไม่เกิน 3 ปี ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 6 มีนาคม 2556, 05:01 น.

“มะม่วงผิงกั่วเหวิน” หวานหอมกลิ่นน้ำผึ้ง

Published กรกฎาคม 28, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/327178

  • 18 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

Pic_327178

มะม่วงชนิดนี้ เกิดจากการผสมเกสรโดยธรรมชาติด้วยแมลงระหว่าง มะม่วงเออร์วิน กับ มะม่วงเคียสแดง จากประเทศไต้หวัน เมื่อนำเอาเมล็ดที่ได้จากต้นพันธุ์ทั้ง 2 ต้น ไปปลูกจนติดผลแล้วคัดพันธุ์ดีที่สุดออกมาเป็น “มะม่วงผิงกั่วเหวิน” และปลูกทดสอบสายพันธุ์จนมั่นใจว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่แบบถาวรอย่างแน่นอนแล้ว จึงขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนให้มากขึ้น และมีผู้นำเอาต้นเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ขายต่อในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

มะม่วงผิงกั่วเหวิน มีลักษณะเด่นคือ สามารถติดผลได้เรื่อยๆ หรือตลอดปี รูปทรงผลกลมคล้ายผลแอปเปิ้ล มีขนาดใหญ่ น้ำหนัก 1.5-2.5 กิโลกรัมต่อผล ผลดิบเป็นสีม่วง เมื่อสุก เป็นสีแดงเข้มเหมือนสีลูกปัด เนื้อในสุกเป็นสีเหลืองอมส้ม หรือ สีเหลืองทอง ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ ไม่มีเสี้ยน เมล็ดเล็กและลีบ รสชาติหวานประมาณ 18-20 อาศาบริกซ์ เนื้อสุกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นน้ำผึ้ง รับประทานอร่อยมาก ที่สำคัญผลสุกสามารถเก็บได้นาน เนื้อไม่เละและไม่ชํ้า ผลแก่จัดหากยังไม่เก็บจากต้นปล่อยทิ้งไว้ติดกับต้นได้นานไม่ร่วงง่าย เวลาติดผลจะเป็นพวง 3-5 ผล ดูสวยงามมาก ในประเทศไต้หวัน ผลสุก ขายราคากิโลกรัมละ 600 บาท ไทยนิยมรับประทานและซื้อบรรจุกล่อง เป็นของฝาก และใช้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามค่านิยมของชาวจีนไต้หวัน ทั่วไป

มะม่วงผิงกั่วเหวิน มีลักษณะ ทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป แต่ต้นจะไม่ใหญ่โตนัก สูง 3-4 เมตรเท่านั้น เวลาติดผลจะดกมาก ปัจจุบันมีกิ่งตอนที่ขยายพันธุ์ ด้วยวิธีเสียบยอดกับตอมะม่วงพื้นเมืองทำให้ต้นแข็งแรงและมีรากแก้วดี ขายที่งานเกษตรมหัศจรรย์ จัดขึ้นที่ เอ็มซีซี  ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ วันที่ 20-24 ก.พ.56 ล็อก เอ 70-73 ร้านสวนสุโขทัย โทร.08-9790-1057 หรือที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 18 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

การเปลี่ยนแปลงระดับสารยับยั้งการเจริญเติบโตในระยะต่างๆ ของช่วงการเจริญของผลมะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002196&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรนันต์ สุภัทรพันธุ์; สมพร คูเจริญไพศาล
ชื่อเรื่อง: การเปลี่ยนแปลงระดับสารยับยั้งการเจริญเติบโตในระยะต่างๆ ของช่วงการเจริญของผลมะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน
Article title: Relationship between fruit abscission and natural inhibitor in mango fruit var Nang Klang Wan
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 19 สาขาพืช อาคารศูนย์เรียนรวม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2524: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2524
หน้า: หน้า 21
จำนวนหน้า: 146 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2524)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: F62-Plant physiology – Growth and development
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: MANGIFERA INDICA, GROWTH INHIBITORS, ABA, FRUIT, GROWTH
ดรรชนี-ไทย: มะม่วง, สารยับยั้งการเจริญเติบโต, พันธุ์หนังกลางวัน, ช่วงการเจริญของผล, การเปลี่ยนแปลง
หมายเลข: 002196 KC1901015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

“มะม่วงแดงนพเกล้า” ดิบสุกสุดอร่อย

Published กุมภาพันธ์ 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/324494

5 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324494

มะม่วงชนิดนี้ เกิดจากการเอาต้นมะม่วงพันธุ์ เอ็ดเวิร์ด ที่มีถิ่นกำเนิดจากรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปลูกให้ต้นเจริญเติบโตรวมกับ มะม่วงแก้ว พันธุ์ไทยจำนวนหลายสิบต้นจนมีดอก แล้วปล่อยแมลงทำการผสมเกสรโดยธรรมชาติ จนติดผลสุกแล้วนำเอาเมล็ดจากทั้ง 2 ต้น ไปเพาะขยายพันธุ์มีดอกติดผลดกเต็มต้น ซึ่งมีอยู่ต้นหนึ่ง รูปทรงของผลแปลกและมีขนาดใหญ่กว่าทุกต้น สีสันของผลเป็นสีแดงอมม่วงดูสวยงามมาก เมื่อนำเอาผลดิบผ่ารับประทานทดสอบรสชาติ ปรากฏว่ามีความมันปนหวานและเปรี้ยวนิดๆ คล้ายกับผลดิบของมะม่วงแก้ว ผลสุกเนื้อเป็นสีเหลืองอมส้มเหมือนกับสีทองของเนื้อสุกของมะม่วงเอ็ดเวิร์ดมี รสชาติหวานหอม เนื้อละเอียด ไม่มี เสี้ยนอร่อยมาก

เจ้าของ จึงนำเอาเมล็ดจากผลสุกไปปลูกทด สอบสายพันธุ์อีกครั้งหนึ่งจนมั่นใจว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่แน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะม่วงแดงนพเก้า” พร้อมกับตอนกิ่งขยายพันธุ์ออกวางขายกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน

ลักษณะ ทางพฤกษศาสตร์ทั่วไปของ “มะม่วงแดงนพเก้า” ใบคล้ายกับใบของมะม่วงแก้ว เวลาติดผลจะมีขนาดใหญ่เหมือนกับผลของมะม่วงเอ็ดเวิร์ดและติดผลดกมาก ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำ-หนักเฉลี่ยระหว่าง  8

ขีดต่อผล ที่สำคัญเปลือกผลค่อนข้างหนา จึงทำให้ “มะม่วงแดงนพเก้า” สามารถเก็บไว้ได้นานกว่ามะม่วงสายพันธุ์อื่น ติดผลปีละครั้ง หรือที่นิยมเรียกกันในหมู่เกษตรว่า มะม่วงปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด

ใครต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “สวนทณศา คุณไก่” โทร. 08–7753–5849 หรือไปซื้อที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-9 ก.พ.56บริเวณโซน H 156–157 หน้าประตูทางเข้า ประตู 3 ราคาสอบถามกันเอง ปลูก ได้ในดินทั่วไป สามารถติดผลชุดแรกหลังปลูก 3-4 ปี เนื่องจากเป็นกิ่งเสียบยอดและมีรากแก้วดีแล้วครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 5 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
%d bloggers like this: