มะพร้าว

All posts tagged มะพร้าว

การใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GPS) สำรวจการแพร่กระจายแมลงดำหนามมะพร้าวและแตนเบียน (Tetrastichus brontispae) แมลงศัตรูธรรมชาติในท้องถิ่นพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง (สงขลา สตูล พัทลุง ตรัง)

Published กุมภาพันธ์ 5, 2013 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author จรัสศรี วงศ์กำแหง pdf
Title การใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GPS) สำรวจการแพร่กระจายแมลงดำหนามมะพร้าวและแตนเบียน (Tetrastichus brontispae) แมลงศัตรูธรรมชาติในท้องถิ่นพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง (สงขลา สตูล พัทลุง ตรัง) Type Journal Article
Year (up) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author Thesis
Address สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร
Keywords วิจัยและพัฒนาระบบการเตือนภัยของโรคและแมลงศัตรูพืช
Abstract แมลงดำหนามมะพร้าวชื่อวิทยาศาสตร์ Brontispa longissima (Gestro) (F. Chrysomelidae, O.Coleoptera)ระบาดในประเทศไทย ครั้งแรกในปี พ.ศ.2543 ในสวนมะพร้าวจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ระบาดในสวนมะพร้าวแถบภาคกลาง ภาคตะวันออก และตะวันตก ส่วนภาคใต้-ตอนล่างก็ยังมีการระบาดอยู่บ้างอย่างต่อเนื่องแต่ไม่รุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากสำรวจพบศัตรูธรรมชาติที่สำคัญคือแตนเบียนชื่อ Tetrastichus brontispae Ferrier (F.Eulopidae, O.Hymenoptra) ช่วยควบคุมแมลงดำหนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ วงจรชีวิตแมลงดำหนามมะพร้าว B.longissima ระยะไข่ 2-5 วัน หนอนมี 4 ระยะๆ หนอน 26-53 วัน ระยะดักแด้ 4-7 วัน ตัวเต็มวัยอายุ 5.4 เดือน (163วัน) เพศเมียเริ่มวางไข่เมื่อผสมพันธุ์แล้ว 20 วัน วางไข่ 105 ฟองต่อตัว วงจรชีวิตของแตนเบียน T.brontispae อาศัยอยู่ในมัมมี่ (หนอนแมลงดำหนามวัย 4 ที่ถูกเบียน) ประมาณ 20-21 วัน แล้วออกเป็นตัวเต็มวัยเริ่มผสมพันธุ์วางไข่ทันทีมีอายุ 4-5 วัน และพบแตนเบียนชนิดใหม่ (Tetrastichus sp.) เข้าทำลายหนอนแมลงดำหนามในบางพื้นที่ของจังหวัดสงขลาแต่ยังมีปริมาณน้อยจากการสำรวจและสุ่มตัวอย่างสวนมะพร้าวเพื่อประเมินเปอร์เซ็นต์ความเสียหายและทำแผนที่การระบาดในจังหวัดสงขลา สตูล พัทลุงและตรัง ได้ผลดังนี้ ในปี 2549 ดำเนินการ 2 จังหวัดคือ สงขลาและสตูล พื้นที่สำรวจจังหวัดสงขลารวม 15 อำเภอ 115 ตำบล 1150 จุด พบการระบาดรุนแรงใน 3 อำเภอได้แก่ อ.เมือง อ.สะเดาและ อ.ระโนด ความเสียหาย 49.01, 40.73 และ 38.44 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตามลำดับ พื้นที่สำรวจจังหวัดสตูลรวม 8 อำเภอ 33 ตำบล 330 จุด มีการระบาดรุนแรงใน 3 อำเภอคือ อ.ละงู อ.เมือง และ อ.ควนโดน ความเสียหาย 38.0 37.9 และ 37.90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตามลำดับ ปี 2550 ดำเนินการ 2 จังหวัดคือพัทลุงและตรัง พื้นที่สำรวจจังหวัดพัทลุงรวม 11 อำเภอ 65 ตำบล 650 จุด พบการระบาดรุนแรงใน 3 อำเภอได้แก่ อ.ป่าพะยอม อ.เขาชัยสน อ.ป่าบอน ความเสียหาย 58.25, 50.0 และ 40.0 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตามลำดับ พื้นที่สำรวจจังหวัดตรังรวม 10 อำเภอ 87 ตำบล 870 จุด มีการระบาดรุนแรงใน 3 อำเภอคือ อ.วังวิเศษ อ.สิเกา และ อ.เมือง ความเสียหาย 55.85, 41.56 และ 33.73 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเสียหายกับปริมาณมัมมี่ที่สุ่มเก็บในแต่ละจุดของแต่ละจังหวัดพบว่า มีค่าสหสัมพันธ์มีความแปรผันตรงกันข้ามกันใน 2 จังหวัดคือ พัทลุง (r= -0.6262) และตรัง (r= -0.2587) ส่วนจังหวัดสงขลามีความสัมพันธ์กันน้อยมาก (r=0.0799) และจังหวัดสตูลมีค่าสหสัมพันธ์แปรผันตามกัน (r=0.4792) ทั้งนี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบโดยตรงต่อการเพิ่มและลดปริมาณประชากรแมลงดำหนามซึ่งมีความแตกต่างกันในช่วงการสำรวจ ได้แก่ ช่วงฤดูกาล ปริมาณน้ำฝน เป็นต้น
Publisher สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 Place of Publication กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 201
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print

การใช้โปรตีนจากมะพร้าวในอาหารคน

Published กุมภาพันธ์ 4, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001898&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อนุกูล พลศิริ; สุคนธ์ชื่น ศรีงาม
ชื่อเรื่อง: การใช้โปรตีนจากมะพร้าวในอาหารคน
Article title: Utilization of coconut protein in human foods
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 92
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: Q04-Food composition
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FOODS, COCONUTS, PROTEINS, QUALITY
ดรรชนี-ไทย: อาหาร, มะพร้าว, โปรตีน, คุณสมบัติทางกายภาพ
หมายเลข: 001898 KC1701092
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เผยผลวิจัยพบมะพร้าวให้ประโยชน์สูง แนะเร่งส่งเสริมผลิตเชิงการค้า

Published มกราคม 23, 2013 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/178856

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2556 เวลา 00:00 น.

มะพร้าวจัดเป็น “พืชเศรษฐกิจ” ที่มีอนาคตไกลและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก นั่นเพราะ “จุดเด่น” ในตัวที่มีมากมาย และผลการวิจัยของนักวิชาการหลายสำนัก ทั้งในและต่างประเทศระบุตรงกันถึงประโยชน์ของมะพร้าว ซึ่งนอกจากจะมีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการแล้ว ในส่วนของ “น้ำมะพร้าว” ยังมีสรรพคุณในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกาย แถมยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับของเสียออกมา เพื่อสร้างความสมดุลขึ้นในร่างกายคนเราด้วย

งานวิจัยของนักวิชาการไทย ยังพบด้วยว่า “น้ำมะพร้าว” เป็นอาหารบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ง่าย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป

ล่าสุด งานวิจัยของนักวิชาการจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ยังพบด้วยว่า “น้ำมะพร้าว” มีส่วนช่วยทำให้บาดแผลจากของมีคมหายเร็วขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึงและทำให้ผู้ที่ดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำมีใบหน้าสดใสมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ “หมอพื้นบ้านไทย” เองก็ถือว่า มะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น และใช้รักษาโรคกระดูก ขณะที่ “แพทย์แผนจีน” เชื่อว่ามะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง คือไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิในร่างกายอีกด้วย

ดังจะเห็นประโยชน์ของมะพร้าวที่มีมากมาย จึงสมควรที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนจะช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนการผลิต “พืชเศรษฐกิจ” ที่เพาะปลูกได้ง่ายและมีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงมากนัก ที่สำคัญไม่ต้องดูแลบำรุงรักษาให้มากความเหมือนผลไม้ชนิดอื่น ๆ แถมปลูกครั้งเดียวก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ยาวนาน

ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจ หากจะมีกลุ่มแม่บ้าน หรือบริษัทห้างร้านจากภาคเอกชนรายใด คิดเดินหน้าต่อยอด สร้างผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากมะพร้าว ซึ่งเป็นผลไม้ที่ให้ทั้งคุณประโยชน์ต่อร่างกาย และสร้างคุณค่าในทางเศรษฐกิจอย่างมากเหมือนเช่นกลุ่ม ศรีนาพร มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวผสมวุ้นมะพร้าว เมจิกฟาร์ม ได้ผลิตน้ำมะพร้าวสำเร็จรูปพร้อมดื่มมาให้ผู้ที่หมั่นดูแลรักษาสุขภาพและความงามในคราวเดียวกันได้ดื่มอย่างต่อเนื่อง.

รับซื้อมะพร้าว 8 จว.ฉลุย

Published พฤศจิกายน 8, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/29246

วันพฤหัสบดี ที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : มะพร้าวรับซื้อ,

นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) อนุมัติวงเงิน 66.87 ล้านบาท เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว 8 จังหวัด ตั้งแต่เดือนกันยายน–พฤศจิกายน เป็นเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ สศก. ได้ติดตามประเมินผลระหว่างการดำเนินงานโครงการในภาพรวม พบว่า ทุกจังหวัดได้รับจัดสรรเงินตามโควตาปริมาณมะพร้าวแห้งที่จะรับซื้อ รวม 46 จุด ปริมาณ 9,000 ตัน และจากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล 15 จุดใน 6 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ สุราษฎร์ธานี พบว่า จังหวัดส่วนใหญ่เริ่มเปิดจุดรับซื้อตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา

ส่วนราคามะพร้าวแห้งที่รับซื้อ จะอยู่ประมาณ 9-12 บาท/กก. ขึ้นอยู่กับคุณภาพและระยะทางระหว่างจุดรับซื้อและปลายทาง โดยส่วนใหญ่โรงงานสกัดน้ำมันเป็นผู้กำหนดราคา อย่างไรก็ตามขณะนี้ปริมาณการรับซื้อมะพร้าวตามโครงการได้ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 40 และคาดว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือประมาณ 1 เดือน จะเร่งดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 83 มีความพึงพอใจต่อการชดเชยส่วนต่างราคาในระดับปานกลางถึงมาก และร้อยละ 78 เห็นว่า ราคา ณ จุดรับซื้อมีความเหมาะสมในระดับปานกลางถึงมากเช่นกัน

สำหรับด้านราคา พบว่า หลังจากดำเนินโครงการ ราคามะพร้าวแห้งปรับตัวลดลงเล็กน้อยเนื่องจากโรงงานมีสต๊อกน้ำมันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ราคามะพร้าวผลดีดตัวขึ้นสูงประมาณ 1-2 บาท/ผล

ปัตตานีปูพรมเปิดจุดรับซื้อมะพร้าว 15จุด7อำเภอแก้ปัญหาราคาร่วง คชก.จัดสรร3.7ล.ดีเดย์ถึงสิ้นพย.

Published พฤศจิกายน 8, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/28304

วันพฤหัสบดี ที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ราคามะพร้าวปัตตานีคชก.,

นายธรณิศร กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 9 (สศข. 9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามโครงการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าว ปี 2555 จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สศข.9 พบว่า ทางจังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 3.74 ล้านบาท จากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้ง จำนวน 500 ตัน ที่ความชื้น 5% ณ จุดรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 15 บาท และลดหลั่นตามความชื้น โดยคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ได้กำหนดจุดรับซื้อ 15 จุดครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปัตตานี อ.ยะหริ่ง อ.กะพ้อ อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.สายบุรี และอ.ปะนาเระ  ซึ่งได้เริ่มดำเนินการรับซื้อมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 โดยส่วนใหญ่จะเปิดจุดรับซื้อวันอังคารและวันพฤหัสบดี และมีโรงงานหีบมะพร้าวที่เข้าร่วมโครงการ 1 แห่ง คือ ห้างหุ้นส่วน จำกัดปัตตานีซุ่นเฮง

นายธรณิศร กล่าวต่อไปว่า จากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินโครงการฯ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกร ณ จุดรับซื้อ 2 จุด คือ จุดรับซื้อ หมู่ที่ 3 ต. คลองมานิง อ.เมืองปัตตานี และที่จุดรับซื้อหมู่ที่ 5 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานี ซึ่งเริ่มเปิดจุดรับซื้อวันแรก พบว่า ราคาเนื้อมะพร้าวแห้งกิโลกรัมละ 8.30 บาท ที่ระดับความชื้น 15 -18 % โดยราคาที่รับซื้อในโครงการและนอกโครงการเป็นราคาเดียวกัน ซึ่งเกษตรกรจะได้รับเงินสดทันที  อย่างไรก็ตาม เงินชดเชยส่วนต่างราคา 6 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เกษตรกรจะได้รับเมื่อ คพจ.อนุมัติ โดยจะโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกรโดยตรง

ด้านความพึงพอใจต่อราคา ณ จุดรับซื้อและการได้รับเงินชดเชย 6 บาท นั้น พบว่า เกษตรกรทุกคนมีความพึงพอใจมาก โดยเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ สามารถแก้ไขปัญหามะพร้าวผลล้นตลาดในช่วงดำเนินโครงการและช่วยลดภาระค่าขนส่งของผู้รวบรวมที่ 1 บาทต่อกิโลกรัมด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในช่วงที่เกษตรกรกำลังเร่งผลิตเนื้อมะพร้าวแห้งที่กองรวมไว้กว่า 3 เดือน จึงทำให้ปริมาณมะพร้าวผลที่จะออกสู่ตลาดเริ่มลดลง จึงขอให้เกษตรกรคำนึงถึงคุณภาพด้วย

ทบทวนยุทธศาสตร์มะพร้าว เกษตรระดมสมองวางจุดยืนประเทศไทยก่อนก้าวสู่”เออีซี”

Published พฤศจิกายน 8, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/28031

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : เกษตรมะพร้าวยุทธศาสตร์เออีซี,

เกษตรฯ เร่งทบทวนยุทธศาสตร์มะพร้าว ดึงผู้มีส่วนได้เสียร่วมวางจุดยืนประเทศไทยก่อนก้าวเข้าสู่เออีซี ชี้มีแผนสร้างความร่วมมือประเทศผู้ผลิตมะพร้าวรายใหญ่ เพื่อเสริมจุดแข็งตลาดการส่งออกมะพร้าวของไทยในอนาคต

นายโอฬาร  พิทักษ์  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธิเปิดการสัมมนาและบรรยายพิเศษ เรื่อง สถานการณ์มะพร้าวล้นตลาดจากวิกฤติสู่โอกาส ว่า ปัญหาสถานการณ์มะพร้าวของไทยในปัจจุบันนั้นพบว่า มีการพื้นที่การเพาะปลูกลดลงอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่เคยมีถึง 2.5 ล้านไร่ แต่ในปี 2553 ลดลงเหลือเพียง 1.44 ล้านไร่ ขณะเดียวกัน ก็มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งก็ส่งผลมาจากปัจจัยด้านราคาที่ไม่มีเสถียรภาพ ประกอบกับปัญหาศัตรูพืช และความต้องการบริโภคที่ลดลง

ดังนั้น วิกฤติมะพร้าวที่เกิดขึ้นดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ กำลังเร่งรัดดำเนินการอยู่ใน 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ การจัดการศัตรูพืชในมะพร้าว ซึ่งก็ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่สอง คือ การจัดทำยุทธศาสตร์มะพร้าวปี 2555 – 2559 ซึ่งมีความคืบหน้าในระดับหนึ่งแล้ว แต่จำเป็นต้องมีการทบทวนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมกับการแข่งขันของมะพร้าวที่มีความต้องการที่ลดลง และการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งจะต้องเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมกันระดมความคิดเห็น และร่วมกันจัดจุดสมดุลการผลิตมะพร้าวของไทยว่าควรผลิตเท่าไหร่  พร้อมกันสร้างจุดแข็งโดยการแปรรูปเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันประมาณ 60% เป็นสัดส่วนการบริโภคเองภายในประเทศ  35% เข้าสู่โรงงานแปรรูป และอีก 5% นำไปผลิตเป็นน้ำมันมะพร้าว รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สำคัญของโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการผลิตและการตลาดร่วมกันในอนาคต

“การแก้ไขปัญหามะพร้าวจำเป็นจะต้องให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันวางแนวคิด แก้ไขปัญหามะพร้าวไทยให้เกิดความสมุดล มั่นคง และมีศักยภาพได้ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งในการสัมมนาในครั้งนี้ที่จะมีผู้แทนทั้งภาครัฐ เกษตรกร และเอกชน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมะพร้าวได้ร่วมกันเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหามะพร้าวของไทยในปัจจุบัน เพื่อเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ ต่อไป” นายโอฬาร กล่าว

แห่ร่วมตรึงราคา‘มะพร้าว’ ชาวสวนประจวบฯแห่เทขายเข้าโครงการรัฐ1.9พันรายกว่า900ตัน

Published ตุลาคม 18, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/26262

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ราคามะพร้าวชาวสวนประจวบฯโครงการรัฐ1.9พัน900ตัน,

นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าวปี 2555 นำไปปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จากการเปิดจุดรับซื้อมะพร้าวแห้งจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้สรุปยอดการเบิกจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรที่นำมะพร้าวแห้งมาขายที่จุดรับซื้อทั้ง 8 จุดใน 6 อำเภอ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 10 ตุลาคม 2555 มีเกษตรกรนำมะพร้าวแห้งมาขายรวม 1,903 ราย ปริมาณกว่า 900 ตัน จากโควตาที่จังหวัดได้รับทั้งหมดกว่า 3,000 ตัน รัฐจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างในราคากิโลกรัมละ 6 บาท ไปแล้วจำนวนกว่า 3,900,000 บาท จากงบประมาณที่จังหวัดได้รับ 18.27 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้มีการปรับเพิ่มโควตารับซื้อมะพร้าวแห้งจากเกษตรกรจากเดิมกำหนดให้ขายได้รายละ 20 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไม่เกิน 500 กิโลกรัม เป็นขายได้รายละ 50 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไม่เกินรายละ 1,250 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ทางผู้ประกอบการโรงงานผลิตน้ำมันมะพร้าว ขอปรับลดราคารับซื้อจากกิโลกรัมละ 12 บาท เหลือกิโลกรัมละ 10 บาท เนื่องจากขณะนี้มีเนื้อมะพร้าวแห้งเข้าสู่ตลาดมากขึ้น แต่ตลาดยังคงมีคำสั่งซื้อน้ำมันมะพร้าวเท่าเดิม แต่รัฐบาลยังคงจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาที่กิโลกรัมละ 6 บาทเท่าเดิม

ส่วนปัญหาอุปสรรคการดำเนินโครงการที่ผ่านมา คือ คำแนะนำรับซื้อมะพร้าวแห้งให้จุดรับซื้อทราบล่าช้า ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ประสานพูดคุยกับผู้แทนที่จุดรับซื้อทั้ง 8 จุดให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

นอกจากนี้ ยังมีกรณีปัญหาเกษตรกรแอบนำมะพร้าวแห้งที่มีความชื้นสูงเกิน 18 เปอร์เซ็นต์ มาขายปะปนกับเนื้อมะพร้าวแห้งที่มีความชื้นอยู่ในเกณฑ์ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรในเรื่องคุณภาพของมะพร้าวแห้งที่นำมาขาย ซึ่งหากมีความชื้นสูงเกินกว่าที่กำหนด ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดรับซื้อแนะนำให้เกษตรกรนำกลับไปทำให้อยู่ในเกณฑ์ก่อนนำกลับมาขายอีกครั้ง ส่วนกรณีปัญหาเกษตรกรที่มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากและแจ้งความประสงค์ขอขายมะพร้าวแห้งเกินโควตาที่กำหนด จะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

ดีเดย์เริ่ม11ตุลาคม ‘ชลบุรี’เปิดรับซื้อ มะพร้าว1.7แสนกก. รักษาเสถียรภาพราคา

Published ตุลาคม 18, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/25452

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ดีเดย์11ตุลาคมชลบุรีรับซื้อมะพร้าวรักษาเสถียรภาพราคา,

นายพลเชษฐ์ ตราโช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 6 ชลบุรี (สศข.6) เปิดเผยว่าคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมาวงเงิน 66.87 ล้านบาท สำหรับรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้ง 9,000 ตัน ในแหล่งผลิตมะพร้าว 10 จังหวัด เพื่อลดปริมาณมะพร้าวผลที่จะออกสู่ตลาด และยกระดับราคาให้เป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ปลูก

ทั้งนี้ในการดำเนินงานของจังหวัดชลบุรี สศข.6 ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะทำงานติดตามประเมินผลโครงการ ซึ่งจากการสำรวจความต้องการของเกษตรกร ณ วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ 444 ราย โดยมีปริมาณเนื้อมะพร้าวแห้ง 175,669 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็นมะพร้าวแห้งจากอำเภอบางละมุง รองลงมาเป็นอำเภอศรีราชา อำเภอบ้านบึง และอำเภอเมือง ตามลำดับ โดยมีโรงงานรับซื้อที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 1 โรงงาน คือ บริษัทสันติภาพอุตสาหกรรม จำกัด ที่เป็นโรงงานผลิตน้ำมันมะพร้าว ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี พร้อมนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ได้ร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติตามโครงการ และกำหนดการรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้งในทุกวันพฤหัสบดี และเริ่มรับซื้อครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2555 ดำเนินการรับซื้อทั้งหมด 8 ครั้ง ดังนี้

กำหนดจุดรับซื้อหน้าเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จำนวน 4 ครั้ง ในวันที่11 และ 25 ตุลาคม 2555 และวันที่ 8 และ 22 พฤศจิกายน 2555 และกำหนดจุดรับซื้อหน้าเทศบาลตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จำนวน 4 ครั้ง ในวันที่ 18 ตุลาคม 2555 และวันที่ 1, 15, และ 29 พฤศจิกายน 2555

SME มีแวว : ‘ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’ ปรากฏการณ์ใหม่ของขนมเข่ง ชาตินี้ต้องลอง!

Published ตุลาคม 5, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/295892

5 ตุลาคม 2555, 05:30 น.
Pic_295892

‘ขนมเข่ง’ ทุกคนรู้จัก แต่ยอมรับไหมล่ะว่าหลายๆ คน ณ ที่นี้ก็ไม่ได้ชื่นชอบเจ้าขนมแป้งนึ่งชนิดนี้กันสักเท่าไหร่…SME มีแวว อยากจะบอกว่า เคยรู้สึกอย่างนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว หลังจากกระเพาะได้ทำความรู้จักกับ ‘ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’สูตรฮ่องเต้… ความอร่อยระดับทำคน (เคย) ยี้ขนมเข่ง กลับใจให้มาลุ่มหลงได้ไม่ยากเย็น!

…ย้อนไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ครอบครัว “รัตนรงคาภรณ์” ประกอบด้วย คุณนรินทร์ รัตนรงคาภรณ์ (ปาป๊า) คุณเงินยวง รัตนรงคาภรณ์ (หม่าม๊า) และคุณนิมิตร รัตนรงคาภรณ์ (ซานต้า) ลูกชายคนเดียวของครอบครัวนี้ ซึ่งพื้นเพ ครอบครัว “รัตนรงคาภรณ์” เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ฉะนั้นทุกครั้งที่มีเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน สารทจีน ก็ต้องมีพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามขนบธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งการทำขนมเซ่นไหว้ในพิธีอย่างเช่น ขนมเข่ง เป็นต้น…

จุดกำเนิดของ ‘ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’…

“เดิมบ้านเราก็ไม่ชอบทานขนมเข่งกันสักเท่าไหร่ เพราะแป้งมักจะแข็ง (ด้วยความที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า ผสมน้ำ น้ำตาลทราย) หรือจะทานในแต่ละทีก็ต้องมาดัดแปลงเอาขนมเข่งมาหั่นเป็นชิ้นแล้วชุบไข่ทอด ซึ่งต่อมา ป๊า (คุณนรินทร์) เขาได้คิดสูตรขนมเข่งขึ้นมาใหม่ว่าแทนที่จะใช้น้ำเปล่ามันก็น่าจะใช้น้ำมะพร้าวพร้อมทั้งเนื้อมะพร้าวลงไปด้วย” คุณเงินยวง เล่าอย่างอารมณ์ดี

คุณนรินทร์ คนคิดสูตรเล่าต่อว่า “ขนมเข่งสูตรมะพร้าวอ่อน จริงๆ มันก็มาจากส่วนตัวเป็นคนชอบขนมจำพวกใส่มะพร้าวอ่อน เช่น ขนมบ้าบิ่น ขนมปังไส้มะพร้าวอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว พอมาเห็นขนมเข่งก็คิดว่าถ้าเราทำขนมเข่งโดยการใช้น้ำกับเนื้อมะพร้าวน้ำหอมแทนการใช้น้ำเปล่า ก็น่าจะทำให้ขนมน่ากินกว่าแบบเดิม จากนั้นจึงลองหาซื้อมะพร้าวเพื่อมาทดลองทำขนมเข่งสูตรนี้ดู ผลปรากฏว่ามันใช้ได้เลยครับ” เพราะหลังจากนั้น นอกจากจะทำกินกันเองในครอบครัวแล้ว หลายครั้งหลายหนที่ขนมเข่งสูตรมะพร้าวอ่อนนี้ยังได้เผยแพร่ไปยังคนรอบข้าง จากคนที่ไม่กินขนมเข่ง เมื่อได้ลองเป็นต้องติดอกติดใจแทบทุกรายไป

มาถึงตรงนี้คุณนิมิตร กล่าวเสริมด้วยว่า “ในช่วงแรกๆ ของการทำขนมเข่งสูตรมะพร้าวอ่อน ก่อนหน้านี้เราใช้น้ำตาลปี๊บแต่ผลคือขนมเข่งไม่หอมเท่าที่ควร ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลมะพร้าวแทน เพราะให้กลิ่นหอมอีกทั้งเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ขนมเข่งมีรสหวาน กลมกล่อม ไม่หวานแหลม แต่จะหวานละมุนละไม อร่อยกว่าเดิมเยอะครับ อยากให้มาลองชิมด้วยตัวเอง”

ต้องขาย….เพราะเสียงเรียกร้อง

…และหากว่ากันตามจริงแล้ว ‘ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’ สูตรฮ่องเต้ นั้นเกิดขึ้นมาจากความคิดของ คุณนรินทร์ มานานหลายปีแล้ว ระหว่างนี้ คุณนรินทร์ก็เน้นทำแค่เฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ และแจกจ่ายให้กับเพื่อนสนิท ญาติมิตร และหลายครั้งหลายครามักมีเสียงสะท้อนถามเสมอว่า “เมื่อไหร่จะทำขาย”…
กระทั่ง เทศกาลสารทจีนที่ผ่านมา….ครอบครัว“รัตนรงคาภรณ์” ก็ได้ทำขนมเข่งมะพร้าวอ่อนขึ้นเพื่อใช้ในพิธีเซ่นไหว้สารทจีนตามปกติ  ขณะเดียวกันก็นำแจกจ่ายให้คนสนิทใกล้ชิดเหมือนทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้ คุณซานต้า (ทำงานรับราชการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข)ได้หิ้วขนมไปเผื่อเพื่อนร่วมงานด้วย ความอร่อยเลื่องลือ กระทั่งเกิดเป็นกระแสว่า เมื่อไหร่จะได้กินขนมเข่งแบบนี้อีก…นั่นจึงเป็นที่มาของ ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’ สูตรฮ่องเต้ By Santa’s Papa

พิถีพิถันคัดสรรมาแต่ของดี

“ด้านวัตถุดิบใช้ในการทำขนมเข่งมะพร้าวอ่อนล้วนผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี เช่น มะพร้าวน้ำหอม ก็ต้องหอมจริง หากลูกไหนปอกแล้วดมพบว่าไม่หอม ป๊าจะให้ทิ้งทันที เพราะป๊ากลัวขนมไม่หอม และรสชาติจะไม่อร่อยครับ อีกทั้งเนื้อมะพร้าวอ่อนจะต้องใช้มือขูดเท่านั้น เพื่อให้เนื้อมะพร้าวที่ได้เป็นแผ่นสวยงาม ทานอร่อย  ขณะเดียวกันในกระบวนการนึ่ง เราจะนึ่งนานกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะขนมเข่งนั้นยิ่งนึ่งนานแป้งก็จะยิ่งใส ดูน่ารับประทาน และที่สำคัญเป็นการป้องกันไม่ให้ขนมเสียเร็วอีกด้วย ดังนั้นขนมเข่งมะพร้าวอ่อนผมสามารถวางไว้ในอุณหภูมิปกติได้นานประมาณ 2 วันแต่ถ้าเก็บเข้าตู้เย็นก็จะยิ่งช่วยยืดอายุขนมให้อยู่ได้นานหลายเดือนทีเดียวครับ” คุณซานต้า กล่าว


กำไรไม่มาก เพราะอยากให้ทุกคนได้กินของดี

ด้วยความที่ ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน มีจุดเด่นตั้งแต่สูตรพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะใช้น้ำมะพร้าวน้ำหอม,น้ำตาลมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นส่วนประกอบหลัก (ในสัดส่วนแป้ง 3 กก. ต่อ มะพร้าวน้ำหอม 20 ลูก) ซึ่งจะไม่มีการผสมน้ำเปล่าแต่อย่างใด จึงทำให้เนื้อขนมเหนียวนุ่มและหอม เคี้ยวพร้อมเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ใส่เข้าไปแบบจัดเต็มเข่ง…ขายเพียงชิ้นละ  12 บาท!

…ลำพังมะพร้าวน้ำหอมที่ใช้ก็ตกลูกละประมาณ 18 บาท ในขณะที่ขนมขายชิ้นละ 12 บาท กำไรแทบมองไม่เห็น แต่สิ่งที่ได้นั้น ป๊า บอกเพียงว่า“อยากให้คนกินได้กินขนมเข่งอร่อยๆ ได้กำไรนิดหน่อยก็ช่างมัน”

 



ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน  3 สไตล์ให้เลือก

ความน่าสนใจของขนมเข่งมะพร้าวอ่อนสูตรฮ่องเต้ นอกจากสูตรเด็ดเคล็ดลับดีแล้ว ในเรื่องของความหลากหลายในหน้าตาที่นี่ก็ให้ความสำคัญไม่น้อย ฉะนั้น ขนมเข่งจึงเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย 3 สไตล์ ได้แก่ ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน สูตรดั้งเดิม (เป็นสูตรน้ำตาลมะพร้าวผสมน้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวน้ำหอมล้วนๆ),สูตรแป้งข้าวเหนียวดำ และขนมเข่งสำหรับคนรักสุขภาพ นั่นคือขนมเข่งอัญชัน อุดมไปด้วยประโยชน์จากดอกอัญชันปลอดสารเคมีเจือปนแน่นอน ที่สำคัญคุณสมบัติของทุกแบบล้วนให้รสชาติหวานละมุนกลมกล่อม อร่อยเต็มชิ้นเต็มคำ (การันตีได้เลยว่ามะพร้าวอ่อนเขาไม่ได้ใส่เพื่อประดับหน้าขนมเท่านั้น แต่มันคือส่วนประกอบสำคัญที่กระจายแน่นอยู่ในกระทงจริงๆ) นอกจากนี้ ‘ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’ สูตรฮ่องเต้ ยังใช้น้ำมันพืช ดังนั้น ชาวอิสลามจึงมาเป็นลูกค้าประจำกันไม่น้อย

และที่เหนือจากความอร่อยถึงขั้นทำวัยรุ่นที่ไม่เคยแลขนมเข่ง ยังยอมควักเงินซื้อมาแล้วรายไหนรายนั้น ล่าสุดขนมเข่งเจ้านี้ยังสร้างสรรค์ไม่หยุดหย่อน ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบบางอย่างให้ขนมเข่งสามารถแทรกซึมเข้าได้กับทุกเทศกาล เช่น ขนมเค้กวันเกิด ขนมไหว้พระจันทร์ ฯลฯ เรียกว่าทานได้ 365 วัน เทศกาลไหนก็เหมาะ นำไปเป็นของขวัญของฝากรับรอง อร่อย เก๋ และไม่โหลแน่นอน


ไม่มีหน้าร้าน อยากกินต้องสั่ง!

ปัจจุบันขนมเข่งมะพร้าวอ่อน’ สูตรฮ่องเต้ By Santa’s Papa เน้นทำส่งตามออเดอร์เท่านั้น เนื่องจากยังไม่ได้เปิดขายหน้าร้านอย่างเป็นทางการ แต่หากว่าใครอยากจะลิ้มลองก็สามารถทำได้ไม่ยาก ง่ายๆ ด้วยการสั่งออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/kanomkenghongtae

“ที่ผ่านมามีลูกค้าที่เข้ามาสั่งผ่านทางเฟซบุ๊กจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นชาวต่างจังหวัดเริ่มมีมากขึ้น เช่น บางคนมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา หรือบางคนมาจากบางปู โทรมาสั่งขนมเพื่อนำกลับไปเป็นของฝากให้ลูกค้าของเขาอีกที เพราะขนมเข่ง มะพร้าวอ่อน’ สูตรฮ่องเต้ By Santa’s Papa ถูกบรรจุในกล่องพลาสติกอย่างดี พร้อมมีข้อคำแนะนำการเก็บรักษาให้ครบครัน จึงเหมาะที่จะเป็นทั้งของกินและของฝาก

หากต้องการออเดอร์ ไม่จำเป็นต้องมีขั้นต่ำใดๆ ทั้งสิ้น ขออย่างเดียวโทรสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน สามารถติดต่อออเดอร์ ได้ที่ ร้านเจริญพร (อึ้งกวงฮวด) ตลาดบางบัวทอง โทร. 0-2571-7268, 08-6505-7580 หรือ https://www.facebook.com/kanomkenghongtae


ข้อแนะนำ

1.หากทานไม่หมดควรเก็บไว้ในตู้เย็น โดยอย่าให้โดนน้ำหรือความชื้น เพราะอาจขึ้นราได้ (จะเก็บได้นานเป็นอาทิตย์) สามารถนำออกมาทานได้โดยไม่ต้องอุ่น เนื่องจากแป้งไม่แข็ง หากชอบอุ่นๆ ร้อนๆ ให้นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 20-30 วินาที (**หากแช่เข้าไปทั้งถุง ระวังไอน้ำที่เกาะด้านในถุงหยดใส่ขนม ควรนำออกจากถุงใส่กล่อง หรือจานเรียงไว้)

2.แช่ในช่องแช่แข็ง (ช่องฟรีซ) จะเก็บไว้ได้หลายเดือน เนื่องจากไม่มีความชื้นให้นำออกจากตู้เย็นและนำมาเข้าไมโครเวฟสักครู่ จะได้ขนมแข่งนุ่มนิ่มเหมือนเพิ่งเสร็จจากเตา

**โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 5 ตุลาคม 2555, 05:30 น.

ข้าวหอม-กล้วยตาก-มะพร้าวดาวรุ่ง

Published กันยายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/294371

28 กันยายน 2555, 05:30 น.
Pic_294371

ผู้สื่อข่าวรายงานจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการผู้นำเข้าสินค้าไทยรายใหญ่ ซึ่งเป็นนักธุรกิจไทย 2 ราย โดยสินค้าที่นำเข้ามาส่วนใหญ่เป็นอาหาร เช่น ข้าวหอมมะลิ กะปิ น้ำปลา น้ำตาล เครื่องปรุงรส ส่วนผลไม้ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าว โดยประเด็นที่นำมาหารือจะเน้นเรื่องการนำเข้าข้าว หอมมะลิ เพราะขณะนี้ตลาดข้าวในสหรัฐฯแข่งขันรุนแรงมาก มีการนำเข้าข้าวจากหลายประเทศในอาเซียน ดังนั้น ไทยต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานข้าวหอมมะลิ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ โดยนายบุญทรงกล่าวว่า หลังนายกรัฐมนตรีได้ให้ทูตพาณิชย์ในสหรัฐฯ เร่งขยายตลาดและรักษาฐานการส่งออกของไทย รวมถึงหาข้อมูลเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์หาทางผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้น จึงมาพบผู้ประกอบการเพื่อรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ นำมาสู่การปฏิบัติเพื่อผลักดันยอดส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ

นายวิชัย ชลาลัยวัลล์ จากบริษัท วาสินี ฟู้ด คอร์ป กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม ของบริษัทได้คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะตลาดสหรัฐฯ โดยนำสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) เช่น กล้วยตากจากบางกระทุ่ม พิษณุโลก มาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ให้ดูทันสมัย รวมถึงน้ำมะพร้าวกระป๋องพร้อมดื่มแบรนด์ “FOCO” ซึ่งผลิตโดยคนไทยมาจำหน่าย ซึ่งขณะนี้วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าคอสโค ห้างค้าส่งรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ น้ำมะพร้าวกำลังเป็น ที่นิยมเพราะดาราฮอลลีวูดหันมาดื่มเพื่อรักษาสุขภาพ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น โดยตนต้องการผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ทำสำเร็จแล้ว 2 ผลิตภัณฑ์ คือ น้ำมะพร้าวตรา FOCO และ V-fit น้ำนมข้าว และยังนำอาหารสำเร็จรูปตรารอยไทย มาปรับแพ็กเกจใหม่ให้ทันสมัย และจะพยายามจะนำสินค้าที่มีแบรนด์จากไทยมาขึ้นห้างในลักษณะขายส่ง นอกจากโปรโมตประเทศไทยแล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ผลิตคนไทยด้วย ด้านนายกิจจา ปรีชาพันธุ์ จากบริษัทบางกอก มาร์เก็ต กล่าวว่า ข้าวหอมมะลิไทยได้รับความนิยมมาก โดยบริษัทนำเข้าปีละ 1,000 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเพราะมีจุดเด่นเฉพาะตัวแม้มีคู่แข่งมาก ส่วนสินค้าอื่นก็เป็นอาหารสดและแห้ง ที่ต้องนำไปสนับสนุนร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ขณะที่ผลไม้นั้น ทุเรียนยังเป็นที่ต้องการของต่างชาติ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 กันยายน 2555, 05:30 น.
%d bloggers like this: