มะพร้าว

All posts tagged มะพร้าว

บังคับมะพร้าว..ลูกดก ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

Published พฤศจิกายน 17, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/459658

โดย เพ็ญพิชญา เตียว 29 ต.ค. 2557 05:01

“เราเป็นประเทศเดียวที่มีมะพร้าวน้ำหอมส่งขายต่างประเทศ ยิ่งผู้บริโภครู้ว่า น้ำมะพร้าวมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณ ความต้องการเลยเพิ่มมากขึ้น จากเคยส่งออกได้ปีละ 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,000% เป็น 500 ล้านบาท น่าเสียดาย ยอดสั่งน่าจะได้เพิ่มมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เรากลับมีผลผลิตไม่พอส่ง เพราะมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกให้ลูกไม่ดกพอ”

รศ.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เครื่องมือเพื่อการวิจัยขั้นสูง ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงหาทางแก้ปัญหาด้วยการนำเทคนิคผสมเกสรมะพร้าวจากฟิลิปปินส์ ศูนย์กลางศึกษามะพร้าวทั่วโลก มาทดลองใช้กับสวนมะพร้าวน้ำหอม ใน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี…แต่ให้ทำยังไงก็ไม่สามารถทำให้มะพร้าวติดผลดกเหมือนที่ตั้งใจ

เม็ดดอกเกสรตัวผู้

“ขึ้นต้นมะพร้าวไปนั่งๆตัดโน่นตัดนี่ บางครั้งก็ทำกาบมะพร้าวหัก จนเจ้าของสวนกลัวว่ามะพร้าวจะยืนต้นตาย เลยห้ามไม่ให้ทำงานวิจัยต่อ เป็นอย่างนี้ 3-4 แห่ง ทำให้ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่หลายครั้ง”

แต่วิกฤติได้กลายเป็นโอกาส ความล้มเหลวก่อให้เกิดความชำนาญ มีเวลาสังเกตธรรมชาติการผสมเกสรดอกตัวผู้และจั่นตัวเมียว่า เกิดขึ้นแบบไหน… ต้องผสมกันยังไงถึงจะดีที่สุด

เอาน้ำเกลือตัวเดียวกันล้างทีละดอก

เริ่มด้วยการเตรียมจั่นมะพร้าวที่พร้อมจะผสมเกสร ให้สังเกตดอกตัวผู้ (ปลายหางหนู) เม็ดตูมสีเขียวแสดงว่าแก่จัดใช้ได้ แล้วเอาน้ำเกลือเข้มข้นอิ่มตัว (saturated) ที่ได้มาจากเกลือแกงมาละลายน้ำ เติมเกลือไปเรื่อยๆ กระทั่งเม็ดเกลือไม่ละลายน้ำ…นั่นแหละเกลือเข้มข้นอิ่มตัว

รูดเก็บเม็ดดอกตัวผู้มาล้างน้ำเกลือ เก็บใส่ถุงแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา

ส่วนดอกตัวเมีย (ลักษณะเหมือนลูกมะพร้าวจิ๋ว) ที่อยู่คาจั่น เอาน้ำเกลือตัวเดียวกันล้างทีละดอก คลุมด้วยถุงผ้าแก้ว ขนาด 3×7 นิ้ว ใช้เชือกมัดปากถุง ทิ้งไว้ 7 วัน…รอจนดอกตัวเมียเปิดเปลือก มีน้ำหวานเยิ้มออกมา เปิดถุงผ้าแก้วเป็นช่องเล็กๆ เอาดอกตัวผู้ที่เก็บไว้ในตู้เย็น ใช้คีมคีบใส่เข้าไปในถุง แล้วบีบให้แตก ทำอย่างนี้ 3 วัน… 1 จั่น มีดอกตัวเมียประมาณ 6-7 ดอก ฉะนั้นจะต้องใช้ดอกตัวผู้ประมาณ 18-21 ดอก ในการผสมแต่ละครั้ง

คลุมด้วยถุงผ้าแก้ว ขนาด 3×7 นิ้ว ใช้เชือกมัดปากถุง ทิ้งไว้ 7 วัน

“เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ จากเดิม 1 ทะลาย อย่างเก่งก็มีมะพร้าวแค่ 2-3 ลูก แต่วิธีนี้ทำให้มะพร้าวที่ผสมติดทุกลูก เมื่อลูกมะพร้าวมีขนาดโต จะดันถุงผ้าแก้วให้ฉีกขาดเอง เราเลยไม่จำเป็นต้องเย็บถุงผ้าให้แข็งแรง แต่มะพร้าวจะติดลูกดีหรือไม่ อยู่ที่เกษตรกรดูแลใส่ปุ๋ยให้ต้นแข็งแรง รอเวลาอีกแค่ 7 เดือน สามารถเก็บมะพร้าวได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มะพร้าวมีคุณภาพ หอมหวานมากที่สุด”

วิธีการนี้ไม่เพียงช่วยชาวสวนสามารถบังคับให้ลูกมะพร้าวติดลูกดกอย่างเดียว ยังช่วยให้ติดผลได้ตลอดทั้งปี เพราะถ้าปล่อยให้ธรรมชาติผสมเอง เจอฝน ลมแรง จะไม่ติดลูกเลย…สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 08–1822–2801.

ทำให้มะพร้าวติดลูกดก และยังช่วยให้ติดผลได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

เพ็ญพิชญา เตียว

มะพร้าว”ยาวิเศษ”เพื่อรูปร่างและผิวพรรณ

Published ธันวาคม 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/45160

18 September 2554 – 00:00

ดาราดังทั้งมาดอนนา และเดมี มัวร์ ต่างซดน้ำมะพร้าวแทนน้ำเปล่าวันละเป็นแกลลอน นางแบบสาวมิแรนดา เคอร์ ยกย่องสารอาหารสูงในน้ำมันมะพร้าวว่า ช่วยให้เธอลดน้ำหนักหลังคลอดลูกได้ รวมถึงบรรดาบริษัทเครื่องสำอางต่างพากันโฆษณาสรรพคุณของน้ำมะพร้าว เมื่อนำมาใช้ทาบำรุงผิว
เลนา คอร์เรส ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาแบรนด์ของบริษัทเครื่องสำอางเคอร์เรสชี้ว่า ทั้งน้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว และน้ำกะทิมีคุณค่าทางอาหารสูง และมีสรรพคุณให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ
“นอกจากน้ำกะทิจะมีคุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งช่วยบำรุงและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมบนผิวหนัง เนื่องจากมีสารต้านจุลชีพโดยธรรมชาติ” เธออธิบาย
ด้าน ดร.นิโคลาส เพอร์ริโคน แพทย์ผิวหนังของดาราดัง (ผู้ให้คำแนะนำแก่เจนนิเฟอร์ โลเปซ และเอวา เมนเดส) กล่าวว่า เขานำมะพร้าวมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ชิ้นล่าสุดของเขา
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวได้ แม้คนส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวเข้ากับสารต่อต้านอาการอักเสบตามธรรมชาติในมะพร้าว บางส่วนอาจเกิดอาการแพ้ตามผิวหนังได้ในทันทีที่ใช้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากไม่แน่ใจ ผู้ที่มีอาการแก้ของอย่างอื่นง่ายๆ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูง
ดร.ซาแมนทา บันติง แพทย์ด้านผิวหนังแนะนำว่า “แม้มะพร้าวจะมีสรรพคุณในการบำรุงผิวหนังสูง แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากน้ำมันมะพร้าวสูงเกินไป จะทำให้เกิดอาการอุดตันตามรูขุมขน และนำไปสู่การเกิดสิวได้”
ส่วนด้านสารอาหาร แม้มะพร้าวถือเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารไทยและอินเดียหลายอย่างมานานนับศตวรรษ แต่ชาวตะวันตกมักไม่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบอาหาร เพราะน้ำมันมะพร้าวและน้ำกะทิมีไขมันอิ่มตัวสูง
อย่างไรก็ตาม โซ ฮาร์คอมบ์ นักโภชณาการชี้ว่า น้ำมันมะพร้าวและกะทินับว่าเป็นอาหารที่มีระดับไขมันอิ่มตัวสูงที่สุดในโลก และเป็นไขมันที่เสถียรมากที่สุดในโลก จึงมีความเหมาะสมกับการนำไปประกอบอาหารมากกว่า เพราะไขมันอิ่มตัวไม่ก่อให้เกิดอ็อกซิไดซ์ (สารก่อมะเร็ง) เมื่อโดนความร้อน
แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวและกะทิจะมีไขมันสูง แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า น้ำมันจากมะพร้าวช่วยลดอาการอยากอาหาร และช่วยเผาผลาญแคลอรีในร่างกาย
นางแบบมิแรนดา เคอร์ กล่าวว่า การบริโภควันละแค่ 4 ช้อนชาต่อวัน ไม่ว่าจะผ่านการใช้ประกอบอาหาร หรือลาดลงบนสลัด หรือใช้เพิ่มรสชาติให้น้ำชา ช่วยให้เธอลดน้ำหนักได้
ดร.เพอร์ริโคนชี้แจงว่า “น้ำมันจากมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัว ที่ไม่จำเป็นต้องย่อยสลายโดยตับและถุงน้ำดีเมื่อเราบริโภค ดังนั้นไขมันตัวนี้สามารถให้พลังงานแก่เราได้ในทันที และเพิ่มกระบวนการเมตาบอลิสม์ของร่างกาย ซึ่งช่วยลดระดับไขมันที่สะสมในร่างกายลง อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคไทรอยด์ได้ด้วย”
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการบริโภคน้ำมันมะพร้าวที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้เช่นกัน ดร.เอลิซาเบท ไวชเซลบวม นักโภชณาการประจำสถาบันโภชณาการแห่งอังกฤษเตือนว่า การรับประทานไขมันอิ่มตัวมากเกินไปจะทำให้มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
ส่วนสรรพคุณของน้ำมะพร้าวที่อ้างกันว่า เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ชดเชยการสูญเสียน้ำชั้นเยี่ยมนั้น โซ ฮาร์คอมบ์ ชี้ว่า แม้บริษัทเครื่องดื่มจะอ้างว่าน้ำมะพร้าวประกอบไปด้วยโปแตสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมตามธรรมชาติ แต่น้ำเปล่าจากก็อกก็สามารถใช้เป็นเครื่องดื่มชดเชยเกลือแร่ได้ เพราะมีสารข้างต้นครบเหมือนกัน แถมยังมีราคาถูกกว่า
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องการดื่มน้ำมะพร้าวเพราะรสชาติก็ไม่เป็นไร แต่อย่าดื่มหรือทานมะพร้าวเพื่อหวังปาฏิหาริย์.

สาระสุขภาพแพทย์แผนไทย

Published ธันวาคม 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/44781

11 September 2554 – 00:00

มะพร้าวต้นไม้ควรคู่ชีวิต

มะพร้าวนับเป็นพืชยืนต้น ที่ให้คุณค่ามากมายในการดำรงชีวิต ถ้ามีเด็กเกิดหนึ่งคนแล้วปลูกมะพร้าวไว้ 1 ต้น คนผู้นั้นก็สามารถแสวงหาคุณค่าในการดำรงชีวิตจากมะพร้าวต้นนั้นได้อย่างครบครันจวบสิ้นอายุขัย
มะพร้าวเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยอย่างแนบแน่น ตั้งแต่วัฒนธรรมประเพณีเกิดและตาย เมื่อมารดาตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนขึ้นไป มีน้ำมะพร้าวอ่อนคอยหล่อเลี้ยงบำรุงให้ความแข็งแรง แต่จวบสิ้นลมเมื่อใดจะมีน้ำมะพร้าวล้างหน้าลาโลก ถือเป็นต้นไม้แห่งกาลเวลา และยังสะท้อนความหมายอย่างหลากหลายแง่มุมแห่งการดำเนินชีวิตทั้งด้านคติธรรม คำสั่งสอน ความเชื่อ อาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย นับเป็นต้นไม้แห่งชีวิตหรือเป็นต้นไม้ควรคู่กับชีวิตอย่างแท้จริง
ในเรื่อง ความเชื่อและพิธีกรรม มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับมะพร้าว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อในเชิงบวกหรือทางมงคลทั้งสิ้น และความเชื่อเกี่ยวกับมะพร้าวไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่ดินแดนอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยมะพร้าวก็ล้วนแล้วแต่มีความเชื่อแตกต่างกันไปตามประเพณีวัฒนธรรมของตนเอง เช่น
– หนุ่มชาวบาหลีถือเอามะพร้าวแฝดเป็นของเสน่ห์ หรือเอาน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวที่หญิงมีครรภ์นั่งทับมาทำเป็นน้ำมันเสน่ห์ สำหรับคนไทยเองก็มีความเชื่อในเรื่องนี้เช่นกัน คือเอามะพร้าวสุกที่หันทะลายไปทางทิศตะวันออกเคี่ยวทำน้ำมันเสน่ห์
– เครื่องรางของขลัง เชื่อว่าเอามะพร้าวตาเดียว ตัดเอาเฉพาะบริเวณที่มีตาเดียวมาใช้แขวนคอจะช่วยป้องกันอันตรายจากภูตผีปีศาจ ลมเพลมพัด และของคุณไสยทั้งปวง และเชื่อว่าทำให้มีเสน่ห์อีกด้วย นอกจากนี้น้ำมะพร้าวอ่อนยังเชื่อว่าดื่มล้างอาถรรพ์ แก้คุณไสย แก้เวทมนตร์คาถา แก้อัปมงคลและเสนียดจัญไรเช่นกัน
– บางท้องถิ่นนำมะพร้าวที่งอกแล้วแห่ขบวนขันหมาก เมื่อเสร็จพิธีให้คู่บ่าวสาวนำไปปลูก หรือให้นำมะพร้าวไปปลูกบนหลุมฝังรกเด็กแรกเกิด ซึ่งจะช่วยให้เด็กตั้งตัวได้เมื่อเติบใหญ่ และการฝังรกนี่เองคือที่มาของคำว่าฝังรกฝังราก ส่วนชาวมาเลย์จะปลูกต้นมะพร้าวฉลองเด็กแรกเกิด
– หญิงชาวชวาเมื่อตั้งครรภ์จะอาบน้ำมะพร้าวและห้ามกินยอดมะพร้าว และหลังคลอดจะกินน้ำตาลจากมะพร้าวเท่านั้น และต้องกินอาหารที่ทำจากมะพร้าวเนื้ออ่อนเมื่อหลังคลอดใหม่ ส่วนชาวเกาะนิโคบาในอ่าวเบงกอลใช้น้ำมะพร้าวอ่อนอาบเด็กแรกเกิดจนอายุ 2 ขวบ
– ในด้านพิธีกรรมที่สำคัญทางศาสนาทั้งด้านศาสนาพุทธและพิธีพราหมณ์ล้วนแล้วแต่ต้องมีมะพร้าวอ่อนเป็นเครื่องสักการบูชาทั้งสิ้น ทั้งนี้มะพร้าวมีความหมายถึงเครื่องหมายแห่งความอุดมสมบูรณ์ และน้ำมะพร้าวเป็นสิ่งบริสุทธิ์ และจั่นมะพร้าวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์
– ความเชื่อในเรื่องการปลูกต้นไม้มงคลให้เหมาะสมกับวันเดือนปีเกิด คนที่เกิดปีชวดให้ปลูกมะพร้าวและกล้วย และคนเกิดปีเถาะให้ปลูกมะพร้าวนาฬิเกและต้นงิ้ว
มะพร้าวกับวิถีชีวิตของคนไทย คนไทยคุ้นเคยกับมะพร้าวมาเป็นเวลานาน เพราะสามารถปลูกได้ทุกภาค พบเห็นได้ทั่วไป อีกทั้งเรายังสามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของมะพร้าว เช่น ยอดอ่อน ใช้เป็นอาหาร จั่น (ช่อดอก) มะพร้าว นอกจากจะได้น้ำตาลมะพร้าว อาจหมักทำเหล้าและน้ำส้ม หรือหากมีมากก็สามารถเคี่ยวเป็นน้ำตาลมะพร้าวส่งขายตามตลาด เปลือกหรือกาบมะพร้าว นำไปแยกเอาเส้นใยใช้ทำเชือกที่มีคุณภาพดีกว่าเชือกชนิดอื่นที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติด้วยกัน เหมาะในการทำพรมเช็ดเท้า ทำเบาะและที่นอน
ขุยมะพร้าว ก็สามารถนำไปทำวัสดุเพาะชำต้นไม้ได้ หรือทำเป็นก้อนเพาะต้นไม้ กะลามะพร้าว ใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนสูง ประดิดประดอยเป็นเครื่องประดับและของใช้สอย ทำเครื่องดนตรี (ซออู้) ถ่านกัมมันต์ (มีคุณสมบัติในการดูดซับสูง) ก้านใบ ใช้ทำไม้กวาด ไม้กลัด และเครื่องจักรสานต่างๆ โป๊ะไฟฟ้า พัด ที่หุ้มภาชนะปักดอกไม้ กระเป๋าถือสตรี ลำต้น ใช้ก่อสร้างประดิดเครื่องเรือน ทำเสา ทำฟืน ใช้เป็นสะพานข้ามร่องคูในสวน ใช้เป็นรางใส่อาหารสัตว์เลี้ยง ราก ใช้ทำยา สีย้อมผ้า เช่นสีดำได้จากการเผากะลามะพร้าว จนไหม้เกรียม หรือสีเหลืองอ่อนอมชมพูได้จากกาบมะพร้าวแก่และเชื้อเพลิง
น้ำมันมะพร้าว ใช้ปรุงอาหาร ทำช็อกโกแลต ลูกกวาด ขนมต่างๆ อุตสาหกรรมเนยเทียม สบู่ เทียน ขี้ผึ้ง แชมพู ครีมโกนหนวด เครื่องสำอาง ใยมะพร้าวจากเปลือกต้น ทำที่นอน โซฟา ยอดมะพร้าว ใช้แกงอาหาร ผัด ต้ม ช่อดอก (งวง) ปาดช่อดอกได้น้ำตาลมะพร้าวสด หรือเคี่ยวทำน้ำตาลปีบ หรือน้ำส้มสายชู เนื้อมะพร้าวอ่อนและน้ำมะพร้าวอ่อน ใช้เป็นเครื่องดื่ม ปรุงอาหารคาวหวาน ทำไอศกรีม น้ำมะพร้าวแก่ หมักทำน้ำส้มสายชู ใช้ดองผัก เนื้อมะพร้าวทึนทึก ขูดเป็นฝอย โดยหน้าขนมและเค้ก เนื้อมะพร้าวห้าว ขูดเป็นฝอยละเอียดเพื่อคั้นเอากะทิ ใช้ปรุงอาหารคาวหวาน ทำกะทิแห้ง และทำน้ำมันมะพร้าว จาวมะพร้าว ใช้ทำอาหารหรือรับประทานเป็นของว่างจะได้กากใยอาหารมาก
จะเห็นได้ว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากมะพร้าวตั้งแต่รากถึงยอดอ่อนได้อย่างหลากหลาย ในแต่ละท้องถิ่นก็มีลักษณะการใช้ประโยชน์แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ประโยชน์จากส่วนใดได้อย่างเหมาะสมกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ บางชุมชนมีภูมิปัญญาสืบทอดต่อๆ กันมาหลายชั่วอายุคน จากทำใช้กันภายในครัวเรือน จนพัฒนาเป็นสินค้าชุมชนสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการทำน้ำตาลมะพร้าวจากจั่นมะพร้าว การทำเครื่องจักรสานทางมะพร้าว หรือเครื่องประดับและของใช้สอยจากกะลามะพร้าว มีการทำกันอย่างกว้างขวางในเขตพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสมุทรสงครามและราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกมะพร้าวมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ที่โดเด่นอย่างยิ่งคือน้ำมันมะพร้าวแบบบีบเย็นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสุขภาพ และทำหน้าที่ปฏิวัติวงการน้ำมันบริโภคแบบหักล้างความเชื่อดั้งเดิมที่กล่าวว่า น้ำมันมะพร้าวคือผู้ร้ายก่อให้เกิดโรคต่างๆ อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังสร้างเศรษฐกิจและรายได้ในการนำมาใช้ในวงการสปาอย่างคึกคัก และยังต่อยอดนำไปทำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพมากมาย เช่น สบู่ธรรมชาติ น้ำมันนวด น้ำมันบำรุงผิว เป็นต้น เมื่อลองศึกษาถึงวิถีชีวิตของคนไทยนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน จะพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของมะพร้าวได้อย่างครบถ้วน.

แนะเกษตรกรปรับปรุงคุณภาพ ‘มะพร้าว’ – เกษตรทั่วไทย

Published กันยายน 3, 2013 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/225802

วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2556 เวลา 00:00 น.

“มะพร้าว” นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญพืชหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยเนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาหาร เพื่อบริโภคหลากหลายชนิด การที่ประเทศไทยมีการเปิดตลาดนำเข้ามะพร้าวผล เนื้อมะพร้าวฝอย และน้ำมันมะพร้าว ภายใต้กรอบการค้าเสรี AFTA ให้มีการนำเข้ามะพร้าวผล เนื้อมะพร้าวฝอย และน้ำมันมะพร้าว ไม่จำกัดปริมาณด้วยอัตราภาษี 0% ยกเว้นเนื้อมะพร้าวแห้งอัตราภาษี 5% ซึ่งเกษตรกรไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรงกับการเปิดตลาดนำเข้ามะพร้าวในอาเซียน หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมะพร้าวที่มีการส่งออกต่างประเทศ ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิต และส่งออกกะทิสำเร็จรูปอันดับ 1 และมีคุณภาพดีที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 80

จากเหตุผลดังกล่าวภาครัฐจึงได้จัดทำโครงการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าวขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาโดยใช้หลักการบริหารจัดการมะพร้าว ให้ได้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ติดตามและประเมินผลโครงการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าว ปี 2555 ตลอดระยะเวลาโครงการที่ผ่านมาประมาณ 5 เดือน (กันยายน 2555 ถึง มกราคม 2556) พบว่า สามารถรับซื้อเนื้อมะพร้าวแห้งในโครงการได้ รวม 8,605.38 ตัน คิดเป็นร้อยละ 96 ของเป้าหมาย มีเกษตรกรร่วมโครงการ 11,199 ราย โดยเกษตรกรทั้งในและนอกโครงการ หันมาทำมะพร้าวแห้งเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ร้อยละ 39 เป็นร้อยละ 83 ส่งผลให้มะพร้าวผลตกค้างที่ขายไม่ได้ ถูกแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้งไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และสัดส่วนของปริมาณการขายเนื้อมะพร้าวแห้งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13 เป็นร้อยละ 56 สำหรับการขายเนื้อมะพร้าวแห้งในโครงการ จะได้ราคาเฉลี่ยประมาณ 9.73 บาท ซึ่งสูงกว่าราคานอกโครงการเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ยังต่ำกว่าราคาที่โครงการกำหนด เนื่องจากช่วงปลายโครงการปริมาณเนื้อมะพร้าวแห้งมาก โรงงานสกัดน้ำมันบางแห่งชะลอการรับซื้อ ตลาดมีคำสั่งซื้อน้ำมันมะพร้าวเท่าเดิม ไม่สามารถระบายมะพร้าวแห้งหรือผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายได้ เริ่มขาดสภาพคล่อง รวมทั้งเป็นช่วงที่ราคาพืชน้ำมันชนิดอื่น เช่น ปาล์ม ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนออกสู่ตลาดมากและภาวะราคาลดต่ำลงด้วยเช่นกัน ฯลฯ

ด้านเกษตรกรที่ขายมะพร้าวในโครงการ ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างราคา 6 บาท/กก. ทุกราย นอกจากนี้ ในช่วงที่   มีโครงการฯ ราคามะพร้าวผลโดยรวมเพิ่มขึ้น ประมาณ      0.88-2.50 บาท/ผล เนื่องจากเริ่มมีความต้องการมะพร้าวผลมากขึ้น และปริมาณมะพร้าวเก่า/งอก ลดน้อยลง อีกทั้งราคามะพร้าวขาวใน 3 จังหวัดแหล่งผลิตใหญ่   ซึ่งได้แก่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ ได้ขยับตัวสูงขึ้นเป็นลำดับโดยจากเดือนสิงหาคม 2555 ราคาเฉลี่ยที่ 9.25 บาท/กก. ส่วนในเดือนมกราคม 2556 ราคาขยับขึ้น เป็น 13.75 บาท/กก. คิดเป็นประมาณร้อยละ 48

ทั้งนี้ โครงการฯ ดังกล่าว ทางคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ทุกจังหวัด นับเป็นองค์กรหลักในจังหวัด ได้แต่งตั้งคณะทำงานโดยบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับจังหวัดและอำเภอในการร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างมีโครงการ ทำให้การดำเนินงานโครงการเสร็จสิ้น สามารถบรรลุเป้าหมายได้

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรต้องพัฒนาปรับปรุงคุณภาพเนื้อมะพร้าวแห้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการดูแลมะพร้าวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป และการตลาด เพื่อการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป.

ทำมาหากิน : ‘กระทง’ จากกะลามะพร้าว

Published กรกฎาคม 24, 2013 by SoClaimon

ทำมาหากิน : ‘กระทง’ จากกะลามะพร้าว

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 19 มิถุนายน 2556

//

ทำมาหากิน : ‘กระทง’ จากกะลามะพร้าว

ทำมาหากิน : ‘กระทง’ จากกะลามะพร้าว งานทำมือ-รักษ์ภูมิท้องถิ่น : โดย…ธานี กุลแพทย์

                         ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ส่วนใหญ่วัสดุที่นำมาทำ “กระทง” จะเป็นต้นกล้วยที่มีอายุสั้น ซึ่งนั่นหมายถึงผู้ผลิตจะมีรายได้เพียงครั้งเดียว แต่ที่เมืองตากซึ่งสืบ ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ชาวบ้านที่นั่นมีรายได้จากการประดิษฐ์กระทงจาก “กะลามะพร้าว” ที่เพียงใส่ความคิดลงไปก็สามารถแปรเป็นเงินได้โดยไม่เลือกฤดูกาล

นางจรรย์จรี บุญเรือง ผอ.กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองตาก กล่าวว่า กองสวัสดิการสังคมได้มีแนวคิดส่งเสริมชุมชนสร้างอาชีพและสืบทอดภูมิปัญญาสู่เยาวชน หนึ่งในนั้นคือการทำกระทงจากกะลามะพร้าวใน “โครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ชุมชนเพื่อสัมมาชีพ 100 ตำบล 28 จังหวัด” โดยการสนับสนุนของมูลนิธิสัมมาชีพ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในชุมชน

“เดิมชาวบ้านเอาเฉพาะเนื้อมะพร้าวมาแปรรูปเป็นอาหารเมนูต่างๆ ทว่าส่วนอื่นๆ เช่น เปลือก หรือกะลาจะถูกทิ้งไป กระทั่งมีผู้เอากะลาไปใช้ลอยแทนกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคา กลายเป็นประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จนถึงทุกวันนี้ ต่อมาเมื่อช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี จะมีชาวบ้านผลิตกระทงกะลาขายนับหมื่นๆ ใบให้นักท่องเที่ยว ซึ่งบางรายซื้อหาไปเป็นของที่ระลึก” ผอ.จรรย์จรี แจง

พร้อมระบุว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กองเข้าไปส่งเสริมอาชีพทำกระทงกะลามะพร้าว รวมทั้งส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ หาช่องทางจำหน่าย ด้วยเริ่มจากรวบรวมสมาชิก 16 ชุมชนในเขตเทศบาล ตั้งเป็น กลุ่มอาชีพประดิษฐ์กระทงกะลา ที่ลักษณะงานทำตัวแบบงานกะลา งานด้ายฟั่นเป็นรูปตีนกา งานฉลุ งานลงรักปิดทอง เป็นต้น โดยทางกองจัดสรรงานให้ชุมชนแยกกันไปทำ จากนั้นจะมีกลุ่มรับผิดชอบประกอบตัวกระทงกะลาเข้าด้วย

“กระทงกะลาแต่ละชิ้นจะถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างสวยงาม ทั้งรูปแบบ สีสัน ซึ่งนอกจากขายช่วงเทศกาลแล้ว ยังประยุกต์ด้วยการใช้เทียนหอมแทนเทียนธรรมดา จำหน่ายให้โรงแรม รีสอร์ท สปา ที่นำไปตกแต่งประดับหรือใช้จุดเทียนหอม ส่วนหนึ่งจำหน่ายให้ลูกค้าชาวต่างชาติที่ชื่นชอบงานฝีมือ”

ส่วนสนนราคา ผอ.จรรย์จรี บอกว่า ช่วงเทศกาลขายกันใบละ 30 บาท ขณะเดียวกันได้มีการส่งเสริมการขาย คือจัดเป็นชุดกระทงสาย 99 ชิ้น ราคา 500 บาท เพื่อนำไปลอยตามเลขมงคล ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกเพราะชื่นชอบในงานฝีมือ

ต่อมาเมื่อช่วงไม่มีเทศกาล ทางกองจะให้ชาวบ้านผลิตและนำไปวางจำหน่ายที่เทศบาลเมือง อีกทั้ง จัดพื้นที่จำหน่ายในเทศกาลประจำปี เช่น งานตากสิน งานโอท็อป เทศกาลจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งจำหน่ายให้แก่โรงแรม ธุรกิจสปาโดยไม่ต้องรอให้ถึงเทศกาลลอยกระทง

ด้าน นายณรงค์ คงมาก หัวหน้าโครงการติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการ กล่าวว่า ในส่วนกระทงที่ทำจากกะลานั้นน่าสนใจยิ่ง เป็นความกลมกลืนทางภูมิปัญญา วัฒนธรรมประเพณีที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเสริมให้มีจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตในรูป E-Marketing โดยมีผลิตภัณฑ์ของโครงการ 4 ชนิด ได้แก่ กระทงสายกะลา จ.ตาก ข้าวฮ่าง จ.หนองบัวลำภู ผ้าย้อมคราม จ.อำนาจเจริญ และน้ำฟักข้าว จ.กาญจนบุรี พร้อมมีแผนจัดทำศูนย์จำหน่ายสินค้าในโครงการ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายอีกทางด้วย

——————–

(ทำมาหากิน : ‘กระทง’ จากกะลามะพร้าว งานทำมือ-รักษ์ภูมิท้องถิ่น : โดย…ธานี กุลแพทย์)

พบ’มะพร้าว’แปลกหน่อเป็นสีขาวทั้งต้น

Published กรกฎาคม 17, 2013 by SoClaimon

พบ’มะพร้าว’แปลกหน่อเป็นสีขาวทั้งต้น

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2556

//
//

พบ’มะพร้าว’แปลกหน่อเป็นสีขาวทั้งต้น

พบมะพร้าวประหลาด หน่อเป็นสีขาวทั้งต้น แม้จะนำไปตากแดดนานถึง 3 เดือน แต่สีก็ไม่เปลี่ยน

                       28 เม.ย. 56  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ว่า มีมะพร้าวงอกหน่อออกมาลำต้นและใบมีสีขาวทั้งต้น ซึ่งผิดแปลกไปจากต้นมะพร้าวต้นอื่นๆ จึงเดินทางไปตรวจสอบ โดยพบว่ามะพร้าวต้นดังกล่าว อยู่ที่บริเวณบ้านของ นายไสว คงสุดรู้ อายุ 52 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 20 หมู่ 5 ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพนักงานเก็บขยะของเทศบาลตำบลนาวง

จากสอบถาม นายไสว เจ้าของบ้าน เล่าว่า ลูกสาวของตนมีอาชีพทำขนมขายตามตลาดนัด ซึ่งทำขนมขายหลายอย่าง และส่วนประกอบหลักๆ ในการผลิตขนมก็คือ มะพร้าว โดยตนได้รับซื้อมะพร้าวมาจากชาวบ้านที่อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ครั้งละจำนวนมากนับร้อยๆ ลูก แล้วนำมาตั้งกองรวมกับไว้ที่บริเวณข้างบ้าน ทั้งนี้ เมื่อทำขนม ก็จะนำมะพร้าวดังกล่าวมาปอก และนำไปทำขนม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมะพร้าวมีจำนวนมาก จนนำไปทำขนมไม่ทัน ตนเลยต้องตั้งทิ้งไว้ จนมีหน่อมะพร้าวงอกออกมา แต่มีหน่อมะพร้าวต้นหนึ่งที่ออกมาผิดแปลกไปจากมะพร้าวต้นอื่นๆ ในกองเดียวกัน เนื่องจากมีหน่อสีขาว ซึ่งตอนแรกตนเองคิดว่า อีกไม่นานก็คงจะมีสีเขียว เลยนำมาตั้งไว้บริเวณหน้าบ้านเพื่อให้ถูกแสงแดดมาเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือนแล้ว แต่ต้นมะพร้าวดังกล่าวก็ยังมีสีขาวอีกจนถึงปัจจุบัน

นายเสนอ รัตนสำเนียง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จังหวัดตรัง กล่าวว่า ปกติต้นมะพร้าวจะงอกหน่อออกมาเป็นสีเขียว หรือบางต้นอาจกลายพันธุ์เป็นสีด่างๆ แต่ยังมีสีเขียวปนอยู่บ้าง เนื่องจากในสีเขียวนั้น จะมีสารคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืช เพื่อช่วยสร้างการเจริญเติบโต โดยเมื่อถูกแสงแดด หน่อหรือใบของพืชที่เป็นสีด่างๆ ก็จะเปลี่ยนมาเป็นสีเขียว

อย่างไรก็ตาม สำหรับมะพร้าวต้นนี้ ซึ่งงอกหน่อออกมาเป็นสีขาวนั้น และแม้จะนำไปตากแดดหลายเดือนแล้ว ก็ยังเป็นสีขาวอยู่อีก ถือว่ามีความผิดปกติที่พบเห็นได้น้อยมาก หากเจ้าของจะนำไปปลูกต้องหลีกเลี่ยงตรงที่แดดจัด เพราะอาจตายได้ หรือปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่อื่นที่ช่วยบังร่มเงาให้ ทั้งนี้ แม้ในแง่วิทยาศาสตร์อาจถือเป็นพืชที่ไม่เหมาะสมแล้ว แต่ในแง่ของความแปลก อาจช่วยสร้างมูลค่าให้กับมะพร้าวต้นนี้ได้มาก

อนุรักษ์มะพร้าวปากจก พันธุ์เนื้อหนา-น้ำมันเยอะ

Published กรกฎาคม 16, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/343507

  • 9 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

Pic_343507

คนไทยปลูกมะพร้าว น้อยลง แต่เกษตรจังหวัดพังงากลับสวนกระแส รณรงค์ให้ปลูกมะพร้าวพันธุ์ปากจก เพื่ออนุรักษ์มะพร้าวพันธุ์ดีที่อยู่คู่พังงามาช้านาน ตั้งแต่สมัยเหมืองแร่ดีบุกรุ่งเรือง พ่อค้าชาวจีนบรรทุกมะพร้าวมาทางเรือ แต่ถูกพายุพัดมาติดเกาะเขาพระทอง อ.คุระบุรี เป็นเวลาหลายวัน ทำให้มะพร้าวที่บรรทุกมางอก จึงแจกจ่ายให้ชาวเกาะเอาไปปลูกยังที่ต่างๆ บริเวณชายฝั่ง

นายพีระพันธ์ แสงใส เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า มะพร้าวปากจก มีลักษณะโดดเด่นต่างจากพันธุ์อื่น มีผลขนาดกลางน้ำหนักประมาณ 1.5 กก. รูปร่างมีทั้งกลมและรูปไข่ ส่วนใหญ่ค่อนข้างยาว ผลที่ปอกเปลือกเป็นรูปไข่ เปลือกนอกกลางผลมีรอยย่นตามขวางคล้ายมีเชือกรัดผล เมื่อผลแก่จะหล่นจากต้นเอง สะดวกในการเก็บ ผลมีขนาดปานกลาง เนื้อหนามาก เนื้อสดมีน้ำหนัก 450 กรัม/ผล มีเปอร์เซ็นต์เนื้อมะพร้าวสดต่อน้ำหนักผลหลังปอกเปลือกสูงถึง 57% ในขณะที่มะพร้าวทั่วไปมีเพียง 38-49%

นอกจากนั้น เนื้อมะพร้าวแห้งยังมีน้ำมันสูงถึง 65-70% ขณะที่มะพร้าวพันธุ์อื่นอยู่ที่ 55-56% จึงเป็นพันธุ์ที่เหมาะทำมะพร้าวแห้งมากกว่าพันธุ์ทั่วไป จึงอยากส่งเสริมให้เกษตรกรช่วยกันขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวพันธุ์นี้ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 9 พฤษภาคม 2556, 05:00 น.

เพิ่มประสิทธิภาพผลิตพริกไทย-มะพร้าว “กองทุนเอฟทีเอ”ไฟเขียว60ล้าน

Published มิถุนายน 22, 2013 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/56381

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.

tags : พริกไทยมะพร้าวเอฟทีเอ

เพิ่มประสิทธิภาพผลิตพริกไทย-มะพร้าว

“กองทุนเอฟทีเอ”ไฟเขียว60ล้าน

รับมือผลกระทบเปิดการค้าเสรี

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการที่ปริมาณผลผลิตของพริกไทยและมะพร้าวของไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าผลผลิตยังไม่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งต้นทุนการผลิตยังนับว่าสูงกว่าประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ในอาเซียน คณะกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ หรือ กองทุน FTA จึงได้เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพริกไทย เพื่อลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ แก่งหางแมว ท่าใหม่ นายายอาม และเขาคิฌชกูฏ จ.จันทบุรี และได้เห็นชอบในหลักการตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกมะพร้าวพันธุ์ดีทดแทนสวนเก่า เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า AFTA ของกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับแก้ปัญหาผลผลิตมะพร้าวลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสวนเก่าที่ต้นมะพร้าวมีอายุมากกว่า 40 ปี และยังประสบปัญหาแมลงดำหนามและแมลงหนอนหัวดำระบาด โดยจะดำเนินการใน 4 จังหวัด คือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก มีการประเมินว่าผลผลิตพริกไทยและมะพร้าว เป็นพืชที่จะได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า กองทุน FTA จึงได้เตรียมงบประมาณไว้กว่า 60 ล้านบาท เพื่อนำร่องดำเนินการใน 2 โครงการดังกล่าว และเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร พิจารณาปรับปรุงโครงการ และนำกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณในการประชุมครั้งต่อไป และหากโครงการทั้ง 2 ประสบผลสำเร็จ ก็จะใช้งบปกติขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจการปลูกมะพร้าวและพริกไทยต่อไป

สำหรับเกษตรกรผู้ผลิตสินค้ามะพร้าวและพริกไทย รวมทั้งสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ที่มีความประสงค์จะขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ สามารถจัดทำเป็นโครงการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้านั้นๆ เสนอผ่านหน่วยงานราชการระดับกรม เพื่อส่งต่อให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองทุนฯ พิจารณาเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไปได้ ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยในการจัดทำโครงการ สามารถสอบถามรายละเอียดจาก เจ้าหน้าที่กองทุนฯ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2561 4727 หรือโทรสาร 0 2561 4726 และที่ www2.oae.go.th/FTA

แปรรูป’เปลือกมะพร้าว’แทนดิน

Published มิถุนายน 3, 2013 by SoClaimon

แปรรูป’เปลือกมะพร้าว’แทนดิน

แปรรูป’เปลือกมะพร้าว’แทนดิน

แปรรูป ‘เปลือกมะพร้าว’ แทนดิน รองรับตลาดพืชผักออร์แกนิก : โดย…สุวรรณี บัณฑิศักดิ์

                           กล่าวสำหรับ Coco substrates เป็นวัสดุปลูกพืชแทนดินที่นิยมใช้กันในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริโภคพืชผักที่ปลอดสารเคมี พืชที่เป็นออร์แกนิก หรือการปลูกพืชกินเอง แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นสิ่งของหาง่าย ราคาถูก หรือแถมไม่มีราคา แต่เมื่อนำมาแปรรูปกลับสามารถเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี

รัตชา เดชานุภาพ กรรมการบริหาร บริษัท คานาพ (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า วัสดุปลูกพืชแทนดิน ยังไม่เป็นที่รู้จักสำหรับในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมากและมีการใช้กันในท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่เป็นการใช้ระดับครัวเรือน ในปริมาณที่ไม่มาก แต่ในต่างประเทศมีการผลิตวัสดุปลูกพืชแทนดินมานานกว่า 20 ปี

“วัสดุปลูกพืชแทนดินคุณภาพสูงที่เราผลิตเรียกว่า Coco substrates ผลิตมาจากเปลือกมะพร้าวและขุยมะพร้าว ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่มีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่นของสุราษฎร์ธานี จึงเป็นเหตุผลหลักในการตั้งโรงงานที่จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากเปลือกมะพร้าวแล้ว วัตถุดิบสำคัญอีกตัว คือ น้ำ โดยนำน้ำในบ่อธรรมชาติ ไปทดสอบในห้องปฏิบัติการของบริษัทแม่ที่เนเธอร์แลนด์ พบว่า เป็นน้ำที่ไม่มีการเจือปนของสารอันตราย ไม่มีของเสียสะสม เป็นน้ำที่มีแร่ธาตุ และสารอาหารสมบูรณ์อยู่แล้ว”

รัตชาเผยต่อว่า สำหรับกำลังการผลิตสูงสุดของโรงงานอยู่ที่ 5 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ส่วนใหญ่จะทำการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เนื่องจากเรามีผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด ลูกค้าสั่งตัวไหนมาก็ผลิตให้ตามนั้น ส่วนของวัตถุดิบ เราซื้อเปลือกมะพร้าวจากชาวสวนมะพร้าว และซื้อขุยมะพร้าว ซึ่งเป็นของเหลือจากโรงงานทำที่นอนใยมะพร้าว และด้วยราคาพืชผลทางการเกษตรมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ต้นทุนราคาวัตถุดิบของเราไม่นิ่ง ส่วนการซื้อขายเปลือกมะพร้าวทั่วไปจะซื้อเป็นคันรถ รถบรรทุก 6 ล้อ คันละ 400 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าการรับซื้อในท้องตลาด โดยราคาทั่วไปอยู่ที่ 250 บาท โดยโรงงานรับซื้อเปลือกมะพร้าววันละ 1 หมื่นลูก ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และเสริมรายได้ให้เกษตรกรได้

“ก่อนหน้านี้ เปลือกมะพร้าวจะถูกทิ้งอยู่ในธรรมชาติ บางครั้งมีการเผา จนกระทั่งมีโรงงานทำที่นอนใยมะพร้าวในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ก็ยังมีเปลือกมะพร้าวเหลืออยู่จำนวนมาก เราไม่กังวลเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ เนื่องจากมะพร้าวเป็นพืชที่คนไทยบริโภคมายาวนาน และเป็นวิถีชีวิต อาจจะมีปัญหาด้านราคาบ้างในบางช่วง”

เธอระบุอีกว่า สำหรับตลาด เป็นตลาดในต่างประเทศ 60 เปอร์เซ็นต์ เช่น กลุ่มประเทศยุโรป ฝรั่งเศส ส่วนตลาดในประเทศ 40 เปอร์เซ็นต์นั้น ลูกค้าส่วนหนึ่งก็เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ จะเน้นการปลูกพืชปลอดสารเคมี หรือพืชออร์แกนิก ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศ หรือกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกพืชน้อย แต่ต้องการปลูกพืชรับประทานเอง ก็จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

ส่วนลูกค้าคนไทยยังไม่นิยมสินค้าประเภทนี้ เนื่องจากคนไทยให้ความสำคัญด้านราคามากกว่าคุณภาพ ในท้องถิ่นจะมีการนำเปลือกมะพร้าวมาหั่นหรือสับให้เล็กๆ แล้วเอาไปปลูกต้นไม้ พวกดอกไม้ กล้วยไม้ ซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ของคานาพ ที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการปลูกพืชแบบออร์แกนิก ซึ่งตลาดออร์แกนิกในต่างประเทศเป็นตลาดที่ใหญ่

นับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ทางภาคการเกษตรที่แปรสภาพของเหลือใช้จากภาคการเกษตรมาสร้างงาน สร้างมูลค่าได้เป็นอย่างดี

———————

(แปรรูป ‘เปลือกมะพร้าว’ แทนดิน รองรับตลาดพืชผักออร์แกนิก : โดย…สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)

มะพร้าว – เรื่องน่ารู้

Published มีนาคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/185804

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 00:00 น.

มะพร้าวเป็นส่วนหนึ่งของยาแพทย์แผนไทยมานมนาน มีคุณภาพในการช่วยให้อาการไข้ตัวร้อนทุเลาลงแก้ร้อนใน แก้ท้องเสีย แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และเพิ่มพลังแทรกซึมของตัวยานวด แก้ปวดเมื่อย ช้ำบวม อักเสบรักษาแผลเรื้อรัง โดยเอากะลามะพร้าวถูตะไบ ได้ผงละเอียด ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ผสมพิมเสน ทาแผลเรื้อรัง  แก้จุกเสียด แน่นท้อง ด้วยการเอากะลามะพร้าวเผาไฟให้เป็นถ่าน บดเป็นผงละเอียด ละลายน้ำอุ่น ดื่มแก้จุดเสียดแน่นท้องได้ คนโบราณใช้รักษาอาการแก้ปวดฟัน โดยเอากะลามะพร้าวที่แก่จัด มีรู ขูดเอาเนื้อออกใหม่ ๆ ใส่ถ่านไฟแดงลงไป รองน้ำมันมะพร้าวที่ไหลออกมา ใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำมันมะพร้าว อุดรูฟันที่ปวด แก้คลื่นไส้อาเจียน ด้วยการเอามะนาว 1 ซีก บีบผสมน้ำมะพร้าวอ่อน เอามาดื่มลดอาการคลื่นไส้ได้

นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการรักษาแก้โรคบิด บำรุงผิวพรรณ แก้ปัสสาวะขัด แก้พิษเบื่อเมา แก้เมาเหล้า แก้ไอ แก้ชันนะตุพุพอง แก้รังแค รักษาน้ำกัดเท้า แก้ผื่นคัน รักษาฝ่ามือแห้งแตกและเล็บขบ แก้เบาหวาน แก้ปากเปื่อย ปากเป็นแผล รักษาแผลไฟไหม้ แก้ไข้ทับระดู รักษาลำไส้อักเสบ แก้อีสุกอีใส รักษาอาการ    เคืองตา.

%d bloggers like this: