ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Posts Tagged ‘มะนาว

http://www.dailynews.co.th/agriculture/212469

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

คนไทยเมื่อก่อนหน้านี้จะใช้มะนาวช่วยแก้พิษงูเมื่อถูกงูพิษกัด โดยให้คนที่ถูกงูกัดนอนราบ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกายช้าลง และพิษงูจะได้แผ่ซ่านช้าลงด้วยถ้าถูกกัดที่แขนและขา ให้เอาเชือกรัดเหนือแผล กะให้รัดอยู่ในระหว่างแผลกับหัวใจของคนเจ็บ รัดพอให้เลือดตรงผิวหนังนั้นหยุด สังเกตดูเห็นน้ำเหลืองไหลซึมออกจากแผลอยู่เรื่อย ๆ ใช้ใบมีดโกนที่สะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว กรีดลงบนแผลเป็นรูปกากบาท ลึกสัก 1 ใน 8 นิ้ว ยาว สัก 1 ใน 4 นิ้ว ทั้ง 2 เขี้ยว ใช้ปากดูดพิษออกมาจากแผลที่กรีด พิษงูจะไม่เป็นอันตรายเมื่อเข้าไปอยู่ในปาก นอกจากจะมีแผลในปากหรือฟันผุ เมื่อดูดพิษออกมาให้รีบบ้วนทิ้ง แล้ววางน้ำแข็งที่แผลสลับกับการดูดให้แขนหรือขาที่ถูกงูกัดอยู่ต่ำ ๆ หากกังวลเรื่องปากก็ใช้ขวดอุ่นให้ร้อน เอาปากขวดทาบกับแผล เพื่อช่วยดูดเลือดออกจากแผลแทน

จากนั้นให้กินน้ำมะนาว ขนาดผลโต ๆ สัก 1 ผล น้ำมะนาวจะไปทำปฏิกิริยากับพิษงูที่แล่นเข้าสู่กระเพาะอาหาร สักครูก็จะอาเจียนออกมา มีเลือดปนเล็กน้อย ซึ่งแสดงว่าพิษงูได้หมดฤทธิ์แล้ว จากนั้นให้คนเจ็บดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มร้อน ๆ แต่ห้ามกินเหล้า จากนั้นรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อการรักษาอย่างมั่นใจ.

http://www.dailynews.co.th/agriculture/201317

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2556 เวลา 00:00 น.

นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างหนึ่งของไทย ในช่วงฤดูแล้งมีผลผลิตออกมาน้อย ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาทต่อผล แต่เมื่อเข้าฤดูฝนราคามะนาวจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นปัญหาเรื่องโรคระบาด โดยเฉพาะโรคแคงเกอร์  เมื่อฝนตกชุกการระบาดของโรคจะเกิดรุนแรง การรักษาโดยการพ่นยาสารเคมีเป็นไปได้ยาก เพราะฝนจะชะล้างออก ใบที่เกิดโรคก็จะหลุดร่วง ถ้าเกิดที่กิ่งจะทำให้กิ่งแห้งตาย และลุกลามไปที่ผลก็จะเกิดจุดแผลทำให้ขายไม่ได้ราคา

นายจำรัส คูหเจริญ เจ้าของสวนเกษตรธนบุรี ได้คิดปรับปรุงพัฒนาพันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมาใหม่ คือเป็นลูกผสม จำรัส  28 และ จำรัส  29 เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร เพื่อสามารถลดต้นทุนการผลิต ประหยัดแรงงานที่จ้างมาป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช รวมทั้งลดปริมาณสารเคมีซึ่งจะลดปัญหาเรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิต สินค้าก็จะปลอดภัยต่อผู้บริโภคมะนาวจำรัส 28 และ จำรัส 29 ได้พัฒนามาจากมะนาวพันธุ์ จำรัส 9 ซึ่งเป็นมะนาวลูกผสมระหว่างแป้นพวง (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวน้ำหอม (ด่านเกวียน) ซึ่งให้ลูกดก ผลโต น้ำมาก น้ำเนื้อกลิ่นเหมือนมะนาวแป้น เปลือกบาง น้ำหนักผล 70-100 กรัม การเจริญเติบโตของต้นดี ใบใหญ่และต้านทานโรคดีมาก

ต่อมาคุณจำรัสได้พัฒนาขึ้นอีก 2 พันธุ์ คือ 1. มะนาวจำรัส 28 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (เป็นแม่) และใช้มะนาวแป้นจริยาเบอร์ 1 มาผสม เพื่อทำการเพาะเมล็ดจนเป็นต้นแล้ว ได้ออกดอกให้ผลเมื่อต้นยังเล็กอยู่ผลโตมาก ทรงผลแบนแบบมะนาวแป้นทั่วไป น้ำ, เนื้อ, กลิ่นเหมือนมะนาวแป้นทุกอย่าง เปลือกบางน้ำมาก ผลที่ออกระยะความเจริญเพียง 2 เดือนก็มีน้ำมากแล้ว ออกดอกง่ายมากไม่ต้องบังคับก็ออกดอกได้ทั้งปี การเจริญเติบโตของต้นและการต้านทานโรคดีมาก

2. มะนาวพันธุ์จำรัส 29 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (เป็นแม่) และใช้ส้มโชกุนเป็นพ่อ เมื่อได้เพาะเมล็ดจนขึ้นมาเป็นต้นแล้ว จะให้ผลเมื่อต้นเล็กก็ออกดอกแล้ว ผลโตมาก ลักษณะผลแบนเหมือนมะนาวแป้นทั่วไป เปลือกบาง น้ำมากเหมือนมะนาวจำรัส 28 ผลที่ออก 2 เดือนก็มีน้ำมากแล้ว และผลโตมากไม่ต้องบังคับเช่นเดียวกับพันธุ์จำรัส 28 การเจริญเติบโตและการต้านทานโรคดีมาก

ความแตกต่างของมะนาวพันธุ์จำรัส 28 และ 29 คือ หนามของมะนาวจำรัส 29 จะยาวกว่าพันธุ์จำรัส 28 ส่วนความดีของสองพันธุ์ใกล้เคียงกัน และทั้งคู่มีปริมาณของความเปรี้ยวมากกว่ามะนาวจำรัส 9  มะนาวพันธุ์จำรัส 28, 29 เหมาะที่จะปลูกในแหล่งปลูกที่มีการระบาดรุนแรงของโรคแคงเกอร์ เกษตรกรที่ขาดความรู้ความชำนาญในการควบคุมโรคก็สามารถปลูกได้ และเหมาะสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดู เพื่อที่จะขายได้ราคา.

http://www.dailynews.co.th/agriculture/200703

วันอังคารที่ 30 เมษายน 2556 เวลา 00:00 น.

มะนาวเป็นผลไม้พื้น ๆ ที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวัน มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมายในเอเชียมีไทย มาเลเซีย จีน และอินเดีย ใช้มะนาวในการรักษาโรค ยาวไกลไปถึง อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศแถบอเมริกาตะวันตกก็ใช้มะนาวรักษาอาการไอและโรคอื่น ๆ

คุณประโยชน์ของมะนาวมีมากมาย อาทิ แก้ไอออกเลือด (ไอมีเลือดปน) แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ซาง, ตุ่มในคอเด็ก, เสมหะ  แก้เสียงแหบแห้ง  ก้างติดคอ แก้ไข้ แก้ไข้ทับระดู แก้ปวด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้เหงือกบวม แก้ลิ้นเป็นฝ้า ขจัดคราบบุหรี่ เป็นน้ำยาบ้วนปาก แก้เป็นลมวิงเวียน อยากอาเจียน แก้วิงเวียนเมื่อคลอดบุตร แก้ลมเงียบ แก้ตาแดง บำรุงตา บำรุงผิว แก้ผิวแตกแก้สิวฝ้า ลบรอยแผลเป็น แก้ขาลาย แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ส้นเท้าแตก ดับกลิ่นเต่า แก้โรคผิวหนัง แก้กลาก เกลื้อน หิด แก้หูด แก้พุพอง แก้น้ำกัดเท้า แก้ปูนซีเมนต์กัด แก้คัน แก้หนอนคัน แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้สังคัง ใช้สระผม แก้คัน แก้หัวโน แก้ผิวหนังฟกช้ำ แก้หนามปัก แก้เล็บขบ แก้ปลาดุกแทง แก้งูกัด ป้องกันงู แก้แมงคาเรืองเข้าหู แก้ปวดฝี แก้ฝีมะตอย แก้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แก้บาดทะยัก แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องผูก แก้ท้องร่วง แก้อาหารเป็นพิษ แก้ผิดสำแลง แก้บิด ขับพยาธิไส้เดือน แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะกะปริดกะปรอย แก้ระดูขาว ฟอกโลหิต แก้โลหิตจาง แก้เหน็บชา แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย เป็นยาอายุวัฒนะ เป็นยาเจริญอาหาร แก้ความดัน แก้ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ (โรครูมาติซั่ม) ลดความอ้วน ใช้หุงข้าวให้ขาวและอร่อย บีบน้ำมะนาว 2-3 ช้อนในข้าว แล้วนำไปซาวข้าว เมื่อหุงเสร็จข้าวจะขาว สะอาด กินอร่อยไม่ออกรสมะนาว.

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/321979

24 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_321979

ปัจจุบัน เกษตรกรที่มีอาชีพขยายพันธุ์ไม้ผลชนิดต่างๆจำหน่าย มักมีไม้กลายพันธุ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างกว้างขวางและมากมาย ซึ่ง “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” เป็นอีกชนิดหนึ่งที่เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เปิดเผยว่า เป็นมะนาวกลายพันธุ์ที่เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวเกษตรไร้เมล็ด ไปเพาะจนแตกต้น นำไปปลูกเลี้ยงจนโตและติดผล ปรากฏว่าแต่ละต้นบางผลจะมีเมล็ดบ้างเพียง 1-2 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเมล็ด

ลำต้น เจริญเติบโตได้เร็ว ติดผลดกมากเป็นพวง รูปทรงของผลกลมสวย และ มีขนาดใหญ่ เปลือกบาง ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำมะนาวพันธุ์แป้นทั่วไป ที่สำคัญต้นและผลทนต่อโรค “แคงเกอร์” ได้ดีมาก เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เชื่อว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์และเป็นพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอน จึงตอนกิ่งนำไปปลูกทดสอบสายพันธุ์เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ปรากฏว่า เมื่อต้นโตจนติดผลดกเหมือนเดิมทุกอย่างจนมั่นใจว่าเป็นพันธุ์ที่นิ่งแล้ว เลยตั้งชื่อว่า “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” พร้อมทำการขยายพันธุ์ทำกิ่งด้วยวิธีทาบกิ่งกับตอส้มโอออกจำหน่ายได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “คุณวิวัฒน์ มาบุญ” ที่ 206 หมู่ 7 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.08–5974–2554 หรือไปซื้อที่ ตลาดนัดสนามหลวง 2 และที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.–9 ก.พ.56 บริเวณโซน H 115–116 ร้าน “วิวัฒน์พันธุ์ไม้” ราคาสอบถามกันเอง

มะนาวเพชรโพธิ์งาม ปลูกได้ในดินทั่วไป หลังปลูกจะให้ผลผลิตชุดแรกใน 1 ปี และจะติดผลดกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากกิ่งพันธุ์ที่วางขายจะมีรากแก้วดีแล้ว จึงเป็นมะนาวอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เหมาะจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนและปลูกเป็นเชิงพาณิชย์เก็บผลขายได้คุ้มค่า เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ติดผลดกทั้งปีนั่นเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 มกราคม 2556, 05:00 น.

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001883&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: บรรพต ณ ป้อมเพชร; อัมพร พิพัฒนวัฒนากุล
ชื่อเรื่อง: ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม (Papilio demoleus L.) (Lepidoptera: Papilionidae) และศัตรูธรรมชาติในประเทศไทย
Article title: Lemon butterfly (Papilio demoleus L.) (Lepidoptera: Papilionidae) and its natural enemies in Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 77
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: H10-Pests of plants
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CITRUS RETICULATA, CITRUS LIMON, PAPILIO, NATURAL ENEMIES, LIFE CYCLE, PARASITES, BIOLOGICAL CONTROL, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ส้ม, มะนาว, ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม, ศัตรูธรรมชาติ, วงจรชีวิต, แตนเบียนไข่, แมลงวันก้นขนตัวเบียน, การควบคุมโดยชีววิธี
หมายเลข: 001883 KC1701077
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

http://www.dailynews.co.th/agriculture/181517

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม 2556 เวลา 00:00 น.

การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จำนวน 100 บ่อ ในเนื้อที่ 1 ไร่จะใช้เงินลงทุนประมาณ 27,000 บาท ในช่วงเริ่มแรก ประกอบด้วยวงบ่อซีเมนต์และฝารอง ค่ากิ่งพันธุ์มะนาว 1 และระบบน้ำ

ต้นมะนาวในวงบ่อเมื่อมีอายุต้นเพียง 8 เดือน จะสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้โดยใช้หลักการเดียวกับการปลูกลงดินคือคลุมพลาสติกให้กับต้นมะนาวในช่วงเดือนกันยายนและกระตุ้นการออกดอกในเดือนตุลาคม ซึ่งจะได้ผลผลิตมะนาวแก่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวราคาแพงที่สุด

การเตรียมพื้นที่ กำหนดระยะปลูกระหว่างต้น 1.20 เมตร ระยะระหว่างแถว 1.50 เมตร ปลูกแบบแถวคู่ เว้นเป็นทางเดิน 2 เมตร ปรับพื้นที่ให้เรียบ วางวงบ่อซีเมนต์เป็นเลขคู่เพื่อง่ายต่อการวางระบบน้ำและคำนวณแรงดันน้ำ แท็งก์น้ำ 2 ชุด ชุดแรกสูง ประมาณ 5 วงบ่อ มีความจุน้ำได้ 1,200 ลิตรแท็งก์นี้ผสมปุ๋ยน้ำชีวภาพแล้วเปิดน้ำดีเข้าไปผสมปล่อยไปให้ต้นมะนาวในวงบ่อได้โดยตรง แท็งก์อีกชุดสูงประมาณ 9 วงบ่อ จำนวน 2 แท็งก์ เก็บน้ำสะอาดและช่วยเพิ่มแรงดันน้ำ

ใช้วงบ่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร ฝาวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 90 เซนติเมตร กว้างกว่า 10 เซนติเมตร  ดินผสมที่จะใช้ควรเป็นวัสดุปลูกหลัก 3 ชนิด คือ หน้าดิน 3 ส่วน ขี้วัวเก่า 1 ส่วน และเปลือกถั่วเขียว 2 ส่วน ผสมคลุกเคล้ากัน เปลือกถั่วเขียวจะช่วยให้สภาพดินมีการระบายน้ำที่ดี ดินจำนวน 100 วงบ่อ ใช้หน้าดินประมาณ 1 คันรถสิบล้อ ปูพื้นด้วยหน้าดินเป็นขั้นแรก จากนั้นใส่ขี้วัวเก่าเป็นชั้นที่ 2 ตามด้วยเปลือกถั่วเขียวเป็นชั้นบนสุด ใช้เครื่องตีพรวนติดรถไถไถพรวน รดน้ำ 1 สัปดาห์วัสดุปลูกจะยุบตัวประมาณ 1 คืบ ขุดเปิดปากหลุมให้มีขนาดเท่ากับขนาดของถุงที่ใช้ชำปลูกต้นมะนาวให้พอดีกับระดับดินเดิม กลบดินแล้วใช้เท้าเหยียบรอบ ๆ ต้น เพื่อไม่ให้โยกคลอน ปักไม้เป็นหลักกันลมโยกและใช้ตอกมัดต้นมะนาวไว้กับหลัก ตอกจะผุเปื่อยหลังจากปลูกประมาณ 2 เดือน ซึ่งต้นมะนาวตั้งตัวได้แล้วในช่วงเริ่มแรกของการบังคับมะนาวฤดูแล้งจะทำให้ต้นมะนาวออกดอกเพียงรุ่นเดียวคือ ช่วงเดือนตุลาคม

และไปเก็บผลผลิตในช่วงเดือนเมษายนเท่านั้น ต้องคอยปลิดดอกมะนาวทิ้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเรื่อยมาจนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคม-กันยายน 3-4 ปีที่ผ่านมามะนาวจะเริ่มมีราคาดีตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยไปจนถึงเดือนเมษายน จึงปล่อยให้มะนาวให้ผลผลิต 2 รุ่น คือในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์รุ่นหนึ่ง โดยบังคับให้ต้นออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และมีผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อีกรุ่นหนึ่งบังคับให้ออกดอกในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม เดือนพฤษภาคมราคามะนาวจะถูกลง ช่วงนี้ทำการตัดแต่งกิ่งมะนาวและปลิดผลมะนาวที่ติดอยู่บนต้นทิ้งให้หมด เพื่อให้มะนาวพักต้นรอการออกดอกตามที่ต้องการในรุ่นต่อไป ซึ่งจะจำหน่ายได้ราคาดีกว่า

ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มีแปลงสาธิตการปลูกมะนาวในวงบ่อเพื่อบังคับให้ออกผลนอกฤดูกาล ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาดินและพัฒนาพันธุ์ตลอดจนวิธีการในการเพาะปลูกจนสามารถขยายผลสู่การเพาะปลูกของราษฎรในพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปที่สนใจจะปลูกมะนาวในวงบ่อนอกฤดูกาลสามารถเข้าศึกษาชมงานเพื่อนำความรู้มาดำเนินการที่แปลงเพาะปลูกของตนเองได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

สำหรับศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์นั้นเกิดขึ้นเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรบริเวณอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ซึ่งประกอบอาชีพทำนาไม่ได้ผล และให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินงานในลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันมีหลายรายการที่ประสบผลสำเร็จจนสามารถขยายผลสู่ราษฎรในพื้นที่นำไปดำเนินการได้อย่างเป็นที่น่าพอใจยิ่ง.

http://www.dailynews.co.th/agriculture/175347

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 00:00 น.

จากการสำรวจในแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนัน เกาะไต้หวัน จะมีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้นและสม่ำเสมอ มีพันธุ์มะม่วงลูกผสมใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ให้ผลอ่อนมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ยังเป็นผลอ่อน ผู้เขียนได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมจากแปลงทดลองของศูนย์ฯ แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วง R2 E2 เวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงลูกผสมของไต้หวัน 2 สายพันธุ์เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต โดยทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ตั้งชื่อ มะม่วงลูกผสมว่า T1 และ T2 (T ย่อมาจาก Taiwan) ฤดูกาลที่ผ่านมามะม่วง T1 และ T2 ได้มี     การออกดอกและติดผล สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในระยะที่ผลมะม่วง T1 และ T2  มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่ม   เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเฉพาะผล T1 เมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นสีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วงทั้ง ผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5–2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน คาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต

ในแปลงปลูกชมพู่ของเกษตรกรไต้หวันรายหนึ่งมีการจัดการสวนที่ดีมาก หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าต้นชมพู่ของสวนแห่งนี้มีอายุต้นได้ 28 ปี เส้นผ่าศูนย์กลางของต้นเฉลี่ย 10-12 นิ้ว มีการควบคุมทรงพุ่มให้ความสูงของต้นเฉลี่ย 3-4 เมตรเท่านั้น ทางด้านสายพันธุ์ที่ปลูกเจ้าของสวนบอกว่านำพันธุ์มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้ระบุประเทศแต่คาดว่าน่าจะนำพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย เนื่องจากพันธุ์ชมพู่ที่ผลิตขายส่งในไต้หวันในปัจจุบันนี้จะมีขนาดผลใหญ่, ลักษณะผลเป็นทรงระฆังและผลมีสีชมพูอมแดง เท่าที่ได้ชิมนับได้ว่าอร่อยมาก

นอกจากพันธุ์ชมพู่ที่ได้กล่าวมาแล้ว ที่สวนชมพู่แห่งนี้ยังมีชมพู่อีกสายพันธุ์หนึ่งที่เจ้าของสวนอ้างว่าได้สายพันธุ์มาจากประเทศโปรตุเกส และเป็นพันธุ์ที่เจ้าของหวงมากและยังไม่มีผลผลิต เนื่องจากเป็นพันธุ์ชมพู่ที่มีลักษณะเด่นหลายประการ นอกจากผลจะมีขนาดใหญ่แล้ว ผลจะมีสีแดงสดคล้ายกับชมพู่ทับทิมจันท์ แตกต่างกับพันธุ์ทับทิมจันท์ตรงที่ทรงผลของชมพู่พันธุ์โปรตุเกส ลักษณะผลทรงระฆังและขนาดผลใหญ่มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 200 กรัมต่อผล รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย อร่อยมาก เจ้าของสวนจะเรียกชมพู่พันธุ์นี้ว่า “ชมพู่สตรอเบอรี่” แต่จะเปรียบเทียบกับบ้านเราคล้ายกับมีรสชาติของชมพู่มะเหมี่ยวปนเล็กน้อย เจ้าของสวนคาดว่าชมพู่พันธุ์โปรตุเกสนี้จะได้รับความสนใจในตลาดไต้หวันมากในอนาคต เนื่องจากเป็นชมพู่ที่มีเนื้อละเอียด เวลากัดจะไม่รู้สึกปวดฟัน ปัจจุบันได้มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์ชมพู่จากไต้หวันมาปลูกจนให้ผลผลิตแล้ว โดยเฉพาะชมพู่ยักษ์ไต้หวันที่มีลักษณะประจำพันธุ์ดังนี้ “ผลมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักผลประมาณ 200 กรัม หรือ 5 ผลต่อกิโลกรัม ผิวผลมีสีขาวอมชมพูหรือสีชมพูอมแดง ลักษณะของผลเป็นรูประฆังคว่ำใหญ่  มีความกว้างของผลเฉลี่ย 7 เซนติเมตรและความยาวของผลเฉลี่ย 9-10 เซนติเมตร เนื้อหนามากและเป็นชมพู่ไร้เมล็ด รสชาติหวานกรอบมีความหวานประมาณ  13-14 บริกซ์ ถ้าผลผลิตแก่และเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้งจะมีความหวานสูงกว่านี้ จัดเป็นชมพู่สายพันธุ์หนึ่งที่ออกดอกและติดผลดกมาก”

ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบรากที่ไม่แข็งแรงเพราะมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาว ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่ภาระเลี้ยงผลมาก ที่สำคัญในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ภาคการ เกษตรได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน เกษตรกรที่ปลูกมะนาวโดยใช้กิ่งตอนน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน พบว่าต้นมะนาวยืนต้นตายเกือบทั้งหมด ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกต้นมะนาวโดยใช้กิ่งเสียบยอด บนต้นตอส้มต่างประเทศรอดตายหลายรายเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรง
ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษซึ่งมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ออกดอก  และติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้

การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ เกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่ต้นมะนาวควรจะมีอายุยืนอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป  ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ เช่น ทรอยเยอร์, สวิงเกิล, โวลคา-เมอเรียน่า ฯลฯ เป็นต้นตอซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่าทนทานโรครากเน่าและโคนเน่าได้ดี เนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและมีรากแก้ว โดยเฉพาะต้นที่เสียบบนตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า เจริญเติบโตเร็วมาก

ต้นอินทผลัมเป็นไม้ผลเมืองร้อนแถบทะเลทราย ที่มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพจะต้องมีการดูแลรักษาต้นพันธุ์ที่ดีด้วย เช่น การให้น้ำจะต้องมีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและเพียงพอ ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยประสบความสำเร็จในการปลูกอินทผลัมชนิดกินผลสดและผลแห้ง คนที่จะปลูกอินทผลัมจะต้องมีความเข้าใจว่า ต้นอินทผลัมเป็นต้นไม้ที่มีดอกตัวเมียและตัวผู้แยกอยู่คนละต้น ในการปลูกเพื่อให้มีการติดผลที่ดีจะต้องปลูกทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียไว้ในสวนเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการผสมเกสร เมื่ออินทผลัมอายุยังน้อยการช่วยผสมเกสรเป็นเรื่องที่กระทำได้ง่าย แต่หากเมื่อต้นมีอายุมากขึ้น ความสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการตัดเก็บดอกตัวผู้จากต้นพ่อพันธุ์ และนำไปผสมกับดอกตัวเมียที่ต้นแม่ ซึ่งจั่นดอกอาจแตกและบานได้ไม่พร้อมกัน จึงขอแนะนำว่าผู้ปลูกควรจะมีจำนวนต้นตัวผู้และต้นตัวเมียที่สมดุลกัน เพื่อให้การผสมเกสรเป็นไปอย่างธรรมชาติและมั่นใจได้ว่าดอกตัวเมียจะได้รับการผสมอย่างทั่วถึง ให้ได้ผลผลิตที่ดกโดยประหยัดเวลา แรงงาน และงบประมาณในการช่วยผสมเกสรเนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2556 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ท่านมีความสุข ประสบแต่สิ่งที่ดีงามและมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

http://www.dailynews.co.th/agriculture/161451

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2555 เวลา 00:03 น.

มะนาวนับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างหนึ่งของไทย ในช่วงฤดูแล้งมีผลผลิตออกมาน้อยราคาจะปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาทต่อผล แต่เมื่อเข้าฤดูฝนราคามะนาวจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นปัญหาเรื่องโรคระบาดโดยเฉพาะโรคแคงเกอร์

เมื่อฝนตกชุกการระบาดของโรคจะรุนแรงขึ้น การรักษาโดยการพ่นยาสารเคมีเป็นได้ยาก เพราะฝนจะชะล้างออก ในขณะที่เกิดโรคก็จะหลุดร่วงถ้าเกิดที่กิ่งจะทำให้กิ่งแห้งตายและลุกลามไปที่ผลก็จะเกิดจุดแผลทำให้ขายไม่ได้ราคา

นายจำรัส คูหเจริญ สวนเกษตรธนบุรี ได้คิดปรับปรุงพัฒนาพันธุ์มะนาวที่มีความต้าน ทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมาใหม่ คือเป็นลูกผสมจำรัส 28 และจำรัส 29 เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรเพื่อสามารถลดต้นทุนการผลิต ประหยัดแรงงานที่จ้างมาป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช รวมทั้งลดปริมาณสารเคมี ซึ่งจะลดปัญหาเรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิต สินค้าก็จะปลอดภัยต่อผู้บริโภคมะนาวจำรัส 28 และจำรัส 29 ได้พัฒนามาจากมะนาวพันธุ์จำรัส 9 ซึ่งเป็นมะนาวลูกผสมระหว่างแป้นพวง (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวน้ำหอม (ด่านเกวียน) ซึ่งให้ลูกดก ผลโต น้ำมาก น้ำเนื้อกลิ่นเหมือนมะนาวแป้น เปลือกบาง น้ำหนักผล 70-100 กรัม การเจริญเติบโตของต้นดี ใบใหญ่และต้านทานโรคดีมาก

ต่อมาคุณจำรัสได้พัฒนาขึ้นมาอีก 2 พันธุ์คือ มะนาวจำรัส 28 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (พันธุ์แม่ ) และใช้มะนาวแป้นจริยาเบอร์ 1 มาผสม เมื่อเพาะเมล็ดจนเป็นต้นแล้ว ได้ออกดอกให้ผลเมื่อต้นยังเล็ก ผลโตมาก ทรงผลแบนแบบมะนาวแป้นทั่วไป น้ำเนื้อกลิ่นเหมือนมะนาวแป้นทุกอย่าง เปลือกบางน้ำมาก ผลที่เจริญเติบโตเพียง 2 เดือนก็มีน้ำมากแล้ว ออกดอกง่ายมาก ไม่ต้องบังคับก็ออกดอกได้ทั้งปี การเจริญเติบโตของต้นและการต้านทานโรคดีมาก

และมะนาวจำรัส 29 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (พันธุ์แม่) และใช้ส้มโชกุนเป็นพ่อ เมื่อได้เพาะเมล็ดขึ้นมาเป็นต้นแล้วจะออกดอกและให้ผลเมื่อต้นยังเล็ก ผลโตมาก ลักษณะผลแบนเหมือนมะนาวแป้นทั่วไป เปลือกบาง น้ำมาก ซึ่งมะนาวจำรัส 29 จะยาวกว่าพันธุ์จำรัส 28 ส่วนความดีของสองพันธุ์ใกล้เคียงกัน และทั้งคู่มีปริมาณของความเปรี้ยวมากกว่ามะนาวจำรัส 9

มะนาวพันธุ์จำรัส 28 และ 29 เหมาะที่จะปลูกในแปลงปลูกที่มีการระบาดรุนแรงของโรคแคงเกอร์ เกษตรกรที่ขาดความรู้ความชำนาญในการควบคุมโรคก็สามารถปลูกได้ และเหมาะสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดู เพื่อที่จะขายได้ราคาแพง

หากเกษตรกรท่านใดที่จะนำพันธุ์มะนาวจำรัส 28 และจำรัส 29 ไปปลูกสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สวนมะนาวธนบุรี นอกจากนั้นยังผลิตปุ๋ยที่ใช้กับพืชทุกชนิด เช่น ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชสวน พืชไร่ สามารถดูดซับเข้าทางใบและทางรากได้ดี เป็นการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตเห็นผลในเวลารวดเร็ว ราคาถูก โทรศัพท์ 08-1552-6700.

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/295081

2 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_295081

มะนาวแป้นดกพิเศษ

มะนาวชนิดนี้ มีข้อแตกต่างและข้อดีกว่ามะนาวแป้นสายพันธุ์ดั้งเดิมคือเวลาติดผลหลังปลูกจะติดผลเป็นพวงอย่างน้อย 2-3 ผล ต่อพวง และติดผลดกมากโดยธรรมชาติไม่ต้องบำรุงปุ๋ยมากนัก ที่สำคัญจะออกผลไม่ขาดต้นให้ผู้ปลูกเก็บรับประทานได้แบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี จึงทำให้ “มะนาวแป้นดกพิเศษ” กำลังเป็นที่นิยมของผู้ปลูกอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

มะนาวแป้นดกพิเศษ มีชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกับมะนาวทั่วไป คือ LIME, CITRUS AURANTIFOLIA (CHRISTM–PANZ) SWING อยู่ในวงศ์ RUTACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้พุ่มสูง 2 เมตร กิ่งอ่อนมีหนามใบเป็นใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลมโคนมน ใบค่อนข้างมีขนาดใหญ่กว่าใบของมะนาวทั่วไป เนื้อใบหนา มีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็ก ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆหรือเป็นช่อที่ซอกใบและปลายยอด กลีบดอกเป็นสีขาว เมื่อบานกลีบมักม้วนลง มีเกสรสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอกร่วงง่าย “ผล” กลมแป้นเล็กน้อย ขนาดผลใหญ่กว่าผลมะนาวแป้นสายพันธุ์ดั้งเดิมอย่างชัดเจน เปลือกผลบาง ผิวผลเรียบ สีเขียวเป็นมัน มีเมล็ดน้อย ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีข้อแตกต่างจากมะนาวแป้นพันธุ์ดั้งเดิมคือ จะติดผลเป็นพวง ติดผลดก และติดผลตลอดปีตามที่กล่าวข้างต้น ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง เสียบยอด และทาบกิ่ง

ปัจจุบัน “มะนาวแป้นดกพิเศษ” มีกิ่งตอนวางขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป ผู้ขายบอกว่า สามารถปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ ทำทางระบายน้ำก้นกระถางให้ดีแล้วนำไปตั้งในที่ที่มีแดดทั้งวัน รดน้ำวันละครั้ง จะมีผลดกเหมือนปลูกลงดินครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 2 ตุลาคม 2555, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/289074

7 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_289074

มะนาวผลรูปฟักทอง

ทีแรก ที่พบต้นวางขาย คิดว่าเป็นต้นส้มมือ เนื่องจากรูปทรงของผลจะมีร่องคล้ายร่องของผลส้มมือ แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆปรากฏว่ารูปทรงของผลกลมไม่ยาวคล้ายมือเหมือนผลส้มมือ ซึ่งผู้ขายไม่มีชื่อเขียนติดไว้ มีเพียงป้ายเขียนว่าห้ามจับเท่านั้น จึงสอบถามได้ความว่า ไม่ใช่ต้นส้มมือตามที่ผมเข้าใจ

ผู้ขายบอกว่า เป็นมะนาวชนิดหนึ่งนำเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์และจำชื่อเฉพาะภาษาอังกฤษไม่ได้ สามารถปลูกและติดผลดีในสภาพอากาศบ้านเรา จึงขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนนำต้นออกวางขายเป็นครั้งแรกที่เห็นนี่แหละ และรูปทรงของผลดูเหมือนผลฟักทอง จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวผลรูปฟักทอง” ดังกล่าว

ส่วนรสชาติ ผมไม่ได้ทดลอง เนื่องจากผู้ขายไม่มีผลผ่าให้ชิมและห้ามจับผลด้วย ทราบจากผู้ขายเพียงว่า เปลือกผลบางไม่หนาเหมือนเปลือกผลส้มมือ ภายในมีเมล็ดเหมือนกับมะนาวทั่วไปและมีน้ำ รสเปรี้ยวเช่นน้ำมะนาวทุกอย่าง

ลักษณะ ทางพฤกษศาสตร์ดูตามที่มองเห็นประกอบกับผู้ขายบอกพอสรุปได้ว่า “มะนาวผลรูปฟักทอง” เป็นไม้พุ่ม ต้นสูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบเป็นใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว ออกเรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบเกือบมน แต่ใบจะมีขนาดใหญ่กว่าใบมะนาวพันธุ์อื่น ดอก ผู้ขายบอกว่า เป็นสีขาว ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกลิ่นหอม “ผล” มีลักษณะแตกต่างจากผลมะนาวทั่วไปคือ กลมแป้นและมีขนาดใหญ่มาก เปลือกผลจะมีร่องแบ่งเป็นพูรอบผลดูคล้ายผลฟักทองตามภาพประกอบคอลัมน์ ภายในมีเมล็ด ติดผลตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และทาบกิ่ง

มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ๊ด–คุณขวัญ” ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 7 กันยายน 2555, 05:00 น.

มะนาวพันธุ์’แป้นวิเศษ’ผลโต-ลูกดก

มะนาวพันธุ์’แป้นวิเศษ’ผลโต-ลูกดก

ผลิตกิ่งมะนาวพันธุ์ ‘แป้นวิเศษ’ คุณสมบัติพิเศษ ‘ผลโต-ลูกดก’ : โดย … มนตรี ตรีชารี

          แม้ “ไพบูลย์ ทองกุลชร” เจ้าของสวนมะนาวไพบูลย์ ที่ อ.วิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง มีที่ดินเพียง 3 งาน ทั้งปลูกบ้านและทำกิน แต่เขาสามารถพลิกชีวิตจากการปลูกพืชผักสวนครัว มาปลูกมะหนาวพันธุ์ใหม่ “แป้นวิเศษ” ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ผลโตและดก ให้น้ำมากกว่าพันธุ์อื่น ทำให้มีรายได้จากการขายผลและผลิตกิ่งขาย มีรายได้ มีเงินเลี้ยงครอบได้อย่างไม่เดือดร้อน

ไพบูลย์ เล่าว่า ครอบครัวมีที่ทำกินเพียงเล็กน้อย พอชีวิตเริ่มสู่วัยแต่งงานจึงแยกครอบครัว โดยอาศัยพื้นที่ 3 งานที่หลังบ้าน แบ่งเป็นพื้นปลูกบ้านส่วนหนึ่ง ที่เหลือประมาณ 2 งานเศษๆ มาปลูกพืชผักสวนครัว ตามที่ครอบครัวเคยทำมาก่อนตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เน้นปลูกชะอม เป็นหลัก เก็บขายวันเว้นวัน ก็เลี้ยงครอบได้ แต่เงินไม่ค่อยเหลือ เพราะพอถึงฤดูฝนของทุกปีน้ำจะท่วมขัง ทำให้พืชผักที่ปลูกตายหมด ส่งผลให้ครอบครัวขาดรายได้ด้วย เพราะไม่มีผักและชะอมขาย ต้องเสียรายได้เป็นเดือน รอจนน้ำลดก็ต้องมารื้อสวนทำใหม่เป็นอย่างนี้ทุกปี ทำให้เขาคิดว่าคงไม่ไหวต้องหาอาชีพใหม่ที่ดีกว่า

“ผมสังเกตดูหน้าแล้ง ผลมะนาวราคาแพงมากถึงผลละ 6-8 บาท ลูกโตถึงลูกละ 10 บาท คิดว่าน่าจะปลูกมะนาวขาย เลยตัดสินใจซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร ที่กำลังนิยมปลูกเพราะลูกดกและทนต่อโรคแคงเกอร์ ซื้อมากิ่งละ 150 บาท เป็นกิ่งตัดจากต้น ยังไม่ได้ชำ แล้วมาชำเอง พอปลูกได้สัก 6-7 เดือนก็ติดผลลูกดกมากและผลโตขนาด 7-8 ผลต่อ 1 กก.ออกผลทั้งปี ตอนหน้าแล้งผมเก็บขาย 3 ผล 20 บาท มีเท่าไรขายได้หมด ชาวบ้านเห็นก็อยากได้พันธุ์บ้าง ผมจึงตอนกิ่งขายให้ จากนั้นมีการพูดกันต่อๆ ไปว่าผมมีพันธุ์มะนาวขาย ก็เลยกลายเป็นว่าคนมาขอซื้อกิ่งมะนาวมากขึ้น จึงหันมาผลิตกิ่งมะนาวขาย ปรากฏว่าผลิตไม่ทัน” ไพบูลย์ กล่าว

ภายในสวนของไพบูลย์ นอกจากจะมีมะนาวแป้นพิจิตรที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบันแล้ว เขายังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งที่กำลังมาแรง เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นโดยการผสมข้ามสายพันธุ์แป้นรำไพกับแป้นพิจิตร จึงตั้งชื่อว่า “แป้นวิเศษ” ที่ไพบูลย์ เห็นต้นกล้าที่มาจากผลร่วงใต้ต้น ก็เลยนำมาปลูก จนออกผลปรากฏว่ามีอยู่ต้นหนึ่งให้ผลดกมาก ผลโต ขนาดผลอายุ 2 เดือนก็มีน้ำมะนาวเต็ม พอผลโตเต็มที่ราว 4 เดือนให้น้ำเยอะมากกว่าพันธุ์อื่นๆ ที่สำคัญมีกลิ่นหอม ลูกค้าที่แม่ค้าในตลาดสด อ.วิเศษไชยชาญ ชอบมาก ทำให้ขายดี ยิ่งช่วงมะนาวขาดแคลน สามารถเก็บผลขายได้แต่อายุ 2 เดือนก็ขายได้แล้ว

“ผมดีใจมากครับที่เห็นลูกของมะนาวพันธุ์ใหม่แป้นวิเศษ พันธุ์นี้จะมีขั้วที่แข็งแรง ผลไม่ร่วงง่าย กลายเป็นมะนาวสายพันธุ์ดีที่ ได้มาแบบบังเอิญ ผมนำไปเทียบกับแป้นพิจิตรแล้วมีความแตกต่างกันในเรื่องออกผลดกกว่า โตกว่านิดหน่อย ลักษณะใบแตกต่างกันที่โคนใบจะเป็นรูปปลายหอก ส่วนลักษณะผลจะคล้ายแป้นรำไพ ผมลองตอนกิ่งมาลงปลูก เพียง 5-6 เดือนออกลูกดกมาก และให้ผลผลิตเร็ว พอมีคนรู้ว่าผมมีมะนาวสายพันธุ์ใหม่ลูกดก น้ำมาก เป็นที่ต้องการของตลาด คนมาเห็นต่างตะลึง ถึงกับมาขอจองกิ่งพันธุ์ตอนนี้กำลังเร่งตอนกิ่งแทบไม่ทันครับ” ไพบูลย์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

สำหรับวิธีการปลูกมะนาวของไพบูลย์นั้น เขาปลูกในบ่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ระยะห่างกันเพียง 2X2.5 เมตร มีทั้งหมด 60 บ่อ และอีกส่วนหนึ่งเขาปลูกลงดินแบบถี่อีก 40 ต้น รวมแล้วมี 100 ต้น มะนาว 1 ต้นจะให้ผลผลิตราว 200-300 ผล ขายในช่วงหน้าแล้งได้ราคาผลละ 5-7 บาท ทำให้มีรายได้ดีพอสมควร นอกจากนี้ยังมีรายได้จาการขายกิ่งเดือนละกว่า 1,000 กิ่ง ซึ่งปัจจุบันเขาเน้นในการผลิตกิ่งมากกว่าขายผลเนื่องมีรายเสม่ำเสมอนั่นเอง

          อย่างไรก็ก็ตาม ไพบูลย์ บอกว่า การปลูกมะนาวลงดินกับปลูกในวงบ่อซีเมนต์ พบว่าการปลูกในวงบ่อซีเมนต์ มีข้อดีคือเราสามารถจัดการดูแลได้ง่าย ใส่ปุ๋ย ให้น้ำง่าย ตอนกิ่งก็ง่าย ที่สำคัญแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ดีอีกด้วย สนใจกิ่งพันธุ์สอบถามได้ที่โทร.08-6765-6845

———-

(หมายเหตุ : ผลิตกิ่งมะนาวพันธุ์ ‘แป้นวิเศษ’ คุณสมบัติพิเศษ ‘ผลโต-ลูกดก’ : โดย … มนตรี ตรีชารี)

———-

http://www.dailynews.co.th/agriculture/120160

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายวโรชา จันทรโชติ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180/1 หมู่ 3 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นเกษตรกรที่ไฟแรง สู้ชีวิตคิดผสมมะนาวสายพันธุ์ใหม่ในบ่อซีเมนต์ “มะนาวแป้นวิเศษ” ที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี นำผลิตพันธุ์ใหม่จดลิขสิทธิ์ “แป้นวิเศษ”

นายวโรชา เล่าว่า ตนจับงานเกษตรมาค่อนชีวิต ตนมีที่ดินแค่นิดเดียว เพียง 3 งาน แบ่งปลูกบ้านไปส่วนหนึ่ง เหลือที่ว่างประมาณ 2 งานเศษ ๆ ตนเลยเอาไว้ทำกิน แต่ก่อนก็ปลูกผักสวนครัวบ้าง ชะอม เป็นหลัก เก็บขายวันเว้นวัน ก็ดูเหมือนจะพออยู่ได้ แต่พอถึงฤดูฝนของทุกปีน้ำก็จะท่วมขัง บางปีก็ท่วมสูง ท่วมผักตายหมด จนทำกินไม่ได้ ไม่มีผัก ไม่มีชะอม ก็ไม่มีรายได้ เสียเวลาอยู่หลายเดือน พอน้ำลดก็ต้องมารื้อสวนทำใหม่ เป็นอย่างนี้ทุกปี คิดว่า คงไม่ไหว เลยมองหาทางเลือกใหม่ ตอนแรกมองว่ามะนาวหน้าแล้งราคาแพงมาก น่าจะปลูกมะนาวขายลูก และช่วงนั้นคนกำลังนิยมมะนาวแป้นพิจิตร จึงร่วมกับน้องชาย คือนายไพบูลย์ ทองกุลชร ไปซื้อกิ่งตอนราคาแพงมาก กิ่งละ 150 บาท กิ่งตัดจากต้น ยังไม่ได้ชำ เมื่อนำมาลงปลูกได้ 6-7 เดือน ก็ติดลูก ลูกดกมาก ชาวบ้านเห็นก็อยากได้พันธุ์ จึงขอให้ตนตอนกิ่งให้ จากนั้นมีการพูดต่อ ๆ กันไปว่า ตนมีพันธุ์มะนาวขาย ทำให้มีคนมาขอซื้อกิ่งมะนาวมากขึ้น จนตอนกิ่งส่งให้ลูกค้าที่มาขอซื้อไม่ทัน โดยเฉพาะผลมะนาวปีนี้เก็บขายได้ราคาดีมาก เหตุที่ปลูกมะนาวแป้นพิจิตรที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน เพราะเป็นมะนาวที่มีความทนต่อโรคแคงเกอร์ ให้ผลผลิตที่ดก ผลใหญ่ ทดลองชั่งน้ำหนักดู 7-8 ผล ได้น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ให้น้ำเยอะ ออกผลทะวายตลอดปี
ต่อมาเป็นความบังเอิญอย่างยิ่งตนพบมะนาวสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นโดยการผสมข้ามพันธุ์ของสายพันธุ์แป้นรำไพกับแป้นพิจิตร ตนตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นวิเศษ” และกำลังจะจดสิทธิ โดยระหว่างที่ตนปลูกมะนาวแป้นพิจิตร ก็ยังปลูกมะนาวแป้นรำไพแซมอีกด้วย จู่ ๆ ตนเห็นต้นกล้ามะนาวที่เกิดจากเมล็ดของผลร่วงใต้ต้นมะนาวก็เลยนำมาเลี้ยง จนออกผล ปรากฏว่ามีอยู่ต้นหนึ่ง อายุเพียง 2 เดือน ก็ให้ผลดกมาก ผลโต มีน้ำมะนาวเต็มลูกเลย ยิ่งผลโตเต็มที่ อายุ 4 เดือน ให้น้ำเยอะกว่าพันธุ์อื่น ๆ อีก ที่สำคัญมีกลิ่นหอม จึงทำการตอนกิ่งและปลูกไว้จนออกผลเป็นจำนวนมากจึงออกขาย จนแม่ค้าที่ตลาดชอบมาก ขายดี ถ้าช่วงที่มะนาวขาดแคลนสามารถเก็บผลขายได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน และเลี้ยงให้ผลโตไปได้ถึง4 เดือน โดยพันธุ์นี้จะมีขั้วที่แข็งแรง ไม่ร่วงง่าย กลายเป็นมะนาวสายพันธุ์ดีที่ได้มาแบบบังเอิญ เมื่อนำไปเทียบกับมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตรแล้วมีความแตกต่างกันในเรื่องออกผล พันธุ์ใหม่นี้ให้ผลดีกว่า ผลมะนาวโตกว่านิดหน่อย ลักษณะใบแตกต่างกัน ที่โคนใบจะเป็นรูปปลายหอก ส่วนลักษณะผลจะคล้ายแป้นรำไพ ตนลองตอนกิ่งมาลงปลูก เพียง 5-6 เดือน ออกลูกเต็มต้น ให้ผลผลิตเร็ว ช่วงแรก คนมาดูต้นผลดกมาก ใครเห็นต้องตะลึง แต่คนที่มาซื้อมะนาวและขอซื้อกิ่งพันธุ์ ตั้งชื่อให้ว่า มะนาวแม่ลูกดก ตนเกรงว่าจะไปซ้ำกับชื่อของคนอื่น จึงปรึกษากับผู้ใหญ่ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ถึงชื่อพันธุ์ สรุปว่าควรใช้ชื่อว่า “แป้นวิเศษ” เพราะการตั้งชื่อควรมีเอกลักษณ์ประจำถิ่น ซึ่งจะใช้ชื่อนี้ในการค้าทั่วไป

นายวโรชา เล่าต่ออีกว่า  สำหรับการจัดการแปลงปลูกมะนาวมีความพิเศษกว่าสวนมะนาวทั่วไป ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ปลูกระยะห่างกันเพียง 2×2.5 เมตร มีประมาณ 60 บ่อ และปลูกลงดินแบบถี่กว่านี้อีกประมาณ 40 ต้น ขณะนี้มีมะนาวประมาณ 100 ต้น โดยทั่วไปคนปลูกมะนาวจะเน้นเก็บผลขาย แต่ตนปลูกเพื่อเอากิ่งเป็นส่วนใหญ่ การปลูกในวงบ่อซีเมนต์มีข้อดีคือ เราสามารถจัดการดูแลได้ง่าย ใส่ปุ๋ยให้น้ำก็ง่าย ที่สำคัญแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ด้วย ถ้าหน้าน้ำมา ก็อุดรูน้ำออก หรือไม่ถ้าน้ำท่วมมากจริง ๆ ก็ใช้ยางรถยนต์หนุนให้สูงตามน้ำได้อีก เป็นมะนาวคอนโดฯ ไปเลยการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ทำกิ่งตอนก็ทำได้ง่าย พื้นที่จำกัด ตัดแต่งกิ่งง่าย ให้ปุ๋ยให้ยาง่าย ตอน 1 กิ่ง แตกอีก 5-6 กิ่ง เราก็ตอนเพิ่มได้ ถ้าปลูกเก็บลูกขาย 1 ต้น ได้ประมาณ 200-300 ลูกต่อต้น บางช่วงขายลูกละ 5-7 บาท บางช่วงก็ถูก ลูกละไม่ถึงบาท รายได้ไม่แน่นอน แต่ตอนกิ่งพันธุ์ขาย ตอนกิ่งได้เดือนละกว่า 1,000 กิ่ง ใช้เวลาตอนกิ่งจริงเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมง ช่วงเช้าและช่วงเย็น มีรายได้มากกว่าเดือนละ 1 แสนบาท ตอนนี้มีกิ่งพันธุ์มะนาว ทั้ง 2 สายพันธุ์ ทั้งแป้นพิจิตร และพันธุ์ใหม่แป้นวิเศษ ในส่วนการบำรุงรักษาต้นมะนาวให้สมบูรณ์ตลอดเวลา สวนมะนาวที่มีประมาณ 100 ต้น จะเน้นตอนกิ่งพันธุ์เป็นหลัก เพื่อให้ได้กิ่งพันธุ์ที่ดี สวยงาม จึงต้องเอาใจใส่ดูแลให้มากขึ้น โดยใส่ปุ๋ยทุกสัปดาห์ ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ ให้ทีละน้อย แต่บ่อยครั้งจะได้ผลดี รดน้ำทุก 3 วัน ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงอาทิตย์ละครั้ง ส่วนวัสดุปลูกจะใช้ปุ๋ยคอก ถ้าได้ปุ๋ยมูลนกกระทายิ่งดี ผสมใบก้ามปู ถ้าไม่มีใบก้ามปู ใช้ใบไม้ใบหญ้าทั่วไปก็ได้ คลุกเคล้ากับแกลบเผาหรือแกลบดิบก็ได้ อัตราส่วนไม่แน่นอน ตามวัสดุที่หาได้ แต่จะแนะนำอย่างง่ายคือ วัสดุทุกอย่าง อย่างละเท่า ๆ กันก็ได้ ข้อสำคัญของการปลูกมะนาว ไม่ว่าจะเอาลูกหรือเอากิ่งตอน ก็ต้องบำรุงรักษาเขาให้ดี ให้ปุ๋ย ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญน้ำห้ามขาด ถ้าเป็นมะนาวเน้นเก็บผล ถ้าขาดน้ำจบเลย ได้ผลไม่เต็มที่ตอนนี้ตนตอนกิ่งขายไม่ทันมีคนสั่งมะนาวพันธุ์แป้นวิเศษจนตอนไม่ทัน เพราะมะนาวแป้นวิเศษบางต้นออกผลมะนาวต้นหนึ่งเกือบ 500 ลูก แต่ละลูกน้ำมะนาวมากกว่าสายพันธุ์อื่น ขนาดผลมะนาวที่ยังอ่อนยังมีน้ำมะนาวมากกว่ามะนาวสายพันธุ์อื่นมาก นี่คือคุณสมบัติพิเศษของมะนาวสายพันธุ์ใหม่พันธุ์นี้

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/265500

4 มิถุนายน 2555, 05:01 น.

Pic_265500

จู่ๆเกิดพูดเสียงแหบแบบไม่รู้ตัว เกิดจากหลายสาเหตุ บางคนเป็นบ่อยจนเคยชินและหายได้เอง แต่เมื่อเป็นแล้วจะรู้สึกอึดอัดหรือรำคาญตัวเอง ในทางสมุนไพรมีวิธีช่วยแบบง่ายๆ คือ เตรียม “มะนาว” ไว้ 3 ผล “น้ำตาลทรายแดง” หรือ “โอวทึ้ง” 3 ช้อนโต๊ะ

จากนั้น เอา “น้ำตาลทรายแดง” ชงกับน้ำร้อนปริมาณครึ่งลิตร คนจนน้ำตาลละลายดีแล้วจึงบีบเอาน้ำ “มะนาว” ลงไปคนให้เข้ากันแล้วใช้จิบเรื่อยๆ จนหมดภายในครึ่งวัน อาการที่เป็นจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้ในที่สุด สามารถทำจิบได้อีกเมื่อมีอาการเสียงแหบ

มะนาว หรือ CITRUS AURANTIFOLLIA SWING อยู่ในวงศ์ RUTACEAE น้ำ “มะนาว” ขับเสมหะ แก้ไอ แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน มีวิตามินซี ราก เป็นยาถอนพิษโดยฝนกับเหล้าขาว 40 ดีกรี ทาฝีแก้ปวดฝี ราก รสปร่า กินกระทุ่งพิษ ถอนพิษสำแดง แก้สติหลงลืม

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” สีสี่ทั้งเล่ม เพิ่มจำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนง-ลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม.10901 ระบุที่ส่งกลับให้ชัดเจนหนังสือถึงมือไม่ช้า หรือสอบถามผลิต-ภัณฑ์สมุนไพร ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, ครีมทูอินวัน สำหรับคนเป็นสิวฝ้าน้อยและใบหน้าหมองคล้ำ, เซรั่ม สกัดจากธัญพืช บำรุงผิวหน้า, โทนเนอร์เช็ดหน้า ช่วยให้ใบหน้าสะอาดก่อนแต่งหน้า, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบา-หวาน บำรุงไตบำรุงกำลัง, ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่าช่วยให้รักแร้หายคล้ำ, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือด เลี้ยงสมองหัวใจ ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือดลดไตรกลีเซอไรด์ โทร. 0–2275–2692 ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 4 มิถุนายน 2555, 05:01 น.

http://www.naewna.com/local/7409

วันอังคาร ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ช่วงนี้มะนาวยังมีราคาแพง ทำให้ร้านอาหารหลายร้านลดต้นทุนการผลิตด้วยการหันมาใช้น้ำมะนาวเทียม ซึ่งเป็นวัตถุแต่งกลิ่นรสที่ผลิตขึ้นเพื่อทดแทนน้ำมะนาว โดยอาจมีการใช้กรดซิตริก แทนการใช้น้ำมะนาวบางส่วนหรือทั้งหมด

ทั้งนี้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 223) พ.ศ.2544 ระบุว่า น้ำมะนาวเทียมจัดเป็นวัตถุกันเสียแต่งกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งต้องแสดงฉลากมีข้อความเป็นภาษาไทยที่ระบุชื่ออาหาร และข้อความว่า วัตถุแต่งกลิ่นรสเลียนธรรมชาติ เลขสารบบอาหาร วัตถุประสงค์หรือประโยชน์ในการใช้ วิธีใช้ ปริมาณสุทธิ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ ชนิดและปริมาณของสีที่ผสม (ถ้ามี) คำแนะนำในการเก็บรักษา เดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุ

จากการรวบรวมข้อมูลผลการวิเคราะห์ทางเคมีของตัวอย่างน้ำมะนาวเทียม 30 ตัวอย่าง แบ่งเป็นตัวอย่างที่ได้จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 23 ตัวอย่าง รับจากผู้ผลิต 3 ตัวอย่าง เก็บจากตลาด 4 ตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์วัตถุกันเสีย สีสังเคราะห์ และปริมาณกรดซิตริก มีผลการตรวจวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ดังนี้

พบวัตถุกันเสีย คือ กรดเบนโซอิก 9 ตัวอย่าง ในปริมาณตั้งแต่น้อยกว่า 20-370 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พบสีสังเคราะห์เพื่อให้มีสีเหลือง เช่น ตาร์ตราซีน 25 ตัวอย่าง ในปริมาณ 1.3-5.8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และมีการเติมสีสังเคราะห์อื่น เช่น เอโซรูบีน ซันเซต เยลโลว์ เอฟซีเอฟ และปองโซ 4 อาร์ ในปริมาณ 0.1-0.6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พบปริมาณกรดซิตริก 3.3-10.8 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร

ทั้งนี้ปริมาณวัตถุเจือปนอาหารที่พบ ไม่เกินกำหนดตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 (พ.ศ.2547) ของอาหารทั่วไป คือ วัตถุกันเสียกรมเบนโซอิก ใช้ได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สีตาร์ตราซีน ใช้ได้ไม่เกิน 70 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

นายเพทย์สุรวิทย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือผู้บริโภค ควรเลือกใช้น้ำมะนาวเทียมที่ข้างขวดมีเครื่องหมาย อย. เท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำมะนาวเทียมที่แบ่งขายใส่ถุง เพราะกระบวนการผลิตอาจไม่ได้มาตรฐาน ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ และอาจมีปริมาณกรดซิตริกสูงเกินมาตรฐาน ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุช่องปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก หรือ บริเวณทวารหนักได้ ดังนั้นคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือโรคกรดไหลย้อนควรระมัดระวัง

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001845&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรพงษ์ โกสิยะจินดา; สุธี ชูจันทร์
ชื่อเรื่อง: การทำให้ดอกและผลมะนาว (Citrus aurantifolia, Swingle) อ่อนร่วงด้วย NAA และ SNA
Article title: Effects of NAA and SNA on flower and fruit thinning of lime, Citrus aurantifolia, Swingle
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 39
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: F01-Crop husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CITRUS AURANTIFOLIA, DEBLOSSOMING, DEFRUITING, NAA
ดรรชนี-ไทย: มะนาว, ดอก, ผล, NAA, SNA, การร่วงของดอก, การร่วงของผล, การปลิดดอก, การปลิดผล
หมายเลข: 001845 KC1701039
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน


  • Arlene: I was thinking about if you have a linkedin page. Cheers for the astonishing blog post.
  • Lou: Heya, this really is such an incredible topic to learn about.
  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!

หมวดหมู่