ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 23 เมษายน 2556

ศุภชัยแสงดีกับต้นมะนาวที่เสียบกิ่งบนตอมะขวิด

ลักษณะการของลำต้นที่เสียบบนตอมะขวิด

//

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด

เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด ให้ผลผลิตดก-ทนแล้ง-น้ำท่วม : โดย…ดลมนัส กาเจ

                         หลังจากที่เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำให้วงการเกษตรมีการตื่นตัว เพื่อรองรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่นเดียวกับเกษตรกรหัวหน้าอย่าง “ศุภชัย แสงดี” เจ้าของสวน “เพชรเกษตร” ย่านคลองสิบสอง ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่หันมาเอาดีด้านขยายพันธุ์มะนาวทนน้ำท่วม และทนแล้งด้วยการเสียบกิ่งมะนาวพันธุ์ดีบนตอมะขวิด ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ศุภชัย บอกว่า ช่วงเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำสวนมะนาวเสียหายเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผลมะนาวราคาสูงมาตลอด จึงคิดว่าน่าจะผลิตต้นกล้ามะนาวพันธุ์ดีเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกร เพราะมีความรู้ด้านการขยายและเพาะพันธุ์พืชตามที่เรียนมาอยู่แล้ว โดยเน้นให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ควรหากรรมวิธีผลิตมะนาวที่ทนต่อน้ำท่วม และสภาพแล้ง

จากการศึกาาพบว่า มะขวิดกับมะนาวเป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่มะขวิดเป็นพืชที่ทนต่อท่วมและแล้ง สามารถขึ้นได้ตามชายน้ำและบนภูเขา เนื่องจากระบบรากแก้วที่แข็งแรงเจาะสามารถดูดอาหารได้ดี จากนั้นรวบรวมมะนาวพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยมารวมไว้ที่สวนเพชรเกษตร เพื่อดูคุณสมบัติที่ในหลายๆ ด้าน แล้วไปหาซื้อต้นกล้ามะขวิดที่อายุประมาณ 1 ปี ตามร้านเพาะขยายพันธุ์ต้นไม้ที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาเสียบบนตอมะมะขวิด โดยใช้ตามหลักวิชาการเพาะขยายพันธุ์พืชจากที่เรียนเกษตรมา

สำหรับการเสียบกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมีทั้งพันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์แป้นดกพิเศษ และแป้นต่างๆ มาเสียบบนตอมะขวิดมี 3 วิธีด้วยกันคือวิธีเสียบลิ่ม ใช้ต้นมะขวิดที่เพาะเมล็ดมีอายุประมาณ 1 ปีมีความสูงราว 30-50 ซม. มาตัดให้ขาด สูงจากโคน 20 ซม. มาผ่าผ่าตรงกลางลึกราว 1 นิ้ว ใช้กิ่งพันธุ์กิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาปาดเป็นฉลามมาเสียบลงในตอมามะขวิดที่ผ่าแล้วใช้สก๊อตเทปพันให้แน่นนำไปอบในถุงพลาสติกอีก ราว 20-30 วัน จึงนำมาเพาะชำในถุงดำก่อนนำไปปลุกต่อไป

วิธีที่สองใช้ปาดประกบคือต้นมะขวิดที่ขนาดเดียวกันกับวิธีแรก ใช้มีดที่คมและบางมาปาดเฉียงเป็นปากฉลามยาว 1 นิ้ว นำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีมาปาดในลักษณะเดียว แล้วมาประกบใช้สก๊อตเทปพัน ก่อนนำไปอบเหมือนวิธีแรก ส่วนวิธีสุดท้ายเป็นการเสริมรากคือนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดีที่มาจากการตอนกิ่งมาปาดเฉือนครึ่งต้นให้เป็นโล่ แล้วนำต้นมะขวิดมาปาดขาดเป็นท่อนไปประกบที่กิ่งพันธุ์มะนาวใช้สก๊อตเทปจากนั้นนำไปอบใช้รูปแบบเดียวกัน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป้นอย่างมาก บางครั้งมียอดสั่งครั้งละ 500-1,000 กิ่ง ทำให้ศุภชัยยอมรับผลิตไม่ค่อยทัน ส่วนราคานั้นตั้งแต่กิ่งละ 100-300  บาท สนใจวิธีขยายพันธุ์มะนาวสอบถามได้ที่โทร.08-1449-4681

ด้าน ดร.วสรรญ ผ่องสมบูรณ์ นักวิชาการเกเษตรชำนาญการพิเศษ  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร บอกว่า การเสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิดสามารถทำได้เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์รูตาเซีย (RUTACEAE)เหมือนกัน แต่ต่างสายพันธุ์หรือต่างจีนัส (genus) กัน ทำให้มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน คือข้อดีในระยาวยาว เกษตรกรที่ปลูกจะได้ประหยัดค่าดูแลโดยเฉพาะในเรื่องค่าดูแล เพราะมะนาวที่เสียบบนต่อมะขวิดทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีทั้งที่แล้ง หรือน้ำท่วม เพราะรากของมะขวิดเป็นรากที่ลึก สามารถหาอาหารได้เก่งจะให้ผลผลิตดก ระยะเก็บเกี่ยวยาวกว่า แต่เหมาะที่จะปลูกลงดินเท่านั้น นอกจากนี้สามารถปลูกถี่ได้ ประหยัดเนื้อที่ และผลผลิตมะนาวไม่มีการกลายพันธุ์แต่อย่างใด แต่ข้อเสียคือออกผลช้ากว่าการตอนกิ่งทั่วไป

การเสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรที่จะทำสวนมะนาวแบบลงดิน หากสนใจการปลูกมะนาวครบวงจร ทางสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “ปลูกมะนาว…บังคับออกนอกฤดูรวยแน่?” ที่อาคารสารนิเนศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขต ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 สอบถามที่โทร.0-2940-5425-6

———————

(เสียบกิ่งมะนาวบนตอมะขวิด ให้ผลผลิตดก-ทนแล้ง-น้ำท่วม : โดย…ดลมนัส  กาเจ)

กรกฎาคม 17, 2013 Posted by | คมชัดลึก, คำแนะนำด้านพืช, เกษตร_ | , , , , , | ใส่ความเห็น

มะนาวพันธุ์ใหม่ ‘พิจิตร 1’ ลูกดก ต้านทานโรคแคงเคอร์ – ดินดีสม เป็นนาสวน

http://www.dailynews.co.th/agriculture/216150

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์มะนาวพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 1 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์พิจิตร 1 ซึ่งเป็นทางเลือกที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคแคงเคอร์ให้เกษตรกรได้ ที่สำคัญยังเหมาะสมต่อการปลูกเป็นการค้า และเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน โดยปลูกได้ทั้งในแปลงและวงท่อซีเมนต์ คาดว่า มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะเป็นพันธุ์ใหม่ที่ตลาดมีความต้องการสูงและมีแนวโน้มสดใสทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ

นายณรงค์ แดงเปี่ยม นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร หนึ่งในทีมนักวิจัยและปรับปรุงพันธุ์มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 กล่าวว่า   มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 มีลักษณะเด่น คือ มีความต้านทานต่อโรคแคงเคอร์สูง โดยพบอาการของโรคที่ใบ ประมาณ 17.15 %  ขณะที่มะนาวพันธุ์แป้นรำไพพบอาการของโรคแคงเคอร์ถึง 78.3 % นอกจากนี้ มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ยังเจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็วและให้ผลผลิตสูง เฉลี่ย 3 ปี 794 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าพันธุ์แป้นรำไพที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 104 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งยังให้ผลขนาดใหญ่ น้ำหนักผล 67.2 กรัม ทรงผลแป้นตรงตามความต้องการของตลาด มีปริมาณน้ำคั้นเฉลี่ย 20.5 มิลลิลิตร/ผล สูงกว่าพันธุ์แป้นรำไพ  17.5 %  และมีกลิ่นหอมด้วย

หากปลูกในวงท่อซีเมนต์ หลังปลูกประมาณ 8 เดือน มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะเริ่มให้ผลผลิต กรณีปลูกลงแปลงควรให้ต้นมะนาวเจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ก่อน ถ้ามะนาวออกดอกและติดผลเร็วให้เด็ดผลทิ้ง จนกระทั่งต้นมะนาวอายุได้ 1 ปี ค่อยปล่อยให้ติดผลและเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งตลาดได้ ในช่วงฤดูแล้งมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะให้ผลผลิตสูงมาก ต้นอายุ 4 ปีในแปลงจะให้ผลผลิตถึง 1,000 ผล/ต้น ถ้าปลูกในวงท่อซีเมนต์จะให้ผลผลิตประมาณ 400 ผล/ต้น ช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อมะนาวราคาถูกลงในช่วงหน้าแล้ง

เกษตรกรสามารถใช้มะนาวพันธุ์นี้ ปลูกทดแทนมะนาวพันธุ์เดิมที่อ่อนแอต่อโรคแคงเคอร์ได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแคงเคอร์ได้ถึง 70-80% และได้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน จากการแนะนำพันธุ์และเผยแพร่พันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ไปสู่เกษตรกร พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในศักยภาพของพันธุ์และมีการนำพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ แล้วกว่า 450,000 ต้นทั่วประเทศ ขณะเดียวกันพ่อค้าและแม่ค้าก็ชอบในคุณภาพของมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ด้วย เพราะสามารถวางจำหน่ายได้นานและไม่ช้ำง่าย อนาคตคาดว่า พื้นที่ปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นและมีศักยภาพทางการตลาดสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

หากสนใจเกี่ยวกับ “มะนาวพันธุ์พิจิตร 1” สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร จังหวัดพิจิตร โทร.0-5699-0035, 0-5699-0040 ในวันและเวลาราชการ.

กรกฎาคม 16, 2013 Posted by | เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

แป้นวโรชา..มะนาวพันธุ์ใหม่ น้ำเยอะเปลือกบางลูกดกทั้งปี

http://www.thairath.co.th/content/edu/337787

  • 10 เมษายน 2556, 05:00 น.

Pic_337787

หน้าแล้งปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผลผลิต แต่มะนาวปลูกใกล้บ้านทำเงินให้เกษตรกรได้ไม่น้อย ช่วงนี้ราคาลูกละ 10 บาท…จึงมีการบังคับให้มะนาวออกผลนอกฤดู และคิดหาพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ลูกได้ตลอดทั้งปี

ล่าสุด วโรชา จันทโชติ เกษตรกร ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้พบมะนาวพันธุ์ใหม่ เลยใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อมะนาวพันธุ์ใหม่ซะเลย

“ทำเกษตรมาค่อนชีวิต แต่ก่อนปลูกผักสวนครัว มะละกอ มะเขือ พริก โหระพา ชะอม เก็บขายวันเว้นวัน เหมือนจะพออยู่ได้ แต่พอถึงหน้าฝนน้ำท่วมทุกปี ทำกินไม่ได้ พอน้ำลดก็ต้องมารื้อสวนทำใหม่ทุกปี จึงหันไปปลูกมะนาว บังเอิญเอามะนาวพันธุ์แป้นพิจิตรกับพันธุ์แป้นรำไพมาปลูกใกล้กัน ทำไปทำมาเกิดการผสมข้ามพันธุ์ได้พันธุ์ใหม่ เรียกว่า พันธุ์แป้นวิเศษ มีจุดเด่นปลูกแค่ 2 เดือนก็เริ่มให้ผล มีน้ำเยอะกลิ่นหอมกว่าพันธุ์อื่น”

แต่ด้วยความเป็นเกษตรกรที่ไม่หยุดนิ่งและไม่ชอบแห่ตามใคร เขาจึงคิดหาวิธีพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาจนพบว่าถ้านำมะนาวพันธุ์แป้นวิเศษมาเป็นต้นตอ แล้วนำกิ่งมะนาวพันธุ์ดี ลูกดกให้ผลเป็นช่อพวงเป็นทะวายมาเสียบยอดติดตาแล้วจะได้พันธุ์ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม ได้ผลขนาดใหญ่ ให้ลูกทั้งปี เนื้อแน่นน้ำเยอะ เปลือกบาง ที่สำคัญทนโรคแคงเกอร์…นี่แหละที่มาของมะนาวพันธุ์ใหม่ “แป้นวโรชา”

ส่วนวิธีปลูกมะนาวที่ดีที่สุด ควรปลูกในบ่อซีเมนต์ขนาด 1 เมตร ระยะห่าง 2-2.5 ม. เพราะจะสามารถบริหารจัดการดูแลง่าย ทั้งในเรื่องใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ตอนกิ่ง บังคับให้ออกลูกนอกฤดู ที่สำคัญถึงฤดูฝนน้ำท่วม ก็ยังใช้ยางรถยนต์หนุนบ่อซีเมนต์ให้สูงหนีน้ำได้

ส่วนการบังคับให้ออกนอกฤดู ถ้าใช้วิธีฉีดปุ๋ยสิ่งสำคัญต้องดูขนาดทรงพุ่มก่อนว่าใหญ่แข็งแรงพอที่จะทำได้หรือไม่ ถ้าได้ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ประมาณ 1 ช้อนชา ฉีดพ่นทางใบ จากนั้นมะนาวจะแตกตาใหม่รอการติดผล

อีกวิธีงดให้น้ำ แต่ต้องวางแผนก่อน 6 เดือน อย่างจะบังคับให้มะนาวออกมาขายในเมษายน จะต้องลงมือตั้งแต่ตุลาคม ในช่วง 2 เดือนแรก (ต.ค.-พ.ย.) บำรุงใส่ปุ๋ยอย่างเต็มที่ จากนั้นงดให้น้ำ 8-10 วัน และเมื่อเห็นว่าใบและก้านเหี่ยวจนหลุดร่วงหมดต้น จึงเริ่มให้น้ำอีกครั้ง จากนั้นต้นมะนาวจะแตกตาใหม่และให้ลูกผลในอีก 3 เดือนต่อมา…สนใจอยากได้ทั้งมะนาวพันธุ์ใหม่ และเคล็ดวิชาบังคับมะนาวออกนอกฤดู ติดต่อสอบถามไปที่ 08-8118-8234.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 10 เมษายน 2556, 05:00 น.

กรกฎาคม 8, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2556

//

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ความสำเร็จผู้พัน ‘จรัญ หนูเนียม’ : โดย…สุพิชฌาย์ รัตนะ

                         อ. “ลานสกา” จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ซึ่งได้รับการขนามนามว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีเรื่องราวของอดีตผู้พันที่หันมาเอาดีด้านเกษตรจนได้ดิบได้ดีกับภารกิจ “ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์” ขึ้นแท่นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกษตรกรทั่วเมืองเดินทางมาศึกษาดูงาน และขอองค์ความรู้ไม่ขาดสาย

พ.ท.จรัญ หนูเนียม อดีตนายทหารกรมสรรพาวุธทหารบก สังกัดกองทัพบก เจ้าของ “สวนส้มผู้พัน” ที่เริ่มต้นลงทุนลงแรงปลูกผัก และพืชสวนนานาชนิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กระทั่งปลายปี 2549 ได้รับทราบข้อมูลการปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร1 ผ่านทางโทรทัศน์ระบุว่าเป็นพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรค ให้ผลดก ผลโต น้ำเยอะ และให้ผลผลิตเร็วประมาณ 1 ปี

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ “ผู้พันจรัญ” เกิดจุดประกายไอเดียการทำเกษตรอีกครั้ง โดยเดินหน้าศึกษาหาข้อมูลและเรียนรู้อย่างจริงจัง กระทั่งตัดสินใจปรับสภาพพื้นที่ 20 ไร่ ที่เคยเป็นสนามทดลองปลูกพืชนานาชนิดมาแล้ว เปลี่ยนสภาพเป็นสวนมะนาวพันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ทั้งหมดด้วยความหวังจะอยู่รอดบนเส้นทางสายเกษตรให้ได้

“ผมปรับพื้นที่เกือบ 20 ไร่จากนั้นทดลองปลูกมะนาวแบบ 2 ระบบ คือ ปลูกในแปลง 300 ต้น และปลูกในบ่อซีเมนต์ 200 ต้น กระทั่ง 1-2 ปีให้หลังจึงพบว่าการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์คือทางเลือกที่เหมาะสม”

ความสำเร็จจากการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์นั้นเป็นเพราะว่ามีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพให้ลูกดก ผลโต ที่สำคัญการกำหนดให้ออกผลผลิตนอกฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าแล้งถือเป็นช่วงเวลาทองในการจำหน่าย เพราะยิ่งแล้งมะนาวก็ยิ่งแพง

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ปัจจุบันที่บ้านเลขที่ 63/6 หมู่ 7 ต.ท่าดี อ.ลานสกา ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “สวนส้มผู้พัน” ที่มีดีมากกว่าแปลงมะนาวในท่อซีเมนต์ซึ่งผลิตมะนาวพันธุ์ดีออกสู่ตลาดแล้ว สถานที่นี้ยังเป็นแปลงเรียนรู้ทางการเกษตรของคนในชุมชนและเกษตรกรทั่วไป โดยมี “ผู้พันจรัญ” ทำหน้าที่เป็นปราชญ์ด้านมะนาว สร้างความกระจ่างชัดให้ผู้สนใจนำกิ่งพันธุ์มะนาวกลับไปปลูกที่บ้าน ส่วนใครสนใจก็ติดต่อไปที่โทร.08-1968-1438

——————–

(เกษตรกรคนเก่ง : ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ความสำเร็จผู้พัน ‘จรัญ หนูเนียม’ : โดย…สุพิชฌาย์ รัตนะ)

กรกฎาคม 5, 2013 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

มะนาวพืชสมุนไพรไทย – เรื่องน่ารู้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/213536

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

ข้อมูลทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยเอเซียอาคเนย์ได้ระบุถึงประโยชน์ของมะนาว ว่า มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมายหลายโรคด้วยกัน โดยเฉพาะประโยชน์ของมะนาวในแง่การนำมาใช้เป็นสมุนไพร มีมากมาย อาทิ แก้ไอออกเลือด ใช้โดยนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา มะนาว 4 ลูก เกลือ 1 ช้อน หรือประมาณ 3-4 เม็ด ผสมให้เข้ากันดี ให้มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ใช้จิบทุกครั้งที่ไอ แก้เสียงแหบแห้ง ด้วยการผ่ามะนาวครึ่งหนึ่ง จิ้มเกลือบีบน้ำลงคอกลืนกิน ทำทุกเช้าทุกวัน เสียงจะไม่แหบแห้ง หรือก้างปลาติดคอแก้โดยเอามะนาว 1 ลูกคั้น เอาแต่น้ำ เติมเกลือ น้ำตาลนิดหน่อยกรอกลงไปให้ตรงก้างที่ติดคอ อมไว้สักครู่ แล้วจึงค่อยกลืน ก้างจะอ่อนตัวหลุดลงไปในกระเพาะ หรือแก้ไข้ โดยนำใบมะนาวมาหั่นฝอย ๆ ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชาจะช่วยลดไข้และใช้อมกลั้วคอฆ่าเชื้อโรคเป็นต้น

และคนไทยในชนบทเมื่อครั้งอดีตจะใช้มะนาวบรรเทาพิษงูเมื่อถูกงูกัด โดยกินน้ำมะนาว ขนาดผลโตสัก 1 ผล ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำมะนาวจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับพิษงูที่แล่นเข้าสู่กระเพาะอาหาร สักครูก็จะอาเจียนออกมา มีเลือดปนเล็กน้อย ซึ่งเชื่อกันว่าพิษงูเริ่มหมดฤทธิ์ แต่ปัจจุบันวิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ เนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลมีความก้าวหน้าและสามารถเข้าถึงชุมชนได้ค่อนข้างกว้างขวางและรวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อครั้งอดีต ผู้ถูกงูกัดจึงถูกส่งถึงโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที.

มิถุนายน 26, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

มะนาวแก้พิษงู – เรื่องน่ารู้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/212469

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

คนไทยเมื่อก่อนหน้านี้จะใช้มะนาวช่วยแก้พิษงูเมื่อถูกงูพิษกัด โดยให้คนที่ถูกงูกัดนอนราบ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกายช้าลง และพิษงูจะได้แผ่ซ่านช้าลงด้วยถ้าถูกกัดที่แขนและขา ให้เอาเชือกรัดเหนือแผล กะให้รัดอยู่ในระหว่างแผลกับหัวใจของคนเจ็บ รัดพอให้เลือดตรงผิวหนังนั้นหยุด สังเกตดูเห็นน้ำเหลืองไหลซึมออกจากแผลอยู่เรื่อย ๆ ใช้ใบมีดโกนที่สะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว กรีดลงบนแผลเป็นรูปกากบาท ลึกสัก 1 ใน 8 นิ้ว ยาว สัก 1 ใน 4 นิ้ว ทั้ง 2 เขี้ยว ใช้ปากดูดพิษออกมาจากแผลที่กรีด พิษงูจะไม่เป็นอันตรายเมื่อเข้าไปอยู่ในปาก นอกจากจะมีแผลในปากหรือฟันผุ เมื่อดูดพิษออกมาให้รีบบ้วนทิ้ง แล้ววางน้ำแข็งที่แผลสลับกับการดูดให้แขนหรือขาที่ถูกงูกัดอยู่ต่ำ ๆ หากกังวลเรื่องปากก็ใช้ขวดอุ่นให้ร้อน เอาปากขวดทาบกับแผล เพื่อช่วยดูดเลือดออกจากแผลแทน

จากนั้นให้กินน้ำมะนาว ขนาดผลโต ๆ สัก 1 ผล น้ำมะนาวจะไปทำปฏิกิริยากับพิษงูที่แล่นเข้าสู่กระเพาะอาหาร สักครูก็จะอาเจียนออกมา มีเลือดปนเล็กน้อย ซึ่งแสดงว่าพิษงูได้หมดฤทธิ์แล้ว จากนั้นให้คนเจ็บดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มร้อน ๆ แต่ห้ามกินเหล้า จากนั้นรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อการรักษาอย่างมั่นใจ.

มิถุนายน 26, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

มะนาวจำรัส – เกษตรทั่วไทย

http://www.dailynews.co.th/agriculture/201317

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2556 เวลา 00:00 น.

นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างหนึ่งของไทย ในช่วงฤดูแล้งมีผลผลิตออกมาน้อย ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาทต่อผล แต่เมื่อเข้าฤดูฝนราคามะนาวจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นปัญหาเรื่องโรคระบาด โดยเฉพาะโรคแคงเกอร์  เมื่อฝนตกชุกการระบาดของโรคจะเกิดรุนแรง การรักษาโดยการพ่นยาสารเคมีเป็นไปได้ยาก เพราะฝนจะชะล้างออก ใบที่เกิดโรคก็จะหลุดร่วง ถ้าเกิดที่กิ่งจะทำให้กิ่งแห้งตาย และลุกลามไปที่ผลก็จะเกิดจุดแผลทำให้ขายไม่ได้ราคา

นายจำรัส คูหเจริญ เจ้าของสวนเกษตรธนบุรี ได้คิดปรับปรุงพัฒนาพันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมาใหม่ คือเป็นลูกผสม จำรัส  28 และ จำรัส  29 เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร เพื่อสามารถลดต้นทุนการผลิต ประหยัดแรงงานที่จ้างมาป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช รวมทั้งลดปริมาณสารเคมีซึ่งจะลดปัญหาเรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิต สินค้าก็จะปลอดภัยต่อผู้บริโภคมะนาวจำรัส 28 และ จำรัส 29 ได้พัฒนามาจากมะนาวพันธุ์ จำรัส 9 ซึ่งเป็นมะนาวลูกผสมระหว่างแป้นพวง (พันธุ์แม่) ผสมกับมะนาวน้ำหอม (ด่านเกวียน) ซึ่งให้ลูกดก ผลโต น้ำมาก น้ำเนื้อกลิ่นเหมือนมะนาวแป้น เปลือกบาง น้ำหนักผล 70-100 กรัม การเจริญเติบโตของต้นดี ใบใหญ่และต้านทานโรคดีมาก

ต่อมาคุณจำรัสได้พัฒนาขึ้นอีก 2 พันธุ์ คือ 1. มะนาวจำรัส 28 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (เป็นแม่) และใช้มะนาวแป้นจริยาเบอร์ 1 มาผสม เพื่อทำการเพาะเมล็ดจนเป็นต้นแล้ว ได้ออกดอกให้ผลเมื่อต้นยังเล็กอยู่ผลโตมาก ทรงผลแบนแบบมะนาวแป้นทั่วไป น้ำ, เนื้อ, กลิ่นเหมือนมะนาวแป้นทุกอย่าง เปลือกบางน้ำมาก ผลที่ออกระยะความเจริญเพียง 2 เดือนก็มีน้ำมากแล้ว ออกดอกง่ายมากไม่ต้องบังคับก็ออกดอกได้ทั้งปี การเจริญเติบโตของต้นและการต้านทานโรคดีมาก

2. มะนาวพันธุ์จำรัส 29 ซึ่งเป็นผลจากการผสมระหว่างมะนาวจำรัส 9 (เป็นแม่) และใช้ส้มโชกุนเป็นพ่อ เมื่อได้เพาะเมล็ดจนขึ้นมาเป็นต้นแล้ว จะให้ผลเมื่อต้นเล็กก็ออกดอกแล้ว ผลโตมาก ลักษณะผลแบนเหมือนมะนาวแป้นทั่วไป เปลือกบาง น้ำมากเหมือนมะนาวจำรัส 28 ผลที่ออก 2 เดือนก็มีน้ำมากแล้ว และผลโตมากไม่ต้องบังคับเช่นเดียวกับพันธุ์จำรัส 28 การเจริญเติบโตและการต้านทานโรคดีมาก

ความแตกต่างของมะนาวพันธุ์จำรัส 28 และ 29 คือ หนามของมะนาวจำรัส 29 จะยาวกว่าพันธุ์จำรัส 28 ส่วนความดีของสองพันธุ์ใกล้เคียงกัน และทั้งคู่มีปริมาณของความเปรี้ยวมากกว่ามะนาวจำรัส 9  มะนาวพันธุ์จำรัส 28, 29 เหมาะที่จะปลูกในแหล่งปลูกที่มีการระบาดรุนแรงของโรคแคงเกอร์ เกษตรกรที่ขาดความรู้ความชำนาญในการควบคุมโรคก็สามารถปลูกได้ และเหมาะสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดู เพื่อที่จะขายได้ราคา.

พฤษภาคม 16, 2013 Posted by | เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

คุณประโยชน์ของมะนาว – เรื่องน่ารู้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/200703

วันอังคารที่ 30 เมษายน 2556 เวลา 00:00 น.

มะนาวเป็นผลไม้พื้น ๆ ที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวัน มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมายในเอเชียมีไทย มาเลเซีย จีน และอินเดีย ใช้มะนาวในการรักษาโรค ยาวไกลไปถึง อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศแถบอเมริกาตะวันตกก็ใช้มะนาวรักษาอาการไอและโรคอื่น ๆ

คุณประโยชน์ของมะนาวมีมากมาย อาทิ แก้ไอออกเลือด (ไอมีเลือดปน) แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ซาง, ตุ่มในคอเด็ก, เสมหะ  แก้เสียงแหบแห้ง  ก้างติดคอ แก้ไข้ แก้ไข้ทับระดู แก้ปวด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้เหงือกบวม แก้ลิ้นเป็นฝ้า ขจัดคราบบุหรี่ เป็นน้ำยาบ้วนปาก แก้เป็นลมวิงเวียน อยากอาเจียน แก้วิงเวียนเมื่อคลอดบุตร แก้ลมเงียบ แก้ตาแดง บำรุงตา บำรุงผิว แก้ผิวแตกแก้สิวฝ้า ลบรอยแผลเป็น แก้ขาลาย แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ส้นเท้าแตก ดับกลิ่นเต่า แก้โรคผิวหนัง แก้กลาก เกลื้อน หิด แก้หูด แก้พุพอง แก้น้ำกัดเท้า แก้ปูนซีเมนต์กัด แก้คัน แก้หนอนคัน แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้สังคัง ใช้สระผม แก้คัน แก้หัวโน แก้ผิวหนังฟกช้ำ แก้หนามปัก แก้เล็บขบ แก้ปลาดุกแทง แก้งูกัด ป้องกันงู แก้แมงคาเรืองเข้าหู แก้ปวดฝี แก้ฝีมะตอย แก้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แก้บาดทะยัก แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องผูก แก้ท้องร่วง แก้อาหารเป็นพิษ แก้ผิดสำแลง แก้บิด ขับพยาธิไส้เดือน แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะกะปริดกะปรอย แก้ระดูขาว ฟอกโลหิต แก้โลหิตจาง แก้เหน็บชา แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย เป็นยาอายุวัฒนะ เป็นยาเจริญอาหาร แก้ความดัน แก้ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ (โรครูมาติซั่ม) ลดความอ้วน ใช้หุงข้าวให้ขาวและอร่อย บีบน้ำมะนาว 2-3 ช้อนในข้าว แล้วนำไปซาวข้าว เมื่อหุงเสร็จข้าวจะขาว สะอาด กินอร่อยไม่ออกรสมะนาว.

พฤษภาคม 16, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“มะนาวเพชรโพธิ์งาม” ดกทั้งปีทนโรคดีน้ำเยอะ

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/321979

24 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_321979

ปัจจุบัน เกษตรกรที่มีอาชีพขยายพันธุ์ไม้ผลชนิดต่างๆจำหน่าย มักมีไม้กลายพันธุ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างกว้างขวางและมากมาย ซึ่ง “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” เป็นอีกชนิดหนึ่งที่เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เปิดเผยว่า เป็นมะนาวกลายพันธุ์ที่เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวเกษตรไร้เมล็ด ไปเพาะจนแตกต้น นำไปปลูกเลี้ยงจนโตและติดผล ปรากฏว่าแต่ละต้นบางผลจะมีเมล็ดบ้างเพียง 1-2 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเมล็ด

ลำต้น เจริญเติบโตได้เร็ว ติดผลดกมากเป็นพวง รูปทรงของผลกลมสวย และ มีขนาดใหญ่ เปลือกบาง ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำมะนาวพันธุ์แป้นทั่วไป ที่สำคัญต้นและผลทนต่อโรค “แคงเกอร์” ได้ดีมาก เจ้าของผู้เพาะพันธุ์เชื่อว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์และเป็นพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอน จึงตอนกิ่งนำไปปลูกทดสอบสายพันธุ์เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ปรากฏว่า เมื่อต้นโตจนติดผลดกเหมือนเดิมทุกอย่างจนมั่นใจว่าเป็นพันธุ์ที่นิ่งแล้ว เลยตั้งชื่อว่า “มะนาวเพชรโพธิ์งาม” พร้อมทำการขยายพันธุ์ทำกิ่งด้วยวิธีทาบกิ่งกับตอส้มโอออกจำหน่ายได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูกติดต่อ “คุณวิวัฒน์ มาบุญ” ที่ 206 หมู่ 7 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.08–5974–2554 หรือไปซื้อที่ ตลาดนัดสนามหลวง 2 และที่ งานเกษตรแห่งชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.–9 ก.พ.56 บริเวณโซน H 115–116 ร้าน “วิวัฒน์พันธุ์ไม้” ราคาสอบถามกันเอง

มะนาวเพชรโพธิ์งาม ปลูกได้ในดินทั่วไป หลังปลูกจะให้ผลผลิตชุดแรกใน 1 ปี และจะติดผลดกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากกิ่งพันธุ์ที่วางขายจะมีรากแก้วดีแล้ว จึงเป็นมะนาวอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เหมาะจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนและปลูกเป็นเชิงพาณิชย์เก็บผลขายได้คุ้มค่า เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ติดผลดกทั้งปีนั่นเองครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 มกราคม 2556, 05:00 น.

กุมภาพันธ์ 14, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , , | 2 ความเห็น

ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม (Papilio demoleus L.) (Lepidoptera: Papilionidae) และศัตรูธรรมชาติในประเทศไทย

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001883&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: บรรพต ณ ป้อมเพชร; อัมพร พิพัฒนวัฒนากุล
ชื่อเรื่อง: ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม (Papilio demoleus L.) (Lepidoptera: Papilionidae) และศัตรูธรรมชาติในประเทศไทย
Article title: Lemon butterfly (Papilio demoleus L.) (Lepidoptera: Papilionidae) and its natural enemies in Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 77
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: H10-Pests of plants
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CITRUS RETICULATA, CITRUS LIMON, PAPILIO, NATURAL ENEMIES, LIFE CYCLE, PARASITES, BIOLOGICAL CONTROL, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ส้ม, มะนาว, ผีเสื้อหนอนแก้วส้ม, ศัตรูธรรมชาติ, วงจรชีวิต, แตนเบียนไข่, แมลงวันก้นขนตัวเบียน, การควบคุมโดยชีววิธี
หมายเลข: 001883 KC1701077
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

กุมภาพันธ์ 1, 2013 Posted by | ประชุมวิชาการ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาขาพืชและชีววิทยา | , , , , , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,170 other followers

%d bloggers like this: