มองมุมยุทธศาสตร์

All posts tagged มองมุมยุทธศาสตร์

ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1)

Published ตุลาคม 30, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151026/215783.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2558
ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1)

มองมุมยุทธศาสตร์ : ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1) : โดย…เรือรบ เมืองมั่น http://www.facebook.com/ruarob.muangman

                      ตุลาคมของทุกปีจะมีงานรำลึกเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ไทยยุคใหม่ที่เปลี่ยนโฉมประเทศไปตลอดกาลสองเหตุการณ์คือวันมหาวิปโยคปี 16 กับเหตุการณ์หมู่ที่ธรรมศาสตร์ปี 19 เหตุการณ์แรกนั้นไม่มีใครกล้าค้าน เพราะนาทีนี้ไม่มีใครกล้ายืนอยู่ฝั่งเดียวกับสามผู้เผด็จการแห่งยุคนั้นแล้ว แต่เหตุการณ์ที่สองที่มีผู้เกี่ยวข้องกันครึ่งประเทศ เพราะนำมาซึ่งสงครามคอมมิวนิสต์อยู่หลายปี ต่างฝ่ายต่างอุดมการณ์ต่างเผชิญกับเจ็บปวดจนบัดนี้ ที่นำมาเขียนถึงวันนี้ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่เป็นหน้าหนึ่งของตำราที่ผู้เกี่ยวข้องอายุไม่ 60 ก็ใกล้เคียง รอวันเป็นปุ๋ยแล้วกระแสก็เงียบ แต่พวกเขาส่งผ่านความคิดไปยังรุ่นสู่รุ่น หลายความคิดนั้นน่ายกย่อง แต่หลายความคิดน่าจะก่อให้เกิดความแตกร้าว
                      คนเดือนตุลาที่ผ่านเหตุการณ์นั้นด้วยประสบการณ์ตรง มีจิตวิญญาณเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของตนและสังคมที่พวกเขาคิดว่าถูกพรากไปด้วยน้ำมือของฝ่ายเผด็จการและฝ่ายขวา พวกเขาเรียกร้องความเท่าเทียมด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยของเขาในบางมุมซ้อนทับหรือเป็นเนื้อเดียวกันกับสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ ซึ่งก็อ้างว่านี่เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน การถูกปราบปรามทำให้พวกเขามีบาดแผลลึกซึ้งจงชังผู้ปราบปรามและพาลต่อต้านทุกอย่างที่ผู้ปราบปรามคิดและทำ เรียกว่าแทงฝั่งตรงข้ามสุดขั้ว เราจะเห็นนักประชาธิปไตยแบบมาร์กซ์นี้ไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต่อสู้กับทหารถึงเลือดถึงเหนือ ฝ่ายข้าราชการและชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อนจากการกระทำนี้ก็เกลียดชังฝ่ายซ้ายกลับ
                      เมื่อศึกสลายเพราะขาดการหนุนช่วยของหลายฝ่าย คนเดือนตุลากลับมาใช้ชีวิตปกติ บางคนเปลี่ยนสีไปเป็นฝ่ายรับใช้ทุนหรืออดีตฝ่ายตรงข้ามเพราะลิ้มรสสิ่งที่ไม่เคยได้แต่หอมหวานกว่าความเท่าเทียมเสียอีกนั่นคืออภิสิทธิ์ ขณะที่มีอีกมากไม่ได้ไปไหน พวกเขามิใช่น้อยที่มุ่งมั่นถ่ายทอดแนวคิดประชาธิปไตยเชิงเจ็บปวดในรั้วมหาวิทยาลัยบ้าง สื่อสิ่งพิมพ์บ้าง หรือในสภาบ้าง พวกเขาฉลาดและหลายคนได้รับการส่งเสริมโอกาสและการศึกษาจากชาติตะวันตกให้ยิ่งเก่งเข้าไปใหญ่ สิ่งที่พวกเขาป้อนแก่สังคมนั้นมีสิ่งดี ๆมากมาย เช่น การตีความประวัติศาสตร์เสียใหม่ให้รู้ว่าชนชั้นล่างก็สำคัญ การรณรงค์ความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม เปิดโปงเรื่องโกงละโมบของเหล่านายทุน-ขุนศึก-ศักดินา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องชอบธรรมและเป็นที่จับใจคนที่มีสมอง มีความคิดวิจารณญาณและเป็นเหตุเป็นผล
                      แต่บางเรื่องที่พวกเขาส่งต่อแนวคิดก็เป็นเรื่องกระเทือนใจฝ่ายอนุรักษนิยมเกินไปเหมือนกัน เช่นบางครั้งหมิ่นเหม่ต่อสิ่งที่คนส่วนใหญ่ของสังคมเคารพหรือปฏิบัติ เช่น เรื่องของศาสนา ความสัมพันธ์ผู้ใหญ่ผู้น้อย เพศสภาพในที่สาธารณะ เสรีภาพในการกระทำต่อร่างกายตนเอง และที่น่าเป็นห่วงคือส่งผ่านการเคียดแค้นต่อกลุ่มที่ที่พวกเขาเชื่อว่าสืบทอดแนวคิดเดียวกับพวกที่เคยทำร้ายเขาในอดีต และยิ่งสภาพสังคมที่แตกแยกอย่างเห็นได้ชัดในรอบ 10 ปีมานี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งต่อเชื่อมความคิดกันจนเป็นส่วนหนึ่งของความแตกร้าวในสังคม เราจะเยียวยาเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร ลองอ่านตอนหน้าครับ
——————-
(มองมุมยุทธศาสตร์ : ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1) : โดย…เรือรบ เมืองมั่น http://www.facebook.com/ruarob.muangman)
โฆษณา

ปัญหาความมั่นคงโลกกำลังก๊อบปี้ตนเอง

Published กรกฎาคม 24, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150720/210069.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2558
ปัญหาความมั่นคงโลกกำลังก๊อบปี้ตนเอง

ปัญหาความมั่นคงโลกกำลังก๊อบปี้ตนเอง : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

             คนบนโลกทุกวันนี้กำลังสงสัยปนหวาดกลัวว่า ขนาดโลกเราเดินมาถึงทุกวันนี้ ที่ทุกอย่างเจริญก้าวหน้าขึ้นทุกด้าน การแพทย์ การศึกษาและเทคโนโลยีสร้างความสุขความสบายความรวดเร็วความสะดวกมีมากกว่าสมัยก่อน ยิ่งความร่วมมือระหว่างประเทศก็กว้างขวางหลากกลไก แต่โลกยังมีเรื่องที่น่าจะควบคุมได้ แต่กลับควบคุมไม่ได้มากมาย และล้วนแต่ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงที่ทำไมต้องมีกองกำลังโหดอย่างไอเอส ทำไมจีนแรงขึ้นมาแล้วต้องขบกับสหรัฐ หรือทำไมรัสเซียต้องท้าทายตะวันออก แล้วเรื่องเหล่านี้จะกระทบกับเราไม่มากก็น้อยทั้งนั้น
             เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เป็นปรากฏการณ์อุบัติใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาอยู่แล้ว หรือเคยเกิดขึ้นมาแต่บางห้วงเวลาจมหายไปกับความใส่ใจ มาวันนี้เป็นตัวละครใหม่ แต่ลักษณะคงเดิม ไม่ต่างจากภาพยนตร์รีเมก ยกตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งจีนและสหรัฐ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดในศตวรรษนี้หลังจีนรวยแล้ว แต่ตั้งแต่จีนเริ่มรวยในทศวรรษ 1990 นักคิดสหรัฐอย่างเช่น โจเซฟ เนย์ ก็เสนอให้เตรียมความพร้อมในการทำศึกกับจีนเอาไว้แล้ว และทั้งสองฝ่ายก็เริ่มลากเส้นมาบรรจบเป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์มากขึ้นทุกที แต่มาเกิดเรื่อง 9/11 ที่พวกก่อการร้ายเคร่งศาสนาก่อเหตุกับอเมริกาซะก่อน ความสนใจของรัฐบาลวอชิงตันเลยมุ่งไปในทางทุ่มเทเข้ารบกับพวกหัวรุนแรงในฐานะศัตรูหมายเลขหนึ่งไปซะก่อน เปิดโอกาสให้จีนเติบโตต่อไป จนถึงวันนี้ที่ฝรั่งหลายคนวิตกภัยเหลืองยิ่งกว่าภัยแขก
             การก่อการร้ายก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ คนอาจตกอกตกใจว่า ทำไมกลุ่มไอเอสขยายตัวเยอะจัง ต่อยอดความสำเร็จของอัล-ไกดา ยิ่งเผยแพร่แนวคิดทางโซเชียลมีเดียได้ยิ่งไปกันใหญ่ ก่อเหตุร้ายได้ทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ในยุค 1970 โลกเราก็เจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว กลุ่มก่อการร้ายแบบคลั่งอุดมการณ์มาร์กซิสต์บ้าง แบ่งแยกดินแดนบ้าง ก่อเหตุหนักๆ อุกอาจมากมาย กราดยิงที่สาธารณะอย่างสนามบินที่โรม ฆ่าตัวประกันกลางโอลิมปิกที่มิวนิค หรือแม้แต่ระเบิดเครื่องบินเกาหลีทิ้งก็เคย ไม่น้อยหน้าวันนี้ แต่กาลเวลาผ่านไป กลุ่มเก่าสลายไป แต่คนที่รักความรุนแรงและบ้าคลั่งก็ยังมีอยู่มากมาย ในแอฟริกาที่กลุ่มก่อการร้ายเยอะมากรบกับรัฐบาลในหลายพื้นที่นั้นก็มิใช่เรื่องใหม่ ในยุค 1990 เกิดสงครามโลกของชาวแอฟริกาที่โลกภายนอกไม่สนใจ มีคนตายเป็นล้านๆ มาแล้วอันเนื่องมาจากพวกกบฏที่นี่รบกับรัฐบาลที่โน่น เพียงแต่ผู้ก่อความรุนแรงแบบนี้เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตัวละครไป
             ในยุคสงครามเย็นนั้น ชาติตะวันตกไม่รบกัน แต่สนับสนุนสงครามร้อนในโลกที่สามให้เกิดขึ้น ที่เราเรียกกันว่า สงครามตัวแทน ไทยเราก็รบกับคอมมิวนิสต์แทนอเมริกันในภูมิภาคนี้ มาวันนี้กลับมาอีกแล้ว สงครามในยูเครนเป็นตัวอย่าง ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่สหรัฐและญี่ปุ่นหนุนหลังฟิลิปปินส์กับเวียดนามก็เข้าข่าย
             จะเห็นได้ว่า วงล้อประวัติศาสตร์ด้านความมั่นคงมักหมุนกลับมาเสมอ กลุ้มใจหรือกังขาจึงไร้ประโยชน์ เพราะขณะที่เราพยายามแก้ไข เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน บริหารวิกฤติให้กระทบเราน้อยที่สุด ความเข้าใจ ความอดกลั้นและใจเย็น พร้อมร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ บนความหวังเชิงบวก ล้วนแต่ทำให้เราจะผ่านวิกฤติได้ครับ

เรือดำน้ำกับความจำเป็นทางยุทธศาสตร์

Published กรกฎาคม 24, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150713/209637.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2558
เรือดำน้ำกับความจำเป็นทางยุทธศาสตร์

เรือดำน้ำกับความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

               การมีเรือดำน้ำเป็นความฝันของกองทัพเรือไทยมานานแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเกียรติภูมิที่ต้องการมีเหมือนที่เคยมีถึง 4 ลำ ในอดีต แต่เพราะเห็นความจำเป็นในด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วย แน่นอนว่าเสียงสนับสนุนและคัดค้านนั้นดังกระหึ่มเหมือนทุกครั้งที่มีข่าวเรื่องนี้ เพราะใช้งบประมาณสูงคนจึงจับจ้องถึงความคุ้มค่า ความจำเป็นและอะไรอื่นอีกหลายอย่าง ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงการโปรการคอนเหล่านั้น แต่จะมองถึงสองประเด็นที่ทำให้การจัดหาเรือดำน้ำยังไงก็ต้องควรมี ไม่ว่าจะเป็นเรือดำน้ำจีนหรือของใคร

เรื่องแรกคือ เรื่องกำลังรบเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีความสำคัญตลอดกาล เนื่องจากการเมืองระหว่างประเทศนั้นเป็นอนาธิปไตย ไม่ใช่ว่าโลกนี้อยู่กันได้ด้วยกฎหมายระหว่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่ชาวโลกสวยคิด จริงครับที่ยุคนี้เราไม่มีศัตรูถึงขั้นใช้เรือดำน้ำหรอก และจากการประเมินยุทธศาสตร์ ในอีกสิบปียี่สิบปีหากมีการปะทะกันก็จะเป็นการปะทะในระดับต่ำไม่ต่างจากสมัยรบกับเขมรปี 52 เท่าไหร่หรอก แต่ที่เราจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ หรืออย่างน้อยถ้าไม่มีก็ควรจะมีอาวุธปราบ ด.ชั้นเยี่ยมเอาไว้ใช้บ้าง ก็เพราะเพื่อนบ้านเขามีและถ้าฉุกเฉินเขาอาจจะใช้กับเรา

เราไม่ได้เป็นศัตรูกับเวียดนามเหมือนในยุคสงครามอินโดจีนแล้วก็จริง แต่พัฒนาการด้านการจัดหายุทโธปกรณ์ของเวียดนามเราต้องใส่ใจ เพราะเวียดนามกำลังมีกรณีพิพาทกับจีนในทะเลจีนใต้ เขาจึงจัดหาอาวุธมากมายมาคานอำนาจจีน เรือดำน้ำ 6 ลำ จากรัสเซียก็กำลังทยอยมาถึงคัมรานห์แล้ว ลำที่ 4 ชื่อ ดานัง เพิ่งมาถึงวันก่อนนี้เอง ส่วนลำที่ 6 จะถึงปีหน้า มีอาวุธที่ทำงานแบบเอกเทศเช่นนี้ถึงจีนจะมีขีดความสามารถทางทหารสูงลิบ ก็ห่วงสงครามไร้สมมาตรเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เรือดำน้ำเวียดนามใช่ว่าจะล็อกเป้าไว้ให้เล่นงานแต่กับชาติใดชาติหนึ่งเฉพาะแล้ว เมื่อเจอชาติอื่นอาวุธเป็นง่อยยิงไม่ได้ซะเมื่อไหร่ วันดีคืนดีชาติไหนมีปัญหาทางทะเลกับเขาก็อาจมีเรื่องเช่นกัน เราไม่สามารถบังคับให้เขาเลิกซื้ออาวุธได้ ทางที่ทำได้คือต้องรักษาอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบเอาไว้ต่อรอง ผลกระทบจากทะเลจีนใต้นี่สำคัญมากนะครับ ชาติอื่นๆ เพิ่มประจำการยุทโธปกรณ์สมรรถนะสูงกันหมดเลย แม้แต่ชาติที่ไกลออกมาจากจุดร้อนแรงหน่อยอย่างมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย

อีกประเด็นที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงคือการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์แบบเมกะโปรเจกท์นั้น ไม่เพียงแต่ต้องการได้อาวุธมาใช้งาน แต่เป็นการเกาะเกี่ยวมิตรประเทศตั้งแต่ในขั้นตอนของการเริ่มกระบวนการจัดหา ถ้าดูแค่ตอนจบอาจจะคิดแค่ว่าสุดท้ายจีนเป็นผู้หยิบชิ้นปลามัน แต่การให้ความสำคัญกับชาติใหญ่อื่นๆ ตั้งแต่ต้นมาเสนอมาสู้ราคานั้นเป็นการเจรจาธุรกิจระหว่างประเทศแบบสร้างมิตร โปรเจกท์นี้ไม่ได้ ยังมีโปรเจกท์อื่นมาเสนอกันอีก ไม่จำกัดสเปกจนเกินไป ในยามที่ไทยกับชาติตะวันตกมีความไม่เข้าใจกันหลายเรื่อง ช่องทางการเจรจาเรื่องอาวุธเป็นอีกช่องทางที่สำคัญในการแตะมือกันไว้ ไม่ต่างจากที่ถึงอเมริกาจะลดระดับความสัมพันธ์กับเราอย่างไรก็จะต้องมีคอบร้าโกลด์ไว้ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ขาด ในภายภาคหน้าเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเราปกติแล้ว การสานต่อความสัมพันธ์จะกลับเข้าสู่ความราบรื่นโดยเร็ว

ไปเกาหลีใต้ท่ามกลางบรรยากาศโรคเมอร์ส

Published กรกฎาคม 22, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150622/208434.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2558
ไปเกาหลีใต้ท่ามกลางบรรยากาศโรคเมอร์ส

ไปเกาหลีใต้ท่ามกลางบรรยากาศโรคเมอร์ส : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

‘ไอเอส’จะไปได้ไกลขนาดไหน

Published กุมภาพันธ์ 9, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150126/200116.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2558
'ไอเอส'จะไปได้ไกลขนาดไหน

‘ไอเอส’จะไปได้ไกลขนาดไหน : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

               เห็นความโหดเหี้ยมของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้แล้วเพลีย และยิ่งเพลียมากขึ้นเมื่อรู้ว่าแนวคิดของพวกเขากระจายไปทั่ว เป็นไอดอลของกลุ่มก่อการร้ายอื่นหรือพวกที่มีปัญหากับสังคมโดยรวมให้ก่อเหตุอุกอาจบ้าคลั่งมากขึ้น จนคนปกติไม่ว่ามุมใดของโลกต้องคอยผวาไม่รู้ว่าจะแจ็กพอตโดนวางระเบิดหรือบุกสังหารหมู่เมื่อไร และยิ่งเพลียสุดๆ เมื่อรู้ว่ามีคนอีกเป็นจำนวนมากไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการกระทำของกลุ่มไอเอส ทั้งยังเห็นใจด้วยซ้ำว่าเพราะคิดว่าก็ตะวันตกเองนั่นแหละเลวกว่า สมควรตายแล้ว อคติที่มืดบอดในใจคนประเภทหลังนี้แหละหล่อเลี้ยงอุดมการณ์บ้าๆ ให้มีพลังมากกว่าพวกโรคจิตหรือนักรบติดอาวุธเสียด้วยซ้ำ
ในวันนี้หลายๆ ชาติก็ให้หวั่นใจกับความเย้ายวนใจของกลุ่มก่อการร้ายนี้ เราได้เห็นกันแล้วเมื่อปลายศตวรรษก่อนว่าสงครามในอัฟกานิสถานหล่อหลอมให้คนจากต่างถิ่นโพ้นทะเลที่เข้าไปร่วมรบกลายเป็นคนแบบใด พวกเขากลายเป็นเครื่องจักรสงครามที่ปราศจากความปรานี พร้อมที่จะสังหารคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเองได้อย่างเลือดเย็น เพียงเพราะคนนั้นมีความเห็นต่างทางอุดมการณ์หรือถ้าเขาได้รับคำสั่งจากคนที่เขาศรัทธา ศรัทธาในแนวคิดเบี่ยงเบนและขีดความสามารถในการก่อการร้ายคือสิ่งที่เขานำกลับไปประเทศถิ่นพำนักถาวรของเขา ไกลออกไปถึงมินดาเนา อัมบอน หรือเยเมน แล้วสร้างความวุ่นวายโกลาหล

สงครามต่อต้านก่อการร้ายที่เริ่มขึ้นสมัยบุชหลังเหตุการณ์ 9/11 นั้นเหมือนฝีแตกแต่ก็จำกัดวงก่อการร้ายได้เหมือนกัน การร่วมมือกันของชาติพันธมิตรในเอเชียตะวันออกกลางเราได้สยบแผนร้ายของกลุ่มเจไอและเครือข่าย ปัญหาอาเจ๊ะ มินดาเนาหรือภาคใต้กลายเป็นปัญหาจำกัดวง ในอิรักก็ปราบเครือข่ายซากาวีลงได้ ตาลีบันก็หลบไปอยู่ตามรอยต่ออัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ในรอบไม่กี่ปีมานี้โลกดูเหมือนจะผ่อนคลายกับปัญหาก่อการร้ายลงไป หันไปใส่ใจกับเรื่องความขัดแย้งของตัวแปรตามแบบมากกว่า เช่น ความขัดแย้งอเมริกากับจีน หรือยุโรปกับรัสเซีย

แต่อาหรับสปริงเป็นต้นเหตุของการเปิดกล่องสยองขวัญออกมาอีกครั้ง แล้วได้กลุ่มก่อการร้ายสายพันธุ์ใหม่อย่างไอเอสที่ไม่ใช่แค่ประสบความสำเร็จในการยึดครองพื้นที่ในตะวันออกกลาง แต่ในใจของคนจำนวนมากที่โหยหาชัยชนะเหนือระบอบการเมืองและสังคมของโลกยุคนี้ด้วย พวกเขาคิดว่าต้องใช้ธงของอุดมการณ์ของไอเอสเท่านั้นจึงจะมีชัยต่อระบอบที่ตะวันตกสร้างไว้ คือต้องไม่ปรานีกับคนต่างความเชื่อ ต้องร่ำรวยเพียงพอเพื่อเลี้ยงตนเองได้ และต้องมีรัฐที่ปกครองแบบไอเอสบนโลกมนุษย์นี้ ปฏิบัติการชั่วแบบนี้ถ้าไม่ถูกยับยั้งโดยเฉพาะการยับยั้งที่ไอดอลต้นทางคือไอเอส เราอาจจะได้เห็นชัยชนะของกลุ่มก่อการร้ายตั้งรัฐอิสระในไนจีเรีย เยเมน หรือแม้แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นมาบ้างก็ได้

เป็นที่น่ายินดีที่โอบามา ซึ่งถึงแม้จะเหลือวาระแค่สองปีและยังมีปัญหาในประเทศให้ต้องแก้ไขมากมาย เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ ถึงฝรั่งจะหน่ายสงครามแล้วก็ตาม แต่ถ้าไม่ถมเลือดนำลงไปแก้ปัญหานี้ ก็ต้องอยู่ใต้ความหวาดกลัวเหมือนรอให้นักรบไอเอสมาเชือดคอเล่นสักวันหนึ่ง ก็หวังว่าชาติอื่นๆ จะไม่นิ่งดูดายช่วยกันสู้กับการก่อการร้ายให้เต็มกำลังเหมือนที่เคยอ้างว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อกรณีชาร์ลี เอบโด ไอเอสจะพบจุดจบยังไงก็ต้องดูที่สามัคคีของพันธมิตรอเมริกันล่ะครับ

‘ไอเอส’หมากศึกตัวใหม่ของมหาเอเชียปัจฉิมยุทธ์

Published กันยายน 22, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140922/192547.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2557

‘ไอเอส’หมากศึกตัวใหม่ของมหาเอเชียปัจฉิมยุทธ์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

                 ภูมิภาคเอเชียตะวันตก ถือเป็นพื้นที่ร้อยเล่ห์การเมืองที่ซับซ้อนที่สุด ปรากฏการณ์ของขบวนการไอซิส ที่หาญกล้าตั้งรัฐกาหลิบขึ้นในพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของอิรักและซีเรียนั้น เป็นเพียงอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ทำให้ภูมิภาคนี้วุ่นวายและนองเลือดไปกว่าเดิม ไม่มีใครถามว่า รัฐเถื่อนนี้จะอยู่รอดหรือไม่ แต่ยากจะบอกได้ว่า จะไปเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ ขบวนการคนโฉดนี้ได้ถูกแสวงประโยชน์โดยตัวแปรต่างๆ ของภูมิภาคนี้ไปแล้ว
การที่กลุ่มกระหายเลือดนี้ไม่มีมิตรเลยในระดับนานาชาติ แม้แต่ชาติมุสลิมก็ร่วมลงขันกับตะวันตกตั้งค่าหัวไล่ทำลายล้าง ทำให้กลุ่มชั่วยังไม่สามารถยึดแบกแดดและต้องร่นถอยในหลายสมรภูมิบ้างแล้วแล้ว อาจถูกมองได้ว่า อีกไม่นานก็ต้องพ่ายแพ้เหมือนกับกลุ่มอัล-ไกดา สาขาอิรัก ที่เคยแรงเมื่อปี 2005 ก่อนที่ผู้นำคือ นายซากาวี จะถูกเด็ดหัว แต่กลุ่มไอเอสนี้มาหนักแน่นกว่า นอกเหนือจากอุดมการณ์เมกะโปรเจกท์สุดขีดจนดึงดูดพวกหัวรุนแรงไปร่วมรบได้ตั้งเป็นหมื่น พวกเขายังมีช่องทางหาเงินเอง เมืองโมซุลทางตอนเหนืออิรักที่เขายึดได้ ทำให้มีน้ำมันเถื่อนขายไปยัง ตุรกี ซีเรีย และจอร์แดน รายได้วันละเป็นพันล้าน การจับตัวเรียกค่าไถ่ก็มีรัฐบาลต่างชาติยอมรีบควักจ่ายแทบไม่ทัน หลังจากเห็นการเชือดคอตัวประกันให้ดูอยู่เนืองๆ แต่ที่สำคัญก็คือ การจะอยู่จะไปของไอเอสเกี่ยวข้องกับความเป็นเอกภาพของตัวละครอื่นด้วย

อเมริกาตัดสินใจผิดมาตลอดนับแต่บุกอิรักรอบหลัง โดยโค่นเผด็จการที่ผสานเอกภาพอิรักไว้ด้วยกัน และตอนนี้กำลังทำเช่นนั้นกับซีเรีย อีกผลคือได้เผด็จการที่เลวไม่น้อยกว่ากันขึ้นมาอีกหลายตัว ในเวลาอย่างนี้ที่ชาวบ้านไม่อยากส่งลูกไปตายในสงครามต่างแดนอีกแล้ว วอชิงตันได้แต่เลือกใช้วิธีสงครามตัวแทนส่งอาวุธให้กลุ่มต่างๆ ไปรบแทนตัวกับบอมบ์ทางอากาศบ้าง สิ่งเหล่านี้คงหยุดไอเอสไม่ได้มาก แต่จะทำให้อเมริกาใกล้ชิดกับอิหร่านมากขึ้น แผนการที่ลึกกว่าคือ ดึงเอาอิหร่านมาเป็นพวก และหวังว่าอิหร่านยุคโรฮานีจะสานต่อคาตามีที่ขาดช่วงไปเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ อเมริกาจะได้ประโยชน์ แต่อิหร่านก็มีแผนของตัวเองอยู่ คือ ต้องรบไอเอสเพื่อหนุนชีอะต์ให้ครองอำนาจในอิรักต่อไปอยู่แล้ว และจะรักษาระบอบอัสซาดในซีเรียเพื่อนรักด้วย เรียกว่าไอเอสเหิมเกริมรอบนี้เท่ากับเซฟชีวิตประธานาธิบดีอัสซาดเอาไว้โดยแท้ ตอนนี้กบฏซีเรียถูกคองเกรสบังคับวิถีเปลี่ยนเป้าไปรบไอเอสในอิรักแล้ว

ซาอุฯ กับกาตาร์ สองคู่หูส่งอาวุธช่วยสุหนี่รบในซีเรีย ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หันมาช่วยรบไอเอสในอิรักกันด้วย เพราะฝ่ายคนบ้าจะฆ่าไม่เลือก ปัญหาผู้ลี้ภัยและก่อการร้ายจะล้นเข้ามาท่วมพื้นที่รัฐอ่าว งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นช่องให้รัฐอ่าวเข้าไปชิงอิทธิพลกับผู้นำท้องถิ่นสุหนี่ในอิรัก ยังผลักซาอุฯ ไปจับมืออย่างไม่ตั้งใจกับอิหร่านสองปรปักษ์ถือหางสองกลุ่มชนตัวสำคัญในตะวันออกกลาง แต่อย่าหวังว่าจะดีกันได้ เพราะทั้งสองหวังโค่นระบอบการปกครองของอีกฝ่ายอยู่

ที่ดูเหมือนจะโชคดีกว่าใครคือ เคอร์ดิสถาน เพราะอิรักแตกป็นสามเสี่ยงไปแล้วทางพฤตินัย ตัวเองเป็นรัฐอิสระที่เลี้ยงตัวเองได้เพราะน้ำมัน มีมากที่เคอร์คุก ไม่มีใครไปปราบ ยิ่งชาติตะวันตกกำลังหาทางติดอาวุธให้เคิร์ดรบไอเอส เคอร์ดิสถานยิ่งแข็งแกร่ง

ที่กล่าวมานี้ยังไม่ได้พูดถึงอียิปต์ โอมาน ตุรกี เลบานอน จอร์แดน อิสราเอลและปาเลสไตน์เลยนะครับ การเมืองภายในอิรักเองก็ยังไม่ได้พูดถึง เห็นไหมครับว่าเวียนเกล้าเพียงไร

แนวรบที่สองของยุโรป

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140818/190315.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557

แนวรบที่สองของยุโรป : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

               ขณะที่ใครๆ หันไปสนใจศึกในอิรัก ที่กองโจรคลั่งศาสนาไอเอสไอเอส กำลังล้างเผ่าพันธุ์ชุมชนที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา จนสหรัฐต้องเริ่มปฏิบัติการทางอากาศถ่วงความกระหายเลือดของพลพรรคนักรบสุหนี่เอาไว้บ้าง เหนือขึ้นไปไม่ไกล แนวรบที่สองของยุโรป ซึ่งเปิดฉากขึ้นเงียบเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม และทำท่าจะพักยกไม่ถึงกับกลายเป็นสงครามใหญ่ด้วยฝีมือของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กระนั้นก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจานยังคงไม่จบลงโดยง่าย แต่รัสเซียกลับเป็นตาอยู่ที่คว้าประโยชน์ไปเพียงฝ่ายเดียว

ยุโรปปวดหัวกับกรณีความขัดแย้งใกล้ตัวอย่างยูเครนมาได้หลายเดือนแล้ว จนต้องบรรเทาปัญหาถึงขั้นต้องคว่ำบาตรธุรกรรมรัสเซียกันไป งานนี้ยุโรปต้องอกสั่นขวัญแขวนอีก เพราะเสถียรภาพของอาเซอร์ไบจาน ศูนย์กลางขนส่งน้ำมันจากทะเลสาบแคสเปียนเข้ายุโรป อาจลดลงเพราะสงครามที่อาจเกิดขึ้นกับอาร์เมเนียคู่แค้นเก่า ทั้งคู่มีปัญหากันมานานแล้ว พื้นฐานก็คือต่างศาสนากันแต่มาอยู่ใกล้กัน ชาวอิสลามอาซารีนั้นพูดภาษาเติร์ก ขณะที่ชาวอาร์เมเนียนเป็นชาติคริสเตียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ชาวเติร์กเคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์เมเนียมเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมาอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนียถูกผนวกรวมเข้ากับโซเวียตทั้งคู่ ศรศิล์ปยังไม่กินกัน ในยุคปลายโซเวียตทั้งคู่เปิดศึกแย่งชิงดินแดนนาเกอร์โนคาร์ราบัค ซึ่งเป็นของอาเซอร์ไบจานตามกฎหมาย แต่ประชากรร้อยละ 95 เป็นชาวอาร์เมเนีย กองกำลังแบ่งแยกดินแดนของฝ่ายหลังยังยึดครองพื้นที่จนบัดนี้

ทั้งคู่ยังระหองระแหงกัน จนปลายเดือนที่แล้วมีการยิงปะทะกันที่พรมแดนหลายจุดทหารตายไปร่วม 20 นาย หน่วยรบพิเศษอาร์เมเนียพยายามลอบวินาศกรรมหลังแนวในอาเซอร์ไบจาน ขณะที่ฝ่ายหลังเคลื่อนกองทัพเข้าประชิดพร้อมเล็งขีปนาวุธกะบอมบ์ถึงเมืองหลวงอาร์เมเนียเลย ประธานาธิบดีอิลยัมอลิเยฟของอาเซอร์ไบจานถึงกับประกาศสถานะสงครามเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ทันทีที่ประกาศชาติเติร์กทั้งตุรกีและเติร์กเมนิสถานต่างเตรียมตัวรับแรงกระแทกทันที แต่รัสเซียโดยปูติน เร็วกว่าใคร ใช้พลังส่วนตัวบีบให้ทั้งประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนียมาเจรจากันที่เมืองโซฉิ ที่เพิ่งจัดโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อต้นปีนี้ ผลการเจรจาคือต้องเจรจาต่อไป แต่ปูตินได้หน้า

ในฐานะลูกพี่ใหญ่ของอดีตรัฐบริวารโซเวียตรัสเซียคงฐานทัพไว้ในอาร์เมเนียเพื่อใช้เป็นพื้นที่ต่อระยะระแวดระวังภัยหัวรุนแรงแถบคอร์เคซัส การที่รัสเซียพยุงเศรษฐกิจประเทศที่ค่อนข้างยากจนนี้ไว้ตลอด ทำให้อาร์เมเนียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สนับสนุนการผนวกไครเมีย อีกทั้งอาร์เมเนียยังพยายามจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตศุลกากรยูเรเชียที่รัสเซียเป็นร่มธงอยู่ แต่ขณะเดียวกันรัสเซียก็ละเลยอาเซอร์ไบจานไม่ได้ เพราะมีผลประโยชน์ด้านน้ำมันร่วมกันมหาศาล อีกทั้งรัฐบาลบากูที่รวยเละจากการสูบน้ำมันได้ทวีงบประมาณกองทัพกว่าเดิมหลายเท่าตัว โดยเฉพาะการซื้อยุทโธปกรณ์จากรัสเซียพ่อค้ารายใหญ่ที่สุด ทำให้รัสเซียต้องเข้าเจรจาเอาความเคารพ จะได้ดึงอาเซอร์ไบจานให้ผูกพันกับตนมากขึ้น ไม่น้อยไปกว่าที่ประเทศมุสลิมทันสมัยนี้ผูกพันกับตะวันตกมากเหลือเกิน

อิรักกับสงครามสายฟ้าแลบ

Published มิถุนายน 23, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140623/186953.html

การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 2557

อิรักกับสงครามสายฟ้าแลบ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

 

                กลายเป็นข่าวที่น่าจับตาด้วยความตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งที่จู่ๆ กองโจรกลุ่มที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก แต่ดังแทบชั่วข้ามคืน บุกเข้ายึดเมืองต่างๆ ของอิรักจากเหนือจรดใต้ แทบจะทุกเมืองจนจะเข้าถึงเมืองหลวงแบกแดดได้รอมร่อ อิรักกลายเป็นประเทศที่แบ่งแยกไปแล้วโดยพฤตินัย มีฝ่ายรัฐบาลที่มีชนเชื้อสายชีอะต์เป็นแกน รบกับฝ่ายกบฏนักรบสุหนี่ขณะที่ชาวเคิร์ดยิ้มร่า ปลีกตัวออกจากการสู้รบ รอเป็นประเทศใหม่ดีกว่า

กองโจรกลุ่มไอเอสไอเอส หรือกลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและเลอวองท์ เป็นกลุ่มติดอาวุธที่รุนแรงแบบสุดๆ ชนิดอัลไกดายังอายเพราะโหดไม่เท่า มีพัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ในทางเลวอย่างเหลือเชื่อ ว่ากันว่านี่ทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มคลั่งศาสนาที่ประสบความสำเร็จที่สุดนับตั้งแต่ตาลีบัน เคยยึดครองอัฟกานิสถานได้เมื่อสองทศวรรษก่อนทีเดียวเชียว กล่าวคือแรกเริ่มนักรบสุหนี่กลุ่มนี้ก็แฝงเป็นเนื้อเดียวกับพวกอัลไกดาและนักสู้สุนหนี่กลุ่มอื่นที่จับอาวุธรบกับรัฐบาลอิรัก หลังยุคซัดดัม แต่ความแตกต่างก็คือ พวกนี้เข้าไปอยู่ตามรอยต่อซีเรีย ใช้เป็นฐานรบกับรัฐบาลซีเรียด้วย สถานการณ์โลกาวินาศในซีเรียทำให้กลุ่มนี้มีแสนยานุภาพเพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลบาร์ชา อัลอัสสาดปราบกบฏไม่ถนัด โดนขัดขวางจากนานาชาติ ขณะที่กลุ่มไอเอสไอเอสสรรหาอาวุธดี ๆ มาสู้ได้จากการรีดไถและค้าน้ำมันค้าไฟฟ้าเถื่อน บางทีอาวุธที่เห็นสวยๆ ใหม่ๆ นั้นก็อาจมาจากกลุ่มต่างประเทศที่ลงขันกันหวังโค่นรัฐบาลดามัสกัส

กองโจรนี้ไม่ได้หวังแค่นั้น ความฝันเขาก็คือ ตั้งรัฐศาสนาแบบของเขาในแผ่นดินควบกันทั้งซีเรีย อิรัก แถมเลบานอนด้วยตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน วันหลังค่อยขยายไปทั่วทั้งแอฟริกาเหนืออย่างฝันบ้าของกลุ่มอื่น ความคิดนี้เป็นไปได้ทีเดียว ชาวสุหนี่จำนวนไม่น้อยสนับสนุนพวกเขา และยิ่งเมื่อหันเหเข้ามาไล่ยึดเมืองในอิรัก ยิ่งเป็นผลดีใหญ่ เพราะชาวสุหนี่อกตรมกับชีอะต์ชนกลุ่มน้อยที่ปกครองประเทศเพราะฝรั่งต้องการให้ชีอะต์มาคานอำนาจซัดดัมตั้งแต่ปี 2003 พวกเขาถ้าไม่เข้าช่วยก็ผละหนี กองทัพรัฐบาลอิรักที่มีทหารเป็นแสนจึงหนีทัพเป็นจำนวนมาก ปล่อยให้เมืองอันดับสองของประเทศคือ โมซูล ตกเป็นของโจรอย่างง่ายดาย กองโจรยังมีไอเดียน่ากลัวแบบหนังแมดแม็กซ์ภาคสองอีก ก็คือพยายามยึดบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ติดอันดับโลกของอิรักให้ได้ เพื่อเอาไว้เป็นทุนต่อยอดต่อไป งานนี้สำเร็จหรือไม่ต้องรอดู แต่ตลาดน้ำมันเริ่มปั่นป่วนแล้ว

งานนี้ชาวเคิร์ดอยู่เฉยๆ เดี๋ยวก็คงได้ตั้งแข็งเมือง เพราะสัญญาปกครองตนเอง 15 ปีกำลังจะหมดลง อเมริกากำลังเบื่อสงคราม ระดมกำลังทหารไม่ทันการณ์แน่ อย่างมากก็ใช้การถล่มทางอากาศช่วยแบกแดดและหลิ่วตาให้หน่วยรบพิเศษของอิหร่านมาช่วยอิรัก ชาวชีอะต์นั้นหากไม่ไหวจริงๆ แยกประเทศทางใต้โดยพฤตินัยโดยมีเมืองเอกคือบาสราก็ได้ ซาอุฯ นั้นก็ลำบากใจเพราะกลุ่มก่อการร้ายจอมโหดนี้ไกลเกินควบคุมเสียแล้ว ขณะที่ปรากฏการณ์ของไอเอสไอเอสจะส่งผลให้กลุ่มก่อการร้ายที่อื่นมีกำลังใจขึ้นอีก ไม่ใช่แค่ตะวันออกกลาง แต่เป็นทั้งโลกจะอยู่ยากขึ้น

จับตาคาซัคสถานในฐานะตัวกลางเชื่อมสัมพันธ์มหาอำนาจ

Published มิถุนายน 23, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140616/186541.html

การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2557

จับตาคาซัคสถานในฐานะตัวกลางเชื่อมสัมพันธ์มหาอำนาจ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

 

                ประเทศที่มิได้เป็นมหาอำนาจหรืออยากแสดงศักย์แห่งอำนาจนั้น มีหลายประเทศทีเดียวครับ ที่อยากเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ระดับภูมิภาค ในอาเซียนเราก็มีหลายชาติ ยิ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศยักษ์ใหญ่ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ยิ่งอยากเข้าไปมีบทบาท แต่การที่จะได้แสดงฝีมือหรือจะเป็นแค่เบี้ยตัวลีบระหว่างช้างขนาบนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกึ๋นของผู้นำประเทศ ในกรณีนี้ไทยเคยมีศักยภาพประสานได้ทั่วสิบทิศ แต่ในวันนี้ลองดูคาซัคสถานที่กำลังก้าวขึ้นมาครับ

จริงอยู่ คาซัคสถานปักหลักในภูมิภาคเอเชียกลางที่คนให้ความสนใจน้อยมากกว่าภูมิภาคอื่น มีประธานาธิบดีที่คงปกครองประเทศไปจนตลอดชีวิตเหมือนที่เคยปกครองมาตั้งแต่แยกจากโซเวียตปี 2534 ทุกวันนี้ก็ยังเหนียวแน่นกับรัสเซียอยู่ และเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่ความที่ประเทศนี้มีขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างรัสเซียกับจีนและคุมเส้นทางน้ำมันส่วนหนึ่งในทะเลสาบแคสเปียนได้ รัฐบาลอัสตานาก็อาจเป็นกุญแจไขปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะการเป็นสะพานให้ทั้งจีน รัสเซีย ยุโรป และสหรัฐ จะรวมตะวันออกกลางกับอินเดียไปด้วยก็ได้

ชาวคาซัคเป็นมุสลิมสายกลางเหมือนกับมุสลิมในยุโรปตะวันออก ทำให้พวกเขามีความยืดหยุ่นเป็นวิสัย พวกเขาไม่รอให้โลกบีบลัทธิเผด็จการแบบที่อื่น แต่ค่อยๆ ปรับพัฒนาประชาธิปไตยด้วยตนเอง จนถึงวันนี้คาซัคสถานมีความเท่าเทียมทางสังคมมากขึ้น ดัชนีทุกอย่างดีขึ้นหมด การมุ่งหน้าเศรษฐกิจแบบระบบตลาดและทรัพยากรมหาศาลทำให้ประเทศนี้น่าลงทุนและเกิดความเจริญในเมืองต่างๆ ที่กระจายตัวออกไป อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพที่ยังไม่แน่นอนของภูมิภาคทำให้พวกเขาต้องรักษาอำนาจทหารเอาไว้ น่าจะคล้ายกับพม่าเวลานี้ ขณะที่ต้องแสวงหาความสัมพันธ์อันดีกับชาติเพื่อนบ้านรอบพรมแดนที่มีมากเป็นอันดับสองของโลกคือ กว่า 8,000 กม.ด้วย

การทูตที่ดีเยี่ยมเป็นตัวลดปัญหาด้านความมั่นคงได้ ปัญหาใหญ่สุดคือ ภัยก่อการร้ายทางใต้ คือในอัฟกานิสถานนั่นเอง ในการนี้คาซัคสถานและเพื่อนบ้านในเอเชียกลางร่วมจับมือกับรัสเซียและจีนตั้งกลุ่มองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2539 ได้ผลดี ไม่เพียงแต่ด้านการสกัดกั้นภัยคุกคาม ได้นำรัสเซียกับจีนมาใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น กับรัสเซียนั้น การที่คาซัคสถานเข้าร่วมกับเบลารุสจัดตั้งสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียขึ้นมาในปีนี้นั้น นับเป็นการนำประเทศเข้าใกล้ชิดกับเครมลินมากขึ้นในเวลาเดียวกับที่รัสเซียปีนเกลียวกับยุโรปเรื่องยูเครน แต่คาซัคสถานก็อาจช่วยให้ยุโรปและรัสเซียดีกัน ด้วยการสนับสนุนแนวทางการคุยกันสี่ฝ่ายระหว่างยูเครน รัสเซีย สหรัฐ และอียู สำหรับความร่วมมือกับจีนนั้น ถือว่าดีเยี่ยม โดยเฉพาะด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ที่หนักใจรัฐบาลอัสตานา นอกจากเรื่องการก่อการร้าย ก็คือปัญหาทะเลสาบแคสเปียน ที่มีไฮโดรคาร์บอนมาก จนทำให้หลายชาติมีปัญหากัน ทั้งเรื่องการนำขึ้นมาใช้และลำเลียงผ่านแดน คาซัคสถานก็มักใช้รัสเซียเป็นแบ็กหนุนหลังเจรจากับอาเซอร์ไบจาน อิหร่าน หรือเติร์กเมนิสถาน เป็นไปได้ว่า ถ้าประเด็นนี้สำเร็จ คาซัคสถานจะยิ่งรวยและมีอิทธิพลในภูมิภาคมากขึ้นอีก และอาจขยายอิทธิพลในเอเชียด้วยการขอเข้าเป็นสมาชิกองค์กรมหาสมุทรอินเดียและคู่เจรจากับอาเซียนต่อไป

บราซิลมหาอำนาจอเมริกาใต้ผู้กำลังสยายปีกสู่โลกกว้าง

Published มิถุนายน 9, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140609/186147.html

การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2557

บราซิลมหาอำนาจอเมริกาใต้ผู้กำลังสยายปีกสู่โลกกว้าง : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook :Ruarob Joe Muangman

 

               คงเพราะผู้เขียนแผนที่โลกเป็นชาวยุโรป จึงให้ยุโรปอยู่กึ่งกลาง ความสนใจของการเมืองโลกในรอบหลายร้อยปีมานี้จึงจุกตัวอยู่กับยุโรปและที่เกี่ยวข้อง เช่นเอเชียและสหรัฐ ฯ  ทวีปอเมริกาใต้แม้จะใหญ่โ แต่มีความเกี่ยวข้องกับยุโรปและเอเชียที่กำลังรุ่งเรืองน้อยมาก จึงไม่ค่อยเป็นที่คุ้นตระหนักสำหรับชาวเราที่ห่างไกลมาก  ถ้าเอ่ยถึงประเทศในภูมิภาคนี้จะรู้จักกันด้านกีฬา เช่น บราซิล  ด้านวิกฤตเศรษฐกิจเช่น อาร์เจนติน่า หรือด้านโบราณคดีสวยเช่น เปรู เสียมากกว่า  แต่วันนี้ชาติหนึ่งในภูมิภาคนี้กำลังถีบตัวออกมาให้โดดเด่นในระดับโลก

บราซิล เป็นชาติใหญ่สุดในทวีปและเป็นชาติเดียวที่พูดภาษาราชการต่างจากชาวบ้านเขาคือพูดโปรตุกีส ต่างจากชาติอื่นที่คุยกันด้วยสเปน  มีเพื่อนบ้านติดกันสิบประเทศที่ล้วนแต่มีปัญหาภายในประเทศมากกว่า แต่ทวีปนี้นับว่าสันติมากในเชิงการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากไม่เคยยกพลห้ำหั่นกันเองมาร้อยกว่าปีแล้วนับจากได้อกราชจากเจ้าอาณานิคมยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 19 แล้วไปอยู่ภายใต้ลัทธิมอนโรของสหรัฐ ฯ แทน  แม้แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐ ฯ ยังมีอิทธิพลต่อทวีปนี้มิใช่น้อย  การสนับสนุนรัฐบาลฝ่ายขวาให้ต่อสู้คอมมิวนิสต์เป็นสิ่งเห็นได้ชัดในยุคสงครามเย็น แต่ทวีปก็ได้พัฒนาความร่วมมือระหว่างภูมิภาคด้วยตนเองด้วย    ล่าสุดก็พัฒนาจากศุลกากรร่วมไปเป็นสหภาพประชาชาติอเมริกาใต้ตั้งแต่ปี 2551   ดำเนินกลไกป้องกันประเทศร่วมกันอย่างแข็งขัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ใด รัฐมนตรีขององค์กรก็จะไปช่วยไกล่เกลี่ย อย่างเช่น ปัญหาล่าสุดระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านในเวเนซูเอล่า

บราซิล นั้นไปไกลกว่าชาติอื่น แม้แต่คู่คานบารมีอย่างอาร์เจนติน่า  อาจเพราะไม่มีความขัดแย้งพรมแดนรุนแรงกับใครและการก่อการร้ายที่มีต่อประเทศไม่แรงนัก  วิกฤตเศรษฐกิจปี 51 ที่ทำให้โลกตะวันตกถดถอย นั้นมีส่วนทำให้บราซิลในฐานะหนึ่งในกลุ่มบริกส์เพิ่มอิทธิพลสูงขึ้นจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากทุนโยกย้ายเข้ามามาก กอปรกับความสำเร็จในเชิงกีฬาหลายอย่างในช่วงสหัสวรรษใหม่ยิ่งทำให้ชาวบราซิลฮึกเหิม บราซิลกลายเป็นประเทศเกือบถึงขั้นพัฒนาแล้วและแสดงตัวออกว่าพร้อมที่จะช่วยเหลือนานาชาติในการรักษาเสถียรภาพโลก  เช่น จัดการร่วมซ้อมรบทางเรือระหว่างบราซิล อินเดียและแอฟริกาใต้ตั้งแต่ปี 51

บราซิลกับไทยห่างไกลกันก็จริง แต่ก็น่าจะเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นให้ไทยในบางด้าน เช่น อุตสาหกรรมทางทหารที่บราซิลพัฒนารุดหน้ามาก เช่น ด้านความร่วมมือแบบบูรณการกับอาร์เจนตินา ชิลีและโคลอมเบีย สามารถสร้าง บ.ลำเลียง K-390 ได้บริกส์ที่เริ่มมีการถกกันในประเด็นอื่นนอกเหนือจากทางเศรษฐกิจ อาจทำให้บราซิลมีความสัมพันธ์กับไทยมากขึ้น ผ่านทางไดอาล็อคกับองค์กรต่าง ๆ เช่น องค์กรความร่วมมือมหาสมุทรอินเดียไทยมีสำนักผู้ช่วยทูตทหารที่บราซิลมานานเจ็ดปีแล้ว น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อความสัมพันธ์กับหนึ่งในว่าที่มหาอำนาจใหม่ประเทศนี้

%d bloggers like this: