มหาวิทยาลัย

All posts tagged มหาวิทยาลัย

บขส.รุกนิคมฯ-มหา’ลัย เปิดรถโมบายขายตั๋วกระตุ้นยอด

Published สิงหาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 สิงหาคม 2554, 17:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193742.

Pic_193742

บขส. เตรียมเปิดบริการรถโมบายจำหน่ายตั๋วโดยสาร หวังกระตุ้นยอดขายตั๋วตามนิคมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัย พร้อมเปิดให้บริการรถขนส่งพัสดุภัณฑ์ขนาดใหญ่ คาดเริ่มให้บริการภายในปีหน้า

เมื่อวันท่ี 13 ส.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บขส.เตรียมเปิดโครงการรถโมบายจำหน่ายตั๋วโดยสารเคลื่อนที่ โดยจะนำรถโดยสารขนาดใหญ่ของบขส. จำนวน 2 คัน มาดัดแปลงเป็นรถจำหน่ายตั๋วโดยสาร โดยระยะแรกจะจำหน่ายตั๋วผ่านพนักงานประจำรถก่อน และระยะต่อไปจะจำหน่ายตั๋วผ่านตู้อัตโนมัติ ลักษณะคล้ายตู้เอทีเอ็ม โดยจะเริ่มออกตระเวนจำหน่ายตั๋วทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2555 หากในอนาคตประชาชนนิยมใช้บริการจะเพิ่มจำนวนรถต่อไป

“ถือเป็นครั้งแรก ที่บขส. จำหน่ายตั๋วโดยสารผ่านรถโมบาย เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร และหวังว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายตั๋วของบขส.ด้วย เบื้องต้นจะจำหน่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โดยจะไปจำหน่ายตามสถานที่ที่มีกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เช่น มหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หากพื้นที่ใดต้องการซื้อตั๋วโดยสารของบขส. เป็นจำนวนมาก ก็สามารถติดต่อมาได้ ทางบขส.จะนำรถโมบายไปบริการทันที” นายวุฒิชาติ กล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงการให้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ ของบขส. อย่างเต็มรูปแบบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำรถบขส. จำนวน 4 คัน มาปรับปรุงเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุบประมาณคันละ 300,000 บาท หลังจากปรับปรุงแล้วจะทำให้สามารถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ หรือสินค้าจำนวนมากขึ้น คาดว่า จะเริ่มให้บริการได้ประมาณเดือน ก.พ. 2555 หรืออย่างช้าเดือน พ.ค. 2555

“ที่ผ่านมา บขส. รับส่งสินค้าได้จำนวนไม่มาก เพราะต้องขนส่งสินค้าไปพร้อมกับรถขนส่งผู้โดยสาร เมื่อมีรถขนส่งสินค้าคาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 50 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ปีละ 20 ล้านบาท และจะคุ้มทุนภายใน 1 ปี โดยจะเจาะกลุ่มบริษัทรายใหญ่ หรือลูกค้าที่ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพราะปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่ขนส่งแต่สินค้าขนาดเล็ก” นายวุฒิชาติ กล่าว

สำหรับผลประกอบการในปี 2554 ของบขส. คาดว่า จะมีรายได้ 3,000 – 4,000 ล้านบาท และมีกำไรหลังหักภาษีเงินได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หากไม่มีปัจจัยด้านลบเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่อาจปรับเพิ่มขึ้น หรือผลกระทบอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องส่วนปี 2553 บขส.มีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท ลดลงกว่าปี 2552 ถึง 259 ล้านบาท หรือ 76% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่อัตราค่าโดยสารคงเดิม รวมถึงผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ผู้โดยสารส่วนหนึ่งไปใช้บริการรถตู้มากขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 สิงหาคม 2554, 17:35 น.

ใช้อินฟราเรดสกัดน้ำมันปาล์ม มวลพลังสะอาดปราศจากมลพิษ

Published สิงหาคม 1, 2011 by SoClaimon

1 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/190493.

Pic_190493

 

ขั้นตอนการอบด้วยไมโครเวฟร่วมกับอินฟราเรด.

ประเทศไทย…ได้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันปาล์มอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จากเหตุการณ์นี้มีผู้เดือดร้อนในทุกระดับภาคชั้นทุกสาขาอาชีพ…ย่อมแสดงให้เห็นว่าน้ำมันปาล์มมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขนาดไหน

 

การสกัดน้ำมันปาล์ม มีกรรมวิธีที่ซับซ้อนและน่าสนใจ เพราะกว่าจะได้น้ำมันปาล์มมาใช้ประโยชน์นั้น…ขั้นตอนหนึ่งที่เป็นปัจจัย สำคัญในกระบวนการที่มองข้ามไม่ได้คือ การทำให้เนื้อปาล์มสุกด้วยความร้อน และ การแยกเนื้อปาล์มออกจากกะลา เพื่อทำลาย เอนไซม์ไลเปส รวมทั้งลดการเกิด ไฮโดรไลซีส รวมทั้งป้องกันการแยกตัวของน้ำมันเป็น กรดไขมันกลีเซอรีน และ ลดปฏิกิริยาออกซิเดช่ัน ที่จะทำให้ น้ำมันปาล์มเกิดเหม็นหืน…!!

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เห็นถึงความสำคัญ จึงคิดค้นวิธีลดความชื้นผลปาล์มด้วย เครื่องอบไมโครเวฟ ร่วมกับ อินฟราเรด ขึ้น โดย ผศ.ดร.กลอยใจ เชยกลิ่นเทศ จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า สำหรับ เทคโนโลยี เดิมเป็นการใช้ความร้อนจากไอน้ำเพื่อทำให้ผลปาล์มสุก แต่หลังจากสกัดน้ำมันจากเนื้อปาล์มแล้ว จะต้องไล่ความชื้นออกจากน้ำมันที่สกัดได้ อีกขั้นตอนหนึ่ง ทำให้ สูญเสียผลผลิต เสียเวลา เพิ่มค่าใช้จ่าย ใช้พลังงานสูง อีกทั้งยังทำให้มีน้ำเสียประมาณ 35–40 เปอร์เซ็นต์

ผศ.ดร.กลอยใจ เชยกลิ่นเทศผศ.ดร.กลอยใจ เชยกลิ่นเทศ

ปัจจุบันได้พัฒนาการสกัดจากผลปาล์มแบบแห้ง เรียกว่า ระบบแห้งหีบรวม ซึ่งมีขั้นตอนในการอบผลปาล์มก่อนการสกัดน้ำมันเพื่อไล่ความชื้น ทำให้เนื้อปาล์มหลุดออกจากกะลาง่ายขึ้น และช่วยยับยั้ง เอนไซม์ไลเปส  วิธีการคือ  ใช้ความร้อนจาก แหล่งความร้อนต่างๆที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที วิธีนี้ช่วยให้ได้น้ำมันปาล์มคุณภาพเกรดเอ มีความชื้น กรดไขมันต่ำ ไม่ต้องไล่ความชื้น ไม่มีน้ำเสีย และช่วยประหยัดพลังงาน

…ในการศึกษาวิจัย การนำเอาแหล่งพลังงาน อย่างไมโครเวฟและอินฟราเรด มาใช้เป็นแหล่งพลังงานความร้อน จึงมีจุดประสงค์ เพื่อ ประหยัดเวลาและพลังงานให้มากที่สุด อีกทั้งยังได้เนื้อปาล์มที่สุกพอดี  ทำให้สกัดน้ำมันคุณภาพเกรดเอ ได้ปริมาณมาก รวมทั้งสามารถ ลดมล ภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ ได้อีกด้วย…

ผลปาล์มที่ผ่านการอบ.ผลปาล์มที่ผ่านการอบ.

ผศ.ดร.กลอยใจ บอกอีกว่า  ในการศึกษาและ ทดลองครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและอนุเคราะห์จากหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นผลปาล์มที่ได้จาก สวน ปาล์มจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือเครื่องอบผลผลิตทางการเกษตรด้วยไมโครเวฟร่วมกับอินฟราเรด จากบริษัทพรีม่าเอเชีย จำกัด ประเทศไทย จากผลการทดสอบวิเคราะห์พบว่า ระบบนี้ใช้เวลาในการลดความชื้นน้อย ทำให้เนื้อปาล์มล่อนจากกะลาได้ง่าย อัตราการลดความชื้นก็คงที่ สม่ำเสมอตลอดเวลา 21 นาทีที่ผ่านเข้าระบบ ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายพบว่า สามารถประหยัดพลังงานได้ 4–5 เท่าเมื่อเทียบกับการลดความชื้นโดยวิธีใช้ลมร้อน หรือจากฮีตเตอร์

นับว่าเป็นการค้นพบที่จะนำไปสู่การพัฒนา การผลิตน้ำมันปาล์มที่มีประสิทธิภาพ ออกมาใช้ในโอกาสต่อไปได้ดีและยอดเยี่ยมทีเดียว ทั้งนี้หากผู้ใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีลดความชื้นของผลปาล์ม สามารถกริ๊ง กร๊างถาม ผศ.ดร.กลอยใจ ที่ 08-1491-3894 ส่วนเทคโนโลยีการอบพืชและผลผลิตทางการเกษตรด้วย ไมโครเวฟร่วมกับอินฟราเรด คลิกไปที่ E–mail: chaiwat_chok@yahoo.com

 
ไชยรัตน์   ส้มฉุน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 1 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

มะเร็งร้ายยิ่งมีฤทธิ์ เนรมิตเส้นเลือดของตนเองมาเลี้ยงได้

Published มิถุนายน 27, 2011 by SoClaimon

2 ธันวาคม 2553, 08:00 น.
มะเร็งร้ายยิ่งมีฤทธิ์ เนรมิตเส้นเลือดของตนเองมาเลี้ยงได้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_131011

ศูนย์มะเร็งเมมโมเรียน สเลน เคตเตอริง ที่กรุงนิวยอร์ก ค้นคว้าพบว่า เนื้อร้ายที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์ ไม่ได้ง้อเส้นเลือดไปเลี้ยงตัวมันเลย หาก แต่มันกลับเพาะเส้นเลือดขึ้นเองได้

การค้นพบจึงทำให้รู้ว่า เหตุใดยามะเร็งชั้นหนึ่ง ซึ่งชื่นชมกันว่ารักษามะเร็งได้อย่างชะงัด จึงไม่ได้ผลนักวิจัยได้ศึกษาโดยเอาตัวอย่างมะเร็งสมองชนิดร้ายแรงจากคนไข้มาดู ได้เห็นว่าเซลล์เส้นเลือดในเนื้อร้ายมีลักษณะทางพันธุกรรมเช่นเดียวกับของ เซลล์มะเร็งเอง ส่อว่าเส้นเลือดเหล่านั้นเกิดจากเนื้อร้ายเอง

ความจริงเรื่องนี้มีเบาะแสมาก่อน หน้าแล้ว นักวิจัยของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเติร์นของ อเมริกา เคยพบมาก่อนในการศึกษาเซลล์เนื้อร้ายชนิดเนื้อดำ ตั้งแต่ พ.ศ.2542.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 2 ธันวาคม 2553, 08:00 น.

มก.วิจัยวัคซีนเชื้อ PRRS แก้ปัญหาในฟาร์ม…สุกรตายหมู่

Published ธันวาคม 29, 2010 by SoClaimon

20 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางมก.วิจัยวัคซีนเชื้อ PRRS แก้ปัญหาในฟาร์ม…สุกรตายหมู่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_135315

 

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี  มก. พร้อมด้วย รศ.น.สพ.กิจจา อุไรรงค์ และผู้แทนกรมปศุสัตว์.

ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ เชื้อไวรัส PRRS (Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome) ได้กลับมาระบาดขึ้นในหลายแห่ง ส่งผลให้สุกรที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ล้มตายยกฟาร์ม

ฉะนี้…รศ.น.สพ.กิจจา อุไรรงค์ ภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงทำวิจัยเพื่อสร้างวัคซีนฉีดควบคุมและป้องกันโรค ระบาดในสุกร (PRRS) ขึ้น

รศ.น.สพ.กิจจา เปิดเผยว่า…เชื้อดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบการสืบพันธุ์ โดยเชื้อดังกล่าวจะคงอยู่ในร่างกายสุกรนานมาก ซึ่งประเทศไทยนั้นพบว่าฟาร์มเลี้ยงกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ มีเชื้อ ชนิดนี้แฝงอยู่ แต่ที่ไม่แสดงอาการและสร้างความเสียหาย เป็นเพราะฟาร์มขนาดใหญ่มีระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน มีการทำวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การระบาดจึงมักพบในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อย

 

แม่สุกรที่ติดเชื้อและตกลูกก่อนกำหนด.แม่สุกรที่ติดเชื้อและตกลูกก่อนกำหนด.

 

สำหรับสาเหตุและปัจจัยก่อโรคนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการเคลื่อนย้ายสุกรป่วย หรือสุกรที่เป็นพาหะของโรคเข้ามารวมฝูง และ การใช้พ่อพันธุ์เร่ จากหมู่บ้านต่างๆ เมื่อมีการติดเชื้อจะแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว แล้วถูกขับออกมาจากร่างกายของสุกรป่วย   ทางอุจจาระปัสสาวะ ลมหายใจ น้ำเชื้อ และติดต่อไปยังสุกรตัวอื่นโดยการกิน   สัมผัสโดยตรง หากเป็นแม่สุกรพันธุ์จะแท้งในช่วงท้ายการตั้งท้อง มีลูกตายแรกคลอด

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจึงได้คิดค้นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อ PRRSv ชนิด US-strain ที่คัดแยก ได้จากสุกรป่วยในประเทศไทย ชนิดเชื้อตาย มาพัฒนาทดลองใช้ควบคุมโรครองรับการผลิตในฟาร์มขนาดใหญ่ (รวมกันประมาณ 1 แสนแม่) อย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่ ต่ำกว่า 5 ปี กับ ชนิดเชื้อเป็น ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการใช้ในลูกสุกร (ฉีดครั้งเดียว) ใช้ควบคุมปัญหา PRDC ที่ก่อการสูญเสียและกระทบการเติบโตช่วงอนุบาล หรือขุน ซึ่งได้พัฒนามาแล้วประมาณ 2 ปี

สำหรับขั้นตอนการทดสอบ ทีมวิจัยได้นำวัคซีนดังกล่าวไปฉีดให้สุกรทดแทน (พ่อและแม่พันธุ์) มีภูมิคุ้มสูงๆ (เน้น CMI) ต่อ PRRS ก่อนเข้าทดแทนในฝูง ป้องกันการแพร่เชื้อและป่วยจากการติดไวรัส PRRS และโรคแทรกซ้อนช่วงอุ้มท้อง ช่วงตกลูกและเลี้ยงลูก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระบาดช่วงเครียดหรือช่วงถูกกดภูมิคุ้มกัน เช่น กรณีมี “ชีวพิษเชื้อรา” ปนเปื้อนในอาหาร ทำให้ฝูงแม่พันธุ์เป็น stable herd ในฟาร์มเครือข่าย รวม 2-3 ครั้ง ห่างกัน 3-4 สัปดาห์

 

วัคซีนควบคุมโรค PRRS.วัคซีนควบคุมโรค PRRS.

 

หลังการวิจัยพบว่า วัคซีนดังกล่าวให้ผลดีมากเมื่อเทียบกับการจัดการแบบ เดิม (คลุกกับสุกรอนุบาลที่แพร่เชื้อ ฉีดด้วยซีรั่มที่มี PRRSv) อีกทั้งให้ผลแน่นอนกว่า นอกจากนี้ ในการฉีดครั้งแรกควรทำให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้มีเวลา cool down มากที่สุด ก่อนการผสม (เป็นสัด)

โดยช่วงอายุสุกรอยู่ที่ประมาณ 5 เดือน ในกรณีมีฝูงทดแทนเองในฟาร์ม และช่วงอายุประมาณ 6 เดือน ในกรณีซื้อสุกรทดแทนเข้าฟาร์ม จากนั้นอาจสุ่มตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยวิธี PCR ซึ่งสุกรทดแทนที่ผ่านการเตรียมที่ถูกต้องจะให้ผลการตรวจเป็นลบ ซึ่งหมายความว่า โอกาสแม่แพร่เชื้อในเล้าคลอดต่ำมาก และไม่มีผลเสียต่อการผลิต อีกทั้งโอกาสที่จะมีการระบาดด้วย PRRS น้อยมาก

และ…มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ตกลงที่จะถ่ายทอดวิธีการผลิตวัคซีนให้กับกรมปศุสัตว์ผลิต เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในกลุ่มเกษตรกรรายย่อย แต่จะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์มันขึ้นอยู่กับการจัดการภายในฟาร์มด้วยเช่นกัน.

เพ็ญพิชญา เตียว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 20 ธันวาคม 2553, 05:00 น.

 

%d bloggers like this: