ภาษี

All posts tagged ภาษี

เอกชนค้านแหลกชี้รัฐบาลเพี้ยน

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128112.

Pic_128112

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

เอกชนค้านแหลกชี้รัฐบาลเพี้ยน “ชัยวุฒิ” มึนโครงสร้างภาษีใหม่ หวั่นลดสิทธิประโยชน์บีโอไอ ขอความชัดเจนโดยเร็ว เกรงกระทบการลงทุน …

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรมีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่โดยเฉพาะภาษีส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ข่าวที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งต้องสอบถามเป็นการภายในกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะมีผลกระทบวงกว้าง จะต้องรอบคอบก่อนออกสู่สาธารณะเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ดังนั้น การจะปรับเปลี่ยนคงจะต้องหารือกับทุกส่วนรวมถึงภาคเอกชน และคงจะหารือกันในระดับนโยบาย โดยเฉพาะในบอร์ดบีโอไอที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะการไปลดสิทธิประโยชน์การลงทุนของบีโอไอ จะต้องรอบคอบ เนื่องจากเหตุผลของการตั้งบีโอไอก็เพื่อส่งเสริมการลงทุนและสิทธิพิเศษด้านภาษีก็เป็นหนึ่งในหลายมาตรการในการชักจูงการลงทุนเข้ามาและไม่ได้ให้ทุกราย โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะให้และยังกำหนดเวลาและเงื่อนไขอีก

นายธนิต  โสรัตน์  รองประธาน  ส.อ.ท.กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาระประชาชนที่มีการบริโภคสินค้าทั้งภาคอุตสาหกรรมและรวมไปถึงภาคเกษตรกรรม แล้วจะนำไปแลกกับภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่เป็นเรื่องของการลงทุนจึงเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

“หวังว่าท้ายสุดรัฐบาลจะชัดเจนในเรื่องนี้โดยเร็วและคงไม่เพี้ยนไปมากกว่านี้เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน ซึ่งมาตรการทางภาษีของบีโอไอเพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรงถ้ายกเลิกเขาก็คงไม่นำเงินมาลงทุนแน่ ขณะที่ไทยเองก็ต้องการสร้างงานเพิ่ม”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงแผนการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัททั้งประเทศลงมาอยู่ที่ 18% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันเก็บในอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 10-37% และยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอ ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มยังอยู่ที่ระดับเดิม  7%  นั้น  ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเห็นด้วยหากจะมีการบังคับใช้จริง ซึ่งการปรับลดภาษีนิติบุคคล ที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) และบริษัทนอกตลาด เสียภาษีในอัตราเท่ากัน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทของประเทศมีต้นทุนการทำธุรกิจที่ลดลงทั้งระบบ

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า  เมื่อมีการปรับลดภาษีลงเท่าเทียมกัน  จะทำให้  บจ.เดิมที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ถอนตัวออกจากตลาด เพราะมีต้นทุนสูงกว่าบริษัทนอกตลาดนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการถอนตัวออกจากตลาด เพราะปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น ประกอบกับการอยู่ในตลาดจะทำให้มูลค่าและภาพพจน์ตลาดดีขึ้นด้วยจากความคาดหวังของนักลงทุนด้วย ซึ่งถือเป็นผลดีต่อผลประกอบการ

“การลดภาษีนิติบุคคลให้เท่ากันทั้งระบบ จะเป็นผลดีต่อส่วนรวมมากกว่า เพราะเมื่อบริษัทนอกตลาดมีต้นทุนที่ถูก ก็จะช่วยให้บริษัทโตขึ้น และในอนาคตเมื่อต้องการขยายธุรกิจ ก็สามารถเข้ามาระดมเงินทุนในตลาดได้ ส่วนบริษัทที่อยู่ในตลาด แม้จะมีต้นทุนในการเปิดเผยข้อมูลสูง  แต่เชื่อว่าไม่น่ามีใคร อยากออกตอนนี้ เพราะดัชนีเป็นช่วงขาขึ้น จึงทำให้ มูลค่าของบริษัทปรับตัวขึ้น ซึ่งโครงสร้างภาษีแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับแค่ตลาดทุน แต่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแรงขึ้น”

ส่วนการยกเลิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอนั้น  โดยส่วนตัวเห็นว่าบีโอไอสามารถปรับวิธีการทำงานใหม่  โดยเปลี่ยนเป็นผู้เอื้ออำนวยความสะดวกในการติดต่อให้กับบริษัทต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนในไทย  และส่งเสริมให้บริษัทในไทยไปลงทุนต่างประเทศ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

คลังชงครม.ลดภาษีส่งเสริมการใช้E85

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128340.

Pic_128340

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ที่ประชุม ครม. วันที่ 23 พ.ย. ลดภาษีส่งเสริมการใช้น้ำมัน E85…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 พ.ย. กระทรวงการคลังเสนอให้ ครม.พิจารณา มาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E 85 โดยขอความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลังรวม 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่..) กำหนดปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10คนที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ลงร้อยละ 3 ดังนี้คือ รถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบตั้งแต่ 1,780ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,000ลบ.ซม.และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220แรงม้า คิดอัตราภาษีร้อยละ 22 จากเดิมร้อยละ 25รถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 2,000ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,500 ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า อัตราภาษีร้อยละ 27 จากเดิมร้อยละ 30 และรถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 2,500 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า อัตราภาษีร้อยละ 32 จากเดิมร้อยละ 35

2. ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 (ฉบับที่..) (รถยนต์ E85 สำเร็จรูป) ที่ปรับลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์หรือยานยนต์สำเร็จรูปที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนต่าง ๆ ได้ทุกสัดส่วน โดยส่วนผสมของเอทานอลสูงสุดที่สามารถใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,780 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม. จำนวนไม่เกิน 2,000คัน จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 80 ลงเหลือร้อยละ 60 สำหรับการนำเข้าเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลังมีผลใช้บังคับ

3.ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 (ฉบับที่..) (ชิ้นส่วนรถยนต์ E85) ที่ยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85 โดยตรวจและเป็นชิ้นส่วนหลัก ๆ ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศทั้งสิ้น 15 รายการ สำหรับกรณีที่โรงงานประกอบรถยนต์นำเข้ามาใช้ประกอบหรือผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ขนาดความจำของกระบอกสูบไม่เกิน 3,000ลบ.ซม. ทั้งในกรณีที่มีการนำเข้าเป็รายชิ้นและมีการนำเข้าในลักษณะชิ้นส่วนสมบูรณ์ เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี และยกเว้นอาการขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85

สำหรับกรณีที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์นำเข้ามาในลักษณะเป็นส่วนประกอบของเครื่องยนต์เพื่อประกอบเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ขนาดความจุของกระบอกสูบเครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม.ในประเทศ เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยผู้นำเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานประกอบหรือผลิตรถยนต์หรือยานยนต์และนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์มาใช้ในการประกอบหรือผลิตเป็นรถยนต์หรือยานยนต์ภายในโรงงานของตนเองเท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

คลังเล็งรื้อโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 22:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127764.

Pic_127764

คลังรื้อโครงสร้างภาษี สรรพากร-สรรพสามิตรื้อโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ กรมสรรพการเตรียมหลายโมเดลเสนอระดับนโยบายพิจารณา ด้านอธิบดีสรรพสามิตเผย จะยกเลิกจัดเก็บภาษีในสินค้าที่ไม่สร้างรายได้ และหันไปเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษีสินค้าขนาดใหญ่แทน …

วันที่ 17 พ.ย. นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “ปฏิรูปโครงสร้างภาษี สร้างธุรกิจแข็งแกร่ง สู่ไทยเข้มแข็ง” ว่า มีแผนที่จะปรับโครงสร้างภาษีสรรพากรครั้งใหญ่ หลังจากที่ไม่เคยปรับมานานนับ 20 ปี ทำให้รูปแบบหรืออัตราการจัดเก็บภาษีล้าสมัย โดยกรมสรรพากรจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการ ร่วมหารือเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนี้ แผนปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนการทำงานที่จะทำให้กรมสรรพากรเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ภายในปี 4-5 ปีข้างหน้า

นายสาธิต กล่าวว่า ปัจจุบันมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับลด หรือ ปรับขึ้นอัตราภาษีที่เกี่ยวข้องกับกรม สรรพากรจำนวนมาก ซึ่งการปรับเพิ่มขึ้นนั้น ยังไม่ได้อยู่ในแผนของกรม แต่จะใช้วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพแทน ส่วนการปรับลดภาษีนั้น ก็จะใช้เวลาหลายปีกว่าที่รายได้ที่เคยจัดเก็บได้ในปัจจุบันจะกลับคืนมา ยกตัวอย่าง การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจะใช้เวลาถึง 3 ปี และ การปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะใช้เวลานานถึง 6 ปี กรมสรรพากรก็พยายามหาโมเดลที่มีความเหมาะสม และให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนในการตัดสินใจ โดยเฉพาะระดับนโยบาย

“กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น หลายฝ่ายก็เสนอให้ลด ก็มีคำถามกลับไปว่า ถ้ามีโมเดลแบบนี้ จะเอาด้วยหรือไม่ เช่น ยกเลิกการยกเว้นภาษีนิติบุคคลให้แก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 200-300 บริษัท ซึ่งจะทำให้ระดับภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัททั้งหมดอยู่ที่ 18% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% และ จะทำให้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดมาอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันเก็บในอัตราก้าวหน้าที่ 37% ส่วนมูลค่าเพิ่มเท่าเดิมที่ 7% ซึ่งโมเดลนี้ จะทำให้รายได้ของกรมเท่าเดิม หรือจะยังคงยกเว้นภาษีให้บริษัทในบีโอไอ แต่เลือกธุรกิจที่จะสนับสนุน เป็นต้น ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นประเด็นคำถามกลับไป นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโมเดลภาษีที่กรมสรรพากรคิด ทั้งการขึ้นหรือลดภาษีมูลค่าเพิ่ม และ อัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงการลดหย่อนภาษี ซึ่งทั้งหมดนี้ จะรวบรวมและเสนอให้ระดับนโยบายได้พิจารณาอีกครั้ง”

นอกจากนี้ ภายใต้แผนศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีนี้ กรมสรรพากรได้มีการศึกษาถึงการจัดเก็บภาษีจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ (Tobin Tax) ด้วย โดยเห็นว่า รัฐบาลควรจะมีการออกกฎหมายมารองรับการจัดเก็บภาษีในรูปแบบดังกล่าว แม้จะยังไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ในขณะนี้ แต่ควรเตรียมไว้ใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลเมื่อจำเป็น ซึ่งจะสามารถนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ได้ทัน และหากไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องนำมาใช้

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า มีหลายตัวแปรที่จะทำให้งบสมดุลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ คือ 1.ความผันผวนของระบบการเงินการคลัง ทั้งการเคลื่อนย้ายเงินทุน อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ เป็นต้น 2.สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งในอนาคตจะทำให้ค่าใช้จ่ายงบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการบริโภคก็จะมีผลต่อการจัดเก็บภาษี และ 3.กฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยแม้ว่า เราจะผ่านกฎหมายเรื่องดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่มีเครื่องมือที่จะเข้าไปจัดเก็บรายได้ ทั้งนี้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้น โครงสร้างของภาษีสรรพสามิตก็ต้องมีการปรับปรุง เบื้องต้น ภาษีระดับกลางๆ หรือ Neutral Tax ซึ่งอาจจะเก็บได้ราว 10-20 ล้านบาทต่อปี ไม่คุ้มค่าต่อการจัด เก็บ กรมสรรพสามิตก็จะพิจารณายกเลิก และ จะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสินค้าขนาดใหญ่แทน โดยเน้นไปที่สินค้าบาปและสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ในส่วนของ สินค้าบาปนั้น มีช่องทางที่จะปรับปรุงได้อีกเยอะ โดยเฉพาะสุรา ยาสูบ ผมคิดว่า ผลของการค้าเสรี ทำให้มีของถูก คุณภาพต่ำเข้ามาในประเทศ และทำให้คนไทยบริโภคเยอะขึ้น ซึ่งจะเป็นช่องทางใหญ่ วิธีการ คือ เราจะจัดเก็บภาษีเป็นการจัดเก็บแบบอัตราตามปริมาณ เช่น บาทต่อลิตร หรือ บาทต่อมวน เพื่อเป็นกำแพงปกป้องอุตสาหกรรมไทย และสุขภาพของคนไทย และ จะปรับจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก ซึ่งถือว่า เป็นการปรับระบบภาษีครั้งใหญ่ จะเริ่มจากสินค้ายาสูบเป็นสินค้าแรกก่อน”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 22:00 น.

“พาณิชย์” คลอดแผนนำเข้าอาหารปี54

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 22:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126523.

Pic_126523

“พรทิวา” คลอดนโยบายนำเข้าอาหารปี 54 ระบุ เงื่อนไข-หลักเกณฑ์เหมือนปี 53 แต่ค้านลดภาษีนำเข้ากากถั่วเป็น 0% ตามเอกชนเสนอ

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายอาหาร เพื่อพิจารณานโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ปี 54 ได้แก่ กากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปลาป่น ว่า ที่ประชุมได้กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การนำเข้าเหมือนปี 53 และยังคงภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองที่ 2% เพราะการปรับลดภาษีไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาอาหารสัตว์ และราคาเนื้อสัตว์โดยรวมลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์คัดค้านการลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองจาก 2% เป็น 0% ตามที่สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์เสนอ เพราะการลดภาษีทำให้ราคาอาหารสัตว์ ลดลงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับเป็นการเพิ่มภาระผู้บริโภคน้ำมันถั่วเหลืองและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บนำเข้าปีละ 600 ล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 22:00 น.

สรรพสามิตรับนโยบายคลังเร่งปราบของเหล้า-บุหร่ี-น้ำมันเถื่อน

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 18:22 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126517.

Pic_126517

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์

กรมสรรพสามิต รับนโยบายคลัง เร่งปราบเหล้า-บุหรี่และน้ำมั่นเถื่อน เผย ล่าสุดจับได้ของกลางมูลค่า 384,840 บาท คิดเป็นภาษี 99,390.72 บาท…

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตดูแลสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงการดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน และน้ำมันเถื่อน และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจของสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ได้ดำเนินการตามแผนบูรณาการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน และน้ำมันเถื่อนร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันปราบปรามผู้กระทำผิด อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2553 เจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันและปราบปรามได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 ในโกดังไม่มีเลขที่ หมู่ 13 เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ จึงได้ตรวจสอบพบของกลางเป็นสุราที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 408 ขวด ประกอบด้วย 1. จอนห์นี่ วอคเกอร์ เรดเลเบิ้ล ขนาดบรรจุ 1 ลิตร จำนวน 276 ขวด 2. จอนห์นี่ วอคเกอร์ แบล็กเลเบิล ขนาดบรรจุ 1 ลิตร จำนวน 24 ขวด 3. Bin 2 ขนาดบรรจุ 0.750 ลิตรจำนวน 60 ขวด 4. Bin 8 ขนาดบรรจุ 0.750 ลิตร จำนวน 48 ขวด พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ซึ่งให้การรับสารภาพว่าสุราทั้งหมดเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงแจ้ง ข้อกล่าวหามีไว้ในครอบครอง ซึ่งสุราที่ต้องปิดแสตมป์สุราแต่มิได้ปิดแสตมป์ สุรา และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน เพื่อดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับจำนวน 198,748 บาท ทั้งนี้หากนำสุราจำนวนดังกล่าวไปจำหน่ายในท้องตลาดจะมีมูลค่าประมาณ 384,840 บาท คิดเป็นค่าภาษีจำนวน 99,390.72 บาท

“หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call Center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ http://www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และจะมอบสินบนนำจับให้ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 18:22 น.

สรรพสามิตเดินเกม ป้องกันน้ำมันเถื่อน-โกงน้ำมัน

Published สิงหาคม 2, 2011 by SoClaimon

2 สิงหาคม 2554, 17:36 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191011.

Pic_191011

สรรพสามิตเดิน เกม “คู่ขนาน” ตั้งศูนย์ป้องกันฯ ควบส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นการเฉพาะ แก้ลำโรงกลั่นน้ำมันเลี่ยงภาษี พร้อมเพิ่มมาตรการคุมเข้มทุกระยะขนส่งน้ำมัน หวั่นเกิดเหตุลักไก่ขายน้ำมันผิดวัตถุประสงค์ แล้วย้อนมาเคลมภาษีคืน ระบุประชาชนต้องได้ใช้น้ำมันคุณภาพ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภาษีสรรพสามิตเป็นรายได้หลักที่สำคัญของประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2553 กรมฯสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 4 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 21 ของรายได้รวมรัฐบาล แยกเป็นรายได้จากภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันราว 1.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ดังนั้น ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของกรมฯทั้งในแง่ของรายได้ และในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาที่โลกกำลังให้ความสนใจ

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น กรมสรรพสามิตจึงจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบ ปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม คู่ขนาดไปกับ การจัดส่งเจ้าหน้าที่ของกรมฯไปประจำที่โรงกลั่น พร้อมทั้งวางระบบการควบคุมน้ำมันฯ ทั้งที่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง อาทิ การควบคุมด้วยระบบมิตเตอร์การเติมสารมาร์กเกอร์ ในน้ำมันส่งออก และการเติมสารสีเขียวและมาร์กเกอร์สำหรับน้ำมันที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อ เนื่องของราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังวางมาตรการในการกำหนดให้เรือ Tanker ต้องติดตั้งระบบการควบคุมและติดตามการขนส่ง (Global Positioning System: GPS) และกำหนดให้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนต้องมีใบขนกำกับติดไปกับรถขนด้วย เป็นต้น

“เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันที่ส่งออกจากโรงกลั่นจะเสียภาษีอย่างถูกต้อง ครบถ้วน อีกทั้งประชาชนยังได้ใช้น้ำมันที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน น้ำมันที่ได้รับการยกเว้นภาษีหรือคืนภาษี ก็จะเป็นน้ำมันที่นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์นั้นจริงๆ” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 สิงหาคม 2554, 17:36 น.

ธปท.หนุนลดภาษีนิติบุคคล รักษาการแข่งขันกับเพื่อนบ้าน

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 18:12 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189018.

Pic_189018

ธปท. เห็นด้วยลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% รักษาการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ควรหารายได้ทดแทนจากการขยายฐานภาษีให้ใหญ่ขึ้น แต่ไม่อยากให้ขึ้นภาษี เพราะอัตราของไทยสูงแล้ว หวั่นกระทบประชาชน ขณะที่ติดตามการใช้จ่ยรัฐบาล ประชาชน และแนวนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ใกล้ชิด …

วันที่ 25 ก.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงนโยบายการปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ว่า การปรับลดภาษีนิติบุคคล เป็นภาษีที่ทุกฝ่ายพูดกันมานานแล้วว่า ควรจะมีการปรับลดภาษีลง เพื่อให้สามารถแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศไทย ซึ่ง ธปท.มองว่า การปรับลดเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องหารายได้เพิ่มเติมจากส่วนอื่นมาทดแทน เพื่อคงรายได้ของรัฐบาลในระดับที่เหมาะสม

“อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราภาษีอื่นทดแทนการปรับลดภาษีนิติบุคคลนั้นมองว่า ไม่น่าจะดำเนินการเพราะอัตราภาษีของเราสูงกว่าคนอื่นอยู่แล้ว อย่าภาษีนิติบุคคลเองของเราก็สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมด ดังนั้น การหารายได้เพิ่มน่าจะเป็นความพยายามขยายฐานภาษี คือ ขยายกลุ่มคนที่เสียภาษีให้มากขึ้น เพราะถ้าเทียบกับจำนวนคนที่ทำงานแล้ว ในขณะนี้คนที่เสียภาษีให้รัฐยังมีจำนวนน้อย ถ้าปรับปรุงเรื่องนี้ เราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

นายประสาร กล่าวต่อว่า ธปท. และคณะกรรมการนโยบายการเงิน ยังคงอยู่ระหว่างการติดตามแนวนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล และแนวโน้มการใช้จ่ายของภาครัฐ และประชาชนในช่วงต่อไป เพื่อพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเงินเฟ้อ และการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงต่อไป โดยเมื่อนโยบายของรัฐบาลออกมาชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง และทำอะไรก่อนหลัง จะเห็นผลกระทบที่ชัดเจน ว่า เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของปีนี้ จะขยายตัวได้สูงกว่าประมาณการเศรษฐกิจที่ กนง.ประมาณการล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไว้ที่ 4.1% หรือไม่ ซึ่งหลังจากเห็นภาพชัดเจนคงจะมีการปรับเปลี่ยนประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 18:12 น.

ครม.คลอดมาตรการภาษีช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากม็อบ

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125671.

Pic_125671

รมว.คลัง เผย ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รับกระทบรายได้รัฐ แต่ต้องการให้ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอีกครั้ง

เมื่อ วันที่ 9 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวง การคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทางการเมือง ทั้งมาตรการในด้านเงินช่วยเหลือ ด้านประกันภัย และด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. มาตรการภาษีด้านเงินช่วยเหลือ มี 2 มาตรการย่อยคือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาลและหรือกรุงเทพมหานคร มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และนิติบุคคลที่ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของเงินเดือนประจำที่ได้จ่ายให้ ลูกจ้างไปแล้วตามบัญชี ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

2.มาตรการ ภาษีด้านประกันภัย มี 3 มาตรการย่อยคือ บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย สามารถหักรายจ่ายที่เป็นเงินช่วยเหลือซึ่งจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ได้ รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง, ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย เฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่า เสื่อมราคา มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

และ 3.มาตรการภาษีด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ มีมาตรการย่อย ประกอบด้วย 1. ด้านทรัพย์สินกรณีทรัพย์สินที่เสียหายเป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่า ของมูลค่าอาคารที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ หรือหักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 50% ของมูลค่าอาคารในวันแรกที่สร้าง เสร็จ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และไม่สามารถซ่อมแซมได้ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ และกรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และได้มีการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ให้หักรายจ่าย 2 เท่าของมูลค่าการซ่อมแซม

2. ด้านสิทธิการเช่า ให้ผู้เช่าที่มีสิทธิการเช่าในอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ และได้ก่อสร้างหรือจัดหาทรัพย์สินใหม่ทดแทน หักรายจ่ายดังกล่าวได้ 2 เท่า แต่ต้องไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าสิทธิการเช่าที่เหลืออยู่ในวันที่ถูกเพลิงไหม้ โดยต้องไม่นำไปหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาอีก 3.ด้านสินค้าที่เสียหายจนนำไปขายต่อไม่ได้และได้มีการทำลายสินค้านั้น กรณีผู้ขายและผู้ฝากขายรับรู้รายได้และเสียภาษีจากมูลค่าการขายแล้วแต่ยัง ไม่ได้รับชำระเงิน ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของต้นทุนสินค้าที่เสียหาย หากผู้ขายและผู้ฝากขายได้ปลดหนี้ค่าสินค้าให้แก่ลูกหนี้ให้สามารถนำไป จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ ส่วนลูกหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้ ไม่ต้องนำเงินได้จากการปลดหนี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีและกรณีเจ้าของ สินค้า/หรือผู้ซื้อสินค้าได้ซื้อสินค้ามาขายต่อโดยได้ชำระราคาค่าสินค้าแล้ว ให้หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของมูลค่าต้นทุนสินค้าที่เสียหาย และ4. ด้านค่าใช้พื้นที่ ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำประโยชน์ที่คำนวณได้จากมูลค่าการได้ใช้พื้นที่เพื่อขายสินค้าหรือ ให้บริการโดยไม่เสียค่าตอบแทน มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเสียภาษี

“มาตรการ ภาษีที่นำเสนอ คาดว่า จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีบ้าง แต่จะเป็นการช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องและการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนใน การประกอบกิจการของ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว” นายกรณ์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

ส่งออกผลไม้ไทยส่อเหนื่อย เวียดนามคุมเข้มนำเข้า

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 20:27 น.

ส่งออกผลไม้ไทยส่อเหนื่อย เวียดนามคุมเข้มนำเข้า.

Pic_187309

“พาณิชย์” เผยเวียดนามคุมเข้มนำเข้าสินค้า 3 ประเภท หลังขาดดุลการค้าต่อเนื่อง ชี้สินค้าอาหารจากพืชของไทยกระทบหนัก …

วันที่ 18 ก.ค. นางประนอมศรี โสมขันเงิน ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลเวียดนามต้องการส่งเสริมให้คนเวียดนามใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดการขาดดุลการค้า ล่าสุดได้ออกกฎระเบียบใหม่ 3 ฉบับ เพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ 1. สินค้าอาหารทำจากพืช 2. สินค้าฟุ่มเฟือย 11 รายการ และ 3. รถยนต์ใช้แล้ว โดยระเบียบที่กระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยมากที่สุด ได้แก่ ระเบียบว่าด้วยการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับสินค้าอาหารนำเข้าที่มีแหล่งกำเนิดจากพืช เพราะครอบคลุมผลไม้สดด้วย

ส่วนระเบียบว่าด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกในอาเซียน รวมทั้งไทย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากการลดภาษีภายในกลุ่มสมาชิกอาเซียน (ATIGA) จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีตามระเบียบฉบับนี้ เช่นเดียวกับระเบียบเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าใหม่สำหรับรถยนต์ใช้แล้ว ที่จะมีผลกระทบอย่างมากเฉพาะการนำเข้ารถยนต์ซีดานขนาด 6-9 ที่นั่ง และรถเอนกประสงค์ ซึ่งส่วนใหญ่เวียดนามนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเกรดระดับกลางและระดับสูงจากสหรัฐฯ และเยอรมนี ส่วนการนำเข้ารถยนต์จากประเทศที่มีพวงมาลัยขวา เช่น ประเทศไทยมีน้อยมาก

ทั้งนี้ ระเบียบว่าด้วยการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับสินค้าอาหารนำเข้าที่มีแหล่งกำเนิดจากพืช จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.54 กำหนดให้ผู้นำเข้าที่ไม่ได้จดทะเบียนแหล่งกำเนิดสินค้าที่ทำจากพืชกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเวียดนาม จะไม่สามารถนำเข้าสินค้าดังกล่าวเข้าไปในเวียดนามได้ นอกจากนี้ ต้องได้รับการบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม และปิดฉลากเป็นภาษาเวียดนาม ส่วนระเบียบว่าด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย ครอบคลุมสินค้าฟุ่มเฟือย 11 รายการ เช่น ถั่ว ยาสูบ อุปกรณ์ในห้องน้ำ ซอส และผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร เครื่องพริ้นเตอร์และอุปกรณ์ เป็นต้น โดยสินค้าเหล่านี้ต้องเสียภาษีนำเข้าสูงขึ้นระหว่าง 4-20% นับตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.นี้เป็นต้นไป

ขณะที่ระเบียบเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าใหม่สำหรับรถยนต์ใช้แล้วนั้น กำหนดอัตราภาษีใหม่ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใช้แล้ว ถ้าต่ำกว่า 10 ที่นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบต่ำกว่า 1.0 ลิตร และ 1-1.5 ลิตรภาษีคงที่ 3,500 เหรียญสหรัฐฯ และ 8,000 เหรียญสหรัฐฯตามลำดับ สำหรับรถ 10-15 ที่นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร หรือน้อยกว่า / มากกว่า 2.0-3.0 ลิตร และมากกว่า 3.0 ลิตร อัตราภาษีคงที่ 9,500 , 13,000 และ 17,000 เหรียญสหรัฐฯตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 กรกฎาคม 2554, 20:27 น.

ศุลกากรเปิดผลตัดสิน องค์กรอุทธณ์ WTO กรณีข้อพิพาทบุหรี่นำเข้าฟิลิปปินส์

Published มิถุนายน 26, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 18:53 น.
ศุลกากรเปิดผลตัดสิน องค์กรอุทธณ์ WTO กรณีข้อพิพาทบุหรี่นำเข้าฟิลิปปินส์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181482

 

คลัง เผย องค์กรอุทธรณ์ของ WTO ไม่เห็นชอบตามคำร้องอุทธรณ์ของไทย กรณีข้อพิพาทสินค้าบุหรี่นำเข้าจากฟิลิปปินส์…

 

24 มิ.ย. นางฉวีวรรณ คงเจริญกิจกุล ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.54 องค์กรอุทธรณ์ (Appellate Body) ของ WTO ได้มีรายงานคำตัดสินกรณีข้อพิพาทเรื่องสินค้าบุหรี่นำเข้าระหว่างประเทศไทย และประเทศฟิลิปปินส์ ในเรื่องที่ประเทศไทยอุทธรณ์คำตัดสินของคณะผู้พิจารณา (Panel) ของ WTO กรณีพิพาทนี้ดำเนินมาตั้งแต่เดือนก.พ.51 จนเมื่อเดือนพ.ย.53 WTO panel ได้ออกรายงานคำตัดสินกรณีพิพาทดังกล่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินราคา ศุลกากรและมาตรการทางภาษีที่ใช้กับบุหรี่นำเข้าจากฟิลิปปินส์ โดยบางส่วนเห็นด้วยกับฝ่ายไทย เช่นกฎหมายไทยสอดคล้องและไม่ขัดแย้งกับความตกลงว่าด้วยการกำหนดราคาศุลกากร การแต่งตั้งผู้บริหารกระ ทรวงการคลังเป็นกรรมการอำนวยการของโรงงานยาสูบ การใช้ราคาขายปลีกสูงสุดเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูล ค่าเพิ่ม และมีบางส่วนเห็นด้วยกับฟิลิปปินส์ เช่นวิธีปฏิบัติในการปฏิเสธราคาสำแดง สิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งวางประกัน การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มบุหรี่ที่ผลิตในประเทศ ทำให้ไทยยื่นคำร้องต่อองค์กรอุทธรณ์ ของ WTO เพื่อทบทวนการตีความในข้อกฎหมายตามความตกลง WTO ของ Panel

ในการนี้องค์กรอุทธรณ์ได้มีรายงานคำตัดสินโดยไม่เห็นชอบตามคำร้อง อุทธรณ์ของไทย แต่ได้ให้ความชัดเจนในมาตรฐานทางกฎหมายที่ใช้ในกรณีพิพาทนี้ โดยขณะนี้หน่วยงานของกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษารายงานคำตัดสินอย่าง ละเอียดเพื่อกำหนดท่าทีในเรื่องนี้ต่อไป

กรณีพิพาทดังกล่าวนี้ประเทศไทย ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าปรับให้ประเทศฟิลิปปินส์ในการดำเนินการที่ผ่านมา แล้วเนื่องจากเป็นระบบที่มองไปข้างหน้าโดยต้องการให้ประเทศสมาชิกแก้ไข ปรับปรุงมาตรการให้มีความสอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้ WTO อย่างไรก็ตามประเทศคู่กรณีหากมีข้อที่ต้องปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่างๆให้ สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้ WTO แต่ยังคงมาตรการเดิมไม่ปรับปรุงแก้ไขก็อาจถูกมาตรการตอบโต้จากประเทศสมาชิกผู้ฟ้องได้

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มิถุนายน 2554, 18:53 น.
%d bloggers like this: