พืชสวนครัว

All posts tagged พืชสวนครัว

“มะเขือขื่น” กับสรรพคุณน่ารู้

Published มิถุนายน 13, 2011 by SoClaimon

24 มีนาคม 2554, 05:01 น.
“มะเขือขื่น” กับสรรพคุณน่ารู้.

Pic_155834

มะเขือขื่น เป็นมะเขือที่พบขึ้นตามป่าละเมาะ หรือที่รกร้างทั่วไป ไม่นิยมปลูกเป็นพืชสวนครัว เนื่องจากคนส่วนใหญ่ระบุว่ารสชาติไม่อร่อย นิยมรับประทานอย่างกว้างขวางเฉพาะถิ่นภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้ผลดิบสีเขียวต้มหรือลวกจิ้มกับน้ำพริกชนิดต่างๆ ผลแก่หรือสุกสีเหลืองหั่นเล็กๆ พร้อมกับพริกขี้หนูสดใส่ปลาจ่อม ปลาเจ่า หรือใส่แกงเหนือ แกงอีสาน หลายอย่างเพิ่มรสชาติได้ดีมาก

มะเขือขื่น นอกจากจะปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่างตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพรอีกด้วย  โดยตำรายาพื้นบ้านระบุว่า  ราก นำไปใช้เป็นยาขับเสมหะ ทำให้น้ำลายแห้ง แก้ไข้ สันนิบาต แก้น้ำลายเหนียว แก้ไอ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ที่มีพิษร้อน โดยกะจำนวนพอประมาณต้มน้ำดื่ม หรือราก สามารถนำไปปรุงเป็นยาอื่น แก้กามตายด้าน บำรุงกำหนัด (เข้ายาตัวอื่น) ได้ผลดีระดับหนึ่ง ผล แก่หรือสุกที่เปลือกผลเป็นสีเหลืองกิน แก้เสมหะ แก้น้ำลายเหนียว แก้ไข้ สันนิบาตได้เช่นกัน คนในยุคโบราณนิยมกันแพร่หลาย
มะเขือขื่น หรือ SOLANUM XANTHOCARPUM อยู่ในวงศ์ SOLA-NACEAE เป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกว้าง ตามลำต้นจะมีหนามแหลมสีแดงเกือบดำ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ โดยในแผ่นใบจะมีหนามสีแดงเกือบดำเช่นกัน ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน สีเขียวสด

ดอกเป็นสีขาว  ลักษณะดอกเหมือน กับดอกมะเขือทั่วไป ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยเป็นพวงจำนวนหลายดอก “ผล” รูปทรงกลม กลีบเลี้ยงจะติดจนเป็นผล ผลดิบสีเขียว เมื่อแก่หรือสุกเป็นสีเหลืองอมส้มเล็กน้อย (ตามภาพประกอบคอลัมน์) เปลือกผลด้านในเป็นสีเขียว และเป็นเมือกเล็กน้อย รสชาติขื่นและเหนียว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ผลเมื่อโตเต็มที่ประมาณปลายนิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พบ ขึ้นตามป่าละเมาะ หรือที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไปตามที่กล่าวข้างต้น ไม่นิยมปลูกตามบ้าน จะมีปลูกเพื่อเก็บผลขายเป็นสินค้าบ้างเล็กน้อย มีผลวางขายตามแผงจำหน่ายพืชผักพื้นบ้านทั่วไป มีชื่อ เรียกตามท้องถิ่นต่างๆในประเทศไทยอีก คือ มะเขือเปราะ, มะเขือสวย (ภาคกลาง) มะเขือขันคำ, มะเขือคางกบ, มะเขือคำ, มะเขือแจ้, มะเขือจาน, มะเขือแจ้ดิน (ภาคเหนือ) เขือพา, เขือหิน (ใต้) มั่งคิเก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) และ มะเขือหิน (ภาคอีสาน) ครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 24 มีนาคม 2554, 05:01 น.

สวนวาสนา ของครอบครัว “สามเตี้ย” เลือกเพาะชำ พืชสวนครัว-สมุนไพรไทย ไม่เหมือนใคร ที่ นครนายก

Published กุมภาพันธ์ 10, 2010 by SoClaimon

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 466

เดินห่างจากความจน

สมยศ ศรีสุโร

สวนวาสนา ของครอบครัว “สามเตี้ย” เลือกเพาะชำ พืชสวนครัว-สมุนไพรไทย ไม่เหมือนใคร ที่ นครนายก

คนเรา…อาจมีหลักการคิด รูปแบบการดำเนินการเพื่อให้งานนั้นๆ ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้อย่างดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุดตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เหมือนๆ กัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกันคือ รายละเอียดในขั้นตอนของการดำเนินการที่แต่ละคนจะเลือกเช่นไร การจัดการมีแผนการอย่างไร ใครสามารถมองไปถึงอนาคตได้มั่นใจกว่ากัน ดูแล้วเหมือนง่าย แต่ขอให้เชื่อเถอะครับว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด กว่าจะเดินผ่านถนนเส้นนี้ไปได้ เพราะทุกบนเส้นทางที่เดินผ่าน เต็มไปด้วยความยากลำบากทั้งสิ้น ไม่ได้โรยด้วยความหวานชื่นหรอกครับ? คนๆ นั้น ต้องมีพร้อมทั้งความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ความอดทน ไม่ท้อถอย สู้ทุกอุปสรรคที่ขวางอยู่บนเส้นทาง หากทำได้ คนๆ นั้น ย่อมจะเป็นผู้ที่พบกับความสำเร็จมากกว่าคนอื่น มีข้อหนึ่งที่พึงระลึกเสมอ นั่นคือ การเอาความขยันมาขจัดทุกอย่างที่เจอในระหว่างเดินอยู่บนถนนเส้นนี้ เพราะความขยันเป็นทรัพย์สมบัติที่ดีที่สุด หาไม่ได้อีกแล้วเมื่อเดินไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ คนๆ นั้น ก็สามารถ เดินห่าง…จากความจน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

เช่นเดียวกับที่คลองสิบห้า ถนนสายรังสิต-นครนายก เลี้ยวเข้าไปตลอดเส้นทางของสองฟากถนน จะเต็มไปด้วยสวนจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ ทุกชนิด ทั้งเล็กใหญ่ตลอดไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องมือในการตกแต่งสวนและงานเกษตรทั้งหมดจะหาได้ที่นี่อย่างสมบูรณ์ ผ่านเส้นทางออกไปเส้นทางบางปลากด ขวามือจะเห็นป้ายตัวโตๆ เขียนว่า สวนวาสนา ตั้งอยู่เลขที่ 41/2 หมู่ที่ 11 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ของสามีภรรยาสกุล “สามเตี้ย” คือ คุณวิชาญ และ คุณปวีณาอายุ 46 ปี และ 41 ปี ตามลำดับ ใช้เนื้อที่ประมาณ 140 ตารางวา ปลูกบ้านพักอาศัย พร้อมอีกส่วนหนึ่งไว้สำหรับเป็นบริเวณเพาะชำพืชสวนครัวและสมุนไพรไทย ทั้งคู่เลือกประกอบอาชีพที่ไม่เหมือนคนอื่นในละแวกนั้นที่มีแต่ไม้ดอก ไม้ประดับ เต็มไปหมด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยปฏิบัติเช่นนั้นเหมือนกัน แต่คนเราทุกคนย่อมมีโอกาสที่จะคิดกันคนละด้าน และฝันกันคนละเรื่องได้เสมอเมื่อโอกาสนั้นมาถึง อยู่ที่ว่าคนๆ นั้น มองจากปัจจุบันไปถึงอนาคตได้อย่างแยบยลแค่ไหน

คุณวิชาญ เล่าว่า เป็นคนที่องครักษ์นี่เอง เข้าไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ จบแล้วก็ทำงานที่ไปรษณีย์ สาขาคลองจั่น อยู่หลายปี พอแต่งงานแล้วได้ระยะหนึ่งก็ขอย้ายกลับมาประจำที่ไปรษณีย์ สาขานครนายก ในปี พ.ศ. 2538 พร้อมทั้งนำครอบครัวกลับมาด้วย และเริ่มให้คุณปวีณาประกอบอาชีพดั้งเดิมที่ครอบครัวเคยทำมาก่อน คือการจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเฉกเช่นชาวคลองสิบห้า ที่เต็มไปตลอดเส้นทาง เป็นของธรรมดาทั่วไปเมื่อจำหน่ายของเหมือนๆ กัน แต่คนซื้อก็กลุ่มเดียวกัน ย่อมทำให้ได้รายได้น้อยและราคาไม่ค่อยดี ก็แค่พออยู่ได้ เพราะลูกค้าเยอะมากที่จะเข้ามาซื้อพันธุ์ไม้ที่คลองสิบห้า มีลูกค้าทั่วประเทศก็ว่าได้ เพราะที่นี่คือแหล่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับตลาดสินค้าตัวนี้

ต่อมา ปี พ.ศ. 2547 คุณวิชาญ มองว่าควรหาสินค้าตัวอื่นมาเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าได้มีโอกาสเลือกบ้าง คุณวิชาญ เลือกพวกพืชสวนครัวและสมุนไพรไทย เนื่องจากมองว่าแถวคลองสิบห้า ยังมีอยู่ไม่กี่รายที่จำหน่ายกันอยู่อย่างที่กล่าวไว้ คนเราลองมีความตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น แล้วคิดอะไรที่ดีๆ ให้ชีวิตตัวเองได้เสมอ และแล้วเมื่อลูกค้าเริ่มให้ความสนใจ เนื่องจากพันธุ์ไม้ที่ซื้อจากสวนวาสนามีความสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ผิดหวัง มีการตอบรับอย่างดีจากลูกค้ามากขึ้นตามลำดับ สุดท้าย คุณวิชาญ จึงเลือกที่จะเพาะชำพืชสวนครัวและสมุนไพรอย่างจริงจังและเพิ่มมากขึ้น จนปัจจุบันสวนวาสนามีเฉพาะพืชสวนครัวและสมุนไพรไว้จำหน่ายเท่านั้น

“ระยะแรกลำบากพอสมควร เพราะต้องตะลอนหาพันธุ์ไม้พืชสวนครัวและสมุนไพรที่แปลกๆ ทุกชนิด ที่พบแล้วนำมาเพาะชำต้องการให้ลูกค้ามีโอกาสเลือกให้มากที่สุด ขณะนี้ก็มีประมาณกว่า 200 ชนิด คิดว่าสวนผมน่าจะเป็นสวนเดียวที่มีพืชสวนครัวและพืชสมุนไพรมากที่สุดก็ว่าได้ หรือหากว่าพืชสมุนไพรตัวไหนที่ลูกค้าต้องการไม่มี ก็พยายามหามาให้จนได้ ไม่ต้องการให้ลูกค้าต้องผิดหวัง ที่ดงบังยังมาซื้อผมเลยครับ” คุณวิชาญ บอกผม มีคุณปวีณานั่งฟังอยู่ใกล้ๆ “ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนที่นิยมพืชสวนครัวและสมุนไพรมากขึ้น แล้วก็บอกต่อๆ กันไป มีลูกค้าโทร.มามากขึ้น ส่วนมากหน่วยงานราชการจะเข้ามาหาซื้อกันเยอะ เพราะกระแสในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงกำลังมาแรง บางหน่วยงานถือเป็นนโยบายต้องนำมาปฏิบัติให้เห็นจริง มีลูกค้ามาไกลทั่วประเทศเลยทีเดียว บางครั้งก็นำรถมารับเอง หรือบางครั้งผมก็ไปส่ง แล้วแต่ตกลงกัน ผมไปส่งไกลถึงภูเก็ตก็เคยครับ” คุณวิชาญ ลงท้าย

พืช สวนวาสนา สมุนไพรไทยอะไรบ้างที่น่าสนใจ อาทิ กรุงเขมา การบูร เกล็ดปลา กระทุ้งหมาบ้า โกฐจุฬา กุ่ม กำลังวัวเฉลิง กันเกรา ไข่เน่า เขยตาย เขนงนายพราน ขลู่ คงคาเดือด เจ็ดกำลังช้างสาร เถาวัลย์เปรียง ธรณีศาล หญ้าหนวดแมว อ้อยดำ เหงือกปลาหมอ พระเจ้าห้าพระองค์ อบเชยญวน แสลงใจ อัคคีทวาร เป็นต้น พืชสวนครัว ก็มีกะเพรา ขิงแดง กระเจี๊ยบแดง-เขียว พลู แมงลัก มะกรูด มะนาว โหระพา เตย พริกขี้หนู พริกไทย ยี่หร่า แมงลัก สลิด สะระแหน่ เป็นต้น และอีกมากมายเยอะแยะไปหมดอีกหลายๆ ชนิด หากต้องการอะไร ก็ติดต่อไปก่อน ที่ โทร. (081) 903-4633 รับรองไม่มีคำว่าผิดหวัง หากจะไปเยี่ยมสวนก็หาง่ายมาก เข้าไปทางคลองสิบห้า ตรงไปตลอดทางที่ไปบางปลากดก็จะพบ เพราะแถวนั้นจะจำหน่ายพันธุ์ไม้ตลอดเส้นทาง แถมทางสวนวาสนาจะมีรายการถ่ายเอกสารรายชื่อของพืชสวนครัวและสมุนไพรไทยให้ท่านเลือก รวมทั้งสิ้นเรียงลำดับตั้งแต่อักษร ก ไก่ ยาวไปจน ถึง ฮ นกฮูก รวมทั้งสิ้นถึง 262 ชนิด จุใจทีเดียว

คุณวิชาญและคุณปวีณาลงมือเพาะชำพันธุ์ไม้ทุกชนิดด้วยตนเองพร้อมลูกจ้างอีก 1 คน เพราะทั้งคู่ถือว่าความขยันที่แท้จริงจะต้องไม่มีเงื่อนไข ทำทุกอย่างชนิดมุ่งมั่น เหงื่อทุกหยดคืออนาคตของครอบครัว สื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่เอาเปรียบคนที่ซื้อพันธุ์ไม้ไปต้องสมบรูณ์พร้อมออกจากถุงลงปลูกทุกต้น ไม่เช่นนั้นจะไม่ให้ลูกค้าไป ทั้งคู่ใช้ชีวิตที่น่าอิจฉาคือ มีความคิดที่เป็นของตนเอง มองตนเองมากกว่ามองคนอื่น ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ เพราะคิดเสมอว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไร วิกฤตอย่างไร การดำเนินของชีวิตก็ยังคงดำเนินย่างก้าวกันต่อไป การกระทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต พร้อมเส้นทางการเดินของอาชีพที่ดี ก็ได้สิ่งตอบแทนที่ดีๆ อย่างแน่นอน สำหรับครอบครัว “สามเตี้ย” คุณคือสมาชิก เดินห่าง…จากความจน ที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างมาก

%d bloggers like this: