พิษบาทแข็ง

All posts tagged พิษบาทแข็ง

พาณิชย์เผยพิษบาทแข็งฉุดส่งออก ต.ค.แผ่วลง

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128288.

Pic_128288

“พาณิชย์” เผยมูลค่าส่งออกต.ค.53 ยังโตได้ 15.7% แต่แผ่วลงเมื่อเทียบก.ย.53 เหตุโดนพิษบาทแข็งเล่นงานอ่วม ฉุดรายได้เป็นเงินบาทหดเหลือ 5.4% ยอดเกินดุลเป็นเงินบาท 10 เดือนลดฮวบ 45% ลุ้น 2 เดือนที่เหลือยอดทะลัก ดันยอดทั้งปีโต เฉียด 25% มูลค่าทะลุ 1.9 แสนล้านดอลลาร์…

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ว่า ในเดือน ต.ค. 53 การส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่า 17,132.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.53 ที่มีมูลค่า 18,061.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเมื่อเทียบเป็นเงินบาทมีมูลค่า 522,374.9 ล้านบาท ขยายตัวเหลือเพียง 5.47% จากเดือนก.ย.ที่มีมูลค่า 565,874.2 ล้านบาท

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 14,810.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.5% ทำให้เกินดุลการค้า 2,321.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนยอดส่งออกรวม 10 เดือนปี 53 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่ารวม 160,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่ารวม 148,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 39.8% ส่งผลให้เกินดุลการค้ารวม 11,467.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาท เกินดุลการค้า 307,365.4 ล้านบาท ลดลง 45.56%

“การส่งออกเดือน ต.ค. เติบโตในอัตราที่ชะลอลง เพราะผู้ประกอบการเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงทุกๆ ปลายปีจะมีคำสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) น้อยลงเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ยอดการส่งออกในเดือนนี้ชะลอตัวลง” นางพรทิวา กล่าว

สำหรับมูลค่าการส่งออกในเดือน ต.ค. 53 ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้น 10.2% สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 17.1% และสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 15.3% ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญยังขยายตัวทุกตลาด โดยตลาดหลักขยายตัว 11.1% ตลาดศักยภาพสูง 19.4% และตลาดศักยภาพระดับรอง 8.3%

นางพรทิวา กล่าวต่อว่า หากการส่งออกใน 2 เดือนที่เหลือ คือ พ.ย.-ธ.ค.ปีนี้ มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 14,500-15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลให้มูลค่าส่งออกทั้งปีทะลุ 190,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวได้ 24.5% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20% มูลค่า 183,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้แน่นอน เพราะคาดว่าความต้องการซื้อสินค้าจะมีมากขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองของสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น ขณะที่การเกิดภัยพิบัติธรรมชาติจนพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย ก็จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงตามไปด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 17:00 น.

พาณิชย์ด้ินช่วยส่งออกเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาค่าบาท

Published ตุลาคม 19, 2010 by SoClaimon

15 ตุลาคม 2553, 17:20 น.

ผ่านทางพาณิชย์ด้ินช่วยส่งออกเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาค่าบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_119109

“พาณิชย์” เต้นช่วยผู้ส่งออกสินค้าเกษตรกระอักพิษบาทแข็ง หวังให้เลิกกดราคาซื้อสินค้าจากเกษตรกร เสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาให้รัฐพิจารณา ด้านผู้ส่งออกกุ้ง-ไก่-สับปะรดกระป๋อง คาดปีนี้ขาดทุนจากบาทแข็งรวมกันแล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท…

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายฉัตรชัย ชูแก้ว โฆษกกระทรวงพาณิชย์ และที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการสินค้าเกษตรที่ได้รับผล กระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และป้องกันการกดราคารับซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร ว่า ผู้ประกอบการเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าแล้ว หากรัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาค่าเงินบาท ผู้ประกอบการก็อาจลดต้นทุนด้วยการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร หรือบางรายอาจไม่รับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากต่างประเทศ ทำให้ในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า ผลผลิตจะล้นตลาด ราคาตกต่ำ และเกษตรกรเดือดร้อน จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอ 3 แนวทางในการแก้ปัญหาให้กับผู้ส่งออก ได้แก่ 1. ขอให้รัฐบาลลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็น 0% จากปัจจุบันเก็บที่ 2% เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน 2. ขอให้ธนาคารพาณิชย์รับจำนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จากผู้ส่งออก โดยส่วนต่างที่เกิดขึ้นให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ เช่น ปัจจุบันค่าเงินบาทอยู่ที่ 29.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ผู้ส่งออกอาจนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจำนำกับธนาคารในอัตรา 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นอัตราที่ผู้ส่งออกส่วนใหญ่รับคำสั่งซื้อมาก่อนหน้านี้ โดยส่วนที่เกิดขึ้นกว่า 2 บาทให้รัฐบาลจ่ายให้กับธนาคารพาณิชย์เอง และ 3. ผู้ประกอบการเสนอให้กำหนดค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตราพิเศษ หรืออ่อนกว่าค่าเงินบาทปกติ ให้กับผู้ส่งออก ในกระดานซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ เช่น ปกติอยู่ที่ 29.80 บาท แต่พิเศษสำหรับผู้ส่งออกที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านนายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ปีนี้อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะขาดทุนจากค่าเงินบาทแข็งค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากยอดการส่งออกประมาณ 4 แสนล้านบาท หากค่าเงินยังแข็งค่าต่อเนื่องในปีหน้า ราคากุ้งในประเทศจะได้รับผลกระทบแน่นอน จึงต้องการให้รัฐบาลลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองเป็น 0% เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

ส่วนนายณัฐศักดิ์ พัฒนกุลไทย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกไทย คาดว่าปีนี้อุตสาหกรรมไก่จะขาดทุนจากค่าเงินบาทแข็งประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากยอดการส่งออก 400,000 ตัน มูลค่าลดลงเหลือเพียง 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ นายกสมคมอุตสาหกรรมสับปะรดไทย กล่าวว่า ในปีนี้อุตสาหกรรมสับปะรดคาดจะขาดทุนจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าประมาณ 2 พันล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 ตุลาคม 2553, 17:20 น.

tags:
ฉัตรชัย ชูแก้ว กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธปท. แบงก์ชาติ สมาคมธนาคารไทย พิษบาทแข็ง ค่าเงิน ส่งออก กระทรวงการคลัง

%d bloggers like this: