พาณิชย์

All posts tagged พาณิชย์

ปูด“พาณิชย์”หมกสต็อกปาล์ม กดตัวเลขต่ำกว่าระดับปลอดภัย ลักไก่อ้างความชอบธรรมนำเข้า

Published พฤษภาคม 11, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/6356

วันศุกร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 10.19 น.

tags : พาณิชย์พณ.น้ำมันปาล์ม,

แฉกระทรวงพาณิชย์เล่นกล กดตัวเลขสต็อกน้ำมันปาล์มต่ำลงจากระดับปลอดภัย200,000 ตัน เพื่อลักไก่ครม.นำเข้าน้ำมันปาล์ม 10,000 ตันแรก ระบุเดือนมีนาคมไม่มีการส่งออก แต่ตั้งไว้ 44,000 ตัน ขณะที่กรมการค้าภายในชิ่งไม่ยอมสำแดงตัวเลขประมาณการสต็อก ทั้งที่ล่วงเลยนานร่วมเดือนแล้ว

รายงานข่าวจากวงการน้ำมันปาล์ม เปิดเผยกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติให้น้ำเข้าน้ำมันปาล์มจำนวน 10,000 ตันแรกจากที่กำหนดไว้ 40,000 ตัน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555ว่า มีเงื่อนงำไม่ชอบมาพากลในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุมครม. โดยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อ้างว่า เพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำมันปาล์ม และยังอ้างตัวเลขสต็อกเดือนมีนาคม 2555 ที่ 182,642 ตัน เดือนเมษายนจะลดลงเหลือ 155,579 ตัน ซึ่งถือเป็นสต็อกระดับเตือนภัย ซึ่งเสี่ยงต่อการขาดแคลน จำเป็นต้องเร่งรัดนำเข้าเพื่อให้ปรับขึ้นมาเป็นระดับสต็อกปลอดภัยที่ 200,000 ตัน

ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว สต็อกในเดือนมีนาคม จะมีมากกว่า 200,000 ตัน เนื่องจากไม่มีการส่งออกที่ตั้งไว้ที่ 44,000 ตัน และยังตั้งตัวเลขการนำน้ำมันปาล์มเพื่อผลิตไบโอดีเซลสูงถึง 54,000 ตัน ทั้งที่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์  การผลิตไบโอดีเซลใช้เพียง 49,717 ตันและ 48,919 ตัน ตามลำดับเท่านั้น

“เป็นการเล่นกลตัวเลข เพื่อกดสต็อกในเดือนมีนาคมและเมษายนให้ต่ำลง เพื่ออ้างความชอบธรรมในการนำเข้า ซึ่งถ้าตัวเลขสต็อกสูงถึง 200,000 ตัน กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถอ้างเหตุนำเข้าได้เลย เพราะเป็นระดับสต็อกปลอดภัยอยู่แล้ว”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปกติกรมการค้าภายในจะทำประมาณการตัวเลขสต็อกไว้ล่วงหน้า โดยเคยทำไว้ถึงเดือนมิถุนายน 2555 ด้วยซ้ำ  แต่ในขณะนี้กลับลบตัวเลขสต็อกออกจากประมาณการทั้งสิ้น ยกเว้นเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2555

“จริงๆเคยมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชนเรื่องการจัดทำตัวเลขสต็อก เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำมันปาล์ม      ซึ่งกรมการค้าภายในเอง ซึ่งมีหน้าที่รับแจ้งตัวเลขจากโรงสกัดและโรงกลั่นก็รับปากว่า จะรายงานตัวเลขสต็อกในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แต่น่าแปลกที่วันนี้เลยวันที่ 15 เมษายนมาแล้ว 3 สัปดาห์กลับไม่มีตัวเลขสต็อกของเดือนมีนาคม”

ในทางกลับกัน  กระทรวงพลังงานกลับให้ข่าวว่า  เนื่องจากสต็อกน้ำมันปาล์มมีมาก ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงเตรียมผลิตไบโอดีเซล สูตร บี7 ซึ่งหมายความว่า ใช้น้ำมันปาล์ม เป็นส่วนผสมถึง 7% มากกว่าไบโอดีเซล สูตรบี 5 ที่ใช้น้ำมันปาล์มเพียง 5%

“เป็นทั้งตัวเลขสต็อกที่ขัดแย้งกันเอง ถ้าหน่วยงานหนึ่งแสดงตัวเลขจริง   อีกหน่วยงานหนึ่งก็จะเป็นตัวเลขโกหก” แหล่งข่าวกล่าว

โฆษณา

นายกฯ จี้พาณิชย์ ทำงานหนักขึ้นแก้ปัญหาของแพง

Published เมษายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/251381

7 เมษายน 2555, 11:21 น.

Pic_251381

“ยิ่งลักษณ์” แจงเกาะติดทบทวนมาตรการพร่องน้ำในเขื่อน ปรับลดการระบายน้ำ รับมือภัยแล้ง-น้ำท่วม ลั่น ภายใน พ.ค.เห็นผลเป็นรูปธรรมขุดลอกคูคลอง จี้ พณ. ทำงานหนักขึ้นแก้ปัญหาของแพง …

เมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 7 เม.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ถึง ความพร้อมในการเตรียมรับมือกับปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ใกล้จะถึงฤดูฝน ว่า หลังจากจบเทศกาลสงกรานต์จะมีการติดตาม โดยขณะนี้เราได้ติดตามการรายงานจากพื้นที่ บางพื้นที่อาจจะช้ากว่ากำหนดการบ้าง เพราะติดขัดเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง แต่บางที่ในจุดสำคัญ ๆ เริ่มมีการขุดลอกคูคลองไปแล้ว ในเดือน พ.ค.จะเริ่มเห็นความคืบหน้ามากขึ้น เมื่อวันที่ 6 เม.ย. กองทัพบกรายงานว่าได้ขุดลอกคูคลองใน กทม.คืบหน้าไปกว่า 40 % แล้ว บางคลองก็ขุดลอกเสร็จแล้ว สำหรับภาคเอกชนบางแห่งก็เริ่มกลับมาทำธุรกิจได้ตามปกติแล้ว โดยในไตรมาส 2 นี้จะเริ่มทยอยเปิดโรงงานและเดินการผลิตเต็มที่ประมาณเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนก็ยังคงมีกังวลอยู่บ้าง แต่ถ้าความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำชัดเจนเป็นรูปธรรม ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสบายใจบ้าง อย่างไรก็ตามเรื่องการก่อสร้าง การซ่อมประตูระบายน้ำ หรือพนังกั้นน้ำต่างเร่งดำเนินการให้เสร็จเป็นรูปธรรม จะทำให้ประชาชนสบายใจขึ้น ขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้รัฐบาลว่ายังมีส่วนไหนที่ยังขาดตกบกพร่อง

เมื่อถามว่า แต่บางพื้นที่กลับมาเจอปัญหาภัยแล้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้เรามีการปรับระดับการพร่องน้ำในเชื่อนใหม่ มีการติดตามทบทวนจากเดิมที่เป็นการระบายน้ำ แต่ได้ปรับลดชะลอการระบายน้ำลงเพื่อจะให้น้ำในเขื่อนสามารถรองรับการใช้ในด้านเกษตรกรรมได้เพียงพอ เราก็ติดตามทั้งติดตามปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำในเขื่อน เมื่อถามว่า แสดงว่าปีนี้ปัญหาเรื่องน้ำไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เราต้องทำเต็มที่ในเรื่องแนวทางป้องกัน อย่างน้อยถ้าระบบต่างๆ ที่วางไว้ในระยะยั่งยืนได้เริ่มดำเนินการไปในหลายส่วน แล้วก็จะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ค่อยๆคลี่คลายขึ้น

เมื่อถามถึง กรณีที่ยังมีคนบ่นว่าราคาสินค้าแพงเหลือเกิน รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ร้านโชห่วยช่วยชาติ และการจัดกิจกรรมสินค้าราคาถูกก็คงจะช่วยภาระค่าครองชีพของประชาชนได้บางส่วน เราต้องทำงานแข่งกับเวลา ร้านโชห่วยช่วยชาติถือเป็นพื้นฐานที่ทำให้ประชาชนได้รู้ถึงราคามาตรฐานของ สินค้าที่จำเป็นแก่การครองชีพ แต่กระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบในราคาไม่สมเหตุสมผล ขณะนี้เราอาจจะยังมองในระยะสั้น เป็นปีต่อปี ขณะเดียวกันคงต้องมีการวางแผนในระยะยาวในการดูแลเรื่องอุปสงค์อุปทานให้สัมพันธ์กัน ในระยะยาวคงต้องขอเวลาในการแก้ปัญหานี้ด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 7 เมษายน 2555, 11:21 น.

พาณิชย์เผยพิษบาทแข็งฉุดส่งออก ต.ค.แผ่วลง

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128288.

Pic_128288

“พาณิชย์” เผยมูลค่าส่งออกต.ค.53 ยังโตได้ 15.7% แต่แผ่วลงเมื่อเทียบก.ย.53 เหตุโดนพิษบาทแข็งเล่นงานอ่วม ฉุดรายได้เป็นเงินบาทหดเหลือ 5.4% ยอดเกินดุลเป็นเงินบาท 10 เดือนลดฮวบ 45% ลุ้น 2 เดือนที่เหลือยอดทะลัก ดันยอดทั้งปีโต เฉียด 25% มูลค่าทะลุ 1.9 แสนล้านดอลลาร์…

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ว่า ในเดือน ต.ค. 53 การส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่า 17,132.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.53 ที่มีมูลค่า 18,061.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเมื่อเทียบเป็นเงินบาทมีมูลค่า 522,374.9 ล้านบาท ขยายตัวเหลือเพียง 5.47% จากเดือนก.ย.ที่มีมูลค่า 565,874.2 ล้านบาท

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 14,810.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.5% ทำให้เกินดุลการค้า 2,321.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนยอดส่งออกรวม 10 เดือนปี 53 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่ารวม 160,277 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่ารวม 148,810 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 39.8% ส่งผลให้เกินดุลการค้ารวม 11,467.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาท เกินดุลการค้า 307,365.4 ล้านบาท ลดลง 45.56%

“การส่งออกเดือน ต.ค. เติบโตในอัตราที่ชะลอลง เพราะผู้ประกอบการเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงทุกๆ ปลายปีจะมีคำสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) น้อยลงเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ยอดการส่งออกในเดือนนี้ชะลอตัวลง” นางพรทิวา กล่าว

สำหรับมูลค่าการส่งออกในเดือน ต.ค. 53 ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้น 10.2% สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 17.1% และสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 15.3% ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญยังขยายตัวทุกตลาด โดยตลาดหลักขยายตัว 11.1% ตลาดศักยภาพสูง 19.4% และตลาดศักยภาพระดับรอง 8.3%

นางพรทิวา กล่าวต่อว่า หากการส่งออกใน 2 เดือนที่เหลือ คือ พ.ย.-ธ.ค.ปีนี้ มีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 14,500-15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลให้มูลค่าส่งออกทั้งปีทะลุ 190,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวได้ 24.5% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20% มูลค่า 183,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้แน่นอน เพราะคาดว่าความต้องการซื้อสินค้าจะมีมากขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองของสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น ขณะที่การเกิดภัยพิบัติธรรมชาติจนพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย ก็จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงตามไปด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 17:00 น.

พณ.จับมือทูตมาเลย์ ติวเข้มผู้ประกอบการไทย

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

14 พฤศจิกายน 2553, 20:42 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126993.

Pic_126993

พาณิชย์ จับมือสถานทูตมาเลเซีย ติวเข้มผู้ประกอบการไทยที่ต้องการบุกตลาดมาเลเซีย ตลาดเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูงสุดในอาเซียน ฟรี!…

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมจะร่วมกับสถานทูตมาเลเซีย ประจำปรเทศไทย จัดสัมมนา “รุกตลาดมาเลเซีย…โอกาสมีมากกว่าที่คิด” ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยที่มีความสนใจในตลาดมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูงที่สุด ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโอกาส และลู่ทางการค้า/การลงทุน ตลอดจนกฎระเบียบต่างๆ ของมาเลเซีย โดยมีทูตพาณิชย์ และทูตด้านการลงทุนของมาเลเซียประจำประเทศไทยร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ จะมีนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและลงทุนในมาเลเซียมา ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมเข้าสัมมนาด้วย

“มาเลเซียเป็นตลาดใกล้บ้านที่มีกำลังซื้อสูง มีความต้องการสินค้าจากไทยมาก และถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของไทยในกลุ่มอาเซียน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปี 53 ถึง 520,000 ล้านบาท ขยายตัว 31.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนมูลค่าการค้าชายแดนยังสูงถึง 376,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีมูลค่าการค้าชายแดนกับไทยสูงที่สุด ส่วนด้านการลงทุน มาเลเซียเริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบในหลายสาขาที่นักลงทุนไทยมีศักยภาพ”

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมการสัมมนาสามารถดาวน์โหลด กำหนดการ และใบสมัครเข้าร่วมการสัมมนาได้ที่ http://www.dft.go.th และส่งใบสมัครได้ทางโทรสารหมายเลข 02-547-4728 ภายในวันที่ 22 พ.ย.53 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1385 หรือที่ 02-547 4730-32 ฟรีตลอดงาน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 พฤศจิกายน 2553, 20:42 น.

เจ๊วาสั่งนำผักถูกกดราคาไปขายที่หายาก

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 16:22 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126223.

Pic_126223

“พรทิวา” สั่งกรมการค้าภายใน นำผักถูกกดราคาซื้อไปขายยังแหล่งอื่นแทน พร้อมรับมอบวัสดุก่อสร้างจากผู้ประกอบการ แจกฟรีประชาชนน้ำท่วมบ้าน…

วันท่ี่ 11 พ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่เกษตรกรถูกกดราคารับซื้อผักเหลือกิโลกรัมละ 1 บาทว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน นำผักจากพื้นที่ที่ประสบปัญหา มาขายในพื้นที่อื่น ที่ประชาชนหาซื้อผักได้ยาก เป็นการช่วยกระจายผลผลิตไปยังแหล่งที่ขาดแคลน ถือเป็นการช่วยผู้ผลิตให้สามารถขายสินค้าได้ และช่วยประชาชนให้สามารถซื้อหาได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้ (11พ.ย.) กระทรวงพาณิชย์ ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้าง นำสินค้าวัสดุก่อสร้างมาบริจาคให้ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อนำไปสร้าง และซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย ซึ่งกระทรวงจะกระจายสินค้าให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง

สำหรับวัสดุก่อสร้าง ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาค ได้แก่ ปูนซีเมนต์ 100,000 ถุง (ถุงละ 50 ก.ก.) มูลค่า 13 ล้านบาท เหล็กเส้น 50 ตัน มูลค่า 1.2 ล้านบาท สังกะสี 3,000 แผ่น มูลค่า 500,000 บาท กระเบื้องมุงหลังคา 10,000 แผ่น มูลค่า 500,000 บาท รวมทั้งแผ่นยิปซั่ม พร้อมกันนั้น ผู้ประกอบการสินค้าวัสดุก่อสร้างยังให้ความร่วมมือตรึงราคาขายจนถึงสิ้นปี และจะจัดส่งสินค้าไปยังพื้นที่น้ำท่วมก่อน อีกทั้ง ยังกำชับตัวแทนในจังหวัดต่างๆ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาขายเอาเปรียบประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างโฮมโปร ยังให้ความร่วมมือลดราคาพิเศษสูงสุด 50% และ สามารถผ่อนได้ 0% นาน 10 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เริ่ม 11 พ.ย.-31ธ.ค.นี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 16:22 น.

ก.พาณิชย์ประกาศบริษัทสิ้นสภาพ18,449ราย

Published กรกฎาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 02:47 น.

ก.พาณิชย์ประกาศบริษัทสิ้นสภาพ18,449ราย.

Pic_185365

“พาณิชย์” ประกาศถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทร้างจำนวน 18,449 ราย หลังไม่ได้ยื่นงบการเงินและรายการชำระบัญชีมาแล้วนานกว่า 3 ปี หวั่นใช้ชื่อที่อยู่ในทะเบียนแอบบอ้างหลอกลวงประชาชน…

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางได้อาศัยอำนาจตามความในประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะดำเนินการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด 18,449 ราย ที่จัดตั้งขึ้นแล้วไม่ได้ทำการค้าขาย หรือประกอบกิจการงานใดๆ และไม่ได้ยื่นงบการเงินประจำปีต่อกรม หรือบางรายจดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่ยื่นรายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนให้เสร็จสิ้น โดยยังมีชื่อของห้างหุ้นส่วนและบริษัทยังคงอยู่ในทะเบียนและมีสถานะเป็น นิติบุคคลอยู่ในฐานข้อมูลนิติบุคคล ซึ่งไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงและอาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดและก่อให้ เกิดความเสียหายจากการทุจริตหลอกลวงได้

“กรมได้ตรวจสอบห้างหุ้น ส่วนหรือบริษัทจำกัดที่มิได้ส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลัง 3 ปีติดต่อกันพบ ว่า มีห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่จดทะเบียนเลิกแล้ว และมิได้ทำรายงานการชำระบัญชี หรือมิได้ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิก ซึ่งกรมได้มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทและผู้ชำระบัญชีแจ้งให้ดำเนินการภายใน 180 วันไปแล้วแต่ผู้ชำระบัญชีมิได้ปฏิบัติตาม จึงเตรียมถอนทะเบียนบริษัทดังกล่าวออกจากฐานข้อมูลการจดทะเบียนของกรม” นายอิทธิพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจะสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการและผู้ถือหุ้นมีอยู่เท่าไรก็คงจะอยู่ในทะเบียนอย่างนั้น และพึงเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทนั้นยังมิได้สิ้นสภาพนิติบุคคล.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 02:47 น.

ยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ครึ่งปี54พุ่ง25%

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 14:58 น.

ยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ครึ่งปี54พุ่ง25%.

Pic_184016

ผู้ประกอบการแห่จดทะเบียนธุรกิจใหม่ครึ่งปี 54 พุ่ง 25% แต่ทุนหด 1% เหตุรายย่อยใช้ทุนตั้งไม่สูงมาก จับตาเงินเฟ้อปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง ทำยอดธุรกิจชะลอ…

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) 54 ว่า มีผู้ประกอบการมาขอจดจัดตั้งเป็นนิติบุคคล ประเภทห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด ทั่วประเทศ 31,500 ราย เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 6,378 ราย มีทุนจัดตั้งรวมทั้งหมด 161,000 ล้านบาท ลดลง 1% หรือลดลง 2,489 ล้านบาท โดยธุรกิจที่จัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริการนันทนาการ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริการจัดการ

ขณะที่ยอดการจดทะเบียนทั่วประเทศเฉพาะเดือนมิ.ย. 54 มี 5,432 ราย เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับมิ.ย.ปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 1,111 ราย ส่วนทุนจัดตั้งมีมูลค่า 22,400 ล้านบาท ลดลง 33% หรือ ลดลง 11,400 ล้านบาท โดยธุรกิจที่จดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริการนันทนาการ ก่อสร้างทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการธุรกิจอื่น และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ

“แนวโน้มการจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นในแง่ปริมาณ เป็นเพราะผู้ประกอบการให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก จากการส่งออก การลงทุนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งดัชนีในตลาดหุ้นของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนมูลค่าทุนที่ลดลงสวนทางกับจำนวนธุรกิจจัดตั้ง อาจเป็นเพราะธุรกิจที่จัดตั้งใหม่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมใช้เงิน ลงทุนไม่สูง” นายอลงกรณ์ กล่าว

สำหรับการจดทะเบียนยกเลิกกิจการช่วง 6 เดือน 54 มี 3,778 ราย เพิ่มขึ้น 26% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 793 ราย มีมูลค่าทุนยกเลิก 18,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% หรือเพิ่มขึ้น 6,176 ราย โดยธุรกิจที่ยกเลิกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น ตัวแทนธุรกิจการท่องเที่ยวและผู้จัดนำเที่ยว และขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ด้านยอดจดทะเบียนยกเลิกกิจการ มี 1,088 ราย เพิ่มขึ้น 122% หรือเพิ่มขึ้น 599 ราย มีทุนจดทะเบียนยกเลิก 6,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57 หรือเพิ่ม 2,206 ราย โดยธุรกิจที่จดทะเบียนยกเลิกสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น ขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้า และขายส่งวัสดุก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลัง ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อ แม้ขณะนี้จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุน รวมถึงปัจจัยเสี่ยงในเรื่องราคาน้ำมันที่มีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและภาคขนส่ง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 14:58 น.

เฮ!พรุ่งนี้น้ำมันปาล์มลดขวดละ5บาท

Published กรกฎาคม 3, 2011 by SoClaimon

1 กรกฎาคม 2554, 19:13 น.
เฮ!พรุ่งนี้น้ำมันปาล์มลดขวดละ5บาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_183186

“พาณิชย์” เคาะราคาปาล์มขวดลง 5 บาท เหลือ 42 บาท/ขวด มีผลพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) แต่ให้โอกาสร้านค้ารายย่อยระบายสต๊อกเก่า 1 สัปดาห์ก่อนตรวจจับจริง…

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาน้ำมันพืชว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดราคาเพดานน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ลง 5 บาท จากขวดละ 47 บาท เหลือ 42 บาท มีผลบังคับใช้วันที่ 2 ก.ค.นี้ แต่จะให้ระยะเวลาร้านค้ารายย่อยระบายสต๊อกเก่าออกก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้น จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ หากพบรายใดจำหน่ายเกินราคาควบคุมจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ส่วนโรงงานปาล์มบรรจุขวด และห้างค้าปลีก เชื่อว่าจะสามารถจำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดตามราคาใหม่ได้

สำหรับ สถานการณ์ ต้นทุนน้ำมันปาล์มนั้น ขณะนี้ราคาผลปาล์มสด กก.ละ 4.50-5.50 บาท ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศกก.ละ 28-30 บาท และน้ำมันปาล์มดิบตลาดโลก กก.ละ 31 บาท ซึ่งต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบ 28 บาทนั้น สามารถจำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดได้ในราคา 42 บาท โดยไม่เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการ แม้ว่าภาคเอกชนบางส่วนต้องการให้รัฐบาลทยอยปรับลดราคา แต่กรมเห็นว่าเมื่อช่วงที่ราคาต้นทุนน้ำมันปาล์มสูงขึ้น กรมได้อนุมัติให้ขึ้นรวดเดียวทันที เมื่อต้นทุนลดลง ราคาก็ควรลงรวดเดียวเช่นกัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 กรกฎาคม 2554, 19:13 น.

tags:
พาณิชย์ กรมการค้าภายใน น้ำมันปาล์ม คณะอนุกรรมการพิจารณาราคาน้ำมันพืช วัชรี วิมุกตายน

“พาณิชย์” ส่งข้าวสารช่วยชาวน่าน 3 หมื่นถุง

Published มิถุนายน 30, 2011 by SoClaimon

29 มิถุนายน 2554, 18:55 น.

“พาณิชย์” ส่งข้าวสารช่วยชาวน่าน 3 หมื่นถุง.

Pic_182672

“พาณิชย์” จัดส่งข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมชาวน่าน 30,000 ถุง พร้อมสั่งพาณิชย์จังหวัด การค้าภายใน คุมเข้มร้านค้า หวั่นฉวยโอกาสขึ้นราคา-กักตุนสินค้า …

วันที่ 29 มิ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ขออนุมัติ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ให้ความเห็นชอบในการจัดส่งข้าวสาร 30,000 ถุง เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือด ร้อนแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามที่จังหวัดน่านเสนอขอ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่การค้าภายในจังหวัดดูแลและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม หากพบผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า กักตุนสินค้า แจ้งได้ที่สายด่วน 1569

พร้อมกันนี้ได้เปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ชื่อบัญชีกระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงพาณิชย์ ประเภทออมทรัพย์ เลขที่ 385-0-08473-6.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 มิถุนายน 2554, 18:55 น.

ลดปาล์มขวด ดีเดย์1ก.ค. เหลือ42บาท

Published มิถุนายน 30, 2011 by SoClaimon

29 มิถุนายน 2554, 18:35 น.

ลดปาล์มขวด ดีเดย์1ก.ค. เหลือ42บาท.

Pic_182661

“พรทิวา” สั่งลดราคาปาล์มขวดลง 5 บาท จาก 47 บาท เหลือ 42 บาท ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ เหตุราคาผลปาล์มสดลดลง ชี้ไม่ต้องขออนุมัติบอร์ดปาล์มใหญ่ เนื่องจากมาตรการคงราคาหมดอายุ 30 มิ.ย.นี้ ส่วนน้ำมันถั่วเหลือยังไม่ปรับลด …

วันที่ 29 มิ.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาแนะนำน้ำมันพืชในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เพื่อปรับลดราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (1 ลิตร) ลงอีก 5 บาท หรือจากขวดละ 47 บาท เหลือ 42 บาท เพราะราคาผลปาล์มสดลดลงเหลือ กก. ละ 4-5 บาท จึงต้องปรับลดราคาน้ำมันปาล์มขวดให้สอดคล้องกับต้นทุน

“กระทรวงพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพราะมาตรการที่ให้ตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวดไว้ที่ 47 บาท จะหมดอายุลงในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เท่ากับว่าเป็นการยกเลิกมติคงราคาดังกล่าวไปโดยปริยาย ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้ 5 บาท พบว่าราคาเมล็ดถั่วเหลืองยังทรงตัวสูง จึงยังไม่ลดราคา“ นางพรทิวากล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 มิถุนายน 2554, 18:35 น.
%d bloggers like this: