พยากรณ์อากาศ

All posts tagged พยากรณ์อากาศ

พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อไม้ผล

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

http://www.tmd.go.th/agromet_crop_animal_forecast.php

ข้อมูลย้อนหลัง :
— เลือกเวลา —
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำ 4 มกราคม 2559
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อกาแฟและยางพารา 28 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก 21 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อไม้ผล 14 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อไม้ผล
ระหว่างวันที่ 14 – 20 ธันวาคม 2558
ผลกระทบต่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจ
เนื่องจากในระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแห้งแล้งและหนาวเย็น โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมาบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ปริมาณฝนที่ตกมีน้อย และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ในช่วง 14-22 องศาเซลเซียส และในวันที่ 15-19 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยในช่วงวันที่ 18-20 ธ.ค. บริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่อาจทำให้ไม้ผลที่ปลูกบนที่สูงเช่น สตรอเบอรี่ ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เกษตรกรควรดูแลตนเองและสัตว์เลี้ยงให้ได้รับความอบอุ่นอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยเนื่องจากสภาวะอากาศที่หนาวเย็น ต่อจากนั้นอุณหภูมิจะสูงขึ้นและมีหมอกในตอนเช้า สำหรับไม้ผล เช่น มะม่วง ทุเรียน และลิ้นจี่ ซึ่งมีการพักตัวพร้อมที่จะออกดอก เกษตรกรควรดูแลและเอาใจใส่เพื่อให้ออกดอกที่สมบูรณ์ เป็นการช่วยเพิ่มผลผลิต ซึ่งหากขาดการบำรุงรักษาจะทำให้ออกดอกไม่สม่ำเสมอ ส่วนมากดอกจะร่วงหมดหรือติดผลเพียงเล็กน้อยและร่วงในระยะต่อมา ทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพหรือผลผลิตต่ำ ดังนั้นการบำรุงรักษาต้นของไม้ผลให้พร้อมก่อนการออกดอกและติดผลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก และเมื่อติดผลแล้วประมาณ 2 เดือน ในสวนที่มีน้ำเพียงพอ เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยบำรุงและรดน้ำ 10-15 วัน ในสวนที่ขาดแคลนน้ำควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบทุก 2 สัปดาห์ติดต่อกันประมาณ 5 ครั้ง จะช่วยบำรุงผลให้เจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการป้องกันและกำจัดโรคแมลง เมื่อดอกแรกเริ่มบานให้หยุดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลงทุกชนิดทันทีเพื่อให้แมลงช่วยผสมเกสร และในระยะผลโตขนาดเท่าหัวไม้ขีดให้ป้องกันการระบาดของเพลี้ยจักจั่น โดยหมั่นสำรวจแปลงปลูก หากพบการระบาดรุนแรงควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัด รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคแอนแทรกโนส ราดำ และราแป้งไว้ด้วย
สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันออก ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกน้อย และในระยะต่อไปทางตอนบนของภาคจะยังคงมีปริมาณและการกระจายของฝนน้อย เกษตรกรควรดูแลให้น้ำแก่พืชที่ปลูกเพิ่มเติม เพื่อป้องกันพืชชะงักการเจริญเติบโตและแคระแกร็น ส่วนบริเวณอื่นๆในช่วงวันที่ 14-15 ธ.ค. จะมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และในช่วงวันที่ 16-20 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค เกษตรกรควรทำทางระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูก เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณโคนต้นพืชนาน ทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้ สำหรับไม้ผลที่อยู่ในระยะพักตัวเพื่อสะสมอาหาร ชาวสวนควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนชนิดต่างๆ ซึ่งจะกัดกินใบและยอดอ่อน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตในระยะต่อไป ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง

พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

http://www.tmd.go.th/agromet_crop_animal_forecast.php

ข้อมูลย้อนหลัง :
— เลือกเวลา —
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำ 4 มกราคม 2559
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อกาแฟและยางพารา 28 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก 21 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อไม้ผล 14 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก
ระหว่างวันที่ 21 – 27 ธันวาคม 2558
ผลกระทบต่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจ
ในช่วงวันที่ 21 -25 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะยังคงมีอากาศหนาวเย็นในระยะนี้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังอ่อนลง แต่ในช่วงวันที่ 22-23 ธ.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนผ่านอ่าวไทยตอนล่างเข้ามาปกคลุมภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ต่อไปอีก 2-3 วัน โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร หลังจากนั้นในวันที่ 26-27 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส
ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแห้งเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกมีน้อยกว่าปริมาณน้ำระเหย เกษตรกรที่ปลูก พืชไร่ ไม้ดอก และพืชผักควรให้น้ำแก่พืชอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันพืชชะงักการเจริญเติบโตและแคระแกร็น ผลผลิตลดลง นอกจากนี้ควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดิน รวมทั้งระวังศัตรูพืชจำพวกปากดูด โดยเฉพาะเพลี้ยและไร ชนิดต่างๆ ซึ่งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นพืชทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง ส่วนเกษตรกรที่จะปลูกพืชรอบใหม่หลังการทำนา ควรเลือกปลูกพืชอายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย เช่น ปอเทืองและพืชตะกลูถั่ว ซึ่งจะช่วยบำรุงดินและเป็นการตัดวงจรการระบาดของศัตรูพืช สำหรับในบางช่วงอาจมีหมอกและน้ำค้าง เกษตรกรควรระวังและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น ราน้ำค้างในพืชตระกูลแตง ตระกูลกะหล่ำ และกุหลาบ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต้นพืชเสียหาย ผลผลิตด้อยคุณภาพ
สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะมีฝนตกหนัก และหนักมากบางแห่ง เกษตรกรควรยกแปลงปลูกให้สูง และทำทางระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูก เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณโคนต้นพืชนาน ทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้ รวมทั้งระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนชนิดต่างๆ ซึ่งจะกัดกินใบและยอดอ่อน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตในระยะต่อไป

พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อกาแฟและยางพารา

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

http://www.tmd.go.th/agromet_crop_animal_forecast.php

ข้อมูลย้อนหลัง :
— เลือกเวลา —
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำ 4 มกราคม 2559
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อกาแฟและยางพารา 28 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก 21 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อไม้ผล 14 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อกาแฟและยางพารา
ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม – 3 มกราคม 2559
ผลกระทบต่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจ
ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปโดยทางตอนบนของภาคเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าบริเวณอื่นๆ สำหรับบริเวณยอดดอยจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลทางด้านการเกษตร ในช่วงที่อากาศเย็นเกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ระยะนี้ปริมาณและการกระจายของฝนที่มีน้อย เกษตรกรควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัด โดยให้น้ำพืชครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้งและควรให้น้ำพืชในช่วงเย็น เพื่อลดการสูญเสียน้ำโดยการระเหย เว้นแต่บริเวณเทือกเขาและยอดดอยที่มีโอกาสเกิดน้ำค้างแข็ง ไม่ควรให้น้ำในช่วงเย็นเพราะอาจ ทำให้ท่อลำเลียงน้ำของพืชเสียหายได้เมื่อเกิดน้ำค้างแข็ง รวมทั้งควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดิน สำหรับบางพื้นที่อาจมีหมอกในตอนเช้า เกษตรกรควรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน เพราะอาจเปียกชื้นเสียหายได้ รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราน้ำค้างที่อาจเกิดกับพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก ซึ่งมักระบาดในช่วงที่มีความชื้นสูงในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ทางตอนบนของภาคจะมีอากาศเย็น เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ระยะต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกรกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ทางด้านการเกษตร และควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงที่มีฝนตกน้อย
สำหรับบริเวณประเทศไทยตอนบนสภาพอากาศแห้ง ผู้ที่ปลูกกาแฟควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรชนิดต่างๆ เช่น เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยอ่อน เป็นต้น ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ทำให้ใบอ่อนและยอดอ่อนเหี่ยวแห้ง ต้นอ่อนชะงักการเจริญเติบโต หากพบควรรีบกำจัด เพื่อไม่ให้ศัตรูพืชดังกล่าวแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากระยะนี้ปริมาณการระเหยของน้ำมีมาก เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณโคนต้นกาแฟด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวดินรักษาความชื้นภายในดิน แต่ควรมีระยะห่างจากโคนต้นพอประมาณ เพื่อป้องกันโรคและศัตรูพืช ส่วนผู้ที่ปลูกยางพารา ควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย โดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่เพาะปลูก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจุดไฟในบริเวณสวนหากมีความจำเป็นต้องจุดไฟเพื่อใช้งาน เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรดับให้สนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันไฟลุกลามจนกลายเป็นอัคคีภัย
สำหรับภาคใต้เนื่องจากระยะนี้เป็นช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นด้านรับลมจะมีปริมาณและการกระจายของฝนมากกว่าทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก พื้นที่ซึ่งมีฝนตกทำให้ความชื้นในดินและในอากาศสูง ชาวสวนยางพาราควรดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวนป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรคหน้ากรีดยาง โรคใบยางร่วงลูกยางเน่า และโรคราสีชมพู เป็นต้น ส่วนผู้ที่ปลูกกาแฟควรระวังและป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรคราสนิมซึ่งมักระบาดในช่วงที่มีความชื้นสูง โดยกำจัดวัชพืชในสวนให้โล่งเตียน ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ไม่แน่นทึบ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ลดความชื้นภายในสวน ป้องกันโรคดังกล่าว

พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำ

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

http://www.tmd.go.th/agromet_crop_animal_forecast.php

ข้อมูลย้อนหลัง :
— เลือกเวลา —
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำ 4 มกราคม 2559
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อกาแฟและยางพารา 28 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก 21 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อไม้ผล 14 ธันวาคม 2558
พยากรณ์อากาศเกษตรเพื่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำ
ระหว่างวันที่ 4 – 10 มกราคม 2559
ผลกระทบต่อพืชและสัตว์เศรษฐกิจ
ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปโดยทางตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าบริเวณอื่นๆ สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ เกษตรกรควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลทางด้านการเกษตรโดยหลีกเลี่ยงการให้น้ำพืชในช่วงเย็นเพราะอาจทำให้ท่อลำเลียงน้ำของพืชเสียหายได้เมื่อเกิดน้ำค้างแข็ง ในช่วงที่อากาศเย็น เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย สำหรับในช่วงฤดูหนาวอากาศจะจมตัว เกษตรกรไม่ควรเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เนื่องจากควันไฟจะไม่สามารถลอยขึ้นไปในบรรยากาศได้แต่จะแผ่ปกคลุมบริเวณใกล้เคียง ทำให้ทัศนวิสัยลดลงเป็นอุปสรรคต่อการใช้รถใช้ถนน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ระยะนี้ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อยประกอบกับน้ำระเหยมีมากทำให้ความชื้นในดินลดลง เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางด้านการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รวมทั้งควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัด โดยให้น้ำพืชครั้งละน้อยๆแต่บ่อยๆครั้งและควรให้น้ำพืชในช่วงเย็น เพื่อลดการสูญเสียน้ำโดยการระเหย สำหรับเกษตรกรที่จุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตนเองและสัตว์เลี้ยง ควรดับให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย ส่วนในบางพื้นที่อาจมีหมอกในตอนเช้าโดยเฉพาะในภาคเหนือ เกษตรกรควรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน เพราะอาจเปียกชื้นเสียหายได้ รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราน้ำค้างที่อาจเกิดกับพืชไร่ ไม้ดอก และพืชผัก สำหรับภาคใต้ทางตอนบนของภาคจะมีอากาศเย็น เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ระยะต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกรกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ทางด้านการเกษตร และควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงที่มีฝนตกน้อย
สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ ในบางช่วงอาจมีลมแรง เกษตรกรควรทำแผงกำบังลมหนาวให้แก่สัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันลมโกรกโรงเรือน ทำให้สัตว์หนาวเย็น โดยเฉพาะสัตว์ที่ยังเล็กควรเพิ่มความอบอุ่นภายในโรงเรือน และไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่โล่งแจ้งตอนกลางคืน เพราะอาจทำให้สัตว์ที่ไม่แข็งแรงตายได้ และควรหมั่นสังเกตสัตว์เลี้ยงหากพบสัตว์ป่วยควรรีบแยกออกจากกลุ่มและทำการรักษา เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่ไปยังตัวอื่นๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่ป่วยโดยตรง หากมีความจำเป็นต้องสัมผัสควรสวมถุงมือยางและสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำ ในช่วงที่อากาศเย็น สัตว์น้ำจะกินอาหารได้น้อยลงอาหารที่เหลือจะทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลให้สัตว์น้ำอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย เนื่องจากปริมาณน้ำระเหยมีมาก ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำควรดูแลสภาพน้ำให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์น้ำที่เลี้ยง และควรควบคุมปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับจำนวนสัตว์น้ำที่เลี้ยงหากน้ำมีน้อยจะทำให้สัตว์น้ำอยู่อย่างแออัด ส่งผลให้สัตว์น้ำอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำเพราะจะทำให้สัตว์เครียดได้

พยากรณ์รายปักษ์

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

http://www.tmd.go.th/agromet_forecast.php

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรปักษ์แรก เดือนมกราคม 2559
ระหว่างวันที่ 1 – 15 มกราคม 2559
สภาวะอากาศ      ในระยะครึ่งแรกของเดือนมกราคมอยู่ในช่วงครึ่งหลังของฤดูหนาว บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และจะมีกำลังแรงเป็นระลอก ๆ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวเย็นในช่วงดังกล่าว กับจะมีหมอกหนาเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ส่วนบริเวณเทือกเขา ยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับจะมีหมอกหนาและจะเกิดน้ำค้างแข็งได้ในบางช่วง สำหรับภาคใต้ทั้งสองฝั่งปริมาณฝนจะลดลงกว่าเดือนที่ผ่านมา โดยจะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ถึงเป็นแห่ง ๆ คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร และในช่วงที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรง ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค
คำเตือน      ระยะครึ่งแรกของเดือนนี้อาจมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนจากประเทศพม่า ผ่านประเทศไทยตอนบน ขณะเดียวกันอาจมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางพื้นที่และอาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง จึงขอให้ประชาชนและชาวเรือติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาต่อไปด้วย
ผลกระทบทางการเกษตร      ระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นโดยทั่วไป โดยทางตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณอื่นๆ เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวอากาศจะจมตัว เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่นใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เป็นต้น เพราะควันไฟไม่สามารถลอยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศได้ แต่จะแผ่บกคลุมบริเวณข้างเคียงทำให้ทัศนวิสัยลดลง เป็นอันตรายต่อการใช้รถใช้ถนน และสุขภาพ ระยะต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะมีน้อย เกษตรกรควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัด และวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงแล้ง สำหรับสภาพอากาศที่แห้งในบางช่วงอาจมีลมแรง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัยและไฟป่า

สัตว์เลี้ยง เกษตรกรควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทันจนอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย รวมทั้งควรหมั่นสังเกตหากพบสัตว์ป่วยควรรีบแยกออกจากกลุ่ม และทำการรักษา เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่ไปยังตัวอื่นๆ

ยางพารา ระยะนี้สภาพอากาศแห้ง ประกอบกับในบางช่วงอาจมีลมแรง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย โดยทำแนวกันไฟรอบพื้นที่เพาะปลูก และไม่ควรจุดไฟภายในสวนหากมีความจำเป็นต้องจุดไฟเพื่อใช้งาน เสร็จภาระกิจแล้วควรดับให้สนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันไฟลุกลามจนเป็นอัคคีภัย

ไม้ผล สำหรับลำไยและลิ้นจี่ ที่อยู่ในพักตัวและเตรียมแทงช่อดอก เกษตรกรควรกำจัดวัชพืชและดูแลสวนให้โล่งเตียนโดยเฉพาะบริเวณทรงพุ่ม เพื่อให้ดินแห้ง และควรงดให้น้ำ เพื่อกระตุ้นให้พืชแตกตาดอก และเมื่อเห็นดอกชัดเจนแล้วจึงค่อยให้น้ำ โดยให้น้ำพืชครั้งละน้อยๆก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้น

ผลกระทบทางการเกษตรระยะ 7 วัน

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

http://www.tmd.go.th/agromet_7dayforecast.php

ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่าง ๆ
ระหว่าง 08 มกราคม 2559 – 14 มกราคม 2559
ภาคเหนือ
       ในช่วงวันที่ 9 – 12 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย และมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอย อากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 13 – 14 ม.ค. มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่
– ระยะนี้จะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปโดยทางตอนบนของภาคจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณอื่นๆ เกษตรกรควรให้ความอบอุ่นแก่ตนเองอย่างเพียงพอ และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
– สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดดอยจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ เกษตรกรควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลทางด้านการเกษตร
– ผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรลดปริมาณอาหาร เนื่องจากอากาศที่เย็นทำให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อยอาหารที่เหลือจะทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลให้สัตว์น้ำอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
– ส่วนไม้ผลที่อยู่ในระยะเตรียมแทงช่อดอกโดยเฉพาะลำไย เกษตรกรควรงดให้น้ำรอจนกว่าจะเห็นดอกชัดเจนและเพียงพอก่อนจึงค่อยให้น้ำ โดยให้ในปริมาณที่น้อยก่อนแล้วค่อยเพิ่มปริมาณ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภู อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 14 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภู อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม.
– ระยะนี้จะมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
– สำหรับเกษตรกรที่จุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตนเองและสัตว์เลี้ยง หากใช้งานเสร็จแล้วควรดับไฟให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย
– เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบไม้ ฟางข้าวและหญ้าแห้ง เป็นต้น เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน รักษาความชื้นภายในดิน
ภาคกลาง
       ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ม.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
– ระยะนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน จนอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
– ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำ ควรดูแลปริมาณน้ำให้เหมาะกับจำนวนสัตว์น้ำที่เลี้ยง เพราะหากปริมาณน้ำมีน้อยจะทำให้สัตว์น้ำอยู่อย่างแออัด ส่งผลให้อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
– เกษตรกรควรใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างประหยัด โดยให้น้ำพืชครั้งละน้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง และควรให้น้ำพืชในช่วงเย็น เพื่อลดการระเหยของน้ำ
ภาคตะวันออก
       ในช่วงวันที่ 8-9 ม.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 14 ม.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
– เนื่องจากสภาพอากาศแห้ง ชาวสวนยางพาราควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย โดยทำแนวกันไฟรอบบริเวณสวน และหลีกเลี่ยงการจุดไฟภายในสวน หากมีความจำเป็นต้องจุดไฟต้องระมัดระวังไฟจะลุกลาม และควรดับให้ไฟสนิททุกครั้งหลังเลิกใช้
– สำหรับผู้ที่ปลูกไม้ผลควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ เพลี้ยไฟในทุเรียน เพลี้ยจักจั่นในมะม่วง เป็นต้น ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต การติดดอกออกผลลดลง โดยเฉพาะเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง อาจเป็นสาเหตุของโรคราดำในมะม่วงได้
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
       มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ตลอดช่วง อ่าวไทยตอนบน: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อ่าวไทยตอนล่าง: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
– เนื่องจากระยะต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงแล้ง
– สำหรับสภาพอากาศที่แห้งโดยเฉพาะทางตอนบนของภาค เกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย ในพื้นที่การเกษตร และอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะบริเวณสวนยางพาราควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟ หากมีความจำเป็นควรดับให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน
– ส่วนในบางช่วงอาจมีหมอกในตอนเช้า เกษตรกรควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง
– เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชสวน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ส่งผลให้การผลิดอกออกผลลดลง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
       มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
– เนื่องจากระยะต่อไปปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงแล้ง
– สำหรับสภาพอากาศที่แห้งโดยเฉพาะทางตอนบนของภาค เกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย ในพื้นที่การเกษตร และอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะบริเวณสวนยางพาราควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟ หากมีความจำเป็นควรดับให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน
– ส่วนในบางช่วงอาจมีหมอกในตอนเช้า เกษตรกรควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง
– เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชสวน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืชทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ส่งผลให้การผลิดอกออกผลลดลง
ออกประกาศ 08 มกราคม 2559 00:00 น.

‘เหนือ-อีสาน’อากาศหนาวเย็น!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฝนตกร้อยละ20

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196696

วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.06 น.
10 ม.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่มีกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาร์เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกบางในตอนเช้า ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ส่วนตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญและอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ไทยตอนบนอากาศยังหนาวเย็น ส่วนกทม.-ปริมณฑลตกร้อยละ30

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196579

วันเสาร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.25 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(9 ม.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกบางในตอนเช้า ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ส่วนตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ตอนบนอากาศยังคงมีหนาวเย็น ส่วนภาคกลางตอนล่างลงไปมีฝน

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196407

วันศุกร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(8 ม.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ส่วนตอนล่างอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็น! ภาคอีสานอุณหภูมิลด1-2องศา

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196225

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.04 น.

7 ม.ค.59 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศลาวตอนบน และทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเหนือตอนบน ในวันนี้ ประกอบกับมีกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับสูงพัดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ส่วนตอนล่างอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วนกับหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

%d bloggers like this: