ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ

All posts tagged ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ

ธปท.หนุนอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวเหมาะกับไทย

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

7 กรกฎาคม 2554, 19:34 น.

ธปท.หนุนอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวเหมาะกับไทย.

Pic_184660

แบงก์ชาติ สนับสนุน “ปูแดงจ๋า” ระบุอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวมีการจัดการเหมาะสมกับไทย ช่วยรับมือเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีความผันผวนแรง และไหลเข้าออกรวดเร็วได้ดีกว่า “ประสาร” ระบุ หากเสถียรภาพรัฐบาลดี การเมืองดี นโยบายเศรษฐกิจดี ครึ่งปีหลังเงินไหลเข้าไทยทะลัก…

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) กล่าวถึงการแสดงความเห็นของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ ซึ่งมีความเห็นทั้งต้องการใช้ ธปท.ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวในการดูแลค่าเงินบาท และมีความคิดเห็นให้กลับไปใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ว่า การใช้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแบบลอยตัวอย่างมีการจัดการ หรือ Managed Float อย่างในปัจจุบัน ยังเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนฯที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ โดยการตัดสินใจใช้อัตราแลกเปลี่ยนในระบบใดนั้นจะต้องพิจารณาจากความเหมาะสม ของประเทศนั้นๆ เป็นหลัก เช่น กรณีประเทศจีน หรือฮ่องกง ที่ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่อย่างมีการจัดการ โดยปล่อยสามารถเคลื่อนไหวได้เล็กน้อยภายใต้คณะกรรมการค่าเงิน (Currency Board) ซึ่งทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่บางคนต้องการให้ ธปท.ใช้นั้น ต้องเข้าใจว่า ทั้ง 2 ประเทศนี้ถือเป็นประเทศที่เศรษฐกิจในลักษณะเฉพาะ มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ทุนสำรองทางการ และฮ่องกงเป็นศูนย์การการเงิน ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย

ในช่วงก่อนปี 2540 เราเคยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่มาแล้ว และเกิดปัญหาขึ้น หลังจากนั้นเราใช้ระบบลอยตัว ซึ่งไม่ได้ตรึงค่าเงินบาทไว้ในระดับใดระดับหนึ่ง ธปท.มีหน้าที่เข้าไปดูแลในช่วงที่มีการแข็งค่าหรืออ่อนค่าเร็วเกินไป เพื่อลดความผันผวนไม่ให้กระทบผู้ส่งออกนำเข้า ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ช่วยรองรับการไหลเข้าออกของเงินทุนที่ไหลเข้าออกอย่างรวดเร็วใน ปัจจุบันได้มากกว่า โดยในส่วนของ ธปท.มองว่า เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามา และธปท.มีการชี้แจงการทำงานให้ทราบ จะสามารถเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศไหลเข้าและออกค่อนข้างเร็ว เมื่อยังไม่แน่ใจการเลือกตั้ง เงินก็ไหลออกไปเร็ว แต่เมื่อเห็นว่า คะแนนเสียงที่ได้รับระหว่างพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่จะเป็นฝ่ายค้าน ห่างกันมา ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองให้ดีขึ้น เงินทุนจากต่างประเทศจึงไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นค่อนข้างเร็ว ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หากเสถียรภาพทางการเมืองยังดีต่อเนื่อง หน้าตาของ ครม. ดีมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่ดี เชื่อว่า ครึ่งปีหลังเงินทุนจากต่างประเทศน่าจะกลับมาไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสที่จะเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีผลต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป เพราะในขณะนี้เท่าที่ประเมินภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในครึ่งปีหลังน่าจะยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้ ขณะที่ปัญหาหนี้ของรัฐบาลในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ยังคงแก้ปัญหาไม่เสร็จสิ้นในครึ่งปีนี้ รวมทั้ง ยังมีกรณีที่เศรษฐกิจจีนที่หลายฝ่ายกำลังจับตา ว่า จะชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องอย่างนุ่มนวล (Soft Landing) หรือลงกระแทกแรง (Hard Landing) ซึ่งทั้งหมดทำให้เงินยังไหลเข้าในภูมิภาคนี้ทั้งประเทศไทย

“ในส่วนของธปท.มีหน้าที่ที่จะบริหารจัดการเงินทุน และค่าเงินบาทให้ผันผวน และช่วยในการแข่งขันของประเทศอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ เพราะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าไม่ดี ส่วนเรื่องระบบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทนั้น เคยให้ความเห็นไปก่อนหน้าว่า เรายังใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวอย่างมีการจัดการ” ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 กรกฎาคม 2554, 19:34 น.

แบงก์ชาติตามติดเงินนอกสั่งรายงานเพิ่มธุรกรรมเงินหยวนตลาดฮ่องกง

Published กรกฎาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 กรกฎาคม 2554, 18:46 น.
แบงก์ชาติตามติดเงินนอกสั่งรายงานเพิ่มธุรกรรมเงินหยวนตลาดฮ่องกง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_183830

“แบงก์ชาติ” ออกหนังสือเวียนให้สถาบันการเงิน รายงานการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินหยวนนอกประเทศจีน ในตลาดฮ่องกง ซึ่งรัฐบาลจีนผ่อนคลายให้ซื้อขายเพิ่มเติม เพื่อให้การติดตามการไหลเข้าออกเงินทุนของ ธปท. และ การติดตามธุรกรรมเงินหยวนครอบคลุมรอบด้านมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงิน กล่าวว่า ธปท.ได้ออกหนังสือเวียนเรื่องการรายงานธุรกรรมเงินหยวนเพิ่มเติมในส่วนที่มี การซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดเงินฮ่องกง ซึ่งรัฐบาลจีนผ่อนคลายระเบียบการแลกเปลี่ยนเงินหยวนเพิ่มเติม ให้มีการซื้อขายเงินหยวนในตลาดนอกประเทศในตลาดเงินฮ่องกงได้ เพื่อให้ ธปท.สามารถติดตามและวิเคราะห์ธุรกรรมเงินหยวนในตลาดเงินตราต่างประเทศได้ อย่างครบถ้วนโดยธปท.ขอให้ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ยกเว้น ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ที่มีธุรกรรมดังกล่าว เริ่มรายงานการทำธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินหยวนในตลาดฮ่องกงให้ธปท. รับทราบตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.เป็นต้นไป โดยในระยะต่อไป เมื่อตลาดเงินหยวนในประเทศ (Onshore) และตลาดเงิน หยวนในต่างประเทศ (offshore) ปรับตัวใกล้เคียงกัน จากการผ่อนคลายระเบียบมากขึ้นในอนาคต ธปท.อาจจะยกเลิกการรายงานนี้

“ในช่วงที่ผ่านมา มีสถาบันการเงิน และนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สอบถามมายังธปท.ว่า การรายงานธุรกรรมเงินหยวนในขณะนี้นั้น การรายงานมีเพียงการรายงานธุรกรรมการซื้อขายเงินหยวนในตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลจีนได้ผ่อนปรนให้ซื้อขายเงินหยวนในตลาดฮ่องกง ซึ่งเป็นธุรกรรมเงินหยวนนอกประเทศ จึงสอบถามธปท.ว่า ให้รายงานเพิ่มเติมอย่างไรหรือไม่ ดังนั้น เพื่อให้การติดตามธุรกรรมเงินหยวน และการไหลเข้าออกของเงินตราต่างประเทศโดยรวมครอบคลุมทุกสกุลเงิน ธปท.จึงออกให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 กรกฎาคม 2554, 18:46 น.

tags:
ธนาคารแห่งประเทศไทย ธปท. แบงก์ชาติ เศรษฐกิจ เงินหยวน จีน ฮ่องกง ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ

นักลงทุนกังวลปัญหากรีซ ทำบาทอ่อนค่า

Published มิถุนายน 16, 2011 by SoClaimon

15 มิถุนายน 2554, 15:59 น.
นักลงทุนกังวลปัญหากรีซ ทำบาทอ่อนค่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179239

ธปท.เผย เงินบาทอ่อนค่าลงจากเดือนก่อนหน้า 0.53% ส่วนหนึ่งเกิดความไม่มั่นใจของนักลงทุน จากปัญหากรีซถูกลดอันดับความน่าเชื่อ ระบุ เศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ-การแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปและการเมืองภายในประเทศ ยังมีผลต่อเงินบาทให้ผันผวนต่อไปอีกระยะหนึ่ง…

15 มิ.ย. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เงินบาทอ่อนค่าลงในขณะนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ ปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศกรีซ ซึ่งล่าสุดถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์(S&P) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือลดลงมา 3 ขั้นมาอยู่ที่ระดับ “CCC” จากเดิม “B” ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศ โดยหลังจากที่ตลาดการเงินรับทราบข่าวนี้ก็มีผลให้ตลาดการเงินค่อนข้างมากและ ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะค่าเงินในหลายประเทศ รวมทั้งค่าเงินบาท

“ขณะนี้ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาทยังไม่ได้มีปัจจัยใหม่หรือยังคงเป็น ปัจจัยเดิมๆ ซึ่งได้แก่ เศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังมีความเปราะบางในการฟื้นตัว การแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ และสุดท้ายปัญหาการเมืองในประเทศ โดยมองว่าปัจจัยเหล่านี้จะมีผลต่อค่าเงินบาทไปอีกระยะหนึ่ง และทั้ง 3 ปัจจัยเหล่านี้จะมีน้ำหนักต่อค่าเงินบาทมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงจังหวะเวลาที่เกิดปัญหานั้นขึ้นมา และขณะนี้ความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สินของกรีซก็มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเทียบกับ ช่วงที่ผ่านมา”ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน  กล่าว

ทั้งนี้ ประเทศกรีซกลายเป็นปัญหาของกลุ่มประเทศยุโรปไปแล้ว โดยขณะนี้ปัญหากรีซยังไม่จบ แม้จะมีการปรับลดเครดิตจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมาหลายครั้งแล้ว และกรีซเองก็ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร จึงมองว่าประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ กรีซต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้อันดับความน่าเชื่อถือลดลงไปอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้น และลดการถือครองตราสารหนี้ของไทยต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ในประเทศ และนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีเงินทุนต่างประเทศส่วนหนึ่งไหลออกไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า โดยเปิดตลาดเมื่อวานนี้ 15 มิ.ย.ค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอ่อนค่าลง 0.53% เทียบกับเดือนก่อนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มิถุนายน 2554, 15:59 น.

แบงก์ชาติ โยกย้ายผู้บริหาร 3 ตำแหน่ง

Published พฤษภาคม 18, 2011 by SoClaimon

28 ตุลาคม 2553, 18:45 น.
แบงก์ชาติ โยกย้ายผู้บริหาร 3 ตำแหน่ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_122537

ธปท. โยกย้ายผู้บริหารแบงก์ชาติ 3 ตำแหน่ง ส่ง “อัจนา ไวความดี” กลับมานั่งรองผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน แทน “บัณฑิต” มีผลตั้งแต่ 1พ.ย.ปีนี้…

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า หลังการประชุมคณะกรรมการ ธปท. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง 3 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.ให้นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร เปลี่ยนไปเป็น รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน เพื่อดูแลเสถียรภาพเงินเฟ้อและดูแลอัตราแลกเปลี่ยน แทนนายบัณฑิต นิจถาวร ที่ลาออกไปตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อไปสมัครงานชิงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน + 3 ( จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) (AMRO) ซึ่งเป็นองค์กรระดับภูมิภาคเอเชีย

2.แต่งตั้ง นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ขึ้นเป็นรองผู้ว่าการ ด้านบริหารแทนนางอัจนา ซึ่งดูแลงานในระบบชำระเงินและปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมบริหารทางการเงินให้ เหมาะสม และ3.แต่งตั้งนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง สายนโยบายการเงิน ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงินแทนนางสุชาดา ทั้งนี้ มติการแต่งแต่งโยกย้ายทั้งหมดให้มีผลเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 ตุลาคม 2553, 18:45 น.

แบงก์ชาติระบุบาทแข็งค่าน้อยที่สุดในภูมิภาคปลื้มนักลงทุนไทยโกอินเตอร์

Published เมษายน 26, 2011 by SoClaimon

26 เมษายน 2554, 14:10 น.

แบงก์ชาติระบุบาทแข็งค่าน้อยที่สุดในภูมิภาคปลื้มนักลงทุนไทยโกอินเตอร์.

Pic_166927

แบงก์ชาติ ระบุ ตั้งแต่ต้นปีบาทแข็งค่าน้อยที่สุดในภูมิภาค ทำให้ยังแข่งขันการค้าได้ ปลื้มเงินทุนไทยออกไปลงทุนนอกเพียบ ไตรมาสแรกปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมาทั้งปี และแนวโน้มปีนี้จะมีเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง เตือนเอสเอ็มอีดูแลความเสี่ยง และทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น…

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงิน กล่าวว่า ค่าเงินบาทในปีนี้มีความผันผวนมาก โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี มีทั้งการแข็งค่าของเงินบาทและเงินบาทอ่อนค่าลง โดยในช่วงแรกผู้ส่งออกขายเงินดอลลาร์สหรัฐล่วงหน้าออกมามาก ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติกังวลสถานการณ์ความรุนแรงในคาบสมุทรเกาหลี และ ตะวันออกกลาง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินเฟ้อในเอเชีย ทำให้เอาเงินกลับไปสหรัฐฯ มากขึ้น แต่ในช่วงตั้งแต่เดือน มี.ค. ผู้ส่งออกหยุดการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาลงทุนในตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับค่าเงินในภูมิภาค ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 25 เม.ย.ค่าเงินบาทแข็งค่าน้อยที่สุด แข็งค่าขึ้น 0.8% ขณะที่ค่าเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้น 1.1% มาเลเซียริงกิต แข็งค่าขึ้น 2.5% สิงคโปร์ดอลลาร์ แข็งค่า 4.5% และ เงินวอนเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้น 5% และเมื่อค่าเงินบาทเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่า ยกเว้นกับค่าเงินเยน ญี่ปุ่น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เราแข็งค่ามากขึ้น

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า แนวโน้มค่าเงินดออลาร์ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง และยังมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลในปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ในทางที่เงินไหลออก ก็เริ่มเห็นการไหลออกของเงินทุนมากขึ้นเช่นกัน โดยล่าสุด เห็นการเพิ่มขึ้นของเงินทุนที่บริษัทไทยนำไปลงทุนในต่างประเทศ โดยไตรมาสแรกของปีนี้ มีเงินลงทุนในกิจการต่างประเทศ ทั้งสิ้น 1,548 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าทั้งปีของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเงินออกไปลงทุน 1,272 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มีเงินให้กู้แก่กิจการในต่างประเทศ ไตรมาสแรกของปีนี้ทั้งสิ้น 3,504 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งปีของปีที่แล้วที่เงินให้กู้ในต่างประเทศ 7,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ในช่วงไตรมาสต่อจากนี้ เท่าที่มีการเสนอแผนเข้ามายังมีบริษัทไทยอีกจำนวนมาก ที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งทำให้การเห็นการเคลื่อนไหวของเงินทุนที่เป็นไปได้ว่าจะมีความสมดุลมากขึ้น แต่ ธปท.กับเอกชนคงต้องช่วยกัน ทั้งนี้ ในส่วนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะต้องดูแลต้นทุนในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และมีการทำป้องกันความเสี่ยงมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะผู้นำเข้าที่มีอัตราป้องกันความเสี่ยงไม่ถึง 20%” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 เมษายน 2554, 14:10 น.

ธปท.จับตารุนแรงตอ.กลาง-หนี้ยุโรป ต้นเหตุทุนโลกผันผวน

Published มีนาคม 11, 2011 by SoClaimon

10 มีนาคม 2554, 18:30 น.

ผ่านทางธปท.จับตารุนแรงตอ.กลาง-หนี้ยุโรป ต้นเหตุทุนโลกผันผวน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154951

 

แบงก์ชาติ ระบุ กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ยังไม่เห็นเงินไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ให้จับตาผู้ประกอบการไทยปีนี้จะแห่ขนเงินไปลงทุนนอกทะลัก เห็นแบบคำขอเงินออกเป็นหางว่าว ทิศทางค่าเงินบาทอ่อนยวบ จากสารพัดปัจจัย

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ของ ธปท.ขึ้น 0.25% เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ยังไม่มีผลกระทบต่อค่าเงินบาท และยังไม่เห็นเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดได้รับรู้ก่อนหน้าแล้วว่า กนง.น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้มีการลงทุนเพิ่มหรือลดการลงทุนไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน แม้จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 2.5% อัตราดอกเบี้ยของไทยก็ไม่ได้สูงกว่าประเทศในเอเชีย และการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างประเทศในช่วงหลังๆ ไม่ได้มองผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหลักสำหรับแรงกดดันที่มีต่อค่า เงินบาทจากปัจจัยทั้งจากเงินทุนของคนไทย และเงินทุนต่างประเทศ ในปีนี้ ธปท.มองว่า มีแรงกดดันที่จะส่งให้ค่าเงินบาทแข็งค่าน้อยกว่าปี 2553 ที่ผ่านมา แต่อาจจะมีความผันผวนมากขึ้นตามปัจจัยที่เข้ามากระทบ

ทั้งนี้ การอ่อนค่าลงของเงินบาทตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ผู้ส่งออกเร่งขายเงินดอลลาร์ออกมาในตลาดล่วงหน้ามากขึ้น แต่ค่าเงินบาทได้ถูกปรับสมดุล ด้วยการซื้อทันทีที่มากขึ้นของผู้นำเข้า และการออกไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยที่เพิ่มขึ้นมาก โดยหากเทียบเม็ดเงินลงทุนเฉลี่ยเดือนต่อเดือนของปีนี้กับปี 2553 ที่ผ่านมา พบว่า เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 เท่าในปีนี้ ทำให้ค่าเงินบาทในขณะนี้เทียบกับต้นปียังอ่อนค่าลง

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. สายตลาดการเงิน กล่าวต่อว่า ตลอดทั้งปีนี้ เท่าที่เห็นแผนการลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยที่ยื่นคำขอนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ จนถึงสิ้นปี 2554 ยังเห็นคำขอนำเงินออก ซึ่งเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก มีทั้งการขอลงทุนใหม่ และการขอลงทุนซึ่งเป็นแผนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนนี้จะช่วยลดแรงกดดันจากเงินทุนที่จะไหลเข้ามา และลดแรงกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ ขณะที่การเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่เคยเกินดุลจำนวนมากในปีที่ผ่านมา และเป็นเม็ดเงินซึ่งกดดันให้ค่าบาทแข็งขึ้นมากที่สุด ในปีนี้ ธปท.คาดการณ์ว่าจะเกินดุลลดลง

“ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเอง ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ไม่ได้เห็นการนำเงินเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในตลาดตราสารหนี้ เพียงแต่ต่ออายุพันธบัตรที่ถืออยู่เดิมต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนในหุ้น 2 เดือนแรกเป็นเงินไหลออกสุทธิ นอกจากนั้น นักลงทุนต่างประเทศยังเริ่มทำประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทมากขึ้น โดยขณะนี้มีสัดส่วนสูงถึง 25% ของเงินที่ลงทุนในไทยทั้งหมด เนื่องจากมองทิศทางค่าเงินบาทว่าอาจจะไม่แข็งค่าต่อเนื่อง” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ ธปท.จับตาสำหรับการดูแลค่าเงินบาทในช่วงต่อไป เรื่องแรกคือ สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งยังมีความเปลี่ยนแปลงอาจจะรุนแรง และลุกลาม หรือปรับตัวดีขึ้นได้ทั้ง 2 ทางจึงต้องติดตาม เพราะสถานการณ์ไม่ดี เงินจะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง และประเทศเกิดใหม่ ขณะที่ปัญหาหนี้สินในประเทศยุโรป ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ แก้ปัญหาได้ไม่จบก็มีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายของโลกเช่นกัน ขณะที่การแก้ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศพัฒนา และประเทศภูมิภาค เป็นอักปัจจัยที่จะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ย และเงินทุนเคลื่อนย้ายในปีนี้

“ค่าเงินบาทในช่วง 2 เดือนแรกมีทั้งแข็งค่าขึ้น และอ่อนค่าลง แสดงให้เห็นการเคลื่อนย้ายของเงินทุน และปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา และการเคลื่อนไหว 2 ทางจะยังคงเป็นไปทั้งปีนี้ คาดเดาได้ยาก ทำให้ผู้ที่มีภาระเงินตราต่างประเทศควรให้ความสำคัญต่อการป้องกันความเสี่ยง มากขึ้น โดยเฉพาะผู้นำเข้าที่มีอัตราป้องกันความเสี่ยงในระดับที่ต่ำอยู่” นางผ่องเพ็ญ กล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 มีนาคม 2554, 18:30 น.

 

“แบงก์ชาติ” เปิดโอกาสแบงก์รุกชิงตลาด บล.เพิ่มขึ้น

Published กรกฎาคม 15, 2010 by SoClaimon

8 กรกฎาคม 2553, 18:45 น.

ผ่านทาง“แบงก์ชาติ” เปิดโอกาสแบงก์รุกชิงตลาด บล.เพิ่มขึ้น – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_94774

“แบงก์ชาติ” เปิดโอกาสแบงก์รุกชิงตลาด บล.เพิ่มขึ้น ออกหนังสือเวียนขยายขอบเขตให้ประกอบธุรกิจกองทุนรวม และการจัดการเงินร่วมลงทุนได้

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ออกหนังสือเวียนเรื่องการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลัก ทรัพย์เพิ่มเติม จากที่ผ่านมานั้น ได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกิจนายหน้า ค่าและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ และหน่วยลงทุน และได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีฐานะตามเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด ไม่รวมธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนส่วน บุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ การปรับปรุงประกาศของธปท.ฉบับนี้ จะเป็นการขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทธุรกิจการจัดการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ ไม่รวมธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย สามารถประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม (Mutual Fund Management) และการจัดการเงินรวมลงทุน (Venture Capital Management) ได้ด้วย โดยการขยายขอบเขตการให้บริการของระบบธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว เป็นไปตามแผนการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ของธปท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคารพาณิชย์ และช่วยให้สามารถเสนอบริการแก่ลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น

นางผ่องเพ็ญ กล่าวต่อว่า ธนาคารพาณิชย์ที่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจกองทุนรวม และการจัดการเงินร่วมลงทุนดังกล่าว จะต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงและการจัดการโดยรวมที่ดี ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ความแข็งแกร่งของธปท.ธนาคารพาณิชย์ที่จะประกอบธุรกิจดังกล่าวเพิ่ม เติมจะต้องมีความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และความเสี่ยงในระดับปานกลางหรือต่ำกว่า และจะต้องมีความเสี่ยงรวม (Composite Rating) อยู่ในระดับพอใช้หรือดีกว่าเท่านั้น และการประกอบธุรกิจจะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดด้วย

ทั้งนี้ ประกาศของธปท.ยังระบุด้วยว่า การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ที่ธปท.อนุญาตนั้น จะต้องไม่ทำเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นๆ เช่น เลี่ยงเกณฑ์อัตราส่วนการถือหรือมีหุ้น หรือหน่วยลงทุน หรือหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ของธปท. และหากธปท.เห็นว่า การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธปท. หรือเห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน ธปท.สามารถเพิกถอนการอนุญาตได้

%d bloggers like this: