ผู้หญิง

All posts tagged ผู้หญิง

10สุดยอดสมุนไพรยาระบายชั้นดี แก้’ท้องผูก’หายช่วยขับถ่ายคล่อง

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/197147

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 18.30 น.
ท้องผูก อาการที่สามารถเป็นได้ทุกวัย โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการที่ลำไส้ไม่สามารถขับถ่ายของเสียออกมาได้ง่ายและสม่ำเสมอ เรียกได้ว่าเป็นอาการอันไม่พึงปรารถนาของหลายๆ คน

ซึ่งถ้าหากคุณกำลังทรมานกับอาการเหล่านี้อยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหานี้มานำเสนอ เป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งยาแผนปัจจุบัน และประหยัดเงินให้กับคุณด้วย ซึ่งวิธีที่ว่าคือการใช้ 10 สมุนไพรไทย ต่อไปนี้ในการช่วยรักษา

1. มะขามแขก

ตามสรรพคุณแล้วมะขามแขกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย เพียงนำใบมะขามแขกแห้งสัก 1-2 หยิบมือ หรือจะใช้ฝักมะขามแขก 4-5 ฝักมาหักเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง นาน15 นาที แล้วกรองเอาไว้ดื่มก่อนนอน แค่นี้ก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวมากขึ้นแล้ว แต่หากมีอาการจุกเสียดให้ทานร่วมกับ ขิงแก่ กระวาน หรือกานพลู สมุนไพรเหล่านี้จะแก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ อีกทั้งไม่ควรแก้ท้องผูกด้วยมะขามแขกติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดธาตุโพแทสเซียม และร่างกายอาจเคยชินกับการใช้ตัวช่วยจนทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้เสื่อมลง

2. เม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลักมีเมือกหล่อลื่นในตัวเอง จึงช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวลง ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น โดยวิธีแก้ท้องผูกก็เพียงนำเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชามาแช่น้ำเปล่า 1 แก้ว (250 ซี.ซี.) รอจนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่แล้วก็ผสมน้ำดื่มหรือจะตักทานเล่นก็สามารถทำได้แล้วแต่ชอบ อย่างไรก็ตาม ควรรอให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่ก่อน จึงสามารถนำมาทานได้ เพราะหากเม็ดแมงลักยังพองตัวไม่เต็มที่ เจ้าสมุนไพรชนิดนี้อาจเข้าไปดูดน้ำจากลำไส้และกระเพาะของเรา ทำให้อุจจาระยิ่งแข็งและอุดตันจนเกิดอาการท้องผูกได้

3. ใบมะรุม

นอกจากฝักที่สามารถนำมาทำเป็นเมนูอาหารสุดอร่อยได้แล้วนั้น ใบจากต้นมะรุมยังสามารถนำมาทำเป้นยาแก้อาการท้องผูกได้อีกด้วย เนื่องจากใบมะรุมมีใยอาหารสูงมาก นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางสารอาหารอื่นๆ อีกเพียบ มะรุมจึงเป็นยาระบายจากธรรมชาติชั้นดี และยังช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งวิธีการนำใบมะรุมมาทานแก้ท้องผูก ก็ทำได้ง่าย เพียงคุณนำใบมะรุมไปประกอบอาหาร หรือนำใบอ่อนมาต้มน้ำ แล้วนำไปกรองดื่มก่อนนอน จะช่วยให้คุณหายจากอาการนี้ได้

4. ขี้เหล็ก

สมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนนิยมนำมาทำเป็นอาหาร ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้วยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย โดยสมุนไพรตัวนี้มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เบื่ออาหาร ทานอาหารไม่ค่อยได้ สำหรับวิธีการนำมารับประทาน ให้คุณเลือกใช้ใบอ่อนหรือดอกตูมของขี้เหล็กนำมาทำเป็นอาหาร หรือจะนำใบขี้เหล็กมาต้มน้ำ แล้วนำไปดื่ม ก็ให้สรรพคุณที่ดี

5. ชุมเห็ดเทศ

สมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายชั้นเลิศ โดยวิธีการนำมารับประทานสามารถทำได้ง่าย โดยให้ใช้ดอกสดของชุมเห็ดเทศนำมาต้มจิ้มทานกับน้ำพริกเป็นมื้ออาหาร และสามารถนำใบสดไปหั่นแล้วตากแห้ง นำมาต้มน้ำเป็นน้ำชาไว้ดื่มได้

6. ส้มแขก

ส้มแขกมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ โดยเราจะนำส่วนใบสดของส้มแขกมาต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม หรือหากเป็นใบอ่อนสามารถนำมาจิ้มน้ำพริกทานสดๆ ได้ ซึ่งจะช่วยแก้ท้องผูกของคุณได้เป็นอย่างดี

7. จำปี

ไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมที่หลายคนชื่นชอบ โดยส่วนหนึ่งของต้นอย่าง เปลือกรากของต้นจำปามีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ สามารถช่วยแก้อาการท้องผูก และช่วยให้ประจำเดือนมาปกติได้ แถมยังสามารถรักษาโรคปวดตามข้อได้อีกด้วย สำหรับวิธีการนำมารับประทาน ให้คุณเลือกใช้เปลือกรากจำปีไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาต้มน้ำ เพื่อใช้ดื่มเป็นยาระบาย

8. คูน

ไม้ดอกสีเหลืองสดที่สามารถนำดอกมาทำเป็นอาหารทานได้ นอกจากนี้ส่วนอื่นๆ ของต้นอย่าง ฝักแก่ สามารถนำมาทำเป็นยาระบายแก้ท้องผูกได้ โดยวิธีการนำมารทำเป็นยานั้น ให้คุณนำเนื้อในฝักแก่ของดอกคูน ขูดออกมาสักประมาณเท่าหัวแม่มือ หรือประมาณ 4 กรัม จากนั้นนำไปต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง แล้วใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ขั้นตอนต่อไปให้กรองเพื่อเอาแต่น้ำ ไว้ดื่มก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า เป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับคนที่ท้องผูกเป็นประจำอย่างมาก

9. สมอไทย

สมอไทยเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายตัวเด็ด แถมยังช่วยขับลมในลำไส้ โดยใช้ผลอ่อน 5-6 ผลต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มวันละ 1 ครั้ง ภายใน 2 ชั่วโมงจะเห็นผล ช่วยแก้อาการท้องผูก ขับถ่ายได้คล่องขึ้นอย่างแน่นอน

10. ผักกาดขาว

ผักที่หลายๆ คน รู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากความอร่อยเมื่อนำมาทำเป็นอาหารรับประทานแล้วนั้น ผักกาดขาวยังมีฤทธิ์เป็นยาระบาย แก้หวัด แก้อาการผิวหนังอักเสบ และผื่นแพ้ได้อีกด้วย ซึ่งคนที่มีอาการท้องผูกและกำลังมองหาวิธีแก้อยู่ ผักกาดขาวคืออีกหนึ่งคำตอบที่ดีสำหรับคุณ โดยวิธีการนำมาทำเป็นยาแก้อาการคือ ให้คุณนำผักกาดขาวไปต้มจากนั้นให้กรองเอาแต่น้ำมาดื่ม เท่านี้ก็ปราบอาการท้องผูกได้อยู่หมัด

ที่มา : kapook

โฆษณา

ททท.สาน12เมืองต้องห้ามพลาด (สระแก้ว-พัทลุง)

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/197055

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 14.13 น.

12 ม.ค. 59 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เดินหน้าสานต่อโครงการ “เมืองต้องห้าม…พลาด”เป็นปีที่ 2  ที่นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ด้วยการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในเมืองที่น่าสนใจและมีลักษณะและพื้นที่ใกล้เคียงกันอีก 12 จังหวัด ในชื่อโครงการ “เมืองต้องห้ามพลาด…PLUS” ที่มีแนวคิด สร้างการรับรู้ทางด้านการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดที่เป็นเมืองเล็กๆ เมืองทางผ่าน หรือเมืองที่ถูกลืม แต่จริงๆ แล้ว เป็นเมืองที่มีเรื่องราวน่าสนใจและของดีซ่อนอยู่ และเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องไปกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดหลัก
มาต่อที่เมืองที่ 11 จาก “จังหวัดจันทบุรี” สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ เชื่อมโยงสู่ “จังหวัดสระแก้ว” เชื่อมการท่องเที่ยวชายแดน ซึ่ง จ.สระแก้ว เป็นประตูสู่อรัญประเทศ เป็นรอยต่อขอบเขตของไทย – กัมพูชา เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของทั้งสองเมือง มีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุหลายแห่ง อาทิ ปราสาทสด๊กก๊อกธม ,ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ,ปราสาทเขาโล้น ฯ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติป่าเขาสอยดาว โป่งน้ำร้อน ต่อด้วย อุทยานแห่งชาติปางสีดา และธรรมชาติที่ดูแปลกตาอย่าง ละลุ ปฏิมากรรมดินทรายที่มีความสวยงาม รวมไปทั้ง ตลาดการค้าชายแดน (ตลาดโรงเกลือ-ศูนย์การค้าอินโดจีน) แหล่งรวมสินค้าที่มีราคาถูกและสินค้ามือสองที่ต้องห้ามพลาด
ปราสาทสด๊กก๊อกธม
ปราสาทเขาน้อยสีชมพู
อุทยานแห่งชาติป่าเขาสอยดาว
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
ละลุ
ปิดท้าย เมืองต้องห้ามพลาด Plus กันที่ พัทลุง จังหวัดเล็กๆที่อยู่ถัดจาก นครศรีธรรมราช ที่ได้สโลแกนว่า นครสองธรรม จุดเด่นที่การท่องเที่ยวแบบธรรมะ และธรรมชาติ จึงได้เป็นนคร 2 ธรรม ที่เชื่อมโยง พัทลุง ในปีนี้ โดยเสน่ห์ “เมืองลุง” ที่เราอยากแนะนำอยู่ที่ความเรียบง่ายของวิถีชีวิต ที่ยังคงแอบอิงธรรมชาติ ความเจริญของสังคมเมืองยังเข้าไปไม่มากนัก หากเทียบกับจังหวัดอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างเต็มที่ เช่น อุทยานนกน้ำ ทะเลน้อย , เขาทะลุ , น้ำตกไพรวัลย์  ฯลฯ
นอกจากที่เที่ยวทางธรรมชาติแล้ว “พัทลุง” ยังได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองพุทธ ที่มีศาสนาสถาน หรือ สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนามากมาย อาทิ  พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ “พระพุทธรูปสี่มุมเมือง” ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ ถูกจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมืองที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ โดยในส่วนของภาคใต้ ประดิษฐานอยู่ที่ พัทลุง, วัดคูหาสวรรค์ พระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัด, วัดวัง วัดเก่าแก่ดั้งเดิม ในอดีตเคยใช้เป็น สถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุง
ทะเลน้อย
โขดหิน คนเรือบอกว่านี่คือ เขาพับผ้า เพราะลักษณะหินที่ซ้อนทับกันเหมือนผ้าที่พับไว้
“ควายน้ำ” มีความสามารถดำน้ำลงไปกินหญ้าใต้น้ำได้
เมนูเด็ดที่มาทะเลน้อยเเล้วต้องกิน… นั่นก็คือ “ไข่ปลาตะเพียนทอด” 
จุดชมวิว ที่ช่องลม ภูเขาอกทะลุ
นั่งเรือไปคลองราโพ
ถ้าคุณเคยไปเยือนหรือประทับใจกับ เมืองต้องห้ามพลาดทั้ง 12 เมืองมาแล้ว แนะนำต่อยอดกับ เมืองต้องห้ามพลาด Plus  กันอีกสักครั้ง รับรองว่า ความสุข ความทรงจำที่ได้มาเยือน จะเป็นอีก 1 ภาพประทับใจใน Memory ท่องเที่ยวไม่รู้ลืม

‘แอร์เมเนจิลโด้ เซนญ่า’แบรนด์ดัง เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่เอาใจหนุ่มๆ

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/197052

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 13.44 น.
แอร์เมเนจิลโด้ เซนญ่า แบรนด์เครื่องแต่งกายชายจากประเทศอิตาลี ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2016 ไปเมื่อไม่นานมานี้ โดย สเตฟาโน ปิลาติ ดีไซเนอร์ของแบรนด์นำเสนออัตลักษณ์ความเป็นชายที่ดูแตกต่างและแปลกใหม่ ด้วยการนำความพลิ้วไหวบางเบาซึ่งเป็นลักษณะที่มักพบในเสื้อผ้าสตรี มาตีความใหม่อย่างเหมาะเจาะเพื่อสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายชายที่ดูมีสไตล์ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและดูสปอร์ต แต่แฝงด้วยเสน่ห์ที่เข้ากับฤดูร้อนได้เป็นอย่างดี

ธีมหลักของคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2016 ในส่วนของ แอร์เมเนจิลโด้ เซนญ่า กูตูร์ ได้แก่

สีดำ ปิลาติสร้างคอนเซปต์ใหม่ของลุคการแต่งกายนอกเวลาทำงาน ด้วยเสื้อผ้าสีดำทั้งชุดที่โชว์ฝีมือการตัดเย็บแบบดั้งเดิมไปพร้อมกับแนวคิดใหม่ในการซ้อนทับผ้าต่างชนิดและความพลิ้วไหว มีทั้งเสื้อนอกทรงสลิมฟิต แจ็กเก็ตความยาวระดับเอว (blouson) เสื้อโค้ต รวมถึงกางเกงขากว้าง ตัดเย็บจากผ้าวูลเนื้อบางและผ้าไหมเนื้อละเอียด การค้นคว้าพัฒนาวัสดุอย่างต่อเนื่องของเซนญ่าและความเชี่ยวชาญของปิลาติในการนำวัสดุชนิดต่างๆ มาใช้ร่วมกัน ทำให้เครื่องแต่งกายในส่วนนี้มีรูปทรงที่แตกต่าง เนื้อผ้าที่หลากหลายและดูหรูหรา อีกทั้งมีเฉดสีที่แตกต่างกันแม้จะอยู่ในโทนสีหลักเพียงสีเดียว

ลุค 8

ชุดสูท ประกอบด้วยเสื้อนอกกระดุมสองแถวรวม 6 เม็ด มีกระเป๋าเสื้อ กางเกงเป้าต่ำขากว้าง มีเชือกผูกที่ช่วงเอว ผ้าชั้นนอกเป็นผ้าวูลจอร์เจียเนื้อโปร่งบางสีดำ ผ้าชั้นในเป็นผ้าฝ้ายลายตาราง ผ้าพันคอไหมลายลูกน้ำ (paisley) โทนสีเหลืองและสีเขียวมะกอก นำมาผูกข้อมือ รองเท้าหนังสีดำทรงโลฟเฟอร์แบบ split toe ทำจากหนังลูกวัวฝรั่งเศส ประดับพู่ มีชิ้นส่วนตกแต่งเย็บติดด้านหลัง ส้นรองเท้าเป็นยางสีดำ

ผ้าลายตารางแบบมัทราส ผ้ามัทราส (Madras) เรียกตามชื่อเมืองที่ปัจจุบันคือเมืองเจนไน (Chennai) ประเทศอินเดีย เดิมเป็นผ้าฝ้ายน้ำหนักเบามีลวดลายต่างๆ หรือเป็นลายตาราง ในคอลเลกชั่นนี้ลวดลายแบบดั้งเดิมของผ้ามัทราสถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ลงบนเนื้อผ้าชนิดต่างๆ และถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของคอลเลกชั่น ตัวอย่างเช่น เสื้อโค้ตแบบโอเวอร์ไซส์ลายตารางขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก ใช้ผ้าเซนจูรีแคชเมียร์สองชั้น ซึ่งเป็นผ้าที่ดูหรูหราและใช้ในหลายคอลเลกชั่นของเซนญ่า กูตูร์

ลุค 19

เสื้อโค้ตโอเวอร์ไซส์ลายตารางขนาดใหญ่ กระดุม 4 เม็ด พร้อมรังดุมซ่อน มีกระเป๋าข้าง 5 ใบ ทำจากผ้าเซนจูรี่แคชเมียร์ 2 ชั้น ที่แยกออกจากกันได้
สวมใส่กับเสื้อคอวีแขนกุดผ้าแคชเมียร์สีเขียวเซจ กางเกงจีบคู่ผ้าวูลสีเทา ช่วงเอวตกแต่งด้วยหัวเข็มขัด ด้านในเป็นผ้าฝ้ายมัทราส ผ้าพันคอไหมลายลูกน้ำโทนสีฟ้ากับสีน้ำตาล นำมาผูกข้อมือ รองเท้าหนังกลับไม่หุ้มส้น สีเบจ ตกแต่งด้วยชายครุยทำจากหนัง ส้นรองเท้าเป็นยางสีดำ

ผ้าฝ้าย การผสมผสานความผ่อนคลายสไตล์สปอร์ตกับเสน่ห์แบบฤดูร้อนเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่นนี้ จะเห็นได้จากการจับคู่เครื่องแต่งกายชั้นนอกที่ทำจากผ้าฝ้ายลายตารางแบบผ้ามัทราส กับรองเท้าทรงโลเฟอร์แบบคลาสสิกให้ดูเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย กระเป๋าขนาดใหญ่ถูกนำมาใช้กับแจ็กเก็ตผ้าฝ้ายเพื่อสร้างรูปทรงใหม่ และอีกชิ้นที่มีดีไซน์โดดเด่นคือ กางเกงติดหัวเข็มขัดตรงปลายขา

ลุค 31

แจ็กเก็ตสไตล์นักบินทำจากผ้ามัทราส พร้อมกระเป๋าเสื้อแบบโอเวอร์ไซส์ มีกระดุมข้อมือ ชายเสื้อด้านข้างเป็นผ้าฝ้ายทอลายทแยง ใส่เข้าชุดกับเสื้อเชิ้ตผ้าถักสีเทา กระดุม 2 เม็ด กางเกงทรงครอปทำจากผ้าวูลเนื้อเบาสีเบจอ่อน เป้ากางเกงเป็นแบบติดกระดุม ปลายขากางเกงประดับหัวเข็มขัด ผ้าพันคอไหมลายลูกน้ำโทนสีน้ำตาลและสีเขียวมะกอก นำมาผูกข้อมือ รองเท้าโลเฟอร์หนังลูกวัวฝรั่งเศสแบบ split toe สีน้ำตาลเข้ม ประดับพู่ กระเป๋าเอกสารแบบซิปรอบ ด้านนอกมีกระเป๋า 2 ใบ หูกระเป๋ายืดหดได้ ทำจากหนังลูกวัวฟอกสีโดยไม่ใช้โลหะ ย้อมและเคลือบสีจากเปลือกลูกวอลนัตและต้นรูเบีย

 

สีขาว การใช้สีขาวบริสุทธิ์ในคอลเลกชั่นนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของปิลาติในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าบุรุษจากผ้าที่ดูพลิ้วไหวแบบผู้หญิงได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยดีไซน์ที่คาดไม่ถึงและความโปร่งบางที่ถือเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของเครื่องแต่งกายชายร่วมสมัย ดังจะเห็นได้จาก “โบรกเคน สูท” ซึ่งเป็นงานออกแบบที่ปิลาติพัฒนาต่อเนื่องมาหลายซีซั่น และในซีซั่นนี้ได้พัฒนามาเป็นการใช้ผ้าไหมญี่ปุ่นต่างชนิดกันในการตัดเย็บเสื้อนอกกับกางเกง แต่ยังคงความหรูหรามีเอกลักษณ์ รายละเอียดของเสื้อผ้าในส่วนนี้ยังแสดงถึงโครงสร้างการตัดเย็บที่ลดทอนให้เบาบางลง และการเน้นประโยชน์ใช้สอย เช่น ย่ามถักที่มีกระเป๋าแบบโอเวอร์ไซส์ สายรัด และเชือกผูก

ลุค 38

ชุดสูท ประกอบด้วยเสื้อนอกกระดุมแถวเดียว 2 เม็ด กระเป๋าเสื้อมีปก และกางเกงไม่จับจีบ ทำจากผ้าไหมยืดหยุ่นได้ (cady) สีขาวแมท เสื้อเชิ้ตผ้าไหม habutai สีขาว จับเดรปด้านหน้า สาบเสื้อซ่อนกระดุม เข็มขัดพื้นสีเทาลายตารางหลากสีแบบมัทราส ที่ข้อมือผูกผ้าพันคอไหมลายลูกน้ำโทนสีกุหลาบกับสีเขียวมะกอก รองเท้าบู๊ตหนังกลับสีดำ ความสูงระดับข้อเท้า ตกแต่งด้วยชายครุยทำจากหนัง มีชิ้นส่วนตกแต่งเย็บติดด้านหลัง ส้นรองเท้าเป็นยางสีดำ

รายละเอียดการตกแต่ง

แฟชั่นโชว์ทั้งคอลเลกชั่นมีการประดับผ้าพันคอไหมลายลูกน้ำที่ข้อมือ เป็นลวดลายแบบอินเดียที่เซนญ่าพัฒนามาใช้ในการตกแต่ง เพื่อนำสีสันสดสวยและลวดลายที่หลากหลายมาสู่เครื่องแต่งกายแบบโมโนโทน

สำหรับแอคเซสซอรีส์ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2016 ทุกชิ้นผลิตจากหนังสัตว์ที่ผ่านกระบวนการที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องมาจากซีซั่นก่อนซึ่งเซนญ่านำเสนอคอนเซปต์ Eco-leader หรือ ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติรอบตัว ผลิตภัณฑ์มีทั้งกระเป๋าเอกสารขนาดกะทัดรัดแบบซิปรอบ ด้านนอกมีกระเป๋า 2 ใบ หูหิ้วยืดหดได้ ทำจากหนังลูกวัวที่ผ่านการฟอกแบบไม่ใช้โลหะ ย้อมและเคลือบสีจากเปลือกลูกวอลนัตและต้นรูเบีย รองเท้าหนังลูกวัวฝรั่งเศสทรงดาร์บี้และโลเฟอร์แบบ split-toe ส้นรองเท้าแบบ scuba รองเท้าบู๊ตและรองเท้าแตะหนังกลับเนื้อนุ่ม ตกแต่งด้วยชายครุยหนัง และรองเท้าโลเฟอร์แบบเป็นทางการประดับพู่

รองเท้าหนังกลับสีเทาเปิดส้นเท้า ตกแต่งด้วยชายครุยหนัง ส้นรองเท้าเป็นยางสีดำ

กระเป๋าเอกสารแบบซิปรอบขนาดกะทัดรัด สีน้ำเงินเข้ม ด้านนอกมีกระเป๋า 2 ใบ หูหิ้วยืดหดได้ ทำจากหนังลูกวัวที่ผ่านการฟอกแบบไม่ใช้โลหะ ย้อมและเคลือบสีจากเปลือกลูกวอลนัตและต้นรูเบีย

รองเท้าทรงโลเฟอร์แบบ split-toe ทำจากหนังลูกวัวฝรั่งเศสสีน้ำตาลเข้ม ประดับพู่ มีชิ้นส่วนตกแต่งเย็บติดด้านหลัง ส้นรองเท้าเป็นยางสีดำ

นอกจากนี้ แอร์เมเนจิลโด้ เซนญ่า ยังได้เปิดตัวคอลเลกชั่นแอคเซสซอรีส์ที่ใช้นวัตกรรมล่าสุด คือ Pelle Tessuta หรือ ผ้าที่ทอขึ้นจากหนังสัตว์ชนิดนุ่มที่เรียกว่า “แนปปา” (nappa) โดยนำเส้นหนังแนปปาขนาดกว้าง 1.6-1.7 มม. มาทอด้วยกี่ที่ทำขึ้นพิเศษจนกลายเป็นผืนผ้า ทั้งนี้ แนปปาเป็นหนังประเภทผิวแท้ (full-grain) มีผิวเรียบ อ่อนนุ่ม น้ำหนักเบา เมื่อผสานกับวิธีการทอของเซนญ่าจึงทำให้ได้ผ้าที่มีความยืดหยุ่นและนุ่มเป็นพิเศษ นำมาผลิตเป็นเครื่องใช้ต่างๆ มีตั้งแต่รองเท้าโลเฟอร์และสนีกเกอร์ ไปจนถึงกระเป๋าสัมภาระ กระเป๋าเอกสาร เป้ กระเป๋าสตางค์ และเข็มขัด

ผลิตภัณฑ์ในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2016 มีจำหน่ายที่แอร์เมเนจิลโด้ เซนญ่า ชั้น M สยามพารากอน

รักษาสิวได้จากผลไม้นานาชนิด หน้าขาวใสปลอดภัยด้วยธรรมชาติ

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/197040

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 11.35 น.
การรับประทานผลไม้นั้น นอกจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีประโยชน์ในด้านความงามอีกด้วย เพราะผลไม้หลายชนิดสามารถที่จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว และช่วยลดสิวอักเสบได้ดี ทั้งนี้ยังจะมีวิตามินช่วยบำรุงให้หน้าขาวใสและเรียบเนียน

วันนี้จึงขอแนะนำผลไม้เหล่านี้ที่จะช่วยรักษาสิวได้ แถมปลอดภัยอีกด้วย

รักษาสิวด้วยมะละกอ

นำมะละกอสุกมาปอกเปลือก แล้วนำไปล้างให้สะอาด จากนั้นบดเนื้อมะละกอให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ค่อยล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้ทำเป็นประจำจะช่วยทำให้สิวอักเสบทั้งหลายยุบตัวลงได้เร็ว ไม่เป็นรอยดำ ส่วนรอยสิวเก่าๆ ก็จะค่อยๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด

รักษาสิวด้วยมังคุด

นำเปลือกมังคุคมาคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำจากเปลือกมังคุดที่ได้มาผสมกับดินสอพอง พอให้เนื้อข้นๆ เมื่อได้แล้วให้นำมาแต้มบริเวณที่เป็นสิว โดยปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืน ตื่นเช้ามาสิวที่อักเสบจะยุบลงอย่างไม่น่าเชื่อ

รักษาสิวด้วยมะนาว

นำน้ำมะนาวสดมาผสมกับดินสอพอง จากนั้นให้นำมาแต้มบริเวณที่เป็นสิว หัวสิวอักเสบ หรือรอยดำรอยแดงจากสิว โดยให้ปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืน ตื่นเช้ามาจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าสิวยุบลง และถ้าทำบ่อยๆ จะช่วยให้รอยสิวจางลงได้

รักษาสิวด้วยแอปเปิลเขียว

นำแอปเปิลเขียวมาล้างน้ำและหั่นเป็นชิ้นๆ โดยไม่ต้องปอกเปลือก จากนั้นนำไปปั่นรวมกับน้ำผึ้ง เมื่อได้เนื้อที่ละเอียดแล้วให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด วิตามินในแอปเปิลจะช่วยให้สิวยุบตัวและแผลจากสิวหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังจะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นและสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

รักษาสิวด้วยมะขามเปียก

นำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย คั้นจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด มะขามเปียกจะช่วยให้สิวแห้งเร็ว และช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวได้ดี

รักษาสิวด้วยสับปะรด

นำเนื้อสับปะรดมาล้างน้ำและปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยให้สิวอักเสบยุบและหายไป นอกจากนี้สับปะรดยังจะช่วยลดความมันบนใบหน้า และช่วยให้รูขุมขนบนใบหน้ากระชับขึ้น

รักษาสิวด้วยมะเฟือง

นำมะเฟืองที่ล้างน้ำสะอาดแล้วไปปั่นให้ละเอียด จากนั้นกรองเอาแต่เนื้อด้วยผ้าขาวบาง เมื่อได้เนื้อมะเฟืองมาแล้วให้เอามาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยลดรอยสิวและจุดด่างดำจากสิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจะช่วยลดการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วย

ขอบคุณที่มา : kapook

คุณแหน : 12 มกราคม 2559

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196981

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll ท่านหญิงมาลินีมงคล อมาตยกุล ไปร่วมงานรำลึกการละสังขารของ หลวงปู่ชอบ ครบ 21 ปี ที่จังหวัดเลยเที่ยวนี้ ได้ไปวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลเอราวัณของ นพ.วิชัย-สุทิน ผลิตนนทเกียรติ โดยมีสหายสนิท เทอดขวัญ กำภูฯ กับ ปิยะพงษ์ พงษ์ไพบูลย์ ร่วมทางไปด้วย งานผ่านไปแล้วฝากขอบคุณ รองผู้ว่าฯเลย และนายอำเภอภูเรือ กิติคุณ บุญคุณ ที่ต้อนรับเป็นอย่างดี…

ll ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง เชิญญาติมิตรและชาววังราชทัตร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี เนื่องในวาระคล้ายวันประสูติ 124 ปี วันคล้ายวันประสูติ 12 ม.ค. ณ บริเวณตำหนักสมเด็จพระวันรัต คณะขาบบวร วัดบวรนิเวศวิหาร …

llชอบการถ่ายภาพสิงสาราสัตว์มา (โดยเฉพาะนกชอบเป็นพิศษ) เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เชิญอดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานเปิดแกลเลอรี่ภาพถ่ายของตนเอง ที่ชั้น 4 จามจุรีสแควร์ 21 ม.ค.เวลา 11.00 น. …ผู้สนใจไปชมกันได้

ll ยินดีด้วยกับ ผศ.วรารัชต์ มหามนตรี จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ในโอกาสที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยระดับดีประจำปี 2558 จากผลงานวิจัยเรื่อง “โลกทัศน์ของคนไทยจากภาษิต” จากสภาวิจัยแห่งชาติจะเข้ารับมอบรางวัล วันที่ 2 ก.พ. ที่ศูนย์ประชุมไบเทคบางนา ข่าวว่าคนที่ปลื้มมากกว่าก็คือ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี วัสสานนท์ บิดา-มารดาของอาจารย์ที่ส่งข่าวให้เพื่อนๆหลายคนได้พลอยดีใจไปด้วย…

ll ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติเป็นประธานตัดสินปฏิทินดีเด่น 2559 รางวัลสุริยศศิธร ครั้งที่ 36 วันที่ 19 ก.พ. เวลา 10.00 น.ที่สมาคมนักประชาสัมพันธ์ฯ ส่วนงานประกาศผลและรับรางวัล วันที่ 26 ก.พ. เวลา 14.00 น. โดยเชิญ ฯพณฯ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรีเป็นประธาน มอบรางวัลและเปิดนิทรรศการ ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ งานนี้ พล.ร.ต.หญิงสุรัชฎา ชลออยู่ ทำหลายหน้าที่ทั้งทำสูจิบัตร หาทุน และประสานงานเข้มแข็ง…

ll “เป้า” อรุณี ผลน้อย อดีตหัวหน้าข่าวด้านเศรษฐกิจที่ “แนวหน้า” เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ตั้งศพสวดอยู่วัดพรหมวงศาราม ศาลา 9 ถึง 13 ม.ค. เผา 14 ม.ค. เจ้าตัวอยู่คนเดียว เพื่อนๆ จึงเป็นธุระงานศพให้และทราบว่าเงินประกันชีวิตของเธอได้ทำพินัยกรรมไว้แล้ว ยกให้มูลนิธิชัยพัฒนา …ขอให้ผลบุญนำพาสู่สุคติภพด้วยเทอญ …

ll หนังสือวันช่างภาพสื่อมวลชน 2558 ครั้งที่ 18 และ 47 ปีของสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยและมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชนของ สุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมคนใหม่มี ธนเดช อิงคภัทรางกูร เป็นประธานจัดงานมีเรื่องน่าอ่านมากคือ “ในหลวงกับสื่อมวลชน” ของ ขวัญแก้ว วัชโรทัย “ทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น” ของ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ภาพจากสื่อมวลชนทางคดีของ สัก กอแสงเรือง แกะรอยอาชญากรรมด้วยนิติวิทยาศาสตร์ของ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี หาอ่านได้ยากมาก เพราะทันสมัยและมีคุณค่ามาก นอกจากนี้ยังมีของ โรม บุนนาค, โดม สุขวงศ์, เอนก นาวิกมูล, สุชาดี มณีวงศ์, สันติธร หุตาคม, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นหนังสือที่ระลึก ไม่มีจำหน่าย จึงน่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสได้อ่านกันอย่างทั่วถึง !!…ll

บารอนเนส

นาฬิกาคุกคู เฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196979

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2558 และเป็นการแสดงความจงรักภักดี บริษัทคุนเนอร์ คุกคูคล็อคส์(ประเทศไทย) จำกัด โดยสองผู้บริหาร อภิชาติ ยิ่งลือชา และจันทิมา ยิ่งลือชาจึงได้เกิดไอเดียผลิต“นาฬิกาคุกคเฉลิมพระเกียรติ” ขึ้นเพื่อจำหน่าย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงไว้ใช้สอยตามพระราชอัธยาศัยอีกด้วย

 

อภิชาติ และจันทิมา ยิ่งลือชา

อภิชาติ ยิ่งลือชา เผยว่า “นาฬิกาคุกคู เฉลิมพระเกียรติ” รุ่นพิเศษนี้ เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอ็ดดิชั่นจริงๆ ไม่เคยผลิตที่ประเทศไหนมาก่อน เพราะเราได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาต จากสำนักพระราชวัง ในการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ ระหว่างทรงพระอิริยาบถกับสุนัขทรงเลี้ยงทั้ง 7 ตัว มาแกะสลักด้วยไม้สนเป็นรูปสามมิติ เพื่อเพิ่มความสวยงามและสอดแทรกไว้ซึ่งความจงรักภักดีที่มีต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

ด้วยไซส์มาตรฐานที่มาพร้อมความสูง 180 เซนติเมตร ตัวเรือนทำจากไม้สนแท้จากประเทศเยอรมนีตั้งเวลาเดินได้ 7 วัน โดยที่ไม่ต้องไขลาน เพราะตัวเครื่องนาฬิกาถูกออกแบบให้เป็นระบบจักรกล หรือ “เมคานิคอล” ที่ทำจากทองเหลือง และมีความคงทนในการใช้งานร่วม 100 ปี และผลิตเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะเพียง 500 เรือนเท่านั้น โดยทุกเรือนจะมีตัวเลข 1-500 กำกับอยู่หลังตัวเรือนทั้งนี้รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงไว้ใช้สอยตามพระราชอัธยาศัยอีกด้วย

“ล่าสุดมีคนสั่งจองมาแล้ว 250 เรือน เราตั้งใจไว้ว่าจะขายให้หมดทั้ง 500 เรือน เพราะถ้าขายได้หมดผมตั้งใจจะทูลเกล้าฯถวายเงินพระองค์ท่าน จำนวนหนึ่งล้านบาท อยากให้ทุกท่านที่สนใจมาซื้อนาฬิกาคุกคู เฉลิมพระเกียรติ รุ่นพิเศษนี้กันครับรับรองว่าเรือนละ 28,000 บาท ไม่แพงแน่นอน อย่างที่บอกเราสั่งทำจากเยอรมนี ใช้ไม้สนแท้ ตัวเรือนทำจากทองเหลือง ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 100 ปี อีกทั้งใช้ประดับบ้านได้ ไม่ต้องใช้ถ่านไม่เปลืองทรัพยากร และที่สำคัญเวลาเสียก็สามารถซ่อมได้ รวมทั้งสามารถเก็บเป็นของสะสมให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้อีกด้วยครับ”

 

สำหรับผู้สนใจจะสั่งซื้อ “นาฬิกาคุกคู เฉลิมพระเกียรติ” รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.02-3731147 หรือมือถือ 087-9361911

มูลนิธิบ้านอบอุ่น เพื่อสุนัขจรจัด เชิญชวนช่วยน้องหมา โครงการ‘SPONSOR A DOG’

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196976

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
บ้านอบอุ่น ศูนย์พักพิงเพื่อดูแลรักษาสุนัข ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี มีวัตถุประสงค์สำคัญในการรับดูแลรักษาสุนัขจรจัดที่ป่วย และได้รับบาดเจ็บตามท้องถนน ในประเทศไทย ขณะนี้ มูลนิธิได้ให้การพักพิงแก่สุนัขประมาณ 140 ตัว และมีความปรารถนา ที่จะสร้างความตระหนัก และเปิดรับการสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้ผ่านโครงการ “SPONSOR A DOG-ร่วมกันช่วยอุปถัมภ์น้องหมาตามกำลังทรัพย์”

ปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนมากบนท้องถนน ถือเป็นปัญหาอันใหญ่หลวงทั่วพื้นที่ประเทศไทย แต่ก็เป็นปัญหาที่ผู้คนไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก มูลนิธิพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มเพื่อนชาวสวิตเซอร์แลนด์ของมูลนิธิบ้านอบอุ่นเพื่อสุนัขจรจัด แห่งประเทศไทย จึงได้พัฒนาโครงการ ที่จะทำให้ทุกๆ คนสามารถร่วมอุปถัมภ์สุนัขหนึ่งตัว ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยต่อเดือน

มิเชล บีส ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในประเทศไทยและช่วยก่อตั้งบ้านอบอุ่นเมื่อปีพ.ศ.2551 ร่วมกับ อาจารย์จากจังหวัดอุทัยธานี สมบัติ สิงห์แก้ว กล่าวว่า บ้านอบอุ่นจะเป็นผู้ดูแลสุนัขในทุกๆ วัน ให้วัคซีน ทำหมันและให้อาหาร ผู้ร่วมอุปถัมภ์สามารถเลือก “อุปถัมภ์แบบพื้นฐาน” 500 บาท (13.62 ฟรังก์สวิส) ต่อเดือน หรือ “อุปถัมภ์แบบพิเศษ” 1,000 บาท (27.24 ฟรังก์สวิส) ต่อเดือน เงินสนับสนุนนี้จะนำมาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าอาหาร ในแต่ละวัน และค่าใช้จ่ายกรณีพิเศษ เช่น ค่าวัคซีนหรือค่าตรวจของสัตวแพทย์

“ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ดิฉันได้ดูแลสัตว์เหล่านี้และเป็นหัวเรือสำคัญแก่บ้านอบอุ่นหลังนี้” “สุนัขภายใต้การดูแลของเรามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เราต้องการความช่วยเหลือจากทุกๆ ท่าน ในการช่วยดูแลรักษาสุนัขเหล่านี้อย่างเหมาะสม”

ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 บ้านอบอุ่นได้รับการอุปถัมภ์จากพระแมทธิว ริคาร์ ผู้ซึ่งเคยเป็นช่างภาพ และนักเขียนที่มีชื่อเสียง ผู้อุปถัมภ์เฉกเช่นพระแมทธิว ริคาร์ ช่วยให้มูลนิธิยังคงดำเนินงานต่อไปได้ และทำให้สมาชิกบ้านอบอุ่นยังคงรับหน้าที่ดูแลสุนัขจรจัดเหล่านี้ต่อไป

ผู้สนใจ สามารถแสดงเจตจำนงในการอุปถัมภ์สุนัขหนึ่งตัวกับบ้านอบอุ่นโดยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหรือ PayPal ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับบ้านอบอุ่นได้ที่ banoboun.org/support-ban-oboun/สำหรับช่องทางอื่นๆ ในการให้ความช่วยเหลือบ้านอบอุ่น

Commit a Sin สวยสง่าและมั่นใจ

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196973

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
 

เริ่มต้นซีซั่นใหม่กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนกับงานดีไซน์สุดคูลสไตล์ 50s นำมาสร้างสรรค์โครงร่างและคัตติ้งให้ติดกลิ่นอายโมเดิร์นรวมไปถึงแรงบันดาลใจล่าสุดจากละครบรอดเวย์แสนคลาสสิก ที่ถ่ายทอดมุมมองของผู้หญิงได้ฉลาดเฉียบคมและตรงกับคาแร็กเตอร์ของ Commit a Sin

“แจน” พัทธมน และ “เมย์” ไพพรรณีเตชะณรงค์ สองครีเอทีฟไดเรคเตอร์ประจำแบรนด์ เผยว่า Commit a Sin มาพร้อมความมั่นใจและกล้าที่จะแตกต่าง “รีสอร์ทคอลเลคชั่นตามสไตล์ผู้หญิง Commit a Sin เป็นวันพักผ่อนที่เต็มไปด้วยดีเทลในการใช้ชีวิตพวกเธอสนุกกับการแต่งตัวเปิดกว้างกับการเฟ้นหาชิ้นแฟชั่นใหม่ๆ มาเติมเต็มสีสันให้กับตัวเองไม่ยึดติดกับสไตล์ใดเพียงหนึ่งเดียวและมีความสุขกับการสร้างลุคใหม่ที่ดึงดูดทุกสายตาและน่าค้นหา”

ดังนั้น คอลเลคชั่นพิเศษนี้จึงมาพร้อมเรื่องราวอันน่าติดตามที่ได้เค้าโครงจากละครมิวสิเคิลเรื่องเยี่ยมอย่าง Anything Goes ภายใต้การกำกับและประพันธ์เพลงโดย Cole Porter พาคนดูติดตามชีวิตของหญิงสาวสองคนสองสไตล์ที่ทั้งสวยและเปี่ยมเสน่ห์มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นรักอิสระเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของนักเดินทางที่พร้อมรอนแรมต่อสู้เพื่อไปสู่เป้าหมายสูงสุดในชีวิต

จากไอเดียดังกล่าว ได้นำมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานแฟชั่นที่เต็มไปด้วยสดใหม่นำคาแร็กเตอร์เด่นจากหญิงสาวทั้งสองคนที่มีบุคลิกแตกต่าง อาทิ ความเซ็กซี่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและความเรียบเท่ที่เต็มไปด้วยความน่ารักมาผสมผสานเป็นไอเดียหลักใช้ในงานดีไซน์พร้อมหยิบเอาโครงร่างและแพทเทิร์นจากยุค 50s มาเพิ่มเติมความทันสมัยมอบความสดใสสะท้อนสปิริต Young at Heart ปลุกความก๋ากั๋นในวัยเยาว์ให้กลับมาเบิกบานอีกครั้ง

นอกจากนี้ทีมดีไซน์ยังตั้งใจออกแบบดีไซน์หลากหลายมาให้สาวๆ ให้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างลุคเซอร์ไพรส์น่าค้นหาไม่ทอดทิ้งความเป็นตัวเองสำหรับฮอลิเดย์แห่งความสุขที่รอให้ผู้หญิง Commit a Sin ได้เฉิดฉายอย่างมั่นใจและสง่างาม

Dance Me Up Concert 2015 ‘Dance Your Heart Up’ เพื่อเด็กไทยโชว์ศักยภาพได้อย่างเต็มที่

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196937

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ครูกิ๊บ-เขมิษา บุณยเกียรติ ผู้บริหาร สถาบัน Dance Me Up โรงเรียนสอนศิลปะด้านการเต้นและการแสดงชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ได้หล่อหลอมและมุ่งมั่นในการรังสรรค์พัฒนาเด็กไทยก้าวสู่โลกยุคใหม่ด้านศิลปะการเต้นและการแสดงสมัยใหม่สู่ระดับมาตรฐานสากล จัดคอนเสิร์ต “Dance Me Up Concert 2015 Dance Your Heart Up” อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อให้เด็กๆ ได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ณ โรงละคร สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน (SQ1) ชั้น 7

ภายในงานเนรมิตให้เป็นงานที่แสนอบอุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Glamorous Night” ปูพรมแดงอย่างหรูหรา…สง่างาม เพื่อคอยต้อนรับแขกทุกๆ คนสู่ความยิ่งใหญ่อลังการในค่ำคืนนี้ที่นำพาทุกคนสู่โชว์หลากหลายรูปแบบการแสดงอย่างตื่นตาตื่นใจกับความสามารถของเด็กๆ และพิเศษสุดกับบทเพลงที่จะสร้างสีสันความเพลิดเพลินของนักร้องคุณภาพ หนุ่ย-นันทกานต์ ฤทธิวงค์ ในซิงเกิ้ลใหม่ “ปล่อยมันไป lets it go” เพื่อให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้หรือสิ้นหวังในชีวิต ทั้งแบบเต็มเพลง และเสียงรอสายเพลงนี้ มอบให้ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง

นอกจากนี้สิ่งที่เปี่ยมสุขของค่ำคืนนี้คือการแบ่งปันส่งความสุขให้กับสังคมคนรอบข้างด้วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับ Read For The Blind ซึ่งเป็นกิจกรรมอ่านหนังสือให้คนตาบอด ผ่านแอพพลิเคชั่น ในชื่อว่า “Read For The Blind” เพื่อให้คุณได้อ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง สร้างหนังสือเสียงง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง ผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกสถานที่ และเป็นการเพิ่มจำนวนหนังสือเสียงให้คนตาบอดได้มากขึ้นด้วย และโครงการคืนความงามสู่ทรวงอก ของสถาบัน
เสริมความงามเมดิแคร์ ร่วมกับแพทยสมาคม ซึ่งให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมจำนวนมากด้วยการจัดกิจกรรม สร้างเต้านมคืนด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อทำให้ผู้หญิงทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจไร้กังวล

ในค่ำคืน Dance Me Up Concert 2015 “Dance Your Heart Up” พาทุกคนภายในงานสนุกสนาน เพลิดเพลินและเอิบอิ่มใจด้วยกุศลครบรสครบสไตล์ โดยงานนี้ได้ยอดบริจาครวมมอบแก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 20,000 บาท, ชมรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดแห่งประเทศไทย 20,000 บาท, ชมรมค่ายอาสา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 50,000 บาท และมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ 12,000 บาท สร้างความสุขที่จะตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

‘Siam Celebration 2016’ ฉลองเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196928

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ พันธมิตรพลังสยาม นำโดย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ กลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ จัดงาน “Siam Celebration 2016” กิจกรรมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยการจุดประกายสีสันและความสดใสให้กรุงเทพฯ ผ่านการประดับตกแต่งไฟนับล้านดวง ณ ใจกลางสยาม ภายใต้แนวคิด “THAILAND CELEBRATING THE OPENING OF ASEAN COMMUNITY” เพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่และฉลองการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเนรมิตบรรยากาศแห่งความสุขให้ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนุกสนานกับการถ่ายภาพกับซุ้มไฟประดับและจอแอลอีดีที่สร้างสรรค์จากดวงไฟกว่า 2 ล้านดวง บริเวณตั้งแต่แยกเฉลิมเผ่า ยาวจนถึงบริเวณหน้าสยามเซ็นเตอร์

ไฮไลท์ คือ ข้อความ “สวัสดีปีใหม่” ที่เขียนเป็นภาษาต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ภาษา และภาษาหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษาอาหรับ เพื่อกล่าวคำต้อนรับประชาชนจากประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนและนานาประเทศ พร้อมแสดงถึงการเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาค ซึ่งนับจากนี้ต่อไป จะมีการฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ณ บริเวณย่านสยามร่วมกันอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี ภายในงานได้รับเกียรติจาก นภดล ภาคพจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม และ มรกต สดุดี ผู้อำนวยการกองการสร้างสรรค์กิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดซุ้มไฟร่วมกับคณะผู้บริหารกลุ่มพันธมิตรพลังสยาม นำโดย นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สยามพิวรรธน์, กรกนก จึงภักดี ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร กลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ และ พงษ์ศักดิ์ โกสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โรงแรมสยามแอ๊ทสยาม นอกจากนี้ วิชชพงศ์ สุวรรณมัย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขตปทุมวัน, เกล็ดดาว พานิชสมัย และ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล ก็มาร่วมชื่นชมซุ้มไฟที่สวยงามตระการตาร่วมกันอีกด้วย

ประชาชนผู้สนใจทุกเพศทุกวัย ยังสามารถร่วมกิจกรรมถ่ายภาพตนเองแล้วแชร์ภาพให้ปรากฏขึ้นบนจอแอลอีดีบนซุ้มไฟที่มีอยู่ถึง 20 ซุ้ม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองเทศกาลปีใหม่ และต้อนรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนร่วมกัน ณ บริเวณถนนพระราม 1 หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันนี้ ถึง 15 มกราคม 2559 นี้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

%d bloggers like this: