ผู้ว่าการ

All posts tagged ผู้ว่าการ

เตือน รบ.เก็บกระสุนกระตุ้น ศก.รอรับวิกฤติรอบใหม่

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 17:20 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191573.

Pic_191573

ธปท.แจงสาเหตุไม่อยากให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะต้องการให้เก็บกระสุนทั้งนโยบายการเงิน-การคลังไว้รับมิอวิกฤติเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ที่อาจะเกิดขึ้นได้ ชี้ถ้าใช้ระยะสั้นอาจต้องเดินตามรอยเศรษฐกิจสหรัฐฯ…

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาเรื่ออัตราเงินเฟ้อ ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย และภาคอุตสาหกรรม จัดโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยว่า สาเหตุที่ ธปท.ไม่ต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจไทยมากเกินไป ในขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังขยายตัวในระดับที่เต็มศักยภาพในการผลิต เต็มประสิทธิภาพสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และเต็มความสามารถในการซื้อของประชาชน เพราะไม่ต้องการให้ก่อปัญหาเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางในการขยายตัว ขณะที่เศรษฐกิจประเทศจี 3 ประกอบด้วยสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นอ่อนแอ ประเทศไทยควรที่จะเตรียมกระสุนไว้ทั้งในส่วนของนโยบายการเงิน และการคลัง เพื่อรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต เพราะถ้าดูบทเรียนจากสหรัฐฯ ในขณะนี้ที่เขากระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไปในช่วงก่อนหน้า ทำให้ตอนนี้เขาหมดกระสุน แม้ขยายเพดานหนี้เพิ่มขึ้นได้ แต่ก็ต้องทยอยปรับลดงบประมาณลง เท่ากับกระสุนทางการคลังหมด ขณะที่นโยบายการเงินนั้น การใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ( QE) ติดกัน 2 ครั้ง ทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลงมาก โดยหลังจากการใช้ QE2 อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ อยู่ที่ติดลบ 1% ซึ่งจะกระตุ้นต่อไปก็คงไม่เกิดผลแล้ว และปัญหาของสหรัฐฯ กำลังก่อปัญหากับเศรษฐกิจโลก

“ธปท.ไม่อยากให้รัฐบาลเร่งเครื่องยนต์ที่มีอยู่มากเกินไป จนกระทั่งเครื่องพังเสียหาย แต่ถ้าจะลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ หรือซื้อเครื่องที่ 2 เครื่องที่ 3 มาช่วยขับเคลื่อนเพิ่มเป็นเรื่องควรดำเนินการ โดยเฉพาะการปรับปรุงงบลงทุนของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 16% ของงบประมาณให้เพิ่มขึ้นเป็น 22-23% ของงบประมาณ จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้ หรือถ้าเพิ่มขึ้นไปถึง 25% ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับรัฐบาลประเทศในภูมิภาคนี้ก็จะถือเป็นเรื่องที่ดี กว่า ที่จะกระตุ้นโดยการหว่านเงินลงไปเพื่อเพิ่มการใช้จ่ายซึ่งเป็นผลระยะสั้น” นายประสาร กล่าว

นายประสาร กล่าวเพิ่มว่า ธปท.จึงอยากให้รัฐบาลเก็บนโยบายการคลังส่วนหนึ่งไว้เป็นแรงในการกระตุ้น เศรษฐกิจในยามจำเป็นจริงๆ และสำรองไว้เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แทนที่จะเร่งให้จนหมดกระสุน ขณะที่นโยบายการเงินนั้น ก็ควรจะทำให้อยู่ในระดับปกติ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงเป็นบวก และอยู่ในอัตราที่สกัดไม่ให้อัตราเงินเฟ้อ และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์สูงขึ้นไปจนบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชน และทำให้ต้นทุนราคาสินค้าสูงขึ้น ซึ่งในที่สุดจะส่งผลต่อภาคการผลิต การส่งออก และเศรษฐกิจประเทศโดยรวม

“อัตราเงินเฟ้อก็เหมือนปลวก ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่เปรียบเสมือนบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง เงินเฟ้อก็ถือเป็นศัตรูที่กัดกินมูลค่าของเงินที่หามาได้ ส่งผลลดทอนความสามารถในการใช้จ่าย ซื้อสินค้าของประชาชน และเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการ และเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในที่สุด ซึ่งการแก้ปัญหาคงไม่ใช่การฉีดยากำจัดปลวกทุก 3 เดือน 6 เดือน เช่นการใช้มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ หรือตรึงราคาสินค้า ซึ่งแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นเท่านั้น แต่ภาพรวมราคาสินค้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ดี และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น มาตรการเหล่านั้น จึงเป็นแค่การเลื่อนระยะเวลาของปัญหาออกไป และอาจต้องใช้งบประมาณสูงที่จะอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง” นายประสาร กล่าว

นอกจากนั้น ผู้ว่าการ ธปท.ยังยกตัวอย่าง ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นที่กระทบการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยว่า หากเงินเฟ้อจากต้นทุนวัตถุดิบทั่วไปสูงขึ้น 1% จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นประมาณ 0.2% ซึ่งส่งผลไปยังราคาสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หากราคาสินค้าปรับขึ้นมาจะกระทบต่อการขยายตัวของภาคการผลิตได้ โดยยกตัวอย่าง ราคาน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัฐในการผลิตที่เร่งขึ้นมากในปี 2551 โดยพบว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 1% ทำให้ดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 0.38% เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.17% โดยราคาที่สูงขึ้น ทำให้มูลค่าการบริโภคสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 85,000-130,000 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 108,000-160,000 ล้านบาท ทำให้จีดีพีภาคอุตสาหกรรมในปีนั้นลดลง ประมาณ 2% ซึ่งจุดนี้คือผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างเดียว แต่ในขณะนี้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเกือบทุกรายการ

“ในส่วนของ ธปท.ซึ่งมีหน้าที่ ดูแลรักษาค่าเงินของประชาชน ให้คนไทยสามารถซื้อของได้เท่าเดิมโดยใช้เงินเท่าเดิมนานที่สุด การใช้ดอกเบี้ยนโยบายในการคุมการคาดการณ์เงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินไป ลดการใช้จ่ายและการลงทุนที่ไม่จำเป็นลดลง เพราะผู้กู้และผู้บริโภคอาจจะต้องวางแผนในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น ยังคงต้องดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งธปท.พยายามทำไม่ให้กระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจ และที่ผ่านมาต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นของภาคประกอบการเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะสัดส่วนต้นทุนการเงินต่อต้นทุนรวมมีสัดส่วนแค่ 5% แต่การจะลดเงินเฟ้อลงในระยะยาว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อลดต้นทุนลง และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และคุณภาพสินค้าให้เพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยยกระดับการขยายตัวและเติบโตไปอีกชั้น ในแนวทางเดียวกับเกาหลีใต้ หรือไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วต่อไป” นายประสาร กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 สิงหาคม 2554, 17:20 น.

รฟท.ตั้งศูนย์ฯส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 16:27 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191556.

Pic_191556

รฟท.ตั้งศูนย์อำนวยการส่งสิ่งของบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหนือ-อีสาน ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ขณะที่การเดินรถสามารถบริการได้เป็นปกติแล้ว…

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟท.ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการรับส่งสิ่งของบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม ตามที่ขณะนี้ ยังมีหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ โดยศูนย์ รับส่งสิ่งของบริจาคนี้ จะตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ซึ่ง องค์กรต่างๆ ภาคเอกชน ประชาชน สามารถนำสิ่งของบริจาคมามอบที่ศูนย์ฯดังกล่าวได้ โดย รฟท.จะนำส่งสิ่งของเหล่านี้ ไปมอบให้ผู้ประสบภัยโดยไม่เสียค่าจัดส่งแต่อย่างใด ผู้ประสงค์บริจาคสิ่งของสามารถติดต่อประสานงาน หรือสอบถามข้อมูลของศูนย์ฯได้ที่หมายเลข 1690 หรือ 02-537-9198

ส่วนการเดินรถไฟ ในพื้นที่ภาคเหนือภาคอีสาน หลังจากที่ประสบปัญหาการเดินรถ มีรางบางช่วงขาดไป และต้องหยุดเดินรถไฟสายเหนือ ระหว่างวันที่ 1-2 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ รฟท.สามารถเดินรถได้ปกติแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหาร รฟท.ได้ส่งการให้ฝ่ายการโยธา ของรฟท. ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ติดตามระดับน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินรถอย่างใกล้ชิด หากมีเส้นทางสายใด ทางขาด ก็ให้เข้าเร่งแก้ไข หากจำเป็นต้องซ่อมแซมราง ก็ให้พร้อมรับสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อ ให้กลับมาเดินรถได้เร็วที่สุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 สิงหาคม 2554, 16:27 น.

รฟท.เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน1.76แสนล้านบาท

Published พฤษภาคม 20, 2011 by SoClaimon

19 พฤษภาคม 2554, 23:30 น.
รฟท.เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน1.76แสนล้านบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172707

รฟท.เดินหน้าตามแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน 1.76 แสนล้านบาท ยันเปลี่ยนรัฐบาลไม่ทำแผนสะดุด…

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในช่วงนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการตามแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท โดย รฟท.คงเดินหน้าตามแผนการลงทุนดังกล่าว แต่ในอนาคตเมื่อ รฟท.จะดำเนินโครงการต่างๆ ต้องเสนอเรื่องให้ ครม.ใหม่ อนุมัติดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งเมื่อถึงขณะนั้น รัฐบาลใหม่จะพิจารณาว่า จะอนุมัติดำเนินการหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า รัฐบาลใหม่จะคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางต่อไป เพราะถือว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์สำหรับโครงการที่ต้องรอลุ้นให้รัฐบาลใหม่พิจารณาอนุมัติดำเนินการ เช่น โครงการรถไฟทางคู่สายลพบุรี-ปากน้ำโพ โครงการรถไฟทางคู่สายมาบกะเบา-ถนนจิระ โครงการรถไฟทางคู่สายนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน โครงการรถไฟทางคู่สายถนนจิระ-ขอนแก่น โครงการรถไฟทางคู่สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร รวมวงเงินลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น ยังมีโครงการรถไฟทางคู่สายทางใหม่ ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟเส้นทาง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และโครงการก่อสร้างรถไฟ เส้นทางบัวใหญ่-มุกดาหาร-นครพนม รวมวงเงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันโครงการเหล่านี้ อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด และจัดทำเอกสารประกวดราคา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นจึงจะเสนอให้ครม.อนุมัติเพื่อดำเนินการต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤษภาคม 2554, 23:30 น.

จับตาการเมืองป่วนชาติพัง ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง

Published กุมภาพันธ์ 5, 2011 by SoClaimon

4 กุมภาพันธ์ 2554, 06:15 น.

ผ่านทางจับตาการเมืองป่วนชาติพัง ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_146432

 

ผู้ว่าการ ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยง จับตาอัตราเงินเฟ้อพุ่ง การเมืองแรง และการบริโภคที่แผ่ว ชี้พร้อมปรับนโย-บายการเงินเอื้อการขยายตัวเศรษฐกิจมากขึ้น หากเงินเฟ้ออยู่ในกรอบ ติงรัฐบาลควรผ่อนประชานิยม เริ่มลดการขาดดุลงบประมาณให้มากกว่านี้

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในงานสัมมนาหัวข้อเรื่อง “นโยบายการเงินกับยุคทองของเอเชีย” ว่าตามปกติแล้วการพิจารณาว่าช่วงใดเข้าสู่ช่วงยุคทอง จะมีองค์ประกอบ 3 เรื่อง คือ 1.สันติภาพ และความกลมเกลียวของประเทศ 2.ความมั่นคงทางเสถียรภาพของประเทศ และ 3.ความมั่งคั่งของเศรษฐกิจ ซึ่งถ้ามองภาพรวมทั้งเอเชียในขณะนี้ คิดว่าจะเรียกว่าเป็นยุคทองได้ เพราะเทียบกับตะวันตก เอเชียดีกว่ามาก

“แต่สำหรับประเทศไทยนั้นเป็น อีกเรื่องหนึ่ง ถ้ามองไปที่จีน ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ ประเทศเขาอาจจะมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ส่วนประเทศเรานั้น เรายังอยู่ในช่วงที่มีความท้าทายค่อนข้างมาก และจะมองว่ามีเสถียรภาพมั่นคง มีความมั่งคั่งเลยคงไม่ได้ เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของอุปทานภายในเอเชียเท่านั้น ดังนั้น หากเราต้องการเข้าสู่ยุคทองกับเอเชีย เราต้องเร่งพัฒนาอย่างน้อย 2 ด้าน”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เรื่องแรก เราต้องเพิ่มศักยภาพการผลิตของเราให้ขึ้นเป็นระดับชั้นนำของเอเชีย เพื่อที่จะยืนในระดับเดียวกันกับยุคทองของเอเชียได้ อีกเรื่องหนึ่งคือ ประเทศไทยต้องรักษาสมดุลของนโยบายให้ดี ทั้งในเรื่องของนโยบายการ คลัง การจัดสรรงบประมาณ และนโยบายการเงิน เพื่อ ให้เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

“สำหรับปัจจัย เสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ คือ ปัจจัยเสี่ยงจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาพลังงาน และราคาสินค้าหมวดอาหาร ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นปัญหาระดับสากล เพราะแรงกดดันที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อกำลังเพิ่มมากขึ้น เพราะแม้ว่าเครื่องชี้ของเศรษฐกิจไทยส่วนใหญ่จะปรับตัวดีขึ้น แต่ ธปท.กำลังติดตามใน 2-3 ประเด็น คือ 1.การไหลเข้าออกของเงินทุนที่มีความผันผวนมาก  2.ปัจจัยการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ 3.ซึ่งกำลังติดตามคือ ดัชนีการอุปโภคบริโภค ซึ่งในเดือนที่ผ่านมาค่อนข้างชะลอตัวลง แต่ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของฐาน เพราะปีที่ผ่านมาฐานเริ่มขยับสูงขึ้นแล้ว โดยจะติดตามต่อเนื่องอีก 2-3 เดือน แต่ดูภาพรวมในขณะนี้ยังไปต่อได้อยู่ ขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น จะกระทบอัตราเงินเฟ้อไม่มาก โดยค่าเงินบาทที่อ่อนลง 1% จะกระทบด้านราคา 0.15%”

นายประสาร กล่าวว่า ดังนั้น ในการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงินในช่วงต่อไป จะนำเรื่องการชะลอตัวการบริโภค และปัจจัยการเมืองมาประกอบการพิจารณา โดย ธปท.จะให้ความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่าจะให้ความสำคัญให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใน กรอบของ ธปท. และจะดูแลนโยบายการเงินไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และดูเสถียรภาพโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์

ผู้ ว่าการ ธปท.ให้ความเห็นด้วยว่า หากจะรักษาเสถียรภาพในด้านการคลังของประเทศ การขาดดุลงบประมาณในปี 2555 ควรจะปรับลดลงให้อยู่เหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่ โดยมองว่าตัวเลขการ ขาดดุล 350,000 ล้านบาท สูงเกินไป เพราะมองว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถลดลงได้ เพราะเศรษฐกิจโดยรวมปี 2555 จะดีกว่าปีนี้ ดังนั้น รัฐบาลควรลดการขาดดุลงบประมาณลง.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 กุมภาพันธ์ 2554, 06:15 น.

 

%d bloggers like this: