ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

อุทยานฯดึง‘ชุมชน’ ร่วมดูแลป่าอนุรักษ์ ชี้ปาล์ม-ยางพาราบูม ทำปัญหารุกป่าเพิ่ม

http://www.naewna.com/local/23375

วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.
tags : อุทยานฯชุมชนดูแลป่าอนุรักษ์ปาล์มยางพาราปัญหารุกป่า,

นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อ.ช.) กล่าวว่า ขณะนี้ 3 ปัจจัยหลักที่กำลังทำลายผืนป่า คือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และ ใบ สค.1 โดยที่ผ่านมามีการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันในที่ดินที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ลุกลามไปทั่วประเทศ โดยได้นำใบ สค.1 ปลอม มาขอออกโฉนดและใบเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ถ้าไม่เร่งรัดดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย รับรองว่าป่าจะไม่มีเหลืออย่างแน่นอน

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องให้ชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้น สามารถทำกินอยู่ในพื้นที่เดิมได้ แต่ต้องไม่บุกรุกป่าเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติฯได้ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินการโครงการจอมป่า (Joint Management on Protected Areas: JOMPA) เพื่อลดความขัดแย้งและเพิ่มความร่วมมือในการอนุรักษ์ป่า

“โครงการนี้ดำเนินกิจกรรมต่างๆสอดคล้องกับโครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย โดยการสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าอนุรักษ์ มีพื้นที่นำร่องในผืนป่าตะวันตกซึ่งปัจจุบันมีชุมชนอาศัยอยู่ในและรอบผืนป่าตะวันตกอยู่ประมาณ 300 ชุมชน มีการจัดทำฐานข้อมูลชุมชนและวางแนวขอบเขตพื้นที่ทำกินเดิมเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ซึ่งผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่พื้นที่คุ้มครองและชุมชน ในการบริหารจัดการป่าอนุรักษ์อย่างมีส่วนร่วมตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มีเจ้าหน้าที่รัฐลาดตระเวนป่าร่วมกับชุมชน มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่คุ้มครองเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ และส่งเสริมกิจกรรมที่ลดการพึ่งพิงป่า ซึ่งจะขยายแนวคิดนี้ไปทั่วประเทศ”นายดำรงค์ กล่าว

กันยายน 25, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

เกษตรฯต่อยอดปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

เกษตรฯต่อยอดปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

เกษตรฯต่อยอดปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

เกษตรฯ เตรียมต่อยอดผลสำเร็จโครงการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ขยายผลยังพื้นที่มีศักยภาพผลิตปาล์มให้ได้ตามมาตรฐาน RSPO

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 55  นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ในการดำเนินโครงการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ระหว่างเดือนธันวาคม 2551 ถึง มิถุนายน 2555 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทยตามมาตรฐาน  RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักเกณฑ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนโรงงานและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินการได้สอดคล้องกับมาตรฐาน RSPO โดยเน้นถึงความสามารถในการเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ จนถึงการพัฒนาระบบความยั่งยืนและจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐาน RSPO สำหรับเกษตรกรรายย่อย รวมทั้งแผ่นความรู้ด้านการใช้ศัตรูพืชแบบผสมผสาน การอนุรักษ์ดิน น้ำ และทรัพยากร ตลอดจนสิ่งที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ให้แก่เกษตรกรและจากการเข้าไปส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน โดยสนับสนุนช่วยเหลือให้เกษตรกรสมัครเป็นสมาชิก RSPO และรับการตรวจรับรองทำให้ขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ RSPO แล้วทั้งสิ้น จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (ยูนิวานิช-ปลายพระยา) , กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (เหนือคลอง-เขาพนม) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุขสมบูรณ์) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุราษฎร์ธานี) โดยทั้ง 4 กลุ่มนี้มีการดำเนินการตามข้อกำหนดและตัวชี้วัดตามมาตรฐานของ RSPO และได้รับการตรวจรับรอง (Audit) จากองค์กรรับรองภายนอก (Certify Body : CB) ในเดือนเมษายนและ RSPO ให้การรับรองเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 โดยกลุ่มเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มของไทย เป็นกลุ่มเกษตรกรอิสระผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายแรกของโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยได้รับการรับรองจะช่วยนำไปสู่การผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน

สำหรับแนวทางการดำเนินการต่อไปหลังสิ้นสุดโครงการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะต่อยอดประโยชน์จากการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตปาล์มของเกษตรกรในพื้นที่ที่กระทรวงเกษตรประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการปลูกปาล์ม ได้แก่ พื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออก เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเกิดการรวมกลุ่มในการผลิตน้ำมันปาล์มที่ได้การรับรองมาตรฐาน RSPO ที่จะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดปาล์มไปสู่ตลาดยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาที่สูงกว่าราคาปาล์มในปัจจุบันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นอกจากโครงการฯ จะดำเนินการจัดทำมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ RSPO แล้ว ยังดำเนินการในด้านอื่นๆ ได้แก่ โครงการศึกษาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทย โครงการศึกษาพื้นที่ที่มีคุณค่าสูงต่อการอนุรักษ์ (High Conservation Value: HCV) และการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน รวมทั้งการติดตามผลกระทบการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน ทางองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้มีการเผยแพร่ผลการศึกษาผลการดำเนินงานของโครงการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ RSPO และยกย่องให้เป็นโครงการตัวอย่างระดับโลกในเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหาร ของการผลิตพืชพลังงานของเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วโลก จากผลการดำเนินงานกับเกษตรกรรายย่อยอิสระในการผลิตปาล์มน้ำมันตามมาตรฐาน RSPO ด้วย

กันยายน 3, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , | ใส่ความเห็น

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด

กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย … ดลมนัส กาเจ

               ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ถือเป็นฤดูกาลเพาะปลูก ทั้งพืชไร่ พืชนา พืชสวน และไม้ยืนต้น โดยเฉพาะยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพราะเป็นช่วงที่มีความอุดมสมบูรณ์ของน้ำจากธรรมชาติ หรือน้ำฝนที่ชาวบ้านมักจะพูดกันแบบสนุกปากว่า “เทวดาช่วยรดน้ำให้”

ที่ผ่านมาเคยเขียนเตือนมาบ่อยครั้งแล้วว่า ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกของทุกปีนั้น สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ “แก๊งมิจฉาชีพ” มีสารพัดรูปแบบครับ ที่ฉวยโอกาสหลอกลวงเกษตรกร ทั้งที่ขายปุ๋ยปลอมแบบหาบเร่ มีเกษตรกรถูกหลอกทุกปีครับ ซึ่งหลายหน่วยงานเคยเตือนเกษตรกรมาแล้ว

พฤติกรรมของพ่อค้าปุ๋ยปลอมหาบเร่ที่ว่านี้ จะใช้รถยนต์เป็นพาหนะเร่นำปุ๋ยออกตระเวนขายไปตามหมู่บ้านต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่เกษตรกรเข้าสู่ฤดูกาลทำนา มีทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ พวกนี้ใช้กลยุทธ์หลอกล่อชาวบ้านหลายรูปแบบ ทั้งลดราคา และมีของแถม

นอกจากนี้ยังมีอีกพวกหนึ่งที่หากินด้วยการหลอกชาวบ้านในช่วงหน้าฝน อย่างช่วงพี่น้องเกษตรกรชาวอีสานเห่อปลูกยางพารา ในช่วงที่ยางพาราราคาดี พวกนี้ไปปักหลักตามชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในภาคอีสาน แล้วทำโรงเรือนแบบลวกๆ ขายกล้ายางพาราด้อยคุณภาพในราคาที่ถูก ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ยางธุดงค์” พวกนี้จะเคลื่อนย้ายไปอยู่แห่งละไม่กี่วันครับ เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ของรัฐไปตรวจสอบ

ตอนนี้ราคายางพาราตกต่ำ ไม่ดึงดูดความสนใจเกษตรกรเท่าไรนัก พวกนี้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ คือเห็นเกษตรกรมีความตื่นตัวและสนใจที่จะปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น พวกนี้ก็ฉวยโอกาสนำกล้าปาล์มด้อยคุณภาพออกไปหลอกขายให้เกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พฤติกรรมพวกนี้ทำเป็นขบวนการครับ คือใช้รถยนต์บรรทุกต้นกล้าปาล์ม แบ่งสายตระเวนเร่ขายไปตามหมู่บ้านต่างๆ ขายในราคาแพงด้วย ขายต้นละ 120-400 บาท บางกลุ่มไปโรงเรือนเนิร์สเซอรี่กล้าปาล์มน้ำมันเคลื่อนที่ แบบเดียวกันกับ “ยางธุดงค์” นั่นแหละ ทั้งที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันกับกรมวิชาการเกษตรแต่อย่างใด และไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของพันธุ์ปาล์มน้ำมันเหล่านี้ด้วย

กล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันพิสูจน์ยากครับ บางครั้งพวกนี้เอาเมล็ดใต้ต้นไปเพาะขาย เกษตรกรซื้อขึ้นมา และกว่าจะรู้ได้ว่าเป็นพันธุ์ด้อยคุณภาพต้องเวลาอย่างน้อย 3-4 ปี เจอปาล์มที่ด้อยคุณภาพให้ผลผลิตน้อยไม่ว่าครับ ที่ร้ายไปกว่านั้น ปลูกแล้วเป็นปาล์มผู้ เหมือนกับปาล์มน้ำมันที่นักการเมืองอวดรู้ที่ไปเอาเมล็ดจากมาเลเซียเพาะให้เกษตรกรปลูกในภาคใต้เมื่อ 20 ปี สุดท้ายกลายเป็นปาล์มผู้ ที่นำมาปลูกแถวใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ นั่นแหละ เกษตรกรต้องเสียเวลาขุดทิ้ง และต้องปลูกใหม่ ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี

เรื่องนี้กรมวิชาการเกษตรได้ออกมาเตือนแล้วครับ ล่าสุด ท่านจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตรออกเตือนว่า เกษตรกรอย่าหลงเชื่อพ่อค้าที่เร่ขายต้นกล้าปาล์ม เพราะอาจได้รับต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ด้อยคุณภาพและไม่มีที่มาของแหล่งพันธุ์ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เมื่อนำไปปลูกจะได้ผลผลิตต่ำ หรืออาจไม่ได้ผลผลิตเลย ทำให้ไม่คุ้มค่าการลงทุนและยังเสียเวลาอีกด้วย

               ฉะนั้นต้องระวัง หากเกษตรกรสนใจปลูกปาล์มน้ำมันควรรวมกลุ่มกันและแจ้งหน่วยงานในสังกัดกรมวิชาการเกษตรใกล้บ้านท่านครับ !

——————–

(กล้าปาล์มหาบเร่ระบาด : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย … ดลมนัส  กาเจ)

กันยายน 2, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เกษตรกรอิสระผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

http://www.dailynews.co.th/agriculture/152248

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำความร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี ดำเนินโครงการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ระหว่างเดือนธันวาคม 2551 ถึง มิถุนายน 2555 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทยตามมาตรฐาน ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักเกณฑ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนโรงงานและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินการได้สอดคล้องกับมาตรฐาน ความสามารถในการเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ จนถึงการพัฒนาระบบความยั่งยืน และจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐาน สำหรับเกษตรกรรายย่อย รวมทั้งแผ่นความรู้ด้านการใช้ศัตรูพืชแบบผสมผสาน การอนุรักษ์ดิน น้ำ และทรัพยากร ตลอดจนสิ่งที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ให้แก่เกษตรกรและจากการเข้าไปส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน โดยสนับสนุนช่วยเหลือให้เกษตรกรสมัครเป็นสมาชิก และรับการตรวจรับรอง ทำให้ขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้วทั้งสิ้น จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (ยูนิวานิช-ปลายพระยา), กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (เหนือคลอง-เขาพนม) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุขสมบูรณ์) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุราษฎร์ธานี) โดยทั้ง 4 กลุ่มนี้มีการดำเนินการตามข้อกำหนดและตัวชี้วัดตามมาตรฐาน และได้รับการตรวจรับรองจากองค์กรรับรองภายนอก ในเดือนเมษายน โดยกลุ่มเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มของไทย เป็นกลุ่มเกษตรกรอิสระผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายแรกของโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยได้รับการรับรองจะช่วยนำไปสู่การผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน.

สิงหาคม 31, 2012 Posted by | เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

http://www.dailynews.co.th/agriculture/151814

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามที่ สศก.ร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมนี หรือ GIZ ในการดำเนินโครงการผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเน้นในเรื่องการทำสวนปาล์มน้ำมันอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน RSPO ซึ่งมีอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (ยูนิวานิช-ปลายพระยา) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (เหนือคลอง-เขาพนม) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุขสมบูรณ์) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุราษฎร์ธานี)

“ทั้ง 4 กลุ่มนี้นับเป็นกลุ่มเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายแรกของโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO  ที่สำคัญองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ยกย่องให้เป็นโครงการตัวอย่างระดับโลกในเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหารด้วย แม้โครงการความร่วมมือจะสิ้นสุดลง แต่การส่งเสริมให้เกษตรกรและโรงงานเข้าสู่มาตรฐาน RSPO จะคงดำเนินการต่อไป เนื่องจากมาตรฐานดังกล่าวจะก่อให้เกิดการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเกษตรกรสนใจเข้าสู่มาตรฐาน RSPO มากขึ้น” นายอภิชาตกล่าว.

สิงหาคม 31, 2012 Posted by | เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย(2)

ปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย(2)

ปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย(2)

ปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย (2) : คอลัมน์ เกษตรยุคใหม่ : โดย … รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          คราวที่แล้วได้เล่าเกริ่นนำไปแล้วว่ามาเลเซียมีความก้าวหน้าด้านปาล์มน้ำมันมากกว่าไทยค่อนข้างมาก และได้ใส่ใจเรื่องของการพัฒนาพันธุ์และมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐ ทำให้ทุกวันนี้ปาล์มน้ำมันของมาเลเซียเป็นอย่างที่เห็น ประเทศที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุดในโลกก็คืออินโดนีเซีย ซึ่งมีประมาณ 50 ล้านไร่ รองลงมาคือมาเลเซียคือ 35 ล้านไร่ ตามด้วยไนจีเรีย สำหรับไทยเป็นอันดับสี่ คือประมาณ 5.5 ล้านไร่ เรียกได้ว่าห่างกันค่อนข้างมาก

จากการที่ได้ไปดูงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อปาล์มน้ำมันที่เมืองอิโปห์ของมเลเซีย โดยมี ดร. อึ๊ง ซิวกี่ ผู้เชี่ยวชาญปาล์มน้ำมันซึ่งได้ค้นคว้าพัฒนาปาล์มน้ำมันมาตลอดชีวิต เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากและมีส่วนในการทำให้ปาล์มน้ำมันของมาเลเซียมีความก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้

ระหว่างทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังเมืองอิโปห์ ประมาณเกือบ 200 กิโลเมตร ทั้งสองข้างทางเป็นสวนปาล์มเกือบทั้งหมด แทบไม่พบสวนยางอย่างในอดีต เพราะรัฐบาลมาเลเซียมีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่ายางพาราไม่น่าจะเป็นพืชที่เหมาะสมสำหรับมาเลเซีย เพราะขาดแรงงานในการกรีดยางและเห็นว่าน้ำมันปาล์มในอนาคตน่าจะมีความสำคัญมากขึ้นในหลายๆ ด้าน จึงกำหนดนโยบายเปลี่ยนยางพารามาเป็นปาล์มน้ำมัน และครองความเป็นเลิศด้านปาล์มน้ำมันอยู่ ในขณะที่ปล่อยให้ไทยเราเป็นผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเราก็ส่งออกเพียงในรูปของผลิตภัณฑ์ยางเบื้องต้นซึ่งมีราคาต่ำ นั่นคือยางข้น ยางแผ่น เหมือนในอดีต

ปาล์มน้ำมันความจริงแล้วก็ไม่ใช่พืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในมาเลเซียหรือว่าอินโดนีเซีย แต่เมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้วคือปี พ.ศ.2391 ชาวดัตช์เป็นคนนำปาล์มน้ำมันเข้ามาปลูกที่อินโดนีเซียในลักษณะของไม้ประดับ ซึ่งต่อมาก็มีการขยายเข้ามาในมาเลเซียอีก 62 ปีต่อมา จึงเริ่มเห็นประโยชน์ของปาล์มน้ำมัน นอกเหนือจากการเป็นไม้ประดับ คือการนำมาสกัดน้ำมันเพื่อเป็นอาหารใช้แทนน้ำมันจากสัตว์ น้ำมันถั่วเหลืองหรือถั่วลิสงได้

ในช่วงแรกที่นำเข้ามาในมาเลเซีย เป็นการดำเนินงานของเอกชนชาวอังกฤษ แต่ต่อมาอีกประมาณ 50-60 ปี รัฐบาลมาเลเซียเห็นความสำคัญและเห็นอนาคตที่สดใสของปาล์มน้ำมัน จึงเข้ามาให้ความสนใจและผลักดันเป็นพิชเศรษฐกิจตัวใหม่เข้ามาทดแทนยางพารา อย่างน้อยก็เพื่อเป็นหลักประกันความล้มเหลวโดยไม่ยอมเสี่ยงกับการสร้างรายได้จากพืชชนิดเดียวเช่นยางพาราที่เดิมสร้างรายได้หลักให้มาเลเซียอีกต่อไป ปัจจุบันมาเลเซียใช้น้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคในประเทศประมาณ 60% ที่เหลือมีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งส่งออกบางส่วน แต่มีการนำมาใช้ทำเชื้อเพลิงน้อยมาก

 มาเลเซียปลูกปาล์มน้ำมันมาก เป็นพืชหลักของประเทศ แต่ไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม รัฐบาลให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีองค์กรต่างๆ ที่ดูแล และมีสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและเพิ่มมูลค่าของน้ำมันปาล์ม ที่สร้างผลงานหลายอย่างออกมา ทำให้มาเลเซียสามารถสร้างความเป็นเลิศด้านนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยภาพรวมแล้วไม่ว่าเราจะครองความเป็นหนึ่งด้านใดก็ตาม เช่น ข้าว กุ้ง ยางพารา สิ่งเหล่านี้ทำได้อย่างมากคือการขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบในปริมาณมากเท่านั้น เราแทบไม่ได้ใส่ความรู้จากการวิจัยเพื่อความยั่งยืนเข้าไปเลย เหตุผลก็คงเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าหาคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องนี้ได้น้อยมากในเมืองไทยครับ!

——————–

(ปาล์มน้ำมันของมาเลเซีย (2) : คอลัมน์ เกษตรยุคใหม่ : โดย … รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ)

สิงหาคม 28, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ปาล์มน้ำมันในมาเลเซีย

ปาล์มน้ำมันในมาเลเซีย

ปาล์มน้ำมันในมาเลเซีย

ปาล์มน้ำมันในมาเลเซีย : คอลัมน์ เกษตรยุคใหม่ : โดย … รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อปาล์มน้ำมันที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในมาเลเซีย ซึ่งทำธุรกิจเพาะกล้าปาล์มจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นปาล์มลูกผสมพันธุ์ดีที่คัดมาแล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้ปาล์มน้ำมันของมาเลเซียมีความก้าวหน้ากว่าเมืองไทยมาก ทั้งในเรื่องของผลผลิตและปริมาณน้ำมันในผลปาล์ม 

ปัจจุบันบริษัทนี้ผลิตต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อปีละประมาณ 6 หมื่นต้นเพื่อขายในประเทศ ปัจจุบันสวนปาล์มในมาเลเซียประมาณ 7 หมื่นไร่ ปลูกปาล์มพันธุ์นี้อยู่

เหตุผลที่ต้นปาล์มจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเหนือกว่าต้นกล้าทั่วไปก็คือความสม่ำเสมอของต้น ทั้งการเติบโตและผลผลิต เพราะว่าการคัดเลือกต้นพันธุ์ที่จะนำมาขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นต้องมีหลักเกณฑ์ ซึ่งโดยทั่วไปก็คือการคัดเลือกต้นที่ให้ผลผลิตสูง ผลมีขนาดใหญ่ การสุกของผลในทะลมีความสม่ำเสมอ และเรื่องที่สำคัญคือมีเนื้อหนาและเมล็ดเล็ก

ทั้งหมดนี้เป็นผลโดยรวมให้ปริมาณน้ำมันในผลสูงมากกว่า 26% ถ้ามองเป็นรายต้นอาจดูไม่มากเท่าใดนัก แต่ถ้าปลูกกันเป็นไร่ ผลผลิตและปริมาณน้ำมันที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นวิธีการขยายพันธุ์แบบหนึ่ง เหมือนกับการปักชำ หรือการตอนกิ่ง นั่นก็คือเป็นการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ ต้นที่ได้จึงควรเหมือนต้นแม่ทุกประการ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า “โคลนนิ่ง” แต่ว่าการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออาจต่างจากการขยายพันธุ์แบบตอนกิ่งหรือปักชำตรงที่ว่า อาจมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นได้บ้าง เพราะว่าชิ้นส่วนเนื้อเยื่อที่นำมาขยายพันธุ์มีขนาดเล็กมากและต้องมีการแบ่งเซลล์หลายต่อหลายครั้งเพื่อการเติบโต จึงมีโอกาสผิดเพี้ยนได้มากกว่า

สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อปาล์มน้ำมันนั้น อาจเป็นวิธีการเดียวของการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ เพราะว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและไม่มีการแตกหน่อ จึงไม่สามารถตอนกิ่งหรือปักชำได้ ความยากจึงอยู่ตรงนี้ และต้องมีการศึกษาวิจัยอย่างมากกว่าที่จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากต้นปาล์มแต่ละต้นมีการตอบสนองต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เหมือนกัน

บางครั้งอาจพบปัญหาว่าเพาะเลี้ยงมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ไม่สามารถชักนำให้เกิดต้นและรากได้ หมายความว่าเกิดการเสียเปล่า ดังนั้นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สำเร็จได้เช่นกัน

ปาล์มน้ำมันเป็นพืชยืนต้น เติบโตและให้ผลผลิตต่อเนื่องได้มากกว่า 25 ปี ดังนั้นถ้าลงทุนปลูกไปแล้วโดยใช้พันธุ์ไม่ดี ก็ต้องทนอยู่กับต้นนั้นไปนาน ได้ผลผลิตต่ำ น้ำมันน้อย ไม่คุ้มค่าการลงทุน เกษตรกรผู้ปลูกจึงพยายามขวนขวายหาพันธุ์ปาล์มที่ดีมาปลูก โดยการสั่งเมล็ดเข้ามาจากแหล่งปลูกต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เช่นคอสตาริกา แต่ส่วนใหญ่แล้วพันธุ์ที่ได้มามักจะเป็นของเหลือทิ้งจากประเทศเหล่านั้น เพราะว่าคงไม่มีใครส่งของดีเข้ามาให้เรา

ผลก็คือปาล์มน้ำมันของเราไม่มีทางสู้คนอื่นได้เลย สิ่งที่จะทำให้ไทยเรามีความก้าวหน้าทันโลกได้ก็คือ ต้องมีการพัฒนาพันธุ์ปาล์มที่เหมาะสมสำหรับเมืองไทยขึ้นมาใช้เอง และแน่นอนว่าต้องใช้ทั้งเงินและเวลา รวมทั้งนักวิจัยที่ทุ่มเทในเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชยืนต้น ต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงพันธุ์ ไม่เหมือนพืชล้มลุกทั้งหลายที่ใช้เวลาสั้นกว่า

          คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่าการปลูกปาล์มของมาเลเซียมีมากน้อยเพียงใด และมีความก้าวหน้ามากกว่าเราขนาดไหนครับ!

——————–

(ปาล์มน้ำมันในมาเลเซีย : คอลัมน์ เกษตรยุคใหม่ : โดย … รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ)

สิงหาคม 28, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , , | ใส่ความเห็น

สศก.แถลงปิดโครงการร่วมมือGIZ ผลักดันผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน

http://www.naewna.com/local/19958

วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : สศก.โครงการGIZผลักดันปาล์มน้ำมันน้ำมันปาล์มพลังงานชีวภาพ,

 

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) แถลงปิดโครงการความร่วมมือระหว่าง สศก. และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี หรือ GIZ ในการดำเนินโครงการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปีระหว่างเดือนธันวาคม 2551 ถึง มิถุนายน 2555ว่า การดำเนินงานที่ผ่านมา มี 2 องค์ประกอบหลัก คือ 1.การขับเคลื่อนนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทยตามมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) อันเป็นมาตรฐานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักเกณฑ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และ 2.การสนับสนุนโรงงานและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินการได้สอดคล้องกับมาตรฐาน RSPO ซึ่งทางโครงการได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านปาล์มน้ำมัน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรภาคเอกชน พัฒนาและจัดทำคู่มือด้านการผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ซึ่งหลักการทำงานในพื้นที่ของโครงการ จะเน้นถึงความสามารถในการเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ ตลอดไปจนถึงการพัฒนาระบบความยั่งยืน โดยทางโครงการได้ผลิตคู่มือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติด้านพื้นที่ ประกอบด้วย คู่มือด้านการใช้ปุ๋ย คู่มือด้านการจัดสวน สมุดบันทึกสวนปาล์ม คู่มือด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คู่มือระบบควบคุมภายใน (ICS) และคู่มือแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐาน RSPO สำหรับเกษตรกรรายย่อย รวมทั้งแผ่นความรู้ด้านการใช้ศัตรูพืชแบบผสมผสาน การอนุรักษ์ดิน น้ำ และทรัพยากร ตลอดจนสิ่งที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ให้แก่เกษตรกร

สำหรับการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน ได้ดำเนินการโดยสนับสนุนช่วยเหลือให้เกษตรกรสมัครเป็นสมาชิก RSPO และรับการตรวจรับรอง (Audit Assessment) ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ RSPO แล้วทั้งสิ้น จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (ยูนิวานิช-ปลายพระยา), กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (เหนือคลอง-เขาพนม) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุขสมบูรณ์) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุราษฎร์ธานี) โดยทั้ง 4 กลุ่มนี้
มีการดำเนินการตามข้อกำหนดและตัวชี้วัดตามมาตรฐานของ RSPO และได้รับการตรวจรับรอง(Audit) จากองค์กรรับรองภายนอก (Certify Body : CB) ในเดือนเมษายนและ RSPO ให้การรับรองเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555โดยกลุ่มเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มของไทย เป็นกลุ่มเกษตรกรอิสระผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายแรกของโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO

สิงหาคม 28, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

‘กล้าปาล์มเร่’ ระบาด เตือนเหนือ-อีสานระวัง

http://www.dailynews.co.th/agriculture/149285

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องจากเกษตรกรมีความตื่นตัวและสนใจที่จะปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการพันธุ์ปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น และทำให้มีผู้ฉวยโอกาสหลอกขายต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ไม่มีคุณภาพให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยมีขบวนการพ่อค้าเร่นำรถบรรทุกต้นกล้าปาล์มตระเวนขายไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั้งยังขายราคาแพงด้วย ประมาณ 120-400 บาทต่อต้น นอกจากนั้นยังมีการจัดทำเนอร์สเซอรี่กล้าปาล์มน้ำมันเคลื่อนที่ซึ่งไม่ได้รับการจดทะเบียนแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันกับกรมวิชาการเกษตร จะไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของพันธุ์ได้

“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพที่จะปลูกปาล์มน้ำมันได้แต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด หลายพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม ก่อนซื้อต้นกล้าปาล์มน้ำมันมาปลูกเกษตรกรควรคิดให้ดี หากเกษตรกรสนใจปลูกปาล์มน้ำมันควรรวมกลุ่มกันและแจ้งหน่วยงานในสังกัดกรมวิชาการเกษตร อาทิ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน หรือศูนย์วิจัยพืชไร่ที่อยู่ใกล้บ้าน ให้มาช่วยสำรวจศักยภาพพื้นที่ว่า มีความเหมาะสมที่จะปลูกปาล์มน้ำมันหรือไม่ กรมวิชาการเกษตรจะสำรวจสภาพพื้นที่ทุกแปลง ถ้าไม่เหมาะสมจะแนะนำให้ปลูกพืชอื่นที่เหมาะกับพื้นที่มากกว่า เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ถั่วเหลือง และถั่วเขียว เป็นต้น เกษตรกรไม่ควรเสี่ยงลงทุนโดยไม่ทราบศักยภาพพื้นที่ของตนเอง” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว.

สิงหาคม 25, 2012 Posted by | เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

เกษตรฯต่อยอดพลังงานชีวภาพ ผลิตปาล์มน้ำมัน-น้ำมันปาล์ม ได้คุณภาพตามมาตรฐานRSPO

http://www.naewna.com/local/19491

วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ปาล์มน้ำมันพลังงานชีวภาพเกษตรธีระ วงศ์สมุทรน้ำมันปาล์มคุณภาพมาตรฐานRSPO,

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ในการดำเนินโครงการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อพลังงานชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ระหว่างเดือนธันวาคม 2551 ถึง มิถุนายน 2555 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนในประเทศไทยตามมาตรฐาน  RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักเกณฑ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนโรงงานและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินการได้สอดคล้องกับมาตรฐาน RSPO โดยเน้นถึงความสามารถในการเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ จนถึงการพัฒนาระบบความยั่งยืน และจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐาน RSPO สำหรับเกษตรกรรายย่อย  รวมทั้งแผ่นความรู้ด้านการใช้ศัตรูพืชแบบผสมผสาน การอนุรักษ์ดิน น้ำ และทรัพยากร ตลอดจนสิ่งที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ให้แก่เกษตรกร

และจากการเข้าไปส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน โดยสนับสนุนช่วยเหลือให้เกษตรกรสมัครเป็นสมาชิก RSPO และรับการตรวจรับรอง ทำให้ขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของ RSPO แล้วทั้งสิ้น จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (ยูนิวานิช-ปลายพระยา), กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (เหนือคลอง-เขาพนม) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุขสมบูรณ์) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (สุราษฎร์ธานี) โดยทั้ง 4 กลุ่มนี้มีการดำเนินการตามข้อกำหนดและตัวชี้วัดตามมาตรฐานของ RSPO และได้รับการตรวจรับรอง(Audit) จากองค์กรรับรองภายนอก (Certify Body : CB) ในเดือนเมษายนและ RSPO ให้การรับรองเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555  โดยกลุ่มเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มของไทย เป็นกลุ่มเกษตรกรอิสระผู้ปลูกปาล์มน้ำมันรายแรกของโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO  ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยได้รับการรับรองจะช่วยนำไปสู่การผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการดำเนินการต่อไปหลังสิ้นสุดโครงการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะต่อยอดประโยชน์จากการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตปาล์มของเกษตรกรในพื้นที่ที่กระทรวงเกษตรประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการปลูกปาล์ม ได้แก่ พื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออก

สิงหาคม 25, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,255 other followers

%d bloggers like this: