ปลา

All posts tagged ปลา

ปลาถังน้ำหมุนเวียน สู้ภัยแล้ง..ทดแทนกระชัง

Published กรกฎาคม 5, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/327627

  • 20 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

Pic_327627

โลกร้อน…ภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมไปทั่ว โดยเฉพาะกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชังนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร  จึงคิดสร้าง ถังเลี้ยงปลาระบบน้ำหมุนเวียน (Recircula-tion Aquaculture Tank) เอามาโชว์ในงานวันนักประดิษฐ์ เพื่อเป็นแบบอย่างให้เกษตรกรนำไปใช้แก้ปัญหาเลี้ยงปลาในพื้นที่แล้งน้ำ โดยมี อ.วรพงษ์ นลินานนท์ และ ดร.สายชล เลิศสุวรรณ เป็นที่ปรึกษา

จังหวัดชุมพรชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง แต่พอถึงช่วงฤดูแล้งน้ำน้อย น้ำจะเน่าเสียง่าย และพอน้ำใหม่จากน้ำฝนมาปลาจะเกิดอาการน็อกน้ำ ไม่กินอาหารและตายเป็นประจำทุกปี

นายชลวิทย์ นิยมชื่น และ นาย สัญชัย สุวรรณคำ นักศึกษาเจ้าของผลงานฯ เล่าถึงที่มาของการคิดรูปแบบการเลี้ยงปลาแนวใหม่ “ใช้ระบบน้ำหมุนเวียน” โดยยึดหลัก ใช้วัสดุที่หาได้ง่าย ใช้ถัง 200 ลิตรเป็นอุปกรณ์หลัก เจาะด้านบนสำหรับให้อาหาร และต่อท่อสำหรับน้ำเข้า

และอีกช่องสำหรับดูดน้ำเสียออกจากก้นถังโดยใช้หลักการ “กาลักน้ำ” ส่งน้ำไปบำบัดในถังขนาดใหญ่ ที่สามารถปลูกผักบุ้ง ผักกะเฉด ผักตบชวา เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสียได้

จากนั้นใช้ปั๊มดูดน้ำที่ผ่านการบำบัดมาที่ถังกรอง ให้น้ำไหลผ่านใยแก้วในกระบอกกรองที่อยู่บนถัง พร้อมกับปล่อยให้น้ำหยดลงมาเป็นม่านน้ำสายฝนเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้น้ำ และส่งน้ำต่อไปยังถังพักน้ำที่มีปั๊มโอโซน เพื่อเติมอากาศและฆ่าเชื้อโรค ก่อนจะส่งน้ำลงไปยังถังเลี้ยงปลาและหมุนเวียนกลับมาบำบัดใหม่

การเลี้ยงแบบนี้ไม่ต้องห่วงว่าน้ำจะแห้ง  ปลาจะตายเหมือนเลี้ยงในกระชัง เพราะสามารถหาน้ำมาเติมได้ตลอดเวลา และใน 1 ชุด จะมีถังเลี้ยงปลา 4 ใบ (ไม่รวมถังบำบัด ถังกรอง ถังพักน้ำ) แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้นก็เพิ่มถังได้ สามารถใช้เลี้ยงปลาได้หลายชนิด เช่น ปลาดุก 40-50 ตัว/ถัง ปลานิล 30 ตัว/ถัง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาในครัวเรือนแบบพอเพียง กลุ่มโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน หรือเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ… เกษตรกรรายใดสนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08-1100-8248, 08-5262-8101.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 20 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

อย่าเมิน..หมอไทย ปลาปล่อยตลาดใหญ่

Published กุมภาพันธ์ 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/324339

4 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.
Pic_324339

“ถ้าคิดจะยึดอาชีพเลี้ยงปลาที่เสี่ยงน้อย ราคานิ่ง ไม่หวือหวาพุ่งกระฉูด ไม่ดิ่ง ตกเหวจนขาดทุนหมดตัว ปลาหมอไทยน่าเลี้ยงที่สุด”

ลุงสุทัศน์ รอดคลองตัน ปราชญ์ชาวบ้าน ต.คลองตัน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ให้คำแนะนำจากประสบการณ์ เลี้ยงปลามาหลายสิบปี

ชวนให้เลี้ยงปลาหมอ คนยุคนี้อาจ จะมองว่าโบราณ สมัยนี้ ใครยังจะกินปลาหมอกัน อยู่อีก เลี้ยงแล้วจะไปขายใคร สู้เลี้ยงปลาช่อน ปลาดุก ปลาสลิด ปลานิล ปลาทับทิม ไม่ได้

ยิ่งยุคนี้ ลุงสุทัศน์ยืนยัน ปลาหมอยิ่งน่าเลี้ยง

“ทุกวันนี้อากาศวิปริต วันหนึ่งมีตั้ง 3 ฤดู เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน ปลามีโอกาสน็อกน้ำตายได้ง่าย ขนาดปลาช่อนที่ว่าแน่ยังถูกน็อกเลย แต่ปลาหมอไม่มีปัญหาน็อกน้ำ อัตรารอดเลยสูงกว่าปลาอื่นๆ”

นอกจากจะทนอึดแล้ว การเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก ถ้าขี้เกียจ ใช้อาหารเม็ดแต่ถ้าขยันอยากได้กำไรเพิ่ม สูตรอาหาร ปลายข้าว 10 ส่วน ปลาป่น 2 ส่วน รำอีก 3-4 ส่วน เอามาต้มผสมรวมกัน…ให้กินวันเว้นวัน เท่านั้นเอง

ส่วนเรื่องตลาดที่ถูกปรามาส ใครจะกิน…เลี้ยง 4 เดือน ได้ขนาด 8-12 ตัว หนัก 1 กก. ได้ราคา กก.ละ 60 บาท มาเลเซีย ลาว เวียดนาม ชอบมาก เพราะไม่คาว เนื้อหวานอร่อย ทำอาหารได้หลาก หลายเมนู

และถ้าเลี้ยง 5 เดือน ได้ขนาด 4-5 ตัว หนัก 1 กก. กก.ละ 80 บาท เป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศ โดยเฉพาะตามห้าง แต่ที่เราเดินซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ค่อยเห็น นั่นเพราะคนเลี้ยงน้อย สินค้าไม่มีพอส่ง ประกอบกับห้างขอเครดิต 20 วันถึงจะจ่ายเงิน…คนเลี้ยง เลยหันไปขายส่งให้แม่ค้ารับเงินสดดีกว่า

แต่ตลาดปลาหมอไม่ได้มีแค่เพื่อทำอาหาร…ยังมีตลาดปลาปล่อยรองรับอีกต่างหาก

ปลาที่เอาไปปล่อยหน้าวัด… ตลาดนี้แหละที่สุดของการเลี้ยงปลาหมอ มีเท่าไรแม่ค้ารับหมด ก็บ้านเรา วันหยุด วันทำบุญปล่อยปลามีทั้งปี

ซื้อพันธุ์ขนาดเท่าใบมะขาม ตัวละ 20 สต. มาเลี้ยงให้ได้ขนาดนิ้วครึ่ง ต้นทุนเลี้ยงค่าอาหารแทบไม่มี

เลี้ยงระยะแรกไม่ต้องให้อาหาร พอตัวเท่าใบแค ให้อาหารเป็นกากมันสำปะหลัง กากถั่ว หรือรำ…แค่วันเว้นวัน เลี้ยง 40 วัน ขายได้แล้ว ตัวละ 1 บาท

บ่อ 1 ไร่ ปล่อยได้เป็นแสนตัว …ลงทุนไม่ถึง 3 หมื่น (ไม่รวมค่าบ่อ) แค่เดือนเศษกำไร 5-6 หมื่น หาได้ที่ไหน

นี่แหละสุดยอดปลาที่ถูกเมินมองข้าม.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ชาติชาย ศิริพัฒน์
  • 4 กุมภาพันธ์ 2556, 05:00 น.

ประมงเดินหน้า4ยุทธศาสตร์ ดันไทยศูนย์กลางปลาสวยงาม

Published ตุลาคม 18, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/26120

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ประมง4ยุทธศาสตร์ไทยศูนย์กลางปลาสวยงาม,

ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมง ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจปลาสวยงาม ให้มีการขยายตัวและเพิ่มฐานความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความมั่นคง โดยใช้ยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม (พ.ศ.2556–2559) เป็นกรอบในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ด้านการผลิต 2.การตลาดและโลจิสติกส์ 3.การสร้างมูลค่าเพิ่มและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และ 4.การบริหารจัดการ สำหรับปี 2556 กรมประมงจะเริ่มดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้โดยมีแผนดำเนินการ 28 โครงการ ที่จะให้บรรลุตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้

ทั้งนี้ในด้านการผลิตนั้น จะพัฒนาระบบการผลิตและสร้างมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลผลิตปลาสวยงามเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี และจำนวนฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ร้อยละ 5ต่อปี หรือ ที่ 124 ล้านตัว ตั้งแต่ปี 2556 นี้ ส่วนด้านการตลาดและโลจิสติกส์ จะส่งเสริมให้มีการขยายตลาดทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ เน้นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะส่งเสริมให้สร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าเพิ่ม รวมทั้งพัฒนาธุรกิจปลาสวยงามในลักษณะเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปลาสวยงามได้รับการส่งเสริมและพัฒนาควบคู่กันไป

ขณะที่ด้านการบริหารจัดการ จะให้ความสำคัญเรื่องความร่วมมือพหุภาคี โดยเน้นให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการพัฒนาธุรกิจปลาสวยงาม เพื่อให้การแก้ปัญหาต่างๆ ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออกและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเน้นการสร้างพันธมิตรคู่ค้า เพื่อให้ธุรกิจปลาสวยงามของไทยขยายเครือข่ายไปทั่วโลก ต่อไป

ป.ปลา ปลอดยาปฏิชีวนะ

Published กันยายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/life/fromfood/294147

28 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_294147

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์อื่น เพราะปลามีโปรตีนคุณภาพดีถึง 76% ขณะที่เนื้อวัวมีประมาณ 74.6%

แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา 3 ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลดการเกาะตัวของเม็ดเลือด ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุได้

ปลาดุกนับเป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมทานมาก เนื่องจากราคาถูกและสามารถหาทานได้ง่าย ปัจจุบันมีผู้เพาะเลี้ยงปลาดุกแบบขุดบ่อเลี้ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

แน่นอนว่าเมื่อมีการเลี้ยงปลาในบ่อจำนวนมากๆ เพื่อการค้านั้น ผู้เลี้ยงอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันและรักษาโรค เช่น ยากลุ่มเททระซัยคลิน และหากผู้เลี้ยงรายใดขาดความรู้หรือไม่ระมัดระวังใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นหรือใช้มากเกินไป

อาจทำให้มียาตกค้างในเนื้อปลาปริมาณมากๆได้

เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ชอบทานปลาเป็นชีวิตจิตใจ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างปลาดุกเทศจาก จ.เชียงราย,จ.พิจิตร, จ.สุพรรณบุรี และ จ.นครปฐม เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของยากลุ่มเททระซัยคลิน จำนวน 16 ตัวอย่าง

ได้ผลเป็นที่น่ายินดี เมื่อทุกตัวอย่างไม่พบการตกค้างของยากลุ่มเททระซัยคลินเลย

อย่างนี้ต้องยกความดีความชอบให้ทั้งผู้เลี้ยงและหน่วยงานรัฐที่สามารถดูแลให้ปลาดุกไทยวันนี้ปลอดยาปฏิชีวนะตกค้าง.

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย
  • 28 กันยายน 2555, 05:00 น.

ไทเกอร์โกไลฯปลาเขี้ยวยักษ์ สัตว์ร้ายแห่งลุ่มแม่น้ำคองโก

Published กันยายน 20, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/291712

18 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_291712

ลักษณะเขี้ยวยักษ์.

ความน่าสะพรึงกลัว…ของ ปิรันย่า…ได้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง กรมประมง พยายามออกมาบอกว่าไม่ใช่ ปิรันย่า มันคือ ปลาเปคู หรือ จะละเม็ดน้ำจืด…นี่ยังไม่รวมปลาจำพวกล่าเหยื่อ เช่น วูฟฟิช, ปลากดดำ, อริเกเตอร์, อาราพม่า ฯลฯ ที่หลุดรอดออกมาขายในบ้านเราจำนวนมาก

หลายชีวิต…ออกสำรวจตลาดปลา ก็พบว่า ยังมีปลาอีกชนิดหนึ่งที่น่ากลัวและดุร้ายยิ่งกว่า… ปิรันย่าหลายสิบเท่า…ซึ่งมีการซื้อขายกันอยู่ในที่ลับๆในอินเตอร์เน็ตราคาสูงถึงหลักหมื่นบาท…มันคือ…ปลาไทเกอร์โกไลแอธ ชื่ออังกฤษ Goliath tigerfish, Giant tigerfish หรือ เอ็มเบ็งกะ (Mbenga) ในภาษาลิง-กาลา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hydrocynus goliath อยู่ในวงศ์ ปลาเตเตร้าแอฟริกัน (Alestiidae)

ไทเกอร์โกไลแอธ.ไทเกอร์โกไลแอธ.

ปลาไทเกอร์โกไลแอธ…มีรูปร่างโดยรวมเหมือนปลาในสกุล Hydrocynus ทั่วไป แต่มีความแตกต่างคือ เมื่ออยู่ในวัยอ่อนจะไม่มีลายใดๆบนลำตัวทั้งสิ้น โดยเมื่อโตขึ้นจะมี รูปร่างลำตัวเพรียวยาวเหมือนตอร์ปิโด เกล็ดมีขนาดใหญ่มีสีเงินแวววาว และที่ ชิ้นเกล็ดจะมีจุดสีเข้ม นอกจากนี้ยังจะมี สีออกสีเงิน สีขาว และ สีเทา บางตัวอาจมีเหลือบ สีฟ้า, สีเขียว, สีส้ม หรือ สีเหลืองอ่อนผสม อยู่ด้วย ทำให้เห็นเป็นลายพาดตามยาวไปตามแนวข้างลำตัว ซึ่ง มองดูคล้ายลายเสือ…จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ…ไทเกอร์โกไลแอธ

…โดยลำตัวแลดูแบนข้างมาก ปลายหางล่างสีแดงจัด ครีบหางและครีบอื่นๆ มีขนาดใหญ่ แฉกครีบของครีบหางมีความกว้างกว่าชนิดอื่น ในปากมีฟันแหลมคมยื่นออกมาขนาดใหญ่เรียงอยู่ทั้งหมด 36 ซี่ เท่ากับปลาฉลามขาว ขากรรไกรใหญ่และยื่นยาว…กินสัตว์ทุกชนิดแม้กระทั่ง สายพันธุ์เดียวกันที่ขนาดเล็กกว่า…!!

เมื่อโตเต็มที่ยาวได้ถึง 6 ฟุต และมีน้ำหนักกว่า 100 ปอนด์ จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นปลาในอันดับ ปลาคาราซินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกด้วย

มักพบกระจายพันธุ์ในกระแสน้ำเชี่ยวของลุ่มแม่น้ำคองโก ในตอนกลางของ ทวีปแอฟ-ริกา และ แม่น้ำลูลาบา ทะเลสาบอูเพ็มบา และ ทะเลสาบแทนกันยีกา อาศัยหากินอยู่บริเวณกลางน้ำและผิวน้ำ เมื่อล่าเหยื่อจะออกล่าเพียงลำพัง โดยมัก จะจู่โจมเหยื่อที่มีแสงสะท้อนระยิบระยับ หรือมีเสียงหรือมีแรงกระเพื่อมของน้ำ

ในหลายประเทศ…ปลาไทเกอร์โกไลแอธ…เคยมีรายงานว่า…ทำร้ายมนุษย์จนถึงแก่ความตายมาแล้ว แต่ก็ยังเป็นปลาที่ “นักตกปลา” นิยมตกเป็นเกมกีฬาที่ท้าทาย เนื่องจากเป็น ปลาที่ทรงพลกำลัง และตกได้ยากมากชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการนำมา เลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ด้วย.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 18 กันยายน 2555, 05:00 น.

ไส้อั่วปลา แซบเวอร์ เพื่อสุขภาพ เสริมสมุนไพร

Published กันยายน 1, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/287409

31 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
Pic_287409

 

ไส้กรอกเวียนนาและไส้อั่วจากปลา.

ปัจจุบันเมื่อผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจในผู้คนรอบข้างกันมากขึ้น ส่งผลให้เมนู “อาหารเพื่อสุขภาพ” ผุดขึ้นมาอย่างหลากหลาย แล้วแต่ใครจะคิดค้นหาสูตรมาเอาใจกลุ่มผู้เปิบ ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้น้ำมิกซ์ เครื่องดื่มธัญพืช ข้าวกล้องสมุนไพร และอื่นๆอีกสารพัดที่จะจัดวางเรียงขึ้นสำรับอาหาร  รวมทั้ง  “ไส้อั่วปลา” ที่ ดร.ธนนันท์ ศุภกิจจานนท์ พร้อมด้วย ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล ดร.เกรียงศักดิ์ เม่ง-อำพัน อาจารย์จากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันคิดค้นสูตร

 

ดร.ธนนันท์ ศุภกิจจานนท์ดร.ธนนันท์ ศุภกิจจานนท์

ดร.ธนนันท์ เปิดเผยกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า เนื่องจากในช่วงหนึ่ง เกษตรกรที่รวมกลุ่มเลี้ยงปลานิลขนาดใหญ่ในเขตภาคเหนือ ซึ่งมีสมาชิก 2,000 ครอบครัว มีผลผลิตจากการเลี้ยงปลาปีละกว่า 1,000 ตัน ประสบปัญหา ต้องแบกรับภาระต้นทุนอาหารสำเร็จรูปที่แพงขึ้น แต่กลุ่มผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง ซึ่งหลังจากที่คณะทีมงานฯนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาหนังลูกผสมเนื้อขาวมาถ่ายทอดแล้ว 

…และ เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ ทำให้เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทีมงานจึงคิดค้นสูตรการแปรรูป ทั้ง ไส้กรอกเวียนนา  ไส้อั่ว และอีกหลายหลากเมนู เป็นการเพิ่มมูลค่าอีกทั้งช่วยให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น…

 

ในส่วนของขั้นตอนการผลิต ไส้อั่วปลานั้นไม่ยุ่งยาก เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบซึ่งประกอบด้วย ปลานิลสด เกลือแกง 15 กรัม น้ำปลาแท้ 15 กรัม ผงชูรส 8 กรัม น้ำตาลทราย 8 กรัม พริกแกง 100 กรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย 40 กรัม ตะไคร้หันฝอย 100 กรัม และเครื่องแกง พริกแห้ง 70 กรัม ข่า 15 กรัม ผิวมะกรูด 30 กรัม ตะไคร้ 80 กรัม กระเทียม 50 กรัม หอมแดง 80 กรัม กะปิ 30 กรัม ไส้หมูล้างสะอาด 

เริ่มแรก นำปลานิลมาแล่เนื้อ นำปลานิลสดมาล้างทำความสะอาด ขอดเกล็ด แล่เอาเฉพาะเนื้อ นำมาสับหรือบดหยาบ 1 ครั้ง ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดทั้งเครื่องปรุงหยาบซึ่งจะช่วยเพิ่มกลิ่นกับรสชาติ พร้อมพริกแกง กับเนื้อปลาที่เตรียมไว้ ทำการนวดผสมให้เข้ากัน ถ้าต้องการให้เหนียวฟูหลังนวดเสร็จควรตี ซึ่งหากทำในครอบครัวที่ดีที่สุดก็คือการยกตีกับพื้นที่เราใช้นวดหลายๆครั้ง เสร็จแล้วบรรจุใส่ไส้ที่เตรียมไว้ แล้วผูกไส้กรอกเป็นท่อน ประมาณ 5-6 นิ้ว เพื่อให้ง่ายเวลานำไปทอดหรือย่าง ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิที่พอเหมาะเพื่อให้เครื่องเทศมีกลิ่นหอม เนื้อปลาสุกกำลังดี….

 

เครื่องปรุงพริกแกง ปลาที่บดหยาบ และคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนอัดเป็นแท่ง.เครื่องปรุงพริกแกง ปลาที่บดหยาบ และคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนอัดเป็นแท่ง.

แนะนำผลิตภัณฑ์ในงาน แนะนำผลิตภัณฑ์ในงาน “ไทยแลนด์ รีเสิร์ช เอ็กซโป 2012” เพื่อให้ผู้เข้าชมงานนำไปใช้ประโยชน์.

…สูตรดังกล่าว ได้มีการถ่ายทอดให้กับกลุ่มแม่บ้านที่สนใจ รวมทั้งสหกรณ์ประมงพาน อ.พาน  จังหวัดเชียงรายด้วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้อบรมหลายรายได้นำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริม แม่บ้านบางกลุ่มยังบอกอีกว่า สามารถโกยเม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำดียิ่งกว่าการขายปลาสด เพราะหากปลาที่นวดตีแล้วทำไส้กรอกไม่หมดยังสามารถนำไปทำเป็น หมกหลาม ทอดมัน ขายกันได้อีกด้วย… 

สำหรับใครที่สนใจ สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อไม่จนเงินใช้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจยุคนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่โทร.08–1453–5683, 08–1883–7925 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

 

เพ็ญพิชญา เตียว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 31 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

หวั่นปลานอกทะลัก กองทุนเอฟทีเอโดดอุ้ม’สลิด’ ช่วยสู้เปิดเสรี

Published สิงหาคม 23, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/285508 

22 สิงหาคม 2555, 20:31 น.

Pic_285508

กองทุน FTA โดดอุ้มปลาสลิด ช่วยสู้เปิดเสรีการค้า หวั่นปลานอกทะลัก เตรียมช่วยพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และพัฒนาปลาสลิดแปรรูป 5 รายการ เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภค

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบ จากการเปิดเสรีทางการค้า (กองทุนเอฟทีเอ) ได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือแก่สหกรณ์ปลาสลิดและสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมการเลี้ยง การผลิตปลาสลิด มีการพัฒนา และสามารถสู้กับการเปิดเสรีทางการค้า ที่คาดว่าจะมีสินค้าประเภทปลาจากต่างประเทศที่มีราคาต่ำเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น และกระทบต่อการผลิตและการจำหน่ายปลาสลิดในไทย

สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือนั้น จะช่วยพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์สินค้าปลาสลิดไทย โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลปลาสลิดตั้งแต่การเลี้ยง ฟาร์ม ไปจนถึงข้อมูลผู้ผลิต ผู้แปรรูป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เพราะสามารถตรวจสอบได้ว่าปลาสลิดที่ซื้อไปบริโภคนั้น มาจากที่ใด

ขณะเดียวกัน จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาสลิด โดยเน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างจุดขาย โดยจะพัฒนา 5 รายการ ได้แก่ 1. ปลาสลิดกรอบเพื่อสุขภาพตามสูตรเฉพาะและสมุนไพร 2. ไส้กรอกปลาสลิด 3. ปลาสลิดสด แดดเดียว และปลาสลิดหอม 4. หนังปลาสลิดปรุงรส และ 5. ผงแคลเซียม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภค และยังจะช่วยในการพัฒนาตราสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย บริโภคปลาสลิดไทยเพิ่มมากขึ้น และผลักดันให้มีการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาสลิดไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบัน มีเกษตรกรเพาะเลี้ยงปลาสลิด 5,500 ฟาร์ม มีมูลค่าการซื้อขาย 1,500 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่ 97% ได้มาจากการเพาะเลี้ยง มีเพียงส่วนน้อยที่จับได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลผลิตที่ได้จะบริโภคสดกว่า 60% และผ่านขั้นตอนการถนอมอาหารและแปรรูปอีก 40% มีการส่งออก 0.2% หรือมูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 22 สิงหาคม 2555, 20:31 น.

ปลาลูกผสมเนื้อขาว บึกสยาม อีกทางเลือก ผู้บริโภค คนเลี้ยง

Published สิงหาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/283223 

14 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

Pic_283223

เนื้อที่แล่เป็นชิ้นๆของบึกสยาม.

เพื่อเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มผู้บริโภค อีกทั้งเป็นการคืนความสมดุลสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาหารให้กับชาวบ้าน ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เม่งอำพัน พร้อมทีมงานจากคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี “การเพาะ เลี้ยงปลาหนังลูกผสมเนื้อขาว (บึกสยาม)” ขึ้น

ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการสำนักงาน วช. บอกกับ “หลายชีวิต” ว่า ปัจจุบันกลุ่มปลาเนื้อขาว  อาทิ ปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว ปลาสวายเนื้อขาว หรือที่เรียกกันว่า ปลาดอลลี่ เริ่มได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการ ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้ศึกษาปรับปรุงสายพันธุ์ปลาเนื้อขาวขึ้น โดยนำพ่อพันธุ์ปลาบึกแม่โจ้ 75 มาผสม กับแม่พันธุ์ปลาสวาย กระทั่งได้ปลาหนังลูกผสมเนื้อขาว

…ที่มีลักษณะพิเศษคือ สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดินและกระชัง มีอัตราการเจริญเติบโตไว เมื่อโตเต็มวัยมองโดยรวมคล้ายปลาสวาย ตัวอ้วน จะงอยปากด้านบนสีดำสลับขาว  ส่วนล่างเป็นสีส้มสลับขาว เนื้อข้างลำตัวหนา  เนื้อแน่น เหมาะที่จะนำมาทำปลาแล่เป็นชิ้นๆ ด้านหลังลำตัวจะมีสีเทาอมเงิน ระยะกลางตัวถึงครีบล่างจะมีสีขาวมันวาว ใต้ท้องและครีบเหงือกมีสีส้ม ปลายครีบท้องและหางจะไล่สีขาวดำและส้มสลับ เมื่อนำมาแล่เป็นชิ้น เนื้อจะมีสีขาวอมชมพู เหลืองอ่อน ไขมันน้อย  ซึ่งตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในบ้านเรามาก…

บึกสยามปลาหนังลูกผสมเนื้อขาวบึกสยามปลาหนังลูกผสมเนื้อขาว

นายพิสิทธิ์ สมบูรณ์ชัย สารวัตรกำนัน ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย หนึ่งในผู้ที่ขอรับพันธุ์ปลาฯบอกว่า ปลาพวกนี้กินพืช เมื่อนำไปปล่อยในฝาย เขื่อนที่มีขนาดใหญ่ ก็เท่ากับช่วยเพิ่มแหล่งอาหารให้ชาวบ้านในแถบที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ซึ่งไม่เป็นภาระของชุมชน ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 2 ที่มารับ มีปลานิลจำนวน 38,800 ตัว และปลาบึกสยาม 80 ตัว

และ…สำหรับใครที่สนใจรายละเอียด พบกันได้ที่งาน “การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2555” (Thailand Research Expo 2012) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–28 สิงหาคม 2555 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ในงานนี้มีผลิต-ภัณฑ์จากปลาหนังฯมาให้ชิมฟรี.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 14 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

คพ.ชี้’แอมโมเนีย’รง.น้ำแข็ง ต้นเหตุปลาลำตะคองตาย

Published กรกฎาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/276475 

16 กรกฎาคม 2555, 15:40 น.

Pic_276475

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เผยกรณีปลาในแม่น้ำลำตะคองตายจำนวนมาก น่าจะมาจากโรงงานน้ำแข็งที่ล้างเครื่อง ซึ่งต้องเปลี่ยนสารแอมโมเนียในการผลิต เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม…

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยถึงกรณีปลาในแม่น้ำลำตะคองจำนวนมากตายว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมภาค จ.นครราชสีมา ว่า สาเหตุที่ทำให้ปลาตาย เพราะโรงงานน้ำแข็งที่ปิดซ่อมใหญ่ ที่เมื่อซ่อมแล้วจะต้องล้างเครื่อง และเปลี่ยนสารแอมโมเนียที่ใช้ในขั้นตอนการดำเนินการผลิตน้ำแข็งครั้งละ 6 ถัง ถังละ 50 กิโลกรัม รวม 300 กิโลกรัม คาดว่าระหว่างการล้างทำความสะอาด และซ่อมบำรุงนั้น แอมโมเนียจะรั่วไหลลงในน้ำและทำให้ปลาตายจำนวนมาก

“ที่เราเชื่อว่าเป็นแอมโมเนียเพราะพบว่าปลาจะตายมากในช่วง 1 กิโลเมตร ในรัศมีโรงงานเท่านั้น หากเป็นสารอื่นๆ ผลกระทบจะมากกว่านี้ อีกทั้งแอมโมเนียจะดึงออกซิเจนเข้ามาทำปฏิกิริยา ทำให้ปลาขาดออกซิเจน รวมทั้งมีพิษอยู่ในตัว คือหากมีการปนเปื้อนเกิน 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร ปลาก็จะตาย โดยเฉพาะปลาผิวน้ำ” นายวิเชียร กล่าว

เมื่อถามว่าจะเอาผิดกับโรงงานได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง อธิบดี คพ.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมเก็บตัวอย่างน้ำและปลาไปตรวจในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (ห้องแล็บ) แล้ว ผลจะออกมาในวันที่ 18 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าวันนี้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปตรวจในพื้นที่แล้วและจะแจ้งความเอาผิดกับโรงงานดังกล่าวตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานอุตสาหกรรม ตามมาตรา 8 ระบุว่า การล้างหรือซ่อมแซมทำความสะอาดโรงงานนั้น จะต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบก่อน มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดทันที กรณีนี้มีความผิดชัดเจน เพราะไม่มีการแจ้ง และในส่วนของกรมประมงก็สามารถแจ้งความเอาผิดกับโรงงานฯ ฐานทำให้สูญเสียทรัพยากร คือปลาตายจำนวนมากเช่นกัน

“ที่ยังเป็นห่วงคือกลัวว่าจะมีประชาชนนำปลาไปบริโภค และเอาไปทำปลาร้า น้ำปลา ซึ่งต้องเตือนว่าไม่ควรทำ เพราะเวลานี้ผลการตรวจสอบยังไม่ออกมาว่า ตัวปลาเป็นพิษอย่างไรบ้าง ที่จะแนะนำการกำจัดซากปลาที่ตายจำนวนมากเวลานี้คือการฝัง หรือเอาไปทำปุ๋ยจะดีที่สุด” นายวิเชียร กล่าว

ด้านนายวรศาสน์ อภัยพงษ์ รองอธิบดี คพ.แถลงที่กระทรวงทรัพยากรฯ ว่า ค่าออกซิเจนในลำตะคองช่วงที่ปลาตายจำนวนมากมีน้อยมาก คือระหว่าง 0.2-0.9 มิลลิกรัมต่อลิตร ในขณะที่ค่าปกติคือ 4 มิลลิกรัมต่อลิตร และถ้าต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร สิ่งมีชีวิตก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้แล้ว ขณะเดียวกันค่าความเป็นด่างหรือวัดค่า pH ของน้ำก็สูงเกินมาตรฐาน คือ 8 ขณะที่ค่าเป็นด่างมาตรฐานคือ 7 ดังนั้น คุณภาพน้ำถือว่าแย่มาก โดย คพ.จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อโรงงานน้ำแข็ง ถ้าผลการตรวจวัดออกมาพบว่ามีสาเหตุมาจากแอมโมเนียที่ใช้ทำน้ำแข็งตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม มาตรา 96, 97

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการศึกษา
  • 16 กรกฎาคม 2555, 15:40 น.

ปลานับหมื่นลอยตายเกลื่อนลำตะคอง

Published กรกฎาคม 14, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/14149

วันเสาร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 11.56 น.

tags : นับหมื่นปลาตายลำตะคอง
 

ช่วงสายของวันที่ 14 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ริมน้ำลำตะคอง ชุมชนตรอกสำโรงจันทร์ และชุมชนหมู่บ้านวีไอพี. ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นชุมชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาว่า ในลำน้ำลำตะคองมีปลานานาพันธุ์ลอยตายจำนวนมาก ขึ้นอืดเน่าส่งกลิ่นเหม็นคละคุ้งไปทั่วบริเวณ จึงได้ไปสำรวจในลำน้ำลำตะคองในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อไปถึงทุกคนต่างผงะและพบว่า มีปลาจำนวนมากลอยขึ้นมาตายอยู่บนน้ำจำนวนนับเป็นแสนตัว โดยลำน้ำดังกล่าวมีความยาวตั้งแต่หลังเดอะมอลล์โคราช มายังชุมชนสำโรงจันทร์ และเรื่อยไปจนถึงบริเวณหมู่บ้านวีไอพีเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร

ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่เทศกิจของเทศบาลนครนครราชสีมากว่า 10 คน กำลังเร่งตักเก็บปลาที่ลอยตายใส่เข่ง โดยทุกจุดตักปลาที่เน่าตายมีมากกว่า 100 เข่ง และเร่งทำความสะอาดลำตะคอง โดยเฉพาะชุมชนซอยสำโรงจันทร์ พร้อมทั้งเร่งปล่อยน้ำประปาทำการไล่น้ำที่เน่าเหม็น โดยทำการกวาดปลาที่ตายนับแสนตัวมารวมกันเป็นแพ แล้วตักใส่เข่ง เพื่อขนใส่รถบรรทุก 6 ล้อเต็มคันรถถึง 4 – 5 เที่ยวนำไปทำการฝังกลบ นอกจากนี้ยังเก็บปลาบางส่วนไปพิสูจน์หาสาเหตุของปลาตายจำนวนมากครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะที่เน่าตายหลายร้อยตัวกำลังมีไข่อยู่เต็มท้อง ทั้งปลาตะเพียน , ปลากรายตัวขนาดยาวกว่า 1 เมตร  , ปลานิล , ปลาสูบ , ปลาข้าว , ปลาหมอ เป็นต้น รวมทั้งปลาตัวเล็กตัวน้อยอีกมากมายก่ายกอง

จากการสอบถาม ด.ต.วุฒิ ยายิรัมย์ ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านวีไอพี เปิดเผยว่า เห็นปลาตายตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่มากเท่าวันนี้ ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงเชื่อว่า สาเหตุของปลาตายในครั้งนี้ อาจจะมาจากการล้างโรงงานผลิตน้ำแข็งหลอดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หลังเดอะมอลล์โคราช ปล่อยน้ำเสีย ซึ่งอาจจะเป็นสารแอมโมเนียสำหรับทำน้ำแข็งไหลลงสู่ลำน้ำลำตะคองจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าอาจจะใช่หรือไม่ หรืออาจะมีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายราชัน ธีระพิทยาตระกูล เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการคุณภาพน้ำ เทศบาลนครนครราชสีมา ได้รับการเปิดเผยว่า ทันทีที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีปลายตายในลำตะคอง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลฯ จึงได้ลงไปเก็บตัวอย่างน้ำ พร้อมทั้งซากปลาตายมาพิสูจน์หาสาเหตุในครั้งนี้ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าปลาตายเพราะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน เนื่องจากเหงือกยังแดง และตัวแข็งกว่าปกติ ทั้งนี้จากการวัดค่าปริมาณออกซิเจนในน้ำ พบว่ามีค่าเพียง 0.9 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งหากค่าออกซิเจนในน้ำต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ก็สามารถทำให้ปลาตายได้แล้ว นอกจากนี้ยังพบน้ำมันเครื่องเจือปนอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมากอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ก็ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 3 ข้อ คือ เกิดจากฝนที่ตกลงมาปริมาณมาก ทำให้ปลาช็อกน้ำตาย , เกิดจากน้ำมันเครื่องเสียที่มีผู้ลักลอบปล่อยลงน้ำ และเกิดจากสารพิษชนิดอื่นๆ ซึ่งต้องส่งตัวอย่างน้ำ และตัวอย่างปลาตาย ไปให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 11 นครราชสีมา ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะทราบสาเหตุที่แท้จริง พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานไปที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ลงพื้นที่ไปสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ริมลำตะคอง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุปล่อยน้ำเสียจนทำให้ปลาตายจำนวนมากครั้งนี้

%d bloggers like this: