ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

All posts tagged ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

‘แอร์เอเชีย’ระเบิดโปรโมชั่นประหยัดเริ่มต้น 30 บาท

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 23:38 น.

‘แอร์เอเชีย’ระเบิดโปรโมชั่นประหยัดเริ่มต้น 30 บาท.

Pic_185876

แอร์เอเชียตอบแทนทุกเสียงโหวตที่ทำให้สายการบินได้รับรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดี ที่สุดในโลกต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน จัดโปรโมชั่น “A Big Thank You Sale” ราคาเริ่มต้นต่อเที่ยวเพียง 30 บาท…

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการตอบแทนผู้โดยสารของสายการบินแอร์เอเซีย และล่าสุดแอร์เอเชียได้รับการโหวตให้เป็นสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดถึง 3 ปีซ้อน เพื่อฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ แอร์เอเซียจึงได้ออกแคมเปญสุดประหยัด บินคุ้มค่าทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 30 บาท โปรโมชั่น ‘A Big Thank You Sale’ จำนวน 100,000 ที่นั่ง โดยเปิดให้ผู้โดยสารที่สนใจจะเดินทางทั้งในเส้นทางในประเทศและเส้นทางบิน ต่างประเทศได้สำรองที่นั่งตั้งแต่วันที่ 13-17 ก.ค.นี้ ที่ http://www.airasia.com เพื่อเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.-20 มิ.ย. 55

ทั้งนี้ โปรโมชั่น ‘A Big Thank You Sale’ จะเป็นราคา สุทธิรวมภาษีและค่าธรรมเนียม อยู่ระหว่าง 139-675 บาทสำหรับเส้นทางในประเทศ ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศ ราคาสุทธิรวมรวมภาษีและค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 830-2,530 บาท ทั้งนี้ไม่รวมค่า Convenience Fee เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต และค่าธรรมเนียมน้ำมันสำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศ ช่วงเวลาสำรองที่นั่งตั้งแต่วันที่ 13-17 ก.ค.นี้  พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำระบบใหม่ที่จะช่วยในการสำรองที่นั่ง ได้แก่ เมนูครอบครัวและเพื่อน (Family & Friends List) ที่ให้สมาชิกเพิ่มรายชื่อและข้อมูลผู้เดินทางได้สูงสุด 10 คน และเมนู บัตร 1-Click (1-Click Card) ที่สมาชิกสามารถเก็บข้อมูลบัตรเครดิตได้ ช่วยให้สำรองที่นั่งและชำระเงินได้รวดเร็วขึ้น สมัครสมาชิกแอร์เอเชียง่ายๆ เพียงคลิกที่ http://www.airasia.com และคลิกที่ลงทะเบียนสมาชิก (Sign Up)

นายทัศพล กล่าวต่อว่า เพื่อให้ช่วงเวลาท่องเที่ยวน่าประทับใจมากขึ้น ลูกค้าสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์www.airasiago.com เพื่อค้นหาแพกเกจท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจได้ เรามีแพกเกจโรงแรมมากกว่า 70,000 แห่งทั่วโลก และด้วยการเป็นพันธมิตรกับเอ็กซ์พีเดีย เรามีโรงแรมพันธมิตรกว่า 130,000 แห่งทั่วโลก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 23:38 น.

‘บ้านปู’ มั่นใจยอดขายถ่านหินพุ่งหลังภัยพิบัติยุ่น

Published มีนาคม 30, 2011 by SoClaimon

28 มีนาคม 2554, 17:30 น.

\’บ้านปู\’ มั่นใจยอดขายถ่านหินพุ่งหลังภัยพิบัติยุ่น – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_159458

 

ปธ.จนท.บริหารบ้านปู ย้ำภัยพิบัติในญี่ปุ่นทำให้ความต้องการถ่านหินเพิ่มเพราะเป็นตัวเลือกหลักด้านพลังงาน เผยมีแผนรับมือความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขึ้น น้ำมันผันผวน และการขยายตัวศก.โลก

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยว่า ผลจากการเหตุภัยพิบัติในญี่ปุ่นนั้น ทำให้ความต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เพราะทางเลือกด้านพลังงานมีไม่มาก จำกัดอยู่เพียงถ่านหินและก๊าซเท่านั้น ส่วนจะมีผลต่อราคาถ่านหินให้ปรับตัวขึ้นหรือไม่นั้นต้องใช้เวลาอีกระยะ โดยขณะนี้ราคาอยู่ที่ระดับ 123-124 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน

ด้านผลกระทบกับบริษัทกรณีมีลูกค้า 2 รายอยู่ที่เชนได ญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตภัยพิบัติรุนแรงโดยหนึ่งในนั้นคือ บริษัทโตเกียว อิเล็กทริกพาวเวอร์ (เทปโก) นั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพียงแต่อาจทำให้ส่งมอบสินค้าถ่านหินให้ลูกค้าต้องล่าช้าหรือชะลอลง เนื่องจากท่าเรือที่ใช้ในการส่งถ่านหินได้รับความเสียหาย แต่ในแง่ของปริมาณการส่งหรือยอดขายไม่ได้รับผลกระทบ โดยขณะนี้บริษัทรอคำสั่งจากลูกค้าว่าจะให้บริษัทไปส่งสินถ่านหินที่ท่าเรือไหนแทนเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทมีลูกค้าที่ใช้ถ่านหินเพื่อไปผลิตโรงไฟฟ้าที่เซนได 2 แห่ง มีปริมาณการสั่งซื้อที่ 1 ล้านตันต่อปี

“ในแง่โรงไฟฟ้าของลูกค้าไม่ได้รับความเสียหาย แต่ที่มีปัญหาคือท่าเรือในการส่งมอบสินค้าเพราะท่าเรือพัง ซึ่งเรือ 1-2 ลำที่มาส่งก่อนหน้านี้ก็ไปขึ้นที่เรืออื่นแล้ว ส่วนยอดที่เหลือของทั้งปี ขณะนี้รอเพียงคำสั่งจากลูกค้าว่าจะไปให้ส่งท่าเรือที่ไหนแทน ซึ่งทำให้ปริมาณการสั่งซื้อถ่านหินจากโรงไฟฟ้าในเซนไดไม่ได้ลดลง” นายชนินท์ กล่าว

นายชนินท์ ยังเปิดเผยถึงแผนการลงทุนในอนาคตว่า ปัจจุบันบริษัทมีเพดานการลงทุนเพื่อซื้อกิจการในต่างประเทศได้อีกไม่มาก เนื่องจากบริษัทไม่ต้องการมีหนี้สูงขึ้น เพราะบริษัทต้องการมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ให้เกิน 1.1 เท่า แต่ขณะนี้ D/E ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 เท่าแล้ว หากมีการกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนซื้อกิจการเพิ่มอาจทำให้บริษัทมีความเสี่ยงด้านหนี้เพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัทได้ใช้เงินในการซื้อเหมืองถ่านหินที่มองโกเลีย 45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะเริ่มประกอบการได้ ส่วนการขายเหมืองถ่านหินต้าหนิงในประเทศจีน มูลค่า 669 ล้านเหรียญสหรัฐออกไปนั้น จะไม่ได้กระทบต่อยอดขายของบริษัท ที่ปีนี้ยังคงเป้าหมายยอดขายถ่านหินไว้ที่ 44-45 ล้านตันต่อปี แต่ปีหน้าคงต้องมีการพิจารณาอีกครั้งว่า แหล่งถ่านหินที่ออสเตรเลียและอินโดนีเซียจะมีกำลังการผลิตที่สามารถชดเชยกำลังการผลิตที่หายไปได้หรือไม่

ทั้งนี้ 3 ปัจจัยหรือความเสี่ยงที่ท้าทายต่อการบริหารจัดการของบริษัท คือ ดอกเบี้ย ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังเกิดปัญหาการเมืองในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง นอกจากนี้คือการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังญี่ปุ่นประสบปัญหาภัยพิบัติและเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน แต่ทางบริษัทได้มีแผนเพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงทั้ง 3 ด้านไว้ เช่นมี การจัดทำแผนธุรกิจ ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ตามสมมุติฐานความเสี่ยงตั้งแต่ระดับสูง กลาง ต่ำ ส่วนความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันก็ได้มีการทำป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน (เฮดจ์จิ้ง) ไว้ ส่วนทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น บริษัทได้ออกหุ้นกู้วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้เดิม เพื่อยืดระยะเวลาการชำระหนี้ และกระจายโครงสร้างหนี้ให้มีดอกเบี้ยคงที่ ขณะที่ปัจจัยการเมืองมีผลต่อบริษัทน้อยมาก.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มีนาคม 2554, 17:30 น.

 

ไทยแอร์เอเชียเตรียมระดมทุน ตั้งเป้าผู้โดยสาร7ล้าน

Published มีนาคม 9, 2011 by SoClaimon

7 มีนาคม 2554, 10:42 น.

ผ่านทางไทยแอร์เอเชียเตรียมระดมทุน ตั้งเป้าผู้โดยสาร7ล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154041

 

ไทยแอร์เอเชียเตรียมระดมทุนขายหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  คาดไม่ตำ่กว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมตั้งเป้ายอดผู้โดยสารปี2554ไว้ที่ 7 ล้านรายทั้งในและต่างประเทศ…

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุน กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมระดมทุนขายหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ คาดไม่ตำ่กว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะนำไปใช้การลงทุนในอนาคต ร่วมถึงการรับมอบเครื่องบินฝูงใหม่อีกราว 20 ลำ เพื่อประจำการฝูงบินด้วย โดยคาดว่าหุ้นของไทยแอร์เอเชีย จะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นได้ราวไตรมาส 4/2554

สำหรับผลประกอบการปี 2553 บริษัทฯ มีรายได้ 12,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปี 2552 ส่งผลให้มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีที่ 2,846 ล้านบาท โดยมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 78% และมีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2552 โดยตลอดทั้งปี 2553 มีผู้โดยสารเดินทางกับบริษัทฯ ทั้งสิ้น 5,800,000 ราย ในปี 2554 บริษัทฯตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้โดยสารทั้งใน และต่างประเทศราว 7,000,000 ราย ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเป็นบวก ตลาดกำลังขยายความต้องการอย่างต่อเนื่อง.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 มีนาคม 2554, 10:42 น.

 

‘ทัศพล’ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ

Published สิงหาคม 8, 2010 by SoClaimon

8 สิงหาคม 2553, 19:21 น.

ผ่านทาง‘ทัศพล’ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_102241

นายทัศพล แบเลเว็ลด์

“ทัศพล” ดับเครื่องชน “ไทเกอร์ แอร์เวยส์” ชี้โลว์คอสต์แข่งดุรับเสือคำราม แย้มตลาดโลว์คอสต์ยังมีส่วนแบ่งเหลือบ้าง แต่ต้องขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหาร…

เมื่อ วันที่ 8 ส.ค. นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกของประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า แม้ว่าการบินไทย จะจับมือกับ “ไทเกอร์ แอร์เวยส์” จากสิงคโปร์ เพื่อจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์ “ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์” และตามแผนดำเนินงานจะเริ่มขายตั๋วโดยสารในเดือน ก.ย. 2553 นี้ และจะเปิดบินให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2554 ปีหน้านั้น เชื่อว่าตลาดโลว์โคสต์จะยังเติบโตได้อีก 4-5% จากนี้ และแต่ละสายการบินจะแข่งขันกันในเรื่องราคาต่ำสุดอย่างดุเดือด แน่นอน เพราะตลาดโลว์คอสต์ในประเทศ และต่างประเทศ ยังพอมีส่วนแบ่งการตลาดเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหารของแต่ละสายการบิน จะมีกลยุทธ์และมีความสามารถที่จะดึงส่วนแบ่งการตลาดให้อยู่กับตัวเองมากน้อย แค่ไหน ส่วนไทยแอร์เอเชีย ยืนยันว่าจะไม่ถอยหนี และไม่หายไปไหนแม้ว่าจะแข่งกันดุในเรื่องราคาถูกสุดเพื่อเอาใจตลาด แต่ก็จะทำแบบมีลิมิตและเป็นจังหวะเวลา

ทั้งนี้ เนื่องจากไทยแอร์เอเชียมั่นใจว่าจะยังครองส่วนแบ่งการตลาดโลว์คอสต์และยังคง เข้าไปแย่งแบ่งเค้กก้อนนี้ได้อยู่เนื่องจาก ไทยแอร์เอเชีย ปรับกลยุทธ์การตลาดสม่ำเสมอ รวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศกว่า 27.5% ขณะที่การบินไทยมีส่วนแบ่ง 32 % นกแอร์ 16% บางกอกแอร์เวยส์ 15.8% วันทูโก 8.4% ส่วนตลาดในเอเชีย ก็จะเห็นว่าตลาดโลว์คอสต์เข้ามาครองส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 18.1% และในส่วนนี้เป็นของแอร์เอเซียกว่า 11.5% ซึ่งจากตัวเองต่างๆ ก็พอจะมั่นใจได้ว่าแม้ว่าจะมีโลว์คอสต์ทั้งเก่า และ ใหม่แข่งกันดุ“ไทยแอร์เอเซีย”จะยังคงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อีกกว่า ปีละ 20-30% แน่นอน

นายทัศพล กล่าวเสริมต่อว่า แต่ขณะนี้ได้เป็นที่กังขากันในวงการอุตสาหกรรมการบินว่าการที่ฝ่ายบริหาร การบินไทย ได้เลือก “ไทเกอร์แอร์เวยส์” ให้เข้ามาพันธมิตรเพื่อให้บริการ โลว์คอสต์ ในนาม “ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์” นั้น มีเหตุผลอะไรเพราะหากเป็นสายการบินอื่นๆ หรือ นกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ หลายๆ คนจะไม่ข้องใจเลย เพราะขณะนี้เป็นที่รู้กันว่า ไทเกอร์แอร์เวยส์ ทั้งในสิงคโปร์ และที่ออสเตรเลียประสบปัญหาขาดทุนการดำเนินงานอย่างหนัก และการที่ การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทยจับมือกับสายการบินต่างชาติให้ เข้ามาบินในเส้นทางบินในประเทศในเส้นทางบินหลักๆ และทำกำไรที่การบินไทยและ นกแอร์ บินอยู่ จึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อ สังเกตกันว่า เส้นทางการเข้ามาร่วมทุนของ “ไทเกอร์แอร์เวยส์” กับ การบินไทย คล้ายกับกรณีการตั้งสายการบิน “ไทยแอร์เอเซีย” อย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มกองทุนเทมาเสก เป็นผู้ถือหุ้นพันธมิตรทั้งคู่แต่ในช่วงที่ ไทยแอร์เอเชียจัดตั้งสายการบินกลับถูกกระแสรักชาติต่อต้านอย่างหนักในเรื่อง นี้มองว่า เป็นเพราะ ไทยแอร์เอเชีย มาเร็ว และ เติบโตอย่างรวดเร็ว และก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากว่า 7-8 ปี ที่ไทยแอร์เอเชียก่อตั้งขึ้นมากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะฝ่าด่านตัวเอง สิ่งแวดล้อมปัจจัยภายนอกทั้ง ภัยธรรมชาติ ราคาน้ำมันที่ผันผวนรวมถึงปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบ เป็นลูกโซ่ ก็ถือเป็นภูมิคุ้นกันอย่างดีที่จะทำให้ ไทยแอร์เอเซียกล้าที่ก้าวอย่างมั่นคง และสู้ต่อไปเพราะทุกวันนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไทยแอร์เอเซียได้รับการยอมรับมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยเพิ่มขึ้น กว่าปีละ20-30%

โดยในปี 2553 คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 6.2 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการที่ 5.8ล้านคน อย่างไรก็ตามในปี53 คาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาทและมีกำไรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10%.

%d bloggers like this: